' รฤกรัก ' (Yaoi) สนพ. everY ในเครือแจ่มใส

ตอนที่ 7 : บทที่ ๕ : 'ผีมันหลอก' [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 43,774
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 213 ครั้ง
    1 ก.พ. 61

* เรื่องประวัติศาสตร์ชาติไทย หากมีผิดพลาดประการใด ติติงได้เลยนะคะ คนเขียนก็ไม่ได้แม่น อาศัยหาข้อมูลเอา อาจมีพลาดบ้าง ขอบคุณค่า






บทที่ ๕

‘ผีมันหลอก'

 

 

            บัวตาเบิกค้าง ไม่อยากเชื่อว่าจะเห็นร่างสูงใหญ่เทียมยักษ์ของพี่สุดหล่ออยู่ตรงหน้าโดยที่ไม่ต้องทำสมาธิสักนิด มิหนำซ้ำตอนนี้อีกฝ่ายยังอยู่ติดกับบัวจนมองเห็นทุกเส้นขน จริงอยู่ที่ร่างนั้นไม่ถึงกับเป็นวัตถุแข็งตันแบบมนุษย์ ทว่าก็เสมือนจริงราวกับภาพโฮโลแกรมสามมิติที่วง X-Japan กับวง D2B เคยนำภาพเคลื่อนไหวสมาชิกที่ล่วงลับไปแล้วมาใช้เทคโนโลยีฉายขึ้นเวทีคอนเสิร์ต

            ใบหน้าของผีตรงหน้ายียวน ดวงตาโตคมกะพริบตาปริบๆ ทำท่าประหนึ่งใสซื่อไม่รู้ร้อนรู้หนาวแต่กลับเจ้าเล่ห์กรุ้มกริ่มจนบัวนึกเขิน แม่เจ้าโว้ย เป็นแค่ผีกรุงเก่าต้องหล่อขนาดนี้ด้วยเหรอ... ใครก็ได้เอาความหล่อไม่บันยะบันยังของพี่ชานยอลไปเก็บหน่อย บัวจะยืนไม่อยู่แล้ว มันเหมาะสมกับแฮชแท็ก #ผีหล่อบอกต่อด้วย จริงๆ

            (แม่ง! พี่แกต้องขัดใจแน่ๆ ที่มึงไม่ยอมไปถอนสาบานสักที ขู่ก็แล้วอะไรก็แล้วมึงก็หาทางไม่ได้ พี่แกเลยมาสร้างเรื่องกระตุ้นแบบนี้ บ่าฮ่ายอก!)

            แม้เสียงสบถหัวร้อนของหาญเพื่อนยากจะลอยมาแบบนั้นบัวยังคงพูดอะไรไม่ออก ผีมันหลอกกันหนักขนาดนี้ใครจะไปตั้งตัวได้ แถมบัวก็ไม่ได้ไม่อยากเห็นพี่สุดหล่อ ก็เล่นหล่อขนาดนี้ใครมันจะไม่อยากเห็นเล่า

            (บัว! มึงลองหลับตา! มึงลองหลับตาแล้วสวดนโมตัสสะ ลืมตาขึ้นมาอาจจะไม่เห็น -- )

            พรึ่บ!

            บัวตกใจจนสะดุ้งเมื่อสายของหาญที่ค้างอยู่ในไอโฟนบนพื้นจู่ๆ ก็ดับไปคาตา มิหนำซ้ำจอเครื่องยังมืดไปเลยเหมือนแบตหมด พี่สุดหล่อก้มตัวลงจนใบหน้าอยู่ระดับเดียวกับใบหน้าของบัว

            ‘แม่บัว'

            “...”

            ‘แม่บัวของพี่ น้องจะมิพูดกระไรเลยรึ'

            ตกใจอยู่เว้ย!

            ‘นี่พี่เอง ผัวรักของน้องอย่างไรเล่า'

            ...ผัวบ้าอะไรล่ะ!!

            ร่างสูงกระตุกยิ้มขำจนเส้นริ้วที่หางตาทั้งสองข้างปรากฏขึ้นเมื่อบัวแว้ดเสียงเขียว สองแก้มนวลของร่างเล็กเห่อร้อนที่ถูกผีกระเซ้าซึ่งหน้า พี่ชานยอลยังคงมองบัวอยู่เช่นนั้น ก่อนจะเอ่ยเสียงนุ่ม

            ‘ยามเจ้าขวย ยังน่ารักเช่นเดิมนะเจ้า'

            “น่ารักอะไร..."

            บัวแก้มแดงก้มหน้าเดินหนีไปทางอื่น แต่ก็มิวายถูกเจ้าผีตัวร้ายตามดักหน้าจนไปไหนไม่ได้ นั่น... เอาแล้วไง สงสัยจะโดนผีหลอกอีกรอบแน่ๆ หลอกกลางค่ำกลางคืนแบบนี้ท่าทางบัวจะหนีไปไหนไม่รอด เห็นทีต้องสมยอมให้ผีปล้ำแล้วล่ะ

            ‘นี่ในหัวออเจ้าคิดเรื่องอื่นกับพี่บ้างมิได้รึ นอกจากเรื่องเสพสังวาส หรือรูปทรัพย์ของพี่มันงามจนทรมานใจหล่อนนัก’

            กรี๊ดๆๆๆๆ !!!

            บัวแหกปากร้องกรี๊ดเพราะอายจนทนไม่ไหวที่ถูกอ่านใจออก สองแก้มเห่อร้อนขึ้นมาราวกับถูกไฟจี้ ว่าแต่... สมัยอยุธยามีศัพท์คำว่าน่ารักใช้แล้วเหรอ แต่ในเมื่อพี่ชานยอลพูดออกมาได้ก็แปลว่าต้องมีแหละ

            ‘เอ้า หากน้องกระสันนักก็บอกพี่ ยุคนี้แล้วเราควรได้พูดเปิดอก อย่าได้เล่นตัวไปเลยแม่คุณเอ๋ย'

            “บัวเปล่าสักหน่อย!!!”

            บัวอยากจะบ้าตายกับแต่ละคำพูดคำจาที่พี่ชานยอลพูดออกมา มิหนำซ้ำยังพูดด้วยหน้าตาขี้เล่นและท่าทางเปิดเปลือยอย่างนั้น เห็นได้ชัดว่าจงใจแกล้งบัวให้เขินจนอยากมุดดินหนี ไม่รู้ว่านิสัยเป็นอย่างนี้ตั้งแต่ก่อนตายแล้วหรือเปล่า เพราะถ้าเป็นมานานแล้วก็ถือว่ามาถูกทางมาก... บัวชอบผู้ชายขี้เล่นปนหื่นนิดๆ ส่วนหนึ่งที่เขินจนดิ้นอยู่ตอนนี้นี่ไม่ใช่อะไรหรอก ชอบ!!

            ‘เช่นนั้นน้องก็มาเถิด มาซานซบสยบทรวง ณ อกพี่ แล้วระลึกความหลังครั้งเก่าก่อนกันดีกว่า มาสิจ๊ะแม่...'

            ไอ้บ้า!!!

