The Scientist Emperor จักรพรรดิสังกัดวิทย์

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 778 Views

  • 7 Comments

  • 54 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    8

    Overall
    778

ตอนที่ 6 : ตอนที่ 5 - ศิลามังกร

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 157
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 13 ครั้ง
    1 ม.ค. 62

 The scientist emperor

จักรพรรดิสังกัดวิทย์


ตอนที่ 5 ศิลามังกร

 

                เลออนลืมตารู้สึกตัวอีกครั้ง พบว่าตัวเองมาอยู่ในมิติขาวโพลน และกำลังล่องลอยไปอย่างช้าๆ ให้ความรู้สึกเคลิบเคลิ้มเพลิดเพลิน เขาจำที่นี่ได้ดี เพราะเคยมาแล้วก่อนหน้านี้ครั้งหนึ่ง ตอนนั้นก็คล้ายๆอย่างนี้ คือจู่ๆก็มาโผล่ที่นี่ โดยที่ไม่รู้ตัวเองเหมือนกันว่ามาได้ยังไง

                ชายหนุ่มจากต่างโลกจำได้ เมื่อคืนเขาต่อสู้กับพวกมอดอร์ เขาวางแผนเล่นงานพวกมันจนยับเยิน ช่วยให้อาณาจักรเบอร์เมเซียปลอดภัย เขาจำได้ว่าเจ้าหญิงเฟลิน่าจะพาเขาไปหาพ่อแม่เธอ และพาเขาไปยังกรีนนิช ไปยังเมืองที่เขาคิดว่าอาจจะมีเบาะแสอะไรบางอย่าง จากนั้นเขาก็งีบหลับไปจากความเหน็ดเหนื่อยของสงคราม แล้วจู่ๆก็มาโผล่ที่นี่อีกครั้ง

                เจ้าทำได้ดีมาก ชายชราคนเดิมที่อยู่มิตินี้พูด ทำเอาเลออนต้องหันมองไปทางเขา

                คุณหมายถึงที่เบอร์เมเซียน่ะเหรอ

                นั่นคืออาณาจักรเก่าแก่ อยู่คู่กับโลกออสเมียมานานแล้ว

                “ขับไล่พวกนั้นไปแล้ว ถ้างั้นภารกิจของผมก็จบสิ้นแล้วสิ

                “สงครามมีอยู่ทั่วทุกหนแห่งเลออน ยังมีที่นอร์ทไลน์ ที่นั่นหนักหนาไม่แพ้กัน

                “ถ้างั้นผมต้องทำยังไงต่อ

                “วาลฮาร่าล่มสลายแล้ว หลายอาณาจักรแย่งกันขึ้นเป็นใหญ่ เจ้าต้องทำอย่างที่ข้าเคยทำ

                “ทำยังไง?”

                “ทำอย่างที่เจ้าควรทำ  แล้วก็ ถึงเวลาที่เจ้าจะต้องใช้มันแล้ว

                ชายชรายื่นดาบสีทองให้เลออน ซึ่งเขาก็รับมันเอาไว้อย่างงุนงง ตอนที่มันอยู่ในมือของชรานั้น มันเป็นดาบสีทองเล่มใหญ่ ทว่าพอเมื่อเลออนรับไปแล้ว มันกลับกลายเป็นดาบขนาดปกติ แต่ก็ยังคงสีทองสวยอร่ามเอาไว้เหมือนเดิม

                ดาบนั่นคงชอบที่จะเป็นแบบนั้น ชายชราพูด เมื่อเห็นดาบมีขนาดเล็กลง

                เลออนจ้องมองดาบอย่างพิถีพิถัน มันเป็นดาบที่ดูงดงามมากจริงๆ สวยอร่ามราวกับว่าทำมาจากแร่ธาตุที่หาไม่ได้ในโลก

                ถึงเวลาของเจ้าแล้ว ข้าคิดว่าเราคงจะไม่ได้พบกันอีก จนกว่าเจ้าจะทำสำเร็จ


                หลังจากคำพูดสุดท้ายของชายชราจบลง จู่ๆก็ทำให้เลออนรู้สึกเหมือนกับกำลังดิ่งเหว หวิวในท้องน้อยไปหมด ราวกับโดดลงมาจากตึกร้อยชั้น เพียงครู่เดียวมันก็หยุดลง ก่อนที่เขาจะรู้สึกตัวขึ้นมา

                ร่างของชายหนุ่มต่างโลกมาโผล่ในป่าแห่งหนึ่ง คล้ายๆกับป่าที่เขาไปโผล่ในครั้งแรก แต่ลักษณะภูมิประเทศและสิ่งแวดล้อมดูจะต่างออกไปนิดหน่อย

