' รฤกรัก ' (Yaoi) สนพ. everY ในเครือแจ่มใส

ตอนที่ 6 : บทที่ ๔ : 'ถอนสาบาน' [200%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 55,885
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 306 ครั้ง
    1 ก.พ. 61




ขอบคุณสำหรับกระแสตอบรับอันร้อนแรงล้นหลามมากค่ะ T^T

ไม่มีโปสเตอร์ ไม่มีอะไรจะอวด อวดอันดับนี่แหละ 555









บทที่ ๔

‘ถอนสาบาน'

           

           

            (แล้วช่วงนี้เราโอเคไหม)

            “โอเคสิพี่บุญ" บัวที่กำลังตากผ้าอยู่ในห้องแล้วหนีบไอโฟนไว้ระหว่างไหล่กับหูตอบกลับ "พี่ไม่ต้องเป็นห่วงบัวหรอก นี่บัวเล่ารึยัง วันก่อนบัวถูกหวยตั้งสามแสนกว่าบาท"

            (เล่าแล้ว เล่าห้ารอบแล้วเนี่ย)

            “อ้าว เหรอครับ ฮ่าๆๆๆ" บัวหัวเราะ สะบัดผ้าในมือจนเสียงดังพึ่บพั่บไปหมด

            (แล้วนี่เราทำอะไรอยู่ ทำไมเสียงมันดังแปลกๆ)

            “อ๋อ ตากผ้าอยู่อ่ะ แต่บัวคุยได้"

            (เฮ้อ พี่ก็บอกแล้วไงว่าให้มาอยู่บ้านพี่ กว้างใหญ่คนใช้ก็ตั้งหลายคน บัวก็ยังดื้อแพ่ง ไปทนอุดอู้อยู่ในห้องเช่าแบบนั้นอยู่ได้)

            “บัว... บัวเกรงใจพี่บุญกับพี่มิ้นต์นี่นา...” เจ้าตัวเล็กเสียงอ่อย

            (เกรงใจอะไรกันเล่า มิ้นต์เขาเต็มใจให้เรามาอยู่ หลานๆ ก็อยากให้อามาเล่นด้วย ติดเราจะตายทั้งอลัน ทั้งแอลมอนด์)

            “...อย่าเลยพี่บุญ บัวไม่อยากไปเพิ่มภาระค่าใช้จ่ายให้พี่ แค่ลำพังค่าเทอมโรงเรียนนานาชาติของหลานๆ ก็หลายบาทหลายสตางค์แล้ว อีกอย่าง บัวอยู่คนเดียวจนชินแล้วด้วย"

            (เฮ้อ เรามันก็อ้างแต่อย่างนี้ไง ฟังไว้นะว่าพี่กับมิ้นต์ไม่ลำบากอะไรเลย และอยากให้บัวมาอยู่ด้วยกันมาก จะได้มาช่วยดูแลหลานๆ ด้วย เอาอย่างงี้แล้วกัน ถ้าบัวมาอยู่ด้วยกันกับพี่ พี่จะออกรถยนต์ให้บัวคันหนึ่งเอาไว้คอยรับส่งหลานๆ เช้า-เย็นเพราะพี่กับพี่มิ้นต์งานยุ่ง ส่วนเวลากลางวันปกติบัวก็ทำงานที่คลินิกพี่ เอาไหม)

            บัวเม้มปาก กลืนน้ำลายลงคอกับข้อเสนออันแสนเย้ายวนใจ แต่หากทำอย่างนั้นแล้วเมื่อไหร่บัวจะโตขึ้นด้วยลำแข้งของตัวเอง

            “ขอบคุณมากครับ บัวซาบซึ้งในน้ำใจของพี่บุญกับพี่มิ้นต์ตลอดแหละ เอาไว้เดี๋ยวบัวจะเข้าไปเยี่ยมไปหาหลานๆ นะ"

            (เอ้า ไม่อยากอยู่ก็ไม่ต้องอยู่ ตามใจแล้วกัน) บุญติดจะงอนหลังพยายามชักชวนน้องชายให้มาอยู่ด้วยกันหลายทีแต่บัวก็ไม่เคยยอมมา ไม่รู้ว่าจะขี้เกรงใจอะไรนักหนา น้องคนเดียวเขาเลี้ยงได้ บัวห่างปีกับเขามากจนบุญรู้สึกเหมือนบัวเป็นลูกชายมากกว่าน้องชาย

            “โถ อย่างงอนสิครับ บัวสัญญาว่าจะเข้าไปหาพี่ๆ กับหลานๆ บ่อยๆ จะไปนอนค้างด้วยหลายๆ คืน ว่าแต่...นี่พี่บุญไม่ตรวจคนไข้เหรอ"

            (พอดีวันนี้หยุด พี่เพิ่งพาเจ้าสองแสบไปเยี่ยมคุณย่ากับคุณปู่มันมา นี่ก็เพิ่งถึงบ้านกันเลย)

            “...เหรอครับ แม่กับพ่อสบายดีไหม" บัวแสร้งทำน้ำเสียงร่าเริงแต่ฟังดูก็รู้ว่าผิดธรรมชาติสุดขีด บุญตอบเสียงเบา

            (ก็สบายดีแหละ ตามสภาพ บัวไม่ได้เข้าไปหาพ่อกับแม่เลยใช่ไหม)

            “ครับ...”

            (แม่คิดถึงบัวมากนะ)

            “...”

            (พ่อก็ด้วย)

            “พี่บุญอย่าพูดถึงเลยดีกว่า...” เสียงของบัวสั่นสะท้าน น้ำตารื้นขึ้นมาอย่างควบคุมไม่ได้ อย่างพ่อน่ะเหรอจะคิดถึงบัว บัวไม่มีวันเชื่ออย่างเด็ดขาด เขายังจำวันที่พ่อขับไล่ไสส่งเขาออกจากบ้านราวกับหมูกับหมาได้ดี "พี่บุญ เดี๋ยวบัวต้องไปแล้ว งานแปลเอกสารฝรั่งเศสยังค้างอยู่ รักษาตัวนะครับพี่บุญ แล้วบัวจะเข้าไปหา"

            (อือ มาบ่อยๆ นะ คิดถึงจริงเจ้าน้องชาย)

            “คร้าบ"

            บัวกดวางสายไปแล้วขมีขมันตากผ้าต่อ พอตากเสร็จก็ไปล้างไม้ล้างมือเตรียมจะมานั่งแปลเอกสาร ทว่าไม่ทันกดเปิดอีเมล์โทรศัพท์ก็ส่งเสียงแผดร้องอีกครั้ง

            “ฮัลโหล"

            (บัว นี่มึงยังไม่ได้ไปถอนสาบานกับพี่จอห์นนี่แหมก๋า?)

            “โหย หาญเพื่อนยากเอ๊ย มันเพิ่งผ่านมาอีกอาทิตย์เองนะ กูก็คิดหาทางอยู่ทุกวี่ทุกวัน"

            (แค่คิดมันบ่พอ ตั๋วต้องลงมือยะได้แล้ว)

            “ยะอะไร? ตาแดงอย่ามายะน้องแรงน้องเจ็บหัวเข่าเหรอ"

            (อีผีบ้า! ยะเป็นคำเมือง แปลว่าทำโว้ย)

            “มึงก็พูดกลางสิ กูคนกรุงเทพฯ แท้ๆ สื่อสารกับมึงได้แค่นี้ก็ดีถมไปแล้ว วู้ว"

            แทนที่จะได้คุยกันเป็นจริงเป็นจังทั้งคู่กลับมาเสียเวลาเถียงเรื่องไร้สาระ แต่สุดท้ายหาญก็เป็นฝ่ายยอมหย่าศึก

            (เอ้า พอๆ กูล่ะหน่าย นี่ กูจะบอกว่าเมื่อตอนตีห้าพี่ชานยอลสุดหล่อมาหากู ถีบบ่าศรัณยูตกเตียงดังตึงเลย แบบฝาบ้านสั่นอ่ะ งงกันไปหมด แต่ซันมันคิดไปเองว่ามันทำงานหนักจนเบลอเลยตกเตียงลงมาเอง เพราะมันก็เพิ่งกลับมาจากบินหมาดๆ ไม่ทันอาบน้ำเปลี่ยนชุดขอนอนก่อน กูก็ลำบากใจจะอธิบายว่ามันถูกผีถีบลงไป...)

            “เฮ้ย พี่เขาไปหามึงแบบนี้แสดงว่าเรื่องใหญ่น่ะสิ"

            (ก็ใหญ่น่ะสิ เขย่าขาปลุกกูขนาดนั้น) หาญพึมพำ (เข้าเรื่องต่อ พี่เขาหน้าตาไม่สู้ดีเลย เขาบอกว่าชะตามึงจะถึงฆาตถ้ามึงยังไม่ถอนสาบานกับไอ้พี่จอห์นนี่อะไรนั่นในสามวันนี้ ลำพังเขาคนเดียวคงต้านไม่อยู่แล้ว)

            “ห๊าา!!!” บัวตกใจสุดขีด ถึงกับยกมือขึ้นกุมหน้าอก

            (เออ กูเป็นห่วงมึงมากบัว นอนบ่หลับเลยตั้งแต่รับรู้มา นี่ก็ช่วยมึงคิดแผนทั้งวันทั้งคืน จนตอนนี้กูเริ่มมีความคิดล่ะ)

            “ไหนๆ มึงบอกมาเร็ว โอ๊ยย ไม่ได้นะ กูยังไม่อยากตาย ยังไม่ทันมีผัวเป็นตัวเป็นตนเลยโว้ยยย"

            (บ่าฮ่านี่! จะตายอยู่ร่อมร่อยังบ่เลิกแฮ่นอีก!)

            “ได้ยินหลายรอบแล้วไอ้แฮ่นเนี่ย มันแปลว่าอะไรวะ"

            (แปลว่ามึง)

            “กู?”

            (แปลว่าร่าน!)

            “ไอ้หาญญญญญ!! นี่มึงหลอกด่ากูร่านมาตลอดเวลาที่รู้จักกันเลยอ๋อ!?”

            (หุบปากก่อนได้ก่อ? คนกำลังซีเรียสอยู่ มึงช่วยจริงจังด้วย)

            “เออๆ เอ้า ว่ามา"

            (ไอ้พี่จอห์นนี่นี่ทำงานเป็นวิศวกรอยู่บริษัทไทยสตีมถูกไหม)

            “ใช่ๆ ตำแหน่งใหญ่ด้วยมึง"

            (เออ เขายังใช้เบอร์เดิมนี่ มึงโทรไปหาเขา)

            “ฮะ!? ไม่ใช่ว่ากูควรจะหลีกลี้หนีห่างจากพี่เขาหรอกเหรอ"

            (ใช่ แต่มึงต้องเอาเขามาถอนสาบานให้ได้ก่อน มึงโทรไปหาเขา บอกว่าฝันไม่ดีเลย ฝันว่าเขามีเคราะห์ร้ายอะไรก็ว่าไป ทำเป็นคุยเหมือนมีเยื่อใย แล้วมึงก็โยงมาหากู ทำทีให้เขามาดูดวงกับกู แล้วกูจะบอกให้เขาไปถอนสาบานกับมึงแก้เคล็ด)

            “มึง... แต่พี่เขาไม่ใช่คนเชื่อเรื่องอะไรพวกนี้อ่ะ เขาจะยอมเหรอวะ"

            (ก็นี่แหละ กูมีแผนอีกแผน)

            “แผนอะไรอีกวะ...”

            (มึงค่อยโทรไปหาเขาพรุ่งนี้ แต่เดี๋ยววันนี้กูจะช่วยจัดการเอง)

            “เดี๋ยว! มึงอย่ามาตัดบทกูห้วนๆ นะหาญ มึงต้องบอกให้เป็นขั้นเป็นตอน ไม่งั้นกูทำไม่ได้นะเว้ย"

            หาญอึกอัก แต่สุดท้ายก็ยอมปริปากบอก

            (...เออ กูจะให้น้องซันไปไล่ขับรถชนมัน)

            “ฮะ!!!?

            (กูคิดทางอื่นไม่ออกแล้ว เลยกะว่าจะให้น้องซันไปทำทีขับรถเก๋งแกล้งจะเสยมันตอนพักกลางวัน เพราะพวกวิศวกรบริษัทนี้ชอบออกไปกินก๋วยเตี๋ยวร้านแม่เลียบกัน แล้วร้านมันอยู่ริมถนนพอดี ทำให้เหมือนมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้นกับชีวิตมันน่ะ ใกล้ชะตาขาดอะไรแบบนั้น แล้วเดี๋ยวก็ให้น้องซันขับรถหนีออกมา ตีนผีอย่างคุณศรัณยูรอดอยู่ล่ะ)

            “ไอ้หาญญญญ แล้วถ้ามีตำรวจล่ะ! อีซันถูกจับขึ้นมาเรื่องใหญ่นะเว้ย!!”

            (ดูฤกษ์ดูยามแล้ว ไม่มีอะไรหรอก รถก็เดี๋ยวถอดป้ายทะเบียน แถวนั้นก็ไม่มีกล้องวงจรปิด)

            “โอ๊ยย ไสยศาสตร์ก็มาครับงานนี้ ถึงขั้นต้องดูฤกษ์งามยามดี"

            (ไม่ใช่ฤกษ์งามยามดี แต่เป็นฤกษ์โจร) หาญแก้ (เออนั่นแหละ นี่ซันมันออกไปเช่ารถล่ะ ใช้รถพวกเราเองเดี๋ยวเสี่ยงไป)

            “โว๊ะ มันก็ยอมทำให้มึงอีกนะ เรื่องบ้าๆ พรรค์นี้"

            (อืม บทจะดีบ่าผีบ้านี่ก็ดีเกินจะเอ่ย บอกยังไงก็พี่ๆ น้องๆ กันมันเต็มใจจะช่วย)

            “โห...” สิ่งที่หาญพูดเล่นเอาบัวรู้สึกผิดที่วันก่อนไลน์ไปด่าซันยาวเหยียด ส่งตัวอักษรอย่างเดียวไม่พอยังโทรไปด่าอีกทอด ซันตอบกลับมาแต่ครับๆ ขอโทษครับ แล้วก็บอกว่าตัวเองอารมณ์ไม่ดีไปหน่อยวันหลังจะระวังมากกว่านี้ แล้วก็จะไม่หักหน้าหาญแลงต่อหน้าสาธารณชนแล้วด้วย

            “แล้วนี่ซันมันไม่มีบินเหรอ จะกระทบงานมันเปล่า"

            (ได้ออฟสามวันมันเลยมาช่วยได้)

            “เข้าใจล่ะ" ออฟที่หาญพูดถึงคือคำใช้เรียกวันหยุดของพวกแอร์-สจ๊วต "แล้วมึงอ่ะ?"

