อัศดิน [ YAOI ]

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 175 Views

  • 3 Comments

  • 16 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    69

    Overall
    175

ตอนที่ 2 : น้องรหัส

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 50
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    20 พ.ค. 62







-1-






น้องรหัส






“โอ้ยยยย รำคาญ!!! กูฟังมึงบ่นถึงลูกกะตาคู่นั้นมาสามพันแปดร้อยแปดสิบแปดรอบแล้วไอ้สาดด” 


ชายหนุ่มผิวเข้มนัยตาดุเริ่มขึ้นเสียง ผู้ชายคนๆนี้เป็นเจ้าของเสียงปลายสายในคืนวันฝนตกที่ดินโทรคุยด้วยในร้านมินิมาร์ทนั้นแหละ


มันชื่อว่า อุ้ย เรียนมาด้วยกันกับดินตั้งแต่ม.ต้น จนเข้ามหาลัยยังหนีกันไม่พ้น เวลาเห็นมันกับไอ้ดินด่ากันนี่ เรื่องปกติมาก


“เชี่ยยยย มึงไม่เห็นไงอุ้ย มึงต้องเห็น”


สองหนุ่มในชุดนักศึกษาถูกระเบียบปีหนึ่งวิชาทัศนศิลป์กำลังโต้เถียงกันท่ามกลางความวุ่นวายของโรงอาหารรอบเช้าที่เหลือเวลาอีกนิดก็จะต้องขึ้นตึกไปเรียน 


แต่ไอ้ดินบ่นหิวข้าวอยากมากินที่มหาลัย เพื่อนๆเลยต้องมานั่งดูมันกินเพราะคนอื่นซื้อลูกชิ้นกินกันตายไปแล้ว 


ไอ้ดินมันไม่ยอมไง  มันถือคติแก๊ง เรื่องกินเรื่องใหญ่ เรื่องไปเรียนเรื่องรอง ท้องร้องต้องรีบแด๊ก แล้วมันดันเจือกแด๊กยาก ลำบากเพื่อนต้องพามากิน



“แล้วทำไมต้องลงท้ายด้วยแปดวะ”


ชายหนุ่มผิวขาวตาตี๋หุ่นดีที่นั่งฟังอยู่นานชักสงสัย เลยเอ่ยถาม อันที่จริงกูก็รำคาญเชี่ยดินมันบ่นถึงหนุ่มแมสที่เจอเมื่อหลายคืนก่อนเหมือนไอ้อุ้ยนั้นแหละ


“แปดคือเลขนำโชคกูไง”


“เก้าไม่ใช่หรอวะ ใครๆก็ชอบลงท้ายเลขเก้า”


“อันนั่นของใครๆมึงไง นี่ของกู”


หนุ่มหน้าลูกพีชทำหน้าเซ็งที่โดนเปลี่ยนบทสนทนาเพราะไอ้สองเพื่อนแม่งหันไปคุยเรื่องเลขนำโชค เอ้ย!ชายตาสวยกูล่ะ มึงสนใจซิ!!


“ไอ้อุ้ย มึงอย่าพาเชี่ยมิ้นเปลี่ยนเรื่อง มาคุยเรื่องคืนฝนตกกูก่อน”


“อะ! นี่มันบ่นถึงอีกละ นับเป็นสามพันแปดร้อยแปดสิบเก้า ลงท้ายเลขเก้า”


“เชี่ยยยยดิน มึงจะบ่นขึ้นมาทำไม ไอ้มิ้นเลยได้ลงเลขเก้า มึงพูดมาอีกเก้ารอบให้มันลงท้ายเลขแปดเหมือนเดิมเลยฟายย”


เพื่อนมามุกนี้นายดุษดินทร์คงต้องถอยทัพ กูมิอาจสู้ไอ้เพื่อนยากปากหมาได้หรอกครับ


ดินมันรู้ว่าไอ้อุ้ยแกล้งพูดเพราะรำคาญจริงๆนั่นแหละ ไอ้คนตัวโตกว่าใครเลยเบ้ปากหันไปดูดน้ำในขวดของตัวเอง


