The Scientist Emperor จักรพรรดิสังกัดวิทย์

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 715 Views

  • 7 Comments

  • 57 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    36

    Overall
    715

ตอนที่ 7 : ตอนที่ 6 - ความลับของศิลา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 125
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 13 ครั้ง
    7 ม.ค. 62

 The scientist emperor

จักรพรรดิสังกัดวิทย์


ตอนที่ 6 ความลับของศิลา

 

                ณ ทวีปเซ้าไลน์ ภายในราชอาณาจักรเบอร์เมเซีย

                เฟลิน่ากำลังมองออกไปนอกหน้าต่างจากภายในห้องของเธอเอง ในใจกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่างอยู่ เธอเหม่อลอยขนาดที่คนรู้จักเข้ามาในห้องแล้วเธอยังไม่สังเกตเห็น

                “องค์หญิง กำลังคิดอะไรอยู่เหรอเพคะ

                คำถามนั้นทำเอาเธอสะดุ้ง ต้องหันกลับไปมองผู้มาเยือน “อ้าว แคทเธอรีน มาตั้งแต่เมื่อไหร่

                “ข้าเพิ่งมาเมื่อครู่นี้เอง ไม่ทราบว่าท่านกำลังคิดถึงเรื่องอะไรอยู่หรือเพคะ

                “ข้ากำลังคิดถึงเรื่องชายคนนั้นอยู่

                “ชายคนนั้น? คนไหนเหรอเพคะ

                “ก็คนที่ช่วยเราวางแผนทำลายทัพมอดอร์นั่นไง

                “ข้าจำเขาไม่ได้หรอกเพคะ ได้ยินแต่องค์หญิงเล่าถึงเขาอยู่คนเดียว

                “ก็คนที่ข้าให้ท่านหาม้าให้เขาไงล่ะ คนที่ขี่ม้ามากับข้าในตอนแรก

                ผู้เป็นบ่าวยืนนึกอยู่ครู่หนึ่ง แต่ว่าเธอก็ยังนึกไม่ออก

                ตอนนั้นสงครามมันวุ่นวายมาก ข้าจำไม่ได้หรอกเพคะ

                ถ้างั้นก็ช่างเถอะ ผู้เป็นองค์หญิงตัดบท แล้วหันกลับไปมองนอกหน้าต่างตามเดิม

                แล้วเขาหายไปไหนแล้วล่ะเพคะ

                ข้าก็ไม่รู้ วันรุ่งขึ้นจู่ๆเขาก็หายไป ทั้งที่สัญญาว่าจะไปกรีนนิชกับข้าแท้ๆเฟลิน่าตอบด้วยเสียงเศร้าๆ

                ถ้าเขาไปกรีนนิชก็ใกล้ๆนี่เองน่ะสิเพคะ ท่านก็แค่ไปหาเขาก็หมดเรื่อง

                ข้าไปมาแล้ว ไม่เจอร่องรอยของใครเลย

                บางทีเขาอาจมีธุระไม่อาจอยู่ที่นี่ได้ แล้วเหตุท่านต้องสนใจเขาด้วยล่ะเพคะ

                คำถามเมื่อครู่ทำเอาเฟลิน่าถึงกับสะอึกไปเล็กน้อย เธอก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะตามหาเขาไปทำไม เธออยากขอบคุณที่เขาช่วยอาณาจักรไว้ หรืออยากให้เขากลับมาคอยช่วยปกป้องอาณาจักรต่อไป หรือว่าบางทีแค่อยากพบหน้าอีกครั้ง อยากถามว่าทำไมถึงไปโดยที่ไม่ล่ำลา ไม่รู้ว่าเหตุผลใดกันแน่ เธอเองก็ไม่แน่ใจตัวเองเหมือนกัน

