' รฤกรัก ' (Yaoi) สนพ. everY ในเครือแจ่มใส

ตอนที่ 5 : บทที่ ๓ : 'พี่สุดหล่อ...หล่อมากมากกก' [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 42,147
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 276 ครั้ง
    24 ก.ย. 61

บทที่ ๓

‘พี่สุดหล่อ...หล่อมากมากกกก'

 

 

            บัวอึ้งอ้าปากค้างกับภาพที่เห็นตรงหน้า อยากจะหยิกตัวเองเพื่อเช็กว่านี่เป็นความจริงหรือความฝันแต่อีกใจก็กลัวว่าถ้าฝันไปหยิกแล้วเดี๋ยวจะตื่น... บัวยังอยากขอซึมซับภาพตรงหน้าให้ประทับตราในความทรงจำไว้ก่อน ให้มันซึมลึกลงในใจตราบนานเท่านาน

            ร่างโปร่งแสงที่กำลังคุกเข่าข้างหนึ่งลงกับพื้นและเงยหน้ามองหน้าบัวอยู่หล่อจัดจนบัวจะหายใจไม่ออก ใบหน้าของเขาคมสัน กรามเหลี่ยมดุดันสมกับเป็นชายชาตรี หน้าผากกว้างสูงอย่างคนมั่นใจในตัวเองได้องศารับกับรูปจมูกอย่างเหมาะเจาะ สันจมูกของเขาโด่งสูง คดขึ้นตรงกลางเล็กน้อยอย่างที่คนสมัยนี้เรียกว่ามีฮัมพ์... ดวงตาสีนิลโตกว้าง หัวตาแทบถึงสันจมูกขณะที่หางตาแทบติดใบหู ดวงตาทั้งสองข้างนั่นยาวเกินกว่าที่บัวเคยเห็นบนใบหน้าของชายคนใด รูปทรงของมันดูไปก็คล้ายกับรูปทรงดวงตาของพระพุทธรูปของศาสนาพุทธในยุคสมัยเก่าก่อน ชั้นตาทั้งสองชั้นคู่ขนานกันแบบเป๊ะๆ ไม่มีหรี่ปรือตกลงให้ดูขัดใจสักนิด มิหนำซ้ำ... นัยน์ตาของเขายังคมเข้มฉ่ำน้ำ สะท้อนความหนักแน่นของทุกอณูที่มีในตัว บ่งบอกถึงความดื้อรั้น หัวแข็ง และห้าวหาญอย่างแจ่มชัด แต่เหนือกว่าสิ่งใดในแววตาคู่สวยที่กำลังสะท้อนออกมานั่นคือความรัก ความดีใจ และความตื่นเต้นที่ได้พบบัว

            และแม้ดวงตาของเขาจะหนักแน่นดุจหินผา ทว่าริมฝีปากอวบอิ่มที่มีรอยยิ้มน้อยๆ กลับส่อแววขี้เล่นที่ตรงกันข้าม มันทำให้ชายผู้นี้ดูอบอุ่นอ่อนโยนและน่าเข้าใกล้ขึ้นมาหลายขุมหลายเท่าตัว บัวรับรู้ได้เต็มความรู้สึกว่าพี่สุดหล่อคนนี้ ต้องเป็นคนใจดี ขี้หยอก ขี้แกล้ง ขี้เล่น อบอุ่นละมุนละไมดุจแสงอาทิตย์ยามรุ่งอรุณทั้งที่ไม่เคยได้พูดคุยกันเลยสักคำ

            บัวมองไล่สายตาไปยังส่วนประกอบอื่น ก่อนจะสะดุดเข้ากับใบหูของเขาที่ใหญ่กว้าง ยื่นกางออก ติ่งหูทั้งสองข้างนั่นยาวลงมาอย่างความเชื่อของศาสนาพุทธที่ว่าผู้มีปัญญาและบุญญาธิการมักจะหูยาวเป็นนิจ และนั่นคือเหตุผลที่เหตุใดพระพุทธรูปจึงมักมีหูใหญ่ยาว เพราะมีคำกล่าวที่ว่า ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน ทุกองค์ต้องเป็นพหูสูตร คือ ฟังมาก จึงรู้ ฟังทุกอย่างที่ขวางหน้า... หากแต่มันก็ไม่ได้ทำให้เขาดูงดงามน้อยลงเลยสักนิด ตรงกันข้าม... มันกลับยิ่งทำให้เขาดูงดงามอย่างสมจริง นี่ถ้าเกิดมีการขันแข่งวัดสัดส่วนของใบหน้าเกิดขึ้นล่ะก็ บัวก็บอกได้เลยว่าชายตรงหน้าเขาต้องได้เต็มร้อย เอารางวัลใบหน้าอัตราส่วนทองคำไปครอบครองแต่โดยดี

            ...แบบนี้สินะ ที่คนสมัยก่อนเขาเรียกว่ารูปงามดั่งหล่อขึ้น...

            รูปหล่อดั่งทองทา...

            โอ๊ยย คิดแล้วก็อยากจะเขกกะโหลกตัวเองสักสิบรอบ ทำไมถึงได้เคยนอกกายนอกใจผู้ชายที่งาม...ง้าม...งามขนาดนี้ได้วะไอ้สาโรช!!

            มีผัวหล่อแล้วยังไม่รักษา!

            ไอโฟนอยู่ไหน ถ่ายรูปก่อน แฮชแท็ก #ผีหล่อบอกต่อด้วย แค่เห็นก็น้ำเดินแล้วแม่เอ๊ยยย

            ไม่ทันให้ได้หายตกตะลึงร่างนั้นก็ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงจากพื้นห้อง เขาสูงเสียดฟ้าเสียจนบัวต้องแหงนหน้าคอตั้งบ่า สูงใหญ่อย่างไทยโบราณโดยขนานแท้จนบัวนึกถึงคำพูดของบิดาที่เคยเล่าถึงรูปร่างของคุณคุณเทียดสมัยเด็กๆ นึกถึงข่าวที่นักโบราณคดีขุดพบซากฟอสซิลนักรบไทยโบราณว่าสูงกว่าสองเมตรห้าสิบเซนติเมตร พี่สุดหล่อเองก็คงไม่ต่างจากนั้น เพราะบัวกะด้วยสายตาคร่าวๆ แล้วยังไงร่างตรงหน้าก็ต้องสูงเกินร้อยเก้าสิบเซนติเมตรแน่นอน

            ร่างสูงใหญ่นุ่งโจงกระเบนยาวเลยลงใต้เข่า ส่วนท่อนบนสวมเป็นเสื้อคอกลมแขนกรอมศอก แล้วมีผ้าผูกคาดทับไว้ที่เอว บัวเห็นรอยสักคาถาอาคมมากมายตามเนื้อหนังมังสาของเขาโผล่พ้นออกมาเลยขอบผ้า ทั้งบนหน้าอกและสองแขน และยังคาดว่าน่าจะมีซ่อนอยู่อีกมากมายในเสื้อ ตามความเชื่อของคนสมัยก่อนเรื่องสักของไว้กับตัวแล้วจะตีรันฟันแทงไม่เข้า

            เสียงหัวเราะเย็นๆ เบาๆ ดังก้องห้องคล้ายเสียงกระซิบของลม มองใบหน้าอีกฝ่ายก็เห็นว่าเขายิ้มเสียจนเส้นริ้วขึ้นที่หางตาทั้งสองข้าง ร่างสูงใหญ่ก้มตัว เอียงศีรษะจ้องเข้ามาในดวงตาบัว ก่อนร่างน้อยจะได้ยินเสียงทุ้มลึกเอ่ยกระเซ้า

            ‘ตกลงว่า... พี่ไม่หล่อเลยฤๅในสายตาเจ้า...'

            “...หละ...หล่อ...”

            มากด้วยโว้ยยยยยยยยยยยยยย!