อุ้ยเป็นผู้ชายสูงร้อยเจ็ดสิบเจ็ดที่พอยืนอยู่ข้างดินกับมิ้นแล้วดูตัวเล็กไปเลย เพราะไอ้สองเกลอมันดันคาบเสาไฟฟ้ามากินก่อนเกิด พอย่างวัยรุ่นก็สูงเอาๆ แถมยังผิวผู้ดีสิวเสี้ยนไม่กล้าผุดบนหน้ามันเลย เวลานั่งอยู่ใกล้ๆพวกมันแล้วรู้สึกเป็นหลุมดำอยู่คนเดียว


แต่ก็นะ อุ้ยมันเป็นสไตล์หล่อเข้ม ถึงจะมีคนมาชมนู้นนี่นั้น แต่ก็ยังไม่เคยมีแฟนสะที แล้วนี่อะไร ไอ้ดินปากมากยังมาเล่าอาการพิศวาสดวงตาคู่นั้นให้ฟังไม่รู้จบ


กูไม่อิน!!อาการอินเลิฟตาคู่นั้น


กูไม่เคยมีแฟน สัส!!


“อุ้ยแม่งมันรำคาญแล้ว มึงก็เลิกบ่นเหอะดิน”


สุดท้ายคนที่ดูเป็นคุณชายบ้านรวยสุดในกลุ่มเลยพูดออกมา มิ้น ผู้สูงเกือบๆเท่าดินแต่รูปร่างออกจะเรียวยาวไม่ถึกเท่าดิน มิ้นเองพึ่งมาสนิทกับสองคนนี่ช่วง ม.5 เขาเลยยังไม่ได้กล้าด่าดินเท่าไอ้อุ้ย แต่ถ้าอดไม่ไหว กูก็ด่าหมด 


คือถ้ามิ้นมันไม่พูด เขาคิดว่าไอ้ดินต้องหาเรื่องเอามาพูดอีกตามเคย มันขี้บ่นจะตาย


“เออๆ รีบเก็บกระเป๋าเลยพวกมึง กูจะลุกแล้ว”


พอมิ้นบอกดินมันก็ไม่อยากจะมีเรื่อง เพราะในกลุ่มมิ้นถือว่าเป็นคนกลาง ถ้ามิ้นว่าไงคือว่าจบไปก่อน...ค่อยมาด่าใหม่ไม่สาย


“เฮ้อออ…เห็นตารางเรียนแล้วเหนื่อยใจ นี่กูเรียนมหาลัยหรือมัธยม ทำไมตารางแน่นแบบนี้ ไม่เห็นสบายเหมือนที่กูคิดเลย”


อุ้ยหาเรื่องอื่นขึ้นมาเล่าแทน เพราะยังไม่อยากรีบขึ้นไปเรียน ใครๆก็รู้ คาบแรกมักจะไม่มีการเรียน ส่วนมากก็แค่แนะแนวอธิบายให้เตรียมความพร้อมสำหรับวิชาที่จะเรียนในคลาสนั้นๆ


“แต่กูได้ยินมาว่า งานหนักมากนะ พี่ที่เป็นญาติกูบอกว่าร่างโทรมทุกสัปดาห์ อดนอนกันแทบตาย”


พอเห็นอุ้ยทำหน้าเหนื่อยดินมันก็ยิ่งแกล้งพูด


“กูขอลาออกตอนนี้ได้ไหมวะ กูก็นึกว่ามันจะเรียนง่ายๆนั่งวาดรูปเฉยๆ พอเห็นวิชาที่ต้องเรียนแม่งทำไมเยอะแยะแบบนี้”


“กูบอกมึงแล้ว ศิลปะระดับมัธยมกับมหาลัยมันต่างกัน”


ดินทำหน้ายิ้มเยาะเพื่อนผิวเข้ม แต่ทว่าจู่ๆสายตาก็เหลียวไปเห็นผู้ชายคนหนึ่ง


ลักษณะท่าทางต่างจากคนอื่น เดินเหมือนคนไม่มีแรง รูปร่างผอมบางที่ดินจำติดตากับผมสีดำยุ่งๆที่ปกหน้านั้นทำให้เขาไม่อาจละสายตา


“ดินมึงมองอะไร”


อุ้ยที่เห็นเพื่อนพูดมากจู่ๆนิ่งไปเลยหันไปมองตาม


“คนที่สีตาสวยๆไง”


