' รฤกรัก ' (Yaoi) สนพ. everY ในเครือแจ่มใส

ตอนที่ 10 : บทที่ ๗ : 'ออกฤทธิ์' [200%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 52,457
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 178 ครั้ง
    23 ก.ย. 61

** มีการเปลี่ยนแปลงตัวยาที่พี่บุญใช้เพื่อความถูกต้องหลังจากได้ไปสอบถามพูดคุยกับคุณหมอตัวจริง

ต้องขออภัยผู้อ่านรอบแรกด้วยค่ะ

สามารถทวงติงนักเขียนได้ตลอดหากมีสิ่งใดผิดพลาด ไม่ว่าจะประวัติศาสตร์ ภาษาเหนือ หรือความรู้ใดๆ ก็ตาม

ขอบพระคุณที่ติดตามผลงานมากค่ะ 







บทที่ ๗

'ออกฤทธิ์'


 

            ติ๊งหน่อง! ติ๊งหน่อง!

            มือเล็กกดกระดิ่งหน้าห้องคอนโดมิเนียมหรูของใครคนหนึ่งแล้วก็ได้แต่รอคอยอย่างใจเต้น เพียงสักพักประตูห้องก็เปิดห้อง ก่อนชายหนุ่มผิวแทนจะยิ้มกริ่มเมื่อพบหน้าเขา สายตาของร่างสูงพริบพราวไม่น้อย ก่อนเขาจะเอ่ยออกมา

            “เข้ามาก่อนสิ"

            “ขออนุญาตครับ วอนจังนิม" เดย์โค้งตัวลง

           

            “วอนจังนิมบอกว่ายังจัดของเข้าคอนโดฯ ไม่เสร็จเลย เพราะข้าวของขนมาเยอะมากเลยอยากได้คนไปช่วยทำหน่อย จะใช้แม่บ้านทุกอย่างก็เกรงใจ บาดินชี่ วันเสาร์นี้ไปช่วยวอนจังนิมจัดของที่คอนโดฯ หน่อยนะ วอนจังนิมบอกมาแล้วว่าจะให้เบี้ยเลี้ยงพิเศษคุณด้วย"

 

            พอเจ้านายสายตรงอย่างบอสจางให้คำบัญชามาแบบนั้นมันจึงเป็นการยากกับเดย์ที่จะตอบปฏิเสธ สุดท้ายหนุ่มน้อยหน้ามนจึงมาปรากฏตัวอยู่ที่คอนโดมิเนียมของผู้อำนวยการหน้าใหม่ซึ่งกำลังเป็นที่กรี๊ดสุดพลังของบรรดาสาวน้อยสาวใหญ่สาวเทียมในออฟฟิศ นับตั้งแต่วันแรกที่คุณผอ. เยื้องกรายไปทำงาน เดย์ได้ยินแต่เสียงพึมพำว่าวอนจังนิมๆๆๆ ดังไปทั่วทุกแห่งในบริษัท บางคนก็มากรี๊ดใส่เดย์เพราะรู้ว่าเดย์มีหน้าที่รับส่งคุณผอ. จนกว่าเจ้าตัวจะหาคนขับรถประจำตำแหน่งได้ (เพราะเป็นคนต่างชาติแล้วยังไม่มีใบขับขี่ในประเทศ) เวลาคนมาถามข้อมูลอะไรเดย์ก็ได้แต่ตอบว่าไม่รู้ๆ ก็มันไม่รู้จริงๆ นี่หว่า... รู้แค่ว่าชื่อคิมซึงมิน อายุยี่สิบแปด เพิ่งจบปริญญาโทใบที่สองมาจากอเมริกา เป็นลูกชายของท่านประธานคิม เดย์รู้แค่นั้นแหละ

            เดย์ถอดรองเท้าแล้วก้าวเข้าไปในห้องคอนโดมิเนียมหรูหราที่แบ่งเป็นสัดเป็นส่วน เห็นข้าวของในกล่องสีน้ำตาลยังวางกระจัดกระจายเกลื่อนกลาดอยู่เต็มไปหมดจริงๆ ทว่าส่วนใหญ่ก็จัดเข้าที่เรียบร้อยแล้ว ตาผอ. นี่จะมาอยู่ไทยถาวรรึไงนะ ทำไมขนของมาเยอะขนาดนี้ แถมคอนโดฯ นี่เดย์ก็รู้มาว่าประธานคิมไม่ได้แค่เช่า แต่ว่าซื้อขาดเอาเลย

            ร่างเล็กถกแขนเสื้อขึ้นทั้งสองข้างอย่างจริงจัง แล้วหันไปหาเจ้านายหนุ่มก่อนจะเอ่ยปาก

            “วอนจังนิมจะให้ผมเริ่มจากจัดอะไรก่อนดีครับ ห้องรับแขกหรืออะไร"

            “อยู่กันสองคนอย่างนี้ คุณเรียกผมฮยองก็ได้นะ"

            ใบหน้าเดย์ขึ้นสีจัดขึ้นมาทันทีราวกับสั่งได้เมื่อได้ยินคำพูดสัพยอกอย่างนั้น มิหนำซ้ำคนพูดยังส่งสายตาใสซื่อที่หลอกใครไม่ได้ หนุ่มหน้ามนกัดริมฝีปาก ก่อนจะพูดช้าๆ อย่างเคร่งขรึม

            “วอนจังนิม... ผมไม่เล่นนะครับ"

            “ผมก็ไม่ได้เล่นนี่ ที่บอกให้เรียกพี่น่ะเรียกได้ คุณไม่เชื่อเหรอ"

            อีกฝ่ายยักไหล่ หูตาวิบวับ เดย์ได้แต่ข่มอาการอยากปรี๊ดแตกให้อยู่ในอกที่ถูกหยอกเล่นเป็นหมาหยอกไก่แบบนี้ ก่อนจะหมุนตัวหันหลังไปนั่งยองๆ กับพื้นแล้วเริ่มรื้อของออกมาจากกล่องโดยไม่พูดอะไรสักคำ

            ซึงมินหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เห็นท่าทางของคนถูกแกล้งก็นึกสงสาร เอาเป็นว่าไม่แกล้งต่อก็ได้ รอคราวหน้าที่สบโอกาสค่อยว่ากัน จะแซวให้เขินจนม้วนเลยคอยดูเถอะ

            บรรดาฝุ่นฟุ้งตลบอวอวลไปทั่วห้องขณะที่ทั้งคู่ช่วยกันจัดของ ดวงตาคมลอบมองดวงหน้าของคนตัวเล็กกว่า บดินทร์มีใบหน้ารูปไข่ ดวงตากลมโตที่โตกว่าคนเอเชียคนไหนที่เขาเคยเห็น เขารู้อยู่แล้วว่าคนไทยขึ้นชื่อเรื่องตาสวย แต่ก็ไม่คิดว่าจะมีคนที่ตาโตธรรมชาติได้ขนาดนี้ นอกจากโตแล้วยังแป๋วแหว๋วราวกับตุ๊กตาอีกด้วย เวลามองทีไรเหมือนถูกดูดเข้าไปในภวังค์อะไรสักอย่าง เหนือไปกว่านั้น สิ่งที่เขาชอบที่สุดบนใบหน้าน่ารักนั่นคงเป็นริมฝีปากอวบอิ่มที่ยิ้มแล้วจะกลายเป็นรูปหัวใจ เสียแต่คนตัวเล็กคนนี้ไม่ค่อยจะยิ้มให้เขาเลยนอกจากวันแรกที่พบกัน โดยเฉพาะในที่ทำงาน เห็นเอาแต่ก้มหน้าก้มตาทำจนเขาอยากจะบอกพ่อให้เลื่อนตำแหน่งขึ้นให้สักสองระดับ ภาษาเกาหลีดีขนาดนี้ เอาตัวไปทำงานสาขาใหญ่ที่เกาหลียังได้เลย

            “บาดินชี่"

            “ครับท่าน" เดย์เงยหน้าขึ้นมาทันใด ซึงมินยิ้มแหย

            "ไม่ต้องเรียกผมว่าท่านก็ได้"

            “ไม่ได้หรอกครับ ท่านเป็นเจ้านาย เป็นถึงผู้อำนวยการ"

            “อ่ะๆ แค่ครับก็พอแล้วกัน" ซึงมินไม่อยากต่อล้อต่อเถียงไปมากกว่านี้ เพราะนายบดินทร์จะขนสารพัดเหตุผลมาพูดว่าเขาสูงส่งเพียงไร "วันนี้คุณจะพาผมไปเปิดซิมโทรศัพท์เบอร์ไทยรึเปล่า ผมอยู่มาสัปดาห์กว่าแล้ว ยังไม่มีซิมไทยเลย"

            “อ๋อ ใช่ครับๆ บอสจางบอกผมแล้วให้พาคุณไปเปิดซิมไทย คุณอยากไปเลยไหมครับ เพราะของพวกนี้คงต้องใช้เวลาจัดอีกสามสี่วัน ผมจะมาช่วยอีกวันหยุดหน้า"

            ซึงมินยิ้มกว้าง ได้ยินว่าอีกฝ่ายจะมาช่วยอีกโดยที่เขาไม่ต้องไปวางลูกไม้ใส่จางดงอูก็รู้สึกเริงร่าขึ้นมา

            "งั้นไปเลยก็ดีนะ ขืนจัดของกันไปเรื่อยๆ แบบนี้จะเหนื่อยจนหมดแรงก่อน ผมอยากไปหาอะไรทานแล้วด้วย"

            “ครับ ได้อยู่แล้ว แต่คือ...วันนี้ผมเอารถตัวเองมา วอนจังนิมคงไม่ว่าอะไรใช่ไหมครับถ้าจะต้องนั่งรถของผม" เดย์ทำหน้าเกร็ง รถเขามันก็ไม่ใช่รถระดับหรูอะไร แค่เป็นรถยนต์ระดับกลางธรรมดา แถมข้างในยังไม่ได้ทำความสะอาดเลย

            “ได้สิ ผมเป็นคนติดดินกว่าที่คุณคิดนะ ขอแค่มันไปถึงจุดหมายปลายทาง ผมก็นั่งได้หมดแหละ" คุณผู้อำนวยการยิ้มอบอุ่นทำเอาเดย์ต้องเป็นฝ่ายหลบสายตาไปแทน

            “ครับ งั้นขอผมล้างไม้ล้างมือก่อนนะครับ แล้วเดี๋ยวเราไปกันเลย"

 

 

- รฤกรัก -

           

 

            ราวชั่วโมงกว่าทั้งคู่ก็มาถึงสยามพารากอน อันที่ห้างสรรพสินค้าที่มีทุกสิ่งทุกอย่างและไม่ห่างไกลจากคอนโดฯ ของคุณคิมคนลูกเท่าไรนัก เดย์ปรึกษากับบอสจางแล้วก็ตัดสินว่าจะเปิดซิมโทรศัพท์ค่ายสีแดงให้ผู้อำนวยการเพราะโปรโมชั่นดูโอเคที่สุด ทั้งคู่จึงเข้าไปรอคิวด้วยกันในศูนย์บริการ

            พอนอกเวลางานแล้วซึงมินไม่หยอกเดย์เล่นอีกฝ่ายก็ช่างพูดช่างคุยเป็นปกติ มิหนำซ้ำยังใจดีซื้อไอศกรีมรสมะม่วงอกร่องทองของสเว่นเซนส์ให้เขาลองทานด้วย

            “บาดินชี่"