            บัวร้องด่าแล้วหยิบหนังสือฝรั่งเศสปนพื้นปาใส่ผีลามกที่บังอาจมาพูดเสียงกระเส่าใส่ แต่หนังสือกลับทะลุผ่านร่างสูงนั้นไปจนทำให้บัวถึงกับอึ้ง บัวมัวแต่เขินแล้วก็ตื่นเต้นจนลืมไปเลยว่าผีอย่างไรก็คือผี แล้วเราจะจับต้องกันได้อย่างไร...

            ‘จับได้'

            วืดดด

            “...!!!”

            ‘สัมผัสได้แนบแน่นเช่นนี้เลยแหละเจ้า...’

            บัวตาเบิกโพล่งเมื่อจู่ๆ ร่างก็ลอยหวือเข้าไปอยู่ในอ้อมแขนแข็งแรงของร่างสูงใหญ่ ก่อนอีกฝ่ายจะก้มหน้าลงมาส่งยิ้มละไมแล้วยักคิ้วให้ แล้วผีทะลึ่งก็ขโมยหอมแก้มบัวฟอดใหญ่จนบัวต้องร้องอุทานเพราะไม่ทันตั้งตัว

            ‘ชื่นใจพี่นักน้องบัวเอ๋ย'

            แก้มนวลถูกชื่นชมเสียจนแทบช้ำ ก่อนมือใหญ่จะกดศีรษะทุยจนแทบจมบ่าขวาตน เพราะบัวสูงเพียงเลยหัวไหล่ของพี่ชานยอลนิดเดียวเท่านั้น เรียกว่าปริ่มทีเดียว ชาติที่แล้วที่เป็นหญิงบัวคงสูงเพียงอกของอีกฝ่าย หรือเผลอๆ จะสูงไม่ถึง

            กลิ่นหอมเย็นแบบโบราณตลบอบอวลไปทั่วห้อง สัมผัสที่บัวกำลังได้รับไม่ได้อบอุ่นหรือร้อนรุ่มอย่างผิวมนุษย์หากทว่าเป็นสัมผัสเบาเบาสบายเย็นซาบซ่าแบบที่บัวก็อธิบายไม่ถูก นึกแล้วขอบคุณสวรรค์ที่ผีเจ้ากรรมนายเวรของบัวมาในร่างหล่อไร้เทียมทานรังสีผัวสาดแสงแรงกล้าเช่นนี้ เพราะถ้ามาแบบร่างเน่าๆ มีหนอนชอนไช อดีตเคยหล่อแค่ไหนก็เห็นทีบัวจะต้องขอถอยร่น

            “พี่... พี่มาจากไหนนะจ๊ะ...”

            บัวชวนคุยเพราะไม่อาจทนอยู่ในสภาพเขินอายแบบนี้เฉยๆ ได้

            ‘พี่มาจากกรุงศรีฯ’

            “อันนั้นรู้ แต่กรุงศรีอยุธยามันก็มีหลายช่วงนี่นา พี่บอกมาทื่อๆ แค่กรุงศรีฯ บัวไม่รู้หรอก”

            ‘พี่มาจากรัชสมัยของขุนหลวงฯ’

            “...”

            บัวใบ้กินไปเลยเมื่อได้ยิน ในหัวมีแต่เครื่องหมายคำถามร้อยอัน ขุนหลวงฯ นี่ยุคไหนวะ... เด็กเอกฝรั่งเศสอย่างบัวที่ไม่ได้เรียนโบราณคดีหรือเอกสังคมรู้จักก็แค่สมเด็จพระนเรศวร พระนารายณ์ อย่างเก่งขึ้นมาหน่อยก็รู้จักสมเด็จพระเอกาทศรถ และพระเจ้าอู่ทอง ส่วนขุนหลวงฯ บัวหมดปัญญาจะรู้ได้จริงๆ

            ยิ่งค้นในหัวก็ยิ่งรู้สึกโง่ บัวรู้สึกเหมือนว่าทั้งชีวิตจะไม่เคยได้ยินชื่อกษัตริย์พระองค์นี้เลย ช่างเป็นความอับปัญญาของคนกรุงรัตนโกสินทร์อย่างบัวโดยแท้

            โถ ถ้ารู้ว่ามีแฟนจากชาติที่แล้วเป็นผีกรุงศรีฯ สมัยเรียนวิชาสังคมตอนมัธยมฯ ก็จะตั้งใจเรียนอยู่หรอก ว่าแต่ทำไมพี่ไม่เกิดในยุคที่มันดังๆ กว่านี้ล่ะจ๊ะพี่สุดหล่อออออ

            ‘ขุนหลวงฯ  ขุนหลวงบรมโกศแห่งราชวงศ์บ้านพลูหลวงอย่างไรเล่า'

            “...” ไม่รู้จัก...

            พี่ชานยอลถึงกับละตัวบัวออกมาจากอ้อมกอดเพื่อมองหน้าให้ชัดๆ และก็คงเห็นว่าสีหน้าสีตาของบัวมันเหมือนควายเต็มที

            ‘แม่บัว ขุนหลวงบรมโกศ คือสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ แม่บัวพอจะคุ้นบ้างหรือไม่'

            ...ไม่เข้าใจ... ใครก็ได้แปลไทยเป็นไทยให้หน่อย

            'พระองค์เป็นพระราชบิดาของเจ้าฟ้าเอกทัศน์อย่างไรเล่า'

            “อ๋อๆๆๆ!” บัวรีบร้องออกมาเมื่อได้ยินชื่อที่คุ้นหู "บัวรู้จักพระเจ้าเอกทัศน์ กษัตริย์คนสุดท้ายของอยุธยาใช่ไหมจ๊ะ"

            พี่ชานยอลยิ้มอบอุ่นเช่นเดิมออกมาได้

            ‘นั่นล่ะจ้ะแม่ พี่เกิดสมัยขุนหลวงฯ หากแต่หมดบุญเมื่อสมัยเจ้าฟ้าเอกทัศน์'

            บัวพยักหน้าหงึกหงักอย่างเข้าใจ เห็นทีจะต้องไปเสิร์ชกูเกิ้ลอ่านเรื่องสมัยนั้นให้เยอะๆ ทุกวันนี้ความรู้ประวัติศาสตร์ของบัวต่ำเตี้ยเรี่ยดิน ว่าแต่อย่างนี้พี่ชานยอลก็เป็นชายสองแผ่นดินน่ะสิ เหมือนบัวตอนนี้เลย... ตอนนี้บัวเองก็เป็นคนสองแผ่นดินแล้ว

            ‘ผิดแล้ว พี่เป็นชายสามแผ่นดิน หาใช่แค่สองแผ่นดินเยี่ยงน้องไม่'

            “อ้าว"

            ‘เจ้าลืมนับขุนหลวงหาวัด เจ้าฟ้าอุทุมพรผู้ครองราชย์ต่อจากพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ ก่อนท่านจะสละราชสมบัติให้ขุนหลวงขี้เรื้อนผู้เป็นพี่ชาย'

            “ครับ"