“ใช่หรอ อะไรจะบังเอิญจังวะ”


อุ้ยยังไม่เชื่อดินเต็มร้อย มันจะเป็นไปได้หรอที่จะมาเจอคนๆเดียวในมหาลัยที่มีคนเข้าออกวันละเป็นหมื่น


“กูว่าใช่ ใส่แมสปิดหน้ามาอีกแล้ว กูว่าคนนี้เลย”ดินยังยืนยัน “คนนี้แหละเชื่อกู”


“แถวนี้มีแต่เด็กนิเทศกับทัศนะมากินข้าว งี้เค้าคงไม่ใช่ว่าเรียนคณะเดียวกันกับพวกเราหรอกนะ” มิ้นยังไม่อยากเชื่อ แต่ก็อยากลองวิเคราะห์ดู “มาคิดๆดูมันก็อาจเป็นไปได้ที่จะเจอเพราะหอที่พวกเราอยู่ ส่วนมากเด็กศิลป์จะแนะนำกันมา เพราะห้องกว้างแถมใกล้ประตูฝั่งตึกพวกเราอีกด้วย”


“เรื่องหอเด็กคณะอื่นก็มี ใครๆก็ชอบหอเราเพราะมันใกล้มอ” อุ้ยมันยังหาข้อถกเถียงมาค้าน


เอาล่ะไอ้อุ้ยกับไอ้มิ้นมันจะทำการโต้วาทีถึงความบังเอิญว่าเกิดขึ้นได้จริงหรือไม่ แต่นายดุษดินทร์ไม่ได้สนใจ เขารีบลุกเดินทำท่าทีจะเก็บจานไปไว้ตรงที่เก็บจานใกล้ๆผู้ชายใส่แมสซื้อข้าว แต่ดันไม่เนียนเดินอ้อมโลกไปอีกฝั่ง เพราะดินอยากเห็นตาสวยๆคู่นั้นอีก


ป่ะเข้าให้


เกิดฉากจานข้าวหล่นจนคนทั้งโรงอาหารหันไปมอง ต้นเสียงคือชายหนุ่มผอมบางในชุดนักศึกษาแขนยาวถูกระเบียบสวมหน้ากากอนามัยกับผมยุ่งๆสีดำกำลังนิ่งแข็ง


ดินยิ่งรีบเดินเข้าไปใกล้ให้แน่ใจ แต่เพราะเสียงจานข้าวหล่นทำให้คนถอยห่างออกจากผู้ชายคนนั้นเว้นที่ว่างเป็นวงกลมราวกับเขาเป็นวัตถุอันตราย


“เอาอีกแล้วหรอวะ”


“ใครวะ”


“อัดทัศนะปีสองไง”


“อ้อ… คนที่ว่าบีบคอเพื่อนตอนรับน้องปีก่อนนะหรอ”


เสียงซุบซิบนินทาดังมาจากทั่วทุกมุม โรงอาหารนี้ไม่ได้ใหญ่โตอะไรมากนัก เพราะงั้นอัศจึงได้ยินเต็มสองรูหู ไม่เป็นไรเขาชินแล้ว


อัศก้มลงใช้ช้อนกวาดเศษอาหารจากพื้นใส่จานพร้อมกับถอนหายใจเหนื่อยๆ


วันนี้คงไม่ได้กินข้าวอีกตามเคย


แต่แล้วดวงตาสีน้ำตาลอ่อนก็เหลือบไปเห็นผู้ชายร่างสูงที่ดูเด่นท่ามผู้ชายหนวดเคราผมเริ่มจะยาวแต่งตัวผิดระเรียบ เด็กศิลป์ส่วนมากถูกระเบียบแค่เทอมแรกเท่านั้นแหละ พอเข้าเทอมสองสภาพก็จะแย่ๆเหมือนกันสะส่วนใหญ่


แต่อัศไม่ได้ดูแย่เพราะเรียนหนักหรอกนะ


“…”


อีกครั้งที่สบตากัน อัศยังจำใบหน้าทรงลูกพีชดวงตารียาวนัยตาสีดำคู่นั้นได้ดี ยิ่งอยู่ท่ามกลางรุ่นพี่หน้าโทรม ดินยิ่งดูสง่าน่าสนใจจนยากที่เขาจะวางสายตาไปตรงอื่น


