' รฤกรัก ' (Yaoi) สนพ. everY ในเครือแจ่มใส

ตอนที่ 2 : บทที่ ๑ : 'ผีชีกอ' [200%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 64,837
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 343 ครั้ง
    23 ก.ย. 61

  
  สักนิดก่อนอ่าน
1. นักเขียนชื่อเจค
2. นิยายวายเรื่องนี้เป็นเรื่องแนวๆ อยุธยาค่ะ พระเอกเป็นผีเจ้ากรรมนายเวรที่...หล่อมากกกกกกกก 5555 รสละมุนมากด้วย หลังจากเคยไปกร๊าวใจกันสุดฤทธิ์กับความเถื่อนของพี่ปูนปั้นใน #เพื่อนพี่ชายโหดหื่น เรากลับมาเสพความนุ่มนวลกันบ้าง แนวเรื่องจะละเมียดละไมนิดๆ ปนคอมเมดี้ ปนหื่นๆ แต่แน่นอนว่าก็ยังทิ้งกลิ่นอายสไตล์เจคเช่นเดิม
3. เรื่องนี้แต่งมาจากเรื่องจริง Base on true story ของคุณพี่หวานใจ ที่เล่าไว้ในกระทู้ "ซึ่งทางนักเขียนได้ขออนุญาตอย่างเป็นทางการกับเจ้าของเรื่องแล้ว และเจ้าของเรื่องก็ขออนุญาต" และนักเขียนได้นำมาผสมกับจินตนาการเพิ่มเติม วางแผนเอาไว้ว่าจะแต่งตั้งสองสามปีแล้วค่ะ แต่เพิ่งได้ว่างมาจับจริงๆ จังๆ
4. เข้ามาเยี่ยมชม เจคดีใจ ทิ้งเมนต์ไว้ใจ เจคยินดี ชื่นชมสักนิด เจคชื่นใจ <3
5. ไม่รู้ว่าจะต่อเนื่องได้แค่ไหน เพราะตอนนี้นักเขียนทำงานประจำแล้วค่า T^T อยากจะให้ปะติดปะต่อที่สุด แต่บอกเลยว่าได้รับการอวยเยอะ ก็อัพถี่อัพเยอะ '_' กำลังใจมาตามความถูกยกยอปอปั้น
6. เจอคำผิดวานสะกิดบอกแรงๆ ไม่ว่าไม่เคืองไม่โกรธาใดๆ
7. รักคนอ่านนะฮับ !









บทที่ ๑

‘ผีชีกอ'

 

 

 

 

รฤก อ่านว่า ระ-รึก

รฤก หมายถึง ลืมไปแล้ว...แต่กลับจำได้อีกครั้ง

 

 

 

 

 

 

            นายสาโรช หรือบัว ชายหนุ่มร่างเล็กที่มีดวงหน้าจิ้มลิ้มบัดนี้ดูแสนอมทุกข์เสียจนหมดราศี ดวงตาเรียวรีหม่นแสงขณะที่ปากเล็กๆ พ่นลมถอนใจเฮือกใหญ่อยู่ในห้องเช่าสี่เหลี่ยมของตัวเองบนเตียง ในมือน้อยข้างหนึ่งมีโทรศัพท์มือถือที่เพิ่งวางสายไปหมาดๆ ถือไว้ คำพูดจากคนปลายสายยังคงหลอกหลอนในหัว

            ถูกปฏิเสธจากงานอีกแล้วสิน่า... ทำไมชีวิตช่วงนี้มันดวงตกอาภัพนักนะ ไปสมัครงานที่ไหนก็ไม่ได้ จะบอกว่าเสียใจก็พูดไม่ถูก จะบอกว่าชาชินไหมมันก็ไม่ถึงขนาดนั้น ตอนนี้สิ่งที่บัวรู้สึกคืออาการปลงตกมากกว่า

            หลังจากเรียนจบคณะมนุษยศาสตร์ เอกฝรั่งเศสมา บัณฑิตหน้าใหม่ไฟแรงอย่างบัวก็เทียวหางานทำอย่างสุดความสามารถจนตอนนี้ไฟชักจะมอด โธ่... นึกแล้วก็โมโหตัวเองที่ตอนนั้นทำไมไม่เลือกเรียนเอกอังกฤษหรือเอกจีนทั้งๆ ที่คะแนนแอดมิดชั่นก็ถึง ไม่ใช่ว่าภาษาฝรั่งเศสไม่ดี แต่ตลาดในประเทศไทยด้านฝรั่งเศสมันตันแสนจะตัน มิหนำซ้ำบัวเองก็ไม่ได้เป็นพวกหัวกะทิของรุ่น เรียกง่ายๆ ว่าไม่ใช่หนึ่งในตองอูว่างั้นเหอะ ตอนหาที่ฝึกงานว่าลำบากแล้ว พอสมัครงานจริงลำบากกว่าสิบเท่า หรือมันจะผิดที่เขาเองหนอที่ตอนเรียนไม่ตั้งใจให้มากกว่านี้ นี่จบมาเกรดเฉลี่ยยังไม่ถึงสาม ก็ไม่แปลกใจที่จะต้องมานั่งกลัดกลุ้มกับเรื่องหางานทำไม่ได้ ตั้งแต่เรียนจบนี่ก็เกือบสองปีแล้วที่ว่างงานมา ทุกวันนี้ได้แต่รับจ้างเล็กๆ น้อยๆ ประทังชีวิตไปวันๆ

            ยิ่งคิดก็ยิ่งเครียด พ่อบัวตัวจ้อยจึงตัดสินใจล้มตัวลงนอนบนเตียงแล้วเอามือข้างที่ว่างก่ายหน้าผากเสีย คิดคำนวณในหัวถึงค่าใช้จ่ายจิปาถะแล้วก็ยิ่งรู้สึกราวกับเส้นเลือดในสมองจะแตก จะให้บากหน้ากลับบ้านไปขอเงินพ่อแม่ก็ดูจะเกินความสามารถ กับแม่...บัวยังคงพูดคุยได้เหมือนเก่าก่อน เพราะหลายครั้งที่มารดายังโทรมาไถ่ถามสารทุกข์สุกดิบด้วยความห่วงใยลูก แต่กับพ่อ...ความสัมพันธ์ของบัวกับพ่อมันจบไปนานแล้ว นับตั้งแต่วันที่พ่อไล่บัวออกจากบ้านอย่างกับหมูกับหมาเพราะรับไม่ได้ที่ลูกชายคนเล็กของตนผิดเพศ

            ใช่ บัวเป็นเกย์

            แม้จะไม่ได้เป็นตุ๊ดเป็นแต๋วหรือเป็นเกย์ออกสาวแต่เกย์ก็คือเกย์ เป็นพวกลักเพศ เป็นผู้ชายที่รักชอบเพศเดียวกัน อันที่จริงบัวก็ดูเป็นเด็กหนุ่มแก่นซนธรรมดาทั่วไป เพียงแค่กิริยาบางอย่างของบัวมันอาจจะนุ่มนิ่มกว่าชายฉกรรจ์ในวัยเดียวกันเท่านั้น เขาว่ากันว่าอันที่จริงพ่อแม่ย่อมพอรู้แก่ใจอยู่แล้วว่าลูกของตนเป็นสิ่งใดเพียงแต่เลือกที่จะปิดหูปิดตาไม่ยอมรับ จนกระทั่งวันหนึ่งที่บัวได้ตัดสินใจบอกกล่าวสภาพเพศของตนกับบิดาบนโต๊ะทานอาหาร แล้วทุกอย่างระหว่างเขากับบิดาก็สะบั้นขาดลงตั้งแต่เย็นวันนั้น

            ‘แม่รักบัวนะลูก ทำไมบัวต้องเป็นอย่างนี้ด้วย มันจะหายได้ใช่ไหม' มารดาร้องไห้ปานใจจะขาด ดวตาของเธอแดงก่ำขณะเงยหน้ามองเขาอย่างเว้าวอน

            ‘แม่ บัวเป็นเกย์นะไม่ได้เป็นหวัด ของอย่างนี้...มันไม่หายหรอก'

            บัวยังจำวันที่มารดาร่ำไห้กอดเขาในวันที่ถูกพ่อทุบตีได้ รู้ว่าเธอรักแสนรักเขาแต่ก็ไม่อาจทัดทานหรือขัดใจคำขาดจากเจ้าบ้านอย่างบิดา บัวจึงตัดสินใจเก็บกระเป๋าทรัพย์สมบัติและออกจากบ้านไปตั้งแต่คืนนั้น...ไม่เคยย้อนกลับไปอีกเลย โดยมีมารดาคอยโอนเงินส่งให้อย่างลับๆ ทุกเดือนเป็นค่าศึกษาเล่าเรียน

            บัวได้แต่หวังว่า พี่บุญ หรือสารัช พี่ชายแท้ๆ ของบัวที่ห่างกันมากถึงเจ็ดปีจะทำให้พ่อพึงพอใจในชีวิตได้มากพอ พี่บุญเป็นแพทย์ผิวหนัง มีคลินิกเป็นของตัวเองและยังเข้าเวรทำงานในโรงพยาบาลใหญ่โต พี่บุญแต่งงานกับหญิงสาวฐานะดีทายาทธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และมีโซ่ทองคล้องใจกันถึงสองคน พี่บุญเป็นอภิชาตบุตรที่น่าเทิดทูนโดยแท้ ไม่เคยมีสิ่งใดที่พี่บุญทำให้พ่อแม่ผิดหวังสักอย่าง นับตั้งแต่เกิดมาจนบัดนี้ ช่างสง่างามแตกต่างจากน้องชายอย่างบัวลิบลับ

            อย่างไรเสียเลือดก็ข้นคลั่กกว่าน้ำ พี่บุญเองก็คอยส่งเงินให้บัวใช้เช่นกัน และยังคอยโทรมาไถ่ถามและชวนให้ไปอยู่ด้วยกันที่บ้านบ่อยๆ แต่บัวเกรงใจและละอายใจเกินกว่าจะทำได้ ด้วยรู้ดีอยู่แก่ใจว่าพี่ชายเองก็มีภาระหนักที่ต้องส่งหลานๆ ทั้งสองเรียนหนังสือ และบัวเองไม่อยากจะไปอยู่บ้านพี่ชายให้พี่สะใภ้อึดอัดใจแม้เธอจะยืนยันเต็มปากว่ายินดีก็ตาม

            บัวเอื้อมมือไปกดปิดสวิตช์ไฟจนห้องมืดสนิท เปลือกตาสีมุกปิดลงอย่างอ่อนล้าทั้งที่ยังกำโทรศัพท์มือถือที่พี่ชายซื้อให้ไว้ในมือ อย่างน้อยก็ขอบัวนอนหลับพักผ่อนสายตาสักพัก แล้วพอตื่น...ก็ค่อยมาคิดกันต่อแล้วกันว่าจะทำอย่างไรกับชีวิต

 

 

- รฤกรัก -

 

 