            บัวพยักหน้า สารภาพว่ายังงงแต่จะไม่พูดออกไปหรอก เอาเป็นว่าเดี๋ยวบัวค่อยไปศึกษาเอาเอง สรุปคือมีสามขุนหลวงฯ ขุนหลวงบรมโกศ ขุนหลวงหาวัด แล้วก็ขุนหลวงขี้เรื้อน ทั้งสามพระองค์เป็นกษัตริย์ครองราชย์กันมาตามลำดับ ขุนหลวงบรมโกศเป็นพ่อ ส่วนสองขุนหลวงฯ ท้ายเป็นพี่น้องกัน โอเคๆ จดไว้ในใจก่อน

            ว่าแต่... นี่บัวบ้าไปแล้วรึเปล่านะ ทำไมบัวถึงได้พูดคุยกับเจ้ากรรมนายเวรตัวเองได้เป็นวรรคเป็นเวรแบบนี้

            เสียงหัวเราะเบาๆ ดังให้ได้ยินเข้าหู

            ‘น้องไม่ได้บ้า และมิได้ฝัน นี่คือความจริง'

            “ทำไม... แล้วทำไมบัวถึงพูดกับพี่ได้"

            ‘เพราะน้องไปถอนสาบานกับไอ้จันมา และพี่ก็กรรมฐานปฏิบัติหนักอยู่หลายขวบปี จนกระทั่งพี่ได้อยู่เคียงข้างน้องอีกครั้งตั้งแต่เมื่อห้าปีก่อน จนบัดนี้ สิ่งที่ขวางกั้นระหว่างเราได้หายไปแล้ว พี่จึงปรากฏตัวให้น้องเห็นได้’

            เข้าใจแล้ว...

            บัวพยักหน้าหงึกหงัก ก่อนจะยกมือหนึ่งขึ้นมาเกาแก้มตัวเองแก้เขิน ถ้าเป็นสมัยก่อนเขาก็เรียกว่าแก้ขวยสิเนี่ย...

            “ว่าแต่... พี่ชื่ออะไรกันแน่อ่ะจ๊ะ"

            ‘...ก็ชื่อชานยอลนั่นปะไร'

            “บ้า!" บัวร้องเสียงหลง ไม่ยอมรับเด็ดขาด "ดีนะไม่บอกว่าชื่อกงยูแบบก๊อบลิน จะบ้าตาย"

            ‘กอบ-ลิ้นคือสิ่งใด'

            “...”

            'คล้ายกับกวาดลิ้นหรือไม่'

            บัวเงียบไป ตอนนี้สีหน้าพี่ชานยอลคงไม่ต่างอะไรกับตอนที่บัวงงเรื่องขุนหลวงฯ มิหนำซ้ำยังดูงงกว่า แถมออกเสียงคำว่าก๊อบลินได้ไทยมาก

            “เอาเป็นว่า บัวไม่เชื่อเด็ดขาดจ้ะว่าพี่ชื่อนั้นน่ะ บอกชื่อจริงๆ มาเถอะ แล้วพี่ไปเอาไอ้ชื่อชานยอลนี่มาจากไหนเนี่ย"

            บัวเงยหน้าขึ้นจ้องหน้าอีกฝ่ายอย่างจริงจัง ก่อนจะเห็นว่าพี่สุดหล่อผินหน้าหนีไปด้านข้างพร้อมมองไปทางอื่น ไม่ยอมสบตาบัว หูของร่างสูงใหญ่แดงขึ้นมา ท่าทางก็คงจะอายไม่น้อยเหมือนกันที่มาโกหกหลอกลวงด้วยชื่อเกาหลีบ้าๆ แบบนั้น

            ‘ก็น้องชอบมิใช่รึ...’

            “ชอบอะไร?”

            ‘เจ้าหมอชานยอลนั่นน่ะ'

            บัวหัวเราะกิ๊กออกมาเมื่อพี่สุดหล่อพูดถึงนักร้องเกาหลีที่บัวกรี๊ดหนักมาก แถมยังเอาโปสเตอร์มาติดไว้ในห้องด้วย คอนเสิร์ตถ้าหาบัตรได้ก็ไปขนาดไม่ค่อยมีตังค์จะกิน นี่ทิศทางที่พี่ชานยอลมองไปมันคือกำแพงที่บัวติดโปสเตอร์ที่แถมมากับอัลบั้มนี่นา

            “ก็ชอบจ้ะ แต่มันไม่ใช่ชื่อพี่นี่ บอกชื่อจริงๆ มาเถอะ"

            ‘...พี่ไม่บอกน้องดอก'

            ผีตัวสูงเดินหนีไปอีกทาง ท่าทางขัดเขินของอีกฝ่ายทำให้บัวอดที่จะหัวเราะร่วนไม่ได้

            “ทำไมอ่ะ ชื่อโบราณมากเลยเหรอ ไม่เป็นไรหรอกบัวรับได้ ไหนบอกมาหน่อยเร้วว”

            ‘เจ้าล้อพี่'

            “บัวไม่ได้ล้อนะ”

            ‘พอเถิด พี่ไม่พูดกับน้องแล้ว'

            “อ้าว! ไปไหนแล้วอ่ะพี่ชานยอล พี่ชานยอล!!”

            บัวร้องไปทั่วห้องเมื่อจู่ๆ คนตัวสูงก็หายไปเลย ท่าทางจะงอนจนหนีไป บัวเรียกอีกฝ่ายอยู่นานสองนานจนสุดท้ายก็เลิกเรียก บัวทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้กินข้าว

            “ผีอะไรวะ หัวไม่ล้านดันขี้ใจน้อยไปได้ ถึงจะผมบางก็เหอะ...”

            ‘เกิดเป็นชายชาวสยามตามวิสัย

            หนังสือไทยก็ไม่รู้ดูบัดสี

            ต้องอับอายขายหน้าทั้งตาปี

            ถึงผู้ดีก็คงด้อยถอยตระกูล'

            “เอ้า!”

            บัวร้องออกมาเมื่อมีเสียงหลอกด่ามาเป็นกลอนของสุนทรภู่เรื่องบัวไม่รู้ประวัติศาสตร์สมัยกรุงศรีอยุธยา โด่ ก็มันไม่อยู่ในความสนใจนี่หว่า ว่าแต่พี่สุดหล่อนี่ครั้งนี้ขี้เกียจแต่งกลอนเหรอถึงไม่แต่งเองแต่เอาของคนอื่นมาใช้

            “โด่เอ๊ย อายเรื่องชื่อจนหนีไปยังจะมาหลอกด่าบัวอีก กะจะเบี่ยงประเด็นเรื่องตัวเองล่ะซี่"

            ...ไม่มีเสียงตอบรับอะไรทั้งสิ้นไม่ว่าบัวจะยั่วขนาดไหน บัวรอจนท้อใจแล้วเริ่มจะงอนบ้าง

            “ทีพูดเรื่องผมบางนี่มาเร็วเชียวนะ"

            ‘...’