            บัวที่ลมหายใจขาดห้วงกำผ้านวมในมือแน่น อยากจะกรี๊ดๆๆๆ แต่ไม่ใช่เพราะกลัวผีแต่เพราะผู้ชายหล่อมากกกกกกกก งานดีแบบนี้ไม่แปลกใจเลยที่ไอ้หาญจะเขินเอาเขินเอาขนาดนั้น นี่ถ้ารู้ว่าหล่อสะเด็ดเผ็ดขนาดนี้นะพ่อคุณเอ๊ย... บัวยอมให้ปล้ำให้เสร็จๆ ไปนานแล้ว!

            พี่สุดหล่อของบัวกัดริมฝีปากยืนยิ้มอยู่อย่างนั้น ดวงตาของเขาวิบวับพร่างพราวดุจดวงดาวที่ส่องแสงในความมืด

            ‘พิเรนทร์นะเจ้า คิดกระไรในใจ'

            อ้าวเฮ้ย ลืมไป ผีเป็นเจ้ากรรมนายเวร อ่านใจกูออก!

            “พะ...พี่...พี่...”

            ‘ชานยอลอย่างไรเล่า'

            “บ้า!” บัวตะโกน จากที่ตกตะลึงมามันหายไปหมด ชื่อนี้นี่ยังไงบัวก็ไม่ยอมรับเด็ดขาด โดนผีหลอกแน่ๆ กู "ผีกรุงศรีฯ อะไรชื่อชานยอล! เป็นบอยแบนด์เกาหลีรึไง!”

            วาบ

            “เฮ้ย!”

            บัวงงไปหมดเมื่อพี่สุดหล่อหายไปจะจะคาตา มือน้อยรีบกดเปิดสวิตช์ไฟทันที

            “พี่สุดหล่อ! พี่สุดหล่อ! พี่สุดหล่อหายไปไหนแล้วอ่ะ! พี่สุดหล่อ!?”

            บัวตะโกนหาอีกฝ่ายลั่นห้อง วิ่งไปเปิดทั้งตู้เสื้อผ้า เปิดหาในห้องน้ำ มุดดูใต้เตียงแต่ก็ไม่เห็นว่าอีกฝ่ายหายไปไหน จนสุดท้ายจึงตัดสินใจปิดไฟนั่งสมาธิอีกครั้ง แต่คราวนี้นั่งไปก็ยุกยิกไป จะนั่งยังไงก็ไม่อาจทำให้พี่สุดหล่อมาปรากฏตรงหน้าได้เลย

            (...ฮา...โหล...) เสียงงัวเงียสุดขีดกรอกเข้ามาในสายหลังกดรับ

            “ไอ้หาญ! กูเอง" เสียงของบัวลุกลี้ลุกลนไม่เป็นสุข

            (ไอ้เหี้ยบัว นี่มัน... ตีสามครึ่งนะโว้ย!! มารยาทอ่ะมึงรู้จักไหม) หาญโมโหจนด่าภาษากลางเต็มปากอีกฝ่ายจะได้เข้าใจเต็มที่

            "เรื่องนี้ด่วน เมื่อกี้กูเจอพี่ชานยอลมึง! แต่เขาหายไปแล้ว มันแบบ &^%*()_+"

            หาญที่กำลังง่วงนอนตื่นเต็มตาทันที แต่เพราะบัวรัวเสียงมากจึงจับใจความยาก

            (เดี๋ยวก่อน ใจเย็นๆ ค่อยๆ เล่า กูฟังมึงไม่รู้เรื่องแล้ว เอาทีละขั้นทีละตอน)

            (ใครโทรมาพี่... ดึกขนาดนี้) เสียงซันดังขึ้นมา

            (ไอ้บัวอ่ะตัวเอง)

            (อ๋อ... พี่บัวเป็นไร)

            “มึง สนใจกูก่อน จะเล่าให้ฟังอีกรอบ คือกูนั่งสมาธินานมากๆ เป็นชั่วโมงๆ เลย แล้วกูก็เห็นร่างเขา มาแบบเป็นร่างโปร่งแสงเลยอ่ะ!”

            บัวค่อยๆ รวบรวมสติเล่าทีละฉากให้หาญฟัง หาญรับฟังตอบรับทุกคำพูดจนกระทั่งบัวเล่าจบ

            (อ่าฮะ...)

            “นั่นแหละไอ้หาญ! แล้วเขาไปไหนแล้วอ่ะ"

            (บ่ได้ไปตี้ใด ก็ยังอยู่กับตั๋วแหละบัว)

            “หา?” บัวไม่เข้าใจ "แต่กูไม่เห็นเขาแล้วนะ ไม่มีเลยจริงๆ"

            (ก็ตั๋วสมาธิหลุดไปหมดแล้วไง จะเห็นอะหยังได้อีกล่ะ)

            “อ้าว ไม่ใช่ว่านั่งครั้งหนึ่งแล้วจะเห็นไปตลอดเหรอ"

            (บ่แม่น โอ๊ยยย อีผีบ้านี่หนอ) หาญด่าลากเสียง (บ่ได้เป็นคนมีสัมผัสพิเศษมันจะไปหันอะหยังตลอดเวลาวะ ตั๋วสมาธิหลุดไปหมดแล้วตอนนึกขำชื่อพี่เขา แถมยังคิดทะลึ่งลามกอกุศลอีก พอมานั่งอีกรอบก็คิดแต่ไค่จะหันไค่จะหันป้อจาย แฮ่น บ่มีสมาธิสักขณะจิต มึงถึงบ่หันเขาไงเล่า)

            “อย่างนี้นี่เอง...” บัวถึงบางอ้อ เข้าใจในที่สุด "แล้วกูต้องทำยังไงถึงจะได้เห็นอีกอ่ะ ยังไม่ทันได้คุยกันเลย"

            (ยากล่ะ เพราะตอนนี้เวลาตั๋วจะนั่งสมาธิก็จะไปจดจ่อคิดถึงแต่พี่เขา บ่มีสมาธิอีกต่อไป ทุกอย่างมันอยู่ที่จิตทั้งนั้นแหละบักสาโรชเอ๊ยย)

            “แต่สาโรชอยากเห็นพี่ชานยอลอีกอ่ะหาญแลงงง ไม่มีวิธีลัดหรือคาถาจะสวดให้เห็นบ้างเหรอ หรือ... หรือแบบ เอาเครื่องรางมาพกจะได้เห็นผีได้ไรงี้"

            (โฮะ บ่าเฮ้ย! ของจะอี้มันจะไปมีทางลัดได้จะใด ขนาดเฮายังบ่หันทุกวิญญาณเลยตั๋วรู้ก่อ มันแล้วแต่บุญพาวาสนาส่ง มีซิกเซนส์ใช่จะเป็นเฮื่องดี ผีบางตนจะอี้เลือดหนองเต็มหน้า บางตนตามมาตามพื้นตามกำแพง ตั๋วบ่ฮู้ถึงความน่ากั๋วหรอก นานทีถึงจะเจอมาแบบงามๆ ปี้ชานยอลเปิ้นเป็นหนึ่งในตองอู)

            “ก็กูอยากจะเห็นแต่พี่ชานยอลอ่ะ! ไม่ได้อยากเห็นตนอื่นด้วยอ่ะ"

            (เลือกบ่ได้โว้ยยย อีผีบ้านี่ เอ้า ตั๋วไปนอนไปบัว วันหน้ามีสมาธิก็ค่อยลองนั่งผ่อใหม่ เฮาไปนอนล่ะเน้อ)

            “อืมๆ ขอโทษด้วยที่รบกวน ฝากขอโทษซันมันด้วยนะ"

            (บ่เป็นหยังหรอก หลับให้สบายเน้อ)

            จากนั้นหาญก็วางสายไป บัวทิ้งตัวลงนอนที่นอนแบบเซ็งจิต ไม่รู้จะทำยังไงแล้วให้เห็นอีกรอบเพราะไม่สามารถจะตั้งสมาธิได้แล้ว