               เลออนค่อยๆลุกขึ้นยืน ปัดฝุ่นบนเสื้อผ้าสองสามรอบ ก่อนจะสำรวจอุปกรณ์ในตัวที่เขามีทั้งหมดอีกครั้ง ปืนพกยังคงเหน็บที่เอวเอาไว้อย่างดี เหลือกระสุนอยู่13นัด ส่วนแว่นตาสมาร์ทของเขายังคงทำงานปกติ เพียงแต่เลออนปิดการทำงานของมันเอาไว้ชั่วคราว เพราะเขาไม่มีแบตเตอรี่สำรอง แต่นอกจากแว่นตาและปืนพกแล้ว เขายังมีบางสิ่งบางอย่างติดตัวเพิ่มมาด้วย เหน็บอยู่ที่เอวอีกข้าง เป็นดาบไม้ขนาดกำลังพอดีมือ ทำให้บุรุษจากต่างโลกถึงกับงุนงงสงสัย ต้องหยิบมันขึ้นมาดู

                ตัวดาบทำจากไม้ล้วนๆ รูปร่างบูดเบี้ยวไปมาดูไม่สง่างามเลยสักนิด เหมือนตัดมาแบบลวกๆ แถมด้ามดาบก็ขรุขระ ราวกับยังไม่ได้ฝนเอาเสี้ยนออก เป็นของที่เรียกว่าหาประโยชน์อะไรแทบไม่ได้

                ตาแก่นั่นเอาดาบแบบนี้มาให้เขาทำไม เลออนได้แต่ส่ายหัวอย่างไม่เข้าใจ

                เขาเลิกคิดมาก เหน็บดาบไว้ที่เอวตามเดิม ถ้ามีปัญหาอะไรเลออนคิดว่าเขายังมีปืนพกอยู่ ถึงจะเหลือแค่13นัดแล้วก็เถอะ ถ้าใช้ประหยัดๆก็น่าจะพอให้รอดจากสถานการณ์ฉุกเฉินได้

                บุรุษจากต่างโลกหันมองรอบๆ เขาไม่เห็นอะไรเลยนอกจากป่า เขากำลังคิดว่าควรจะเริ่มต้นจากตรงไหนดี

                เลออนตัดสินใจเดินไปทางทิศตะวันออกเรื่อยๆ อย่างน้อยๆเขาคิดว่าถ้าพ้นจากป่าออกไปได้ก็อาจจะเจอเมืองหรือว่าหมู่บ้าน

                เลออนเดินผ่านทะเลสาบใหญ่ จนกระทั่งถึงแนวชายป่า จึงได้ยินเสียงโลหะกระทบกันอย่างรุนแรง ตามด้วยเสียงเอะอะโวยวาย คิดว่าน่าจะเกิดการต่อสู้กัน

                เด็กหนุ่มจากต่างโลกขยับเข้าไปแอบดูให้ชัดเจน เขาตั้งใจจะประเมินเหตุการณ์ก่อนว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ยังไม่รีบเข้าไปช่วยเหลือ

                มองดูผิวเผินแล้ว เหมือนเป็นการต่อสู้ของชายฉกรรจ์สองกลุ่ม กลุ่มแรกเป็นพวกที่ใส่ชุดดำ ปิดใบหน้ามิดชิด ส่วนกลุ่มที่สองเป็นพวกทหาร พวกเขาใส่เกราะสีเงินแวววับกันทุกคน แถมยังมีธงโบกสะบัดด้วย คาดว่าอาจจะเป็นทหารของอาณาจักรนี้

                ฝ่ายโจรมีมากกว่าหลายเท่า แถมพวกนั้นดูไม่ใช่โจรกระจอกทั่วไป ฝีมือเก่งกล้ากันทุกคน ไม่ด้อยกว่าพวกทหารเลยแม้แต่น้อย มีเพียงแค่หัวหน้าเหล่าทหารที่พอจะมีเวทมนตร์และฝีมือดาบเก่งกาจกว่าเพื่อนและต้านเอาไว้ได้ แต่พวกโจรมีมากกว่าเยอะ ต่อให้เก่งยังไงก็น่าจะไม่รอด

                เหล่าทหารถูกสังหารคนแล้วคนเล่า จนกระทั่งเหลือเพียงแค่หัวหน้าทหารคนเดียว แถมกำลังโดนล้อมกรอบเอาไว้ด้วยฝ่ายโจรถึง7คน แต่เขาก็ไม่ยอมแพ้ต่อสู้กับพวกนั้นจนถึงสุดท้าย เลออนเห็นโจรคนหนึ่งกำลังเงื้อดาบฟันที่ด้านหลังของหัวหน้าทหารทีเผลอ เขาจึงชักปืนออกมา ยิงออกไปที่โจรคนนั้นเต็มเหนี่ยว

                ปัง!