เคร้ง


เสียงคนที่อยู่ใกล้ๆทำช้อนตกเรียกสติเขาอีกครั้ง


อัศรีบเก็บจานแล้วเดินหนีออกจากโรงอาหารไป

เด็กหนุ่มผมสีน้ำตาลอ่อนเลยเดินกลับมาที่โต๊ะเพื่อนๆนั่งอยู่ด้วยสีหน้างุนงง จนอุ้ยอดถามไม่ได้


“เป็นไง ใช่รึป่าว ทำหน้าแบบนี้ไม่ใช่ละซี่”


“ใช่ว่ะ”


“ห้ะ??”


“คนนั้นแหละ ตาคู่เดิมเลย มองกูเหมือนเดิมด้วย”


“เชี่ยยยยย อิส อะเมซิง ชิบโผง”


อุ้ยมันทำหน้าตลกเอามือทาบอกเล่นมุก แต่เพื่อนมันดันไม่รับ นิ่งใบ้แดก อุ้ยเลยมุกแป้กหมดคำจะพูดกันเลยทีเดียว


“แล้วทำไมหรอดิน มีอะไร” มิ้นชักสงสัยในสีหน้าของดิน


ปกติคนบ่นมากอย่างดินมันต้องสาธยายนู้นนี่นั้น เขาก็พึ่งเคยเห็นอาการนิ่งเพราะเจอคนแบบนี้ของดินเหมือนกัน


“บอกไม่ถูกว่ะ แต่รู้สึกแปลกๆ”


“มึงอาจจะเคยเจอกันมาก่อน”


มิ้นกล่าวขึ้นมาแล้วเก็บกระเป๋าเป้ขึ้นมาสะพายหลัง พอมิ้นลุกอุ้ยก็ลุกตาม ดินเลยต้องลุกขึ้นเดินตามเพื่อนไป ไม่มีคำพูดอะไร 


อุ้ยก็กระซิบถามมิ้นเป็นระยะ แต่มิ้นไม่อยากพูดมากเลยเลือกจะบอกอุ้ยว่ารอมันมีสติก่อน ถามมันไปตอนนี้มันคงตอบไม่รู้เรื่องหรอก


“เดี๋ยวมันรู้ก็บอกเราเองแหละ”










22.34 

เด็กศิลป์รหัส61 : ปี2 พรุ่งนี้ตอนเที่ยงรวมพล แจกน้องรหัสจ้า ใครไม่มางดมีน้องรหัสนะจ๊ะ  เตรียมตังเลี้ยงข้าวเที่ยงน้องด้วย


00.11

เด็กศิลป์รหัส61 : ปี2  พิธีไหว้ศาลคณะ/เจิ่ม เผาไฟ จัดวันอังคารหน้า อย่าลืมมานะ จารย์เหลิมสั่ง ใครไม่มาหัก 20 คะแนน



ข้อความแชทกลุ่มในมือถือของอัศวินดังแจ้งเตือนขึ้นมาซ้ำแล้วซ้ำเหล้าเพราะการสนทนาโต้ตอบใต้ประกาศ 


อัศได้แต่ถอนหายใจ ส่องกระจกชั่วครู่ก่อนจะทำใจ จะไปในสภาพแบบนี้จริงๆหรอ ถามใจตัวเองดู


แต่อีกใจนึงเขาเองก็อยากมีน้องรหัสเหมือนกับคนอื่น อย่างน้อย พี่รหัสเค้าจะได้ไม่เสียใจเพราะแกคาดหวังว่าหลานรหัสจะมีฝีมือร้ายกาจเป็นที่เชิดหน้าชูตาสายรหัสได้บ้าง


อัศไม่อยากทำให้คนอื่นเดือดร้อนเพราะตัวเอง ฉะนั้นถ้าเขาไม่ไปรับน้องรหัสเข้าสาย พี่โสจะต้องด่าเขาหูชาแน่ๆ 


พอถึงตอนเช้าอัศรีบแต่งตัวออกมาจากหอพัก เพราะรอยบนแขนที่ยังไม่หาย จะใส่แขนสั้นไปก็ดูไม่ดี งั้นวันนี้ถูกระเบียบไปเลยแล้วกัน