            “ครับ" เดย์ที่กำลังใช้ทิชชู่เปียกเช็ดไม้เช็ดมือหลังทานไอศกรีมเสร็จหันไปมองหน้าเจ้านาย

            “วันหยุดคุณมาอยู่กับผมแบบนี้ คนที่บ้านว่าอะไรไหม"

            ซึงมินลองเกริ่นถามอ้อมๆ ดู หากแต่เดย์ก็ช่างตอบแบบพาซื่อเหลือเกิน

            “พ่อแม่ไม่ว่าอยู่แล้วครับถ้าเป็นเรื่องงาน แต่ถ้าวันอาทิตย์ไม่ได้เลย ครอบครัวผมต้องอยู่ทานข้าวพร้อมหน้าพร้อมตากันทุกเย็น"

            ซึงมินยิ้มจนไม่รู้จะยิ้มยังไง ทำไมถึงซื่อได้ขนาดนี้หนอ อย่างกับเด็กเล็กๆ ซึงมินเลียริมฝีปากก่อนจะยิงถามไปตรงๆ

            “ไม่ใช่อย่างนั้นสิ ผมหมายถึง แฟนคุณน่ะ"

            เดย์ที่ได้ฟังนิ่งไปทันที ก่อนจะกลอกตามองเพดานแล้วตอบออกมา

            “ผมเป็น NGSB ครับ"

            “เอ็นจีเอสบี?” ซึงมินทวนอักษรย่อนั้นอย่างฉงน

            No Girlfriend Since Birth” (ไม่เคยมีแฟนตั้งแต่เกิดมา)

            “ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆ อย่างนี้นี่เอง" ซึงมินตบตักพลางหัวเราะชอบใจ ศัพท์คำนี้นี่เด็ดจริงๆ เห็นทีเขาต้องจำไปเล่นกับเพื่อนฝูงบ้างแล้ว

            “ครับ แล้วผมก็ไม่ค่อยสนใจเรื่องพวกนี้อ่ะครับ อยู่คนเดียวได้" เดย์ยักไหล่อย่างไม่แคร์ "ผมมีเพื่อนสนิทอยู่สองคน คนนึงชีวิตนี่ก็เอาแต่วุ่นวายเรื่องความรัก ส่วนอีกคนมีแฟนคบกันมานานมากแต่เดี๋ยวก็ดีกันเดี๋ยวก็ทะเลาะกัน ผมเห็นแล้วปวดหัว ไม่เอาไม่ยุ่งดีกว่า" ซึงมินยิ้มจนตาแทบปิดขณะฟังเดย์เล่าเรื่องราวต่างๆ จากนั้นจึงเอ่ยปากบ้าง

            “คุณพูดถึงเกิร์ลเฟรนด์"

            “ครับ"

            “แล้วบอยเฟรนด์ล่ะ?”

            “...”

            ซึงมินมองหน้าอีกฝ่ายทั้งรอยยิ้มกรุ้มกริ่มเมื่อเห็นเดย์ช็อกไปเลย

            “ไม่สนใจลองดูเหรอ"

            ตึกตัก! ตึกตัก! ตึกตัก!

 

            คิวที่ หนึ่ง...แปด...หนึ่ง เชิญที่ช่องบริการสอง...

 

            “ขะ – เขาเรียกเลขเราแล้ว! รีบไปกันดีกว่าครับวอนจังนิม"

            เดย์ที่หูกลายเป็นสีแดงรีบผุดลุกขึ้นแล้วแทบจะวิ่งไปเคาน์เตอร์สอง ทิ้งให้ผู้อำนวยการหนุ่มมองตามทั้งที่ยังยิ้ม

            รอดไปได้หวุดหวิดนะบาดินชี่... แต่อย่าคิดว่าจะรอดแบบนี้ไปได้ตลอดล่ะ

 

 

- รฤกรัก -

 

 

            เดย์เปิดซิมโปรโมชั่นรายเดือนสูงสุดให้กับผู้อำนวยการหนุ่ม คอยทำหน้าที่แปลอย่างดีเยี่ยมจนคุณซึงมินได้รับเงื่อนไขที่พอใจที่สุด จนกระทั่งในที่สุดงานตรงนี้ก็เป็นอันเสร็จสิ้น ร่างสูงที่ทนหิวไม่ไหวจึงได้เอ่ยชักชวนเดย์ให้ไปรับประทานอาหารด้วยกัน ซึ่งเดย์ก็ตกลง

            ถึงคนหนึ่งจะเป็นไทยแล้วอีกคนจะเป็นเกาหลี แต่อาหารที่ตกลงเลือกรับประทานด้วยกันกลับเป็นอาหารแม็กซิกันร้านลาโมนิต้าที่อยู่ชั้นจี ทั้งคู่เปิดเมนูแล้วช่วยกันสั่ง พอมีช่วงว่างระหว่างรออาหารมาเสิร์ฟจึงได้พูดคุยกันอีกรอบ

            “บาดินชี่ แล้วตกลงเรื่องที่เราคุยค้างกันไว้ล่ะ"

            “...ไม่รู้ครับ"

            เดย์ที่แก้มแดงขึ้นมายอมตอบเมื่อไม่มีทางหนีอีกต่อไป

            “ไม่รู้อะไร ทำไมคุณตอบแบบนี้ล่ะ"

            “ผมไม่สนหมดแหละครับตอนนี้ ขอตั้งใจทำงานก่อน เราคุยกันเรื่องคุณดีกว่า อย่ามาอยากรู้เรื่องของผมเลย" เดย์ปัดเรื่องให้พ้นตัว "ตกลงว่าเมื่อไหร่บอสจางจะหาคนขับรถให้วอนจังนิมได้เหรอครับ ผมรู้สึกไม่ค่อยดีเลยที่ต้องวนรถไปรับคุณทุกเช้าแล้วก็เข้างานสายแบบนี้ เพื่อนร่วมงานจะเขม่นเอา"

            “อะไรกัน คุณพูดแบบนี้ผมเสียใจนะ คุณไม่อยากมารับผมเหรอ ผมอุตส่าห์ดีใจที่เจอคุณทุกเช้า"

            มาบัดนี้เดย์หน้าแดงก่ำคล้ำจนแทบจะเป็นสีเดียวกับซอสบาร์บีคิวบนโต๊ะ ก่อนร่างเล็กจะกระแอม

            “ไม่ใช่อย่างนั้นครับ ผมรู้สึกไม่ดีที่เข้างานสายเฉยๆ"

            “งั้นแปลว่า คุณก็รู้สึกดีที่ได้มาเจอหน้าผมทุกเช้าก่อนใครน่ะสิ"

            “...”

            “ใช่ไหม"

            “...”

            เดย์ตอบอะไรไม่ออก ได้แต่ทำสีหน้าน่าขันขณะมองจ้องหน้าเจ้านายหนุ่ม ปากอ้าพะงาบๆ จนซึงมินอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมาดังๆ

            “ผมล้อคุณเล่นน่ะครับ ล้อเล่น ไม่อยากให้คุณซีเรียส"

            “...วันหลังไม่เอามุกแบบนี้แล้วนะครับวอนจังนิม"

            Rrrrrrrrr! Rrrrrrrrr!

            “ขอตัวสักครู่นะครับ"

            เดย์หันไปพูดขออนุญาตกับเจ้านายหนุ่มแล้วหยิบโทรศัพท์มือถือของตนขึ้นมากดรับ

            “สวัสดีครับ บดินทร์ครับ"

            (เดย์ นั่นเดย์หรือเปล่า)

            “ใช่ครับ ไม่ทราบว่านั่นใครครับ?”

            เดย์เอ่ยถามเพราะเบอร์ที่เดย์กดรับเป็นเบอร์แปลก ทว่าอีกฝ่ายกลับรู้จักชื่อเสียงเรียงนามของเขาได้เสียนี่

            (เดย์ นี่พี่เองนะ พี่บุญ พี่ชายของบัว จำพี่ได้ไหม)

            “อ๋ออออ! สวัสดีครับพี่บุญ แหม ใครจะไปลืมลงล่ะครับเห็นกันมาแต่เล็กแต่น้อย ว่าแต่ พี่บุญโทรมามีธุระอะไรกับเดย์รึเปล่าครับ"

            (เดย์... ถ้าวันนี้เดย์ว่าง เดย์เข้ามาที่โรงพยาบาลหน่อยได้ไหม...)

            ก่อนบุญจะเอ่ยบอกชื่อโรงพยาบาลออกมา เดย์ใจหายวูบกับเสียงสั่นๆ ของพี่บุญ

            “อะไรครับพี่บุญ เกิดอะไรขึ้น"

            (บัวแอดมิทเข้าโรงพยาบาลมาได้สองวันแล้วเดย์) เสียงของพี่บุญฟังดูขมขื่นทุกข์ใจมาก (พี่ไม่รู้เลยว่าบัวเป็นอะไรไป ถ้าเดย์ว่าง เดย์เข้ามาหาพี่ที่โรงพยาบาลหน่อยเถอะนะ พี่ขอร้อง)

 

 

- รฤกรัก -

           

           

            เพราะสิ่งที่พี่ชายของเพื่อนพูดทำให้เดย์รีบร้อนกระวีกระวาดไปโรงพยาบาลทันใดโดยไม่สนอะไรอื่นทั้งนั้น เดย์เอ่ยขอตัวกับคุณผู้อำนวยการว่ามีธุระด่วนจริงๆ ขอโทษด้วยที่คงอยู่รับประทานอาหารด้วยไม่ได้แล้ว ซึ่งอีกฝ่ายก็เข้าใจได้เพราะเห็นสีหน้าร้อนรนสุดขีดของคนตัวเล็กกว่า มิหนำซ้ำซึงมินยังสำนึกในใจดีว่าตัวเองรบกวนเวลาวันหยุดของเดย์ จึงยอมปล่อยให้ไปโดยไม่ขัดข้องอะไร แต่ถึงอย่างนั้นเดย์ก็ยังห่วงเจ้านายไม่น้อยเพราะรู้สึกว่าตัวเองรับผิดชอบหน้าที่ในวันนี้ได้ไม่สุดทาง จึงให้เบอร์โทรศัพท์ส่วนตัวไปบอกถ้าหลงทางระหว่างกลับบ้านก็ให้ซึงมินโทรมาได้ เขาจะคอยช่วยเหลือเอง ซึ่งคุณผอ. ก็เมมเบอร์ไปยิ้มไป ไม่รู้จะมีความสุขอะไรนักหนาที่ถูกทิ้งไว้กลางทาง

            “สวัสดีครับ" เดย์เอ่ยปากอย่างร้อนรนอยู่ไม่เป็นสุข ใจกระโจนไปหาบัวเพื่อนรักไปไหนต่อไหน

            “สวัสดีค่ะ ชื่ออะไรคะ" พนักงานสาวที่เคาน์เตอร์ของแผนกผิวหนังและความงามด้านผิวพรรณเอ่ยทั้งรอยยิ้มเพราะคิดว่าชายหนุ่มตรงหน้าเป็นคนไข้ อย่างที่ทราบกันว่านอกจากพี่บุญจะมีคลินิกเป็นของตัวเอง ก็ยังเข้าเวรเป็นแพทย์ที่โรงพยาบาลเอกชนชื่อดังด้วย

            “เอ่อ เปล่าครับ ผมไม่ได้ป่วยเป็นอะไร แต่ผมมาหาคุณหมอสารัชน่ะครับ ผมมีธุระอย่างอื่นกับคุณหมอ"

            “ไม่ทราบนัดไว้รึเปล่าคะ?”