                เสียงปืนดังสนั่นอย่างเช่นเคย แต่นั่นไม่ใช่เสียงที่ทำให้พวกโจรตกใจ แต่เป็นร่างของพรรคพวกของตนเองที่จู่ๆก็ล้มลงไปพร้อมกับเสียงมากกว่า

                เลออนปรากฏตัวออกมา พร้อมกับถือปืนพกเอาไว้ด้วย เขาพูดกับพวกโจรอย่างไม่กลัวเกรง

                มีใครอยากเจอเวทมนตร์สั่งตายอีกบ้าง แน่จริงก็เข้ามา

                พวกโจรและหัวหน้าทหารหันมองเลออนแบบงงๆ มีโจรคนหนึ่งไม่เกรงกลัวต่อคำขู่ พุ่งทะยานออกไปหมายจะฟันใส่บุรุษต่างโลก

                ปัง!

                เสียงกระสุนปืนนัดที่สองดังสนั่น ร่างของโจรที่ตั้งใจจะจู่โจมใส่เลออนกระเด็นล้มตึงหงายหลังลงไป ทำเอาพวกโจรพากันยืนมองอย่างตกตะลึง

                เฮ้ย!”

                พวกเขาแทบจะไม่เชื่อสายตาตนเอง ชายตรงหน้ามีอิทธิฤทธิ์เหนือมนุษย์ราวกับใช้เวทมนตร์สั่งตายได้จริงๆ

                พวกโจรหันมองกันด้วยใบหน้าเหงื่อตก ก่อนที่จะตัดสินใจทำสิ่งเดียวกันอย่างพร้อมเพรียง นั่นคือเผ่นออกจากตรงนั้นให้เร็วที่สุด

                ไปเร็ว!”

                พวกเขาวิ่งหนีเอาตัวรอดกันสุดชีวิต ทำเอาเลออนถึงกับหัวเราะออกมาเบาๆ ที่สามารถหลอกพวกนั้นได้ เขาเก็บปืนพกเหน็บเข้าเอวก่อนจะเข้าไปดูอาการผู้เป็นหัวหน้าทหาร ดูเหมือนว่าชายตรงหน้าจะบาดเจ็บเอาการ

                ขอบคุณพี่ชายที่ช่วยเหลือ เขากล่าวขอบคุณจากใจจริง เลออนดูแล้วใบหน้าของชายผู้นี้ยังไม่แก่มาก น่าจะราวๆสัก30เห็นจะได้

                ไม่ต้องเกรงใจ เลออนว่า

                พี่ชายท่านนี้ มีนามว่าอะไร

                อ๋อ ข้าชื่อเลออน ไม่ได้มียศถาบรรดาศักดิ์อะไรหรอก แค่ผ่านทางมาทางนี้ เห็นท่านกำลังแย่ข้าก็เลยยื่นมือเข้าช่วย

                ขอบคุณพี่เลออนมาก ผู้เป็นหัวหน้าทหารพูดพลางเก็บดาบ ก่อนจะหันไปดูศพลูกน้องของตนบริเวณรอบๆ ดูเหมือนว่าเขาจะรอดเพียงคนเดียว

                เกิดอะไรขึ้น ท่านเป็นใคร ทำไมโจรพวกนี้ต้องเล่นงานท่านด้วย

                ข้าคือแม่ทัพลำดับสองทีเรี่ยน ข้าได้รับคำสั่งจากกษัตริย์คูมันแห่งอาณาจักรอาวาลอน ให้เดินทางไปรับศิลามังกรคืนมาจากอาณาจักรบริทาเนีย แต่ว่าระหว่างทางกลับดันถูกพวกโจรปล้นซะก่อน ก็เป็นอย่างที่ท่านเห็น

                ศิลามังกร?” เลออนเหมือนเคยได้ยินชื่อนี้ ใช่ศิลาที่กษัตริย์อาเธอร์ดึงดาบเอ็กซ์คาลิเบอร์ออกมาหรือเปล่า

                ใช่แล้ว ศิลานั่นครั้งหนึ่งเคยอยู่ในอาณาจักรอาวาลอนนี่ แต่ว่าราชาแห่งอาณาจักรบริททาเนียคนก่อนทรงโปรดปรานเครื่องรางของวิเศษในตำนานมาก จึงให้คนมาขโมยมันไป แต่เมื่อเขาตายไปแล้ว ลูกชายของเขาจึงอยากเป็นมิตรกับอาณาจักรเราอีกครั้งหนึ่ง เลยส่งศิลามังกรคืนมาให้

                แบบนี้นี่เอง เลออนพอเข้าใจเรื่องราวแล้ว

                แม่ทัพทีเรี่ยนหันมองซ้ายขวา ก่อนจะกระซิบกับเลออนเบาๆ นี่เป็นความลับสุดยอดนะ เห็นแก่ที่ท่านช่วยข้า ข้าเลยเล่าให้ฟัง