            ลมหายใจของร่างเล็กที่ผล็อยหลับไปสม่ำเสมอเป็นจังหวะ ทรวงอกสะท้อนขึ้นลงบ่งบอกให้รู้ว่าเจ้าตัวหลับสนิท ทว่าจู่ๆ กลับรู้สึกได้ถึงสัมผัสที่คล้ายกับว่ามีใครมาโอบอุ้มกอดรัดไปทั้งร่าง จนกระทั่งรู้สึกได้ถึงมือใหญ่ที่สัมผัสลงมาตรงพวงแก้ม ก่อนจะไล่ลงอย่างเชื่องช้าไปตามลำตัวจนถึงบั้นท้าย บัวขนลุกซู่ หลับตาปี๋ตัวแข็งทื่อ ไม่สามารถกระดุกกระดิกร่างได้ ได้แต่ปล่อยให้อีกฝ่ายย่ามใจในการกระทำอุกอาจละลาบละล้วง บัวเหงื่อแตกซิกออกไปทั้งร่างขณะที่ถูกลูบไล้จนมาถึงหน้าอก ได้แต่นอนนิ่งอยู่ในท่าเดิมจนรู้สึกชาแขนชาขาเพราะตะคริวกิน

            ‘พี่ ปล่อยผมไปเถอะ! แล้วผมจะทำบุญไปให้'

            บัวคิดสุดเสียงในหัว พยายามจะขยับตัวกับอาการที่ชาวบ้านเขาเรียกกันว่าผีอำ และผีที่อำบัวก็ไม่ใช่ผีธรรมดาเสียด้วย...แต่เป็นผีลามกชีกอ! บัวสาบานได้ว่าหลังจากคิดจบแล้วก็ได้ยินคล้ายเสียงหัวเราะๆ เบาดังขึ้นมา มิหนำซ้ำสัมผัสยังหนักแน่นขึ้นอีกต่างหาก คิดแล้วมันก็น่าโมโหนัก ไอ้ผีนี่ มาหลอกหลอนกันไม่พอยังจะลวนลามทำลามกจกเปรตพยายามลักหลับกูอีก ไอ้ผีบ้าเอ๊ย! ไอ้ผีทะเล!

            บัวสวดท่องนะโมสังโฆในใจ พยายามขยับร่างกายให้หลุดออกจากภวังค์นี้ ทั้งกลัวทั้งเกร็งจนสวดผิดๆ ถูกๆ บัวรู้สึกราวกับผ่านไปชั่วกัปชั่วกัลป์ จนกระทั่งบัวรวบรวมสติสัมปชัญญะสุดความสามารถ ใช้กล้ามเนื้อเปลือกตาและกล้ามเนื้อหน้าอกดันร่างสุดแรงเกิดจนสามารถเด้งขึ้นมานั่งบนที่นอนพร้อมลืมตาได้สำเร็จ

         เฮือกก!

            บัวสูดลมหายใจคล้ายโผล่พ้นขึ้นจากผิวน้ำเมื่อสามารถขยับร่างได้อย่างอิสระ และพอหลุดออกมาได้ไม่ถึงสองนาที มือน้อยก็รีบกดสวิตช์ไฟเปิดขึ้นทันใด

            บัวยกมือตบหน้าผาก เคลิ้มหลับไปเพียงสิบนาทีเท่านั้นแต่กลับมีเรื่องราวแบบนี้เกิดขึ้นเสียได้ เจ้าบัวดอกน้อยรีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดโทรออก เพียงไม่นานปลายสายก็รับ

            [ฮัลโหล]

            “ไอ้เดย์! เอาอีกแล้วว่ะ!”

            [เดี๋ยวๆ อะไรของมึง ใจเย็นๆ]

            “ก็ไอ้ผีบ้านั่นไง!”

            บัวไม่รอให้เพื่อนได้จับต้นชนปลาย เขาพรั่งพรูทุกอย่างที่เกิดขึ้นออกมาในเวลาอันสั้น ปลายสายที่รับฟังไปหัวเราะลั่นเมื่อเรื่องราวจบลง

            [โอ๊ยยยยย นี่ถ้าใครเขาไม่รู้จักมึงเหมือนที่กูรู้จักนะ เขาต้องคิดว่ามึงแต่งเรื่องแหงๆ]

            “ก็ไม่ได้แต่งเรื่องไหมล่ะโว้ยยย เมื่อไหร่ไอ้ผีนี่จะไปให้พ้นๆ กูสักทีนะ" บัวบ่นอย่างหงุดหงิด

            [หลายปีแล้วนะ นี่พี่แกยังไม่ไปผุดไปเกิดอีกเหรอวะ]

            “เออดิ นี่ก็ย้ายห้องมาสองรอบแล้วนะ สรุปว่าไม่ใช่ผีเจ้าบ้าน ทำบุญอะไรก็ทำไปให้ตลอดอ่ะ ทำไมยังจะมาหลอกหลอนกันแบบนี้อยู่ได้ กลัววุ้ย หรือว่ามันอยากได้ชีวิตกูวะ"

            [ถ้าอยากได้ก็หักคอมึงจิ้มน้ำพริกไปตั้งแต่ปีแรกๆ แล้วก็ได้มั้ง ไม่รู้ดิ มันต้องมีเหตุผลอะไรสักอย่างอ่ะ เล่นตามติดกันมาเป็นปีแบบนี้ อาฆาตใช่ย่อย]

            “เหตุผลอะไรเล่า! อยากได้อะไรก็บอกมาสิ แล้วทำยังไงจะไปพ้นๆ สักทีเนี่ย!” บัวตะโกนลั่นห้อง หวังให้คำพูดส่งไปถึงสิ่งไม่มีชีวิตที่อาจจะฟังอยู่

            [เออ ใจเย็น แล้วนี่คืนนี้มึงจะนอนหลับไหมเนี่ย]

            “ไม่ล่งไม่หลับมันแล้ว!!” บัวตะเบ็งเสียงอย่างเหลืออด "นี่ กูคิดจริงๆ นะว่าที่ชีวิตกูมันบัดซบอยู่ทุกวันนี้ก็เพราะว่ามีวิญญาณร้ายคอยตามติด ทำให้ดึงพวกสิ่งไม่ดีเข้ามาในชีวิตตลอดเวลา ความรักก็พัง งานก็หาทำไม่ได้ ทุกอย่างช่างเฮงซวยห่วยแตก"

            [เออ... ก็เป็นไปได้] คนฟังชักคล้อยตาม

            “คอยดูนะ กูจะต้องจัดการไอ้ผีชีกอนี่ให้ได้ ไม่ด้วยเล่ห์ก็ด้วยกลล่ะวะ ไม่ไหวแล้ว จากกลัวจนจะกลายเป็นรำคาญแล้วเนี่ย เดี๋ยวจะเรียกหมอผีมาจับใส่หม้อถ่วงแม่น้ำเลย!" พอหายถูกอำแล้วเจ้าบัวตัวจ้อยก็ซ่าปากหาเรื่องเสียจนอีกฝ่ายต้องปราม

            [เฮ้ย ใจเย็นน่า อย่าเพิ่งวู่วาม พูดแบบนี้เดี๋ยวเขาได้ยินก็โกรธจนบีบคอมึงหรอก ไว้เดี๋ยวกูจะหาทางช่วย]

            “เฮ้อ ช่วยยังไงได้ล่ะ" บัวถอนใจ "นายไปนอนเถอะเดย์ พรุ่งนี้ต้องตื่นไปทำงานแต่เช้าไม่ใช่เหรอ"

            [โอเค เอาไว้มีงานแปลภาษาฝรั่งเศสอะไรจะส่งให้อีกนะ อย่าคิดมากล่ะ สวดมนต์แล้วก็นอนได้แล้ว]

            “อือ บาย"

 

 

- รฤกรัก -

           

 

            บัวเปิดไฟนอนทั้งคืน

            ถึงจะถูกวิญญาณตนนี้อำมานานกว่าสี่ซ้าห้าปีแต่ผีก็คือผี ใช่จะคุ้นชินได้ง่ายๆ ยังไงคนธรรมดาอย่างบัวก็ยังคงกลัวอยู่ดีแหละน่า แต่หลังๆ นี้ไอ้ผีนี่มันชักจะเยอะ เมื่อก่อนก็แค่มานอนกอดบ้าง แค่บัวกระดุกกระดิกตัวไม่ได้แล้วได้ยินเสียงคนเดินไปเดินมาบ้าง หรือบางทีก็รู้สึกว่ามีมือใหญ่ๆ มาจับหน้าผากหรือลูบหัว แต่หลังๆ ไอ้ผีตนนี้มันชักจะแอดวานซ์ ก้าวกระโดดมาทำอะไรๆ แบบที่บัวไม่สบายใจเอาเสียเลย นี่ถ้าเป็นคนนะพ่อจะจับแจ้งตำรวจเสียให้เข็ด แต่เพราะมันเป็นผีไง แล้วบัวก็ไม่เคยได้ยินด้วยว่าเขามีกระทรวงเวทมนตร์คอยจัดการวิญญาณให้หลอกหลอนได้แต่พอดีด้วย

            “นี่ ไอ้บัว!”

            “อะไร..."

            “จะเอาแบบนี้จริงๆ เรอะ!”

            เดย์ หรือบดินทร์ ป้องปากกระซิบเสียงเขียวใส่เพื่อนสนิท ดวงตาโตที่ปกติก็โตมากอยู่แล้วยิ่งโตกว่าเดิมหลายเท่าเมื่อถูกบัวลากเข้ามาในสำนักพ่อหมออะไรสักอย่าง ในนี้แสนจะอับชื้นและยังสกปรก มีหิ้งพระตั้งพระไว้หลายองค์ รวมไปถึงมีปลัดขิก ตุ๊กตาดินเผา ตุ๊กตานางรำ สายสิญจน์และน้ำมนต์ รวมถึงของปลุกเสกอีกมากมายที่ดูไม่น่าไว้ใจ เดย์หน้าแหย ไม่อยากเชื่อว่าบัวจะเครียดกับวิญญาณที่ตามตนขนาดคิดจะมาทำอะไรแบบนี้

            “เออดิ ทนไม่ไหวแล้วโว้ย ไม่เคยได้นอนสักคืน จะหลอกหลอนอะไรกันนักกันหนา แบบนี้มันต้องให้หมอผีปราบ!”

            “แต่นี่มันดูไม่น่าไว้ใจเลยนะโว้ย!” เดย์ยังคงกระซิบลอดไรฟันเสียงเครียด "นี่มึงไปรู้จักไอ้สำนักนี่ได้ยังไง"

            "ก็เคยได้ยินป้าสายหยุดที่อยู่อพาร์ทเมนต์เดียวกันพูดถึง เลยหาข้อมูล...”

            “แต่อีป้าสายหยุดมันเพี้ยน!” เดย์แทบจะร้องเสียงหลง เต้นผ่างนั่งไม่ติดที่ "บ้าบอยิ่งกว่าคนโดนลมเพลมพัด! มึงเชื่อไปได้ยังไง เกิดเป็นอะไรขึ้นมาใครจะรับผิดชอบชีวิตมึงกับชีวิตกูฮะ! ต้องตายกันอยู่ในกระต๊อบนี่แน่ๆ!”