            (วันนี้วันพระเลยไม่ได้รับดูดวงให้ใคร ส่วนคอลัมน์ดูดวงก็ส่งเว็บไซต์กับนิตยสารครบทุกเจ้าแล้ว ตอนนี้โฟกัสเรื่องมึงเต็มที่)

            “โหย ขอบคุณมากเพื่อน ซึ้งฉิบหายเลยเนี่ย”

            (นั่นแหละ แล้วพอวันพู้กมึงก็ค่อยโทรไปหาไอ้พี่จอห์นนี่ บอกผมฝันไม่ดีเกี่ยวกับพี่มาหลายคืนแล้ว เมื่อคืนล่าสุดฝันว่าพี่เกือบถูกรถชนตาย แล้วมึงก็บอกไปว่าไปดูหมอมา หมอดูแม่นมาก เขาทักเผื่อมาด้วยว่าชะตาพี่จะขาด อะไรก็ว่าไป รับรองไอ้พี่จ้อนอะไรนี่ต้องรีบแจ้นมาหากู)

            “พี่เขาจะไม่จำได้เหรอว่ามึงคือหาญแลงที่เคยเรียนมหาวิทยาลัยเดียวกันอ่ะ มึงก็ดังอยู่นะ ดังในทางประสาทๆ อ่ะ"

            (โอ๊ย คนอย่างนั้นไม่รู้จักกูด้วยซ้ำกูว่า เชื่อเหอะ)

            “อ่า มึงคิดว่างั้นเหรอ"

            (เออ)

            "โอเคๆ งั้นมึงทำให้สำเร็จนะ แล้วรายงานกูด้วย เดี๋ยวจับไอโฟนรอเลย ตื่นเต้นวะ"

            (ได้ งั้นแค่นี้ก่อนเน้อ แล้วเดี๋ยวมาอัพเดต)

            “โอเค บาย"

 

 

- รฤกรัก -

           

 

            “ตัวเองไหวไหมอ่ะ นอนไปนิดเดียวเอง"

            “ไหวดิ น่าสนุกออก"

            ซันถูมือเข้าหากันอย่างตื่นเต้นขณะที่ทั้งคู่ใส่หมวกแก๊ปปลอมตัวอยู่ในรถที่ไปเช่ามากำลังจอดดักอยู่หน้าโรงงานไทยสตีม หลังรับรู้เรื่องทั้งหมดจากคนรักซันก็ตกปากรับคำจะช่วยทันที ไม่มีมาชั่งใจเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งเพราะอยู่กันมาขนาดนี้แล้วซันย่อมรู้แจ้งแก่ใจว่าพี่หาญแลงน่ะของจริง

            มือหนาทุบคอของตัวเองเบาๆ

            “ตัวเองเป็นไรอ่ะ"

            “ก็ที่ซันตกเตียงเมื่อเช้ามืดไง ปวดตัวเป็นบ้า สงสัยซันเบลอจริงอ่ะ ไฟล์ทเมลเบิร์นไม่ได้นอนตั้งสิบสองชั่วโมง"

            หาญได้แต่ยิ้มยิงฟันใส่แฟน เรื่องที่ไม่ได้บอกก็คือเรื่องที่ซันถูกผีพี่ชานยอลถีบตกเตียงไปนั่นแหละ แต่จะไปว่าพี่ชานยอลก็ไม่ได้หรอกเพราะตอนนั้นอีกฝ่ายกำลังตื่นตระหนกสุดขีดเพราะเรื่องมันก็ใหญ่อยู่ อีกอย่าง หาญกลัวซันจะแค้นผีด้วย ผีบ้าอย่างซันอาจจะทำให้ผีจริงๆ อย่างพี่ชานยอลหงอไปก็ได้

            “พี่หาญ"

            “จ้ะ ว่า?”

            “ผีพี่ชานยอลอะไรนี่หล่อมากเลยเหรอ" ซันนึกสงสัยเพราะเห็นพี่รหัสกับแฟนของตัวเองเคลิ้มกันอยู่นั่น

            “หล่อมากกกกกกกกกกก!" หาญลากเสียงอย่างเพ้อฝันเสียเต็มประดา ดวงตาเป็นประกาย "หล่อแบบ หล่อมากกกกกกกก ควรค่าแก่การเป็นดารามากกว่าเป็นผี"

            “อือฮึ...”

            “ตาหูจมูกปาก ดีไปโม้ด รูปร่างก็สูงใหญ่ ยิ้มมีเสน่ห์ รูปงามอย่างกับหล่ออกมาจากแท่น บ่ฮู้จะอธิบายจะใดให้เข้าใจ๋ ต้องลองเห็นเอง"

            หาญเล่าอย่างกระตือรือร้นขณะที่ซันยกสองมือขึ้นกอดอก แล้วกัดริมฝีปาก ถามเองแท้ๆ แต่อยู่ดีๆ ก็รู้สึกหัวร้อนไม่สบอารมณ์เสียได้

            “หล่อกว่าซันไหม" คนตัวสูงลองหยั่งเชิงดู

            “...โหย ก็หล่อกันคนล่ะแบบเน้อ" หาญตอบเสียงอ่อยเพราะจับได้ถึงน้ำเสียงไม่พอใจในคำถาม มาอีแบบนี้ลงเอยไม่ดีทุกที

            “พี่ตอบไม่ตรงคำถาม ซันถามว่าหล่อกว่าซันรึปล่า ไม่สิ พี่ชอบแบบนั้นมากกว่าแบบซันรึเปล่า ซันกับผีนั่นใครหล่อกว่ากัน"

            “...อย่าคิดมากเลยเน้อ ซันก็หล่อแต๊หล่อว่าที่สุดในโลกแล้ว รูปงามปานเทวดาจำแลงอย่างนี้"

            หาญรีบตอบอย่างเอาใจคนรักขี้หึงที่ตอนนี้กำลังหึงแม้แต่ผีเจ้ากรรมนายเวรของบัว แต่ดูเหมือนซันจะยังไม่พอใจ ซันค่อยๆ ก่นเสียงออกมาลอดไรฟัน

            “ซัน...ไม่ได้...อยากหล่อที่สุดในโลก"

            สายตาของซันจริงจังดุดันยามจ้องหน้าคนรัก

            “แต่ซันอยากหล่อและเท่ที่สุดในสายตาพี่"

            “...”

            “ซันไม่อยาก...ให้พี่มองผู้ชายคนอื่น เป็นผีก็ไม่ได้ แล้วถ้ามันเป็นคน... ซันจะตามไปฆ่าให้หมดเลย"

            “...โหย อย่าทำอย่างนั้นเน้อ มันบาปกรรม" หาญเสียงอ่อย "ในสายตาเค้า บ่มีชายใดในโลกนี้จะมาเทียบตัวเองได้หรอก" สองมือเล็กเอื้อมไปจับแก้มซันไปด้วย ร่างสูงเหมือนจะยิ้มออกมาได้นิดหนึ่งในทันที

            “พี่พูดจริงนะ"

            “จริง เอาไปสาบานตี้ใดก็ได้"

            หาญพยักหน้าหงึกหงักยืนยัน แน่ล่ะสิ ใครมันจะมาผีบ้ารักแฟนจับหัวใจเหมือนมึงล่ะ แต่อีกนัยหนึ่งหาญก็ไม่ได้พูดเกินจริงแม้แต่น้อย ถ้าไม่หล่อจริงจะเข้าได้หรือไอ้สายการบินคัดหน้าตานี่น่ะ แถมสมัยเรียนหนังสือเวลาไปเดินที่ไหนต่อไหนมักจะมีแมวมองพุ่งเอานามบัตรมาแจกให้ซันเสมอ แต่ซันเองนั่นแหละที่ไม่ต้องการจะเข้าวงการบันเทิงหรือเป็นดาราอะไรทั้งสิ้น ถึงขนาดด่าแมวมองที่ตามตื๊อหนักๆ กลับไปก็มี เหตุผลเดียวที่ไม่ไปก็คือว่าถ้าเป็นดาราจะสวีทกับแฟนออกสื่อไม่ได้ และซันไม่ต้องการอย่างนั้นเลย

            “น่ารักว่ะฮันนี่...”

            ซันก้มหน้าลงจูบหาญอย่างถึงรสถึงชาติ หาญเบี่ยงหน้าหลบใบหน้าคมจึงเปลี่ยนไปซุกไซ้ซอกคอขาวผ่องแทนจนหาญต้องย่นคอเพราะจั๊กจี้

            “หนะ...นั่น!! ไอ้พี่จอห์นนี่กับพวกออกมาแล้วซัน!”

            ซันที่กำลังหื่นๆ อยู่ต้องหยุดชะงักทันทีเมื่อได้ยินหาญร้องเต็มเสียง พ่อสุดหล่อรีบหันหน้าไปมองตามกลุ่มคนที่หาญชี้มือใส่ แล้วก็เห็นบรรดาวิศวกรทั้งหลายกำลังสูบบุหรี่อยู่หน้าบริษัท

            “ซันว่าเดี๋ยวพวกมันต้องไปเอารถที่ที่จอดรถ แล้วก็ขับไปกินก๋วยเตี๋ยวต่อ"

            “เค้าก็ว่างั้น เดี๋ยวตัวเองขับตามไอ้พี่จอห์นนี่ไปเลย ตัวเองจำหน้ามันได้ใช่ไหม"

            “จำได้... ซันเคยคุยกับมันสมัยเรียนเหอะ"

            “เฮ้ย! จริงเหรอ" หาญตกใจกับข้อมูลที่ไม่เคยรับรู้

            “อือ ก็ตอนนั้นเดินไปซื้อสุกี้แห้งหน้ามอไปให้พี่กินในหออ่ะแหละ แล้วก็เจอพี่บัวนั่งกินไอติมอยู่กับมัน เลยเดินเข้าไปทักพี่บัวพาลได้รู้จักมันไปด้วยเลย ตอนนั้นยังนึกสงสัยว่ามันคบกับดาววิศวะคณะมันเองทำไมไปกินไอติมกับพี่บัวได้ ไม่เข้าใจเลยว่าพี่บัวชอบไปได้ยังไง หน้าตากวนตีน มองซันแบบเหยียดมาก มารู้ทีหลังว่ามันคิดว่าซันเป็นกิ๊กพี่บัว"

            “ตายแล้ว งั้นตัวเองต้องระวังๆ เลยเน้อ เกิดมันจำหน้าได้เดี๋ยวเป็นเรื่องใหญ่"

            “มือชั้นนี้แล้วไว้ใจผัวตัวเองเหอะ"

            ซันยีหัวคนรักแล้วขับรถเช่าตามจอห์นนี่ไปห่างๆ แบบไม่ให้มีพิรุธ จนกระทั่งจอห์นนี่กับเพื่อนอีกสองคนขึ้นรถคันหนึ่งไปด้วยกันซันก็รีบขับตามทันที

            “อย่าขับเฆี่ยนสิตัวเอง เดี๋ยวมันจับได้!”

            “ไม่ได้เฆี่ยนซะหน่อย มันจับไม่ได้หรอกน่า...”

            “นั่นๆๆๆ มันจอดรถแล้ว เราจอดแอบกันตรงนี้ดีกว่า"

            “โอเคๆ"

            กลุ่มหนุ่มวิศวกรพร้อมใจกันลงไปนั่งที่ร้านก๋วยเตี๋ยว ร้านแม่เลียบเป็นร้านดังแถวนี้ที่ร้านทำจากไม้ทรงคล้ายบ้านเรือนไทยแล้วตั้งอยู่ริมถนน หาญสวดงึมงำคาถาจนซันสะดุ้ง

            “นี่พี่ทำอะไรเนี่ย"

            “กำลังสวดขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ดลใจให้พวกมันเลือกนั่งโต๊ะใหญ่หน้าฮ้าน จะได้ง่ายต่อพวกเรา"

            “จะได้ผลเร้อ...” ซันยกมือซ้ายเกาหัว รู้อยู่แล้วว่าแฟนตัวเองเป็นคนมีพลังพิเศษ แต่ก็ไม่คิดว่ากับเรื่องแบบนี้มันจะขอได้ด้วย

            “โอม ด้วยเดชะ $%^&*”

            หาญไม่สนคำปรารภของซันแล้วสวดงึมงำต่อไปอย่างจริงจัง ก่อนซันจะต้องอ้าปากค้างเมื่อเห็นว่าพวกกลุ่มวิศวกรเลือกนั่งลงที่โต๊ะหน้าร้านจริงๆ มิหนำซ้ำ จอห์นนี่ยังเลือกนั่งเก้าอี้ตัวที่อยู่ริมนอกสุดเลย

            โอ้แม่เจ้า...

            “เห็นป่ะล่ะ อำนาจของเค้า" หาญตบมือแปะๆ ที่ได้สมใจ

            “...บังเอิญหรอก"

            หาญตีแขนซันดังเพียะเรียกเสียงหัวเราะจากคนตัวสูงได้เป็นอย่างดี ทั้งคู่ยังคงจอดแอบอยู่อย่างนั้นแล้วจ้องดูกลุ่มวิศวกรสั่งก๋วยเตี๋ยวกับเด็กจด

            “เอายังไงต่อล่ะ"

            “ก็รอตอนก๋วยเตี๋ยวมาเสิร์ฟก่อน ให้พวกมันกิ๋นไปอย่างสบายอ๊กสบายใจ๋ แล้วตัวเองค่อยขับพุ่งเข้าไป อย่าให้ชนคนอื่นเน้อ เน้นแค่ไอ้พี่จอห์นนี่ แล้วเอาแค่ขู่ๆ พอ"

            “พูดเหมือนง่ายนะเนี่ย...”

            “ถ้ามันยากก็เดี๋ยวเค้าขับเองก็ได้"

            “นี่ ที่มาด้วยก็เพราะเป็นห่วง ไม่อยากให้พี่ทำเนี่ยแหละ ไม่ต้องเลยเดี๋ยวซันทำเอง อยากบันเทิงเหมือนกัน" ซันจับหัวหาญโยก "อีกอย่าง ถ้าให้พี่ขับน่ะมันจับได้แน่ กว่าจะแตะเท้าลงเกียร์ กว่าจะถอยออกมา เนิบขนาดนั้นน่ะตายหมู่พอดี"

            “เดี๋ยวนี้ก็เร็วขึ้นแล้วเน้อ...” หาญเถียงอย่างไม่ยอมรับ

            “ยังเนิบอยู่"

            รอพักเดียวก๋วยเตี๋ยวร้อนๆ ก็ไปเสิร์ฟให้กลุ่มหนุ่มวิศวกร หาญกับซันเห็นจอห์นนี่ปรุงก๋วยเตี๋ยวแล้วก็เริ่มกินไปคุยไปกับเพื่อน ซันพยักหน้าให้แฟนหนุ่มเป็นสัญญาณ เท้าขวาเริ่มแตะคันเร่งทันที

            “ตัวเอง...”

            “ครับ ว่า" ซันตอบทั้งที่สายตายังจับจ้องไปยังเป้าหมาย

            “ตัวเองมั่นใจนะว่าจะทำได้...” เสียงของหาญแห้งขอด ชักจะป๊อดขึ้นมาเหมือนกันถึงแม้ว่าจะดูฤกษ์ดูยามมาแล้วก็เหอะ

            ซันกระตุกยิ้มมุมปาก หันหน้าเอื้อมมือไปยีหัวคนรักอย่างหมั่นเขี้ยว ทำเป็นเก่งมาตั้งแต่เช้าแต่ที่แท้ก็แอบกลัว

            “ระดับศรัณยู ไม่ปล่อยให้ฮันนี่ต้องไปติดคุกหรอกน่า"

         บรื้นนนนนนนน~~~~~~~~~~~!!!

         รถเก๋งกระชากตัวพุ่งไปข้างหน้าอย่างน่าหวาดเสียวจนผู้คนกรีดร้องกันอลหม่าน จอห์นนี่ที่นั่งหันหลังให้ถนนตาโตร้องลั่นก่อนจะรีบกระโจนหลบไปข้างๆ ไม่เป็นท่า รถยนต์ไร้ทะเบียนชนโต๊ะก๋วยเตี๋ยวของกลุ่มหนุ่มวิศวกรกระจุยกระจาย ชามก๋วยเตี๋ยวและพวงเครื่องปรุงลอยละลิ่วไปบนฟ้า บรรดาลูกค้าส่งเสียงกรี๊ดวิ่งหนีกันออกไปทางประตูหลัง ส่วนหาญแลงที่ปอดแหกหลบลงไปคุดคู้ตัวอยู่ตรงพื้นรถ ปล่อยให้ศรัณยูสุดหล่อรับหน้าซัลโวฉากแอ็กชั่นอยู่คนเดียว

            “พอแล้ว! พอแล้ว!” หาญแผดเสียงจากพื้น

            “ซันรู้น่า!”