            “พี่ชานยอล ยังอยู่ป่ะเนี่ย"

            บัวตะโกน รู้อยู่หรอกว่าจะไม่ได้ยินอีกฝ่ายตอบกลับแต่ก็ยังจะพูด

            “จะบอกว่า บัวจะหลับแล้วนะ รีบมาเอา เอ๊ย รีบมาอำได้แล้วววววว บัวอนุญาต"

            จากนั้นร่างเล็กก็ปิดไฟนอนแบบเซ็งๆ หากแต่ด้วยความความง่วงและเหนื่อยที่สะสมมาตั้งแต่ตอนหัวค่ำทำให้ปิดเปลือกตาไม่ทันไรบัวก็หลับสนิทเหมือนเด็กทารกไปอย่างรวดเร็ว

            ...ถ้าหากใครมีสัมผัสพิเศษ ก็จะเห็นได้ว่ามีร่างสูงใหญ่ร่างหนึ่งนั่งอยู่บนเตียงของบัวชิดติดกับหมอนนุ่ม มือใหญ่ที่แทบจะใหญ่กว่าศีรษะของคนรักกำลังลูบเรือนผมสีดำอย่างอ่อนโยน ดวงตาคู่งามทอดมองบัวอย่างแสนรักใคร่ ริมฝีปากประแต้มรอยยิ้มอบอุ่น

            ‘หลับให้สบายเถิดหนา แม่บัวเผื่อนของพี่'

            บัวเขยิบตัวคล้ายขยับเข้าหาความอบอุ่นที่มองไม่เห็น ส่งเสียงครางเล็กๆ ในลำคอยามหลับคล้ายลูกสุนัขที่น่าเอ็นดู

            ‘คืนนี้... พี่จักมิทำอันใดเจ้าดอก...’

 

 

 

 

- รฤกรัก -



 

            “แล้วไงต่ออ่ะ"

            “ก็... จบแค่นั้นอ่ะมึง"

            “โอ๊ยยยยยยย เสียดายแทนมากกกกก อุตส่าห์เห็นแล้วอ่ะ"

            เดย์ร้องออกมายาวๆ หลังฟังบัวเล่าให้ฟังตั้งแต่ต้นจนจบในร้านกาแฟบนห้างที่นัดเจอกัน บัวพยักหน้ารัวๆ

            “ใช่! เสียดายมากมึง ฮือออออออ ผู้หล่อฉิบหายยย เห็นแล้วอยากจะถวายบัวให้"

            “ไอ้บัว ทุเรศ!”

            “กูก็พูดไปงั้นแหละ พี่สุดหล่อเขาเป็นผีนี่หว่า"

            เดย์ส่ายหน้ากับความบ้าบอของเพื่อนแล้วก้มลงดูดคาราเมลมัคคิอาโต้ที่สั่งมา เขายอมออกจากออฟฟิศมาพบบัวในตอนพักกลางวันเพราะอยากรู้เรื่องที่เกิดขึ้นมากจนทนไม่ไหวถึงกับต้องนัดให้บัวมาเล่าให้ฟัง เดย์ก้มลงมองนาฬิกาข้อมือ

            “มึงจะกลับออฟฟิศแล้วเหรอเดย์"

            “ยังอ่ะ อีกครึ่งชั่วโมงค่อยกลับก็ได้ วันนี้อีพราวฟ้าที่ชอบจับผิดกูลาป่วย สบายใจจะตาย"

            “สังคมออฟฟิศแม่งฟังแล้วน่าเบื่อว่ะ"

            “น่าเบื่อมากมึง เหม็นขี้หน้ากันแต่ก็ต้องทนเห็นกันอยู่ทุกวัน เพราะอะไรเหรอ โต๊ะมันอยู่ตรงข้ามกูเลยจ้า อย่างอีพราวฟ้านี่ก็เลียทั้งเจ้านายทั้งเมียเจ้านายจนลิ้นแห้งไปหมดล่ะ เอะอะอะไรเป็นเอาเรื่องกูไปฟ้อง รำฉิบหาย อีคุณนายก็เหมือนกัน พาลมาเหม็นกูไปด้วย ไม่ได้รู้เลยว่าอีพราวฟ้าจ้องจะแดกผัวตัวเอง" เดย์เล่าอย่างใส่อารมณ์ขณะที่บัวรับฟังเพื่อนระบาย เดย์เรียนจบมนุษย์ศาสตร์เช่นเดียวกันกับบัวและหาญ แต่เป็นเอกเกาหลี ตอนนี้เดย์ทำงานอยู่ในบริษัทมัลติแบรนด์เครื่องสำอางและสกินแคร์แห่งหนึ่งที่บริษัทแม่อยู่ในประเทศเกาหลีใต้ เป็นบริษัทใหญ่ที่ถ้าบอกชื่อเครือแบรนด์ไปทุกคนย่อมร้องอ๋อ

            “แล้วมันก็สวยไง อกใหญ่ๆ ตู้มๆ เพราะทำมา คุณคิมก็ชอบมองสิ กูนี่หมาหัวเน่าในสายตาเจ้านายอ่ะ ดีนะที่พี่ในแผนกทุกคนรักกูแล้วก็รู้สันดานมัน ไม่งั้นกูลาออกไปหางานที่อื่นทำแล้ว"

            “อดทนไว้มึง เพื่ออนาคต อยู่ต่ออีกปีตำแหน่งมึงก็ขึ้นแล้ว คนจบภาษาเกาหลีแล้วมีวุฒิสมัยนี้ยังหายาก ทั้งบริษัทนอกจากมึงกับยัยพราวฟ้าอะไรนั่นแล้วก็ไม่มีล่ะ อีกอย่าง ถ้ามึงลาออกมึงจะเอาเงินที่ไหนจ่ายค่าเทอมเรียนต่อโทมึง"

            “ก็เออไง กูถึงได้ทนอยู่นี่ แต่ผลงานกูดีมารตนไหนก็ทำอะไรกูไม่ได้ ได้แค่เหม็นแบบนั้นแหละ"

            บัวตบหลังมือเพื่อนให้กำลังใจ คนไม่มีงานประจำทำก็เครียดอีกแบบ คนมีงานประจำทำก็เครียดอีกแบบ แต่บัวรู้ว่าคนเก่งอย่างเดย์ย่อมหาทางเอาตัวรอดได้อยู่แล้ว คะแนนสอบ TOPIK (ข้อสอบวัดระดับภาษาเกาหลี) ของเดย์อยู่ตั้งระดับหก สูงสุดและเหนือกว่าพราวฟ้าที่เดย์เคยเล่าให้ฟังว่าได้เพียงระดับสี่ มิหนำซ้ำตอนจบปริญญาตรีเดย์ยังได้เกียรตินิยมอันดับสองด้วย ไม่ขนาดอันดับหนึ่งอย่างหาญแลงแต่ก็ถือว่านายบดินทร์เทพมากพอ สิ่งสำคัญที่เดย์มีเหนือหาญคือไหวพริบและความคล่องตัว หาญมันติดจะทำอะไรเนิบแสนเนิบตามประสาคนเหนือ จะกินข้าวหรือลุกนั่งยืนเดินก็ช้ากว่าเพื่อนฝูงเขา ถ้าไม่มีซันคอยดูแล... บัวคิดว่าไอ้หาญอาจจะถูกรถราหน้ามหาวิทยาลัยชนตายไปหลายรอบแล้วก็ได้

            “นี่ถ้ากูรวบรวมเงินได้ก้อนหนึ่งนะ กูจะขอทำเรื่องโยกไปทำงานที่บริษัทแม่ที่เกาหลีเลย แล้วก็จะเรียนต่อโทที่นู่นไปด้วย พอจบก็ค่อยกลับไทยมาเป็นหัวหน้าอีพราวฟ้าอีกต่อ รับรอง มันดิ้นตายแน่ มันไม่คิดเรียนต่ออะไรล่ะ สะสมเงินจะเอาไปทำจมูกรอบสี่อยู่ ท่าทางจะดักดานอยู่ตำแหน่งเดิมตลอดไป"