            “นัดไว้ครับ"

            “งั้นขอดิฉันแจ้งอาจารย์สักครู่นะคะ" เธอลุกขึ้นเตรียมจะเดินไปยังห้องตรวจของแพทย์ แต่ทว่าไม่ทันได้หมุนตัวด้วยซ้ำ เสียงทุ้มก็ตะโกนออกมาจากห้องตรวจหมายเลขหกให้ได้ยินทั่วกัน

            “เดย์! มาแล้วเหรอ พี่กำลังคอยอยู่เชียว"

            “พี่บุญ!”

            เดย์ร้องเรียกชื่ออีกฝ่ายขณะที่พี่บุญในชุดกาวน์รีบก้าวเข้ามาหาเขา นายแพทย์หนุ่มเอ่ยอะไรสองสามคำกับพนักงานสาวแล้วจึงได้เดินออกมาจากแผนก เดย์ยกมือไหว้ชายร่างสูงที่ตนไม่พบมานานแล้ว

            “สวัสดีครับพี่บุญ"

            “สวัสดีเดย์ หน้าเด็กเหมือนเดิมเลยนะ" บุญเอ่ยทัก "สบายดีไหม"

            “เดย์สบายดีครับ พี่บุญเข้าเรื่องบัวเลยดีกว่า" เดย์ไม่เสียเวลาแต่รีบพุ่งเข้าประเด็นทันที

            “งั้นเดย์ไปชั้นสิบสองกับพี่เลยแล้วกัน บัวแอดมิทอยู่ห้อง 1203”

            “ได้ครับ" เดย์พยักหน้า "เราไปกันเลย"

            แล้วทั้งสองจึงได้เดินไปยังลิฟต์ ก่อนจะโดยสารขึ้นไปข้างบนด้วยกัน สีหน้าของบุญดูอึมครึมมากจนเดย์อดใจเสียหนักไม่ได้ สุดท้ายหนุ่มหน้ามนก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป

            “อะไรกันครับพี่บุญ มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมพี่ต้องทำหน้าแบบนี้ด้วย เรื่องมันแย่ขนาดนั้นเลยเหรอ บัวมันป่วยเป็นอะไร"

            “เดย์... พี่... พี่ไม่รู้จะทำยังไงกับบัวแล้ว" เสียงของบุญแหบโหย เดย์ใจเสียจนไม่รู้จะเสียยังไง มือไม้พลันเย็นเยียบไปหมด

            “พี่บุญหมายความว่ายังไง เดย์กลัวไปหมดแล้วนะ"

            “พี่ก็กลัวเดย์" บุญดูเหมือนน้ำตาจะไหลออกมาแต่ต้องพยายามข่ม "พี่กลัวมาก"

            “ทำไมล่ะพี่บุญ ทำไม บัวมันเป็นอะไร"

            “บัว... บัวป่วยเป็นอะไรไม่รู้" บุญเสียงสั่นไปหมด "หาหมอเฉพาะทางแล้วเขาก็วิเคราะห์ว่าบัวไม่ได้เป็นอะไร แต่บัว... บัวมีอาการแปลกๆ"

            “...แปลกยังไงพี่บุญ พี่บุญเล่าให้เดย์ฟังสิครับ"

            บุญมีสีหน้าอึดอัดเป็นอย่างมาก ราวกับว่าในใจกำลังต่อสู้กันอย่างหนักที่จะพูดสิ่งนี้ออกมา เขามองจ้องหน้าเดย์ เขาไม่ต้องการมองให้ใครว่าน้องชายของเขาประหลาด หรือมองอย่างเหยียดหยามดูถูก แต่คนๆ นี้คือเพื่อนรักที่สุดของน้องชายเขา บัวเคยบอกว่าระหว่างตนกับเดย์ไม่มีเรื่องปิดบังกัน ฉะนั้นเรื่องนี้ เดย์ควรจะได้รับรู้และช่วยเขาแก้ไข

            บุญสูดลมหายใจเข้าปอด ก่อนจะค่อยๆ เอ่ยปาก

            “บัว... บัวบอกว่าตัวเองไม่ได้เป็นอะไร แต่บัวแปลกไปมาก ตั้งแต่คืนนั้นที่บัวอ้วกจนหมดไส้หมดพุง พอพี่พามาโรงพยาบาล ฟื้นขึ้นมาบัวก็บอกว่าแค่เหม็นสบู่เท่านั้น พอให้น้ำเกลือรับยาเสร็จพี่ก็พากลับบ้านพี่ แต่หลังจากนั้นกลายเป็นว่า บัวกินอะไรไม่ได้เลย ยิ่งพวกเค้ก คุกกี้ อาหารฝรั่งต่างๆ ได้กลิ่นนิดเดียวก็คลื่นไส้ไปหมด"

            “แล้ว...” เดย์ยังไม่เข้าใจ มันก็ดูเป็นอาการที่ไม่ร้ายแรงไม่ใช่หรือ ทำไมพี่บุญต้องเครียดขนาดจับบัวมาแอดมิทแบบนี้ด้วย

            “แต่บัว... บัวบอกว่าอยากกินแกงเหงาหงอด แกงชักส้ม ขนมค้างคาว แสร้งว่ากุ้ง อะไรต่อมิอะไรเต็มไปหมด"

            “ฮะ!? ไอ้บัวเนี่ยนะ?”

            “แล้วพี่... พี่กับเมียไปเสิร์ชหาเมนูพวกนั้น มันเป็นอาหารโบราณหมดเลยเดย์ ทุกอย่างเป็นอาหารตำหรับอยุธยาแท้ๆ แล้วหน้าอย่างน้องชายพี่เนี่ยนะจะอยากกินอาหารแบบนั้น มันมาจากไหนกันเดย์ ปกติบัวไม่กินกะปิด้วยซ้ำ"

            “...”

            พอได้เล่าแล้วบุญก็หยุดไม่ได้ ได้แต่ระบายเรื่องที่กักเก็บในอกออกมาทั้งหมดโดยไม่ทันสังเกตเลยว่าตอนนี้เดย์มีสีหน้าเป็นอย่างไร

            “วันดีคืนดีบัวก็ตื่นขึ้นมาเป็นอีกคน แล้วจู่ๆ ก็อาการหนักจนใช้ช้อนส้อมกินข้าวไม่เป็น ต้องมาใช้มือนั่งเปิบข้าวเหมือนคนโบราณ กินได้แต่ข้าวคลุกกะปิ สบู่ก็ใช้กลิ่นอื่นไม่ได้นอกจากสบู่นกแก้ว แล้วอยู่ๆ วันหนึ่งบัวก็เดินมาหาพี่ บอกว่าไม่รู้วิธีติดตะขอกางเกงยีนส์! แล้วก็ไปเลาะเอาผ้าม่านในห้องมานุ่งเป็นโจงกระเบน!!"

 

            “เฮ้อ...”

            “ถอนใจอะไรวะไอ้หาญ"

            “เฮาห่วงบัว"

            “ห่วงเหรอ?”

            “ฮื่อ จะอี้มันผิดธรรมชาติ มานั่งพูดนั่งคุยกับเจ้ากรรมนายเวรของตัวเองจะอี้มันจะไปดีได้จะใด แต่เห็นบัวมีความสุขอยู่เฮาก็บ่กล้าขัด"

            “เฮ้ย คงไม่มีอะไรหรอกมั้ง...”

            “เหอๆ ตั๋วรอผ่อไปเต๊อะ ก็ขอให้ผีดีน่ะดีไปตลอดรอดฝั่งแล้วกัน"

            “เขามาเพราะรักนะ เขาคงไม่ทำอะไรบัวหรอก"

            “ก็ไม่จำเป็นว่าเขาต้องทำอะไรร้ายๆ นี่ คนกับผี... อยู่โตยกันแบบนี้พลังชีวิตมันจะสมดุลหรือ คอยผ่อเต๊อะ อีกสักประเดี๋ยวออกฤทธิ์แน่"

 

            “...คอยผ่อเต๊อะ อีกสักประเดี๋ยวออกฤทธิ์แน่"

 

            เดย์ซวนเซจนถึงกับต้องพิงกำแพงเพื่อพยุงตัว แต่เรื่องราวยังไม่หมดแค่นั้น

            “พี่ลองบังคับให้บัวอ่านฉลากไวน์ที่เป็นภาษาฝรั่งเศส บัวบอกว่าบัวอ่านไม่ออก บัวอ่านไม่ออกเลยแม้แต่ตัวเดียว มันจะเป็นไปได้ยังไงเดย์! พี่... พี่เรียนวิทยาศาสตร์มา แต่มาเจอแบบนี้พี่ไม่รู้จะทำยังไงแล้ว..."

            บุญยกสองมือกอดตัวเองเพราะขนลุกขนพองขึ้นมาขณะที่เดย์ยังหมดแรงจนเข่าอ่อน ตัวจะไหลลงไปกองบนพื้น ใบหน้าของคนรับฟังซีดเซียว

            “...แล้ว...แล้วเวลาบัวเดินผ่านเจ้ากี่วี่หมาของลูกๆ พี่ เจ้ากี่วี่จะเห่าไม่หยุดเลย มิหนำซ้ำบัวก็ซูบเซียวลงทุกวันๆ น้ำหนักจะเหลือแค่ปลายสี่สิบแล้ว พี่บอกตามตรงว่าพี่เป็นคนไม่เชื่ออะไรที่พิสูจน์ไม่ได้ แต่พอมันมาเกิดขึ้นกับน้องชายพี่ พี่ก็ไม่รู้จะทำยังไงแล้วจริงๆ หรือว่าพี่กำลังคิดมากแล้วโยงเรื่องราวไปเอง"

            “...พี่บุญ"

            “เดย์ ถ้าบัวมีเรื่องอะไรกระทบกระเทือนจิตใจมาจนทำให้นิสัยเปลี่ยน อย่างเช่นอกหักหรือผิดหวังอะไรมา เดย์บอกพี่เถอะนะ พี่จะได้เอาไปปรึกษากับจิตแพทย์ พี่ทนเห็นน้องชายตัวเองเป็นแบบนี้ไม่ได้แล้ว พี่ต้องรักษาบัวให้ได้"

            “พี่บุญ...”