            “ไอ้หนุ่ม ซุบซิบอะไรกัน"

            “...”

            เสียงยานคางของผู้ชายที่ดังมาทำให้ทั้งคู่ต้องหยุดยุกยิก ก่อนพ่อหมอที่บัวสืบทราบมาว่าชื่อแดงจะปรากฏตัวให้เห็น เจ้าบัวตัวจ้อยรีบพนมมือแล้วกระเถิบเข้าไปหาในขณะที่เดย์หน้าแหย พ่อหมอร่างผอมแกร็นผิวดำคล้ำมิหนำซ้ำยังแต่งตัวมอซอดูไม่น่าไว้ใจสักนิด ลูกประคำมากมายถูกร้อยเรียงแล้วห้อยอยู่บนคอชวนหลอน สิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่าคือดวงตาวิบวับไม่น่าไว้ใจยามมองไปที่เด็กหนุ่มหน้าตาน่ารักอย่างบัว ยิ่งเห็นอีกฝ่ายกลืนน้ำลายเอื๊อกๆ ยามลอบมองไปตามร่างกายของเพื่อนรักแล้วเดย์ยิ่งสะอิดสะเอียน อยากจะลากบัวให้เผ่นออกไปเสียตั้งแต่ตอนนี้ แต่ดูเหมือนนายสาโรชดอกงามจะไม่ได้รู้สึกรู้สาอะไรด้วยเลย เพราะอีกฝ่ายกำลังรายการสถานการณ์ให้พ่อหมอแดงรับฟังอย่างกระตือรือร้น

            “คืออย่างนี้ครับพ่อหมอ ผมได้ยินมาว่าพ่อหมอมีวิชากำจัดผีร้ายที่ตามติดเราให้หลุดออกไปได้ ผมรู้สึกว่ามีผีตามครับ อยากให้พ่อหมอช่วยจัดการให้ผมหน่อย"

            “อื้ม ผีร้ายรึ?"

            ดวงตาแห้งผากของพ่อหมอแดงสแกนไปตามร่างกายของเด็กหนุ่มน่ากินตรงหน้า ก่อนจะกระตุกยิ้ม

            “ไม่เห็นจะจัดการยาก"

            คำพูดของพ่อหมอทำให้ดวงตาของบัวเป็นประกายสดใสขณะที่เดย์ซึ่งนั่งพับเพียบอยู่ห่างๆ ไม่เชื่อถือสักนิด

            “เดี๋ยวข้าทำพิธีให้ รับรอง แป๊บเดียว ไอ้ผีนั่นได้กระเจิงกลับภพไม่ถูกแน่ ฮ่าๆๆๆๆๆๆ!!!” พ่อหมอเงยหน้าหัวเราะลั่น ก่อนจะว่าต่อ "ไอ้ผีนี่น่ะ จะเรียกว่าผีก็ไม่ถูกซะทีเดียว เพราะมันเป็นเจ้ากรรมนายเวรของเอ็ง ไม่ได้เป็นผีเจ้าที่อย่างที่เอ็งหรือใครๆ เคยคิดหรอก มันตามติดมาหลายภพหลายชาติแล้ว ชอบมาอำเอ็งเวลาหลับนอนด้วยใช่ไหมล่ะ"

            “ชะ...ใช่แล้วครับ!”

            “ฮะฮ่า ข้าจะจัดการให้เอง ไม่คณามือข้าหรอก"

            พ่อหมอหัวเราะอีกครั้ง แล้วหันหลังไปหยิบผ้าถุงเก่าคร่ำคร่าสีน้ำตาลมายื่นตรงหน้าบัว

            “เอ้า เดี๋ยวเอ็งถอดเสื้อผ้าให้หมดแล้วเปลี่ยนเป็นนี่ซะ ส่วนเอ็งน่ะไอ้หนุ่ม" พ่อหมอมองตรงไปยังเดย์ "ออกไปก่อน ข้าจะทำพิธีให้เจ้านี่ ต้องการความเป็นส่วนตัว"

            “ตะ...แต่!" เดย์ตกใจ

            “เอ้า ยึกยักอยู่ได้ หรือเอ็งอยากให้เพื่อนถูกมันหลอกหลอนต่อไปก็ตามใจ วันไหนถูกมันฆ่าตายข้าไม่รับผิดชอบด้วย"

            “เดย์ มึงออกไปก่อน คงแป๊บเดียวแหละ เดี๋ยวกูตามไป"

            “บัว! มึงจะบ้าเหรอ!” เดย์ร้องเสียงหลง ไม่คิดว่าเพื่อนจะอยากกำจัดวิญญาณถึงขั้นไม่คิดถึงความปลอดภัยในชีวิตได้ขนาดนี้ มองแค่ปราดเดียวก็รู้ว่าไอ้พ่อหมอแดงอะไรนี่มีจิตไม่บริสุทธิ์ บัวต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ "นี่มันไม่ใช่เรื่องเล่นๆ นะ!”

            เดย์พยายามส่งซิกให้บัวรู้สึกว่าไอ้พ่อหมอนี่มันคิดไม่ซื่อ แต่อีกฝ่ายก็ช่างไม่รู้อะไรบางเลย

            “เถอะน่า ไม่มีอะไรหรอก"

            “ไม่ไปเว้ย! พ่อหมอครับ จะทำพิธีอะไรผมก็ขออยู่ด้วย จะได้เป็นสิริมงคลในชีวิต" เดย์รีบพูด

            “ข้าไม่ทำพิธีให้ถ้าเอ็งยังอยู่"

            “ไอ้เดย์! นี่มึงเป็นอะไรเนี่ย" บัววีนอย่างมีน้ำโห หมูจะห่ามดันเอาคานเข้ามาสอดอยู่ได้ "ออกไปก่อนสิวะ ทำตัวติดเพื่อนเป็นเด็กๆ ไปได้"

            “นี่มึงโง่หรือโง่วะเนี่ยบัว!”

            “เอ้า เอ็งน่ะออกไปได้แล้ว ออกไป"

            พ่อหมอแดงลุกขึ้นมาจากตั่งผลักร่างเดย์ที่ลุกขึ้นมาเต็มแรงจนเดย์ล้มลงไปนอนบนพื้น และลากตัวเดย์ให้ออกไปข้างนอกสำนัก เหตุการณ์เริ่มชุลมุนเมื่อเดย์ร้องลั่นและเอะอะโวยวายทุบประตูบ้านเมื่อพ่อหมอลงกลอนมันเสียแน่นหนา

            “ไอ้ชั่ว! ไอ้เหี้ย! อย่าทำอะไรเพื่อนกูนะโว้ย!! บัว!! บัว!!”

            “...พะ...พ่อหมอ...”

            บัวเสียงสั่นเมื่อเริ่มจะคิดได้ว่าอะไรเป็นอะไรขณะที่พ่อหมอย่างเท้าเข้ามาหา เขายิ้มแฉ่งอวดฟันดำ

            “เอ้า ไม่ต้องกลัว นอนลงไปได้แล้วนะเด็กดี"

            “เฮ้ย!”

            บัวร้องตกใจเมื่อถูกผลักลงไปบนพื้นก่อนพ่อหมอแดงจะขึ้นคร่อมเขาทันที บัวดิ้นพราดๆ ขณะที่อีกฝ่ายนั่งทับอยู่บนช่วงเอวของตัวเอง

            “อยู่เฉยๆ น่า... แล้วข้าจะทำพิธีให้ ไม่งั้นไอ้ผีตัวสูงนั่นต้องเอาชีวิตเอ็งไปแน่ๆ น่าสงสาร..."

            “ไอ้เวร! ปล่อยกูนะโว้ยไอ้หมอผีโรคจิต!! ปล่อยยยย!!

            “ฮึๆๆๆ ผิวเนียนดีนะ รับรองไอ้ผีนั่นต้องไปจากเอ็งแน่ ไว้ใจข้าเถอะ โอม..."

            บัวแทบจะดิ้นตายเมื่อถูกทำบ้าทำบอแบบนี้แถมอีกฝ่ายยังสวดคาถาเขมรแปลกๆ ไปด้วย

         ปังงงงงงงงงง!!!

            ฉับพลัน ประตูหน้าต่างทุกบานพลันพร้อมใจกันลั่นฟาดปิดเสียจนพ่อหมอยังอึ้ง ลมวิปริตแปรปรวนพัดไปทั่วบ้านหลังมอซอหลังเก่าเสียจนบรรดากระดาษกระจัดกระจาย เทียนที่จุดไว้ดับส่วนของคูณไสยทั้งชั้นล้มระเนระนาดเสียงดังติดๆ กัน ก่อนพ่อหมอที่นั่งคร่อมทับบัวอยู่จะร้องลั่นแล้วถอยห่างออกไปด้วยท่าทางราวกับมีใครที่แสนสูงใหญ่จิกกบาลลากไปข้างหลัง บัวอ้าปากค้าง

            “บัว!! บัว!!”

            เดย์วิ่งพุ่งเข้ามาหาเพื่อนที่เสื้อผ้ายับยู่ยี่ ไม่รู้ว่าเพราะอะไรอยู่ดีๆ กลอนประตูก็หลุดออกจนเขาวิ่งเข้ามาได้ ร่างเล็กทั้งสองอ้าปากค้างเมื่อมองภาพพ่อหมอที่ร้องอย่างเจ็บปวดพลางดิ้นทุรนทุพรายกุมคอตัวเอง สองเท้าของอีกฝ่ายแทบไม่แตะพื้น

            “อะ...ไอ้ผีนรก! คิดจะต่อกรกับกูรึ!”

            พ่อหมอสำรอกเสียงขาดๆ ออกมาจากปากขณะที่เดย์กับบัวอยู่ในความช็อก ลมรุนแรงยังคงพัดกระจัดกระจายไปทั่ว ก่อนทั้งสองจะตั้งสติแล้วพากันลุกขึ้นจากพื้น

            “อ่อก!”

            เสียงสำรอกของพ่อหมอทำให้ทั้งคู่ต้องหยุดมองอีกครั้ง ก่อนพ่อหมอจะกระเด็นไปอีกฝั่งของกำแพงราวกับมีใครเหวี่ยงไป ร่างผอมแกร็นรุดฮวบลงบนพื้น มือยังคงกุมลำคอตัวเอง ก่อนจะพูดออกมาช้าๆ

            “ข้า...คง...ช่วยอะไร...ไม่ได้...”

            “...”

            “เอ็ง... ไปทำสังฆทาน...ถวายผ้าไตร... ขออโหสิกรรมให้เวรกรรมของเอ็งกับมันขาดกันซะ...”

            ฮวบบบ

            ร่างพ่อหมอผอมแกร็นผิวคล้ำทรุดลงไปต่อหน้าตาตาคนทั้งคู่ ก่อนร่างนั้นจะแน่นิ่งไม่ไหวติงคล้ายไร้ชีวิต

            “ไปเหอะบัว ไปเร็ว!"

