The Scientist Emperor จักรพรรดิสังกัดวิทย์

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 768 Views

  • 7 Comments

  • 54 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    7

    Overall
    768

ตอนที่ 10 : ตอนที่ 9 - จดหมาย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 130
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 14 ครั้ง
    9 ม.ค. 62

 The scientist emperor

จักรพรรดิสังกัดวิทย์


ตอนที่ 9


                เลออนกับทีเรี่ยนพร้อมด้วยทหารอีกหลายร้อยคน กำลังเร่งวางท่อน้ำเข้าสู้ไร่นาของพวกชาวบ้าน ชาวบ้านหลายคนต่างพากันรอลุ้นอย่างใจจดใจจ่อ หากการวางท่อพวกนี้สำเร็จ พวกเขาจะได้มีน้ำใช้

                ทีเรี่ยนปฏิเสธการไปเข้าร่วมว่าราชการตามที่เลออนบอก ซึ่งนั่นมีโทษอย่างร้ายแรงมาก แถมยังวางระบบท่อแล้วนำทหารมาใช้โดยที่ไม่ได้ขออนุญาตผู้เป็นพระราชาอีกต่างหาก ความผิดเขาสามารถมีโทษถึงประหารได้เลย ซึ่งคิดไปคิดมาความกังวลมันก็ยิ่งเพิ่มขึ้นมากไปอีก ทำให้เขาถึงกับหยุดมือที่กำลังทำงานเอ่ยถามบุรุษจากต่างโลกทันที

                พี่เลออน ข้าทำตามที่ท่านบอกแล้ว ท่านบอกไม่ให้ข้าเข้าร่วมว่าราชการ แต่ข้ายังไม่เข้าใจว่าท่านกำลังคิดอะไรอยู่ การปฏิเสธการว่าราชการมีโทษหนักมากเชียวนาถ้าไม่มีเหตุอันควร

                ก็นี่ไงเหตุอันควร เลออนตอบขณะที่มือของเขากำลังนำท่อสองอันต่อเข้าด้วยกัน

                แบบนี้ข้าคิดว่าพระราชาคงไม่มองมันว่าเป็นเหตุอันควรแน่ แถมพวกเรานำทหารหน่วยอื่นมาใช้โดยพละการ ข้าว่าเขาต้องเอาผิดข้าแน่

                ไม่ต้องกลัวน่า ฝ่าบาทไม่เอาผิดเจ้าหรอก

                เหตุใดท่านจึงมั่นใจเช่นนั้นล่ะ

                ได้ยินคำถามนั้นเลออนจึงหยุดมือ แล้วหันไปตอบบุรุษที่กำลังกระวนกระวายอยู่

                ลองคิดดูสิ ถ้าเจ้านำทหารไปใช้โดยไม่ขออนุญาต แล้วเจ้าเข้าไปรายงานทีหลัง เจ้าคิดว่าฝ่าบาทจะว่ายังไง

                เอ่อ…” ทีเรี่ยนใช้ความคิดนิดหน่อยด้วยนิสัยของเขา ก็คงตำหนิข้าอย่างร้ายแรงล่ะมั้ง อาจจะลงโทษข้าบ้าง แต่ไม่ถึงกับเอาชีวิตหรอก

                ก็นั่นน่ะสิ

                แต่ถ้าข้าไม่ไปรายงานล่ะก็ ฝ่าบาทคงจะลงโทษข้าอย่างหนักแน่ แถมยังมีเรื่องที่ข้าขัดขืนการว่าราชการอีก โทษอย่างหนักอาจถึงขั้นประหารหรืออย่างเบาก็ปลดเป็นชาวบ้านสามัญธรรมดา

                นั่นเพราะเจ้ายังทำให้ฝ่าบาทมองไม่เห็นภาพไง เลออนบอก

                มองไม่เห็นภาพ ท่านหมายความว่าไง?”