            “เดย์เข้าไปดูบัวหน่อยนะ บางทีถ้าได้เห็นหน้าค่าตาเพื่อน บัวอาจจะดีขึ้น ตอนนี้บัวเหมือนคนพูดไม่รู้เรื่องเลย บัวไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองเปลี่ยนไปขนาดไหน"

            “พี่บุญ"

            เดย์เอื้อมมือไปจับลำแขนของนายแพทย์หนุ่มอย่างหนักแน่น ก่อนจะมองจ้องเข้าไปในดวงตาของพี่ชายเพื่อนรัก สะกดให้อีกฝ่ายพูดอะไรไม่ออก เดย์สูดลมหายใจเข้าลึกเต็มปอดแล้วจึงเอ่ยปาก

            “เดย์มีเรื่องเกี่ยวกับไอ้บัวจะเล่าให้พี่บุญฟัง แล้วเดย์ขอสาบานว่าเรื่องที่เดย์กำลังจะเล่า ทุกอย่างเป็นเรื่องจริงล้านเปอร์เซนต์"

 

 

- รฤกรัก -

           

 

            นายแพทย์หนุ่มที่ได้รับฟังเรื่องราวทั้งหมดถึงกับซวนเซไปบ้างจนต้องพิงกำแพงหน้าห้องพักฟื้นของน้องชาย ไม่อยากเชื่อว่าเรื่องที่ได้ฟังกับหูจะเป็นเรื่องจริงและอยู่ใกล้ตัวขนาดนี้ ก่อนบุญจะรีบตั้งสติ เขาเป็นพี่ มีหน้าที่ต้องดูแลน้อง เขาจะมามัวแต่อึ้งตะลึงไม่ได้

            นายแพทย์หนุ่มยืดตัวตรง เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงมั่นคง

            “แล้วตอนนี้เพื่อนคนที่ชื่อหาญอยู่ที่ไหน"

            “มันคงอยู่บ้านมันแหละครับถ้าไม่ได้ไปดูดวงหรือดูฮวงจุ้ยบ้านลูกค้า พี่บุญไม่ต้องห่วง เดย์จะโทรหาไอ้หาญเดี๋ยวนี้เลย" เดย์รีบหยิบมือถือขึ้นมาทั้งที่มือยังสั่น บุญพยักหน้า ดวงตาวาววับ

            “ตามมาให้ได้นะเดย์ วันนี้ตอนนี้เลย ต่อให้น้องหาญเรียกเงินพี่สักห้าแสน พี่ก็จะยอมจ่ายทุกบาททุกสตางค์ ขอแค่ให้น้องชายพี่เป็นคนเดิม"

 

 

- รฤกรัก -

 

           

            “ตัวเอง...”

            “ไปยืน"

            “น้องซัน..."

            "ลุก"

            "ตัวเอง... แต่นี่มันตีห้าครึ่งนะ"

            “แล้วไง?”

            “เค้าก็ง่วงน่ะสิ!”

            หาญตวาดแว้ดใส่ซันที่ตอนนี้มีสีหน้าดุมาก หากทว่าคนตัวสูงก็เพียงมีสีหน้าน่ากลัวเหมือนเดิม

            “พี่อย่ามาอิดออด อย่าให้ซันต้องโมโหดีกว่า"

            หาญก้มหน้าคางชิดอก สุดท้ายก็ยอมจำนนลุกจากเตียงขึ้นไปยืนติดกำแพง แล้วร่างสูงใหญ่ของซันในชุดเครื่องแบบลูกเรือเต็มพิกัดก็ก้าวตามมา แค่ยืนห่างๆ ยังไม่ทันทำอะไรแต่ร่างของซันก็บังตัวหาญจนมิด

            “ตัวเอง... อย่าเปิดไฟดวงใหญ่นะ"

            “...”

            “เค้าขอร้อง ได้โปรดเถอะ"

            ซันยอมพยักหน้าเมื่อเห็นท่าทางราวกับลูกสุนัขหูตกของคนรัก ก่อนจะย่อเข่าลงไปนั่งยองๆ กับพื้น แล้วใช้มือใหญ่ดึงกางเกงนอนของร่างเล็กกว่าลงมา หาญเชิดหน้าขึ้น สองแก้มแดงก่ำเพราะอายจนไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน มันก็ใช่ว่าทำบ่อยแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะเลิกอายได้ง่ายๆ หาญอยากจะกัดลิ้นตาย ทำไมชีวิตของเขาต้องมามีแฟนขี้หึงขี้หวงขนาดนี้ด้วยนะ พ่อสุดหล่อกลับมาจากบินไกลๆ ทีไรต้องมาเช็กร่องรอยตามร่างว่าเขาแอบไปมีใครรึเปล่า ใครมันจะกล้าไปมีวะมึงโหดอย่างกับทหารนาซีแบบนี้ ชีวิตทุกวันนี้อย่างกับติดคุก

            มือหนาข้างหนึ่งลูบขาอ่อนที่เนียนมือขณะที่อีกข้างส่องไฟฉาย เช็กละเอียดไปทุกรูขุมขนแม้แต่ช่วงเท้าทั้งสองข้าง แม้แต่ข้อพับขาและหัวเข่าซันยังดู

            “อ๊ะ"

            หาญอุทานแผ่วเบาเมื่อเรียวขาที่หนีบเข้าหากันไว้ถูกจับให้อ้าออกกว้างจนต้องเขย่งสองเท้าไว้เพื่อพยุงตัว ก่อนซันจะคาบไฟฉายอันเล็กไว้ในปากแล้วส่องดูทุกร่องรอยไปจนถึงข้างใน ดวงตาคมหรี่ลงขณะสแกนยิบย่อยไปทุกผิวเนื้อขาวผ่อง หาญยกสองมือขึ้นปิดหน้าที่เห่อร้อนกับท่าทางเรทอาร์แบบนี้ มันเป็นความรัญจวนใจที่ไม่ควรจะเกิดขึ้นเลย อย่างไรเสียหาญก็เป็นมนุษย์คนหนึ่ง ย่อมมีเส้นประสาทที่ส่งความรู้สึกเหมือนคนทั่วไป

            คนตัวขาวอายจนแทบจะตั้งหน้าบนคอไว้ไม่ได้ ในใจสวดมนต์ขอให้ช่วงเวลาแห่งความทรมานผ่านพ้นไปโดยไว นี่ถ้าไม่รักไม่คบมานานบอกเลยไม่มีใครทนผีบ้าผีบออย่างซันได้แน่ หรือถ้าหาญรู้ว่าซันเป็นแบบนี้ตั้งแต่ต้น เขาอาจจะไม่ตกลงปลงใจด้วยก็ได้ ยิ่งคบยิ่งอาการหนักขึ้นทุกทีๆ อย่างที่บอกว่ารักกันมันก็ดี แต่นี่มันรักมากเกินไป แล้วพอหาญถามว่าไม่ไว้ใจกันเหรอ ซันก็ตอบมาว่า ไว้ใจ...แต่ไม่วางใจ... ทำเอาหาญได้แต่ปลงจนไม่รู้จะปลงยังไงแล้ว

            “แผลถลอกตรงต้นขาซ้ายนี่ไปโดนอะไรมา" เสียงทุ้มต่ำถามในความมืด หาญรีบตอบ

            “เค้าเดินไม่ระวังเมื่อวาน เลยชนขอบตู้"

            “เวลาซันไม่อยู่ พี่ดูแลตัวเองหน่อย"

            "...ครับ"

            "ซุ่มซ่ามทุกที เห็นแผลแล้วโมโหตู้เนี่ยแหละ พรุ่งนี้ย้ายที่เลย"

            หาญกัดริมฝีปากขณะที่ลมหายใจอุ่นร้อนของสจ๊วตหนุ่มรินรดไปทั่วขาอ่อนและบริเวณใกล้ส่วนอ่อนไหว คนตัวเล็กจิกเท้าลงกับพื้นขณะที่ซันมุดหัวเข้าไปในเสื้อนอนก่อนแล้วค่อยๆ เอื้อมมือขึ้นมาเลิกมันขึ้นจนกระทั่งถอดออกได้ บัดนี้พ่อหมอตัวขาวร่างเปลือยเปล่าจนแทบจะสะท้อนแสงในความมืด ซันลุกขึ้นยืดตัวเต็มความสูงร้อยแปดสิบสี่เซนติเมตร แล้วจับพลิกร่างเนียนมือดูทั้งหลังทั้งหน้า หาญได้แต่หลับตาปี๋เมื่อถูกสายตาคมๆ กวาดมองแบบนั้น พอซันปล่อยมือจากบ่าเป็นสัญญาณว่าไม่มีอะไรแล้วคนตัวเล็กก็ยกสองแขนขึ้นกอดตัวเองทันที

            เสียงทุ้มต่ำหัวเราะเบาๆ ในลำคอ

            “ตัวสั่นเชียว เป็นอะไร"

            “...เค้า...อาย...” หาญหันหลังมุดตัวเข้าหากำแพงตอบเสียงแผ่วเบา รู้สึกเหมือนหน้าจะระเบิดให้ได้ กี่ครั้งกี่หน หาญก็ไม่เคยทำใจได้สักที

            “ไม่เห็นต้องอาย ขาวใสขนาดนี้"

            “บ่าผีบ้า...”

            “ขวัญเอ๋ยขวัญมานะคนดี..."

            ร่างสูงรวบร่างเล็กกว่ามากอดแนบเต็มอก จุมพิตศีรษะแล้วไล่ลงไปจนถึงใบหน้า ก็นั่นแหละ... สำรวจร่างกายเสร็จแล้วมันก็ต้องลงเอยด้วยเรื่องแบบนี้ทุกที หาญรู้ตั้งแต่แรกแล้ว รู้ตั้งแต่ก่อนที่จะถูกรวบมากอดก่ายแล้วมีอวัยวะแข็งขืนของซันดุนดันสะโพก บางที...หาญก็คิดว่านอกจากเรื่องขี้หึงแล้ว ซันก็แค่หาความชอบธรรมเวลาจะปล้ำเขาหลังเลิกงานมากกว่า

            มือหนาแกะกระดุมเสื้อสูทของตัวเองออก ก่อนจะใช้มือขวาคลายปมเนกไทให้หลวมขณะที่สายตาคมที่หรี่ลงมองคนตัวขาวทำเอาหาญยิ่งเขินม้วนต้องหนีหน้าหลบยิ่งกว่าตอนโดนสำรวจร่างกายเสียอีก คนตัวเล็กถอยกรูด อย่างไรเสียซันก็หล่อมาก... ยิ่งเวลาแบบนี้จะยิ่งหล่อขึ้นจนอธิบายไม่ถูก

            จงใจถอดเข็มขัดเสียงดังเพื่อให้เสียงหัวเข็มขัดเหล็กดังกรีดใจอีกฝ่าย ยิ่งเห็นเวลาพี่หาญตัวสั่นเป็นลูกนกตกรังแบบนี้ซันชอบนัก มันปลุกโหมเพลิงในตัวให้ลุกโชนทุกที ไฟล์ทญี่ปุ่นไม่เหนื่อยเท่าไหร่เพราะผู้โดยสารรับมือง่ายแน่นอนว่าแรงย่อมเหลือมาก แต่ถ้าเจอไฟล์ทอินเดียหรือไฟล์ทยุโรปรวมไปถึงไฟล์ทอเมริกาที่ผู้โดยสารมักเรื่องมากนายศรัณยูจะกลับมานอนตายเป็นสิ่งแรกแล้วถึงค่อยตื่นมาทุกนู่นทำนี่ บางทีหาญก็สวดมนต์หนักมากขอให้แฟนอย่าได้ไฟล์ทเอเชียเยอะเลยเดือนนี้ ไม่งั้นแรงเหลือเยอะ ทำเอาคนที่บ้านจะตายทุกที

            “ฮันนี่... มานี่สิ...”

            “...”

            “มาหาผม...”

            “...”

            “เพราะถ้าผมต้องเป็นฝ่ายไปหา"

            “...”

            “ผมว่าฮันนี่ต้องตายคามือผมแน่ๆ"

            หาญเม้มปากหน้าขึ้นสีจัดกับเสียงทุ้มพร่ากระเส่า รู้ชะตาชีวิตตัวเองดีโดยไม่ต้องเปิดดวงดู แล้วก็รู้ด้วยว่าซันทำได้อย่างที่พูด

            แต่ไม่ตายคามือหรอก...น่าจะตายคาอกมากกว่า...

            “เด็กดี...”