            พ่อสจ๊วตห้าดาวรีบมองหลังถอยรถออกมาทันทีหลังสร้างความวินาศเอาไว้สมใจตามแผน เช็กดูว่าไม่มีใครบาดเจ็บสาหัสแล้วไม่มีใครตายก็ถือว่าผ่าน ที่สำคัญคือไม่มีใครเอามือถืออัดคลิปไว้เพราะมัวแต่ตกใจกัน ก่อนซันจะใช้ทักษะตีนผีของตัวเองขับหนีแซงรถทุกคันบนถนนจนไม่มีใครสามารถตามมาได้เลย

            “โฮย ป้อแม่ยกโทษให้ลูกด้วยเน้อ ลูกมีความจำเป็นต้องทำจะอี้จริงๆ" หาญยกมือขึ้นท่วมหัวหลังจากทั้งคู่หนีมาพ้น หัวใจในอกยังเต้นไม่เป็นส่ำ ไม่คิดเลยว่าเกิดมาจะต้องทำบ้าทำบออะไรแบบนี้

            “พ่อแม่พี่ยังไม่ตายสักหน่อย พูดเป็นลางไปได้"

            “ก็พูดเผื่อไว้ถ้าโดนจับได้ไง ซ้อมบทไว้ก่อน"

            “ไม่โดนหรอก ซันมั่นใจมาก" ซันยืนยันอย่างหนักแน่น จากนั้นคนตัวสูงก็จอดรถแอบตรงไหล่ทางที่ไกลโพ้นจากจุดเกิดเหตุ "พี่โทรไปบอกพี่บัวเร็วว่าสำเร็จแล้ว"

            “โอเค"

            หาญที่ยังมือไม้สั่นหยิบไอโฟนเคสสีชมพูของตัวเองออกมากดโทรออกหาเพื่อน (อย่ามองแบบนั้น ซันซื้อเคสมาให้จากญี่ปุ่น เลยต้องใช้) รอเพียงแป๊บเดียวปลายสายก็รับ

            (ว่าไงมึง นี่กูตื่นเต้นจนไม่เป็นอันทำอะไรเลยเนี่ย)

            “เออ... สำเร็จแล้ว พรุ่งนี้มึงโทรไปดราม่าใส่ไอ้พี่จ้อนได้เลย!”

 

 

- รฤกรัก -

 

            บัวถอนหายใจเฮือกๆ อยู่ในห้องของตัวเองวันนี้ไม่ต่ำกว่าสิบรอบ จนกระทั่งเข็มนาฬิกาตีบอกเวลาสามทุ่มสิบเอ็ดนาที อันเป็นฤกษ์งามยามดีของวันนี้ตามที่หาญดูมาให้ บัวก็กดโทรศัพท์โทรออกทันที

            (สวัสดีครับ)

            “ฮะ...ฮัลโหล" ปลายสายรับเร็วมากจนบัวตั้งตัวไม่ทัน ไม่คิดว่าพี่จอห์นนี่จะกดรับตั้งแต่สัญญาณแรกแบบนี้

            (ครับ นั่นใครครับ)

            “พี่จอห์นนี่...”

            (นั่นบัวหรือ?)

            เสียงจากปลายสายระริกระรี้เป็นปลากระดี่ได้น้ำอย่างเห็นได้ชัดขึ้นมาทันทีเมื่อจำเสียงได้ว่าเป็นใคร ก่อนบัวจะได้ยินเสียงเหมือนอีกฝ่ายรีบเดินเร็วๆ ซึ่งก็คงไม่พ้นเดินหลบเมียที่บ้านแน่ๆ

            “ครับ...”

            (บัวเป็นยังไงบ้าง พี่คิดถึงบัวมาก คิดถึงมากเหลือเกิน...)

            บัวแอบหวั่นไหวไม่น้อยเมื่อถ่านไฟเก่ามาพูดอะไรแบบนี้ใส่ แต่ด้วยตอนนี้บัวรู้ดีแล้วว่าอะไรเป็นอะไรไฟนั่นจึงลุกโชนเพียงครู่ก็มอดสนิท

            “บัวสบายดีครับพี่จอห์นนี่"

            (นี่เบอร์ใหม่บัวใช่ไหม พี่ขอเซฟเก็บนะ แล้วตอนนี้บัวอยู่ที่ไหน ทำงานทำการอะไรอยู่ ทำไมบัวหายไปจากชีวิตพี่เลยดื้อๆ อย่างนั้น พี่ขอไปหาบัวได้ไหม)

            “...คือ...ช่วงนี้บัวฝันถึงพี่จอห์นนี่บ่อยๆ เลยครับ บัวก็ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน"

            (พี่ก็ฝันถึงบัว พี่คิดถึงบัวมากจนเจ็บหัวใจไปหมด คิดถึงเวลาที่ได้กอดบัว...)

            บัวเม้มปาก ถ้าเป็นเมื่อก่อนบัวคงจะละลายเพราะแพ้ทางพี่จอห์นนี่ แล้วก็อ้าแขนอ้าขารับอีกฝ่ายแต่โดยดี แต่ตอนนี้บัวเป็นคนใหม่แล้ว มีสติแล้วก็ไม่ต้องการที่จะผิดลูกผิดเมียใครอีกต่อไป ฉะนั้นความรู้สึกของบัวจึงมีเพียงความสะอิดสะเอียนให้ผู้ชายกะล่อนเจ้าชู้อย่างพี่จอห์นนี่เท่านั้น

            พี่จอห์นนี่ก็แต่งงานแต่งการไปตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว ถ้าโสดก็ยังว่ากันไปอย่าง แต่ถึงอย่างไรเสียผู้ชายคนนี้ก็ไม่ใช่คนดี เพราะคนดีที่ไหนจะมาพูดบ้าอะไรแบบนี้กับบัวทั้งที่ตัวเองก็มีภรรยาอยู่แล้วล่ะ

            “ครับ ฮือออ"

            (บัว! บัวเป็นอะไร บัวร้องไห้ทำไม?) จอห์นนี่ตกใจเมื่อปลายสายเสียงเสียงร้องไห้โฮออกมา โดยที่ไม่ได้รู้เลยว่าบัวต้องหยิกตัวเองแรงมากแค่ไหนเพื่อที่จะเค้นหยดน้ำตาออกมาได้

            “บัว... บัวฝันถึงพี่จอห์นนี่ตลอด แต่ว่าในฝันของบัว พี่จอห์นนี่ไม่มีหัว!”

            (อะไรนะบัว?)

            “บัวฝันครับ ฮือ... บัวฝันร้ายว่าพี่จอห์นนี่กำลังจะตายติดต่อกันมาเป็นเดือนแล้ว"

            (งมงายน่ะบัว พี่สบายดี บาปบุญนรกสวรรค์น่ะไม่มีจริงหรอก เป็นแค่ของที่คนโบราณเอาไว้ขู่เท่านั้นแหละ ถ้ามันมีจริงทำไมเรามองไม่เห็นล่ะ)

            “แต่บัวฝันเหมือนจริงมากๆ นะครับ เมื่อคืนก่อน...บัวฝันว่าพี่จอห์นนี่นั่งกินก๋วยเตี๋ยวอยู่กับเพื่อนแล้วก็โดนรถพุ่งเข้าไปชน ในฝันเหมือนบัวถอดวิญญาณได้ ก็เลยเข้าไปบังเอาไว้ แล้วพี่จอห์นนี่เลยกระโดดหลบไปข้างๆ ได้ทัน ไม่งั้น... พี่จอห์นนี่ต้องตายแล้วแน่เลย ฮืออออ"

            (...)

            “ในฝันนั่นน่ะ พี่จอห์นนี่ใส่เสื้อเชิ้ตสีเลือดหมู แล้วก็กางเกงยีนส์นู้ดดี้ด้วย มันเหมือนจริงมาก"

            (...)

            จอห์นนี่ช็อกไปจนพูดไม่ออก เรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อวานนี้เขากับเพื่อนๆ ไม่ได้บอกใครด้วยซ้ำ ไม่ได้แม้แต่ไปแจ้งความเพราะดูรูปการณ์แล้วคงจะจับมือใครดมไม่ได้ ทำไปก็เสียเวลา มีแค่ภรรยาที่บ้านของเขาที่รู้คนเดียว แล้วบัวมารู้ได้อย่างไรทั้งที่ไม่ได้ติดต่อกันมาแสนนาน มิหนำซ้ำ บัวยังบอกเครื่องแต่งกายของเขาเมื่อวานได้ถูกต้อง

            บัวที่รู้ว่าตัวเองมาถูกทางแล้วรีบขยี้

            “นอกจากนั้นนะครับ วันก่อนบัวไปดูดวงมากับคุณแม่ หมอดูแม่นมาก เขาดูดวงบัวแล้วก็ดูเผื่อไปถึงพี่จอห์นนี่เพราะบัวบอกไปว่าเป็นแฟน เขาก็บอกออกมาเลยนะครับว่าพี่จอห์นนี่ใกล้ตายแล้ว ฮือออ ถ้าอยากต่อชีวิตให้ไปหาเขา แต่บัวรู้... ว่าบัวพูดยังไงพี่จอห์นนี่ก็คงไม่เชื่อบัว...”

            (...บัว...บัวพูดจริงๆ เหรอ)

            “จริงครับ บัวไม่รู้จะทำยังไง...พี่จอห์นนี่ถึงจะยอมไปหาหมอดูคนนั้นกับบัว บัวไม่อยากให้พี่ตาย บัวต้องอยู่ไม่ได้แน่เลย โฮฮฮฮฮฮ"

            (บัวใจเย็นๆ นะคนดี หมอดูคนนั้นอยู่ที่ไหน พี่จะไปหา)

            “จริงเหรอครับ?”

            (จริงสิ บัวจะไปกับพี่ด้วยใช่ไหม)

            “ไปครับ ไปแน่นอน พรุ่งนี้เลยได้ไหมครับ หมอดูเขาบอกว่ายิ่งเร็วเท่าไหร่ยิ่งดี"

            บัวเร่งเพราะพรุ่งนี้ก็เป็นวันที่สองแล้ว บัวเหลือเวลาอีกเพียงแค่นิดเดียวเท่านั้น พี่ชานยอลบอกหาญว่าสามวัน แล้วบัวก็ยังไม่อยากตาย

            (ได้สิ เดี๋ยวพรุ่งนี้พี่จะลางานไป แล้วเดี๋ยวพี่ไปรับบัวนะ บัวอยู่ที่ไหน พี่เพิ่งซื้อรถเบนซ์คันใหม่มา รับรองว่าบัวนั่งสบายแน่นอน)

            “งั้นเดี๋ยวเจอกันที่...” บัวบอกชื่อห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งไป ไม่อยากให้จอห์นนี่มาหาที่อพาร์ทเมนต์ใหม่ "สักสิบโมงนะครับ เดี๋ยวบัวรอ"

            (ไม่ให้พี่ไปรับที่บ้านเหรอบัว พี่ไปได้นะ) จอห์นนี่ยังพยายามวอแว เขาคิดถึงรสรักกับบัวใจจะขาด...

            “อย่าดีกว่าครับ ซอยมันเข้าออกลำบาก ไว้พี่จอห์นนี่ค่อยมาวันหลังที่เราว่างๆ กันก็ได้นี่ครับ" บัวใช้ความชาญฉลาดผัดเรื่องออกไป

            (ตกลงจ้ะ งั้นเดี๋ยวพรุ่งนี้เจอกันนะคนดี)

            “ครับ"

            (พี่รักบัวนะคะ ดีใจมากเลยที่บัวโทรมา ฝันดีค่ะ)

            บัวพึมพำตอบรับแล้วก็กดตัดสาย วางเสร็จก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่อย่างโล่งอก พรุ่งนี้ขอให้ไอ้หาญเล่นให้ดีๆ เหอะ แล้วระหว่างเขากับพี่จอห์นนี่จะได้จบสิ้นไปสักที

            “พี่ชานยอล...”

            บัวพึมพำขณะนอนมองเพดานในความมืด กลุ่มดาวเรืองแสงที่บัวซื้อมาติดแต่งห้องทอประกายเข้าดวงตา บัวปิดเปลือกตาลงแต่ก็ไม่อาจห้ามหยดน้ำที่หลั่งขึ้นมาได้เพราะความกลัวที่ซ่อนอยู่ลึกๆ ในใจถูกดันขึ้นมา

            ...ถ้าเกิดว่ามันไม่สำเร็จล่ะ ถ้าเกิดว่าบัวถอนสาบานไม่ได้จะเป็นยังไง...

            “พี่อย่าปล่อยให้บัวตายนะ... บัวยังไม่อยากตาย...”

            ‘พี่มิปล่อยให้น้องตายดอก อย่าได้ห่วงไปเลยหนาแม่บัวดอกน้อย'

            “...!?”

            บัวสะดุ้งขึ้นมาจากเตียงอย่างแรงเมื่อได้ยินเสียงนุ่มทุ้มกระทบโสตประสานใบหู

            “พี่ชานยอล!? นั่นพี่ชานยอลเหรอจ๊ะ?”

            ไม่มีเสียงตอบกลับขณะที่บัวพยายามเพ่งหาไปรอบห้องและพยายามทำสมาธิไปด้วยในเวลาเดียวกัน ทว่าสุดท้ายบัวก็ต้องยอมรับว่าตัวเองไม่สำเร็จ ร่างน้อยทิ้งตัวลงนอนบนหมอนแล้วปิดเปลือกตาลง

            ‘...บัวเอ๋ยบัวเผื่อน...

            มิลืมเลือนแม้จากกันยังฝันหา

            คิดถึงน้องสุดหัวใจเจ้าแก้วตา

            แม้นกายาพี่ดับดิ้นสิ้นชีวี

 

            ร่างที่เหลือไว้มีเพียงแต่เถ้าถ่าน

            และรอยพิมพ์ของวิญญาณตามวิถี

            พี่ยังอยู่เพื่อปกปักจงกลนี

            ตราบธุลีดินกลบหน้าน้องบัวเอย'

            “ฮึก...พี่ชานยอลอ่ะ... ฮึก...”

            ‘น้องนอนเถิด อย่าได้ลืมตาขึ้นมา อย่าได้พยายามที่จักมองหาพี่อีกเลย น้องจงรับรู้ไว้เพียงแค่ว่า พี่จักอยู่กับน้องตรงนี้ มิมีวันปล่อยให้สิ่งใดทำร้ายน้องได้ดอกเจ้าบัวเอ๋ย...'

            “ฮืออ...ฮือ...ฮือออ!"

            ‘พี่รักน้อง... แม่บัวเผื่อนของพี่'

            “ฮือออ"

- รฤกรัก -

 

           

            “บัวยืนรอพี่อยู่ข้างหน้าห้างแล้ว"

            (จ้ะ ขอสามวิ เดี๋ยวเจอกันนะจ๊ะ)

            “ครับ"

            บัวกดตัดสาย แล้วจากนั้นเพียงครู่เดียวรถเมอร์เซดีส-เบนซ์สีดำคันโก้ก็ขับเข้ามาหา คนขับลดกระจกลงครึ่งหนึ่งเผยให้เห็นใบหน้าดูดีของพี่จอห์นนี่ที่สวมแว่นตากันแดดราคาแพงอยู่ บัวพยักหน้า ก่อนจะเดินอ้อมแล้วปีนขึ้นไปนั่งที่เบาะข้างคนขับ

            “อึ๊! พี่จอห์นนี่...”