                นั่นสิ ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน

                แคทเธอรีนเห็นท่าทางของเธอจึงยิ้มออกมาเบาๆ ทำเอาเฟลิน่าถึงกับงุนงง

                ทะท่านหัวเราะอะไร

                เปล่าเพคะ ข้าแค่ไม่คิดว่าองค์หญิงจะสนใจชายใดด้วย

                กะ ก็ข้าสนใจเขา แล้วมันผิดตรงไหน เฟลิน่าถามพลางขมวดคิ้ว

                ผู้เป็นบ่าวยังคงยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เมื่อเห็นท่าทีของอีกฝ่าย แคทเธอรีนคิดว่าองค์หญิงคงกำลังชอบชายคนนั้นโดยไม่รู้ตัว บางทีคงเป็นเพราะเธอยังเด็ก และวันๆอยู่แต่ในปราสาท เลยไม่เคยเจอคนที่เธอถูกใจ นี่อาจเป็นครั้งแรกเธอก็เลยยังไม่เข้าใจ

                แต่ถ้าท่านไม่รู้ว่าเขาไปไหนแบบนี้ แล้วจะตามหาเขาเจอได้ยังไงล่ะเพคะ

                ข้าคิดว่าข้ารู้ ข้าเคยคุยกับเขา ข้าเชื่อว่าเขาต้องอยู่ที่อาวาลอนแน่

                องค์หญิงหมายถึงอาวาลอนแห่งทวีปนอร์ทไลน์น่ะเหรอเพคะ

                ใช่ เขาเคยเล่าให้ข้าฟัง เขาบอกว่าอาณาจักรอาวาลอนคือที่ๆเขาต้องไปเฟลิน่าบอก แต่ว่ามันมีอุปสรรคใหญ่หลวงในการที่จะไปที่นั่นแน่นอนว่ามันไกลจากที่นี่มากๆ ท่านพ่อกับท่านแม่คงไม่มีวันอนุญาต

                เฮ้อ นั่นสินะเพคะ แคทเธอรีนก็กลุ้มใจแทนชายคนนั้นก็เหลือเกินจริงๆ องค์หญิงของข้าหน้าตางดงามถึงเพียงนี้ ยังต้องเล่นตัวให้ไปตามหาเขาอีก

                ขะ ข้างดงามแล้วมันเกี่ยวอะไรกับการที่เขาต้องไม่ไปด้วยใบหน้าขององค์หญิงเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงระเรื่อ ก่อนจะเบือนหน้าไปทางกระจก แล้วเอ่ยถามอีกคำถามด้วยน้ำเสียงที่เบาลง

                แล้วเจ้าว่าข้างดงามจริงๆน่ะเหรอ

                แน่นอนสิเพคะ องค์หญิงน่ะ เอาแต่จับดาบฝึกวิชาก็เลยไม่สนใจ แต่ความงามของท่านเป็น1ใน2ของแผ่นดินนี้เลยนะเพคะ

                พวกเขาพูดกันแบบนั้นจริงเหรอ เฟลิน่าถามย้ำขณะมองตัวเองในกระจก

                แคทเธอรีนพยักหน้าตอบแล้วยังแนะองค์หญิงต่อ แต่เรื่องที่ท่านจะไปอาวาลอน ก็ไม่ใช่ปัญหาซะทีเดียวนะเพคะ

                เฟลิน่าได้ฟังก็รู้สึกตื่นเต้น เธอละสายตาจากกระจกหันมาถามทันที จริงเหรอ

                ข้าได้ยินมาว่าหลังจากที่อาณาจักรวาฮาล่าล่มสลายด้วยฝีมือของพวกมอดอร์นั้น ทางกษัตริย์ไคก้าของอาณาจักรบริททาเนียจึงพยายามเรียกประชุมเหล่ากษัตริย์ฝ่ายออสเมียทั่วโลก ในอีกหนึ่งเดือนให้หลังนี้ แน่นอนว่าพวกเขาเชิญพระบิดาของท่านในฐานะแขกคนสำคัญด้วย ท่านก็แค่ขอตามพระบิดาไปด้วย ก็ไม่น่าจะมีปัญหานะเพคะ

                จริงด้วยสิ บริททาเนียกับอาวาลอนอยู่ทวีปนอร์ทไลน์เหมือนกันนี่นา แผนของท่านช่างวิเศษจริงๆ เฟลิน่าตอบด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

                แต่ว่าถ้าองค์หญิงอยากให้เขาสนใจท่านบ้าง ท่านต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองซะใหม่นะเพคะ

                เปลี่ยนเหรอ? เปลี่ยนยังไง?”