            คนตัวสูงหัวเราะในลำคอเมื่อร่างขาวนวลกระเถิบเข้ามาในอ้อมแขนตัวเอง ซันก้มลงจูบหัวไหล่เปลือยเปล่าที่สั่นระริก

            “รักผม เป็นของผม อยู่กับผมนะฮันนี่"

            หาญยังคงหลับตาตัวสั่นสะท้านในอ้อมแขนแกร่งขณะกอดร่างสูงกลับ ยิ่งโตขึ้นซันก็ยิ่งตัวใหญ่จนแทบจะกอดเขาให้หายจมเข้าไปในอกได้ จนตอนนี้หาญจำร่างกายซันตอนสมัยคบกันแรกๆ ไม่ได้แล้ว ตอนนั้นเรายังตัวพอๆ กันอยู่เลยไม่ใช่หรือ ทำไมหาญหยุดโตแล้วแต่ซันยังไม่หยุดโตสักทีทั้งๆ ที่ก็ห่างกันแค่ปีเดียว ตอนนี้หาญทั้งเขิน ทั้งสยิว ทั้งกลัว มันเป็นความรู้สึกตีกันมั่วจนบอกไม่ถูกไปหมด

            มือใหญ่ลูบแผ่นหลังนวลเนียน ยังคงกระซิบพร่า

            “...แล้วไม่ว่าดาวว่าเดือน ผมก็จะหามาให้ฮันนี่...”

            “...”

            “ห้ามไปจากผมนะ"

            “...”

            “ผมรักฮันนี่คนเดียว"

            “...น้องซัน... อ๊ะ... อา...”

            เสียงหวานครางเมื่อถูกกดลงไปนอนบนเตียงก่อนจะถูกกระทำเร้าอารมณ์ ใบหน้าหวานเชิดขึ้นขณะถูกเคล้นคลึงไปทุกสัดส่วน ร่างใหญ่แทรกอยู่ตรงกลางระหว่างสองขาของเขา

            “ศรัณยู ผมบอกว่าผมชื่อศรัณยูฮันนี่”

            “อึก... ศรัณยู... อา... ศรัณยู...”


 

- รฤกรัก - 

           


            หลังสิ้นบทรักซันก็นอนกอดหาญหลับไปกันยันเที่ยง แข็งแรงยังไงก็ต้องนอนพัก ซันเป็นคนไม่ใช่โรโบค็อบ ทำไฟล์ทญี่ปุ่นเกือบหกชั่วโมงไม่รวมเวลาตอนต้องไปเตรียมตัวก่อนหน้าอีกยังไงมันก็เหนื่อยอยู่ดี ที่กลับมาทำเรื่องอย่างว่าไหวนี่แรงรักแรงคิดถึงล้วนๆ

            หาญค่อยๆ ขยับตัวหวังจะออกจากอ้อมแขนของแฟนตัวสูงอย่างเงียบเชียบ แต่ก็ต้องสะดุ้งร้องอุทานเมื่อถูกซันล็อกตัวไว้แน่น

            “จะไปไหน ไม่ให้ไป"

            “เค้าหิวข้าวอ่ะน้องซันนน"

            “กินซันสิ ซันอร่อยนะ"

            “คนบ้า มันจะไปอิ่มเหมือนกันได้ไงเล่า" หาญจะบ้าตายกับคำพูดของแฟน

            “ไม่ให้ไป คิดถึงจนจะบ้าแล้ว...”

            “ก็อยู่ด้วยกันอยู่นี่ไง ตัวเองจะคิดถึงอะไรอีกเนี่ย"

            “พี่ไม่เข้าใจซันหรอก" ซันกอดกระชับคนรัก มองดวงหน้าใสไปด้วย พอได้นอนเต็มอิ่มขึ้นมาก็มีแรงเหมือนโทรศัพท์มือถือแบตร้อยเปอร์เซนต์ นี่เขาโดนพี่หาญทำของใส่รึเปล่านะ ก่อนหน้านี้สมัยเรียนมัธยมเขาก็เคยมีแฟนตามประสานั่นแหละ แต่มันไม่เคยรักหลงใครได้นานเท่านี้เลย "มันรัก... มันคิดถึง... มันไม่อยากให้พี่ไปไหนเลย"

            “โอ๊ยยย แค่ไปกินข้าวข้างล่างเนี่ยนะ?”

            “เออ ไม่ให้ไป อยู่กับซันก่อน"

            “ไอ้ผีบ้า คนหิวข้าวก็ไม่ให้ไปอีก โว้ยยยย" หาญแหงนหน้าตะโกนขึ้นเพดานอย่างสุดทน "กูขอหุยกำเต้อะ ก๋านนักไบ้นักง่าว อะหยังปะล่ำปะเหลือนิ!"

            Rrrrrrrrr! Rrrrrrrrrr!

            เถียงกันงุ้งงิ้งๆ อยู่บนเตียงได้เพียงครู่เสียงริงโทนจากโทรศัพท์มือถือหาญก็แผดร้องขึ้นขัดจังหวะ ซันทำเสียงจึ้กจั้กอย่างขัดใจ

            “ไม่ให้รับ"

            “บ้า! อันนี้เกินไปแล้วน้องซัน ปล่อยเค้า"

            “ไม่เอาอ่ะ... ซันเพิ่งกลับมานะ"

            “ตัวเองก็ไปๆ มาๆ ตลอดอ่ะ ดื้อแบบนี้เดี๋ยวตีเลย"

            “นี่พี่ขู่ซันเหรอ? คิดว่าจะทำได้เหรอ?”

            “ปล่อยเค้าเถอะน้า น้าๆๆๆๆๆๆ"

            “เอ้า ก็ได้ รับแล้วกลับมานั่งนี่"

            หาญพยักหน้าแล้วรีบวิ่งไปหยิบไอโฟนที่ชาร์จไว้ ก่อนจะกลับไปนั่งบนเตียงที่เดิมตามที่พ่อตาดุมองขู่ แขนยาววาดไปรวบกอดเอวคนรักทันทีที่หาญกลับมา ปักคางตัวเองเอาไว้บนหัวไหล่บอบบาง

            “ฮัลโหลเดย์ มีอะหยัง?” หาญกรอกเสียงใส่โทรศัพท์ขณะที่ซันก็ยังคลอเคลียๆ ไม่หยุด ก่อนเสียงสั่นๆ เหมือนจะร้องไห้ของเดย์จะทำให้พ่อหมอชาวเหนือตื่นตัวเต็มสูบ

            (หาญ... เกิดเรื่องใหญ่แล้ว มึงช่วยมาที่โรงพยาบาลบำรุงลักษ์ที)

            “เดี๋ยว! มีอะไร ใครเป็นอะไร แล้วนี่มึงเป็นอะไรเนี่ย เกิดอะไรขึ้น?"

            หาญผลักซันออกไปจากตัวแล้วลุกขึ้นคุยโทรศัพท์อย่างจริงจัง เดย์สูดลมหายใจเข้าลึก ก่อนจะตะโกนใส่โทรศัพท์อย่างทนไม่ไหวอีกต่อไป

            (ไอ้บัวกำลังจะเป็นบ้า! ไอ้บัวมันกำลังจะเป็นบ้า!! หาญ ช่วยไอ้บัวด้วย...)

 

           

- รฤกรัก -

 

           

            “สวัสดีครับพี่บุญ ผมหาญครับ ส่วนนี่น้องซัน แฟนผม พอดีเขาช่วยขับรถมาให้" หาญที่รีบร้อนตรงดิ่งมาโรงพยาบาลพร้อมซันแนะนำตัวอย่างเร่งรีบขณะยกมือไหว้พี่ชายเพื่อน ซันเองก็เช่นกัน บุญพยักหน้า ยกมือขึ้นมารับไหว้กลับ

            “ไหว้พระเถอะ ขอบคุณมากนะที่รีบมาให้ขนาดนี้"

            “บัวเป็นเพื่อนผม ยังไงก็ต้องช่วยกันอยู่แล้วครับ"

            “หาญ... มึงจะเข้าไปหาไอ้บัวเลยไหม กู... กูไม่กล้าเข้าไป...” เดย์ที่หน้าซีดเสียงสั่นเอ่ยขึ้นมา ไม่ใช่ว่ากลัวผีจนไม่กล้าเข้าไปหาเพื่อน แต่เดย์กลัวจะเข้าไปพบกับสภาพของบัวที่หลอนอย่างหนักจนเขาทำใจไม่ได้ต่างหาก

            หาญพยักหน้า

            “เข้าไปเลย ไม่มีอะไรต้องกลัว"

            “ก่อนจะเข้าไปพี่ขอถามหน่อยได้ไหมว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับน้องชายพี่ น้องหาญช่วยบอกพี่หน่อยเถอะ"

            หาญหันไปมองหน้าพี่ชายเพื่อนแล้วเอ่ยปากบอก

            “อาการของบัว แถวบ้านหาญเรียกว่าเสียขวัญครับ"

            “เสียขวัญ?” พี่บุญ เดย์ และซันทวนพร้อมกัน หาญพยักหน้ายืนยันอีกครั้ง

            "ใช่ครับ คนเราทุกคนจะมีขวัญอยู่กับตัวไว้ปกป้องรักษาตัวเองจากภูตผีวิญญาณต่างๆ คนสมัยก่อนเวลาเกิดอะไรขึ้นถึงได้ชอบพูดว่าขวัญเอ๋ยขวัญมา แล้วตอนนี้บัวก็เสียขวัญไปแล้ว และยังเสียพลังงานชีวิตไปให้กับผีเจ้ากรรมนายเวรที่ตามกันอยู่เพราะว่าใกล้ชิดกันมากเกินเหตุ คนที่เสียขวัญจะมีอาการแปลกๆ ก่อนจะค่อยๆ ล้มป่วยแล้วก็ตาย..."

            “แล้วพี่จะทำยังไงได้บ้าง" บุญร้อนรนไปหมด เขาไม่ยอมให้น้องชายตายอย่างนี้แน่ๆ "น้องหาญ ช่วยพี่หน่อยเถอะพี่ขอร้อง จะเรียกเงินเรียกทองเท่าไหร่พี่ก็ยอม"

            “หาญไม่คิดเงินพี่บุญหรอกครับ บัวเป็นเพื่อนหาญ ยังไงหาญก็จะช่วยเพื่อนให้ได้" หาญพูดเสียงมุ่งมั่น "วิธีแก้ คือต้องกำจัดผีที่มากินขวัญของบัวไป"

            "หมายความว่า..." เดย์เสียงแห้ง

            "ใช่ ต้องทำอย่างนั้นแหละ ปล่อยไว้ไม่ได้แล้ว" หาญยืนยัน แล้วหันไปมองหน้านายแพทย์หนุ่ม "ก่อนอื่นขอหาญเข้าไปดูก่อนได้ไหมครับว่าบัวเป็นอะไรยังไงบ้างแล้ว"

            “บัวดูไม่เจ็บไม่ป่วยทางกายภาพอะไรเลย บัวคิดว่าตัวเองปกติดี ไม่ได้รู้ตัวเลยว่าตัวเองแปลกไปมาก...”

            หาญพยักหน้ารับฟัง

            “ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวพี่บุญเข้าไปก่อนนะครับ แล้วก็บอกบัวว่าพวกเรามาเยี่ยม เพราะถ้าบุ่มบ่ามกันเข้าไปแบบนี้ หาญกลัวว่าบัวมันจะตกใจจนต่อต้าน ตอนนี้มันก็รักผีเจ้ากรรมนายเวรมันมากด้วย ถ้ารู้ว่าเราจะมาจับพวกเขาแยกกัน บัวอาจจะอาละวาดได้"

            “ตกลง งั้นน้องๆ ตามหลังพี่มานะ เราค่อยๆ เข้าไปด้วยกัน"

            ทั้งสี่เดินตามนายแพทย์หนุ่มไปยังหน้าห้องพักที่บัวแอดมิทอยู่ บุญสูดลมหายใจเข้าลึกแล้วปั้นหน้ายิ้มแย้ม ก่อนจะเคาะประตูสองครั้งแล้วโผล่หน้าเข้าไป

            “ว่าไงบ้างเจ้าตัวยุ่ง ดูซิใครมาหา"

            “เฮ้ย! เดย์ หาญ ซัน!!”