                ความลับสุดยอดเหรอ? แค่ไปเอาหินทำไมต้องเป็นความลับด้วยเลออนคิดว่าแค่ไปเอาศิลาเก่าๆไม่เห็นจะต้องเป็นความลับตรงไหน

                ท่านยังไม่เข้าใจ คือว่าเรื่องมันเป็นงี้ หลังจากที่ศิลามังกรถูกขโมยไป ราชาคูมันก็เลยรับสั่งให้ช่างฝีมือทำอันใหม่ขึ้นมาให้เหมือนที่สุดและเก็บเอาไว้อย่างดี ไม่งั้นหากประชาชนรู้เข้าล่ะก็ อาจจะเกิดความไม่พอใจขึ้นได้ พวกเขาอาจจะลุกฮือกดดันให้กษัตริย์คูมันทำสงครามกับบริททาเนีย

                อืม ก็ฟังดูสมเหตุสมผลดี

                แล้วก็ ศิลามังกรมีความลับบางอย่างซ่อนอยู่ด้วย ในโลกนี้คนที่รู้เรื่องก็มีไม่กี่คน แม้แต่ราชาของอาณาจักรบริททาเนียก็ไม่รู้ ถ้าพวกเขารู้จะไม่มีวันส่งศิลาคืนมาแน่

                ความลับอะไร?” เลออนชักอยากรู้

                แม่ทัพทีเรี่ยนรู้สึกลำบากใจที่จะเล่าให้ฟัง คือว่า นี่เป็นเรื่องลับสุดยอด เอาไว้ข้าจะเล่าให้ท่านฟังทีหลัง

                เมื่ออีกฝ่ายไม่อยากเล่า เลออนก็จะไม่ซักต่อ แล้วศิลามังกรยังอยู่หรือเปล่า

                หัวหน้าองครักษ์ได้ยินดังนั้นจึงเดินไปดูในเกวียน เขาเปิดผ้าคลุมรถออก เผยให้เห็นหีบสมบัติอันใหญ่โตข้างใน เขาเอื้อมมือไปเปิดมันออก แต่ก็พบว่าในนั้นว่างเปล่า ทำเอาทีเรี่ยนถึงกับตกใจมาก

                อย่าบอกนะว่าศิลามังกรถูกขโมยไปแล้วเลออนว่า

                แย่ล่ะสิ! ศิลามังกรโดนขโมยไปแล้ว แบบนี้แย่แน่ๆ แม่ทัพทีเรี่ยนเอ่ยออกมาเสียงดังร้อนรน เขาไม่รู้จะทำยังไงดี

                ถ้างั้นจะเอาไงล่ะทีนี้เลออนถาม

                กษัตริย์คูมันต้องโกรธมากแน่ ไม่ได้การ! ข้าต้องรีบตามพวกโจรชั่วพวกนั้นไป

                แม่ทัพทีเรี่ยนกำลังทำท่าจะวิ่งไปตามทางที่โจรพวกนั้นหนีไป แต่เลออนคว้าไหล่เขาเอาไว้ก่อน

                ไม่ต้องรีบร้อน ใจเย็นๆ หาตัวพวกนั้นน่ะไม่ยากหรอก

                ได้ยินเช่นนั้นทีเรี่ยนถึงกับขมวดคิ้วงุนงง พี่เลออน หรือว่าท่านมีวิธีอันใด

                ข้ากำลังคิดว่า ถ้านี่เป็นเรื่องลับสุดยอด แล้วทำไมพวกโจรพวกนี้ถึงรู้ได้ล่ะ

                คำถามของเลออนทำเอาทีเรี่ยนถึงกับสะอึกไปพักใหญ่ เขาไม่ทันคิดเรื่องแบบนี้เลย

                จริงด้วยสิ ท่านพูดมีเหตุผล พวกนั้นรู้ได้ยังไงกันนะ

                แสดงว่าต้องมีหนอนบ่อนไส้ นอกจากท่านแล้วมีใครรู้เรื่องขนย้ายศิลานี่อีกบ้าง

                อืม…” ทีเรี่ยนกำลังใช้ความคิด นอกจากข้า ก็มีกษัตริย์คูมัน แล้วก็เอ่อ แม่ทัพคีเวล

                แล้วลูกน้องของท่านล่ะ? มีใครรู้บ้าง

                พวกเขาไม่มีใครรู้ พวกนั้นรู้แค่ว่าทางอาณาจักรบริททาเนียส่งบรรณาการมาเฉยๆ

                ถ้างั้นก็ง่าย ตัวท่านคงไม่ให้โจรมาปล้นตัวเองแน่ กษัตริย์คูมันก็ส่งท่านมาแบบลับๆอยู่แล้ว จะให้โจรมาปล้นไปทำไมอีก ที่น่าสงสัยก็ต้องเป็นแม่ทัพคีเวล