ที่ๆอัศอยู่ได้ก่อนเข้าตึกโดยไม่เป็นขี้ปากชาวศิลป์มากนักคือโรงอาหารข้างๆตึกเรียน 


แต่ไอ้ร่างกายเหนื่อยๆของเขาก็ทำให้เขาเดินทางมาเกือบจะสาย ไหนจะคนเบียดไหนจะคนแซงคิวขึ้นรถราง  การใช้ชีวิตเร่งรีบทั้งๆที่ร่างกายไม่ไหวนี่มันโคตรจะทรมาน


พอถึงโรงอาหารเขาก็เข้าแถวซื้ออาหารตามปกติ แต่ที่ไม่ปกติคือบางอย่างที่วนเวียนอยู่รอบๆตัวเขา ขณะที่อัศถือจานข้าวจะเดินหาที่นั่ง


จานใบเล็กก็หล่นลงพื้นส่งเสียงดังให้ผู้คนแตกตื่น


“เอาอีกแล้วหรอวะ”


“ใครวะ”


“อัดทัศนะปีสองไง”


“อ้อ… คนที่ว่าบีบคอเพื่อนตอนรับน้องปีก่อนนะหรอ”


เสียงซุบซิบนินทาดังมาจากด้านหลัง อัศไม่ได้รู้สึกเจ็บปวดอะไรกับคำพูดนั่นมากนัก แต่แค่อยากรู้ว่าใครเป็นคนพูดเลยหันไปมอง 


และนั่นเอง


ทำให้อัศได้พบกับชายหนุ่มคนนั้นอีกครั้ง


หายไปแล้ว?


บางอย่างที่ก่อกวนเขานั้นหายไปราวกับมันไม่เคยมีอยู่ แล้วจากนั้นเสียงช้อนของใครบางคนก็หล่นลงพื้น


อัศรีบเก็บกวาดเศษข้าวที่หกตามพื้นให้ไว ก่อนจะรีบสาวเท้าเดินหนีออกจากฝูงชน


การเจอกันคือเรื่องบังเอิญ หรือว่าจงใจกันแน่


ทุกทีที่ชายคนนั้นปรากฏตัว บางอย่างที่คอยทำร้ายเขาก็จะหายไป 


มันมีวิธีแก้


แต่ต้องให้แน่ใจว่าใช่ไหม





12.20


"ปีสองรวมกันครบแล้วใช่ไหม นี่ปล่อยให้น้องรอตั้งสิบนาที ฉันจะบอกว่าปีนี้รุ่นน้องมีน้อยกว่ารุ่นพี่นาจา พวกเอ็งเกียมตัวร้องไห้ได้เลย"


เฮดว้ากปีสองพูดใส่โทรโข่งหันซ้ายขวา แล้วมาหยุดที่อัศวิน เฮดว้ากมีสีหน้าตกใจจนเหมือนสะดุ้ง แต่รีบเก็บอาการแล้วหันไปยิ้มใส่น้องๆ


ปีนี้จำนวนนักศึกษาลดลง จะด้วยการสอบเข้าที่ยากขึ้นหรืออะไรก็แล้วแต่ วิชาทัศนศิลป์ในมหาลัยนี้ถือว่าเป็นกลุ่มเล็กๆที่ทรงพลังเพราะสร้างชื่อเสียงไว้เยอะ


การคัดที่เข้มงวด ค่าอุปกรณ์ที่แพงขึ้น จำนวนเลยยิ่งลด จากที่ปีสามมีห้าสิบ รุ่นอัศมีสี่สิบ พอมาตกรุ่นน้องดันเหลือแค่สามสิบ


ปีนี้รุ่นพี่เลยอยากถนอมน้องเยอะๆ ไม่อยากให้รุ่นน้องรู้สึกแย่จนซิ่วไปเรียนวิชาอื่น ไหนๆก็มีน้อยแล้วเลยจะดูแลกันให้ดีๆ


พี่ผู้หญิงปีสองต่างพากันนำยางรัดผมและแป้งเด็กมาแต่งองทรงเครื่องให้รุ่นน้องที่น่ารัก บางคนก็ทาลิปสติกสีแดงแป๊ดให้น้อง 