            บัวตาโตร้องอย่างดีใจขณะที่เหล่าเพื่อนๆ ยิ้มไม่ค่อยจะออก บัวซูบซีดลงไปผอมจนเห็นร่องไหปลาร้าลึก หาญเรดาร์รวนไปหมด ทุกโรงพยาบาลเป็นที่ๆ มีผีเยอะมาก ตอนนี้หาญจึงเห็นควันขาวๆ รวมถึงเห็นรอยพิมพ์ของวิญญาณแว่บไปแว่บมาจนปวดหัว ปกติหาญจะสามารถเปิด-ปิดสัญญาณการรับรู้ แล้วถ้ามาที่แบบนี้ก็จะปิดไปเลย แต่เนื่องจากตอนนี้ต้องการจะช่วยบัวจึงปิดไปไม่ได้

            “มากันได้ไงอ่ะ"

            “ก็พี่บุญโทรบอกกูว่ามึงไม่สบายมาก กูก็เลยโทรบอกไอ้หาญ แล้วเราสามคนก็เลยนัดกันมาเยี่ยมมึง" เดย์ปั้นเรื่องขึ้นมาสดๆ พลางลากเก้าอี้ไปนั่งข้างเตียงบัว "ไงล่ะมึง หายไปเลยนะ ทำไมไม่ส่งข่าวคราวบอกพวกกูหน่อยวะ"

            “กูพยายามแล้วนะ แต่เหมือนอยู่ๆ กูก็ใช้ไอโฟนไม่เป็น ไม่รู้จะกดจะทำยังไง เลยเลิกพยายาม"

            “...”

            คำตอบพาซื่อของบัวทำเอาห้องเงียบกริบจนถ้ามีเข็มตกสักเล่มทุกคนก็ต้องได้ยินถ้วนหน้า เดย์แทบเป็นลมเมื่อได้ยินว่าบัวลืมแม้กระทั่งวิธีใช้โทรศัพท์มือถือ สีหน้าของเดย์จากที่ขาวซีดอยู่แล้วยิ่งซีดลงไปหนักกว่าเดิม

            “ว่าแต่นี่มึงป่วยเป็นอะหยังนิ?” หาญรีบชิงถามขึ้นมาทำลายบรรยากาศมืดมนพลางลากเก้าอี้ไปนั่งข้างเดย์ "ปกติก็แข็งแรงดีไม่ใช่รึ เครียดงานหรืออะไร"

            บัวยักไหล่

            “ก็ไม่ได้เป็นอะไร แต่พี่บุญนั่นแหละ บอกว่ากูไม่สบายมากอยากให้มานอนโรงพยาบาลให้น้ำเกลือ อะไรก็ไม่รู้ วุ่นวายไปหมด นี่อยู่มาสองวันแล้วเนี่ย" เจ้าตัวเล็กในชุดผู้ป่วยในของโรงพยาบาลบ่นอุบ หันไปแลบลิ้นปลิ้นตาให้พี่ชาย

            “พี่บัว... โอเคจริงๆ รึเปล่า"

            “โอเคสิ ทำไม พี่ดูไม่โอเคเหรอ?”

            บัวหันไปถามซันทันที ซันได้แต่ทำหน้าขรึม พูดไม่ถูก พี่บัวคงไม่รู้ตัวว่าตอนนี้สภาพน่าเป็นห่วงแค่ไหน

            “บัว นี่ พอดีมีลูกค้าดูดวงเปิ้นเอาหนังสือทานนี่มาให้เฮา เป็นของบริษัทเปิ้นนั่นแหละ เปิ้นทำเกี่ยวกับสื่อการสอนเด็กเล็ก อันนี้เป็นนิทานภาษาฝรั่งเศส ตั๋วเอาไปอ่านแก้เบื่อได้เน้อ"

            หาญหยิบนิทานเล่มเล็กจากกระเป๋าสะพายข้างผู้ชายให้เพื่อน บัวรับมาแล้วเปิดพลิกดูขณะที่ทุกคนได้แต่เงียบ

            “มึง... นี่ภาษาฝรั่งเศสแน่เหรอ"

            “แน่สิ" หาญพยักหน้า

            “แปลก... ทำไมกูอ่านไม่ออกเลยวะ"

            “...”

            “ทำไมในหัวเหมือนไม่เคยเห็นภาษาอะไรแบบนี้มาก่อนเลย ตัวอะไรเป็นตัวอะไร -- ”

            บัว!! มึงบ้าไปแล้ว!! มึงอยู่กับไอ้ผีนั่นจนมึงกำลังจะกลายเป็นบ้า!!

            “พี่เดย์ใจเย็นๆ!!” ซันรีบลุกขึ้นมาล็อกตัวเดย์ที่ผุดลุกขึ้นจากเก้าอี้เพราะทนไม่ไหวอีกต่อไป แต่เดย์ก็อาละวาดเนื่องจากความกลัวล้วนๆ ที่เห็นสภาพเพื่อนหลอนได้ขนาดนี้

            เย็นบ้าอะไร! ไม่เย็นอะไรทั้งนั้น! หาญ มึงไม่ต้องอารัมภบทอะไรแล้ว มึงกำจัดไอ้ผีเวรจากอยุธยานั่นออกไปจากบัวเดี๋ยวนี้!!

            “มึงพูดอะไรของมึงเดย์! ทำไมมึงพูดถึงพี่ชานยอลแบบนั้น”

            มึงกำลังเป็นบ้าโดยที่มึงไม่รู้ตัว!! หาญเอาสายสิญจน์คล้องมัน! จับไอ้ผีนั่นถ่วงน้ำไปเลย!!

            “มึงนั่นแหละบ้าไอ้เดย์! มึงนั่นแหละบ้า!!”

            “พี่เดย์! มีสติหน่อย!!”

            ซันปล่อยพี่!!

            “ปล่อยพี่ก็เข้าไปหาพี่บัวน่ะสิ!!”

            บัวมีสีหน้าหวาดกลัวไปหมดกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นตรงหน้า หาญยกสองมือขึ้นหวังจะเข้าไปปลอบบัว ค่อยๆ เอ่ยปาก

            “บัว... ตั๋วใจเย็นๆ เน้อ... ค่อยๆ ฟังเฮาก่อน..."

            “หาญ นี่มึงจะมาทำร้ายพี่ชานยอลเหรอ!! อย่าเข้ามาหากูนะ อย่าเข้ามา!!”

            “บัว! บัวฟังน้องหาญก่อน บัวอย่าเพิ่งเป็นแบบนี้สิ เพื่อนหวังดีนะบัว!"

            “นี่พี่บุญก็ร่วมมือกับไอ้พวกนี้ด้วยเหรอ!! พี่บุญไม่รู้อะไรเกี่ยวกับพี่ชานยอล! อย่าเข้ามานะ อย่าเข้ามาา!!!”

            บัวปาหมอนใส่ทั้งเพื่อนทั้งพี่อย่างบ้าคลั่งแล้วทำท่าจะปีนลงจากเตียงเสียให้ได้ บุญรีบพุ่งเข้าไปหาน้องชายขณะที่ซันปล่อยตัวเดย์แล้วพุ่งเข้าไปเช่นกัน หาญกับเดย์รีบตามไปสมทบขณะที่บัวดิ้นกรีดร้องอยู่บนเตียง

            “ปล่อยบัว!! บัวบอกให้ปล่อยบัว!! ปล่อยบัวววว!!!

            บัวดิ้นแรงราวกับมีพลังช้างสาร ดิ้นเสียจนเสาน้ำเกลือแทบจะล้มลงไปบนพื้นแต่บุญก็จับประคองมันไว้ได้ บัวส่งเสียงร้องโหยหวนไปทั่วห้องจนไม่น่าเชื่อว่าตอนนี้คนสามคนกำลังจะจับตัวบัวไม่ไหว เดย์กับหาญเริ่มแรงล้าขณะที่ตอนนี้เหลือแรงซันคนเดียวเป็นแรงหลัก

            “ซันจะจับไม่ไหวแล้ว!!” ซันแผดเสียงร้องขณะที่บุญรีบกลับเข้ามาช่วยกดตัวน้องชาย อีกมือหนึ่งของนายแพทย์หนุ่มกดปุ่มเรียกพยาบาลเป็นระวิง

            “ว้าย!”

            พยาบาลที่กระวีกระวาดเข้ามาร้องอุทานเมื่อเห็นสภาพสถานการณ์ที่เกิดขึ้น บุญร้องตะโกน

            “ไปเอา Valium 1 amp IV stat มา ไปเอามาตอนนี้เลย!!!”

            “ค่ะ!!”

            เพียงอึดใจเดียวพยาบาลสาวคนเดิมก็วิ่งกลับเข้ามาพร้อมกับอุปกรณ์ในมือ บุญหยิบหลอดเข็มต่อกับไซริงค์แล้วดูดยาขึ้นมา ก่อนจะปักฉีดเข้าสายน้ำเกลือใกล้ๆ ข้อมืออย่างรวดเร็ว คนป่วยดิ้นอาละวาดเปล่งเสียงกรีดร้องอยู่ได้ต่อเพียงไม่ถึงหนึ่งนาทีเท่านั้น ก่อนเจ้าบัวดอกน้อยจะนิ่งสนิทไปราวกับบัวเฉาทันใจ...



- รฤกรัก -

 

           

            เปลือกตาสีมุกเต้นระริกเมื่อพยายามจะเปิดตาตื่น ก่อนบัวจะรู้สึกได้ว่าตอนนี้ตัวเองกำลังอยู่ในที่ไหนสักแห่งที่เคลื่อนที่ได้ และเมื่อลืมตาขึ้นมาเต็มตา ก็พบว่าตัวเขาเองอยู่ในชุดใหม่ที่เป็นชุดไปรเวทแล้ว และตอนนี้ก็กำลังอยู่บนรถอัลพาร์ตของพี่บุญโดยที่มีพี่ชายและเพื่อนกับรุ่นน้องอีกสามคนอยู่กันครบ

            “มึงตื่นแล้วเหรอ"

            “อือ... มีอะไร... เกิดอะไรขึ้น...”