                แต่ว่า แม่ทัพคีเวลเป็นสุภาพบุรุษ องอาจ กล้าหาญ เขาไม่น่าจะทำเรื่องแบบนี้ได้ทีเรี่ยนไม่อยากจะเชื่อว่าจะเป็นฝีมือของเขา

                คนเราดูที่ภายนอกได้ไงเล่า ข้าว่านะเอาแบบนี้ดีกว่า…”

                เลออนก้มลงมองที่พื้นดิน กำลังหาอะไรบางอย่างอยู่ ทำเอาทีเรี่ยนถึงกับงุนงง

                พี่เลออน ท่านหาอะไรอยู่

                เจ้าช่วยอธิบายลักษณะของศิลามังกรให้ที

                ก็เป็นศิลาธรรมดา หนาๆ แบนๆ รูปทรงคล้ายสี่เหลี่ยม ตรงกลางมีรอยดาบปัก ที่ตัวหินมีอักษรโบราณสลักอยู่ ยึกยือยึกยือ ข้าอ่านไม่ออกหรอก

                นอกจากเจ้าแล้วมีใครเคยเห็นศิลาอีกบ้าง

                มีเพียงแค่กษัตริย์คูมันเท่านั้น เพราะมันถูกขโมยไปตั้ง12ปีแล้ว คิดว่าคงไม่มีใครเคยเห็นของจริงอีก

                ถ้างั้นก็ง่ายละ

                เลออนมองหาบริเวณโดยรอบ ก่อนที่ในที่สุดจะเจอของที่เขาต้องการ เขาหยิบก้อนหินใหญ่บนพื้นดินขึ้นมา แล้วก็ค่อยๆทุบมันไปเรื่อยๆ จนมันกลายเป็นทรงแบนคล้ายๆสี่เหลี่ยม

                ยืมดาบท่านหน่อย เลออนหันไปยืมดาบของแม่ทัพข้างๆ ซึ่งทีเรี่ยนก็ชักดาบมอบให้แบบงงๆ

                พี่เลออน ท่านจะทำอะไร

                เลออนไม่ได้ตอบ แต่เขาแสดงให้ดูเลย เขาใช้ดาบแทงเข้าไปตรงกลางหิน จนมันมีรูคล้ายกับรอยดาบปัก จากนั้นเขาจึงสลักสัญลักษณ์ยึกยือยึกยือเอาไว้ จงใจให้อ่านยากแต่ก็ให้อ่านออก เขาสลักเอาไว้ว่า แด่เจ้าคนโง่ เมื่อเสร็จแล้วจึงคืนดาบให้ พร้อมกับโชศิลามังกรที่เขาทำขึ้นสดๆให้ดู

                เป็นไง เหมือนศิลามังกรหรือยัง

                พี่เลออน คือว่ามันไม่มีความเหมือนเลยแม้แต่นิดเดียว ของท่านดูปราดเดียวก็รู้ว่าเป็นของปลอม สีก็จางกว่า รูปทรงก็ไม่ได้ใกล้เคียงแม้แต่น้อย แล้วตัวอักษรนั่นคืออะไร แด่เจ้าคนโง่ ข้ายังอ่านออกเลย มันไม่ใช่อักษรโบราณอะไร ท่านแค่เขียนหวัดๆเฉยๆ

                เอาน่า ไหนบอกว่านอกจากท่านกับกษัตริย์คูมันแล้วไม่มีใครเคยเห็นของจริงไง

                มันก็ใช่ แต่ข้าก็ไม่เชื่อเหมือนกันว่าจะมีคนเชื่อว่ามันเป็นของจริง

                ดูกันไป เรื่องตลกแบบนี้ไม่ได้เห็นบ่อยๆเลออนว่า ก่อนจะยื่นแผ่นศิลาที่หนักอึ้งให้อีกฝ่าย เอ้า ท่านถือไว้

                แล้วท่านจะทำยังไงต่อทีเรี่ยนถามขณะรับแผ่นศิลาไป

                เราจะตามพวกโจรไป ไปเอาของจริงคืนอย่างที่ท่านต้องการไง

                พวกนั้นหนีไปนานแล้ว ท่านสามารถตามพวกมันไปได้ด้วยเหรอ

                ของกล้วยๆ

                เลออนเปิดทำงานแว่นตาสมาร์ทของเขา มันมีฟังก์ชั่นที่ช่วยให้แกะรอยศัตรูได้ โดยคำนวณจากรอยเท้าบนพื้น รอยหญ้าที่เหยียบไป รอยล้มของเถาวัลย์ และร่องรอยของสัตว์เล็กน้อยที่อาจจะโดนเหยียบ

                เอาล่ะ ตามมา

 