            "เออ จะไปไหนก็ไปเลย แล้วจำไว้เลยนะ ฮึ นอนแล้วก็ได้"

            บัวตะโกนลั่นห้องแล้วเข้าอาบน้ำผลัดเสื้อผ้า จากนั้นก็ออกมาปิดไฟนอน แต่ถึงอย่างนั้นก็นอนไม่หลับเพราะว่าในใจมันรอพี่ชานยอลอยู่ เพิ่งได้คุยกันแค่นั้นอีกฝ่ายก็แสนงอนจนหนีไปซะแล้ว ผู้ชายอกสามศอกอะไรว้า...

            ทว่าสุดท้ายรอกว่าสามชั่วโมงอีกฝ่ายก็ไม่ปรากฏร่าง หรือว่าจะไม่อยู่ตรงนี้แล้วจริงๆ... บัวถอนใจพลางพลิกตะแคงร่างนอนพักผ่อน คอยดูนะ จะไม่ทำบุญให้แล้ว จะปล่อยให้ขาดบุญเสียให้เข็ด ให้ต้องมาปรากฏตัวร้องขอบุญจากบัวเลย


 

- รฤกรัก -

 

           

            ถึงบัวจะคิดอย่างนั้นแต่มันก็แค่ความคิดชั่ววูบเท่านั้นแหละ สุดท้ายวันรุ่งขึ้นบัวก็แหกขี้ตามาใส่บาตรพระทำบุญให้พี่สุดหล่อพ่อคุณพ่อทูนหัวอยู่ดีด้วยหวังใจว่าจะหายงอนแล้วมาปรากฏตัวให้เห็น ถ้าไม่อยากบอกชื่อเรื่องบัวจะไม่ถามแล้วก็ได้ อยู่ๆ กันไปสักวันก็คงรู้ไปเอง

            และด้วยความที่วันนี้เป็นวันเสาร์อันเป็นวันหยุด เดย์ที่รู้สึกช่วงนี้ดวงตกเพราะถูกยัยพราวฟ้ากลั่นแกล้งชิงผลงานไปจึงนัดบัวไปหาที่ศาลหลักเมือง เห็นว่าอยากจะไหว้เสริมดวงให้เป็นสิริมงคลสักหน่อย เสร็จแล้วจะไปวัดโพธิ์กับวัดแจ้งต่อ ถ้าเป็นไปได้เดย์อยากไหว้พระให้ครบเก้าวัดด้วยซ้ำแต่เวลาคงไม่พอ เรื่องบอกบุญอย่างนี้แน่นอนว่าบัวก็ไปอยู่แล้ว นึกครึ้มบัวเลยนัดหาญให้ออกมาหาด้วยเพราะซันบินไปกรุงปรากหาญอยู่คนเดียวก็คงว่าง หาญตอบตกลงเพราะมีคิวดูดวงแค่ตอนเช้าเท่านั้น ก็เลยเป็นอันว่าทั้งสามหน่อจะไปเจอกันประมาณบ่ายโมงตรง เป็นเวลาที่แดดกำลังร้อนดีทีเดียว

            “ใจเย็นเน้อ...”

            “ใจเย็นบ้าอะไรอ่ะ แม่งงานกูทำแทบตาย เสือกชิงเอาไปเสนอเจ้านายบอกมันเป็นคนทำ แล้วเจ้านายกูก็ไม่ไต่สวนทวนความเลย เชื่ออีเวรนั่นเสียงั้นอ่ะ โง่อย่างมันเนี่ยนะจะทำงานนี้ได้ กูนี่อยากจะเม้งในห้องประชุมแต่ก็ทำไม่ได้ ได้แต่อดทน สงสารตัวเองฉิบหาย"

            “ก็นี่ไงเดย์ มึงก็มาไหว้พระแล้วไง เดี๋ยวอะไรๆ ก็ดีขึ้น" บัวตบบ่าเพื่อนหลังจากที่หาญปลอบอยู่นานสองนานแล้วเดย์ไม่สงบลงแม้แต่น้อย ตอนนี้ทั้งสามกำลังหาไอศกรีมกินแถววัดอรุณราชวราราม หรือที่ทุกคนนิยมเรียกกันว่าวัดแจ้ง นั่งเรือข้ามฟากมาจากวันโพธิ์แบบนี้ก็ดีเหมือนกัน ประหยัดเวลาไปได้มาก

            “ไอ้หาญมึงดูดวงให้กูหน่อยดิ ได้ป่ะ"

            “ได้ๆ ตั๋วก็ไปหาเฮาที่บ้านสิ นัดมาเลยเดี๋ยวดูให้"

            “มึงดูคร่าวๆ ตอนนี้ก่อนได้ป่ะ อ่ะ เนี่ย มองหน้ากูแล้วบอก"

            เดย์ที่นั่งรับประทานไอศกรีมอยู่หันไปให้หาญพิจารณาใบหน้าแบบเต็มตา แถมยังยกมือขึ้นเสยผมขึ้นจนหมด กะให้เห็นแบบชัดแจ้งแดงแจ๋ไปเลย

            หาญหรี่ตามองหน้าเพื่อนอยู่นานสองนาน สุดท้ายก็กระตุกยิ้มมุมปากแล้วก้มหน้าลงจ้วงตักไอศกรีมเข้าปากไม่หยุดเสียอย่างนั้น

            “เฮ้ยไรวะ! ท่าแบบนี้คือไรไอ้หาญ ดูมีลับลมคมใน"

            “เปล๊า...”

            “อย่ามา เสียงมึงสูง บอกกูมาเดี๋ยวนี้"

            “เดย์"

            “...” บัวกับเดย์เงียบไปอย่างรอคอย ก่อนหาญจะเอ่ยปากเรื่องอันน่าตกใจออกมา

            “มึงกำลังจะเจอคู่ บอกได้แค่นี้แหละ"

            “ฮะ!” บัวกับเดย์ร้องพร้อมกัน ก่อนเดย์จะพูดอะไรไม่ออก หน้าขึ้นสีชมพูขึ้นมาทันทีเมื่อถูกหาญพูดแบบนั้นใส่ ส่วนบัวยกมือขึ้นปิดปาก หาญพยักหน้ายืนยันเป็นมั่นเป็นเหมาะ

            “เออ! ถ้าไม่แม่นให้กลับมาเหยียบหน้าได้เน้อ"

            “...”