            “พี่บัวดื่มน้ำก่อน ซันซื้อมาไว้แล้ว"

            บัวรับน้ำจากขวดพลาสติกที่ซันยื่นให้มาจิบแล้วจึงมองใบหน้าที่มองตนอยู่ก่อน ยกเว้นพี่บุญที่ขับรถอยู่ แต่ก็ยังมิวายมองบัวอย่างเป็นห่วงผ่านกระจกมองหลัง

            “ทำไมทุกคนมองกูแบบนั้น กูเป็นอะไรไปเหรอ แล้วนี่สร้อยพระใคร"

            “ของกูเอง" หาญตอบ "นั่นองค์หลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืด มึงใส่ไว้ก่อนอย่าเพิ่งถอด ท่านจะปกป้องคุ้มครองมึงได้"

            “ทำไมมึงพูดแบบนี้อ่ะ กูงงๆ เหมือนความทรงจำไม่ปะติดปะต่อ แล้วทำไมหน้ากูคล้ำแบบนี้" บัวอุทานเมื่อมองเห็นเงาสะท้อนของตัวเองในกระจกมองหลัง "โห ทำไมกูผอมขนาดนี้วะ นี่มันอะไรกันเนี่ย เมื่อวานยังรู้สึกอ้วนๆ พองๆ อยู่เลย"

            ทั้งสามคนยังคงมองจ้องบัวอยู่อย่างนั้น แม้แต่เดย์ที่นั่งอยู่ข้างคนขับยังแทบจะปีนเบาะมาให้ได้ จนกระทั่งในที่สุด หาญก็เป็นผู้กล้าที่เปิดปากก่อนใคร

            “กูจะเล่าเรื่องทั้งหมดให้มึงฟังเดี๋ยวนี้แหละ มึงฟังแล้วตั้งสติ สงบ อย่าตีโพยตีพาย เข้าใจไหม"

            จากนั้นเรื่องราวทั้งหมดก็ถูกถ่ายทอดให้บัวได้รับฟังตั้งแต่ต้นจนจบ บัวได้แต่เงียบกริบพูดอะไรไม่ออก ที่ผ่านมาบัวรู้สึกว่าตัวเองปกติดีทุกอย่าง แต่พอได้มาฟังคนอื่นเล่าเรื่องตัวเองแบบนี้ถึงได้รับรู้ว่าตัวเองเปลี่ยนไปมากเพียงไร และมันไม่ใช่การกระทำที่ปกติหรือน่ายินดีเลย

            “...บัว มึงต้องทำใจนะ มึงปล่อยให้เขาครอบงำมึงแบบนี้ไม่ได้ อยู่คนล่ะภพกันแล้ว"

            “กู...เข้าใจ...” เสียงของเจ้าบัวดอกน้อยแห้งขอดราวบัวขาดน้ำ ถึงปากจะบอกว่าเข้าใจได้ และเข้าใจจริงๆ แต่มันก็ไม่ได้หมายความว่าบัวจะไม่รู้สึกอะไรเลย

            “กูรู้ว่ามันยาก แต่ของแบบนี้ผิดฝืนธรรมชาติ มึงรับปากพวกกูสิว่ามึงจะทำทุกอย่างเพื่อตัวมึงเอง"

            “...”

            “...บัว"

            เสียงแผ่วๆ ของบุญดังขึ้นทำให้บัวที่หันหน้าหนีออกไปมองวิวนอกหน้าต่างต้องหันกลับมาจนได้ บุญเอ่ย

            “รับปากพี่ได้ไหม"

            “...พี่บุญ"

            “รับปากพี่ได้ไหมบัว รับปากพี่สิ"

            “ฮือออออ"

            บัวร้องไห้โฮออกมา ความรู้สึกคล้ายตอนกำลังจะไปถอนสาบานกับพี่จอห์นนี่กลับมาอีกครั้ง แต่ครั้งนี้มันรุนแรงยิ่งกว่าครั้งนั้นหลายเท่านัก บัวรู้อยู่แล้วว่าเรื่องที่กำลังเป็นอยู่มันฝืนกฏของโลกมากแค่ไหน และบัวก็ยังมีคนที่รักบัวมากมายอยู่ในโลกนี้ ถ้าบัวเป็นอะไรไปแล้วแม่กับพี่บุญจะเป็นอย่างไร

            “รับปากพี่สิบัว"

            “บัว...ฮืออ...รับปาก...”

            เจ้าบัวดอกน้อยยอมรับปากก่อนจะปล่อยโฮเสียงดังลั่นรถ ในใจมันเจ็บเจียนบ้าที่ไม่มีทางออกที่ดีกว่านี้ แต่บัวก็โตแล้ว รู้ดีว่าอะไรควรอะไรไม่ควร บัวกำลังทำให้ทุกคนต้องลำบาก โดยเฉพาะพี่บุญ...พี่ชายสุดที่รักที่ดูแลบัวตั้งแต่บัวยังเล็ก

            ในวันที่พ่อผลักไสบัวและแม่ก็กลัวเกินกว่าที่จะปกป้องลูกชายคนเล็ก แต่พี่บุญปกป้องบัว

            พี่บุญไม่เคยทอดทิ้งน้องชายคนนี้เลย

            มือน้อยยกขึ้นกรีดน้ำตาหลังจากสะอื้นไห้อยู่เป็นพัก ก่อนบัวจะตั้งสติแล้วเอ่ยถามทุกคน

            “แล้วนี่พวกเรากำลังจะไปไหน"

            “ไปหาหลวงพ่อยอด เป็นหลวงพ่อที่กูเคารพนับถือ" เป็นอีกครั้งที่หาญเป็นฝ่ายตอบขึ้นมา "เรื่องมันไปไกลเกินกว่าที่กูจะจัดการได้แล้วเน้อ ให้หลวงพ่อช่วยเหลือมึงน่าจะดีกว่า"

            บัวพยักหน้า เอ่ยเสียงแผ่วเบาจากหัวใจ

            "ขอบคุณนะหาญ"

            “โฮ่ย ไม่ต้องขอบคุณอะหยังหรอก เพื่อนกันก็ต้องช่วยกัน"

            “รักมึงว่ะ ขอให้ซันรักซันหลงยิ่งๆ ขึ้นไปนะ"

            “โอ๊ย พ๊ออออ" หาญทำหน้าเข็ดขยาด "แค่นี้ก็พอแล้ว บ่เอามากไปกว่านี้แล้ว"

            “ทำไมครับ ซันรักพี่นี่ไม่ดีเหรอ"

            “ดีจ้า~”

            “ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆ"

            เดย์กับบัวแล้วก็พี่บุญหัวเราะออกมาพร้อมเพรียงกันเมื่อหาญหงอไปทันทีที่ถูกซันเสียงเข้มใส่ บัวถึงกับหายเศร้าไปครู่หนึ่ง

            “ตลกอ่ะ ชอบเวลามึงกลัวเมียอ่ะหาญ น่าร้ากกกกก"

            บัวหันไปหยิกแก้มเพื่อน ส่วนซันที่ได้ยินมองหน้าแฟนด้วยสายตาล้อๆ พลางยิ้มกรุ้มกริ่ม หาญได้แต่นั่งหน้าแดงก่ำปล่อยให้บัวหยิกแก้มโดยไม่พูดอะไรทั้งนั้น เรื่องบางเรื่อง... รู้กันสองคนก็พอแล้ว ไม่ต้องป่าวประกาศอะไรให้มากความ

            รถแล่นไปอีกเพียงครู่เดียวหาญก็บอกให้พี่บุญเลี้ยวเข้าซอยเล็กๆ ข้างหน้า และขับต่ออีกเพียงนิดเดียวก็ถึงวัดอันเป็นจุดหมาย ตอนนี้ทุกคนอยู่จังหวัดนครปฐมที่ไม่ห่างไกลจากกรุงเทพฯ เท่าไรนัก หาญโทรมานัดกับคนดูแลวัดและหลวงพ่อเอาไว้ก่อนแล้วว่าจะขอเข้ามาพบหลวงพ่อช่วงบ่าย มิให้รบกวนเวลาทำวัตรตอนเย็นแน่นอน นอกจากนั้นก็ยังได้คุยโทรศัพท์กับหลวงพ่อโดยตรงด้วย พอท่านทราบว่าอะไรเป็นอะไรก็รับปากว่าจะช่วยทันที บอกให้มาได้เลยท่านจะรอ

            ทั้งห้าก้าวเข้าไปในโบสถ์ เพียงเท่านั้นบัวก็รู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัวขึ้นมาแปลกๆ จนต้องกอดตัวเองเอาไว้ ข้างในมีพระสงฆ์ชราภาพรูปหนึ่งกำลังบ้วนน้ำลายลงในกระโถน หาญเป็นคนแรกที่รุดหน้าเข้าไป

            “กราบนมัสการครับหลวงพ่อ" หาญก้มลงนั่งพับเพียบกราบหลวงพ่อยอดสามครั้ง ทุกคนทำตามโดยมีบัวนั่งอยู่รั้งท้ายขบวน รู้สึกกระสับกระส่ายอย่างไรบอกไม่ถูก มันเดี๋ยวหนาวเดี๋ยวร้อนจนน่ารำคาญ

            “บัว ทำไมเหงื่อแตกซิกอย่างนี้ ลมเย็นสบายจะตาย" บุญลอบกระซิบ บัวได้แต่ส่ายหน้า

            “บัวไม่รู้...”

            “เอ้อ เจริญพรๆ กันนะ เป็นไงบ้างเจ้าหาญ เจ้าซัน ไม่พบหน้าเสียนาน"

            “งานยุ่งครับหลวงพ่อ" ซันพนมมือบอก มารู้จักหลวงพ่อยอดได้ก็เพราะพี่หาญนี่แหละพามาหา ให้ท่านเจิมหน้าผากรดน้ำมนต์ให้รวมไปถึงรับยันต์มาจากท่าน เนื่องจากคนตัวขาวเป็นห่วงว่าซันบินบ่อยๆ เดี๋ยวเกิดอุบัติเหตุไม่ดี มีของขลังพกไว้ก็อุ่นใจขึ้นมาระดับหนึ่ง "นี่ผมก็เพิ่งลงมากรุงเทพฯ เมื่อเช้ามืด บินติดๆ กันตั้งสี่ห้าวัน เดี๋ยวมะรืนนี้ไปต่ออีกแล้ว"

            “ดวงเอ็งมันก็แบบนี้แหละ ต้องทำงานที่อยู่ไม่ติดที่ มาถูกสายแล้วอีกหน่อยจะได้เป็นใหญ่เป็นโต แต่เอ็งน่ะต้องระวังเรื่องอารมณ์ร้อน มันจะทำทุกอย่างเสีย"

            “ครับ”

            “ไอ้หาญสบายดีนะ ยังใช้พลังพิเศษช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์เหมือนเดิมใช่ไหม แล้วที่นั่งยิ้มหน้าแฉล้มอยู่ข้างๆ นั่นใครล่ะนั่น"

            “ผมชื่อเดย์ครับหลวงพ่อ" เดย์พนมมือบอก ที่ได้แต่ยิ้มเก้อๆ เพราะทำตัวไม่ถูก

            “เอ้อ ไอ้นี่ราศีจับเชียว" หลวงพ่อพินิจมองหน้าเดย์ "เป็นคนสมองดีมาก ทำงานอะไรก็ไปไว แถมท่าทางเหมือนคนกำลังจะมีคู่ คู่ต่างชาติเสียด้วย"

            “เห็นบ่ล่ะ! เฮาบอกตั๋วแล้ว...”

            “บัว!!!

            เสียงบุญร้องอุทานดังลั่นเมื่อน้องชายเป็นล้มลมพับลงไป ทั้งกลุ่มแตกตื่น บุญกับซันรีบกระโจนเข้าไปหาร่างที่หมอบคว่ำไปบนพื้น บุญพลิกจับร่างบัวนอนหงายขณะที่ซันรีบช่วยยกขาทั้งสองข้างของบัวขึ้นมาตามความรู้ที่เคยได้รับจากการเทรนการปฐมพยาบาลเบื้องต้นสำหรับผู้โดยสารที่เป็นลมหมดสติบนเครื่องบิน เมื่อมีคนยกขาบัวแล้วบุญก็รีบเข้าไปตบบ่าน้องเพื่อเช็กอาการและสติทันที

            “บัว! บัวได้ยินพี่ไหม! บัว!!”