            “มาให้พี่ชื่นใจทีสิบัว"

            “อย่าครับ กลางถนนแบบนี้" บัวบ่ายเบี่ยงหน้าหลบเมื่ออีกฝ่ายเข้ามาซุกไซ้ "รีบไปกันก่อนดีกว่าครับ เดี๋ยวไม่ทันนัดหมอดูนะ"

            “อ่ะ ก็ได้ๆ"

            จอห์นนี่ยอมละออกมาเมื่อบัวพูดอย่างนั้น แต่ยังมิวายมองด้วยสายตาเว้าวอนสื่อความนัย บัวพยายามระงับอาการไม่ให้แสดงกิริยาเสียมารยาท เข้าใจแหละว่าคนมันเคยๆ กันอยู่แต่ตอนนี้ทุกอย่างไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว บัวเกลียดพี่จอห์นนี่เต็มอก ฉะนั้นอย่าหวังเลยว่าจะได้สัมผัสบัวแม้แต่ปลายก้อย

            ใช้เวลาราวสี่สิบนาทีบวกรถติดและอะไรหลายๆ อย่างในที่สุดทั้งคู่ก็มาถึงปากซอยหมู่บ้านของหาญ บัวรีบไลน์เข้าไปบอกเพื่อนไว้ก่อนว่าใกล้ถึงแล้วหากซันอยู่บ้านจะได้รีบให้ไปซ่อนตัว เพราะบัวจำได้ว่าตนเองเคยแนะนำน้องรหัสกับพี่จอห์นนี่ให้รู้จักกันมาก่อน ในตอนนั้นที่บัวยังโง่และมีหวังว่าพี่จอห์นนี่จะเลิกกับแฟนมาคบกับบัวจริงๆ จังๆ

            “หลังนี้แหละครับ"

            “อ่อ บ้านสวยดีนะ ไม่เหมือนสำนักหมอดูเลย พี่นึกว่าจะน่ากลัวๆ ดูขลังๆ เหมือนในละครหลังข่าวเสียอีก"

            บัวอดหัวเราะออกมาไม่ได้ "พุทธศักราชไหนแล้วครับ เดี๋ยวนี้หมอดูไม่ได้แต่งตัวบ้าๆ อยู่บ้านโทรมๆ เหมือนสมัยก่อนแล้ว"

            “จ้ะ บัวว่าไงพี่ก็ว่างั้นแหละ"

            จอห์นนี่ตอบอย่างเอาใจทำเอาบัวลอบกลอกตามองสูง ก่อนทั้งคู่จะลงมาจากรถเบนซ์ด้วยกัน บัวกดอินเตอร์โฟนหน้าบ้านหาญ

            /ครับ/

            เสียงอันมาดแมนของหาญแลงดังออกมา บัวกระแอมสองครั้งส่งสัญญาณ

            “สวัสดีครับคุณหาญ ผมบัวนะครับ ที่นัดเอาไว้"

            เป็นอันเปิดฉากแสดงละครอย่างสมบูรณ์แบบ

            /อ๋อ คุณบัวนั่นเอง/ หาญรับมุกเป็นอย่างดี พูดสำเนียงกลางชัดเป๊ะแบบที่บัวคิดในใจว่าทำไมมันไม่พูดอย่างนี้กับเพื่อนๆ วะ ทุกคนจะได้ไม่ต้องมาเสียเวลาแปลไทยเป็นไทยอีกรอบ /ที่นัดมากับเพื่อนอีกคนใช่ไหมครับ รบกวนรอสักครู่นะครับ/

            “ครับ"

            “อ้าว หมอดูเป็นผู้ชายเหรอ พี่นึกว่าเป็นผู้หญิง" จอห์นนี่เอ่ยขึ้นมาเพราะเพิ่งจะรู้

            “อ้อ เป็นผู้ชายครับ ผมไม่ได้บอกพี่จอห์นนี่หรอกเหรอ" บัวเองก็ลืมไป จอห์นนี่ส่ายหน้า

            “เปล่า บัวไม่ได้บอกพี่...”

            “สวัสดีครับ"

            ไม่ทันได้สนทนากันต่อประตูบ้านก็ถูกกดรีโมทให้เปิดออก แล้วหาญแลงในชุดนุ่งขาวห่มขาวแถมยังมีลูกประคำคล้องคอก็ทำให้บัวอ้าปากค้าง โอ้แม่เจ้า... ไม่น่าบอกพี่จอห์นนี่เลยว่าสมัยนี้หมอดูเขาไม่ได้แต่งตัวบ้าๆ กันแล้ว เพราะไอ้หาญวันนี้ดูเพี้ยนสุดกู่!

            บัวมองเพื่อนตาละห้อย ปากอ้าพะงาบๆ พูดอะไรไม่ออก เข้าใจว่าไอ้หาญอยากจะให้ตัวเองดูขลังแต่มันนึกอะไรของมันถึงได้เอาสร้อยลูกประคำสิบสายสายคล้องคอตัวเองจนหนาเป็นชั้นขึ้นมาแบบนั้น มิหนำซ้ำยังมีพระเครื่องห้อยคอประดับอีกห้าเส้น หลวงพ่อแต่ก็องค์ก็ใหญ่มากกกก ราวกับจตุคามรามเทพรุ่นโคตรเศรษฐีรวมร่างกับรุ่นบัลลังก์ราชันฟิวชั่นกับรุ่นรวยไม่เลิกอะไรเทือกนั้น มันทำให้หาญดูเหมือนคนไม่เต็มบาทมากกว่าหมอดูที่น่าเชื่อถือ ทุกอย่างที่เพื่อนชาวเหนือแต่งตัวมาไม่ได้เข้ากับเบ้าหน้าดีๆ ของมันเลยสักนิด เห็นแล้วเสียดาย เดี๋ยวนี้ไอ้หาญมันอุตส่าห์โกนหนวดเกลี้ยงขึ้นแล้วด้วย บัวนึกขอบคุณสวรรค์ที่เพื่อนยังไม่อุตริขนาดเอาอะไรมาสวมหัว ไม่อย่างนั้นบัวต้องเป็นลมล้มตึงตรงหน้าประตูตรงนี้แน่ๆ

            “เชิญเข้ามาด้านในก่อนครับ"

            หาญเอ่ยเสียงเรียบแล้วผายมือให้บัวกับพี่จอห์นนี่ จอห์นนี่หันมามองหน้าบัวเพื่อเป็นการยืนยันเพราะตกใจกับการแต่งกายของหมอดูคนดังไม่น้อย บัวจึงพยักหน้าให้คำตอบ แล้วทั้งคู่ก็เลยถอดรองเท้าเดินตามหลังหาญเข้าไปด้วยกันเงียบๆ

            เมื่อมาถึงห้องทำงานของหาญทุกอย่างก็เงียบสนิท

            “ดื่มอะไรก่อนไหมครับ" หาญเอ่ยถาม

            “ไม่ล่ะครับ เรียบร้อยกันมาแล้ว" จอห์นนี่เป็นฝ่ายชิงตอบเพราะไม่กล้าจะรับประทานอะไรในบ้านหลังนี้ทั้งนั้น อันที่จริงทุกอย่างมันก็ดูปกติดียกเว้นแต่ตัวเจ้าของบ้านนี่แหละ เพราะอย่างนั้นไม่เสี่ยงดีกว่า

            หาญพยักหน้าเป็นเชิงว่ารับรู้ขณะที่บัวเงียบกริบ และแล้วพ่อหมอคนดังก็หันมาหาเพื่อน

            “นี่คือเพื่อนที่คุณบัวโทรนัดบอกว่าจะพามาดูดวงใช่ไหมครับ"

            “อ่า ใช่ครับ ที่คุณหาญทักไว้คราวก่อนว่าช่วงนี้พี่เขาดวงไม่ค่อยดี ที่ชื่อจักรกริช ชื่อเล่นจอห์นนี่น่ะครับ"

            “อ้อครับ จำไม่ได้แล้วครับ พอดีดูดวงคนเยอะมาก ต้องขออภัย"

            แหม่ ไอ้หาญ เล่นดีเว่อรรรรร์

            มันต้องแบบนี้แหละ หมอดูเซเลปทำนายทายทักคนมากกว่าเป็นร้อยๆ ในหนึ่งเดือน จะไปจำดวงชะตาทุกคนได้ไง ขืนบอกว่าจำได้มันจะดูพิกลไปหน่อย

            “ครับ... น้องบัวเป็นแฟนผม บัวมาบอกผมว่ามาดูดวงกับคุณหาญวันก่อน แล้วคุณหาญทักแม่นมาก รวมถึงบอกว่าช่วงนี้ชะตาผมไม่ดี น้องบัวเลยอยากให้ผมมาดูกับคุณหาญด้วยตัวเอง เผื่อจะมีการแก้ไขอะไรได้ครับ"

            “เอ๊ะ ประทานโทษที คุณจอห์นนี่แฟนคุณบัวเหรอครับ" หาญหันไปถามเพื่อน บัวจิกตาใส่คนถาม แต่ก็ตอบไปตามน้ำ

            “ครับ ที่ผมเล่าให้ฟังคราวก่อน ที่ฝากดวงเอาไว้กับคุณหาญด้วยน่ะครับ"

            หาญพยักหน้า แล้วทำเป็นก้มลงไปขยุกขยิกหาใบดวงที่บัวฝากไว้ ...ซึ่งความจริงแล้วไม่มี หาญเพิ่งจะทำปลอมๆ ขึ้นมาเมื่อคืน พ่อหมอตัวขาวหยิบกระดาษใบหนึ่งขึ้นมา

            “อื้ม... คุณจักรกริช เวชไวยนนท์ เกิดวันที่เก้า กุมภาพันธ์"

            “ครับ"

            “ประกอบอาชีพเกี่ยวกับเครื่องจักรกลไกลรึเปล่าครับ"

            จอห์นนี่ตกใจไม่น้อยที่อีกฝ่ายล่วงรู้ได้ทั้งที่ตนไม่ได้บอกแต่ก็สงวนท่าที

            “ครับ ผมเป็นวิศวกร"

            “ดีแล้วครับ เหมาะกับดวงมาก อื้มม แต่ถ้าดูตามชะตา... เนื้อคู่คุณเป็นผู้หญิงนะครับ แล้วก็เหมือนว่าเพิ่งจะมีงานมงคลไปเมื่อปลายปีที่แล้วด้วย"

            จอห์นนี่สะดุ้งเฮือกขณะที่บัวจิกตาแรงใส่หาญ จอห์นนี่หูแดงขึ้นมาเพราะรู้สึกเหมือนถูกประจานซึ่งหน้าว่าเป็นคนเจ้าชู้มีเมียน้อย แม้จะเป็นเรื่องจริงแต่เขาก็ไม่ได้อยากให้ใครมาว่า หากแต่ชายหนุ่มก็ยอมตอบ

            “ครับ... ก็แค่แต่งกันเพราะผู้ใหญ่อยากให้แต่งน่ะครับ แต่ความจริงก็รักอยู่กับน้องบัว" เจ้าตัวมิวายพูดให้ตัวเองดูดี

            “อ้อ... ครับ" หาญพยักหน้า แล้ววางใบดวงลงบนโต๊ะ ก่อนจะมองจอห์นนี่ด้วยสายตาเคร่งขรึม "ช่วงนี้ดวงคุณไม่ค่อยดีเลย เรียกได้ว่าตกแรงมากทีเดียวหลังจากอยู่บนวิมานมาตลอด สักเดือนที่แล้วมีดาวประกายพฤกษ์ส่องแสงขึ้นมาในชะตาของคุณ แต่มันก็ดับวูบไปอย่างไม่น่าเชื่อ ไม่ทราบว่าเดือนที่แล้วคุณเกือบได้เลื่อนขั้นในหน้าที่การงานแต่มีอันต้องถูกหยุดชะงักรึเปล่าครับ"

            จอห์นนี่มองหน้าบัวอย่างเหลือเชื่อ เพราะเรื่องนี้แม้แต่บัวเองก็ไม่รู้ ก่อนจะหันไปมองหน้าหาญ

            “ใช่ครับ พอดีถูกขัดแข้งขัดขานิดหน่อย"

            “นั่นล่ะครับ ดวงของคุณเริ่มร้ายมาตั้งแต่เดือนที่แล้ว แล้วเร็วๆ นี้ก็เกือบมีอุบัติเหตุทางถนนใช่ไหมครับ เกือบถึงแก่ชีวิตแต่ก็รอดมาได้แบบไม่น่าเชื่อ เหตุการณ์เหมือนเพิ่งผ่านไปได้สองสามวันนี้เอง"

            บัวยกมือขึ้นปิดปากเพราะเผลอหลุดยิ้ม ไม่อยากเชื่อว่าไอ้หาญคนเด๋อจะเล่นละครได้แนบเนียนขนาดนี้ทั้งๆ ที่มันกับแฟนนั่นแหละที่เป็นคนไปขับรถไล่บี้เขา บัวเห็นหน้าพี่จอห์นนี่ก็รู้แล้วว่าตอนนี้อีกฝ่ายเชื่อหาญอย่างหมดใจ รับรองถ้าหาญสั่งให้ไปทำอะไรจอห์นนี่ต้องไปทำแน่

            “ใช่ครับ มันเกิดอะไรขึ้นกับผมกันแน่ ช่วงนี้เงินก็ขาดมือทั้งที่ปกติไม่เคยเป็นอย่างนี้เลย กับภรรยาที่บ้านก็ทะเลาะกันวันเว้นสองวัน" จอห์นนี่เริ่มระบายออกมาในขณะที่บัวรู้อยู่แก่ใจโดยที่ไม่ต้องดูหมอ ก็เพิ่งซื้อเบนซ์มามันต้องแบ่งเงินส่วนหนึ่งไปผ่อนรถ เงินก็ขาดสภาพคล่องน่ะสิ นี่เรียนจบวิศวะมาได้ไงเนี่ย ตรรกะง่ายๆ แค่นี้ยังไม่รู้ ส่วนกับภรรยาของพี่จอห์นนี่...รูปหล่อเพลย์บอยแบบนี้แถมยังไม่เลิกเที่ยวกลางคืนแน่นอนว่าเมียที่ไหนก็ต้องทนไม่ไหวจนหาเรื่องทะเลาะกัน (ที่รู้เพราะแอบส่องเฟสบุ๊ก)

            “อื้ม เพราะเจ้ากรรมนายเวรของคุณครับ รวมไปถึงมีศัตรูเป็นคนที่คิดอยากจะทำร้ายคุณด้วย ผมบอกได้เลยว่า...เล่นแรง ตกแดง เอาถึงตายเลยทีเดียว"

            หาญเน้นคำ ดวงตากลมโตวาววับราวกับลูกแก้วจนน่าขนลุก ทำเอาจอห์นนี่ที่ถูกจ้องถึงกับหยุดหายใจไปชั่วขณะ ก่อนวิศวกรหนุ่มจะถามออกมาเสียงแผ่วเบา

            “ใครครับ มันเป็นใคร"

            “ผมเองก็ไม่ทราบครับ และคุณไม่ทราบก็จะดีกว่า ไม่อย่างนั้นก็จะเป็นเวรกรรมติดตัวกันต่อไปอีก แต่ทุกอย่างที่มันรุนแรงได้ขนาดนี้เพราะคุณผิดศีลข้อสาม ข้อผิดลูกผิดเมียด้วย เอาล่ะ เอาเป็นว่าผมไม่ยุ่งเรื่องส่วนตัวครับ" หาญรีบออกตัวทั้งที่ความจริงก็เสือกไปแล้วเยอะมาก