                ท่านต้องแต่งตัวแต่งหน้า แล้วท่านก็ต้องไม่พกดาบไปไหนมาไหนแบบนั้นด้วยเพคะ

                เฟลิน่าได้ยินเช่นนั้นก็ลังเลนิดหน่อย แต่ก็ยอมทำตามที่อีกฝ่ายแนะนำ

                ก็ได้…”

               

                ทางฝั่งทวีปนอร์ทไลน์ภายในอาณาจักรอาวาลอน หลังจากที่เลออนและทีเรี่ยนได้ศิลามังกรไปแล้ว พวกเขาก็ได้ยินข่าวว่าแม่ทัพคีเวลแอบกว้านซื้ออาวุธทุกชนิดที่เป็นดาบไปซะจนหมดเมือง ไม่ว่าจะเป็นดาบเก่าดาบใหม่ ทำเอาเด็กหนุ่มจากต่างโลกถึงกับสงสัยว่าทำไมต้องทำแบบนั้นด้วย

                ข้าไม่เข้าใจ หมอนั่นทำไมต้องซื้อดาบไปเยอะขนาดนั้น จะเอาไปเปิดร้านดาบอบนวดรึไง เลออนถาม

                เขาเองก็รู้ความลับของศิลามังกรเหมือนกันกับข้า คงตั้งใจจะหาดาบในตำนานนั่นให้เจอแน่ๆ ทีเรี่ยนตอบ แต่คำตอบของทีเรี่ยนทำเอาเลออนยิ่งอยากรู้มากขึ้นไปอีก

                เจ้าหมายความว่าไง หาดาบในตำนานอะไร

                เฮ้อ…” ทีเรี่ยนถอนหายใจอย่างไม่มีทางเลือกความจริงมันเป็นความลับสุดยอดที่กษัตริย์คูมันเล่าให้แค่ทหารคนสนิทฟังเท่านั้น ว่ากันว่าศิลามังกรนั้นดูผิวเผินเหมือนจะเป็นแค่หินธรรมดาโบราณทั่วไป แต่ว่ามันมีความลับสำคัญซ่อนอยู่

                เล่าต่อสิ

                ทีเรี่ยนหันมองซ้ายขวา เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีคนแอบฟังที่พวกเขาคุยกัน

                ว่ากันว่าดาบเอ็กซ์คาลิเบอร์น่ะเป็นดาบวิเศษ มันจะเผยตัวตนออกมาเมื่อได้สัมผัสกับศิลามังกรเท่านั้น เพราะงั้นตอนนี้มันอาจเป็นดาบธรรมดาทั่วไป หรือไม่ก็ดาบขึ้นสนิมก็ได้ พันปีมานี้ถึงไม่มีใครหาดาบเล่มนี้เจอเสียที

                อ๋อเข้าใจละ คีเวลคงอยากครอบครองดาบเอ็กซ์คาลิเบอร์ในตำนานนั่น พูดง่ายๆคืออยากโหดกว่าใครเพื่อนว่างั้น

                ได้ฟังทีเรี่ยนถึงกับงุนงงพี่เลออน โหดกว่าใครเพื่อนนี่หมายถึงยังไง

                ก็แบบว่า อยากจะเก่งกว่าใครเขา สรุปว่าอยากเก่งที่สุดในโลกนั่นแหละ

                อ๋อ นั่นก็ใช่ แต่ว่ามันไม่ได้มีแค่นั้น

                ยังมีเหตุผลอื่นอีกรึไง

                ทีเรี่ยนหันมองซ้ายขวาเผื่อว่าจะมีคนได้ยิน เมื่อเห็นว่าไม่มีจึงกระซิบให้เลออนฟังเบาๆ

                คือว่าหมู่นี้ชาวบ้านลือกันให้ทั่วว่าศิลามังกรน่ะแท้จริงถูกขโมยไปแล้ว แถมกษัตริย์คูมันน่ะ ตอนนี้ก็อายุมาก และยังไม่มีผู้สืบราชบัลลังก์อีกต่างหาก ดังนั้นเขาตั้งใจจะเอาศิลามังกรของจริงออกมาให้เหล่าประชาชนได้ดู และเฟ้นหาผู้สืบทอดกษัตริย์คนต่อไป

                ได้ฟังเลออนก็คิดว่าเป็นแผนที่ดี ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว ได้ทั้งกษัตริย์ใหม่ได้ทั้งซื้อใจประชาชน