ใครถูกเอ็นดูเยอะแบบไอ้อุ้ยก็จะถูกเมจิกกันน้ำวาดแว่นตาเสริมดวงการเรียนแถมให้ มึงลบยากแน่ไอ้อุ้ยเอ้ย ดินกับมิ้นนั่งขำเพื่อนตัวดำ


เพราะวาสนาออร่าความหล่อของไอ้ดินกับไอ้มิ้น พี่ผู้หญิงเลยถนอมวาดหนวดน่ารักๆกับปะแป้งพอประมาน รุ่นพี่ผู้ชายนึกอยากจะแกล้งแต่เห็นหน้าไอ้ดินก็ฝากเอาไว้ก่อนดีกว่า เกรงบารมีกล้ามแขนมัน


"เชี่ยยยย ดินๆนั่นใช่ปะ"


ไอ้อุ้ยเปิดประเด็น กระตุกเสื้อดินยิกๆให้หันไปดู


"นั่นๆที่ใส่แมสสีขาวๆ"


"เออ ใช่ว่ะ"


ดินเองก็ตกใจไม่ใช่น้อย ผู้ชายผอมบางที่นั่งหลบอยู่ใต้ร่มไม้หน้าตึกใกล้รูปปั้นพระพิฆเนศกำลังมองมาที่พวกเค้าเช่นกัน


"ปีหนึ่งลุกจ้า เดินจูงมือกันไปบนตึกเลยนะ วันนี้พี่จะเลี้ยงข้าวพวกเรา กินเสร็จจะส่งพี่รหัสมารับสาย แถวที่หนึ่งนำหน้าขึ้นชั้นบนสุดเลยจ้า"


พี่ผู้หญิงปีสองสั่งให้น้องๆลุกเดิน สามหนุ่มเลยอดคุยกันต่อ


ดินมองไปยังผู้ชายผอมบางจนพ้นสายตา


ไม่นึกว่าจะเป็นพี่ปีสอง เรื่องมันโคตรจะบังเอิญ


บนชั้นสุดท้ายคือห้องที่ถูกจัดไว้โล่งๆ มีเสื่อสีแดงยาวปูพื้นแบบในวัด มีโต๊ะตั้งหม้อข้าวอยู่สี่ห้าหม้อ พอน้องๆนั่งลง พี่ๆก็จัดเสริฟจานข้าวและน้ำให้อย่างดี


กับข้าวเป็นแบบง่ายๆ แกงเขียวหวานไก่กับผัดผักรวมมิตร มีผลไม้ใส่จานวางเป็นระยะๆ รุ่นพี่ก็นั่งกินอีกฝั่งหนึ่ง 


จะมีแค่คนเดียวที่ไม่ได้กินอะไร แต่ทำหน้าที่เก็บจานที่น้องกินหมดใส่กะละมังให้เรียบร้อยคือพี่สีตาสวยคนนั้น


จิตอาสาดี


ดินรู้สึกอยากจะรู้จักผู้ชายคนนี้มากขึ้น แต่จนป่านนี้ดินยังไม่ได้ยินเสียงพี่แกพูดสักแอะเลย เพื่อนบอกให้ทำไร แกก็มีแต่พยักหน้ารับแค่นั้น


ที่แน่ๆคือ ดินรู้แล้วว่าพี่แกชื่อว่าอะไร


"อัดช่วยเราแจกขนมน้องหน่อย"


"..."


ผู้หญิงกลุ่มนึงร้องเรียกให้ผู้ชายร่างผอมๆเดินเข้าไปหาช่วนยกจานขนมไปแจกน้องๆ อัศเดินไปหาเพื่อนๆแต่เสียงบ่นอุบอิบก็ดังตามมา


"วันนี้มันแปลกป่าว"


"อัดมึงหายแล้วหรอ"


อัศหันกลับไปยังกลุ่มเสียง ถึงจะไม่ดังมากแต่ทุกคนในห้องก็ได้ยิน อัศพยักหน้างงๆ 


จะว่าไปตั้งแต่อยู่ในห้องนี้เขาไม่มีอาการแปลกๆหรือรู้สึกอึดอัดอย่างคราวก่อน 


อัศวิน รหัสท้าย 6131 เป็นที่กล่าวขานในกลุ่มว่าแปลกประหลาด ปกติเขาจะเก็บตัวไม่สุงสิงกับใครเป็นพิเศษ 