            “อยากรู้ลึกว่านี้ดูไม่ได้ล่ะ ตั๋วต้องไปหาเฮาที่บ้าน ต้องใช้สื่อนำทางหน่อย"

            “เออโอเค ไว้เดี๋ยวไลน์นัดไป เอาไอ้เรื่องเนื้อคู่นี่ไว้ก่อน สนแต่เรื่องงาน ช่วงนี้แม่งรู้สึกดวงตกอย่างแรง เบื่ออีพราวฟ้ามากอ่ะ ทำยังไงมันจะหายๆ ไปนะ" พอวกกลับมาเรื่องเดิมเดย์ก็ยังหงุดหงิดไม่เลิก

            “แก้ที่เขาไม่ได้ก็ต้องแก้ที่ตัวเราเน้อ... เฮาบอกได้แค่นี้แหละ"

            “โว๊ะ มึงนี่ก็สงบสายธรรมะจริง" เดย์บ่นหาญอย่างขัดใจ "กูเห็นใจเย็นกับทุกเรื่องยกเว้นเรื่องอีซัน"

            “อันนั้นก็ต้องแยกกันไป” หาญผัดไปนู่น

            “เออ หาญ เรื่องเมื่อคืนอ่ะ..." บัวเกริ่น

            “ว่ามา กูรอฟังนานแล้วเนี่ย" หาญถึงกับตบตักอย่างเตรียมพร้อม เดย์มองหน้าทั้งคู่

            “อะไร เกิดอะไรขึ้นที่กูไม่รู้"

            “ฮึ จะมีอะหยังล่ะ ก็พี่ผีเจ้ากรรมนายเวรสุดหล่อของบ่าสาโรชปรากฏตัวให้เห็นไง"

            “ฮ้าาา!!?” เดย์ร้องอย่างเหลือเชื่อ ก่อนบัวจะยกมือขึ้นขัดความตกใจของเพื่อน

            “เอาล่ะๆ อย่าเพิ่งถาม กูกำลังจะเล่าให้ครบๆ นี่ เอาเป็นว่ามึงนั่งฟังไปเดย์"

            ว่าแล้วบัวก็เริ่มเล่าเรียงเรื่องราวทุกอย่างอย่างละเอียดให้ทั้งหาญและเดย์ฟัง ทั้งคู่กรีดร้องโหยหวนกันออกมาประหนึ่งเป็นบัวเองเมื่อบัวเล่าถึงตอนที่ถูกผีหยอด

            “โอ๊ยยย มึ๊งงง กูถึงกับจิกตีนนนน" เดย์ยกมือขึ้นปิดหน้าเหลือแต่ลูกตา ตัวบิดจนจะกลายเป็นเลขแปด นี่หรือคนที่เพิ่งพูดหยกๆ ว่าไม่สนเรื่องความรัก ส่วนหาญเองก็ไม่แตกต่างมากนัก

            “โอ๊ยย ผีอะหยัง เขินขนาดดดดด รังสีผัวสาดแสงส่องโดยแต๊~"

            “หยุด พวกมึงฟังต่อก่อน"

            บัวปรามเพื่อนแล้วเล่าต่อจนครบจบเรื่อง จากนั้นก็ถอนใจ

            “เนี่ยมึง เซ็งไหมล่ะ เขินเรื่องชื่อจนหนีไปแบบนั้นอ่ะ"

            “เอาน่า อย่างน้อยมึงก็ได้เห็นเขาง่ายๆ แล้วนะบัว เชื่อเถอะเดี๋ยวเขาก็ต้องมาอีก"

            บัวดูดน้ำเก๊กฮวยในแก้วแบบเซ็งๆ แล้วก็พยักหน้า "ฮื่อ นี่เมื่อเช้ากูก็ไปทำบุญให้เขามาอ่ะ ขอให้หายงอนเร็วๆ เถอะ อยากเจออีกแล้วเนี่ย เออ แต่กูก็ใส่บาตรธรรมดานะ น้ำ นม ข้าว กับข้าว ลุกตื่นมาทำตอนตีห้า ไม่ได้หายาส้งยาเส้นอะไรใส่ให้ ไม่รู้จะพอใจเปล่า"

            “ไม่ต้องหรอก...”

            หาญที่นั่งฟังเฉยๆ อยู่นานเอ่ยขึ้นทำเอาทั้งบัวทั้งเดย์หันไปมองหน้า

            “ไม่ต้องอะไรของมึง" เดย์เป็นฝ่ายเอ่ยถาม

            หาญสบตาบัวแน่นิ่ง ก่อนจะเอ่ยอีกครั้ง

            “ไม่ต้องใส่ยาเส้นให้พี่เขาหรอก"

            “...ทำไมล่ะ"

            เป็นบัวเองที่อดสงสัยไม่ได้จนต้องถามออกมา ก่อนหาญจะยิ้มเล็กๆ

            “ก็มึงพูดไว้ว่า เกลียดผู้ชายสูบบุหรี่ไม่ใช่เหรอ"

            “...”

            บัวหน้าขึ้นสีระเรื่อ พาลคิดไปถึงตอนทำบุญยาเส้นครั้งแรกไปให้พี่ชานยอล ใช่ ตอนนั้นบัวพูดอย่างนั้นจริงๆ แล้วบัวก็ตักบาตรอยู่คนเดียวด้วย แล้วหาญรู้ได้อย่างไร

            หรือว่า...

            หาญเอ่ยต่อแบบล้อๆ

            “อะไรที่น้องไม่ชอบ พี่มิกล้าหรอกจ้าาา"

            “...”

            “...”

            “...ไอ้...สัด"

            บัวหลุดปากออกมาได้แค่นั้น

            “มึงด่าใครวะบัว" เดย์รีบถาม

            “เปล่า...”

            “...”

            “...”

            ทั้งหาญทั้งเดย์มองหน้าบัวแน่นิ่ง ก่อนเจ้าบัวตัวจ้อยจะตะโกนออกมาลั่นร้าน

            "กูเขิ๊นนนนนนน!!!”

            ไอ้ผีบ้า ไอ้ผีน่าร้ากกกกกกกก #$%^&*()_+


 

 

- รฤกรัก -

           

 

            ไหว้พระตากแดดร้อนๆ เหนื่อยๆ พอรับประทานไอศกรีมกันเสร็จก็ดีขึ้น แล้วในที่สุดก็ถึงเวลาแยกย้าย ทั้งสามนั่งเรือข้ามฟากไปพร้อมกันจากนั้นบัวก็นั่งแท็กซี่เพื่อไปบ้านพี่บุญพี่ชายของตน เนื่องจากสัญญาแล้วว่าคืนนี้จะไปนอนค้างด้วย เสื้อผ้าข้าวของอะไรไม่ต้องเอาไปเพราะบัวมีติดอยู่บ้านพี่บุญอยู่แล้ว ส่วนเดย์กับหาญก็เดินไปเอารถด้วยกัน

            “เฮ้อ...”