                ว่าแต่ว่าจะเฟ้นหายังไง

                เขาจะให้ประชาชนแต่ละคนนำดาบของตนเองไปทดสอบกับแผ่นศิลามังกร ถ้าดาบของใครเผยออกมาว่าเป็นดาบเอ็กซ์คาลิเบอร์ เขาจะมอบตำแหน่งกษัตริย์ให้คนผู้นั้น

                เข้าใจละ มิน่าเจ้านั่นถึงอยากขโมยแผ่นศิลามังกรไป แถมกว้านซื้อดาบไปซะหมดเมือง คงจะซื้อไปลองทุกเล่มแน่ๆ

                ถูกต้อง แล้วต่อให้ดาบที่เขากว้านซื้อไม่มีดาบเอ็กซ์คาลิเบอร์เลย ข้าคิดว่าเขาก็คงไม่คิดจะมอบศิลามังกรคืนให้กษัตริย์คูมันหรอก เขาคงจะเอามันไปทำลายทิ้งมากกว่าทีเรี่ยนบอก

                ทำไมล่ะ หรือว่าเขาเป็นผู้สืบทอดหมายเลขหนึ่ง ที่จะสืบบัลลังก์ต่อเลออนเดา

                พี่เลออนเดาได้ถูกแล้ว ตอนนี้เขาน่ะมีอำนาจรองจากกษัตริย์เลยล่ะ เป็นมือขวาของพระราชาเลยก็ว่าได้ ถ้าไม่มีใครพบดาบเอ็กซ์คาลิเบอร์ เขาก็จะได้ขึ้นเป็นกษัตริย์แทน เคราะห์ดีที่ได้แผนของท่าน ป่านนี้เขาคงเอาดาบที่ซื้อมาไปทดสอบกับศิลามังกรปลอมนั่นอยู่

                ทดสอบจนมือบวมจ้างให้มันก็ไม่เปลี่ยนเป็นดาบเอ็กซ์คาลิเบอร์หรอก ฮะฮะ เลออนหัวเราะเบาๆ ทีเรี่ยนเองก็ชอบอกชอบใจด้วย

                พรุ่งนี้ข้าจะรีบนำศิลามังกรของแท้ไปถวายพระราชา ข้าอยากรู้ว่าคีเวลจะทำหน้ายังไง

 

                เช้าวันรุ่งขึ้นก็ถึงเวลาส่งมอบสิ่งของ ราชาคูมันผู้เป็นกษัตริย์แห่งอาณาจักรอาวาลอนแห่งนี้ กำลังนั่งรอแผ่นศิลามังกรอย่างใจจดใจจ่อภายในห้องโถงของเขา ส่วนด้านข้างมีแม่ทัพคีเวล กำลังยืนรอการมาของทีเรี่ยน

                ข้าอยากเห็นเร็วๆจัง ข้าทนรอมาตั้ง12ปี นึกว่าจะไม่ได้เห็นมันอีกแล้ว กษัตริย์คูมันพูดอย่างตื่นเต้น เขาเป็นชายร่างอ้วน สูงพอประมาณ มีหนวดเคราสีดำ ใบหน้าดูแก่ชรา อายุราวๆ60ปี

                ท่านอย่าเพิ่งคาดหวังมากจะดีกว่าครับ แม่ทัพคีเวลกล่าวกับผู้เป็นกษัตริย์

                เจ้าหมายความว่ายังไงรึคีเวล?”

                แม่ทัพทีเรี่ยนมักจะทำงานไม่รอบคอบ ข้าเกรงว่าอาจจะเกิดอะไรผิดพลาดขึ้นก็ได้

                ก็ไหนเจ้าเป็นคนให้ข้าส่งเขาไปไม่ใช่รึ ไม่เช่นนั้นข้าคงส่งเจ้าไปแล้ว

                ตอนนั้นข้าเองก็คิดไม่รอบคอบ ข้าแค่อยากให้เขาช่วยสร้างผลงาน ได้ยินว่าเขาอยู่กับท่านมาเป็นสิบปีแล้ว