            “ไม่เป็นไรครับ พูดได้" จอห์นนี่เอ่ยออกมาทันที "ผมรักน้องบัวมากกว่า แต่ด้วยอะไรหลายๆ อย่างผมถึงต้องแต่งงานกับแฟนผมคนนั้น จะขัดผู้ใหญ่ก็ไม่ได้"

            บัวเบ้ปากกลอกตามองสูงจนหาญต้องเม้มปากเพราะเกือบจะหลุดหัวเราะ ก่อนพ่อหมอจะตีหน้าเคร่งขรึมเหมือนเดิม

            “ครับ... แล้วยังไงอีก"

            จอห์นนี่เริ่มเปิดปากระบายถึงทุกความอึดอัดใจในชีวิต ที่บัวฟังแล้วก็รู้สึกว่าทำตัวเองทั้งนั้น แถมด้วยนิสัยอีโก้หัวสูงอย่างพี่จอห์นนี่ก็ไม่แปลกหรอกที่พอจะขึ้นสู่ตำแหน่งใหญ่ก็ช่วยไม่ได้ที่จะมีศัตรูมาเลื่อยขาเก้าอี้ ก็พ่อคุณคนเกลียดน้อยเสียที่ไหน แถมบุญอะไรก็ไม่เคยทำเพราะไม่เชื่อ มีศาสนาพุทธไว้แค่ประดับบนบัตรประชาชน แต่ถึงอย่างนั้นหาญก็รับฟังทุกอย่างอย่างเป็นมืออาชีพโดยไม่ปริปากบ่น เพราะการฟังคนระบายมันเป็นส่วนหนึ่งของอาชีพหมอดูอยู่แล้ว

            “ถ้ายังเป็นแบบนี้ต่อไป คุณจอห์นนี่จะชะตาถึงฆาตได้ในสามวันเจ็ดวันเลยนะครับ เจ้ากรรมนายเวรของคุณเร่งมาทุกทีแล้ว"

            “แล้วผมต้องทำยังไงบ้างครับคุณหาญ บอกผมมาได้เลยผมจะรีบไปทำวันนี้"

            บัวกับหาญแทบกรี๊ดอย่างยินดี อยากจะลุกขึ้นมาพร้อมใจกันเต้นๆๆๆ แต่ก็ต้องนั่งสงบปากสงบคำ หาญรีบหยิบกระดาษใบหนึ่งออกมาวางตรงหน้าทั้งคู่ ในนั้นมีโน้ตเขียนไว้

            “นี่ครับ ยังไงคุณกับคุณบัวก็มีชะตาเกี่ยวพันกัน ไม่งั้นคงคบหากันมาหลายปีแบบนี้ไม่ได้ ผมอยากให้คุณทั้งสองคนไปวัดที่ใกล้ที่สุด แล้วก็เข้าไปทำพิธีในโบสถ์หน้าองค์พระประธานที่ศักดิ์สิทธิ์ วัดไหนก็ได้ ทำให้เร็วที่สุดยิ่งดี แล้วรับรองว่าชีวิตคุณจอห์นนี่กับคุณบัวจะดีขึ้นมาเป็นเท่าตัวเลย"

            “อื้ม... ธูปห้าคู่ , เทียนขาวเล็กห้าคู่ , ดอกไม้ห้าคู่ , เงินบาทห้าเหรียญ เอายังไงดีบัว จะรอไปทำกันสัปดาห์หน้าดีไหม ของอะไรวันนี้พี่ก็ไม่มี ยังไม่รู้จะไปหาซื้อจากที่ไหนด้วย" จอห์นนี่เงยหน้าหันไปปรึกษาบัว บัวหน้าเก้อไปในทันที สัปดาห์หน้าเนี่ยนะ บัวได้ตายก่อนแน่ พรุ่งนี้ก็วันสุดท้ายแล้วด้วย

            “เอ่อ...”

            “ไม่ต้องกังวลครับ ทำวันนี้เลยดีกว่า ยังไงวันนี้ก็ฤกษ์งามยามดี" หาญแทรกขึ้นมา ก่อนจะเปิดลิ้นชักนำเสนอ "ผมมีชุดอุปกรณ์ขายครบเซต ชุดล่ะแค่ร้อยแปดสิบบาทเท่านั้น แล้วก็ออกไปทำพิธีกันที่วัดตรงปากซอยหมู่บ้านผมได้เลย พอดี๊พอดีผมเพิ่งสั่งดอกบัวมาไหว้พระเมื่อเช้า ทุกอย่างยังใหม่ๆ"

            “โอ้ ดีเลยครับ งั้นผมขอซื้อเลย"

            จอห์นนี่หยิบตังค์ออกมาทันทีที่หาญกล่าวดังขึ้น ก่อนหาญจะหอบของทุกอย่างขึ้นมาวางบนโต๊ะสองชุด ให้บัวชุดหนึ่ง ให้จอห์นนี่ชุดหนึ่ง

            “เดี๋ยวพี่ออกให้บัวเองนะจ๊ะ"

            “อย่าดีกว่าครับ จะทำพิธีอะไรแบบนี้ต้องจ่ายด้วยเงินตัวเอง" หาญรีบแทรกด้วยสีหน้าจริงจัง การถอนสาบาน...คือการขอจากกันโดยสมบูรณ์ เพราะอย่างนั้นต่อจากนี้นายจักรกริชกับนายสาโรชจะไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันอีกแล้ว หากมามีเรื่องติดเงินอะไรกันไปอีกเดี๋ยวพาลไม่จบไม่สิ้น ของอย่างนี้กันไว้ดีกว่าแก้

            “ไม่เป็นไรครับพี่จอห์นนี่ บัวมีเงินมา"

            บัวยิ้มตอบแล้วควักเงินจ่ายหาญ แอบคิดด่าในใจว่าไอ้เวรหาญแลง ของแค่นี้ขายชุดล่ะร้อยแปดสิบบาทเลยเหรอ บัวไปซื้อที่ตลาดรวมกันน่าจะถูกกว่าหลายบาท

            “ครับ ขอย้ำนิดหนึ่ง หลังจากจุดธูปสวดคาถาอะไรเสร็จรบกวนทั้งคู่เดินแยกกันออกมาจากโบสถ์ อย่าพูดคุยกัน อย่ามองหน้ากันจนกว่าจะพ้นธรณีประตูโบสถ์ เอาให้เลยบันไดโบสถ์ได้เลยยิ่งดี เหมือนคนที่ไม่รู้จักกันไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันน่ะครับ แล้วหลังจากนั้นจะไปเจอไปคุยกันที่รถก็ไม่ว่า"

            “อ้อ ครับ ได้ครับ" จอห์นนี่รับคำ ไม่ได้รู้สึกรู้สาอะไรขณะที่บัวขนลุกขึ้นมาจนต้องกอดตัวเอง บัวกำลังจะถอนสาบานกับพี่จอห์นนี่ จะขาดกันแบบสะบั้นไม่เหลือเยื่อใยอีกต่อไป ทั้งๆ ที่นี่คือสิ่งที่ดีที่สุด แต่ทำไมเหมือนส่วนหนึ่งมันโหวงๆ ขึ้นมาแบบบอกไม่ถูก บัวไม่ได้รู้สึกอะไรกับพี่จอห์นนี่แล้ว ทว่ากลับหนาวๆ ร้อนๆ เหมือนจะเป็นไข้

            “อีกนิดนึงครับ ตอนทำพิธีแล้วเดินออกมา อย่าหันหลังไปมองตรงที่เอ่ยคำถอนสาบาน เอ๊ย ผมหมายถึงคำถอนสิ่งอัปมงคลน่ะครับ" หาญรีบแก้หลังหลุดออกไป "อย่าหันหลังไปมองเด็ดขาด ถ้าลืมของอะไรก็ทิ้งไว้ตรงนั้นเลย เพราะฉะนั้นอย่าลืมของมีค่าอะไรนะครับ"

            “ครับ ได้เลยครับ" จอห์นนี่รับคำ ยกมือขึ้นลูบคอตัวเองเพราะจู่ๆ ก็เหงื่อออก รู้สึกหนาวๆ ร้อนๆ แปลกๆ ขึ้นมา

            “ก็เป็นอันจบแล้วนะครับกับการดูดวง ค่าครูห้าร้อยบาทรบกวนใส่พานเลยครับ"

            จอห์นนี่พยักหน้าแล้วหยิบแบงค์ห้าร้อยอกมาวางบนพาน ก่อนจะยกมือขึ้นไหว้ หาญยิ้มบางๆ

            “เดี๋ยวผมไปส่งที่รถนะครับ"

            แล้วทั้งคณะก็เดินลงมาชั้นล่างด้วยกัน จอห์นนี่ถือโอกาสสำรวจบ้านหลังสวยไปด้วยตามประสาวิศวกรที่มักจะสนใจอะไรแบบนี้ เขาเอ่ยชวนคุยตามประสาคนคุยเก่ง

            “ขอบคุณคุณหาญมากนะครับ ผมรู้สึกสบายใจขึ้นมาก ไว้จะพาภรรยากับแม่มาดูบ้าง แต่ยังไงรบกวนปิดเรื่องน้องบัวให้หน่อยนะครับ"

            หาญยิ้ม จอห์นนี่ไม่ใช่คนแรกหรอกที่ขอให้เขาปิดเรื่องมีบ้านที่สอง

            "ครับ ได้อยู่แล้ว"

            "ว่าแต่บ้านคุณหาญน่าอยู่จังเลยครับ ค่อนข้างโล่งโปร่งทีเดียว อยู่คนเดียวเหรอครับ ผมว่าออกจะใหญ่ไปสักหน่อยถ้าอยู่คนเดียว"

            หาญชะงักเท้าเล็กๆ ก่อนจะตอบ "อยู่กับ... เพื่อนน่ะครับ"

            “อ๋อ"

            “เราสองคนสนิทกันมาตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัยแล้ว พอดีผมไม่ใช่คนกรุงเทพฯ เขาก็มาช่วยหารซื้อ ช่วยกันผ่อน"

            หาญอธิบายขณะที่ยกมือเกาศีรษะไปด้วย บัวมองคนพูดแบบล้อๆ แล้วแกล้งเอานิ้วโป้งลากปาดคอตัวเองประมาณว่าถ้าซันได้ยินมึงตายแน่

            “อ้อ ดีจังเลยนะครับ มีเพื่อนที่รักกันขนาดนี้" จอห์นนี่พูดไปเรื่อย มองดูข้าวของก็รู้แล้วว่าผู้อยู่อาศัยอีกคนเป็นผู้ชายเหมือนกัน เพราะที่นี่มันปราศความรู้สึกกุ๊กกิ๊กอะไรแบบที่บ้านเขามี ซึ่งมันเป็นสิ่งที่มนุษย์ผู้หญิงต้องอยู่เท่านั้นสถานที่นั้นๆ ถึงจะมีฟีลลิ่งแบบนั้นได้

            ยกตัวอย่างเช่น การมีน้ำยาล้างเล็บเผลอวางไว้บนโต๊ะห้องรับแขก หรือแม้แต่การมีกระเป๋าถือวางทิ้งไว้บนโซฟาเป็นต้น แม้แต่การมีกลิ่นหอมๆ หวานๆ ลอยกรุ่นอยู่ในบ้าน

            “ยังไงเดี๋ยวผมส่งเท่านี้นะครับ ขอให้ทั้งคู่โชคดี"

            “ครับ ขอบคุณมากครับ"

            จอห์นนี่กับบัวกลับเข้าไปในรถด้วยกัน เพียงเท่านั้นทุกอย่างก็พาลเงียบไปหมดจนบรรยากาศพากันแปลกๆ มันเงียบตลอดทางที่จอห์นนี่ขับรถอย่างเชื่องช้า

            “พี่จอห์นนี่..."

            “บัว..."

            “พี่จอห์นนี่พูดก่อนเลย"

            เรื่องตลกร้ายดันเกิดขึ้นเมื่อต่างฝ่ายต่างก็เรียกกันขึ้นมาพร้อมกันพอดี จอห์นนี่ส่ายหน้า

            “ไม่... บัวพูดก่อนดีกว่า...”

            “บัว... ก็แค่เห็นพี่จอห์นนี่เงียบแปลกๆ ไป แค่นั้นแหละ" เสียงของบัวสั่นเครือ

            “...พี่...พี่ไม่รู้ทำไม...”

            “...”

            “อยู่ๆ พี่ก็รู้สึกเหมือนอยากจะร้องไห้"

            “...”

            “ทั้งๆ ที่มันไม่มีอะไรเลยแท้ๆ"

            “...”

            บัวได้แต่กัดริมฝีปาก เพราะตัวเองก็รู้สึกเหมือนอย่างที่พี่จอห์นนี่พูดไม่ต่างกันสักนิด ก่อนคนตัวเล็กจะหันไปมองหน้าเจ้าของรถที่มองหน้าบัวอยู่ก่อน แววตาของพี่จอห์นนี่ชุ่มช่ำเพราะหยดน้ำ และดวงตาของบัวเองก็ไม่ต่าง

            “...นั่นสิครับ... แปลกจังเลย...”

            “แล้วมันก็หนาวๆ ร้อนๆ ไปหมด อยู่ดีๆ พี่ก็อยากจะร้องไห้เหมือนเป็นเด็กๆ"

            “...”

            “มันเหมือนว่า ข้างในตัวมันโหวงๆ พี่ไม่เข้าใจตัวเองเลย...”

            จอห์นนี่เอ่ยเสียงสั่นปร่า แล้วขบกัดริมฝีปากตัวเอง บัวยกมือขึ้นปาดน้ำตาบนใบหน้าตัวเองเร็วๆ พูดเสียงมั่นคง

            “พี่จอห์นนี่คิดมากไปแล้ว ไม่มีอะไรหรอก บัวก็อยู่ตรงนี้ พี่คงดีใจที่เพราะจะได้แก้ดวงให้ดีขึ้นมากกว่า"

            “นั่นสิ พี่ก็ไม่รู้มันเกิดอะไรขึ้น แต่พี่รู้สึก...ว่าพี่อยากจะมองหน้าบัว มองให้นานๆ... นานที่สุดเท่าที่พี่จะมองได้ ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน"

            บัวได้แต่เงียบกริบ เพราะแม้แต่บัวเองก็อยากจะร้องไห้ ในใจมันร้องตะโกนเสียงดังว่าจะทำแบบนี้จริงๆ หรือ ของนั่นที่พี่จอห์นนี่เคยทำไว้เมื่อชาติที่แล้ว... มันคงจะแรงจริงๆ จนฝังไปถึงกระดูกดำ เพราะแม้แต่คนที่เป็นฝ่ายทำเองอย่างพี่จอห์นนี่ ยังถูกพิษของมันเล่นงานไปด้วย

            “บัว...”

            จอห์นน้ำตาไหลพรากอาบแก้ม ทำเอาบัวที่พยายามกลั้นน้ำตาต้องร้องไห้ออกมาบ้าง มันราวกับว่าเราสองคนกำลังจะตายจากกันอย่างไรอย่างนั้น เราต่างกันอาลัยอาวรณ์กันหนักแทบเป็นแทบตาย

            “พี่จอห์นนี่...ฮึก...ร้องไห้ทำไม...”

            “พี่ก็ไม่รู้... พี่ไม่รู้...”