                เลออนและทีเรี่ยนลัดเลาะป่าตามรอยพวกโจรไปเรื่อยๆ แว่นตาของเลออนบอกลายละเอียดได้ชัดเจนมาก ร่องรอยในตอนแรกของพวกโจรแบ่งออกไปหลายเส้นทาง ก่อนที่จะมารวมกันเป็นทางเดียวที่จุดๆหนึ่ง คิดว่าพวกนั้นคงนัดแนะเส้นทางและวิธีการหลบหนีกันเอาไว้เรียบร้อยแล้ว เลออนมั่นใจเลยว่าถ้าตามไปเรื่อยๆจะได้เจอกับที่ซ่อนของพวกนั้นแน่นอน

                ระหว่างที่กำลังเดินทางตรากตรำตามรอยพวกโจรป่า ทีเรี่ยนจึงเกิดรู้สึกสงสัยขึ้นมา

                "พี่เลออน คือว่าข้ามีเรื่องอยากถาม"

                "เรื่องอะไร?" เลออนตอบขณะที่กำลังนำทางอยู่

                "เหตุใดท่านต้องช่วยข้าด้วย พวกเราไม่เคยรู้จักกันมาก่อน"

                "ข้าไม่ได้หลอกท่านหรอกน่า" เลออนพูดให้อีกฝ่ายสบายใจ

                "ข้ารู้ ถ้าท่านเป็นพวกนั้นก็ไม่จำเป็นต้องช่วยข้าก็ได้ ตอนนั้นถ้าท่านไม่ช่วยยังไงข้าก็ไม่รอดอยู่แล้ว"

                "ถ้างั้นถามทำไม"

                "ข้าแค่อยากรู้จุดประสงค์ของท่าน"

                "คำตอบง่ายมาก ถ้าท่านเห็นคนตกทุกข์ได้ยากแล้วสามารถช่วยได้ เป็นท่านจะช่วยหรือไม่ช่วย"

                "เอ่อ... ที่ท่านพูดก็ถูก" ได้ฟังแล้วทีเรี่ยนก็คิดว่ามันมีเหตุผลอยู่ เพราะถ้าเขาพบคนกำลังลำบากก็ต้องเข้าไปช่วยอยู่แล้ว

                ทั้งสองตามร่องรอยไปเรื่อยๆจนตะวันเริ่มลับขอบฟ้า พวกเขาได้พบกับบ้านสองสามหลังบริเวณเชิงเขา และร่องรอยของพวกโจรมันมาหยุดที่ตรงนี้

                ที่นี่แหละ 

                เลออนพูดขณะแอบดูความเคลื่อนไหวอยู่ในพุ่มไม้ เขากดปุ่มปิดการทำงานของแว่นตาด้วย ไม่งั้นมันจะเปลืองแบตเตอรี่

                ไม่อยากเชื่อเลย ท่านต้องมีเวทมนตร์พิเศษแน่ๆ ถึงตามพวกโจรมาถูกทางแบบนี้ พี่เลออนท่านทำได้ยังไง ทีเรี่ยนพูดยกยอเสียงดัง จนเลออนต้องทำท่าทางให้เขาลดเสียงหน่อย

                ชู่ อย่าดังไป เดี๋ยวมันก็รู้ตัวหรอก

                ขอโทษที ทีเรี่ยนลดเสียงลง แต่เขาก็ยังทึ่งอยู่ดี พวกโจรพวกนั้นแทบไม่ทิ้งร่องรอยอะไรเลย แต่กลับตามมาถูกทั้งที่ไกลมากแบบนี้ แถมวิชาเวทมนตร์สั่งตายก่อนหน้านี้ก็ร้ายกาจมาก ทำให้เขาอดสงสัยไม่ได้

                พี่เลออน ท่านเป็นใครกันแน่

                มาถามอะไรกันตอนนี้ ก็บอกแล้วไงว่าเป็นคนธรรมดา รีบเอาศิลาของจริงมาก่อนเถอะ

                ทีเรี่ยนเห็นด้วย เขาเลิกสนใจเรื่องของชายแปลกหน้านี้ก่อน แล้วเปลี่ยนไปสังเกตความเคลื่อนไหวของพวกโจรแทน

                ดูเหมือนว่าพวกโจรที่หนีรอดไปได้จะพากันฉลองด้วยความยินดีที่ทำงานสำเร็จ โดยไม่เอะใจเลยว่ามีคนสองคนกำลังแอบดูอยู่

                เลออนคิดว่าศิลามังกรของจริงต้องเก็บไว้ในบ้านหลังไหนสักแห่ง เขาคิดว่าตอนนี้แหละเป็นโอกาสเหมาะที่จะไปเอาของจริงมา