                แต่ข้าเชื่อว่าแม่ทัพทีเรี่ยนต้องไม่ทำให้ผิดหวัง นั่นไง เขามาพอดี

                ทีเรี่ยนเดินเข้ามาภายในห้องโถง รีบเข้าไปคุกเข่าคำนับพระราชาทันที คำนับพระราชา ก่อนจะลุกขึ้นยืน ตัวเขาไม่ได้ถือศิลามังกรมาด้วย ทำให้ผู้เป็นกษัตริย์รู้สึกสงสัย

                กษัตริย์คูมันไม่รอช้า รีบเอ่ยถามทันที แม่ทัพทีเรี่ยน แล้วศิลามังกรที่ข้าให้ท่านไปเอามาล่ะ

                คือว่า ระหว่างทางที่ท่านให้ข้าไปนำศิลามังกรมา เจอโจรป่าหลายคนดักซุ่มทำร้าย ทำให้เหล่าลูกน้องของข้าล้มตายกันหมด มีเพียงข้าที่รอดมาได้ ศิลามังกรก็ถูกชิงไปด้วย

                ว่าไงนะ!” คำรายงานเมื่อครู่ทำเอากษัตริย์คูมันกริ้วไม่น้อย

                แม่ทัพทีเรี่ยนท่านทำงานประสาอะไร ข้าอุตส่าห์ไว้ใจให้ท่านทำงานใหญ่ แต่กลับพลาดท่าให้กับพวกโจรป่าได้

                ได้เห็นพระราชาแสดงท่าทีโมโหโกรธาออกมา คีเวลที่ยืนดูอยู่ถึงกับยิ้มมุมปาก

                พระราชาโปรดใจเย็นไว้ก่อนครับ เผอิญข้าได้ชายหนุ่มคนหนึ่งช่วยเหลือ ศิลามังกรจึงปลอดภัย

                คำกล่าวเมื่อครู่ทำเอาพระราชาถึงกับสงบใจลงทันที แต่ทว่ากลับทำให้คีเวลตัวกระตุกเล็กน้อย

                แม่ทัพทีเรี่ยน ท่านวางแผนอะไรกันแน่ โกหกผู้เป็นราชามีโทษประหารนะ คีเวลกล่าว ไม่เข้าใจว่าอีกฝ่ายวางแผนอะไรอยู่

                ถึงคิวของเลออนปรากฏตัวแล้ว เขาค่อยๆเดินเข้ามาภายในห้องโถงอย่างช้าๆ พร้อมกับแบกแผ่นศิลามังกรมาด้วย ทำเอาคีเวลที่กำลังได้ใจถึงกับมองตาค้าง

                นี่ไง ศิลามังกรที่ท่านตามหา เลออนพูดพลางวางมันลงต่อหน้าผู้เป็นกษัตริย์

                คูมันจดจำมันได้ในทันทีที่เห็น ว่านี่คือศิลามังกรของแท้แน่นอนโอ้ ยอดเยี่ยมมาก ยอดเยี่ยม ดีมาก ดีมากจริงๆเขากล่าวชมเชยขณะมองศิลาตาค้าง ใบหน้าและอารมณ์ตื่นเต้นสุดๆที่ได้เห็นมันอีกครั้ง

                ท่านทั้งสองทำได้ดีมาก! ถือว่ามีความชอบใหญ่หลวง!” น้ำเสียงของเขาราวกับว่านี่เป็นความสุขที่สุดในชีวิต

                ข้าไม่อาจรับได้ครับ ความดีความชอบควรยกให้ท่านผู้นี้ดีกว่าทีเรี่ยนกล่าวพลางผายมือไปทางเด็กหนุ่มจากต่างโลก

                ขอบคุณท่านมาก ท่านเอ่อ…” คูมันยังไม่รู้จักชื่อของผู้ที่มาใหม่

                ข้ามีนามว่าเลออน รูทร่าครับ

                อ้า ท่านเลออน ท่านมีความดีความชอบใหญ่หลวงกษัตริย์คูมันเอ่ยชื่นชมด้วยอารมณ์เปรมปรีย์สุดๆ ท่านต้องการสิ่งใดเป็นการตอบแทน