            จอห์นนี่ส่ายหน้าทั้งที่น้ำตาไหลไม่หยุด ไม่เข้าใจตัวเองเลยสักนิด เขารู้สึกราวกับว่าเขากำลังจะเสียอะไรไปตลอดกาลที่เขาก็ยังไม่รู้ว่ามันคืออะไร ข้างในกายของเขาระเบิดเสียงแผดร้องแข่งกันดังลั่น ซึ่งเขาจับใจความเสียงต่างๆ ไม่ได้เลยแม้แต่เสียงเดียว

            “พี่อยากกอดบัว... แต่พี่ก็ไม่อยากกอด... พี่ไม่รู้... ความรู้สึกมันตีกันไปหมด พี่ไม่รู้แล้ว...”

            “ถ้าพี่อยากกอดบัว พี่ก็กอด... แต่ถ้าพี่ไม่อยากกอด พี่ก็ไม่ต้องกอด... พี่คงเครียดเรื่องงานจนสับสนมากกว่า"

            บัวยกสองมือปาดน้ำตาบนใบหน้า ไม่อยากเชื่อเลยว่าเรื่องแบบนี้มันจะยากไปได้ โน้มน้าวได้สำเร็จก็ยังต้องมาต่อสู้กับตัวเองต่อ ใจหนึ่งของบัวไม่อยากทำมันแล้ว แต่ส่วนจิตสำนึกที่ยังมีสติก็บอกว่าบัวต้องทำต่อไปให้สำเร็จให้ได้

            “เราลงจากรถกันไปเข้าโบสถ์ดีกว่า อย่าเสียเวลาเลยพี่จอห์นนี่ เราต้องเข้าไปเอ่ยคาถาพร้อมกัน แล้วเดี๋ยวหลังจากนี้... เราค่อยไปหาอะไรกินกันนะ"

            บัวพูดทั้งๆ ที่รู้ว่าหลังจากนี้ทุกอย่างมันจะจบอย่างไร้รอยต่อ เราสองคนจะไม่บรรจบมาเจอกันอีกแล้วในชาตินี้และชาติหน้า

            “พี่...”

            “พี่ไม่อยากไปเหรอ"

            “พี่อยากขอเวลาอีกนิดได้ไหมบัว อีกวัน อีกชั่วโมงก็ได้ แค่นาทีก็ยังดี พี่ไม่รู้ทำไม... มันถึงรู้สึกแบบนี้"

            “ไม่มีเวลาแล้วครับ" บัวเอ่ย "รีบๆ ลงไปทำแล้วก็ไปหาก๋วยเตี๋ยวกินกันดีกว่า พี่จอห์นนี่ชอบกินก๋วยเตี๋ยวเส้นใหญ่ใส่กากหมูเยอะๆ ไม่ใช่เหรอ นี่ไง... ถ้าเสร็จแล้ว เราจะได้ไปกินกัน"

            บัวพยายามข่มเสียงไม่ให้สั่นสะท้าน ยิ่งได้กล่าวถึงอดีตหวานชื่นที่เคยมีร่วมกันก็ยิ่งอยากจะร้องไห้ยิ่งนัก แต่เราสองคนไม่ควรคู่กัน พี่จอห์นนี่ทำร้ายบัวมามากแล้ว ก็เหมือนที่บัวทำร้ายภรรยาของพี่จอห์นนี่ เวรกรรมทุกอย่างควรสิ้นสุดตรงนี้

            “ลงมาจากรถเถอะครับพี่จอห์นนี่ ถึงวัดแล้ว เราไปกันดีกว่า"

            จอห์นนี่ยอมพยักหน้า ก่อนจะก้าวลงมาจากรถพร้อมเสื้อสูทที่เจ้าตัวเพิ่งหยิบมาสวมทับไว้เพราะรู้สึกหนาวจนครั่นเนื้อครั่นตัวขึ้นมา บัวเดินไปจับมือพี่จอห์นนี่ ก่อนจะพาคนตัวสูงเดินที่โบสถ์ขณะที่อีกฝ่ายเดินลากเท้าอย่างเชื่องช้า ทั้งคู่ขนลุกกันไปในทุกย่างก้าวที่เดิน เสียงลมหวีดหวิวกรีดร้องจนบาดผิวเนื้อ พัดแรงเสียจนผมเผ้าของบัวกระจัดกระจายไม่เป็นทรง แต่ในที่สุดทั้งคู่ก็เข้ามาถึงโบสถ์ที่มีพระประธานอันศักดิ์สิทธิ์ บัวลงมือจุดธูปจุดเทียนถือดอกบัวเอาไว้แล้วพนมมือ ในโบสถ์ไม่มีใครเลยนอกจากพี่จอห์นนี่กับบัว

            “อิ... อิ...” จอห์นนี่ปากสั่นขณะก้มมองกระดาษที่เขียนสวดคาถา อ่านแค่ได้คำแรกแล้วก็อ่านต่อไปไม่ได้ บัวที่นั่งเทพบุตรอยู่ข้างๆ กัดริมฝีปากจนแทบห้อเลือด ตัวบัวเองก็รู้สึกราวกับปากหนักเป็นเหล็กจนเอ่ยอะไรแทบไม่ไหว ก่อนคนตัวเล็กจะสูดลมหายใจเข้าลึก ตั้งสติ แล้วเป็นฝ่ายสวดนำอย่างเข้มแข็งเต็มเสียง

            อิมัง มิฉา อธิษฐานัง ปันจะทะธาราปิ
            ทุติยัมปิ อิมัง มิจฉา อธิษฐานัง ปันจุทัดธาราปิ
            ตะติยัมปิ อิมัง มิจฉา อธิษฐานัง ปัจจุทัดธาราปิ

            บานพับหน้าต่างทุกหน้าต่างปิดเปิดเอี๊ยดอ๊าดเพราะแรงลมที่รุนแรงราวกับพายุ ไฟในโบสถ์ติดๆ ดิบๆ น่ากลัวคล้ายฉากในหนังสยองขวัญ และทั้งๆ ที่มันเป็นเวลาเพียงสิบเอ็ดโมงแต่ท้องฟ้าข้างนอกกลับมืดครึ้มราวกับจะมีพายุฝนตก บัวรู้สึกคล้ายกับมีเสียงเซ็งแซ่ของใครต่อใครตะโกนบอกให้บัวหยุดการกระทำของตัวเองเดี๋ยวนี้ในภพที่บัวไม่อาจมองเห็น คงจะเป็นผีเจ้ากรรมนายเวรตนอื่นที่ต้องการเห็นบัวทุกข์ทรมานเป็นแน่แท้ คนตัวเล็กไม่แยแส ตั้งสมาธิแล้วสวดคาถาต่อ จอห์นนี่เองก็แข็งใจสวดต่อด้วยเมื่อเห็นว่าคนตัวเล็กไม่ยอมเลิก

            "นะถอน โมถอน พุทธถอน ทาถอน ยะถอน นะคลอน โมคลอน พุทธคลอน ทาคลอน ยะคลอน ถอนด้วย นะโมพุทธทายะ นะมามิหัง

            ข้าพเจ้า นายสาโรช ทบทวีกานต์/นายจักรกริช เวชไวยนนท์" จอห์นนี่เอ่ยชื่อตัวเองต่อจากชื่อบัว "ขออาราธนา ขอพระเมตตาบารมีองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทุก ๆ พระองค์ พระมหาจักรพรรดิทุก ๆ พระองค์ พระปัจเจกพุทธเจ้าทุก ๆ พระองค์ พระธรรม พระอรหันต์ พระโพธิสัตว์ พระอริยสงฆ์ อริยบุคคล ครูบาอาจารย์สืบๆ กันมา

            ด้วยข้าพเจ้าเคยประมาทพลาดพลั้ง เป็นผู้มีมิจฉาทิฐิด้วยความไม่รู้ ข้าพเจ้าขอถอนสาปแช่ง คำอธิษฐาน และพันธนาการทั้งปวง ขอให้ข้าพเจ้าหลุดพ้นจากพันธนาการทั้งปวง หากแม้นข้าพเจ้าเคยร่วมอธิษฐานครองคู่กับผู้ใดมาก็ตาม หรือทุกการอธิษฐานที่เป็นเหตุให้เกิดความเสื่อม เกิดบาปและอุปสรรคทั้งปวง ข้าพเจ้าขอยกเลิกคำอธิษฐาน เพื่อให้ต่างฝ่ายต่างเป็นอิสระต่อกัน

            ขอย้ำ ข้าพเจ้าขอยกเลิกคำอธิษฐาน เพื่อให้ต่างฝ่ายต่างเป็นอิสระต่อกัน"

            บัวที่หลับตาสวดเน้นเสียง ไม่สนว่าจอห์นนี่สวดคาถาไปถึงไหน คนตัวเล็กสวดต่อ

            "ข้าพเจ้าขอถอนคำอธิษฐาน ถอนคำสาปคำแช่ง คำบนบานที่ข้าพเจ้าได้ตั้งขึ้น พร้อมแล้วด้วยกิเลส ด้วยตัณหา ด้วยอุปทาน ด้วยโทสะ ด้วยโมหะ ด้วยมานะ ด้วยมิจฉาทิฐิ เป็นไปเพื่อความพยาบาทเบียดเบียน สร้างเวรสร้างกรรม ไม่ประกอบด้วยธรรม ไม่ประกอบด้วยวินัย ไม่ประกอบด้วยกุศล ไม่ประกอบด้วยปัญญา ไม่ประกอบด้วยบารมี ที่ข้าพเจ้าได้อธิษฐานไว้ สาปแช่งไว้ บนบานไว้ สัญญาไว้ ในอดีตชาติก็ดี ปัจจุบันชาติก็ดี

            ลูกน้อมขออำนาจพระบารมีขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระรัตนตรัยและเทพพรมหมทั้งสิบหกชั้นฟ้า สิบห้าชั้นดิน แม่พระธรณีได้โปรดเป็นสักขีพยานในการที่ลูกขอถอนคำอธิษฐานเหล่านั้น ถอนคำแช่ง คำสาป คำบนบาน คำสัญญา ร้อยหน พันหน ณ กาล บัดนี้เทอญ

            บัวลืมตาขึ้น กำปักธูปห้าดอกลงบนกระบะปักธูปอย่างแรง นัยน์ตาวาววับโชนแสง

         ครืนนนนนนนน!!! เปรี้ยงงงงงงงงงงงง!!

            เสียงฟ้าผ่าดังกัมปนาทจนบัวสะดุ้งเฮือก แต่ถึงกระนั้นก็เป็นอันว่าพิธีทุกอย่างได้เสร็จสิ้น บัววางดอกไม้ลงหน้าพระแล้วกราบลาสามครั้ง คนตัวเล็กเห็นไหวๆ ว่าจอห์นนี่กำลังเอื้อมมือมาปักธูปเช่นกัน และเมื่อพี่จอห์นนี่ปักธูปลงบนกระบะบ้าง เทียนทุกเล่มในโบสถ์ก็พลันดับพรึ่บจนน่าขนลุก บัวไม่รอจอห์นนี่ ไม่หันไปถามอะไรทั้งนั้น คนตัวเล็กก้าวเดินฉับๆ ออกจากโบสถ์ ไม่หันไปมองข้างหลังเลยแม้แต่นิดเดียว

            ท้องฟ้าพลันสว่างไสวราวกับวันฟ้าเปิด แสงแดดสาดส่องลงมาเป็นคนล่ะเรื่องกับตอนที่บัวอยู่ในโบสถ์เมื่อกี้ บัวรู้สึกโล่งขึ้นมาจนเหมือนกับว่าตัวจะลอยขึ้นไปบนฟ้าได้ ความรู้สึกอึดอัดคับข้องใจครั่นเนื้อครั่นตัวมลายหายไปหมด มันนานมากแล้วที่บัวไม่ได้รู้สึกหัวเคลียร์โล่งตัวเบาบาง มันเป็นความรู้สึกที่สดชื่นราวกับได้นอนมาเต็มอิ่มทั้งคืน แล้วตื่นขึ้นมาในห้องโรงแรมห้าดาวในต่างประเทศสักแห่งที่มีวิวแสนสวย แล้วสูดรับอากาศเย็นสบายสดชื่นเข้าไปเต็มปอด

            บัวยืนอยู่กลางลานวัด และเพียงครู่เดียวก็ได้ยินเสียงฝีเท้าดังใกล้ๆ จากด้านหลัง บัวหันขวับไปมองพี่จอห์นนี่ ก่อนจะพบว่าอีกฝ่ายยืนมองบัวอยู่ก่อนเช่นกันจากตรงนั้น สายตาของพี่จอห์นนี่ที่มองบัวไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว มันว่างเปล่า...ไม่มีเพลิงราคะในนั้น...ไม่มีวี่แววหวงหาอาทรหรืออาลัยอาวรณ์อีกต่อไป ทุกอย่างมอดสนิทในช่วงเวลาเพียงสิบนาที

            และไม่ต้องมีคำพูดใด ไม่ต้องมีการสื่อสาร บัวยิ้มครั้งสุดท้ายให้พี่จอห์นนี่ ต่อจากนี้ความสัมพันธ์ของเราคงมีแต่บนหน้าเฟสบุ๊กที่พี่จอห์นนี่จะโผล่มาในฟีดส์ข่าวเรื่อยๆ เพราะอย่างไรก็เป็นคนรู้จักกัน แต่นอกเหนือจากนั้น ทุกอย่างมันจบลงแล้ว

            ...เราสองคนหมดเวรหมดกรรมกันจนสิ้น...

            พี่จอห์นนี่เองก็ยิ้มน้อยๆ กลับมาให้บัวเช่นกัน ก่อนบัวจะหมุนตัวหันหลัง เดินออกไปหน้าวัด แล้วเรียกแท็กซี่เพื่อพาตัวเองไปสอนพิเศษกลุ่มน้องๆ ที่นัดเอาไว้ โดยไม่ต้องพึ่งพารถเบนซ์คันสวยหรือเจ้าของของมันอีกต่อไป...



- รฤกรัก -

 


            หลังส่งบัวกับพี่จอห์นนี่อะไรนั่นขึ้นรถเสร็จหาญก็กลับเข้ามาในบ้านพลางรีบถอดสร้อยประคำและสร้องพระทั้งหมดออก คันจะตายอยู่แล้วแต่ก็อุตส่าห์ไปรื้อกรุมาหาใส่เพื่อที่จะได้ดูขลังและน่าเชื่อ อุเหม่... นึกแล้วก็ชื่นชมตัวเองที่ทำวันนี้ได้ดีมาก น่าจะไปหาอะไรอร่อยๆ แพงๆ กินให้รางวัลตัวเอง

            หาญฮัมเพลงขณะเปิดลิ้นชักเพื่อหาขนมมากินใส่ท้อง ก่อนจะต้องผงะแรงเมื่อหันไปก็ปะทะเข้ากับร่างแข็งๆ ของใครอีกคนชนิดที่จมูกแทบจมอกอีกฝ่าย

            “เพื่อน?”

            “...”

            “พี่อยู่บ้านนี้กับเพื่อนเหรอ?”

            ใบหน้าของซันถมึงทึงจนหาญได้แต่อ้าปากพะงาบตอบอะไรไม่ออก ก่อนซันจะกระตุกยิ้มมุมปากแบบที่ทำให้หาญต้องกลืนน้ำลายลงท้องเอื๊อกใหญ่

            “เพื่อนไหน ทำไมซันไม่เคยรู้"

            “...”

            ปัง!!

            บอกมาสิวะ!!