            “อ่ะ ในเมื่อมีแพลนแล้วก็สู้ครับคุณบดินทร์ อย่าท้อ อย่าลาออกง่ายๆ แค่เพราะมารหนึ่งตัว"

            “อืม ก็บ่นไปงั้นแหละ กูยังต้องผ่อนรถอยู่ว้อย ออกไม่ได้เด็ดขาด"

            “พ่อแม่มึงนี่ดีนะ ไม่เคยขออะไรมึงกับพี่ดาวเลย" บัวกล่าวถึงพ่อแม่และพี่สาวของเพื่อนรัก

            “ช่าย พ่อแม่กูดีที่สุดในโลกล่ะ ไม่เคยสร้างหนี้สินอะไรให้กู ไม่บ้าหวยบ้าพนัน ไม่งมงายบ้าบอ ไม่เคยขอให้ซื้อโน้นซื้อนี่ฟุ่มเฟือยให้ ส่งตังค์ให้ทุกเดือนก็เอาไปเก็บไว้ให้เราสองพี่น้องเป็นทุนรอนในอนาคต พ่อแม่เป็นศรีเป็นมงคลกับชีวิตกูมาก พี่ดาวกับกูพูดเรื่องนี้กันบ่อยเลย ทำงานเหนื่อยๆ กลับบ้านไปมีแต่ความสุข กูรักพ่อแม่ รักพี่สาวกูที่สุดในโลก"

            บัวอดนึกอิจฉาครอบครัวของเดย์ไม่ได้ที่ได้อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาอย่างมีความสุข หันมาดูตัวเองแล้วก็สลดใจยิ่งนัก เพราะทุกวันนี้ บัวกับพ่อยังแตกหักกันไม่มีวี่แววจะประสานเลยด้วยซ้ำ

            “พี่บุญก็ดีนี่มึง รักมึงจะตาย เป็นถึงหมอเลยนะเว้ย กูยังจำตอนเราเรียนมัธยมที่พี่บุญในชุดนักศึกษาแพทย์ขี่รถมารับมึงกลับบ้านได้อยู่เลย มีแต่คนอิจฉามึงที่พี่ชายทั้งหล่อทั้งเก่ง"

            “ฮื่อ พี่บุญน่ะดีอยู่แล้ว แต่พ่อกูน่ะ... มึงก็รู้...”

            “อย่าทำหน้าเหมือนจะร้องไห้แบบนี้ดิวะ" เดย์ใจเสีย "เอ้าพอๆ พูดเรื่องอื่นดีกว่า อย่าดราม่ากันเลยมึง"

            “อ้าว เดย์ บัว"

            ทั้งคู่หันขวับไปเมื่อได้ยินเสียงเรียก ก่อนจะตะโกนออกมาพร้อมกัน

            “เฮ้ย ไอ้หาญ!”

            “ว้าเว้ย บังเอิญแท้เน้อ มาทำอะไรกันเนี่ย"

            หาญเดินยิ้มตรงเข้ามาหาเพื่อนทั้งสองคนพลางเอ่ยถาม

            “นัดกันมาเล่าเรื่องเมื่อคืนที่กูโทรไปหามึงอ่ะแหละ มึงนั่งก่อนดิหาญ"

            บัวตบเก้าอี้เรียกให้เพื่อนนั่ง ก่อนสายตาจะเห็นร่างของซันที่กอดอกค่อยๆ เดินตามมาอยู่ห่างๆ หน้าตาเรียบๆ เหมือนไม่สมอารมณ์เท่าไร

            “ว่าไงอีซัน หน้านิ่งมาเชียว" บัวทัก

            “สวัสดีครับพี่บัว พี่เดย์" ซันยกมือไหว้เร็วๆ ไม่สดใสเหมือนทุกที แต่ก็นั่งลงข้างๆ หาญ

            “กินอะไรผิดไปรึไงแก"

            “เปล่า...”

            “งั้นแกก็อย่าทำหน้าเหมือนกินรังแตนแบบนั้นสิไอ้ซัน" เดย์พูดบ้าง

            “ซันไม่ได้ทำสักหน่อย" ซันยังไม่ยอมรับตัวเอง

            “เอ้า เรื่องของแกเถอะ" บัวหน่ายจะกล่าว "แล้วนี่มาทำอะไรกันอ่ะ"

            “มาดูหนังน่ะ เพิ่งดูเสร็จเลย" หาญยิ้ม ชูตั๋วหนังในมือให้ดู "สนุกดีนะ พวกมึงว่างๆ ก็ไปดูสิ"

            “ไอ้หาญบอกว่าสนุก... แต่ทำไมไอ้ซันหน้าเป็นงั้นหว่า...” เดย์เอ่ยลอยๆ

            “แล้วจะใดกันล่ะ เข้าเรื่องเข้าราวดีกว่า เล่าถึงตรงไหนแล้ว" หาญเอ่ยอย่างตื่นเต้น สองมือตบตักตัวเองปั้กๆ

            “จบแล้วสิ เรื่องแม่งก็มีแค่นั้นอ่ะ" บัวพูดต่อ "เออ บังเอิญเจอมึงก็ดีแล้ว กูสงสัยอ่ะหาญ มันจะมีวิธีไหนอีกไหมที่กูจะได้เห็นเขานอกจากทำสมาธิ แบบนี้มันยากนะเว้ย คนเราใครมันจะไปมีสมาธิตลอดเวลาอ่ะ แบบนี้กูจะได้พูดได้คุยกับเขาได้ยังไง"

            “...ตั๋วจะอยากไปคุยกับพี่เขาทำไม มันฝืนธรรมชาตินะคุยกับเจ้ากรรมนายเวรตัวเองเนี่ย"

            “เอ้า!” บัวกับเดย์ร้องพร้อมกัน

            “เออ ตั๋วก็ฮู้แล้วนี่ว่าเขาอยู่โตยเพราะหวังดี คอยช่วยเหลือตั๋วทุกอย่าง ตั๋วเลิกกั๋วพี่เขาก็พอแล้ว บ่ต้องไปหาวิธีที่อยากจะได้หันหรอก"

            “อ้าว...”

            “นี่ จำจุดประสงค์ที่ตอนแรกหมู่สูมาหาเฮาได้ก่อ ก็ตอนแรกที่มาปึกสาเฮาก็เพราะอยากรู้แค่นี้บ่ใจ้เหรอ อยากฮู้ว่าเขาต้องการอะหยัง แล้วก็ได้ฮู้แล้วนี่"

            บัวได้แต่เงียบกริบ แต่พอคิดตามที่หาญพูดมันก็ถูกทุกอย่างจนเถียงไม่ได้เลย

            “อะไรที่ไปฝืนไปต้านธรรมชาติมันน่ะ ทำได้บ่นานหรอก เขาเป็นผี ตั๋วเป็นคน ตั๋วก็ต้องใช้ชีวิตของตั๋วต่อไป แม่นก่อ?"

            “...”

            “บ่ใจ้ว่าพี่ชานยอลเขาบ่อยากให้ตั๋วเห็นเขา แต่เขาเข้าใจ๋ธรรมชาติของโลกนี้ดี"

            บัวพยักหน้าอย่างยอมรับเมื่อฟังหาญพูดจบ แอบคิดว่าพี่สุดหล่อคงอยากให้หาญสื่อสารออกมาให้เขาเข้าใจแบบนี้แน่ๆ ไม่งั้นหาญคงไม่พูดออกมา มันถูกต้อง... บัวก็ยังต้องใช้ชีวิตของบัวต่อไป จะไปบ้าบองมงายอยู่แต่กับผีเจ้ากรรมนายเวรของตัวเองได้อย่างไร แค่หายกลัวนอนหลับสบายมันก็เพียงพอแล้ว หากทว่า... คิดแล้วมันก็อดที่จะเสียดายไม่ได้ อุตส่าห์ได้เจอกันแล้วแท้ๆ เชียว...