จะมีแค่สายรหัส 31 ของอัศเท่านั้นที่อัศพูดคุยด้วย เพื่อนๆในห้องเลยแปลกใจวันนี้มาแปลก ร่วมงานกับเพื่อนก็ได้


"เอาล่ะ คาบบ่ายพี่ขออาจารย์แล้วพวกเราไม่ต้องเรียนของอาจารย์เหลิม แต่คาบหน้าเรียนจัดหนักจัดเต็มนะจ๊ะ 


ต่อจากนี้พี่ๆจะให้น้องๆแนะนำตัว พอเสร็จแล้วจะพี่รหัสเราเดินไปรับผูกสายอีกด้านทีละคนเลยนะคะ เราจะยึดตามหลักธรรมเนียมเดิม รหัสไหนอยู่สายนั้น"


พอพี่ๆอธิบายเสร็จปีหนึ่งเลขรหัสท้าย 01 ก็เริ่มทำการแนะนำตัวเอง โดยมีปีสองที่ยืนล้อมรุ่นน้องไว้ พอน้องแนะนำตัวเสร็จ ก็มีแกล้งให้เต้นท่าประกอบอะไรก็แล้วแต่พี่รหัสตัวเองจะแอบบอกเฮดว้าก พี่รหัสจะเดินไปจูงมือน้องมานั่งอีกกลุ่มตรงข้ามกลุ่มปีหนึ่งนั่งในทีแรก


จนมาถึงรหัส 17


"รหัสท้าย 6217 ชื่อ นายดุษดินทร์ ทรงฤทธิ์ ชื่อเล่น ดิน ครับ..."


เสียงดังกังวาลหนักแน่นพร้อมหน้าสมส่วนทำให้ผู้คนต่างเหลียวมอง ปีหนึ่งด้วยกันต่างลุ้นว่าใครจะเป็นพี่รหัสของดิน


นานไปครู่กว่าปีสองจะประกาศว่าพี่รหัสของดินซิ่ว ไปแล้ว


"งั้นให้น้องจับพี่รหัสเอง พี่จะให้น้องจับรหัสของปีสองที่ถัดมา จากลำดับ 31 มาถึง 40 คือพวกที่ไม่มีน้องรหัส"


เสียงโห่ปีสองดังในห้อง เพราะตามระบบเก่า ใครลงท้ายเลขไหนก็จะได้พี่เลขเดียวกันเป็นน้องรหัส แต่เพราะปีนี้น้องมีแค่ 30 คน พวกเลข 31-40 เลยรอสุ่มเป็นพี่บุญธรรมแทน



"น้องดินจับกระดาษเลย หลับตาๆ คนนี้จะเป็นพี่รหัสเรา หยิบเลยๆ"


พี่ผู้ชายท่าทางตลกถือแก้วน้ำที่มีกระดาษขยุ้มๆเป็นก้อนเล็กๆสิบอันใส่ในแก้วใส ดินจับแล้วพยายมคลี่ออกยังไงไม่ให้ขาด จะพับดีๆแบบชาวบ้านไม่ได้ไง เดี๋ยวเค้าจะหาว่าไม่ติส


"เลข 31 จ้าาา!!!"


พอบอกว่าเลข 31 ทุกคนดูงงๆว่าใคร จนกระทั่งอัศยืนขึ้น 


ทั้งห้องก็เงียบกริบ



อัศก้าวเดินออกไปรับน้อง ก่อนจะพูดก็ถอดหน้ากากอนามัยออกเพื่อไม่เป็นการเสียมารยาท


"พี่ อัศวิน คุณาวรรณ ชื่อเล่น อัศ"


ตามด้วยเสียงหูยของผู้ชายปีหนึ่งเบาๆ


"เชี่ย...อย่างหล่อ"


"เหมือนพระเอกหนังแวมไพร์"


เสียงสุดท้ายเป็นของไออุ้ย พี่ๆเลยพากันหลุดขำตามๆกัน อัศก็เช่นกัน เขายิ้มๆน้อยแบบคนหมดแรงก่อนจะจูงแขนดินให้เดินตามเขาไปนั่ง