                ข้าไม่กล้ารับหรอก ข้าเพียงแค่อยากอยู่ช่วยแม่ทัพทีเรี่ยน แค่นี้ข้าก็พอใจแล้ว

                ดีมาก!ตกลง ถ้างั้นข้าจะแต่งตั้งท่านเป็นรองแม่ทัพที่สอง คอยช่วยเหลือแม่ทัพที่สองทีเรี่ยน

                ได้ยินดังนั้นเลออนจึงยกมือขอบคุณขอบคุณท่านมาก

                ที่อึ้งที่สุดคงจะเป็นแม่ทัพที่หนึ่งคีเวล บัดนี้กำลังยืนตัวแข็งทื่อด้วยความโกรธ เขากำลังพยายามจับใจความว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ สรุปแล้วโจรพวกนั้นหลอกเขา หรือโจรพวกนั้นโดนหลอกอีกที

                เลออนที่เห็นคีเวลกำลังแน่นิ่งกำมือด้วยความโกรธนั้น จึงเดินเข้าไปทักทายเล็กน้อย

                ท่านนี้เองคือแม่ทัพที่หนึ่งควายเวล เอ้ยไม่สิคีเวล มีคนกล่าวว่าท่านองอาจกล้าหาญ ซื่อสัตย์ จริงใจ สมเป็นลูกผู้ชาย ข้าเพิ่งจะเคยพบท่านครั้งแรก นับถือๆ

                แม้จะพูดยั่วยวนไปแบบนั้น แต่อีกฝ่ายก็ยังคงนิ่ง เก็บอารมณ์เอาไว้สุดขีด เลออนจึงเดินไปจับมือเขา

                หูวว มือท่านนี่ร้อนจี๋เลย พองหน่อยๆด้วย คงไม่ใช่จับดาบเยอะเกินไปหรอกมั้ง ไอ้พวกดาบขึ้นสนิมน่ะ เขาไม่ให้จับมากๆหรอกนะ เกิดเป็นแผลขึ้นมาเป็นบาดทะยักก็แย่เลย ที่นี่คงไม่มียาฆ่าเชื้อหรอกจริงไหม

                คีเวลสะบัดมือของเลออนออกทันที พลางกำลังวิเคราะห์อยู่ในใจ ทำไมชายตรงหน้าถึงได้พูดแบบนั้นออกมา หรือจะรู้ว่าเขากว้านซื้อดาบไปทดลอง หรือว่าทั้งหมดจะเป็นแผนของมัน

                ชิวๆหน่า เลออนตบบ่าของอีกฝ่ายราวกับเป็นเพื่อนเล่นเฮ้อ จริงด้วยเมื่อวานก่อนที่ข้าจะมานี่ ข้าได้สลักเอาไว้ที่หินก้อนหนึ่งด้วยล่ะ มันเขียนว่าอะไรนะแด่เจ้าคนโง่ แต่ข้าไม่แน่ใจว่ามันหายไปไหนแล้ว

                ได้ยินดังนั้นคีเวลก็ยิ่งปรี๊ดแตกขึ้นไปอีก ไอ้หินแด่เจ้าคนโง่นั่นเขาเป็นคนเอาไปเอง เพราะคิดว่ามันเป็นศิลามังกร แสดงว่าทั้งหมดเป็นแผนของชายหนุ่มตรงหน้าแน่นอน แสดงว่าโจรที่เขาจ้างให้ไปขโมยศิลาก็ถูกหลอกมาอีกที

                ฮะฮะฮะ แต่ก็นะ มันหายไปแบบนั้นก็ดีแล้ว หินแด่เจ้าคนโง่ก็ให้คนโง่มันเอาไปนั่นแหละ

                คีเวลกำหมัดด้วยความแค้นสุดขีด เขาอยากจะชักดาบที่เหน็บอยู่ที่เอวแล้วฟันใส่เจ้าคนปากดีตรงหน้าให้ขาดสะบั้น จะได้หายแค้นใจ แต่ในตอนนี้เขาไม่อาจทำอะไรได้ ได้แต่อดกลั้นเอาไว้

                เอาเถอะ ข้าไม่รบกวนแล้ว พระราชาข้าขอตัวก่อน เลออนโค้งคำนับให้กับกษัตริย์คูมัน ก่อนจะเดินออกจากห้องไปพร้อมๆกับทีเรี่ยนที่ขอตัวลาเช่นกัน

 