            “แล้วนี่พี่เขามีอะไรที่อยากให้กูทำบุญไปให้อีกไหมอ่ะ มึงสื่อสารให้หน่อยสิ อะไรที่เขาว่าดีกูก็ว่าดี กูจะได้ทำไปให้เขา"

            หาญเงียบไปครู่หนึ่ง เงียบแบบที่ทุกคนรู้เลยว่าเจ้าตัวกำลังใช้สมาธิ ก่อนพ่อหมอจะเอ่ยออกมา

            “นี่ตั๋วยังบ่ได้ไปถอนสาบานกับพี่จอห์นนี่แม่นก่อ"

            “แม่น... เอ๊ย! ใช่" บัวฟังจนเผลอตอบเป็นภาษาเหนือไปด้วย "จะถอนได้ยังไงล่ะ มึงก็พูดเหมือนง่ายเนอะ กูจะนัดพี่จอห์นนี่ออกมายังไงก็ยังไม่รู้เลย"

            “จะใดเฮี๋ยตั๋วก็ต้องไปถอนให้ได้" เสียงของหาญหนักแน่น "ถอนแล้วรับรองชีวิตมึงจะดีขึ้นเป็นสิบเท่าร้อยเท่า ทุกวันนี้ที่ยังลุ่มๆ ดอนๆ เพราะของสกปรกที่ถูกทำใส่มันยังอยู่กับตัว ติดกันมาข้ามภพข้ามชาติเลยทีเดียว"

            “โห... เหรอวะ"

            “เออ กูไม่โกหกหรอก บ่ใจ้คนขี้จุ๊" หาญพยักหน้า "มึงไปถอนให้ได้ ไปหาเวย์เอาเอง พี่สุดหล่อเขาก็บอกเขาจะช่วยเต็มที่ มึงรับปากเขาแล้วด้วย ไปทำซะ"

            “ตกลง ตกลง เดี๋ยวกูจะลองนัดอีพี่จอห์นนี่ออกมาอีกทีแล้วกัน"

            “เฮ้ย เดี๋ยวอีกแป๊บกูต้องกลับออฟฟิศแล้ววะ" เดย์เอ่ยขึ้นมาหลังก้มมองดูนาฬิกาข้อมือ

            “เอ้า พี่เดย์จะกลับแล้ว เราก็กลับกันได้แล้วมั้ง" ซันพูดเสียงเข้มออกมาหลังจากนั่งเงียบเป็นเบื้อใบ้อยู่นานสองนาน "จะกลับได้ยัง คืนนี้บินตีหนึ่งสี่สิบ จะกลับไปนอน"

            เสียงของซันห้วนจัด ฟังดูหงุดหงิดเต็มที่จนหาญที่นั่งอยู่หน้าเสียไป บัวกับเดย์ร้องอูย

            “อูยย มึงรีบกลับบ้านไปดีกว่าหาญ ท่าทางเมียมึงอารมณ์ไม่ดีแล้วอ้ะ ว้ายๆ"

            “นั่นสิ ไม่เป็นไรหรอกหาญ พวกกูสองคนนั่งต่อกันเองได้ มึงกลับดีๆ นะ" เดย์โบกมือให้เพื่อนแบบล้อๆ แล้วทันใดนั้นซันก็ลุกขึ้นพรวดจนเก้าอี้แทบล้ม ก่อนจะไหว้บัวกับเดย์เร็วๆ เป็นการลาแล้วเดินออกไปรอนอกร้าน

            “โฮย ขอโทษแทนมันด้วยเน้อ" หาญก้มหัวล่กๆ ยกมือไหว้เพื่อนที่แฟนเสียมารยาทอย่างหนัก ใจเสียไปหมดแล้ว "มันบินหนักเวลานอนรวนเลยหงุดหงิดไปหน่อย อารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ"

            “เออๆ ไม่ว่ากันหรอก เข้าใจว่าเกิดขึ้นได้"

            “ขอโทษจริงๆ ขอโทษมากๆ เลย ไว้เจอกันวันหลังเน้อบัว เดย์"

            หาญรีบวิ่งล่กๆ ตามแฟนหนุ่มไป แล้วบัวกับเดย์ก็เห็นซันจับมือหาญแล้วกระชากเดินหายขึ้นบันไดเลื่อนไปด้วยจกกระทั่งลับสายตา เดย์กล่าวออกมา

            “ไอ้เด็กเวรนี่... วันนี้ก็ออกจะเกินไปหน่อย"

            “เออ เดี๋ยวกูจะไลน์ไปด่ามันให้" บัวพูด "สงสารไอ้หาญผัวทาสมาก น้องรหัสกูต้องไม่นิสัยแบบนี้โว้ย แต่ก็สงสัยซันมันจะหงุดหงิดเพราะอดนอนแหละ คิดถึงเวลาเราอดนอนดิไอ้เดย์ ก็คงอารมณ์ประมาณนี้เหมือนกัน แล้วไอ้ซันมันก็อดนอนบ่อยด้วยเพราะเป็นสจ๊วต"

            “กูไม่ได้หมายถึงกับพวกเราเว้ย หมายถึงกับไอ้หาญ หักหน้าแฟนกันแบบนี้เลยได้ไงคนเขากำลังคุยกับเพื่อนอยู่ มึงอ่ะไลน์ไปด่ามันเรื่องนี้เลยให้ปฏิบัติกับไอ้หาญดีๆ หน่อย ไว้หน้าไอ้หาญบ้าง"

            “อ๋อ เออ เดี๋ยวกูด่าให้ครบๆ ไปเลยทีเดียว"

            “อือ เดี๋ยวกูกลับออฟฟิศแล้วนะ" เดย์เอ่ยหลังก้มมองนาฬิกาข้อมืออีกครั้ง "มึงจะติดรถกูไปลงไหนเปล่า"

            “ไม่ต้องๆ กูนัดน้องๆ เขามาเรียนพิเศษที่ห้างนี้แหละ เดี๋ยวกูเดินเล่นอะไรรอไป"

            “อ๋อ โอเค ไว้เจอกันเพื่อน มีความคืบหน้าอะไรเรื่องไอ้พี่จอห์นนี่ก็บอกกูด้วยล่ะ"

            “เคเลย"

            บัวยิ้ม ชูนิ้วโป้งให้เพื่อนรักแล้วทั้งคู่ก็แยกย้ายกันไป

 

 

 

- รฤกรัก -

 

           

 

            ร่างสูงของสจ๊วตหนุ่มลากแฟนมาจนถึงรถยนต์คันสวย กดรีโมทเปิดรถแล้วก็ยัดร่างแฟนเข้าไปที่เบาะข้างคนขับทันทีก่อนตัวเองจะเดินอ้อมไปขับรถกระชากตัวออกมาจากลาน หาญถอนใจเบาๆ

            “ใจเย็นๆ เน้อน้องซัน โมโหอะไรอีกเล่า ตอนดูหนังก็ยังดีๆ อยู่" หาญเอ่ยถาม พยายามใช้น้ำเย็นเข้าลูบ ไอ้ที่บอกว่าอดนอนนั่นน่ะข้ออ้างล้วนๆ นายศรัณยู ผลยิ่ง กลับมาจากไฟล์ทบินถึงบ้านตอนเที่ยงคืนและได้นอนเต็มอิ่มดีจนถึงเช้า แม้จะมีบัวโทรมารบกวนเล็กน้อยตอนกลางคืนแต่มันก็ไม่ได้เป็นปัญหาอะไรเลย

            “...”