            “ถอนใจอะไรวะไอ้หาญ"

            “เฮาห่วงบัว"

            “ห่วงเหรอ?” เดย์เลิกคิ้วพลางถามเพื่อนอย่างไม่เข้าใจ หาญพยักหน้า ดูเครียดไม่น้อย

            “ฮื่อ จะอี้มันผิดธรรมชาติ มานั่งพูดนั่งคุยกับเจ้ากรรมนายเวรของตัวเองจะอี้มันจะไปดีได้จะใด แต่เห็นบัวมีความสุขอยู่เฮาก็บ่กล้าขัด"

            “เฮ้ย คงไม่มีอะไรหรอกมั้ง...” เดย์พยายามปลอบใจตัวเองและหาญแม้หัวใจจะดิ่งวูบไปแล้ว ที่หาญพูดก็ถูกอยู่หรอก แล้วถ้าถามเดย์เอง เดย์ก็ไม่มีความคิดที่อยากจะเห็นผีเจ้ากรรมนายเวรตัวเองสักนิด มันฝืนกฏของโลกไปจริงๆ นั่นแหละ

            “เหอๆ ตั๋วรอผ่อไปเต๊อะ ก็ขอให้ผีดีน่ะดีไปตลอดรอดฝั่งแล้วกัน"

            “เขามาเพราะรักนะ เขาคงไม่ทำอะไรบัวหรอก"

            “ก็ไม่จำเป็นว่าเขาต้องทำอะไรร้ายๆ นี่ คนกับผี... อยู่โตยกันแบบนี้พลังชีวิตมันจะสมดุลหรือ คอยผ่อเต๊อะ อีกสักประเดี๋ยวออกฤทธิ์แน่"

            "..." เดย์พูดอะไรไม่ออก ที่หาญพูดมามันทำให้เขารู้สึกไม่สบายใจอย่างไรก็ไม่รู้

            “บ่าสาโรชควรพูดกล่อมให้พี่เขายอมไปเกิดให้ได้ นี่ที่ไม่ยอมไปเพราะกิเลสตัณหาเรื่องรักล้วนๆ"

            “อืม มันก็สุดแล้วแต่เวรกรรมของเพื่อนเรากับพี่ผีสุดหล่อแล้วล่ะ อย่างไรเสียบัวมันก็ยังโชคดีที่มีมึงคอยปรึกษานะหาญ ถ้ามันหัวเดียวกระเทียมลีบ ป่านนี้วิ่งไปบวชแล้วมั้งเพราะกลัวผีจนนอนไม่ได้แบบนั้น"

            “อืม เฮ้อ" หาญกล่าวได้แค่นั้นแล้วก็กดรีโมทเปิดรถ ก่อนจะหันไปหาเดย์ "เอาไว้จะนัดดูดวงตั๋วก็นัดมาแล้วกัน จะได้หาวันเวลา เฮาไปก่อนเน้อ"

            “จ้า แล้วเจอกันเว้ยเพื่อน"

            จากนั้นทั้งคู่ก็แยกย้ายกันกลับบ้าน โดยที่ตลอดทางหาญกับเดย์หยุดคิดเรื่องบัวไม่ได้เลยสักนาที

 

 

- รฤกรัก -

 

 

            “ทานอีกจานสิบัว"

            “ไม่ไหวแล้วครับพี่มิ้นต์ บัวอิ่มจนจะกลิ้งแทนเดินแล้ว"

            บัวที่เพิ่งกลืนข้าวคำโตรีบบอกพี่สะใภ้ที่ทำท่าจะตักข้าวจากโถมาใส่ให้อีกทัพพี แค่นี้บัวก็อิ่มจนเกินจะอิ่มแล้ว บุญยิ้มปลื้มใจที่เห็นน้องชายเคี้ยวหยับๆ ก่อนเด็กน้อยทั้งสองจะปรบมือแปะๆ

            “อาบัวอิ่มแล้ว~”

            “อาบัวขี้แพ้~”

            “หนอยแน่ะ แอลมอนด์ อลัน อาน่ะไม่ได้ขี้แพ้หรอกนะ อากินไปตั้งสองสามจานแล้ว แต่เราสองคนเนี่ยสิจานแรกยังไม่หมดเลย เดี๋ยวอาก็ตีผัวะๆ ให้หรอก"

            บัวหันไปขู่หลานๆ เรียกเสียงหัวเราะจากเด็กๆ ก่อนทั้งครอบครัวจะรับประทานเสร็จแล้วบัวก็ไปช่วยพี่มิ้นต์กับแม่บ้านล้างจาน หากว่าพี่มิ้นต์ก็ขอให้บัวช่วยพาลูกๆ ของเธอไปอาบน้ำแปรงฟันทำการบ้านให้แทน บัวจึงทำตามนั้น พอทั้งคู่ทำการบ้านเสร็จก็มาฟัดเล่นกับอาสุดที่รักเป็นยกใหญ่จนบัวแสนเหนื่อยแทบจะต้องอาบน้ำล้างเหงื่ออีกรอบกันเลยทีเดียว

            “อาบัวทำไมไม่มาอยู่กับแอลมอนด์กับพี่อลันล่ะคะ"

            “นั่นสิคับ อลันอยากให้อาบัวมาอยู่กับอลันกับแอลมอนด์"

            บัวที่ปิดหนังสือนิทานภาษาอังกฤษในมือที่เพิ่งอ่านให้หลานๆ ฟังจบแทบจะน้ำตาไหล มีหรือที่บัวจะไม่รักหลานๆ ที่น่ารักขนาดนี้แล้วไม่อยากมาอยู่ด้วย แต่บัวจะมาเป็นภาระให้พี่ชายกับพี่สะใภ้เพิ่มอีกหนึ่งชีวิตไม่ได้หรอก มือบางยกขึ้นกรีดน้ำตาบนดวงตาตัวเอง ก่อนจะหันไปส่งยิ้มละมุนให้หลานๆ แล้วตอบ

            “ก็เพราะว่าอามีงานที่ต้องทำไงครับ อาก็เลยมาอยู่กับหลานๆ ที่บ้านหลังนี้ไม่ได้"

            “แต่คุณพ่อบอกว่าเพราะอาบัวดื้อค่ะ อาบัวดื้อกว่าพี่อลันกับแอลมอนด์มัดรวมกันอีก" เจ้าคนน้องเอ่ยขึ้นมา

            “โถ คุณพ่อเขาก็คิดแบบคุณพ่อ แต่อาก็มีความคิดของอา เอาเป็นว่าอามาอยู่กับแอลมอนด์กับอลันยังไม่ได้ แต่อาจะมาเยี่ยมบ่อยๆ นะครับ"

            “ฮืออ ไม่เอา อลันอยากให้อาบัวอยู่ด้วยกันตลอดไปเลยนี่คับ"

            “แอลมอนด์ก็เหมือนกันค่ะ อาบัวอยู่กับแอลมอนด์นะคะ นะคะ นะคะ นะคะ"

            หลังจากนั้นเจ้าสองแสบก็กอดแขนบัวทั้งสองข้างพลางร้องโยเย บัวแทบจะร้องไห้ออกมาแต่ก็ต้องข่มในอก อีกส่วนที่ไม่ยอมมาอยู่ที่นี่มันไม่ใช่แค่เพราะบัวไม่อยากเป็นภาระให้ใคร แต่บัวไม่อาจทนดูภาพครอบครัวที่แสนสุขโดยที่ตัวเองเป็นเพียงส่วนเกินได้... บัวรู้ว่าบัวคิดมาก แต่บัวห้ามความคิดตัวเองไม่ได้ แม้ทุกครั้งบัวจะมีความสุขที่ได้อยู่กับหลานๆ แต่ลึกๆ ในใจมันเจ็บปวดสิ้นดี

            ถ้าเลือกเกิดได้... บัวก็อยากเป็นลูกผู้ชายเต็มตัวอย่างที่บิดาต้องการ หรือไม่อย่างนั้นก็เป็นผู้หญิงแท้ๆ ไปเลย บัวจะได้แต่งงานแต่งการมีครอบครัวที่อบอุ่นอย่างพี่ชายตัวเอง

            ...ที่นี่มันไม่ใช่ที่ของบัว...