            เดย์รีบลากเพื่อนให้ออกมาจากสำนักเวรตะไลอย่างรวดเร็วที่สุด ก่อนทั้งคู่จะรีบขึ้นรถยนต์ของเดย์แล้วขับออกไปอย่างรวดเร็ว

            “โอ๊ย ใจพ่อจะวาย" เดย์ตีอกตัวเองพั่บๆ อีกมือยังคงจับพวงมาลัยรถ "ถูกทั้งผีหลอก ถูกทั้งคนหลอก นี่มันอะไรกันวะเนี่ยวันนี้"

            “ไม่รู้...” บัวยังคงสติสตางค์ไม่กลับเข้าร่าง

            “ไอ้บัว! กูบอกมึงแล้วใช่ไหมว่าอย่าวู่วาม อย่าซี้ซั้ว เป็นไงเล่า!”

            “ก็มัน... มันคิดไม่ออกนี่...”

            “จะทำอะไรน่ะหัดไตร่ตรองก่อน แล้วอย่าได้สะเออะไปสรรหาที่ทำอะไรแบบนี้อีกล่ะ น่ากลัวฉิบ นี่ถ้าไม่เกิดเรื่องเหนือธรรมชาติขึ้นนะ มึงต้องถูกไอ้หมอแดงชีกอนั่นปล้ำแน่ๆ" เดย์สอนสั่งเพื่อนยาวเหยียด

            “...แม่งเอ๊ย... ไม่ถูกผีปล้ำก็จะถูกคนปล้ำ ชีวิตนี้มันอะไรกันวะเนี่ย...”

            “ก็บอกแล้วไงว่าให้รอกูก่อน แล้วจะช่วย"

            “มึงจะช่วยได้ยังไงเล่า ตอนนั้นคนมันมืดแปดด้าน อะไรมาก็ไขว่คว้าไว้ก่อน"

            “แต่ไอ้พ่อหมอนั่นก็คงมีของจริงแหละ บอกสถานการณ์ซะถูก เอาเป็นว่าพรุ่งนี้มึงก็ไปทำสังฆทานแล้วขออโหสิกรรมให้เจ้ากรรมนายเวรที่ตามรังควานอยู่ก็แล้วกัน"

            “เดย์ ไปวันนี้เลยได้ไหมอ่ะ ไหนๆ เราก็ว่างกันแล้ว"

            “ตอนนี้เหรอ พระท่านจะอยู่ไหมอ่ะ?”

            เดย์เอ่ยถามแล้วก้มมองนาฬิกาข้อมือตัวเอง แต่บัวก็แทรกขึ้นมา

            “อยู่สิ ไม่ใช่ตักบาตรซะหน่อยจะได้ตักตอนเช้าตรู่"

            “ใส่บาตรไอ้บัว ไม่ใช่ตักบาตร" เดย์แก้

            “นั่นแหละ เดี๋ยวแวะซื้อชุดสังฆทานในเซ็นทรัลแล้วก็ไปทำกันเลยเหอะ ทุกอย่างมันจะได้จบๆ ไปในวันนี้เลยไง บอกตรงๆ นะเดย์ กู...ไม่ไหวแล้ววะ"

            เดย์เหลียวไปมองสภาพเจ้าบัวดอกน้อยที่บัดนี้ตัวห่อจนกลายเป็นดอกบัวเหี่ยวแห้งแล้วก็สงสาร จะให้ใจจืดใจดำกับเพื่อนรักก็ทำไม่ลง ไหนๆ เขาก็ลางานมาแล้วนี่ ถือโอกาสไปทำบุญเสริมดวงบ้างก็ก็ดีเหมือนกัน

            “โอเค งั้นเดี๋ยวก็ไปทำกันเลยก็ได้ แล้วเลยไปทำบุญโลพศพที่วัดหัวลำโพงด้วยก็แล้วกัน"

            บัวยิ้ม "ดีเลย ขอบใจมากนะ"

 

 

- รฤกรัก -

 

 

            “เอาล่ะ ตั้งใจกรวดน้ำนะโยม ยถา วาริวหาฯ..."

            เสียงหลวงพ่อดังขึ้นพลางสวดบทกรวดน้ำขณะที่บัวกับเดย์เทน้ำในคนโททองเหลืองลงในจอก บัวหลับตาพลางอธิษฐานในใจ

            ‘ข้าพเจ้า นายสาโรช ทบทวีกานต์ เกิดวันที่หก เดือนพฤษภาคม ขออุทิศบุญกุศลนี้ให้แก่เจ้ากรรมนายเวรของข้าพเจ้า แม้นกรรมใดที่ข้าพเจ้าเคยทำเอาไว้ในอดีตแต่ชาติแก่ท่าน ด้วยตั้งใจก็ดี มิตั้งใจก็ดี ข้าพเจ้าขอให้ท่านอโหสิกรรมให้แก่ข้าพเจ้าด้วย อย่าได้อาฆาตพยาบาทกันอีกต่อไปเลย และขอให้เวรรกรรมของเราสองคน ขาดกันนับตั้งแต่นี้เป็นต้นไปเถิด... สา...ธุ'

           

            “เป็นไง สบายใจขึ้นรึยังอะ"

            “ก็ดีขึ้นมั้ง โหย เจอเรื่องมาจะๆ แบบนั้น ถามหน่อยมึงสบายใจได้หมดเรอะ"

            บัวเอาหมอนข้างตีเดย์ที่มานอนเป็นเพื่อนในคืนนี้ พรุ่งนี้เป็นวันเสาร์พอดีเดย์เลยมานอนค้างด้วยได้

            “เอาน่า ว่าแต่มึงขออโหสิกรรมอะไรเรียบร้อยแล้วใช่ไหม"

            “อือ ขอไปตอนกรวดน้ำอ่ะ"

            “งั้นก็น่าจะช่วยได้แหละ นี่ กูจะนอนแล้วนะ ห้าทุ่มกว่าล่ะ ง่วงจะตาย"

            “อือๆ ฝากปิดไฟด้วยแล้วกัน สวิตช์มันอยู่ฝั่งนั้นว่ะ"

            “เออๆ"

            เดย์ลุกขึ้นกดปิดสวิตช์ไฟแล้วล้มตัวลงนอนบนเตียงข้างๆ ตัวเจ้าของห้อง ส่วนบัวเมื่อมีคนมานอนเป็นเพื่อนก็สบายใจจนสามารถปล่อยใจปล่อยกายให้ไม่เครียดได้ บัวกำลังเคลิ้มอยู่ในภวังค์กึ่งหลับกึ่งตื่นขณะที่เดย์กรนเบาๆ เพราะหลับสนิท บัวพลิกกายไปด้านข้าง

            “เฮ้ย!!”

            ร่างเล็กร้องลั่นอย่างตกใจเมื่อเจอผู้ชายร่างสูงใหญ่นอนจ้องหน้าในระยะประชิด ชนิดที่ปลายจมูกแทบจะแตะกันได้ แต่ที่เห็นจะน่าตกใจกว่าก็คือดวงตาของชายผู้นั้นกำลังจ้องบัวด้วยความโกรธขึ้งอย่างถึงที่สุด ดวงตาของเขาโตและคมกริบ มิหนำซ้ำยังเต็มไปด้วยพายุอารมณ์ รังสีโทสะแผ่กระจายออกมาจนบัวจนลุกซู่

            บัวช็อกจนพูดไม่ออก ไม่มีแม้แต่เวลาจะสำรวจใบหน้าของอีกฝ่ายอะไรทั้งนั้น ก่อนดวงตาเรียวรีจะเห็นมือใหญ่สีคล้ำเอื้อมมาทำท่าคล้ายจะบีบบ่าตน ก่อนสัมผัสหนักแน่นจะถูกวางลงบนหัวไหล่ทันใด แรงบีบเคล้นหนักหนาสาหัสจนรู้สึกเจ็บ เท่านั้นแหละ บัวก็ได้สติทันที

            “อะ...ไอ้เดย์!! ไอ้เดย์!!!

            แว่บ

            “อะไร! อะไรๆๆๆ!”

            เดย์สะดุ้งโหยงลุกพรวดขึ้นมาจากเตียงเมื่อได้ยินเสียงกรีดร้องแปดหลอดของเพื่อน คนที่เพิ่งตื่นรีบเอื้อมมือไปกดเปิดสวิตช์ไฟ ก่อนจะพบกับบัวที่นั่งหน้าซีดน้ำตาไหลอยู่

            “บัว เป็นอะไรวะ"

            “เดย์... กูไม่ไหวแล้ว มันน่ากลัวมาก ฮือ...ฮือๆๆๆ"

            “อะไร! นายเป็นอะไรไปบัว"

            “เมื่อกี้... กูเห็นเขากับตาเลย เขาดูโกรธกูมาก แล้วก็บีบบ่ากูด้วย พอกูส่งเสียงเรียกมึง เขาก็หายไปเลย!"

            “อะไรนะ"

            บัวเอาแต่สะอื้นฮักๆ จนพูดฟังแทบไม่เป็นคำ เดย์กอดปลอบเพื่อนที่ร้องไห้โยเยเป็นเด็กเพราะกลัวผี เหลือบไปมองที่บ่าของบัวแล้วก็ได้แต่ตกใจไม่น้อยเพราะเห็นรอยนิ้วแดงๆ ขึ้นมาจริงๆ

            “เอาล่ะบัว มึงจำได้ไหมที่กูบอกว่าช่วยมึงได้"

            บัวพยักหน้าทั้งน้ำตา ก่อนจะเงยหน้ามองเดย์ที่ดวงตาเปล่งประกายหมายมาด

            “พรุ่งนี้แหละ เราจะไปหาไอ้หาญกัน!”