            “เค้าขอโทษษษษ" หาญยกสองมือขึ้นไหว้แฟน หน้าตาเหมือนคนจะร้องไห้เมื่อซันต่อยกำแพงด้านหลังดังตึงจนหาญใจฝ่อไปหมด "แต่เค้าไม่รู้จะตอบยังไง ตอนนั้นเค้าคิดไม่ทันจริงๆ หงิงๆ อย่าโกรธเค้าเลยนะตัวเอ๊งงง"

            ปัง!!

            ซันต่อยกำแพงอีกรอบจนคนตัวเล็กสะดุ้งโหยง

            “พี่ก็บอกสิว่าพี่อยู่กับแฟน! มันจะไปยากอะไร!”

            “แต่เราชายรักชายนะน้องซัน มัน... มันก็พูดยากอยู่ เขามองยังไงก็รู้ว่าบ้านนี้ไม่มีผู้หญิงอ่ะ" หาญเสียงอ่อย

            “พี่อายเหรอที่คบซันเป็นแฟน” ซันตะคอก จับสองบ่าของแฟนตัวเล็กเขย่าเหมือนหาญกินยาไม่เขย่าขวด "แล้วไงอ่ะ เราสองคนเป็นผู้ชายแล้วมันทำไม ไอ้เวรนั่นมันก็ชอบพี่บัวเหมือนกัน"

            “มันไม่เหมือนกันอ่าาา มันยากจะพูดนี่นา" หาญอยากจะบ้าตาย

            “พี่ไม่รักซันใช่ไหม...”

            “...”

            เสียงสั่นเครือของแฟนหนุ่มทำให้หาญชะงักไป ก่อนคนหน้าหวานจะเห็นน้ำตาเคลือบขึ้นมาบนดวงตาคมของดวงตาตรงหน้า

            “พี่ไม่รักซัน”

            ร่างสูงปล่อยมือจากบ่าเล็กๆ ของแฟนหนุ่ม ถอยออกไปนั่งคนเดียวที่โซฟาในห้องรับแขก ซันเงยหน้าขึ้นมองเพดานบ้านเหมือนพยายามห้ามน้ำตาไม่ให้ไหล บรรยากาศแย่ขึ้นมาถึงขีดสุดจนหาญไม่รู้จะทำอย่างไร

            “พี่ไม่รักซัน... ไม่รักซันเลยสักนิด...”

            “...”

            “มีแต่ซันที่รักพี่ ทุ่มเททุกอย่างให้พี่คนเดียว...”

            เสียงที่ขาดห้วงและหยดน้ำตาที่ไหลลงมาอาบใบหน้าหล่อเหลาอย่างคนเสียใจเกินจะกลั้นทำให้หาญยิ่งใจเสียนักกว่าเดิม

            “ตัวเอง... อย่าเป็นแบบนี้สิครับ..."

            หาญก้าวเข้าไปนั่งเบียดข้างๆ คนรักแล้วจับมือซัน หากทว่าอีกฝ่ายก็เบี่ยงใบหน้าหนีไม่มีคำตอบอะไรให้ เสียงสะอื้นเล็กๆ ดังกรีดใจคนฟัง ท่าทางของซันเหมือนคนเจ็บลึกจนเกินจะพูด

            “ก็แค่ไม่อยากให้คุณจอห์นนี่นั่นตกใจว่าเค้ามีแฟนเป็นผู้ชายเฉยๆ”

            ซันสะบัดมือออกจากมือหาญ แล้วหันหลังให้คนตัวเล็กกว่า แผ่นหลังกว้างสั่นสะท้าน หาญเงียบไปครู่หนึ่ง แล้วจึงลองเอ่ยอีกครั้ง

            “ตัวเอง อย่าร้องไห้เลยเน้อ เดี๋ยวตีสี่ต้องบินไปปราก เดี๋ยวตาแดงถูกออฟโหลดนะครับสุดหล่อ"

            ซันเอาแต่ส่ายหน้าอยู่อย่างนั้น ก่อนเสียงที่สั่นเครือจะพูดออกมา

            “ซันไม่เคยอายที่จะบอกใครว่าพี่เป็นแฟนซัน"

            “...”

            ร่างสูงหันใบหน้าที่เจ็บปวดกลับมา ดวงตาคู่คมแดงก่ำ

            “เพราะซันรักพี่...”

            “...”

            “ต่อให้พี่จะเป็นอะไร... เป็นหมา เป็นแมว เป็นกิ้งกือไส้เดือน ซันก็จะรัก..."

            “...”

            “ซันรักพี่คนเดียว"

            “...”

            พี่ก็รู้...พี่เป็นผู้ชายคนแรกที่ซันรัก ซันไม่เคยสนเลยว่าพี่เป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย ซันแค่รักพี่และอยากจะอยู่กับพี่ ซันทำได้ทุกอย่างเพื่อพี่... สำหรับซัน พี่คือคนเดียวและสิ่งเดียวที่ซันต้องการ"

            มือหนายกขึ้นปาดน้ำตาบนใบหน้า ทุกอย่างที่น้อยใจระเบิดออกมาในคราวเดียวจนหมด

            "แต่พี่ไม่เคยคิดกับซันแบบเดียวกันเลย"

            “...”

            “พี่มีเงื่อนไข มีความคิดในหัว พี่อายโน่นอายนี่"

            “...”

            “ทำไม ทำไมพี่ไม่รักซัน ทำไมพี่บอกคนอื่นว่าเป็นแฟนซันไม่ได้ ซันก็ยอมแล้วไง ยอมให้คนอื่นคิดว่าซันเป็นเมียพี่แล้วไง พี่จะเอาอะไรอีก พี่อยากได้อะไรจากซันอีก"

            “...”

            “ซันต้องทำยังไง”

            ดวงตาคมมองหน้าคนที่ตนรักสุดหัวใจอย่างตัดพ้อ ก่อนจะเอ่ยประโยคสุดท้ายเสียงหวีดหวิว

            “หรือซันไม่ควรต้องทำอะไรแล้ว...”

            “...ตัวเอง! อย่าไป! อย่าทำแบบนี้สิ!!”

            หาญที่นั่งฟังคำพูดพรั่งพรูทุกอย่างน้ำตาซึมรีบตามไปกอดร่างสูงของซันที่ลุกหนี มันมีหลายครั้งมากที่หาญแลงคิดอยากจะเลิกกับซันแต่ก็ไม่เคยที่จะทำได้ หาญจะไม่ปฏิเสธหรอกว่าความคิดพวกนั้นมันชอบแว่บๆ เข้ามาในหัวเวลาที่ถูกซันบังคับทำโน่นทำนี่และต้องรับมือกับความเอาแต่ใจของอีกฝ่าย เพียงแต่หาญเลือกที่จะอดทน...และไม่เคยที่จะเอ่ยบอกเลิกจริงๆ แต่พอวันนี้มาได้ยินแบบนี้เขาก็รู้สึกว่าปล่อยให้ซันไปไม่ได้ ถ้าเลิกกันตอนนี้หาญทำใจไม่ได้จริงๆ

            “ตัวเองอย่าไป... ได้โปรด น้องซันพี่ต้องพูดยังไงพี่พูดไม่เก่ง อย่าไปได้ไหม อย่าไปเลยนะ"

            หาญเอ่ยรัวเร็ว ซันได้แต่ยืนน้ำตาซึมอยู่อย่างนั้นขณะที่ถูกคนรักกอดจากด้านหลัง ไม่มีอะไรที่เขาจะตัดสินใจทำได้เลย จะให้เดินไปจากอ้อมกอดของพี่หาญ ซันไม่มีวันทำได้...

            “พี่รักน้องซันเน้อ รักมากด้วย อยู่ตรงนี้เถอะเน้อ อยู่เอาแต่ใจ จิกหัวใช้เค้าเถอะ อยู่รักเค้าปานจะขาดใจเหมือนที่ไม่มีคนอื่นทำได้ โอ๊ย! ปี้ต้องพูดจะใดน้องซันถึงจะบ่ไป ฮืออ พี่คิดไม่ออกแล้ว"

            หาญพูดทั้งกลางทั้งเหนือสำเนียงเสียงมั่วไปหมด ก่อนจะโหยหวนประโยคสุดท้ายขึ้นฟ้า เขาไม่ชอบทะเลาะกับซันก่อนอีกฝ่ายไปเลย์โอเวอร์ที่อื่นเลย เพราะมันแปลว่าหาญจะต้องทนกับบรรยากาศอึมครึมนี่ไปอีกอย่างต่ำสองวัน แล้วซ้ำร้ายที่สุด ถ้า...

            “ฮืออ เฮาอย่าทะเลาะกันจะอี้เลยได้ก่อ? เกิด...เกิดเครื่องบินตั๋วเป็นจะใดไปแล้วเปิ้นจะยะจะใด จะตายจากกันทั้งๆ ที่ยังทะเลาะกันจะอี้เหรอ ฮือออ" หาญน้ำตาไหลพรากคิดถึงกรณีที่เลวร้ายที่สุด

            “พี่หาญ ใจเย็นๆ นะครับ"

            “อย่าไป บ่ให้ไป บ่ให้ไปโว้ยยยย ฮือออออ"

            “โอ๋ๆ ซันอยู่นี่นะคนดี คนอย่างนายศรัณยู ผลยิ่งไม่ยอมตายง่ายๆ หรอก"

            “ตัวเองไม่เข้าใจเค้าหรอก" กลายเป็นหาญเองที่ร้องไห้หนักมากจนซันต้องหันมากอดปลอบ "คนที่รออยู่ที่บ้าน... ตัวเองไม่มีวันเข้าใจ...”

            “การเดินทางบนเครื่องบินเป็นการเดินทางที่ปลอดภัยที่สุดในโลกนะ"

            “แต่เวลาเกิดอะไรขึ้นมันตายเลยไง!”

            หาญตะโกน เขารู้อยู่แล้วว่าการเดินทางด้วยเครื่องบินเทียบอันตรากับเรือและรถถือว่าอัตราการเกิดอุบัติเหตุต่ำมาก จนได้รับการการันตีว่าเป็นการเดินทางที่ปลอดภัยที่สุดในโลก แต่ว่ากับเครื่องบินเวลาเกิดอะไรขึ้นมันเป็นเรื่องใหญ่มหาศาล เพราะมันไม่ใช่อะไรอย่างรถชนที่จะแค่รอตำรวจประกันมาเคลียร์แล้วจบไปโดยไม่มีใครเป็นอะไร พอเป็นเครื่องบิน...มันมักมีการสูญเสียชีวิตมากมาย

            ซันจุ๊ปาก

            “พี่อย่าแช่งซันสิ"

            “ก็มันกลัวนี่!”

            “โอ๋ๆๆๆ" ซันอารมณ์ดีขึ้นมาหลังเห็นอีกฝ่ายพร่ำบอกรักตัวเองมากมายและยังห่วงเขามากขนาดนี้ คนตัวสูงโยกตัวแฟนตัวเล็กเหมือนปลอบเด็กโยเย ก่อนจะจุมพิตหน้าผากอีกฝ่าย แล้วประคองใบหน้าหาญแลงให้มองตน "ซันสัญญา ว่าไม่ว่าเกิดอะไรขึ้นซันก็จะกลับบ้านมาหาพี่ จะไม่ยอมจากไปโดยไม่บอกลาเด็ดขาด ตกลงนะ"

            “อืม" หาญพยักหน้า หลังจากนั้นก็ถูกมือใหญ่ๆ ของซันบี้แก้มขาวๆ นุ่มๆ ไม่หยุดจนต้องร้องโอยหลายรอบ ซันยิ้มจนดวงตากลายเป็นรูปสระอิ

            “ฮันนี่ของผมน่ารักจัง”

            “น่ารักก็รักสิ"

            “...”

            ซันอึ้งไปเมื่อหาญตอบกลับมาแบบเชิญชวนอย่างนั้น ...เป็นครั้งแรกหลังคบกันมาห้าปีกว่า

            ดวงตากลมหวานของหาญมองไปยังใบหน้าของแฟนหนุ่มอย่างซื่อตรง มันไม่ได้ยั่วยวนหวือหวาเร่าร้อน...แต่มันเป็นสายตาที่ทำให้คนถูกมองอย่างซันตบะแตกได้ง่ายๆ สายตาใสบริสุทธิ์ดุจกวางตัวน้อยที่ไม่รู้เลยว่ากำลังจะถูกราชสีห์ฉีกกิน สายตาที่ทำให้ผู้ชายโชกโชนอยากเข้าไปขยำขยี้จนอีกฝ่ายแหลกคามือ...

            “รักให้แรงๆ ด้วย"

            “...ฮันนี่"

            “ศรัณยู"

            หาญมองใบหน้าที่หิวกระหายของแฟนหนุ่ม แล้วเอ่ยคำเด็ด

            “รักฮันนี่หน่อย"

            หลังจากนั้น หาญก็จำเรื่องที่เราทะเลาะกันไม่ได้ด้วยซ้ำ เพราะสิ่งเดียวที่อยู่ในหัวของเขาคือร่างแข็งแรงของซันที่เคลื่อนไหวทาบทับอยู่บนตัวของเขาทั้งบ่าย อ้อมแขนยาวที่กอดรัดเขาเหมือนจะให้กระดูกหัก จนกระทั่งหาญไม่มีแม้แต่เรี่ยวแรงที่จะร้องครางชื่ออีกฝ่ายเต็มเสียงอีกต่อไป

            “น้องซัน...ฮ่ะ...”

            ซันกดจูบเร่าร้อนลงไปปากที่บวมเจ่อของคนรักเป็นการบังคับให้กลืนคำพูด จ้องดวงตากลมโตด้วยสายตาคมกริบของตัวเอง เสียงทุ้มพร่าหอบอย่างเซ็กซี่

            “ศรัณยู... ผมชื่อศรัณยูฮันนี่"

            “ศรัณยู... อ๊ะ... ศรัณยู... ศรัณยู...!!”

            คนหน้าหวานกรีดร้องจนเสียงแห้ง เล็บบางใสทั้งสิบนิ้วกรีดลากลงบนแผ่นหลังกว้างของแฟนหนุ่มเพื่อระบายอารมณ์เมื่อถูกชำแรกแท่งรักเข้าออกซ้ำแล้วซ้ำเล่า

            ให้ตายเถอะ

            ...ไม่น่ายั่วเลยเรา...