                เอาล่ะ เอาศิลาปลอมมา เดี๋ยวข้าเข้าไปหาของจริงเอง

                ทีเรี่ยนยื่นศิลามังกรที่ทำขึ้นปลอมๆให้เลออน ระวังตัวด้วยพี่เลออน

                เลออนค่อยๆลอบเข้าไปอย่างเงียบเชียบที่สุด เขาไม่เคยมีประสบการณ์ในการแอบลอบทำอะไรแบบนี้มาก่อน แต่มันก็ไม่ได้ยากเย็นอะไร เพราะโจรพวกนั้นกำลังประมาท นั่งฉลองอยู่ที่เดียวกันหมด เลออนเดาได้เลยว่าพวกนั้นคงไม่คิดว่าจะมีคนที่สามารถแกะรอยตามพวกเขาได้

                เลออนลอบเข้าไปในบ้านหลังแรก ได้พบกับหีบสมบัติขนาดใหญ่ จึงรีบเปิดดูทันที

                ศิลาสีเข้มก้อนหนึ่งถูกเก็บเอาไว้ข้างใน มันเป็นศิลาทรงแบน หนา ปลายด้านบนยื่นออกมา ดูคล้ายสี่ทรงสี่เหลี่ยมคางหมู แต่ก็ขรุขระตามขอบ บนแผ่นศิลาสลักสัญตัวอักษรพิลึกกึกกือเอาไว้จริงๆ ตรงกลางศิลามีรอยดาบปัก เหมือนกับที่ทีเรี่ยนพูดไว้ ศิลาที่เขาทำปลอมๆขึ้นมาโคตรไม่เหมือนศิลาอันนี้เลย

                เลออนไม่รอช้า รีบเอาของจริงขึ้นมา แล้ววางของปลอมใส่ลงไปแทน ขณะกำลังจะออกจากบ้าน เขาหันมองซ้ายขวาอย่างละเอียดถี่ถ้วน เมื่อพบว่าพวกโจรยังคงนั่งดื่มเหล้ากันอยู่ เขาจึงรีบพุ่งออกมาหลบในพุ่มไม้เหมือนเดิม

                พี่เลออน เป็นไงบ้าง ทีเรี่ยนถามด้วยความตื่นเต้น

                ได้มาแล้ว เลออนตอบ พร้อมกับยื่นศิลามังกรของจริงให้

                ทีเรี่ยนยิ้มอย่างดีใจ ก่อนที่จะกวาดสายตาดูมันอย่างละเอียดถี่ถ้วนอีกรอบ เพื่อดูว่ามันเหมือนกับศิลาที่เขาเห็นตอนได้รับส่งมอบหรือไม่

                นี่เป็นของจริงไม่ผิดแน่ ดีล่ะ ถ้างั้นเรารีบไปกันเถอะ

                ทีเรี่ยนทำท่าจะหนี แต่เลออนยกมือห้ามเอาไว้ เดี๋ยวก่อน

                พี่เลออน ท่านยังมีแผนอะไรอีกงั้นเหรอ

                ไม่อยากรู้รึไงว่าใครเป็นคนว่าจ้างพวกนี้ให้มาเอาศิลา

                ได้ฟังประโยคเมื่อครู่ ทีเรี่ยนก็หยุดกึกทันที เขาอยากรู้จริงๆว่าใครว่าจ้างโจรพวกนี้

                ข้าว่าเราดูต่อไปดีกว่า เลออนบอก

                ผ่านไปราวๆหนึ่งชั่วโมง ก็เริ่มเป็นเวลาภพค่ำแล้ว ทั้งสองคนรอดูเหตุการณ์อยู่ในพุ่มไม้อย่างแน่วแน่ จนในที่สุดพวกเขาก็สมหวัง เมื่อมีบุรุษคนหนึ่ง ใบหน้าดูสง่าผ่าเผย อายุราวๆ30ปี มาดนิ่ง เคร่งขึม สวมชุดชาวบ้านธรรมดาทั่วไป พกดาบคู่ใจเอาไว้ที่เอวหนึ่งเล่ม ทีเรี่ยนเห็นปราดเดียวก็จำอีกฝ่ายได้ทันที

                นั่นคือแม่ทัพคีเวลนี่ ไม่อยากเชื่อ เขาเป็นคนว่าจ้างโจรพวกนั้นหรือนี่

                นั่นเหรอแม่ทัพคีเวลเลออนจ้องมองบุรุษที่มาใหม่ตาไม่กระพริบ ไหนเจ้าบอกว่าเขาองอาจกล้าหาญ สมเป็นลูกผู้ชายไง

                เอ่อ…” ทีเรี่ยนพูดไม่ออก เขาก็ไม่คิดเหมือนกันว่าจะถูกคนผู้นี้หักหลัง

                ดูกันต่อ ของดีจะเริ่มแล้ว

 

                คีเวลเดินเข้าไปยังกลุ่มโจรที่กำลังดื่มเหล้าอย่างเมามาย ก่อนจะถามพวกนั้นตรงๆอย่างไม่อ้อมค้อม

                ศิลาอยู่ไหน?”