            “ถ้าไม่เล่า เค้าไม่ถามแล้วนะ"

            “หงุดหงิด..."

            “หงุดหงิดอะไรล่ะ ไม่เห็นจะมีใครทำอะไรให้"

            ซันจอดรถเพราะติดไฟแดง แล้วหันไปมองหน้าแฟน

            “ก็พี่นั่นแหละ สนใจแต่เพื่อน คุยแต่กับพี่บัวพี่เดย์ ไม่สนซันเลย"

            “เอ้า!”

            “พอมีคนอื่นอยู่ ซันเป็นหมาหัวเน่าในสายตาพี่ตลอด เป็นคนสุดท้ายที่พี่จะให้ความสนใจ"

            “เปล่านะ ไม่ใช่แบบนั้นสักหน่อย" หาญเสียงอ่อย

            “อยากอยู่กันแค่สองคนไม่ได้เหรอวะ ทำไมต้องบังเอิญมาเจอเพื่อนพี่อีก คนกำลังเดทกันอยู่แท้ๆ" ซันพูดอย่างใส่อารมณ์ "ซันไม่ชอบเลยเวลาพี่สนใจคนอื่นมากกว่าซัน หงุดหงิดฉิบหาย"

            “...เฮ้อ” หาญหมดคำพูด เรื่องแบบนี้ก็หงุดหงิดได้อีก หัวไม่ล้านดันขี้น้อยใจไปได้ ไอ้เด็กนี่มันจะต้องการความสนใจอะไรหนักหนา แล้วก็ไม่ต้องการจากคนอื่นด้วย ต้องการจากเขาคนเดียว

            “พี่ถอนหายใจอะไร" คนตัวสูงกระชากเสียงถาม

            “ก็ตัวเองเอาแต่ใจอ่ะ จะไม่ให้เค้ามีสังคมคุยกับใครบ้างเลยเหรอ นั่นก็เพื่อนๆ ของเค้า พี่ๆ ของตัวเอง รู้จักกันมาตั้งแต่สมัยเรียน อย่าขี้หวงนักเลยเน้อ"

            “ก็พี่เป็นของซัน ซันไม่หวงพี่แล้วจะให้ซันหวงใคร"

            “ก็หวงแต่พอดีพอสิ..."

            “ซันทำไม่ได้ว่ะ ซันไม่มีตรงกลาง ซันก็เป็นของซันแบบนี้มานานแล้ว ทำไมวันนี้พี่รับไม่ได้ พี่เปลี่ยนไปเพราะมีคนอื่นเหรอ"

            “โฮย! ป้อคิงหยัง ไปกันใหญ่แล้วเน้อ อยู่แต่กับคิงแบบนี้ฮาจะไปมีไผได้เล่า!"

            หาญวีนออกมาบ้างอย่างเหลืออด ในใจมันอยากจะตะโกนเถียงว่าตอนมึงมาชอบกูสมัยก่อนมึงไม่ได้เป็นหนักขนาดนี้โว้ยยย ตอนนั้นมึงน่ารัก...มึงเทคแคร์...มึงเอาอกเอาใจ...มึงขี้อ้อน... ดูเป็นคนที่พร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อเรา โอเคว่าไอ้เรื่องพวกนั้นไม่เปลี่ยนแปลง กลับจากต่างประเทศมาบ้านก็ยังอ้อนเช้าอ้อนเย็นอยู่ทุกวัน แต่ข้อเสียผีบ้าผีบอตามมาอีกเป็นพะเรอเกวียนจนแทบจะทนไม่ไหว หาญนึกสงสัยจริงๆ ว่านิสัยอย่างแฟนตัวเองทำงานเป็นพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินที่ต้องคอยเอาอกเอาใจผู้โดยสารได้ยังไง แต่พอคิดลึกๆ แล้วก็ไม่แปลกใจเพราะดูเหมือนว่าซันจะนิสัยเสียแค่กับเขาคนเดียว

            “สาบานมาสิว่าพี่ไม่ได้มีคนอื่น สาบาน!” ซันตบพวงมาลัยรถ เริ่มเกรี้ยวกราดขึ้นมา

            “เออๆ สาบาน!” หาญยกมือขึ้น ยอมทำให้ซันสบายใจเรื่องจะได้จบๆ ไป ก่อนหนุ่มเชียงรายจะบ่นพึมพำกับตัวเองรัวเร็ว "คอยผ่อเต๊อะ หมดจากคิงไปฮาจะขอโสดตลอดชีวิต บ่ขอมีไผมาเป็นแฟนเป็นคู่ชีวิตอีกแล้วววววว"

            “บ่นอะไร แปลมา"

            “เปล่าจ้ะ! เปล่า ตัวเองเลี้ยวเร็ว เดี๋ยวเลยซอยบ้านนะ”

            ซันเลี้ยวขวับเข้าซอยบ้านแบบน่าหวาดเสียวเพราะเกือบเข้าไม่ทัน ขับเข้าหมู่บ้านเพียงแป๊บเดียวทั้งคู่ก็มาถึงบ้านหลังสวย ซันจอดรถเข้าซองแล้วจึงดับเครื่องยนต์

            “เอ้ย”

            หาญอุทานออกมาเพราะเกือบสะดุดเชือกรองเท้าของตัวเองที่หลุดลุ่ยออกมา กำลังจะก้มลงไปผูกแต่ก็ไม่ทันเมื่อร่างสูงก้มลงคุกเข่าข้างหนึ่งกับพื้นจัดการให้ก่อน

            “เนี่ย พี่ก็เป็นแบบนี้ตลอด แล้วจะไม่ให้ซันห่วงซันหวงได้ยังไง" ซันพูดไปด้วยขณะก้มหน้าก้มตาผูกเชือกรองเท้าให้คนรัก "ไม่มีซันดูแลพี่ แล้วใครจะดูแลพี่"

            “...”

            “เอ้า เสร็จแล้ว เดินดีๆ นะครับ"

            ผูกเสร็จคนผูกก็จุ๊บขาของหาญเร็วๆ หนึ่งทีแล้วยืดตัวขึ้นมาก่อนจะกดรีโมทล็อกรถแล้วเดินนำเข้าไปในบ้าน หาญได้แต่ยกมือขึ้นเกาหัว ก็เพราะเป็นแบบนี้แหละน่าถึงเลิกไม่ได้สักที บทจะดีมันก็ดีมาก... ดีจนหาญไม่รู้ว่าจะหาใครมาดีกับตัวเองขนาดนี้ได้อีก

            “ทำไมพี่ยังไม่เข้าบ้านมาอีก" หน้าหล่อๆ โหดๆ โผล่ออกมาถาม คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันอย่างไม่สบอารมณ์ ประมาณว่ายืนรออยู่นานแล้วยังไม่เห็นอีกฝ่ายมาเลยอดที่จะเร่งไม่ได้ตามประสาคนใจร้อน

            "โอ้! มาแล้วเน้อ"

            หาญที่กำลังคิดอะไรเพลินๆ ได้สติ หนุ่มเชียงรายถอดรองเท้าออกแบบไม่แกะเชือกแล้วจึงเดินตามคนรักเข้าไปในบ้าน ซันที่ยืนรออยู่เอื้อมแขนไปกอดบ่าคนรักทันที ทั้งคู่เดินขึ้นบันไดบ้านไปชั้นสองด้วยกัน

            “พี่หิวข้าวไหม"

            “ไม่หิว เค้าอิ่มข้าวโพดคั่วอยู่เลย"

            ซันหัวเราะเบาๆ "นอกจากพี่จะมีใครเรียกว่าข้าวโพดคั่วอีกไหมเนี่ย เขาเรียกกันว่าป๊อปคอร์นทั้งนั้น"

            “อ้าว เค้าพูดผิดเหรอ คนกรุงเทพฯ ไม่เรียกแบบนี้เหรอ ตัวเองไม่เห็นเคยแก้ให้เลย" หาญถามตาใสแป๋ว เห็นแล้วแสนน่าเอ็นดู

            “เปล่า... ไม่ผิด ถูกต้องที่สุดเลยแหละ" ซันยิ้มจนดวงตากลายเป็นสระอิ แล้วหันไปหอมแก้มนุ่มของคนรักอย่างหมั่นเขี้ยว

            “หมั่นเขี้ยว...”