                หลังจากที่ออกมาจากปราสาทมาเดินภายในเมืองแล้ว ทีเรี่ยนก็กล่าวชมเชยเลออนเป็นการใหญ่ ที่ตอกหน้าคีเวลได้อย่างสะใจ

                พี่เลออน ท่านเนี่ยยอดเยี่ยมมาก คีเวลผู้นั้นถูกท่านปั่นหัวซะไม่มีชิ้นดีเลย ฮ่าฮ่าฮ่า

                พวกใจโหดหน้านิ่งข้านี่ชอบนักล่ะ พวกนี้ต้องวางตัวเป็นผู้ดีรักษามาด ปั่นหัวได้ง่ายสุดๆ

                ข้าก็ยินดีที่พระราชาแต่งตั้งให้ท่านเป็นรองแม่ทัพ ได้ทำงานร่วมกับท่านทำให้ข้ารู้สึกอุ่นใจอย่างบอกไม่ถูก เพราะดูท่านจะฉลาดกว่าข้ามากเลยทีเดียว

                ว่าแต่เป็นรองแม่ทัพนี่ต้องทำอะไรบ้าง เลออนถามเพราะไม่รู้ เขาเคยเป็นทหารที่ไหน อยู่โลกเก่าเขาก็เป็นครูสอนวิทยาศาสตร์

                ไม่มีอะไรมาก ท่านก็แค่คอยตรวจตราบ้านเมือง คอยแก้ปัญหาให้ชาวเมือง

                แก้ปัญหาชาวเมืองเหรอ ปัญหาอะไรบ้าง

                ก็พวกปัญหาสารพัดร้อยแปด ผลผลิตไม่ขึ้น ที่ดินแห้งแล้ง น้ำท่วมไร่นา

                ได้ฟังแล้วเลออนก็ตะหงิดๆ เขาจำได้ว่ามาเป็นทหารไม่ได้มาเป็นขี้ข้า

                นั่นมันงานของพวกฝ่ายเกษตรกรไม่ใช่รึไง แต่พวกเราเป็นทหาร ต้องทำด้วยเหรอ

                ที่นี่เป็นอาณาจักรเล็กๆ ไม่เหมือนอาณาจักรบริททาเนียหรือเมสไซอา พวกเรามีประชากรน้อย ทหารก็มีน้อย ดังนั้นก็ต้องร่วมด้วยช่วยกัน

                แล้วตอนนี้ที่นี่ส่วนใหญ่มีปัญหาอะไรบ้าง

                ตอนนี้ส่วนใหญ่ก็เรื่องขาดแคลนน้ำ แม้น้ำน่ะอยู่ไกล อยู่แถวพรมแดนนู่น ทีเรี่ยนชี้ไปยังทิศใต้ที่มีแม่น้ำอยู่ ฝนก็ไม่ค่อยตก พืชผลตายหมด โชคดีที่ฝนตกเมื่อหลายวันก่อน เลยพอยื้อไว้ได้บ้าง แต่ข้าคิดว่ามันอีกนานเลยกว่าจะตก แน่นอนว่าข้าเสกฝนมาไม่ได้อยู่แล้ว

                พวกเจ้าไม่มีเวทมนตร์เสกฝนได้รึไง แบบว่าเรียกให้ฝนตกลงมาน่ะ ขนาดดาบทำให้ฟ้าร้องยังมีเลย

                ไม่มีเวทมนตร์อะไรยิ่งใหญ่ได้ขนาดนั้นหรอก แล้วดาบที่ทำให้ฟ้าร้องนั่นท่านคงจะหมายถึงดาบฟ้าลั่นของเซอร์เอเรกแห่งเบอร์เมเซียล่ะสิ นั่นน่ะเป็นศาสตราของเทพเชียวนะ แต่ว่ามันก็ทำให้แค่ฟ้าร้องเท่านั้นแหละ ทำให้ฝนตกไม่ได้

                แล้วไม่มีเวทมนตร์คอยลำเลียงน้ำในแม่น้ำมั่งเหรอ แบบเสกให้น้ำลอยเข้าไร่นาอะไรแบบเนี้ย

                ความจริงมันก็มีนะเวทมนตร์ที่ทำให้น้ำลอยได้ แต่ว่ามันก็ไปได้แค่สั้นๆ แทบจะช่วยอะไรไม่ได้ ส่วนใหญ่เอาไว้ใช้ต่อสู้กันเสียมากกว่า