 

 

- รฤกรัก -

 

 

            “แน่ใจเหรอวะว่าไอ้หาญมันจะช่วยได้"

            “เออ ไอ้หาญนี่แหละของจริง มึงอ่ะมองข้ามมันไป ไม่ชั่วช้าต่ำทรามเหมือนไอ้หมอแดงอะไรนั่นแน่"

            “เออๆ"

            บัวพยักหน้าทั้งที่ยังคลางแคลงใจ ไอ้หาญ ที่พูดถึง คือหาญแลง เพื่อนเรียนมหาวิทยาลัยของทั้งคู่ หาญแลงเป็นชายหนุ่มชาวเหนือที่แอดมิดชั่นติดมาเรียนมหาวิทยาลัยในกรุงเทพฯ ใครๆ เขาก็รู้กันทั้งมหาวิทยาลัยว่าไอ้หาญมันบ้าๆ บอๆ ชอบพูดภาษาเหนือคนเดียวแถมยังมองเห็นผี มันบอกว่ามันเองมองเห็นอนาคตด้วย เจอหน้าใครจะมีเคราะห์ก็ทักไปทั่ว ตอนวันรับน้องที่เขาปิดตึกหลอกผีเล่นเกมกัน ไอ้หาญนี่แหละที่ทำเอาพวกรุ่นพี่ที่แกล้งแต่งตัวเป็นผีหน้าซีดหน้าเซียว เห็นว่าผีเจ้าที่ไม่พอใจ เล่นเอาวันรุ่งขึ้นทั้งคณะต้องไปทำบุญกันยกใหญ่

            ตามที่เจ้าตัวเล่า บ้านหาญแลงเป็นสายคูณไสยขาวมาตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษ ทำนองว่าแก้ของให้คนโดนของจากไสยดำอะไรเทือกนั้น แถมยังเป็นกันมารุ่นสู่รุ่นตั้งแต่ที่สมัยจังหวัดที่หาญแลงเกิดยังเป็นอาณาจักรล้านนาไม่เป็นสยามประเทศเลยด้วยซ้ำ ทำให้หาญแลงได้ซิกส์เซนส์ตรงนี้ไปด้วยเต็มๆ เห็นบ้าๆ บอๆ แบบนี้แต่มันเรียนมนุษยศาสตร์ เอกอังกฤษ แถมยังหน้าตาดีใช่หยอก แล้วยังมนุษย์สัมพันธ์ดีรู้จักคนไปทั่ว เสียแต่จะประหลาดไปหน่อยก็แค่นั้น

            หลังจากเรียนจบไปบัวรับรู้มาว่าไอ้หาญเพื่อนยากไม่ได้ไปทำงานอะไรที่เกี่ยวกับภาษาอังกฤษสักนิดจนน่าเสียดาย มันไม่ได้กลับบ้านที่เชียงราย แต่ยังอยู่กรุงเทพฯ กับซัน แฟนหนุ่มรุ่นน้องของมันที่คบหากันตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย และประกอบการงานเป็นหมอดูอาชีพ เซียนถึงขั้นขนาดเขียนคอลัมน์ดูดวงให้นิตยสารและเว็บดังหลายเจ้า รายได้ต่อเดือนน่าจะเกือบแตะแสนบาท บัวก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าตลอดระยะเวลาทำไมตัวเองถึงได้มองข้ามไอ้หาญไปได้ หรือมันคงเป็นเพราะว่าหาญมันใกล้ตัวเกินไป คนเรามักจะชอบมองผ่านหรือดูถูกของใกล้มือกันเป็นธรรมดา

            “แล้วนี่ไอ้หาญมันว่างเหรอ ไม่ใช่ว่ามันอยากจะอยู่กับอีน้องซัน หรือติดคิวดูดวงดารงดารา จะหาว่าเราสองคนไปขัดทางทำมาหากินอีก ไอ้บ้าหาญแม่งยิ่งปากเสีย" บัวบ่น

            “เออ มันติดแหละ แต่กูอ่ะเคยโทรไปปรึกษากับมันเรื่องนายมาก่อนแล้ว เมื่อเช้าโทรไปตื๊อๆ อีกทีมันก็เต็มใจช่วยแม้จะบ่นๆ บ้าง มึงก็รู้มันปากร้ายแต่ใจดี"

            “รู้แต่มันบ้า"

            “บ้าแต่ก็ได้เกียรตินิยมอันดับหนึ่งเลยนะเว้ย สิ่งที่เราสองคนไม่ได้อ่ะ"

            “โอ๊ยพอๆ ฟังแล้วเครียดเลย" บัวปัดมือกลางอากาศ "แล้วนี่มันเปิดสำนักเหรอ หรืออะไรยังไง"

            “เปล่า ก็เป็นบ้านปกตินั่นแหละ มันบอกมันมีแค่โต๊ะตัวหนึ่งกับหิ้งพระหิ้งเทพไว้ทำมาหากินแค่นั้น แต่ถ้าดูดวงเกินห้าคนมันถึงจะยอมออกไปนอกสถานที่หรือไปหาลูกค้าที่บ้าน แต่นี่เราเป็นเพื่อนมันไง วันนี้มันเลยยกเลิกคิวทุกคิว มันบอกมีเรื่องจะคุยก็ให้ไปเจอกันที่บ้านมันเลย มันต้องซักผ้าวันนี้ ไม่งั้นเดี๋ยวอีน้องซันด่า"

            “โว๊ะ ไอ้หาญนี่มันผัวทาสจริงๆ อ่ะ" บัวพูด "มันคงจะรักอีน้องซันมากนะถึงได้ยอมขนาดนี้"

            “รักบ้าอะไร กลัวอ่ะดิ" เดย์กลอกตา "เอาจริงนะอีน้องซันนี่เป็นเมียไอ้หาญอย่างที่เราเข้าใจกันรึเปล่าเหอะ เผลอๆ จะเป็นผัวไอ้หาญมากกว่า ผัวแบบโหดด้วย ใครๆ เขาก็ลือกันทั้งนั้น"

            บัวหัวเราะออกมาดังลั่นรถ

            “หน้าหนวดซกมกอย่างไอ้หาญเนี่ยนะจะเป็นเมียใคร โอ๊ยยย เพ้อป่ะวะเดย์ อีน้องซันก็หน้าติ๋มเบอร์นั้น อีหาญหน้าเถื่อนจะตาย" บัวคิดถึงเด็กหนุ่มรุ่นน้องตัวสูงที่รู้จักกันตั้งแต่ตอนตัวเองปีสอง ซัน หรือศรัณยู แอบชอบหาญแลงแล้วก็ใช้บัวนี่แหละเข้าหาเพราะเขากับซันอยู่ชมรมเดียวกันในตอนนั้น แถมซันยังเป็นน้องรหัสเขาอีกต่างหาก ทั้งเขาทั้งเดย์ต่างก็ทึ่งมากที่คนบ้าๆ บอๆ คุยกับเจ้าป่าเจ้าเขาไปวันๆ อย่างไอ้หาญจะมีใครมาแอบชอบเป็นเรื่องเป็นราว แต่ด้วยความนึกสนุกเขากับเดย์เลยทั้งผลักทั้งดันทั้งถีบในการช่วยซัน เปิดโอกาสให้เข้าหาหาญแลงหลายครั้ง ไม่อยากเชื่อว่าสุดท้ายทั้งคู่จะยังคบกันมาจนตอนนี้

            “ไอ้เด็กนั่นน่ะแม่งมีซัมธิงข้างใน แม่งก็ติ๋มแค่ตอนปีหนึ่งไหม กูว่าเราสองคนมองมันผิดไปอ่ะ ซันแม่งหน้าหล่อฉิบหายตัวก็สูง สูงกว่าพวกเราสองคนแล้วก็ไอ้หาญสักสองศอกได้มั้ง อีกอย่าง ไอ้หาญอ่ะมันหน้าหวานอย่างกับน้ำผึ้ง แต่เพราะมันไว้หนวดแล้วชอบทำตัวกรังๆ ต่างหากเลยดูแมนขึ้นมาหน่อย"

            “โอ๊ย เชื่อเหอะซันเป็นเมียหาญเป็นผัว ความสูงไม่เกี่ยวกับเรื่องสถานภาพเพศหรอก จบๆ"

            “เอ้า จบก็จบ"

            เดย์ยอมปิดประเด็น ขี้เกียจเถียงกับบัวในเรื่องที่ตัวเองก็ไม่รู้ลึกรู้จริงเหมือนกัน ซันกับหาญจะได้กันท่าไหนจริงๆ ก็ไม่ใช่เรื่องของเขาหรอก เพียงแต่มันข้องใจใช่ย่อย

            เพียงสักพักรถยนต์ของเดย์ก็จอดลงที่หน้าบ้านทาวเฮาส์น่าอยู่หลังหนึ่งในหมู่บ้านที่ถือว่ามีคุณภาพ เพราะต้องมีการแลกบัตรประชาชนอะไรก่อนจะเข้ามาได้ เดย์กับบัวเดินลงมาจากรถ แล้วกดกริ่งหน้าบ้านเลขที่ที่หาญแลงได้แจ้งมา

         ติ๊งหน่อง! ติ๊งหน่อง!

            “นั่นไผคั่บ? เอ๊ย ใครมาครับ"

            เสียงอินเตอร์โฟนดังออกมาจากลำโพงข้างหน้าบ้านเล่นเอาบัวกับเดย์สะดุ้งโหยง ว้าเว้ย เดี๋ยวนี้ไอ้หาญรวยใช่เล่นขนาดติดเครื่องแบบนี้ไว้ด้วย ปกติเคยเห็นแต่ในละครกับซีรีส์เกาหลี บัวกดปุ่มพลางกรอกเสียงตอบ

            “หาญ นี่บัวกับเดย์เอง เพื่อนมึงอ่ะ ที่นัดไว้"

            “อ๋อออออ เข้ามาๆ"

            เพียงครู่เดียวประตูบ้านก็ถูกรีโมทกดเปิดออก บัวกับเดย์ยิงฟันใส่กันกับความไฮเทคของบ้านหมอดู บัวชักจะนึกอิจฉาที่ไอ้หาญแค่รับดูดวงไปวันๆ ยังมีกินขนาดนี้ แล้วดูเขาสิหางานยังไม่ได้ ว่าแต่ไอ้หาญถ้ามันจะไม่ใช้ความรู้ที่เรียนมาเลยมันจะเรียนปริญญาตรีทำซากอะไรวะ...

            “เป็นจะใดกันบ้างพ่อง ไม่เจอะไม่เจอเสียนาน"

            หาญทักเพื่อนทันทีด้วยท่าทางประสาทๆ เหมือนเดิมทั้งรอยยิ้ม ชายหนุ่มอยู่ในชุดกางเกงวอร์มที่ถกขากางเกงขึ้นและเสื้อยืดสีขาว ท่าทางแบบคนอยู่บ้านเต็มที่

            “แหม ไอ้หาญ พูดกลางสักทีเหอะ อยู่กรุงเทพฯ มากี่ปีแล้ว พวกกูรู้มึงพูดได้ ชอบทำตัวเสร่อตลอด" เดย์กัด

            “เอ้า คนเฮาก็ต้องฮักในบ้านเกิดเมืองนอนเน้อ" หาญยังเล่นติดตลกไม่เลิก "แล้วนี่หาบ้านเฮายากก๋า?”