พอนั่งลงอัศก็สวมหน้ากากอนามัยตามเดิม



ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนหันไปมองน้องรหัสของเขาพบว่า ดวงตาเรียวยาวของดินกำลังสั่นหวั่นเหมือนเด็กเห็นของเล่น


ดูเขาเหมือนจะพอใจในพี่รหัสมาก


"น้องอุ้ย อุ้ยๆอุ้ย อุ้ย อิๆอิ อิ อธิชาติ พรมเกศ คร๊าาา~"


พอถึงรหัสสุดท้ายคือไอ้อุ้ย พี่ก็เลยแกล้งให้มันแนะนำตัวหลายๆรอบ จนกว่าจะพอใจ สุดท้ายเจอท่าเต้นตุ๊ดยังอายของอุ้ยไป พี่ถึงกลับยกมือถือมาถ่ายคลิปแทบไม่ทัน


เวลาล่วงมาถึงบ่ายสอง 14 นาฬิกา การสุ่มจับน้องบุญธรรมจากป้ายชื่อของปีสองจบลง พี่ๆก็ปล่อยให้รุ่นน้องกลับไปพักผ่อนเพราะคาบบ่ายไม่มีเรียนต่อ


ส่วนมากพี่จะแลกไลน์เบอร์โทรติดต่อให้น้องรหัส อัศเองก็เช่นกัน พอเสร็จทุกคนก็ต่างแยกย้าย จะมีบางกลุ่มที่ชวนน้องไปต่อ


"นี่เบอร์พี่ เฟสกับไลน์"


"พี่...อัด"


"ครับ"


"พี่อยู่หอพิกุลป่าวครับ"


"อ้อ... ไม่หรอก มีอะไรหรอ"


"ป่าวครับ ไม่มีไร"


"งั้นพี่กลับก่อนนะ"


อัศรีบขอตัวกลับก่อนเพราะร่างกายชักจะไม่ไหวแล้ว ถึงแม้ในใจจะอยากอยู่คุยกับน้องอีกนิด



พอมานั่งคิดย้อนกลับ อัศพบว่าน้องรหัสตัวเองมีบางอย่างที่น่าจะช่วยเหลือเขาได้ แต่นั่นเป็นแค่ข้อสมมติฐานของอัศ






คืนนี้ฝนตก



00.33



เสียงสายฝนที่ตกสาดกระแทกผนังปูนทำให้เหล่าเด็กหอไม่ได้ยินเสียงดังอะไรนอกจากเสียงฝน



อุ้ยที่สะดุ้งตื่นเพราะลืมไปว่าตากรองเท้าผ้าใบไว้ตรงระเบียงเลยรีบเปิดประตูไปเก็บ


สายตาก็มองไปเห็นผู้ชายสวมเสื้อกันฝนสีเทายืนมองมาที่ห้องพวกเขา ทุกครั้งที่ฟ้าแลบสาดแสง ผู้ชายคนนั้นก็จะย้ายตำแหน่งเข้ามาใกล้ตึกเรื่อยๆ


พอจ้องมองๆ


ผู้ชายคนนั้นมีรูปร่างลักษณะเหมือนพี่รหัสไอ้ดินไม่มีผิด เพียงแต่ท่าทางโคตรแปลก


ดูแข็งทื่อผิดปกติ


อุ้ยพยายามมองฝ่าสายฝน มองไปให้แน่ใจว่าใช่จริงๆไหม พอเสียงฟ้าร้องดังเปรี้ยง ชายคนนั้นก็เงยหน้ามาหาอุ้ย


ใบหน้าซีดขาวราวกับศพ พร้อมดวงตาแดงก่ำมองมาที่อุ้ยราวกับรู้ว่าถูกจ้องมอง


อุ้ยสะดุ้งถอยหลังชนประตู 



ก่อนที่จะพบว่า ผู้ชายในชุดกันฝนนั้นหายไปแล้ว


"เชี่ยนั่นพี่อัศป่าววะ... น่ากลัวเหี้ยๆ"

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #1 Marysweet (@Marysweet) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 เมษายน 2562 / 23:37

    หนุกมาก
    #1
    0