                ฮ่าฮ่าฮ่า ท่านไม่ต้องห่วง พวกเราได้มาแล้ว อยู่ในหีบในบ้านหลังแรกนั่นแหละ หัวหน้าโจรตอบขณะกำลังหัวเราะร่า

                แล้วมีใครเห็นเหตุการณ์บ้าง มีใครรอดหรือเปล่า

                มีหัวหน้าพวกมันรอดไปได้คนนึง พวกข้ากำลังจะฆ่ามันอยู่แล้ว แต่ดันมีไอ้คนที่ไหนก็ไม่รู้มาขวาง

                อะไรนะ เจ้าปล่อยให้มันรอดไปได้งั้นรึ

                จู่ๆก็มีไอ้คนที่ไหนก็ไม่รู้ มันใช้เวทมนตร์แปลกประหลาด ฆ่าลูกน้องข้าไปตั้งสองคนในพริบตา ข้าไม่เคยเห็นอะไรแบบนั้นมาก่อน ก็เลยต้องรีบถอยออกไปตั้งหลัก

                ได้ยินดังนั้นทำเอาคีเวลถึงกับขมวดคิ้ว เวทมนตร์ประหลาด?”

                ใช่ จู่ๆก็เกิดเสียงดังลั่น แล้วลูกน้องของข้าก็ตาย ราวกับเป็นเวทมนตร์สั่งตายไม่มีผิด

                แล้วพวกนั้นตามมาถูกหรือเปล่า

                ท่านไม่ต้องห่วง ป่านี่ลึกลับซับซ้อน ที่ซ่อนนี้ก็ลึกลับยิ่งกว่า พวกนั้นไม่มีทางตามมาได้ถูกหรอก

                ได้ยินแบบนั้นข้าก็อุ่นใจ

                คีเวลยิ้มเหี้ยม ก่อนจะชักดาบออกมาแล้วเคลื่อนไหวสะบัดดาบไปมาอย่างรวดเร็ว ทำเอาโจรฝีมือร้ายกาจห้าคนดับดิ้นภายในพริบตา สร้างความตื่นตกใจให้กับเลออนและทีเรี่ยนที่กำลังยืนดูอยู่ พวกเขาถึงกับอ้าปากค้าง ไม่คิดว่าชายผู้นี้จะฝีมือร้ายกาจถึงเพียงนี้

                หลังจากสังหารโจรทั้งหมดเพื่อปิดปากแล้ว คีเวลจึงเดินเข้าไปยังบ้านหลังแรก ค้นหาเอาศิลามังกรออกมา แล้วจึงรีบออกมาภายนอก เพื่อให้แสงจากดวงจันทร์ส่องมาที่ศิลามังกรนี้ จะได้ชมเชยความงามของมัน

                คีเวลยืนมองแผ่นศิลาปลอมอย่างพิถีพิถัน เขาจ้องมันตาไม่กระพริบ ราวกับว่ากำลังพินิจฉัยมันอยู่ ทำเอาทีเรี่ยนที่แอบดูอยู่คิดว่าคีเวลต้องรู้ทันแน่ว่ามันเป็นของปลอม เอาจริงๆมันสลักคำว่า แด่เจ้าคนโง่แบบนั้น ใครไม่รู้ก็โง่เง่าเต็มที แต่ทว่ากลับเกิดเรื่องที่ทำให้เขาต้องกลั้นหัวเราะเอาไว้แทบไม่อยู่

                จู่ๆคีเวลก็หัวเราะพร้อมตะโกนออกมาเสียงดังราวกับเป็นผู้ชนะ

                ฮ่าฮ่าฮ่า ในที่สุดศิลามังกรก็ตกอยู่ในมือข้า ฮ่าฮ่าฮ่า

                เสียงตะโกนของเขาสนั่นไปทั่วป่า ทำเอาทีเรี่ยนกับเลออนถึงกับต้องกลั้นหัวเราะเอาไว้สุดขีด ไม่อยากเชื่อว่าคีเวลจะเชื่อว่ามันเป็นศิลามังกรจริงๆ

                ไม่อยากเชื่อเลย เขาเชื่อว่าเป็นของจริงเนี่ยนะ ทั้งที่มันสลักคำโง่ๆแบบนั้นเอาไว้ทีเรี่ยนพูดเสียงเบา ใบหน้าของเขากลั้นหัวเราะสุดขีด

                ข้าบอกแล้ว เรื่องตลกไม่ได้มีให้เห็นบ่อยๆเลออนก็กลั้นหัวเราะอยู่เช่นกัน

                พี่เลออน ถ้างั้นพวกเราจะเอายังไงต่อดี

                “พวกเราก็กลับกันเถอะ ให้หมอนั่นชื่นชมความงามของศิลามังกรที่ข้าทำให้เต็มที่แล้วกัน พรุ่งนี้เราค่อยเอาของจริงไปให้กษัตริย์คูมัน

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 13 ครั้ง

0 ความคิดเห็น