            “ไม่ยาก แต่ไกลฉิบเลย คิดไงมาอยู่ตรงแถวนี้วะ" บัวเป็นฝ่ายพูดบ้าง "แล้วนี่ทำไมขากางเกงเปียกงั้น"

            หาญยิ้มแหย “ถูบ้านอยู่ เดี๋ยวซันกลับมาแล้วบ่นอีก"

            “โอ๊ยยยยยยยยย" เดย์กับบัวประสานเสียง ก่อนบัวจะพูด "สงสารวะ นี่ซันมันใช้งานแกหนักขนาดนี้เลยเหรอ รวยขนาดนี้จ้างแม่บ้านกันก็ได้มั้ง"

            หาญส่ายหน้าดิ๊ก "ซันบ่ไว้ใจคนอื่น กลัวเปิ้นขโมยของ เฮาเลยต้องทำเอง"

            “ก็ให้มันช่วยทำดิ ว่าแต่ตอนนี้ซันมันทำงานทำการอะไรนะ ลืมอ่ะ" บัวคุยไปคุยมาก็นึกสงสัย ลืมไปเสียแล้วว่าตอนนี้น้องรหัสตัวเองทำงานทำการอะไร หรือว่าซันมันเคยบอกแล้วแต่เขาไม่ใส่ใจจะจำเอง

            “เป็นเทวดา"

            "เทวดาอะไร?" เดย์กับบัวถามพร้อมกัน

            "เป็นสจ๊วต นี่ไปบินอยู่ ไปจาร์กาต้า เดี๋ยววันพู้กก็ปิ๊ก"

            “อ๋อออ มึงเลยมาอยู่แถวนี้สินะเพราะไปสนามบินสะดวก"

            หาญพยักหน้าประมาณว่า ว่าไงก็ว่าตามนั้น แล้วลงมือถูบ้านต่อขณะที่สองหน่ออย่างเดย์กับบัวขำคิกคักในชะตากรรมของเพื่อนผู้น่าสงสาร เดย์เปิดเข้าเฟสบุ๊กซัน

            “เอออออ นายศรัณยูเป็นสจ๊วตจริงๆ ด้วยวะ สายการบินห้าดาวด้วยนะเนี่ย ใส่เครื่องแบบหล่อเชียว" บัวยื่นหน้าไปดูแล้วก็เห็นว่าจริงตามที่เดย์เอ่ย จะว่าไปซันจบเอกอังกฤษมาไปเป็นลูกเรือนี่ก็ถือว่าทำงานตรงสายอยู่มากๆ ได้ใช้ภาษาที่อุตส่าห์ร่ำเรียนหลังขดหลังแข็ง หรือว่าเขาควรจะไปสมัครเป็นลูกเรือบ้างดี... แต่ภาษาอังกฤษเขามันไม่ได้ขั้นเทพขนาดพวกเอกอังกฤษอย่างนั้น แค่พอถูไถเพราะถูกฝรั่งเศสที่คร่ำเคร่งเรียนมากลืนไปหมดแล้ว...

            "นี่ หาญ มึงไม่กลัวแฟนมีนักบินมาจีบมาติดเหรอวะ แฟนมึงก็น่ารักน่าเอ็นดูอยู่นะเว้ย" เดย์ว่า

            หาญยกมือขึ้นพนมทันใดแบบไม่วางไม้ม็อบด้วยซ้ำ

            "ซาา...ธุ๊! ก็ขอให้มาติดเต๊อะ ไผก็ได้เอามันไปที"

            “ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆ!!!”

            หาญส่ายหัว "บ่าฮ่านี่ เอาแต่ใจปะล่ำปะเหลือ ขี้บังคับอีก บ่น่าตกลงคบแต่แรกเลย ภาระฉิบหาย คิงแหละบัว เอาอะหยังมาให้ฮา มื้อแรกเห็นหน้าใสๆ ก็กึ๊ดว่ามันจะน่าฮัก ช่างเอาอ๊กเอาใจ๋ ที่ไหนได้ ผ่อมันเต๊อะ ต้องเป็นฝ่ายเอาอ๊กเอาใจ๋มัน คบไปคบมา ผีห่าแท้ๆ นี่ถูบ้านเสร็จกูต้องไปซักกางเกงในให้มันอีก จะเลิกก็เลิกบ่ได้ กลัวมันฆ่า บ่าเฮ้ย"

            “ฮ่าๆๆๆๆ!!! น้องมันแย่ขนาดนั้นเลยเหรอวะ"

            “พวกมึงมาลองเป็นกูเอาก่อ!?”

            “ฮ่าๆๆๆๆๆๆ!"

            หาญบ่นถึงความอัดอั้นตันใจที่มีต่อแฟนยาวเหยียดผสมกันทั้งภาษาเหนือภาษากลางทำเอาบัวกับเดย์ขำจนน้ำตาไหล ขนาดฟังเข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้างยังตลกขนาดนี้ ถ้าเข้าใจทั้งหมดมีหวังได้หายใจไม่ทันจนขาดใจตาย และหาญก็ยังยืนบ่นต่อไปอีกห้านาทีถึงความขี้บังคับที่ซันมีต่อตัวเอง

            “ชาติหน้าบ่เอาแล้ว หลาบ! เอ้า พอ ดื่มน้ำดื่มท่ากันก่อนเน้อ รอแป๊บ เดี๋ยวเฮาเอามาให้"

            “โอเค"

            บัวชูนิ้วโป้งให้เพื่อน จากนั้นหาญก็เก็บอุปกรณ์ถูบ้านแล้วเดินหายเข้าไปในครัวก่อนจะกลับมาพร้อมกับถาดในมือที่ชงน้ำแดงไว้สามแก้ว เพื่อนชาวเหนือพยักพเยิดหน้า

            “พวกมึงสองคนตามมานี่ได้แล้ว"

            พอหาญพูดกลางขึ้นมาเต็มปากเต็มเสียงทั้งเดย์ทั้งบัวก็รู้สึกว่าบรรยากาศซีเรียสขึ้นมากันทันทีอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย ทั้งคู่เดินตามหาญแลงขึ้นชั้นสองของบ้านเข้าไปในห้องแห่งหนึ่ง ในห้องนั้นมีโต๊ะทำงานตั้งเอาไว้ บนโต๊ะมีสำหรับไพ่ใส่พานทองวางคู่กันด้วย ส่วนข้างหลังก็มีหิ้งพระที่ตั้งบรรดาองค์เทพและองค์พระไว้เต็มไปหมด ทุกอย่างสะอาดสะอ้านเรียบร้อย

            บัวกับเดย์นั่งลงฝั่งตรงข้ามที่มีเก้าอี้สองตัวสำหรับลูกค้าในขณะที่หาญเดินไปนั่งยังที่นั่งประจำของตัวเอง หาญจิบน้ำแดงในแก้วของตัวเองแล้วก็ประสานมือขึ้นมาตรงระดับหน้า เริ่มเข้าสู่โหมดทำงานอย่างจริงจัง

            “บัว มึงว่ามา"

            บัวกลืนน้ำลายแล้วพยักหน้า ก่อนจะค่อยๆ เอ่ยปากเล่าเรื่องอย่างค่อยเป็นค่อยไปที่สุด เล่าตั้งแต่เมื่อห้าปีก่อนที่เริ่มรู้สึกว่ามีวิญญาณตนนี้มาอยู่ด้วย กลางคืนก็จะมีใครกอดรัด...

            “บัว"

            “ฮะ!”

            คนเล่าสะดุ้งเฮือกเมื่อถูกหาญแลงขัดขึ้นมากลางปล้อง แม้แต่เดย์เองก็พลอยสะดุ้งไปด้วย

            “ไอ้บ้าหาญแลง อยู่ดีๆ ก็เรียกชื่อไอ้บัวออกมา ตกใจนะเว้ย"

            “บัว พี่เขาฝากกูมาบอกมึงว่า ที่มึงขออโหสิกรรมกับเขาเมื่อวานตอนกรวดน้ำน่ะ เขาอโหสิกรรมให้มึงไม่ได้จริงๆ เพราะเขาตามมาด้วยความรัก เขาเป็นห่วงมึง ถ้าตามมาด้วยรัก มันอโหสิกรรมให้กันไม่ได้"

            “...!!!”

            บัวกับเดย์สะดุ้งโหยงถึงขนาดที่รีบกระเถิบร่างเข้าหากัน ทั้งคู่ขนลุกเกรียว ก่อนหาญจะหันไปพยักหน้ากับลมฟ้าอากาศที่ทั้งสองคนมองไม่เห็น

            “ไอ้หาญ! นี่มึงเล่นอะไรเนี่ย ไม่ขำนะเว้ย!” บัวตะโกน เหงื่อแตกซิก

            “บ่าพายนี่ กูไม่ได้เล่น" หาญด่า "ก็มึงอยากให้กูสื่อสารกับเขาไม่ใช่เหรอ กูก็ทำหน้าที่ของกูอยู่นี่ไง"

            “งั้นมึงบอกเขา ไม่ต้องห่วงกู กูดูแลตัวเองได้ ให้เขาไปผุดไปเกิด ไปที่ชอบที่ชอบเหอะ" บัวยกมือไหว้ปลกๆ ไปรอบห้อง

            หาญพยักหน้ากับบัวแล้วหันไปอีกทาง ก่อนจะหันมาส่ายศีรษะ สีหน้าเคร่งเครียด

            “ไม่ได้วะ เขาบอกเขาไปไม่ได้ แล้วเขาก็โกรธมึงมากด้วยที่เมื่อวานมึงไปหาไอ้หมอผีบ้าๆ นั่นอ่ะ เขาบอกว่าทำไมมึงชอบทำอะไรสุ่มเสี่ยงไม่ดูแลตัวเอง แล้วเขาก็เกลียดไอ้หมอผีนั่นเข้ากระดูกดำ เขาฝากบอกมันว่า 'มึงอย่ามาล่วงล้ำเรื่องกรรมของกู!’ ”

            “เหี้ย หลอน!” เดย์คราง

            “มึง เขาเป็นใครอ่ะ เขาต้องการอะไร มึงสื่อสารได้ไหม"

            หาญแลงหลับตาไปครู่หนึ่ง มีแต่เสียงความเงียบดังไปทั่วห้อง ก่อนชายหนุ่มจะลืมตาขึ้นมา หาญดูกระดากอายที่จะต้องเอ่ยสิ่งนี้แต่ก็ยอมปริปาก

            “เขา...เอ่อ..."

            "อะไรไอ้หาญ"

            "คือ..."

            "อะไรเล่า!"

            "คือเขาแบบ... เขาเป็นสามีมึงชาติที่แล้วว่ะ..."

            "ฮะ!!" บัวกับเดย์ร้องประสานเสียง ก่อนพ่อบัวตัวจ้อยจะหน้าแดงขึ้นมาทันใจเมื่อหาญบอกอย่างนั้น

            “เออออออ พี่สุดหล่อเขาเป็นสามีมึงตั้งแต่ชาติก่อนๆ โน้น"

            “สุดหล่อ? พี่สุดหล่ออะไร?” เดย์แทรก

            “ก็พี่ผีที่ตามไอ้สาโรชนี่ไง หล่อขนาด" หาญพยักหน้ายืนยันคำพูดของตน ชี้มือไปยังอากาศข้างๆ บัว ก่อนจะบิดตัวเป็นสาวน้อยไม่เข้ากับหน้าที่มีไรหนวดขึ้นอ่อนๆ เลย "โอ๊ยยยย อยากให้เห็นน้อ ผีอะหยังหล่อแต้หล่อว่า~ หล่อปะล่ำปะเหลือ ตาหูจมูกปากดีจ้าดนัก หุ่นก็สูงชะลูด"

            “พอๆ มึงบ่นภาษาเหนือกูฟังไม่เข้าใจ" บัวแสร้งทำเป็นขรึมทั้งที่ในใจก็แอบกรี๊ดสุดหลอดเสียง พอไอ้หาญบอกว่าหล่ออย่างแรงมันก็มีอยากเห็นหน้าบ้างแหละน่า  "กูขอถามต่อ งั้นทำไมเขาไม่ตามกูมาเกิดอ่ะ ทำไมเขามาเป็นเจ้ากรรมนายเวรตามกูอยู่อย่างนี้" พอหายตกใจพ่อบัวตัวจ้อยก็เร่งถามทันที เกิดมาก็อยากจะมีความรักที่สมหวังสดใสกับเขาบ้าง แต่ถ้าเนื้อคู่เป็นผีอยู่อย่างนี้ แล้วบัวจะมีแฟนได้ยังไงเล่า!