                ทั้งสองคนเดินคุยกันผ่านเมืองไปเรื่อยๆ ระหว่างทางเลออนหันมองซ้ายขวาสังเกตบ้านเรือนไปในตัว ส่วนใหญ่บ้านจะทำจากไม้และหิน ถ้าเทียบกับโลกของเขาโลกนี้อาจจะถือว่าอยู่ในยุคกลางเก่า

                จริงสิ ที่นี่มีพวกมอดอร์มารุกรานบ้างไหม เลออนถาม เผื่อว่าที่นี่จะเป็นอย่างอาณาจักรเบอร์เมเซีย

                ไม่มีหรอก ที่ผ่านมายังไม่เคยมี คงเพราะที่อาณาจักรนี้อยู่เหนือสุดด้วย คิดว่าพวกนั้นคงจะไล่ตีพวกใกล้ๆก่อน อย่างบริททาเนีย หรือไม่ก็ทริสตัน

                เดินไปได้สักครู่พวกเขาก็ตัดสินใจนั่งพักในโรงแรมแห่งหนึ่ง ด้านล่างเป็นร้านอาหาร มีโต๊ะสำหรับนั่งกินข้าวอยู่หลายโต๊ะ พวกเขาเลือกนั่งโต๊ะที่ใกล้ที่สุด

                จริงสิท่านได้ยินข่าวอาณาจักรเบอร์เมเซียหรือยัง ทีเรี่ยนจำได้ว่ายังไม่ได้เล่า

                ข่าวอะไร?”

                ได้ยินว่าพวกมอดอร์นำทหารหลายหมื่นโหมบุกเข้าใส่เบอร์เมเซีย ตั้งใจจะทำลายให้ราบเหมือนที่ทำกับอาณาจักรวาฮาล่า แต่พวกเขาถูกกองทหารของเบอร์เมเซียแค่สามพันคนทำลายจนย่อยยับ ได้ยินว่าไม่เหลือรอดสักคน

                ได้ยินข่าวนั้นเลออนก็ยิ้มออกมาเบาๆ ความจริงได้อาณาจักรยูเรเซียช่วย แผนก็เลยสำเร็จได้ดีน่ะ

                อ๋อ แสดงว่าพี่เลออนคงได้ยินข่าวนี้แล้วล่ะสิ

                ก็ได้ยินมาบ้าง เลออนไม่กล้าบอก ว่าความจริงเขานี่แหละเป็นคนวางแผนทำลายทัพของพวกมอดอร์เอง แต่ใครจะเชื่อล่ะว่าเป็นฝีมือของเขา

                ใช่ แม้อาณาจักรยูเรเซียจะส่งทหารมาช่วยนิดหน่อย แต่ข้าว่านั่นก็ยังถือว่ายอดเยี่ยมมากสำหรับอาณาจักรเบอร์เมเซีย คิดว่าคงจะเป็นอุบายของเซอร์เอเรก ไม่เคยคิดเลยว่าเขาจะเก่งกาจถึงเพียงนี้

                เลออนได้แต่คิดในใจ ว่านั่นน่ะฝีมือของเขาเอง ส่วนเซอร์เอเรกที่พูดถึงน่ะหมอบไปตั้งแต่ฉากแรกเลย

               

                ถัดไปที่โต๊ะด้านขวาของเลออน มีชายหญิงคู่หนึ่งกำลังนั่งทานอาหารอยู่เช่นกัน แต่ว่าขณะที่กำลังทานอาหารนั้นเอง ก็เกิดเรื่องประหลาดกับผู้เป็นหญิงสาว สร้อยของเธอจู่ๆก็เปล่งแสงออกมา ทำเอาเธอประหลาดใจ

                อำพันของมิเนอร์ว่าจู่ๆก็เปล่งแสง

                อะไรนะฝ่ายชายถาม นั่นหมายความว่ายังไง?”

                ผู้ถือครองวิทยาศาสตร์ปรากฏตัวแล้ว คิดว่าเขาคงจะอยู่ใกล้ๆนี่เอง

 

จบตอน

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 13 ครั้ง

0 ความคิดเห็น