            “อึ๊...”

            “ฮันนี่...”

            “ซัน... อีกแล้ว อะไรเนี่ย...” หาญร้องเสียงผะแผ่วเมื่อถูกหนุ่มรุ่นน้องฟัดเอาฟัดเอาแบบสู้ไม่ได้ รู้ชะตากรรมตัวเองในอนาคตอันใกล้ดีแบบไม่ต้องเปิดดวงชะตาดู ซันจะเรียกเขาว่าฮันนี่ก็ในเวลาอย่างนั้นเท่านั้น

            “ฮันนี่จ๋า...”

            “น้องซัน... ไม่เอา...”

            “เถอะนะ... นะ..." คนตัวสูงร้องขอ "ก็ฮันนี่น่ารัก... น่ารักที่สุดเลย... รักจะตายอยู่แล้ว รักเหมือนใจจะขาด...”

            ซันทั้งกอดทั้งจูบหาญไม่หยุด ลมหายใจร้อนผ่าวปั่นป่วน มือไม้ซุกซนเหมือนมีสิบมือจนอีกฝ่ายปัดป้องไม่ถูก หน้าหล่อซุกไซ้ไปทั่วทุกที่ ก่อนคนตัวสูงจะกระซิบเสียงพร่า

            “ฮันนี่จ๋า... ง้อเมียคนนี้หน่อยเร็ว พี่บัวบอกแล้วนะว่าเมียฮันนี่งอนแล้ว”

            “...บ่าผีบ้า"

            หาญด่าเสียงแหบเบา หน้าแดงจัดขณะที่อีกฝ่ายหัวเราะในลำคอ หนุ่มเชียงรายตัวขาวมุดตัวหลบออกจากอ้อมอกของซันไปยืนตั้งหลักตัวเกร็งอยู่ที่โต๊ะเครื่องแป้งสุดปลายห้องนอน ซันตาเยิ้มเพราะพิษรักพิษราคะขณะมองตามแฟนหนุ่ม ริมฝีปากเคลือบรอยยิ้ม ขบกัดปากล่างอย่างกลัดมัดเต็มที่ ก่อนร่างสูงของซันจะทิ้งตัวนอนพิงหัวเตียง มือใหญ่แกะกระดุมเสื้อเชิ้ตของตัวเองออกหมดทุกเม็ด สาบเสื้อแหวกออกจากกันเผยให้เห็นลอนกล้ามเนื้อหกลูกที่เรียงตัวกันสวยงาม

            “นอกบ้านพี่จะแมนยังไงก็ได้"

            ซันยังคงยิ้มน้อยๆ

            “เพื่อนพี่จะเข้าใจซันผิดยังไงก็ได้ ซันไม่เคยถือ"

            คนตัวสูงพาดแขนข้างหนึ่งไว้บนหัวเตียง ท่าทางราวกับนายแบบในนิตยสาร

            “แต่พี่ก็รู้ พี่เมียผม"

            “...”

            หาญแลงหน้าแดงก่ำ หลบสายตาเจ้าชู้พริบพราวของแฟนหนุ่ม เพลิงรักที่คุกรุ่นในดวงตาของซันบ่งบอกดีว่าเจ้าตัวต้องการอะไร

            ส่วนกับเรื่องความสัมพันธ์ มันเป็นเรื่องช่วยไม่ได้จริงๆ ที่ใครต่อใครพากันเข้าใจผิดไปหมดว่าเขาเป็นฝ่ายรุกทั้งที่มันไม่ใช่อย่างนั้นเลย มันเป็นแค่เพราะสมัยมาเรียนต่อมหาวิทยาลัยที่กรุงเทพฯ ปีแรกๆ หาญปรับตัวปรับเวลากับความเร่งรีบของกรุงเทพฯ ไม่ได้จึงใส่แต่ชุดนักศึกษาที่ยับยู่ยี่ หนวดก็ไม่เคยได้โกนก่อนไปเรียน ผมเผ้าไม่หวี มีสภาพเกรอะกรังแถมยังชอบเล่นฟุตบอล ดูมาดแมนไปเสียอย่างนั้นในขณะที่ซันดูเนี้ยบดูดีสะอาดสะอ้านหัวจรดเท้ามาตลอดตั้งแต่เข้าเรียนปีหนึ่ง

            พอคนเข้าใจผิดกันไปแล้วก็ได้แต่ปล่อยให้เข้าใจกันไป ส่วนซันก็รับสมอ้างเป็นฝ่ายรับหน้าด้านๆ เพราะไม่แคร์ ขอให้หาญแฮปปี้ก็พอ อีกใจ หาญก็อายเกินกว่าจะไปป่าวประกาศความจริงในความรักของตัวเองด้วย มันไม่ใช่เรื่องเลย มันน่าอายจะตายกับการต้องแก้ข่าวบอกทุกคนว่า 'ความจริงกูเป็นเมียซัน ซันต่างหากที่เป็นผัวกู' เขาทำไม่ได้หรอก

            แต่ความจริงถ้าทุกคนสังเกตกันให้ลึกอีกหน่อยก็รู้แล้ว หาญตัวแค่นี้ ส่วนซันก็ตัวอย่างกับยักษ์ เขาจะไปกดซันลงไหมล่ะ แล้วซันก็คงไม่มีวันยอมเองแน่ๆ ฝ่ายนั้นมาดแมนและโหดโดยกมลสันดานมาแต่กำเนิด

            “เพราะงั้นมานี่ได้แล้วคนดี...”

            “...”

            มือหนาตบตักตัวเองท่าเหมือนเสี่ยเรียกอีหนู ดวงตาคมมองจ้องใบหน้าหวานใสของคนรักที่มองยังไงก็ไม่เคยเบื่อ ซันยังรักพี่หาญเหมือนวันแรกที่พบหน้าและไม่เคยลดน้อยลงสักนิด มีแต่รักมากขึ้นทุกวันๆ เท่านั้น

            น้ำเสียงของคนเรียกแหบพร่า

            “มาสิ ฮันนี่... มาให้ศรัณยูชื่นใจหน่อย "






 

 

 

 

-------------------------------

ตั่วเจ้เจค

15% วันศุกร์ที่ 6 ตุลาคม 2017 เวลา 9:09 PM

100% วันเสาร์ที่ 7 ตุลาคม 2017 เวลา 9:56 AM

 

โอ๊ยยยย พี่สุดหล่ออออออออ

รูปหล่อมากเด้ออออออออออออออออออออออออ #$%^&*(

หล่อจนน้ำหมากกระจายยยยยยยย

 

นี่บรรยายไปก็เขินไปค่ะ บอกเลยว่ารูปหล่อมากๆ แน่นอนระดับพี่ชานยอล แหมอิบัว พอรู้ว่าเขาหล่อหน่อย จิตอกุศลเลยนะแก 5555 ทีก่อนหน้านี้กลัวเขาแทบตาย


 

อิพี่ชานยอลนี่ก็น่าตบไม่น้อยค่ะ บัวเขาบอกแล้วไงว่ามาอำได้แล้ว ดันบอกว่าจะไม่ทำอะไรหรอกคืนนี้ แล้วปกติก็ปล้ำเอาปล้ำเอา ไอ้ผีบ้า 555555555