            “พอเลย ถ้าทำแบบนี้วันหลังอาไม่มาหาแล้วนะ เข้านอนได้แล้วครับ จะสามทุ่มอยู่แล้ว"

            บัวก้มหอมแก้มใสของหลานๆ ทั้งสอง ฟัดเล่นเรียกเสียงหัวเราะคิกคักอีกนิดแล้วจึงได้ปิดไฟเดินออกมาจากห้องหลานๆ พอออกมาก็เจอกับพี่บุญที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จพอดี

            “ฮั่นแน่ ร้ายนักนะพี่บุญ เอาหลานๆ มากล่อมบัว อย่าคิดนะว่าบัวจะไม่รู้ทันพี่" บัวชี้นิ้วใส่หน้าพี่ชาย บุญยิ้มจนหางตาโค้งลง

            “แล้วสำเร็จไหม"

            “ไม่ล่ะ บัวยืนยันคำเดิมนะว่าบัวยังอยากอยู่คนเดียว"

            “เฮ้อ" นายแพทย์หนุ่มถอนใจอย่างกลัดกลุ้มเสียเต็มประดา พยายามจะยกคุณภาพชีวิตของน้องชายตัวเองแต่อีกฝ่ายก็ให้ความร่วมมือเลย บุญตั้งท่าจะบ่นยาว

            “ทะเลาะอะไรกันอีกจ๊ะสองพี่น้อง ดึกแล้วน่าไม่เอาๆ มา บัวตามพี่มานี่ดีกว่า พี่เตรียมห้องนอนไว้ให้แล้ว"

            “คร้าบพี่มิ้นต์"

            บัวแลบลิ้นปลิ้นตาใส่พี่ชาย แล้วจึงเดินตามหลังพี่สะใภ้ไปยังห้องนอนกว้างใหญ่ห้องเดิมที่เคยมานอน พี่มิ้นต์เปิดประตูให้ แอร์เย็นฉ่ำลอยออกมากระทบผิวเนื้อแขกของบ้าน

            “หลับให้สบายนะบัว พี่ฉีดสเปรย์ปรับอากาศให้ด้วย มีอะไรก็มาเคาะห้องเรียกพี่ได้นะ ส่วนพวกโทรศัพท์มือถือกระเป๋าสตางค์อะไรพี่ก็ให้แม่บ้านเอาขึ้นมาให้แล้ว"

            “ครับ ขอบคุณมากนะครับพี่มิ้นต์"

            “จ้า ยังไงพรุ่งนี้เดี๋ยวพี่มาปลุกเรียกทานข้าวเช้านะ ไม่ต้องรีบตื่น"

            “โหย เกรงใจแย่เลยครับ เดี๋ยวบัวตื่นมาช่วยดีกว่า"

            “ไม่ต้องหรอก พักผ่อนเยอะๆ นะบัว"

            จากนั้นพี่มิ้นต์ก็จากไป บัวเข้าไปในห้องนอนพลางเสียบปลั๊กชาร์จแบตเตอร์รี่โทรศัพท์มือถือของตัวเอง ชาร์จไปก็นอนคว่ำสไลด์ดูนู่นดูนี่ไปด้วย พวกน้องกวางขอเลื่อนเรียนพิเศษจากวันอังคารไปเป็นวันพุธเพราะวันพฤหัสบดีจะมีสอบย่อย บัวตอบตกลงไปเพราะอย่างไรตอนนี้ก็มีสอนกลุ่มใหญ่กลุ่มนี้อยู่กลุ่มเดียวอยู่แล้ว ส่วนน้องอีกคนติดต่อมาขอเรียนเดี่ยวทุกวันจันทร์ตอนบ่ายหนึ่งครึ่งเพราะผู้ชายห้องน้องเรียนรด. เวลานี้ บัวรีบตอบตกลงทันใด ช่วงนี้งานเข้ามือไม่หยุดดีจริง อีกหน่อยบัวอาจจะโด่งดังจนแข่งกับสมาคมไทย-ฝรั่งเศสได้ก็ได้ (เพ้อเจ้อ)

            กำลังเล่นไอโฟนเพลินๆ จู่ๆ กลิ่นหอมเย็นที่ไม่ใช่กลิ่นสเปรย์ปรับอากาศของพี่มิ้นต์ก็ลอยตลบอบอวลฟุ้งไปทั่วห้อง กลิ่นคล้ายน้ำปรุงสมัยโบราณเตะจมูกรุนแรง บัวเม้มปาก ก่อนจะค่อยๆ เงยหน้าขึ้นจากโทรศัพท์มือถือ แล้วก็พบกับชายโบราณร่างสูงใหญ่ที่นั่งอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง ใครคนนั้นกำลังนั่งมองบัวด้วยสายตาคมกริบที่บาดผิวเนื้อคนมองให้เลือดซิบได้

            ...อูยยย สุดหล่อที่หล่อมากๆ มาหาแล้วอ่ะ เขินจังเล๊ยยยยยยยยย






--------------------

ตั่วเจ้เจค

30% วันอาทิตย์ที่ 15 ตุลาคม 2017 เวลา 1:28 AM

100% วันอาทิตย์ที่ 15 ตุลาคม 2017 เวลา 12:31 PM


เอวอ่อนชอ้อนองค์ โฉมอนงค์ทรงสาวสวรรค์
หาไหนไม่เทียมทัน ขวัญเนตรพี่นี้น่ารัก
ขาวสุดพุดจีบจีน เจ้ามีสีนพี่มีศักดิ์
ทั้งวังเขาชังนัก แต่พี่รักเจ้าคนเดียว


สมเด็จเจ้าฟ้ากรมขุนเสนาพิทักษ์ หรือที่ชาวกรุงศรีฯ เรียกว่า " เจ้าฟ้ากุ้ง "

ได้ทรงประพันธ์เอาไว้ตั้งแต่สมัยปลายกรุงศรีอยุธยาฯ

เป็นการยืนยันว่า คำว่า "น่ารัก" มีใช้มานานแล้วค่ะ


 ความหมายของคำว่า ' ออเจ้า '

ออเจ้า  หมายถึง (โบ) ส. คําใช้แทนชื่อผู้ที่เราพูดด้วย เช่น ทชีก็ปรับทุกข์ร้อนทางจะอวดมีว่า ออเจ้าเอ๋ยออเจ้าเราค่อยมั่งมีขึ้นถึงเพียงนี้มีเสียกว่า ออเจ้า.(ม. คําหลวง ชูชก), เป็นสรรพนามบุรุษที่ ๒.