            ที่สำคัญ เป็นผีหล่อด้วย ทำไมไม่มาเกิดเป็นคนวะ บ่าเฮ้ย! (ติดมาจากไอ้หาญ)

            "คือเขายังไม่อยากให้กูบอกมึงอ่ะ เขากลัวมึงจะตกใจกลัว อีกอย่างเขาอยากคุยกับมึงเองมากกว่า แต่มึงอ่ะไม่เคยนั่งสมาธิเลย นั่งก็ไม่นิ่งคิดแต่เรื่องไร้สาระ เรื่องของกินมั่ง เรื่องดาราเกาหลีมั่ง เรื่องละครตบตีมั่ง มึงถึงสื่อสารกับเขาไม่ได้ สวดมนต์ก็สวดแบบขี้เกียจ"

            “เอ้า! กูผิดอีก ก็กูเป็นวัยรุ่นอ่ะ เพิ่งเรียนจบหมาดๆ กูยังไม่พร้อมจะเข้าวัดเข้าวาถือศีลแปดอะไรไหม"

            “แล้วเขาก็ฝากบอกมึงด้วยว่า เขาอยากสูบยาเส้นมาก ฝากมึงทำบุญไปให้หน่อย"

            "เฮ้ย อะไรวะ!" จากกลัวๆ เขินๆ บัวชักโมโห "หลอกกู ลวนลามกูไม่พอ ยังจะมาหาเรื่องให้กูเสียเงินเสียทองอีก ยาเส้นสมัยนี้มันหาไม่ได้ง่ายๆ นะเว้ย อยากได้ก็เอาเงินมาสิ!" บัวตบโต๊ะดังปัง

            "ไอ้บัว!" เดย์หยิกเพื่อนเต็มรัก

            “เออ ของแบบนี้น่ะถ้ามึงอยากเห็นเขามันต้องช่วยกัน นี่เขาก็พยายามมากที่จะให้มึงได้เห็นเขา แต่มึงน่ะไม่ออกแรงเลยมันถึงยาก" หาญดื่มน้ำแดงให้หายคอแห้งแล้วเอ่ยต่อ "อีกอย่าง เขาฝากมาถามว่า ทำไมมึงชอบไล่ให้เขาไปไกลๆ นัก ทำบุญสวดมนต์ทีไรก็เอาแต่ขอให้เขาไปที่ชอบที่ชอบ เขาน้อยใจนะเว้ย"

            “ก็...ก็กูกลัวนี่หว่า... ผีนะมึง...” บัวอึกอัก

            “โฮ้ยยย! หล่อปานเทพบุตรบ่าฮ่านี่กลัว งั้นยกให้เปิ้นเหอะเปิ้นรับไว้เองก็ได้ แล้วเอาไอ้ผีห่าศรัณยูไปแลกกัน ข้าเจ้ายอมอยู่กับผีจริงๆ ดีกว่ากับผีห่า"

            “นี่มึงบ่นอะไรของมึงอีกเนี่ย"

            “ไอ้บัว" หาญกลับมาโหมดซีเรียส "มึงรู้สึกไหมว่ามึงใกล้ตายหลายครั้งแล้วแต่มึงก็รอดมาได้ ตั้งแต่สมัยเด็กที่มึงตกน้ำตกท่าที่มหาชัย และอุบัติเหตุอะไรอีกมากมาย ทั้งหมดเนี่ย ก็เพราะว่าพี่สุดหล่อเขาช่วยมึงไว้ทั้งนั้น"

            บัวอึ้งตะลึงหน้าแดงก่ำ เรื่องเหล่านี้เขาไม่เคยเล่าให้ใครฟังสักนิด แต่หาญมารับรู้ได้แสดงว่าพี่สุดหล่ออะไรที่ว่านี่มีตัวตนอยู่จริงๆ และที่สำคัญ ทุกอย่างก็เป็นอย่างที่หาญพูดทุกประการ

            “เขามาดี มาเพราะรัก มึงไม่ต้องกลัวเขาหรอก"

            “แล้วนี่เขาเป็นใครมาจากไหนวะหาญ" เดย์อยากรู้บ้าง

            “เขาเป็นทหารสมัยกรุงศรีฯ ชาติที่อยู่ร่วมกันน่ะไอ้บัวเป็นผู้หญิง เป็นเมียเขานี่แหละ แต่เกิดเรื่องอะไรสักอย่างขึ้นก็เลยมีอันต้องกลายมาเป็นแบบนี้"

            “หมายถึงเขากลายเป็นวิญญาณตามไอ้บัวอะนะ...”

            “เออ เขาเรียกว่าเจ้ากรรมนายเวร"

            “กูรู้น่า...”

            “หาญ แล้วที่ผ่านมาที่กูไม่เคยได้คบใครเป็นตัวเป็นตนเลย พอรักใครก็กลายเป็นมือที่สามตลอด หรือไม่งั้นอีกฝ่ายก็ชิงตายไปก่อน นี่มันเพราะกรรมจากเรื่องนี้รึเปล่า"

            “อืม ใช่" หาญพยักหน้า "อีกอย่าง พี่สุดหล่อเขาบอกมาเลยให้มึงเลิกยุ่งกับไอ้จอห์นนี่ได้แล้ว"

            “เดี๋ยว จอห์นนี่ไหน?” เดย์เสียงแหลมขึ้นมาทันที "ไอ้รุ่นพี่จอห์นนี่อดีตเดือนวิศวะน่ะเหรอ?"

            บัวอึกอักไม่ยอมตอบเพื่อน แต่อาการชี้ชัด เดย์กรีดเสียง

            “ไอ้บัว!! พี่จอห์นนี่เขามีเมียเป็นตัวเป็นตนแล้วนะ นี่คนที่มึงเคยทำลับๆ ล่อ ๆ ไม่บอกกู แถมยังเคยไปหลับไปนอนด้วยคือไอ้พี่จอห์นนี่เหรอ!"

            “...ก็...เออ..."

            บัวตอบไม่เต็มเสียง รู้อยู่เต็มอกว่าที่ตัวเองทำมันผิดบาปแต่ก็ไม่รู้ทำไมถึงห้ามตัวเองไม่ได้ หรือมันแค่เพราะบัวไขว่คว้าหาความรักมากเหลือเกิน พอจอห์นนี่ที่รูปหล่อพ่อรวยรถสวยมาทำดีด้วย มาป้อยอด้วยน้ำคำหวานบอกว่ารักจริงอย่างนั้นอย่างนี้ บัวก็อดที่จะถลำไปไม่ได้ทั้งที่รู้อยู่แก่ใจว่าพี่จอห์นนี่มีแฟนที่คบกันมานานแล้ว ไม่มีทางจะมารักบัวจริงจัง สุดท้าย...บัวก็ได้แต่เป็นน้อยเขาในช่วงเวลานั้น ทำได้แค่กินน้ำใต้ศอกอย่างน่าทุเรศ แต่ตอนนี้บัวกับจอห์นนี่ก็ห่างกันมาก มีแค่ยังติดต่อคุยไลน์บ้างตามประสาคนที่มีเยื่อใยหลงเหลือบางเบา

            “เขาบอกว่าที่มึงไม่ได้งานที่บริษัทแรก ก็เพราะเขานี่แหละ เขารู้ว่าไอ้จอห์นนี่เป็นวิศวกรอยู่บริษัทนั้นเลยขัดขวาง ที่มึงมีอันต้องย้ายหอเพราะหอเก่ามีปัญหาเรื่องสัญญาก็เพราะเขาอีก เขาพามึงหนีมันมาไกลสุดๆ เขาจะทำทุกอย่างให้มั่นใจว่ามึงจะไม่ไปเจอะไปเจอกับไอ้จอห์นนี่อีก แล้วถ้าเกิดว่ายังไม่สำเร็จ เขาทำให้ไอ้จอห์นนี่ตายก็ได้"

            “หา!!” บัวตกใจอย่างรุนแรง "ทำไมอ่ะ ทำไมเขาต้องเกลียดพี่จอห์นนี่ขนาดนั้นด้วยอ่ะ!"

            หาญเงียบไปสักพักใหญ่เหมือนไปสื่อสารกับพี่สุดหล่อต่อ แล้วจึงหันมาหาบัว

            “เขาแค่บอกว่าไอ้พี่จอห์นนี่เป็นคนไม่ดี มันมาหลอกมึง เป็นคนชั่ว ถ้าเกิดว่ามึงไม่รับปากเขาตอนนี้ว่ามึงจะเลิกยุ่งเลิกคุยกับไอ้พี่จอห์นนี่ คืนนี้เขาจะไปปรากฏตัวที่ปลายเตียงไอ้พี่จอห์นนี่ เอาให้มันตายเลย"

            “เฮ้ย ไม่ได้นะเว้ย!” บัวร้องเสียงหลง ไม่ใช่ยังห่วงหาอาทรพี่จอห์นนี่ แต่เพราะไม่อยากให้ผีพี่สุดหล่อสร้างเวรกรรมติดตัวอีกแล้ว "เออๆ กูรับปากเขา กูจะไม่ไปยุ่งกับไอ้พี่จอห์นนี่อีกก็ได้"

            หาญพยักหน้า

            “ดี เขาพอใจมาก หูยยย ยิ้มหล่อขนาดเนาะ หน้าอ้ายนี่อย่างกับดาราเกาหลี" หาญหน้าแดงขึ้นมาจนน่าหมั่นไส้

            “นี่มึงจะอวยผีผัวเพื่อนอีกนานไหมไอ้หาญ" เดย์ด่า

            “มึงอยากเห็นล่ะสิไอ้เดย์" หาญยักคิ้วจึ้กๆ

            “เออ!” เดย์ยอมรับหน้าด้านๆ เห็นเพื่อนอวยขนาดนี้แน่นอนว่าเขาก็ย่อมอยากจะเห็น ในเมื่อเป็นผีดีมาปกป้องเพื่อนเดย์ก็ไม่กลัวอีกต่อไป ก่อนเสียงบัวจะดังขึ้นมาอย่างกระตือรือร้น

            “มึงๆๆๆ หาญๆๆๆ แล้วพี่สุดหล่อนี่เขาจริงๆ ชื่อว่าอะไรอ่ะ บอกให้เขาบอกหน่อยสิเวลากูทำบุญไปให้จะได้ระบุชื่อได้"

            “เออ แป๊บ เดี๋ยวถามให้"

            หาญรับคำบัวแล้วก็หันไปอีกครั้ง ก่อนพ่อหมอหน้าหวานจะทำท่าคล้ายขำอะไรสุดฤทธิ์แต่พยายามกลั้นไว้

            “อะไรวะหาญ"

            “เปล่า...”