   

        

- รฤกรัก -

 

 


            (แล้วเป็นไงบ้าง)

            “ทุกอย่างมันโล่งไปหมดเลยหาญเพื่อนยาก ไม่อยากจะเชื่อเลย" บัวพูดใส่โทรศัพท์ขณะที่เดินจากลิฟต์ไปที่ห้องของตัวเองในเวลาสองทุ่มกว่า เสียบหูฟังเพราะสองมือถือตั้งหนังสือฝรั่งเศสอันเป็นหนังสือเรียนของน้องๆ กลับมาเตรียมบทเรียนที่บ้าน

            (ก็ดีแล้ว เฮาก็กลัวตั๋วจะยะการบ่สำเร็จ พอฮู้ว่าได้เรื่องได้ราวก็เปิงใจด้วย)

            “ขอบใจมึงมากที่ช่วยทุกอย่างมาโดยตลอด ว่าแต่ทำไมเสียงมึงเพลียงั้นวะ"

            (เปล่า... พอดีทำงานบ้านเพิ่งเสร็จ)

            “วู้ว อีซันนี่ บอกให้มันช่วยมึงทำบ้างเหอะ บ้านมันเหมือนกัน"

            (ตั๋วบ่ต้องมาสู่ฮู้เรื่องของเฮาหรอก แล้วจะใดอีก มีจะใดเกิดขึ้นอีกบ้างพ่อง)

            “บ่มี เอ๊ย! ไม่มีแล้ว โอ๊ยย มึงนี่พูดเหนือทีไรกูติดไปด้วยทุกที" บัวบ่น "บอกเลยว่าตอนที่ถอนสาบานกันอ่ะบรรยากาศแม่งโคตรน่าขนลุก แล้วกูก็รู้สึกเหมือนมีอะไรที่มองไม่เห็นพยายามห้าม แต่สุดท้ายก็ทำได้สำเร็จ"

            (เพราะบุญมึงมากพอไงบัว... หลังๆ มึงทำบุญเยอะมากเลยนะ ไม่อย่างนั้น มึงถอนไม่สำเร็จหรอก อิพี่จอห์นนี่ก็ไม่มีบุญเลย กายหยาบของคุณจักรกริชต้องการบุญมาก)

            “อืม ตอนนี้ก็ขาดสิ้นกันแล้ว กูไม่รู้สึกอะไรกับเขาเลยว่ะ เมื่อก่อนอาลัยอาวรณ์ฉิบหาย จะเป็นจะตายให้ได้ ขนาดกินไม่ได้นอนไม่หลับก็ผ่านมาแล้ว ตอนนี้เหรอ โล่งโคตรๆ"

            (ก็ดีแล้ว ตั๋วน่ะเป็นคนมาเมื่อลูน อย่าสร้างบาปสร้างกรรมติดตัวต่อไปอีกเลย เลิกยุ่งกันได้ก็ดีนัก ถือเป็นบุญ)

            “เออ ว่าแต่ทำไมเวลาถอนสาบานห้ามหันกลับไปมองด้วยอ่ะ" บัวนึกอยากรู้

            (มันเป็นเคล็ด เหมือนที่เขาว่าคนออกจากคุกห้ามหันกลับไปมอง ไม่งั้นจะได้กลับเข้าไป เพราะถ้ามึงหันไปมอง ก็อาจจะมีผีสางอะไรดลใจให้มึงตัดขาดจากเขาไม่ได้ กูอยากให้กันไว้ดีกว่าแก้)

            “อ๋อออ งี้นี่เอง"

            (มึงหันเรอะ!?)

            "เปล่า หันไปมองก็ตอนเดินมาถึงลานวัดแล้วโน้น พ้นธรณีประตูโบสถ์ พ้นบันไดโบสถ์ พ้นทุกอย่าง มองเขาอยู่กับรถเขาเป็นครั้งสุดท้ายน่ะ”

            (อ๋อ แบบนั้นไม่เป็นไรหรอก)

            "ขอบใจมากสำหรับวันนี้ หาญมึงรอกูแป๊บนะ ขอกูไขกุญแจเข้าห้องก่อน พอดีไม่มีมือ"

            (ได้ๆ ตามสบายเน้อ)

            บัวไขกุญแจเข้าห้องอยู่ครู่หนึ่งก็สำเร็จ คนตัวเล็กหอบหนังสือที่กองบนพื้นเดินเข้าไปในห้องแล้วกดเปิดไฟ

         พรึ่บๆๆๆๆๆๆ

            (ฮัลโหล บัว มึงยังอยู่บ่?)

            กองหนังสือร่วงจากมือน้อยลงไปบนพื้นจนหมด รวมถึงโทรศัพท์มือถือด้วย บัวตัวแข็งอยู่ตรงหน้าประตูบ้านตัวเอง อ้าปากค้างกับภาพที่เห็นตรงหน้า

            ผู้ชายหน้าหล่อที่สูงราวกับเสาไฟฟ้ากำลังยืนมองบัวอยู่ตรงนั้น มีรอยยิ้มขี้เล่นน้อยๆ บนใบหน้า เขายังคงสวมชุดเดิมที่เคยเห็น เสื้อคอกลมและโจงกระเบน และยังคงหล่อเหลาเสียจนคนมองแทบลืมหายใจเช่นเคย

            “พี่... พี่ชานยอล"

            (ฮะ!!? มึงเห็นพี่เขาเหรอบัว เห็นได้ไงวะ!!?)

            “พี่... พี่... พี่มาได้ยังไง...”

            (ไอ้บัว! ตอบกูก่อน ฮัลโหล! ฮัลโหล!!)

            ไม่ใช่แค่เป็นร่างโปร่งแสงแต่คราวนี้ภาพที่เห็นมันเหมือนจริงมากจนบัวรู้สึกราวกับว่าอีกฝ่ายเป็นวัตถุแข็งตันเหมือนตัวเอง ทว่าในสติอันน้อยนิดบัวก็ยังรับรู้ได้ว่าอีกฝ่ายเป็นอมนุษย์ เพราะไม่มีเงาทอดยาวออกมาจากร่างสูงใหญ่เทียมยักษ์ตรงหน้าเลย

            บัวไม่อยากจะเชื่อ เพราะตอนนี้บัวไม่มีทั้งสมาธิและสติ ทุกอย่างมันปลิวหายไปหมดแล้ว แต่ทว่าไม่ว่าจะกะพริบตาเพียงไรร่างของพี่ชานยอลสุดหล่อก็ยังอยู่ตรงนั้นไม่หายไปไหน บัวหยิกตัวเองซ้ำๆ เพื่อเช็กว่านี่ไม่ใช่ความฝัน เสียงหาญเพื่อนรักดังลอดออกมาจากโทรศัพท์ไม่หยุด

            รอยยิ้มขี้เล่นบนใบหน้าคมสันยิ่งขยายกว้างขึ้น ก่อนอีกฝ่ายจะก้าวเท้าไปข้างหน้าเดินเข้ามาใกล้บัวอีกนิด บัวขนลุก เหลือจะเชื่อว่าตอนนี้บัวกำลังได้ยินเสียงฝีเท้าของเจ้ากรรมนายเวรตัวเอง ก่อนร่างสูงนั่นจะย่อตัวลงใบหน้าอยู่ในระดับเดียวกับใบหน้าของบัว เขายักคิ้วขวาขึ้น หูตาวิบวับไปหมด เสียงทุ้มต่ำก้องกังวาลไปทั่วห้อง

            ‘เพราะน้องไปถอนสาบานมา'

            (ไอ้บัว! กูว่า... กูว่ามึงกับกูถูกผีหลอกแล้วล่ะ ที่เขาให้มึงไปถอนสาบานกับพี่จอห์นนี่ ไม่ใช่เพราะมึงจะตายในสามวันเจ็ดวันหรอก ดวงมึงยังอยู่อีกนาน แต่มันเป็นเพราะว่าเขาอยากมาปรากฏตัวให้มึงเห็นต่างหาก โอ๊ยย ไอ้ผีบ้า ไอ้ผีเจ้าเล่ห์!! ทำแบบนี้มันฝืนธรรมชาตินะโว้ยยยย แล้วกูก็ถูกหลอกไปด้วย ไอ้จ๊าดง่าววววว!!)







-------------------------------------

ตั่วเจ้เจค

70% วันเสาร์ที่ 7 ต.ค. 2017 เวลา 4:46 PM

140% วันอังคารที่ 10 ต.ค. 2017 เวลา 4:46 PM

200% วันอังคารที่ 10 ต.ค. 2017 เวลา 11:45 PM



กรี๊ดดดดดด

อิผีเจ้าเล่หหหหหห์!!

ร้ายมากค่ะ มันหลอกน้องบัวค่ะ มันหลอกให้น้องบัวไปถอนสาบานเพื่อที่มันจะได้ปรากฏตัวได้ค่ะ รั้ยกัจมากกกกกก ทั้งหาญทั้งบัวโดนกันหมด นี่สิการถูกผีหลอกที่แท้ทรู 5555555555


ส่วนบนทุกคนสกรีมกับความละมุนละไมและกลอนรักของพี่ผีหล่อนะคะ แต่ส่วนล่างทุกคนจะต้องกรี๊ดแล้วร้องว่าเกลียดดดดดด กับความหล่อเจ้าเล่ห์ของพี่เขาค่ะ


ตรงส่วนของซันกับหาญนี่ก็แอบซึ้งนะ ตอนแรกหาตาหาญด้วยค่ะ แล้วพอมาส่วนถอนสาบานเห็นหลายคนบอกขนลุกขนพองกันใหญ่ แบบนี้ถือว่าเจคประสบความสำเร็จเลยนะเนี่ย ดีใจจังเลยค่ะ TT อ้อ บทสวดมีจริงๆ นะคะ เจคเอามาเลย


อะแฮ่มๆ นักเขียนคนนี้ฟิตขนาดเจ้า อัพรอบที่สองของวันแล้ว ฮ่าาาา

 

ไม่ใช่อะไรหรอก หลังจากนี้เจค บิน รัว ค่า ! T^T ทำงานประจำ (อาชีพเดียวกับน้องซัน) จะไม่มีเวลาว่างมาแต่งไงงง ตอนนี้ยังมีเวลาอยู่เลยอัดให้รัวๆ ไปก่อน


โฮ้ยยยยยย รักในความห่ามของซัน รักในความละมุนของพี่ชานยอล TT-TT พระเอกสองคนเหมือนคู่ขั้วตรงข้ามกันเลยค่ะ มีคนถามว่าคู่ซันหาญนี่มีอดีตอะไรกันรึเปล่า เจคตอบได้แค่ว่า มีจ้ะ เรามารอดูกันนะคะ อิ_อิ

 

อ่านจบแล้วสกรีมแท็กเป็นกำลังใจให้เจคได้ที่ #รฤกรัก แล้วอย่าลืมคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้นะคะ

 

อย่าเงียบกันเลยเด้อ แต่งยากมาก แถมตอนนี้ก็ยาวมากกกกกกกกกก ขอกำลังใจโหน่ยฮับ!

 

 

ปล. กลอนเค้าแต่งเองนะ >_<


ดอกบัวเผื่อนหน้าตาเป็นอย่างนี้ค่ะ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 306 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

17,232 ความคิดเห็น

  1. #17216 DaylightLA (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2562 / 21:33

    ร้ายจังเลยนะคะคุณผี

    #17,216
    0
  2. #17206 CherSis (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2562 / 10:51
    เห้ยชอยอ่ะ!ตอนทำพิธีกูขนลุกซู่เลย
    #17,206
    0
  3. #17202 Masxy (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 18 กันยายน 2562 / 22:43
    5555 นี่แหล่ะ ผีหลอกของจริง. ฉากเดินเข้าโบสถ์ สัมผัสได้ถึงบรรยากาศอึมครึมชวนขนพองสยองเกล้า.

    บทสวดก็ของจริงอีก.

    สนุกมากทั้งฮา ทั้งขนลุกขนพอง
    #17,202
    0
  4. #17195 PANDA_BB (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2562 / 15:40
    ตั้งแต่อ่านมาคือขำหาญสุด จี้ตอนสุดท้ายมาก อีจ๊าดง่าว!!!555555
    #17,195
    0
  5. #17183 Midories (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:06
    แง้ นุ้งบัว น้องจะรอดพ้นจากเงื้อมมือพี่เค้าใช่มั้ยคะ เกลียดดดดหน้านักมาหลอกน้องได้ยังไง กรี้ดดดด
    #17,183
    0
  6. #17179 nannapas331 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 12 มกราคม 2562 / 23:44
    โธ่พี่ซานยอลอยากมาหาร้องบัวนี้เอง..ชอบๆ
    #17,179
    0
  7. #16937 kriskky (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2561 / 22:42
    แงงงคุณพี่ก็หลอกจริงหลอกจังเลยนะคะฮื่อออน้องหาญทำไมพูดงั้นอะรักแรงๆเลยอร้ายยย
    #16,937
    0
  8. #16868 ❤ Little "B" ❤ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2561 / 14:07

    5555 โดนผีหลอกของแท้เลย

    #16,868
    0
  9. #16803 mook (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2561 / 14:40

    อีพี่ชานยอลเจ้าเล่ห์มากหลอกทั้งบัวน้อยทั้งหานแลงสนิทเลย5555

    #16,803
    0
  10. #16791 inks_tts (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 22 เมษายน 2561 / 05:31
    แหมมมมมมมอีพี่ ร้ายนะเรา
    #16,791
    0
  11. #16780 fairylu_ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 เมษายน 2561 / 16:50
    กาอนอื่นขอโทษจริงๆนะคะที่เพิ่งมาเม้นเอาตอนนี้ เราตามมาจากจอยฮุนฮานแล้วรู้สึกอยากรู้ว่าปัจจุบันน้องซันเป็นยังไงน้าสา(แล้วก็พบว่าน้องซันแม่งผีบ้ามาก แต่ก็รักพี่หาญมากๆเช่นกัน) สนุกมากกกกกก มีตอนพีคๆเยอะมากกก โดยเฉพาะตาพี่ชานยอลนี่พีคในพีคในพีคในพีคเลยยย
    #16,780
    0
  12. #16648 DraftD (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 เมษายน 2561 / 22:52
    ผีเจ้าเล่ห์
    #16,648
    0
  13. #16548 Kyudutchie (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 31 มีนาคม 2561 / 19:15
    ชอบค่าา แต่งดีมากกยอมใจแล้ววว ชอบคู่หาญซันมากกกกน่ารักกกก
    #16,548
    0
  14. #16539 ahciin (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 31 มีนาคม 2561 / 15:45
    ฮือตลกอ่ะ55555555555
    #16,539
    0
  15. #16481 Papillons es Roses (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 30 มีนาคม 2561 / 22:27
    เกลี๊ยด555
    #16,481
    0
  16. #15983 Frost_Frost (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 มีนาคม 2561 / 22:44
    ต้องพูดว่า บ่าจ๊าดง่าว งี้ค่ะ5555 คนเหนือจะแบบไม่พูดว่า- จะพูดว่า บ่า งี้เด้อ ขอบคุณค้าาา
    #15,983
    1
    • #15983-1 Frost_Frost(จากตอนที่ 6)
      23 มีนาคม 2561 / 22:45
      จะไม่พูดว่า - ไอ่* พิมผิดค่ะ แฮร่
      #15983-1
  17. #15980 TheCottonx (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 มีนาคม 2561 / 22:19
    โอ้ยยยจั๊ดง่าววว
    #15,980
    0
  18. #15714 jjjkmyg (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 มีนาคม 2561 / 16:23
    จ๊าดง่าวววว ชอบอ่ะ
    #15,714
    0
  19. #15606 shiromi-kuromi (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 มีนาคม 2561 / 16:24
    นี้ก็สบถไปด้วย จั๊ดง่าวแต้!
    #15,606
    0
  20. #15408 CBKSJMDYS (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 มีนาคม 2561 / 16:25
    โอ๊ยยย-จ้าดง๊าวววว.ขำ
    #15,408
    0
  21. #14761 yu_feng77 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 15 มีนาคม 2561 / 12:24
    ชอบการแต่งกลอนพี่มากอะ ภาษาสวยด้วย😍
    #14,761
    0
  22. #14751 mikana (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 15 มีนาคม 2561 / 02:50
    โดนผีหลอกของแท้ พี่มันร้ายย 555555555555
    #14,751
    0
  23. #14541 PiMwoo (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 มีนาคม 2561 / 10:46
    เพิ่งมาอ่าน ชอบมากก ภาษาเขียนสวย อ่านเพลิน ชอบเนื้อเรื่องตื่นเต้นดี
    #14,541
    0
  24. #13246 kkimmaggurren (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 6 มีนาคม 2561 / 11:01
    ไรต์เก่งมากค่ะ ทั้งข้อมูลทั้งจินตนาการ สร้างสรรค์ ทึ่งว่าคิดได้ไงว้าาาาา
    #13,246
    0
  25. #13023 lOoK_wAh (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 มีนาคม 2561 / 02:17
    อิผีมันร้ายค่าาาา 55555
    #13,023
    0