มาที่คู่ #ซันหาญ ค่ะ

ในที่สุดก็รู้กันแล้วนะคะใครรุกใครรับ (ฮาาา) อันที่จริงก็ไม่ได้สับขาหลอกอะไรมากมายค่ะ แค่พอให้สับสนเล็กๆ พอ มีคิดไหมแบบ กูว่าแล้วววว อย่างตาหาญเนี่ยนะจะเป็นรุก มันบ่ใจจจจจจ้ 5555555555

จริงๆ หาญนี่เป็นตัวละครที่เจครักและเอ็นดูมากกกกกกกกก ดูจะไม่ทันชาวบ้านชาวช่องเขาไปหมด น่ารักแบบโก๊ะๆ เปิ่นๆ สมควรมีคนโหดๆ ดุจทหารอย่างซันอยู่ข้างกายไว้คอยดูแลค่ะ ส่วนซันนี่ก็รักจริ๊งง ทำไมถึงรักพี่เขาได้ขนาดนี้หนอ เอาเป็นว่าเจคชอบคู่นี้มาก สีสันและความสดใสของเรื่องเลยอ้ะะะ T/////T

แม้เด็กมันจะขี้บังคับ แต่มันก็บังคับเพราะรักตั๋วมากนะบักหาญแลงงงงงงงงงง



 

ฮือออออออ ขอมุมบ่น งานประจำยุ่งมากค่าาาา เหนื่อยจนร่างพัง นอนก็ไม่เป็นเวลา โคตรเหนื่อย เหนื่อย เหนื่อย!!! (เหนื่อยจนคิดอยากจะลาออกวันล่ะ 10 รอบ 555555 ฮืออออ) แต่กลัวทุกคนจะคิดถึง เลยโยนส่วนบนมาให้เท่านี้ก่อน ถ้าพรุ่งนี้ว่างเฮาจะรีบมาต่อให้จบบทเน้อออ รับรองต้องสนุกแน่นอนนนนนนน

 

อ่านจบแล้วหวีดความหล่อของพี่สุดหล่อ และความหื่นของน้องซันได้ที่แท็ก #รฤกรัก แล้วอย่าลืมคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้เจคด้วยนะเจ้าคะ! จุ๊บบบบบบ








ปล. วันที่และเวลาอัพของนักเขียนอาจจะแปลกๆ จากคนอื่นหน่อย พอดีนักเขียนอยู่ต่างประเทศค่า


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 276 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

17,230 ความคิดเห็น

  1. #17215 DaylightLA (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2562 / 19:44

    ชอบหาญแลง อยากมีแฟนแบบน้องซันบ้างจัง แอบขำชานแบค555 ตลกทั้งคู่

    #17,215
    0
  2. #17201 Masxy (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 18 กันยายน 2562 / 21:27
    เราเอ่ะใจตั้งแต่หาญเขิลอายพระเอก หน้าหล่อเกาหลี

    นั่นแล้ว
    #17,201
    0
  3. #17178 nannapas331 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 12 มกราคม 2562 / 23:07
    โอ้ย...หล่ออะไรเบอร์นั้นคะ....
    #17,178
    0
  4. #16954 luhun947 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2561 / 17:38
    อ๊ากกกในที่สุดก้อดใจไม่ไหวววกลับมาอ่านอีกรอบบบบ
    #16,954
    0
  5. #16936 kriskky (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2561 / 21:35
    โง้ยยยฮันนี่แงงงน่ารักจังเลยนาา
    #16,936
    0
  6. #16867 ❤ Little "B" ❤ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2561 / 13:43

    ความขี้หึง ขี้หวงของซัน ก็น่ารักไปอีกแบบ

    #16,867
    0
  7. #16814 M7734 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2561 / 17:11
    มีความเขิน^///^
    #16,814
    0
  8. #16802 mook (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2561 / 13:25

    ซันขี้หึงขี้หวงมากกกกกแต่ก็เป็นคนที่น่ารักมากมั่นคงในความรักมาก เหมือนพี่ชานยอลของน้องบัวเลยพ่อเทพพระบุตรจุติลงมาเกิด โอยยยอิจแรง5555

    #16,802
    0
  9. #16741 Kn_nann (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 8 เมษายน 2561 / 01:38
    ถ้าไม่ติดว่าเน็ตกาก ก็อยากจะไปเม้นกรี๊ดให้ครบทุกตอนน กรี๊ดดดดด ตอนนี้ซันมาเหนือ ฮือออ เมนฉ้านนนน
    #16,741
    0
  10. #16647 DraftD (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 2 เมษายน 2561 / 22:20
    นุ้งซันน
    #16,647
    0
  11. #15901 TheCottonx (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 23 มีนาคม 2561 / 01:37
    น้องซันผัวหนู!
    #15,901
    0
  12. #15713 jjjkmyg (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 21 มีนาคม 2561 / 15:52
    น่ารักอ่ะ
    #15,713
    0
  13. #15345 CBKSJMDYS (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 19 มีนาคม 2561 / 11:38
    บัวเธอมันแฮ่นจริง ซันก็เกินเบอร์มากเด้อออใจเย็นเด้อ
    #15,345
    0
  14. #15313 อิอิ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 17 มีนาคม 2561 / 19:42
    อั้ยยะอาตือ 555
    #15,313
    0
  15. #12895 baekbow (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 1 มีนาคม 2561 / 10:53
    นั่นไง บอกแล้วไหมว่าซันต้องเป็นผัว แต่ซันนี่ก็เกินไปจริงๆนะ เป็นเราคงไม่ค่อยโอกับคนแบบนี้อ่ะ คือหึงเกินไป โอเคว่ามาเดทแล้วแฟนเจอเพื่อนก็อาจจะหงุดหงิดเป็นเรื่องปกติ แต่ก็ควรเก็บไว้คุยกันสองคนนะ แสดงออกแบบนั้นเพื่อนเขาจะคิดยังไง แต่ก็เถอะ ต่อให้คุยกันเองก็ยังดูงี่เง่าอยู่ดี แต่คู่แบบนี้มันมีอยู่จริงแหละ // ส่วนบัวเห็นหน้าผัวถึงกับหลงขนาดอยากคุยเลยทีเดียวใจเย็นๆนะลูก ส่วนชานยอลก็ดีใจหาย เข้าใจโลก คอยดูแลอยู่ห่างๆก็พอใจ
    #12,895
    0
  16. #12880 BGTFC (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2561 / 09:21
    ชั้นว่าแล้วว่าลู่เป็นรับแน่นอน
    #12,880
    0
  17. #12848 [ZillO] (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2561 / 01:10
    เลือดพุ่งตรงซิกแพค6ลูกลอนสวย อยากสัมผัส อยากเห็นกับตาาาาา
    #12,848
    0
  18. #12698 TOKI_FALIKIT (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2561 / 01:34
    เขินเด้อเขินแทนบักหาญ
    #12,698
    0
  19. #12574 Ja123 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2561 / 13:19
    โอ้นยอิซัน-... เป็นไบโพลาร์หรออออ 555
    #12,574
    0
  20. #12402 -BeeButterfly- (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2561 / 20:43
    เกร้ดดดดด เขิลซันหาญมากนี่บอกเลย ฮื่อออออ
    #12,402
    0
  21. #12387 Fongbeerkitti (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2561 / 17:00
    ฮันนี่><
    #12,387
    0
  22. #12386 Fongbeerkitti (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2561 / 17:00
    ฮันนี่><
    #12,386
    0
  23. #12227 noo_parekapoom (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 31 มกราคม 2561 / 16:00
    ฮือออ กรีดร้องหนักมาก อะไรวะนี่ บ่าผีบ้า ฮืออ
    #12,227
    0
  24. #12172 veszhezaa (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 29 มกราคม 2561 / 23:54
    กรี้ดดด พิษรักพิษราคะ ฮื้อออเซฮูนนนนน ฮอททึ้
    #12,172
    0
  25. #11182 ถ้าบอกรัก จะรักมั๊ย (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 7 มกราคม 2561 / 21:49
    ซันหาญญญ
    #11,182
    0