- ทอล์ค -


อูยยยยย

ผีขี้หยอดดด ผีกลัวเมียก็มานาจาาาาา T/////T

อะไรที่น้องไม่ชอบ พี่มิกล้านะเหวยยยยยยย

ขวยยย น้องขวยเจ้าค่ะคุณพี่ ขวยแทนแม่บัวเผื่อมิไหวแล้วววววววววว


ส่วนนี้ไม่รู้จะทอล์คอะไรเลยค่ะ แต่ว่าตั้งใจแต่งมาก หวังว่าจะถูกใจกันนะคะ

ที่เรื่องนี้มันปั่นได้ช้าไม่ใช่แค่เพราะเจคทำงานประจำไม่มีเวลานะคะ แต่คือพาร์ทคู่หลักก็ต้องหาข้อมูลกรุงศรีฯ ใช้ภาษาโบราณ พาร์ทคู่รองก็ต้องหาภาษาเหนือ งานหนักมากบ่าเฮ้ย 55555555


ว่าแต่ คู่ของหนูเดย์จะเป็นใครเด้อออออออออ XD


อ่านจบแล้วสกรีมแท็กเป็นกำลังใจให้เจคได้ที่ #รฤกรัก แล้วอย่าลืมคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้นะคะ


เจคจะลงสปอยล์เรื่อยๆ ในแท็ก #รฤกรัก ในทวิตเตอร์นี่แหละค่ะ ใครไม่อยากพลาดก็ฟอลทวิตเค้าไว้ได้น้าาาา @_stargirl666


รักทุกคนเสมอค่า จู๊ฟฟฟฟฟฟฟ


* แอบมาสปอยล์ตรงนี้เป็นกรณีพิเศษ แต่คราวหน้าเจอกันในแท็กทวิตหรือเฟสเพจอย่างเดียวนะจ๊ะ XD







ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 213 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

17,230 ความคิดเห็น

  1. #17217 DaylightLA (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2562 / 09:25

    คุณผีน่ารักเหลือเกิน ขนาดเราไม่ใช่บัวยังเขินขนาดนี้ แล้วเจ้าบัวดอกน้อยล่ะจะเขินขนาดไหน

    #17,217
    0
  2. #17203 Masxy (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 19 กันยายน 2562 / 08:16
    คนกับผีจะอยู่กินกันได้เยี่ยงไรเล่า
    #17,203
    0
  3. #17184 Midories (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:27

    อร้ายยยย ขวย บ้าพี่ผีบ้าาาา นี่ก็คือปิดตากรี้ดดดตามแม่บัวเผื่อนไปแล้วว
    #17,184
    0
  4. #17180 nannapas331 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 13 มกราคม 2562 / 00:03
    พอหาญพูดมาก็คิดว่าเขาตะอยู่ด้วนกันได้เหรอ....อินจัด
    #17,180
    0
  5. #16938 kriskky (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2561 / 23:05
    แงงหาญทำให้เรากลุ้มใจแล้วว
    #16,938
    0
  6. #16869 ❤ Little "B" ❤ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2561 / 14:40

    มาทีไรหล่อบาดใจทุกที

    #16,869
    0
  7. #16804 mook (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2561 / 16:48

    อยากให้พี่ชานยอลกลับมาเป็นคนอีกครั้งจะได้รักกันตลอดไปแล้วก็อยากให้บัวคืนดีกับครอบครัวเพราะเราสงสารบัว

    #16,804
    0
  8. #16781 fairylu_ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 13 เมษายน 2561 / 17:19
    แอบอยากให้บัวคืนดีกับที่บ้านไวๆ
    #16,781
    0
  9. #15715 jjjkmyg (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 21 มีนาคม 2561 / 16:38
    ออเจ้าาาาาาาาาา
    #15,715
    0
  10. #15415 CBKSJMDYS (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 19 มีนาคม 2561 / 17:03
    น้องขวยเหลือเกินพี่จ๊าาาา
    #15,415
    0
  11. #15310 Pcypyeolly (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 17 มีนาคม 2561 / 16:31
    เพิ่งได้มาอ่าน ติดงอมแงมเลยค่ะ สนุกมากๆ เป็นกำลังใจให้นักเขียนนะคะ
    #15,310
    0
  12. #14750 เอิร์ทที่แปลว่าโลก (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 15 มีนาคม 2561 / 01:45
    เพิ่งมาอ่านเรื่องนี้ ออเจ้าพอดี 5555 ชอบน้องบัวว
    #14,750
    0
  13. #14595 tw|capty_btyn (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 14 มีนาคม 2561 / 14:11
    หุ้ยยยเขินเลยยน
    #14,595
    0
  14. #12897 baekbow (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 1 มีนาคม 2561 / 13:01
    เกลียดที่ชานยอลพูดอ่ะ เป็นภาษาโบราณที่ฟังแล้วจั๊กจี้ปนเขินมากกกกกก กระสันงี๊ โอ๊ยยยยย เกลียดอ่ะ อ่านแล้วยิ้มปากจะฉีกมันตลกด้วยเขินด้วย 5555 ส่วนเรื่องที่หาญพูดเป็นแบบนี้กลัวดราม่าเลยอ่ะ จริงๆกังวลตั้งแต่เรื่องเนื้อคู่บัวละ เพราะหาญเป็นผีอยู่แบบนี้ ไม่น่าจะใช่เนื้อคู่บัวในชาตินี้หรอก ฮือออออ
    #12,897
    0
  15. #12850 [ZillO] (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2561 / 01:49
    ง่าาา แอบเศร้านะ ไม่รู้ว่าจะจบแบบไหนนน
    #12,850
    0
  16. #12701 TOKI_FALIKIT (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2561 / 02:07
    จะจบดีมั้ยนี่เครียดเลย กลัวร้องไห้5555555
    #12,701
    0
  17. #12397 Fongbeerkitti (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2561 / 08:04
    ขวยพี่จ๊ะพี่จ๋า
    #12,397
    0
  18. #12229 noo_parekapoom (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 31 มกราคม 2561 / 17:04
    จะเกิดอะไรขึ้นอ้าาา ไม่มีมาม่าใช่มั้ยย
    #12,229
    0
  19. #12216 boombayah (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 30 มกราคม 2561 / 22:46
    แหมม น้องบัววว แหมมมมมม แหมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม
    #12,216
    0
  20. #11864 maritaxx (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 21 มกราคม 2561 / 23:37
    อิบัวเป็นเมียเดย์
    #11,864
    0
  21. #11194 ถ้าบอกรัก จะรักมั๊ย (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 8 มกราคม 2561 / 22:58
    ปกติแล้วถ้าคนเจอผีแบบนี้ต้องซูบลงๆแน่ๆ เป็นห่วงบัวอ่ะ
    #11,194
    0
  22. #11174 Kondiao ~ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 7 มกราคม 2561 / 21:08
    น่ารักนะ แต่คนกับผีก็คนละโลกจริง ๆ เข้าใจที่พี่หาญพูดกับเดย์เลย
    #11,174
    0
  23. #11146 ikonsouy (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 7 มกราคม 2561 / 10:14
    จะฟินก็ไม่สุด เพราะพี่แกเป็นผีนี่แหละ บ่าเฮ้ยย
    #11,146
    0
  24. #11143 noeixpz (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 7 มกราคม 2561 / 09:30
    ยอมเมียไปอีกเด้อพี่สุดหล่อ
    #11,143
    0
  25. #10819 inmyWay (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2560 / 21:44
    โอ้ยยยยยใจ๋บ่ดีเลยเน้อออออ
    #10,819
    0