            “ไอ้หมาก!

            “...!!!”

            เสียงหลวงพ่อยอดตะโกนก้องทำเอาทุกคนสะดุ้งโหยง

            “ไอ้ชานหมาก!!

            “...ชานหมาก" หาญกับเดย์ทวนเสียงเบาแล้วมองหน้ากัน หรือว่า...

            “ไอ้หมาก!! ถ้าเอ็งยังดื้อด้านแบบนี้ ข้าจะไม่ปรานีแล้วนะ!” หลวงพ่อตะโกน "เอ็งอยู่คนล่ะภพกับเขาแล้ว เอ็งต้องปล่อยเขาไปตามทาง!”

            “บัว! ถ้าได้ยินพี่ให้ตอบสนองนะบัว" บุญยังคงพูดขณะคลายเสื้อผ้าน้องชายให้หลวมโดยที่ซันก็ยังยกขาร่างเล็กไว้อยู่

            ซ่า!

            หลวงพ่อยอดสะบัดกำคาหญ้าแห้งพรมน้ำมนต์ใส่ร่างน้อยที่นอนอยู่กับพื้นจนเปียกทั่วกันไปหมดทั้งพี่บุญทั้งซัน ร่างน้อยที่ถูกน้ำมนต์ฟื้นเฮือกเด้งขึ้นมาจากพื้นทันทีราวสั่งได้ หากแต่...

            ฟุ่บ!

            แหง็กๆๆๆ! แหง็กๆๆๆๆ!!

            “ซันนนนนนนนนน!!!!!” หาญหวีดร้องเสียงหลง “พี่บุญ!! พี่บุญช่วยน้องซันด้วย น้องซันชัก!!”









-----------------------------

ตั่วเจ้เจค

25% วันอังคารที่ 17 ตุลาคม 2017 เวลา 12:38 PM

50% วันพุธที่ 18 ตุลาคม 2017 เวลา 1:42 PM

160% วันพฤหัสบดีที่ 19 ตุลาคม 2017 เวลา 12:28 PM

200% วันพฤหัสบดีที่ 19 ตุลาคม 2017 เวลา 03:16 PM

 

  

โอ้เยยยยยยยยยยยย


ครบเต็มบทสักทีโว้ยยยย

บทนี้แต่งยากมาก แต่งยากมากกกกกกกกก TT_TT เหมือนรวมพลังทุกอย่างเอามาไว้ที่บทนี้อ่ะ เรื่องราวก็เริ่มเข้มข้นไปอีกจุดหนึ่งค่ะ

เอาล่ะสิ พลิกล็อกไหม น้องบัวหายแต่น้องซันชักเฉย จ่ะเฮ้ย! เพราะอะไรยังไงงงงงง


อ้อ ไม่ต้องกลัวไม่ต้องหลอนกันมากนะคะ บอกเลยไม่ดราม่าช่วงนี้หรอก 555 อันนี้แค่เป็นส่วนเล็กๆ เดี๋ยวยังมีมาให้ฟินกันอีกเยอะกับคู่หลัก แต่ช่วงนี้ทั้งพี่ผีทั้งน้องบัวยังใหม่ ก็เลยปรับตัวกันไม่ได้เช่นนี้นี่แหละ ที่ต้องวางเรื่องให้เป็นแบบนี้เพราะเดี๋ยวมันจะมีพาร์ทอดีตของทั้งคู่หลักคู่รองไง


นั่นล่ะค่ะ ชื่อจริงพี่สุดหล่อมาแล้วนะคะ เหนือความคาดหมายไหม ฮี่ๆๆๆๆๆๆๆ คนแต่งวางเป็นเรื่องเป็นราวเลยนะขอบอกกกกกก ไม่ได้จัดยัดสุ่มมั่วนะเออ


 

อ่านจบแล้วอย่าลืมคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้เจค สกรีมแท็กที่ #รฤกรัก ค่า

 

รักนะคะ จุ๊บๆ



อย่าลืมกดไลค์แฟนเพจเพื่อติดตามข่าวสารอันรวดเร็วกันนะคร้าบ

กระซิบนิดหนึ่ง ตอนนี้ 'รฤกรัก' มีสำนักพิมพ์มาติดต่อเยอะเลยเจ้า แต่เจคก็ยังมิใดตกลงปลงใจไปกับสนพ.ใด เพราะอาจจะพิมพ์เอง เอาเป็นว่าขบคิดอยู่เลยเพราะแต่ละแบบก็มีข้อดีข้อเสียต่างกัน

แล้วจะเอาความคืบหน้ามาแจ้งเรื่อยๆ นะคะ










ปล. วันนี้งานมหกรรมหนังสือวันแรก มีใครไปตำ #เพื่อนพี่ชายโหดหื่น #ฌอนมาลเบค หรือ #ฟิคพยัคฆ์คว่ำกวาง มาบ้างงงงง บอกคนแต่งให้ชื่นใจหน่อยเร้วววว









ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 178 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

17,232 ความคิดเห็น

  1. #17204 Masxy (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 19 กันยายน 2562 / 14:39
    ซัน เข้าขี้นจิตอ่อนๆนะ

    วงวารหาญน้อย

    -พี่ชานหมากนี่ก็เหลือเกิน

    สูบพลังชีวิตน้องบัว แล้วตัวเองก็หายไปจากตอนนี้เลย

    ไปสู่ภพภูมิตัวเองเถิดพ่อ
    #17,204
    0
  2. #17196 PANDA_BB (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2562 / 16:00
    .....โอ๊ยยย มันแบบ ขำอ่ะ จี้สุดตรงชื่อชาน5555ชานหมาก โอ๊ยยย ขำแต๊
    น้องซันแหง่กๆแล้วงืออ
    #17,196
    0
  3. #17186 Midories (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2562 / 23:38
    โอ้ยยย ชื่อจริงพี่เค้า วากฮ่าๆๆๆ ขำอ้ะ ตะบี้ตะบันขำ หลุดขำผ่าทะลุความเครียดเลยค่ะ -เราก็กำลังหน้านิ่วคิ้วขมวด ลุ้นอาการน้องบัวอยู่ อ่านมาเจอหลวงพ่อท่านเรียกชื่อพี่เค้าเท่านั้นล่ะ 555

    นี่ลุ้นมาก กลัวดราม่ามาก อยากให้น้องมีความสุข ไม่อยากให้น้องเศร้า จริงๆนะ
    #17,186
    0
  4. #16872 ❤ Little "B" ❤ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2561 / 11:59

    พี่ชานยอลชืื่อ-หมากสินะเนี้ย

    #16,872
    0
  5. #16808 mook (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2561 / 23:24

    บัวฟื้นแล้วซันจะเป็นอะไรต่ออ่า

    #16,808
    0
  6. #16783 fairylu_ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 13 เมษายน 2561 / 18:18
    โอ๊ยยน เกิดอะไรขึ้นกันแน่ น้องซันเป็นอะไร
    #16,783
    0
  7. #16726 Jibbam_2b (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 7 เมษายน 2561 / 00:41
    เราจะเป็นลมแล้ว
    #16,726
    0
  8. #16679 susehun (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 4 เมษายน 2561 / 09:24
    ขนลุกแล้วววววว
    #16,679
    0
  9. #16660 Veryblack (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 3 เมษายน 2561 / 13:38
    ขนหัวลุกเลยจ้าาาาา แงงง
    #16,660
    0
  10. #16555 คิมดงจุน (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 31 มีนาคม 2561 / 20:46
    ขณะนี้เวลา20:46ไม่กล้าอ่านแล้วเจ้าข้าเอ๊ยยยยยย กลัววววว
    #16,555
    0
  11. #16186 ddektting_zii (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 29 มีนาคม 2561 / 11:38
    นี่พูดจริงๆนะ ฟิคเรื่องนี้ควรอ่านตอนกลางวัน เคยทดลองอ่านตอนกลางคืนไปแล้ว อห.แม่เจ้า....//พี่ชานหมากของน้อง555
    #16,186
    0
  12. #15894 YoiSung (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 23 มีนาคม 2561 / 00:45
    กำลังเครียดๆพอเจอชื่อชานหมากปุ๊บขำพรืดเลยฮืออออออออ สนุกมากๆ อ่านต่อแป๊บบ
    #15,894
    0
  13. #15795 jjjkmyg (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 21 มีนาคม 2561 / 20:36
    ชานหมาก...ค่ะยอมรับว่าเหนือความคาดหมายมาก
    #15,795
    0
  14. #15551 cb_CB (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 19 มีนาคม 2561 / 23:28
    คือเราไม่ควรอ่านตอนที่ปิดไฟแล้ว
    #15,551
    0
  15. #15535 CBKSJMDYS (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 19 มีนาคม 2561 / 22:26
    โอ๊ยยแม่จะเป็นลมละว๊าเว๊ย
    #15,535
    0
  16. #12900 baekbow (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 1 มีนาคม 2561 / 16:57
    กรี๊ดดดดดดดด พี่บุญหล่อมากค่ะ แต่ไม่ใช่สิ ตอนนี้เราต้องโฟกัสซันกับบัวก่อน อิพี่ชานยอลกลายเป็นชานหมากไปแล้ววววววววว อย่าทำไรน้องนะ ฮือออออ แล้วทำไมซันชักล่ะ เกิดอะไรขึ้นนนนนน หลวงพ่อจะช่วยได้ไหมเนี่ย
    #12,900
    0
  17. #12852 [ZillO] (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2561 / 02:28
    ต๊ายยยย อยากได้พี่บุญ กรี๊ดดดดดดด
    #12,852
    0
  18. #12703 TOKI_FALIKIT (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2561 / 02:37
    ได้แต่สงสัยว่าทำไมเราต้องมาอ่านเวลานี้นะ..... /เกร็งไปหมดละเน้อ
    #12,703
    0
  19. #12671 หมี่กะทิ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2561 / 22:50
    กี้ดๆๆๆ พิชานหมากตะไมชื่อน่าเอ็นดูอย่างงี้ อ่านไปก็หลอนไปฮืออออ ;—;
    #12,671
    0
  20. #12578 Ja123 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2561 / 15:53
    ชานหมาก... น่ารักดีนะชื่อนี้อ่ะ 55555 ทำไมฮุนชักผีเข้าอ่อ หรือออกอ่า
    #12,578
    0
  21. #12563 san marion (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2561 / 10:58
    ทำไมเราขำ โดนน้ำมนที ผีออกกันถ้วนหน้าา555555
    #12,563
    0
  22. #12243 มุกึๆ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2561 / 06:58
    นี้จริงๆอ่านเมื่อคืนแต่น่ากลัวมาก เดี๋ยวนอนไม่หลับเลยมาอ่านตอนเช้า ฮือออ บัวอย่าเป็นไรเลยน้าาา
    #12,243
    0
  23. #12233 noo_parekapoom (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 31 มกราคม 2561 / 17:51
    โอยยย ชอบอะ คือชอบเรื่องลี้ลับแบบนี้อยู่แล้วแล้วยิ่งเอามาแต่งยิ่งตื่นเต้นอะ สนุกมาก
    #12,233
    0
  24. #12177 veszhezaa (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 30 มกราคม 2561 / 01:47
    กรีดดดด เซฮุนนน
    #12,177
    0
  25. #11198 Kondiao ~ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 9 มกราคม 2561 / 21:15
    บัวจะเป็นยังไงต่อไปนะ พี่ชานยอล คือชานหมาก หลอนอ่ะ ซันอย่าเป็นอะไรนะ
    #11,198
    0