            “หาญ ตกลงเขาชื่ออะไรอ่ะ เขาไม่บอกเหรอ"

            “เปล่า... เขาบอก"

            “เอ้า งั้นมึงก็บอกพวกกูมาดิ ยึกยักชักช้าอะไรวะ" บัวเร่ง

            หาญสูดลมหายใจเข้าลึกเต็มปอดจนตัวยืด พยายามข่มอาการตลกสุดความสามารถให้อยู่ในอก ก่อนจะบังคับตัวเองให้เงยหน้าขึ้นมองเพื่อนๆ ด้วยใบหน้าเคร่งขรึม

            “เขาบอกว่าเขาชื่อชานยอลว่ะ"











---------------200%---------------------------

ตั่วเจ้เจค

วันเสาร์ที่ 30 กันยายน 2560 เวลา 9:28 PM

 

 

วี๊ดดดดดด สวัสดีค่ะพ่อแม่พี่น้องท่านผู้โช้ม

ยินดีต้อนรับค่า ฮิ้วววววว >O<

 

สารภาพว่าแต่งไปเกร็งไปค่ะ ตั้งใจปลุกปั้นให้มันออกมาดีมากๆ หลังจากไปวอร์มมือแต่งนู่นแต่งนี่เสียนาน อันนี้ก็ถือเป็นโปรเจ็กต์ใหญ่เลยสำหรับเจค ตั้งใจมากว่าเรื่องนี้จะต้องจบ (ฮ่าา) ถึงขนาดไปสืบเสาะหาข้อมูล ขนาดไปขออนุญาตคุณเจ้าของเรื่องเอามาแต่งเป็นเรื่องเป็นราว เพราะอย่างที่บอกไว้แต่ต้น เรื่องนี้ Based on true story เยอะมากค่ะ และก็เป็นความเชื่อส่วนบุคคลด้วย ใครไม่เชื่อก็ถือว่าอ่านเอาสนุกแล้วกันนะคะ แต่กรุณาอย่าว่าพี่เจ้าของเรื่องเลยว่าเขาโม้หรือโกหก

 

สำหรับ #รฤกรัก นี้ ก็เป็นเรื่องราวที่รายละเอียดีเทลเยอะมากกก จริงจังขั้นสุด ปกติงานเจคจะไม่ฉากเหตุการณ์ รายละเอียดเยอะตั้งแต่เริ่มต้นแบบนี้เท่าไรคะ แต่อันนี้คือวันนี้วันหยุด เจคแต่งตั้งแต่เก้าโมงเช้าจนถึงสองทุ่มครึ่ง! แค่บทเดียวเท่านั้น พอมาดูหน้ากระดาษ  ช้างล้วง!  15 หน้า A4 ค่ะคุณ!! ยาวเว่อร์วังมากๆ เพราะงั้นเจคไม่รับปากนะคะว่าบทต่อๆ ไปจะยังทำให้ยาวได้เท่านี้ 555 แต่แน่นอนว่าสไตล์เจคก็คือยาวมากๆ ต่อบทเช่นเคยค่ะ

 

อ่ะเข้าเรื่องนิยาย ผีอยุธยาบ้าอะไรวะชื่อชานยอล 5555555555 พี่สุดหล่อแน่ใจนะคะว่าพี่ไม่ได้โกหกพวกน้อง

 

ตอนนี้พี่ผีชานยอลก็ยังไม่ออกฤทธิ์ออกเดชมากค่ะ แต่อะหื้ม! อย่าให้รอวันที่น้องบัวดอกน้อยจะเห็นคุณพี่สุดหล่อเขา รับรองแซ่บลึ่มมมม >_< พอล่ะ นักเขียนไม่สปอยล์แล้วค่ะ เดี๋ยวหมดสนุก


อีกเรื่อง เจคชอบหาญแลงมากค่ะ ตลกและบันเทิงทุกครั้งที่นางพูดอะไร 5555 สีสันของเรื่องเลอะะะะ

 

อ่านจบแล้วอย่าลืมคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้เจค และสกรีมแท็กได้ที่ #รฤกรัก

 

จะรออ่านของทุกคนเยยยย คิดถึงทุกคนเสมอนะเจ้าค่ะ <3 จู๊ฟฟฟฟ



ช่องทางติดต่อไรเตอร์

Twitter: @_StarGirl666

fb: https://www.facebook.com/pnovelist หรือ WriterJaq WriterPak Tawee's Sis

Instagram: Kulainsummer

facegroup: เสิร์ชหา WriterJaq - WriterPak

facepage: https://www.facebook.com/JaqandPak/ 

อัพเดตรวดเร็วทันใจค่ะ :) แถมยังเด้งแจ้งว่าอัพแล้วเร็วกว่าระบบของเด็กดีด้วยค่ะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 343 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

17,230 ความคิดเห็น

  1. #17226 Thaksaina (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2563 / 00:10
    บัวโง่อะ
    #17,226
    0
  2. #17200 Masxy (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 กันยายน 2562 / 17:21
    สนุกดี.

    บรรยายไม่เวิ่นเว้อแต่เห็นภาพ ไม่งง

    ชอบหาญ หาญน่าจะน่ารัก. ว่าแต่ทำไมพระเอกชื่อเกาหลี

    สงสารบัวตกงานตลอดเข้าใจนาง คงลำบากน่าดูเลย พระเอกใจร้าย
    #17,200
    0
  3. #17194 PANDA_BB (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2562 / 15:10
    ความชื่อเกาหลีมาเลยจ้าา
    #17,194
    0
  4. #17175 nannapas331 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 12 มกราคม 2562 / 21:20
    ชอบๆอ่านต่อคะ ...หลัวหล่อน้องไม่ต้องกลัวน่ะคะ.....
    #17,175
    0
  5. #17166 spf (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2561 / 04:41
    โอ้ยเกลียดดดดดดดดดดดดดดด ชอนยอลอปป้าไปอีก 55555555
    #17,166
    0
  6. #17135 wasuxxi (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2561 / 14:01

    ชานยอลอปป้า ไม่น่าละหาญถึงสูดลมหายใจเข้าเต็มปอด5555555555555

    #17,135
    0
  7. #17012 areenachesani (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 กันยายน 2561 / 17:22
    ว้าวๆๆๆ
    #17,012
    0
  8. #16983 passapron1312 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2561 / 15:38
    5555 ชื่อแม่งโครไฮเทคอ่ะ555//ขำจนน้ำตาไหล
    #16,983
    0
  9. #16929 kriskky (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2561 / 17:34
    โห้ผีชื่อชานยอลเลยนาาาน้องบัว
    #16,929
    0
  10. #16865 ❤ Little "B" ❤ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2561 / 13:12

    เป็นผีสมัยอยุธยาแต่ชื่อชานยอลเนี้ยนะ 555555555555

    #16,865
    0
  11. #16857 xanmxy (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2561 / 22:12
    ผีสมัยกรุงศรีชื่อชานยอล
    #16,857
    0
  12. #16831 ㅡ; Optimaskrman (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2561 / 04:23
    ผีอยุธยาชื่อชานยอล อมก.ล้ำไปอีกเด้อค่า555555555
    #16,831
    0
  13. #16799 mook (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2561 / 10:15

    ผีกรุงศรีชื่อเกาหลี555

    #16,799
    0
  14. #16788 Sujitra Kumtongtip (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 เมษายน 2561 / 21:59
    ผีสมัยกรุงศรีทำไมชื่อหล่อจัง😂😂 ชอบมากค่า
    #16,788
    0
  15. #16740 Kn_nann (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 8 เมษายน 2561 / 01:03
    กรี๊ดดดดดดด ชานแบคโว้ยยยยย กรี๊ดดดดๆๆๆ นี่ตามอ่านตั้งแต่มีสิบกว่าตอน เฟบไว้แล้วก็ดอง เหมือนจะปลายๆปีที่แล้วมั้ง กลับมาอ่านเพราะเห็นว่าจบแล้ว ไม่ผิดหวังโล้ยยยยย กรี๊ดๆๆๆๆๆๆ
    #16,740
    0
  16. #16622 DraftD (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 2 เมษายน 2561 / 12:56
    หึ้ยย เพิ่งได้อ่านน หนุกกกกก
    #16,622
    0
  17. #16594 Veryblack (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 เมษายน 2561 / 21:02
    สนุกงะชอบบบ ชอบเรื่องเหนือธรรมชาติ ดูหลอนๆดีค่ะ
    #16,594
    0
  18. #16194 newsily (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 มีนาคม 2561 / 18:13
    เดี๋ยวคัตเเพรบบ ถามจริงชานยอลนี่ชื่อสมัยอยุธยา ยังกะเกาหลี
    #16,194
    0
  19. #15343 CBKSJMDYS (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 มีนาคม 2561 / 09:17
    ผีหล่อบอกต่อด้วย
    #15,343
    0
  20. #14536 sweet'TEA (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 14 มีนาคม 2561 / 09:16
    ชอบตอนหาญแลงบ่นซันอ่ะ คือแบบ...ขนาดฟังเหนือไม่รู้เรื่องนะ ปวดกรามเลยง่ะ ยิ้มไปอ่านไป เง้ออ
    #14,536
    0
  21. #13677 baaeen69 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 8 มีนาคม 2561 / 23:11
    ฮือออ สนุกมากอยากจะกรี๊ดดด
    #13,677
    0
  22. #12892 baekbow (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 มีนาคม 2561 / 09:20
    ห๊ะ เดี๋ยวนะ!! ทหารสมัยกรุงศรีอยุธยาชื่อชานยอล ป๊าดดดดดด อิมพอร์ตมาจากเกาหลีว่าซั่นบ่ 555 // ที่แท้ก็ผีผัวตามนี่เอง แต่ผัวโหดแท้ถึงกับทำคนตายได้ด้วย
    #12,892
    0
  23. #12864 kkimmaggurren (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2561 / 19:18
    นั่นดิ ทหารอยุธยาชื่อชานยอลเสยยย
    #12,864
    0
  24. #12846 [ZillO] (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2561 / 00:33
    ฮือออออ หลุดขำบ่อยมากกก แบบอ่านแล้วมันก๊ากออกมาอ่ะ ควบคุมตัวเองไม่ได้ ชอบฉากยาเส้น กับชื่อชานยอลมากก หัวเราะท้องแข็งเลยยย ฮือออ มีความมสุขขขข 55555555555 รักพี่เจคคคค💖💖
    #12,846
    0
  25. #12695 TOKI_FALIKIT (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2561 / 01:05
    สนุกกกก
    #12,695
    0