                เดี๋ยวเจ้าก็รู้เอง โน่นไง พวกนั้นมาโน่นแล้ว

                กษัตริย์คูมันพร้อมด้วยแม่ทัพคีเวล เจ้าหญิงเลโอน่าและบาติสผู้ติดตามของเธอ นำทหารองครักษ์หลายสิบคนมุ่งหน้ามาทางพวกเขา กองทหารพวกนี้ติดอาวุธครบมือ ทีเรี่ยนคิดว่าแบบนี้เขาต้องแย่แน่ๆ

                แย่แล้ว พระราชานำกองทหารมาด้วย แบบนี้แย่แน่ๆ ทีเรี่ยนมองกษัตริย์คูมันที่กำลังมาอย่างเป็นกังวล ก่อนจะหันไปถามวิธีกับบุรุษจากต่างโลกพี่เลออน แบบนี้เราจะเอาไงดี

                ไม่ต้องตกใจน่า เลออนตอบแบบชิวๆ มือของเขายังคงประกอบท่อน้ำต่อไป

                แล้วทำไมท่านถึงใจเย็นได้แบบนี้ล่ะ

                ก็บอกแล้วไงว่าข้ามีวิธี เจ้าก็เฉยๆไว้ก็แล้วกัน

                กษัตริย์คูมันพร้อมด้วยคนอื่นๆเดินมาหยุดอยู่ต่อหน้าเลออนและทีเรี่ยน ทำเอาทหารและชาวบ้านคนอื่นๆถึงกับต้องรีบคุกเข่าแสดงความเคารพทันที

                ถวายบังคมฝ่าบาททีเรี่ยนกับเลออนเอ่ยพร้อมกัน

                ทีเรี่ยน เจ้าบังอาจมาก เหตุใดจึงไม่เข้าร่วมว่าราชการ กษัตริย์คูมันเอ่ยออกมาอย่างเกรี้ยวกราด

                บุรุษผู้ถูกถามเมื่อได้เห็นท่าทีของพระราชาแล้วถึงกับพูดไม่ออกเลยเอ่อ คือข้า…”

                แล้วเจ้าให้ทหารพวกนี้มาทำอะไร พวกเจ้าจะเป็นกบฏกันรึไง

                เวลานั้นเอง เลออนจึงลุกขึ้นยืนเพื่อตอบคำถามแทน

                ไม่ใช่ครับฝ่าบาท คือว่าพวกเรากำลังช่วยงานชาวบ้านอยู่ พวกเขากำลังเดือดร้อนอย่างหนัก จึงมีความจำเป็นที่จะต้องช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน เพราะข้าเห็นว่างานที่หน่วยอื่นๆทำยังไม่มีความจำเป็นเท่าไหร่ในขณะนี้

                บังอาจ!” คีเวลพูดกระแทกเสียงเจ้ายังไม่ได้รับอนุญาตจากฝ่าบาท แต่กล้าเปลี่ยนแปลงหน้าที่การทหารโดยพละการ รู้ไหมมีโทษอันใด

                เลออนไม่สนใจคำของคีเวล แต่ยังพูดกับพระราชาต่อ

                ฝ่าบาท ข้ารู้ว่าการเปลี่ยนแปลงหน้าที่หน่วยทหารเป็นเรื่องไม่สมควร แต่ว่ามันก็ไม่ได้เสียหายอะไรครับ พวกเขาแค่มาช่วยงานชั่วคราวเท่านั้น หลังจากนั้นก็จะกลับไปทำหน้าที่ตามเดิม

                กษัตริย์คูมันเริ่มใจเย็นลงนิดหน่อย แต่ก็ยังไม่พอใจอยู่ดี

                แล้วเหตุใดจึงไม่เข้าว่าราชการ ทำไมจึงต้องขัดคำสั่ง รู้ไหมมีความผิดสถานใด คีเวลถามเสียงดัง

                แน่นอน การปฏิเสธไม่ยอมว่าราชการมีความผิดร้ายแรง เลออนตอบแต่ว่าในกฏก็ระบุไว้ว่าถ้าหากมีเหตุผลอันสมควรก็สามารถละเว้นการเข้าร่วมได้

                แล้วพวกเจ้ามีเหตุอันสมควรรึไงฮึ ที่ข้าเห็นพวกเจ้าก็แค่นั่งประกอบของเด็กเล่นไม่ใช่รึ บาติสได้ทีก็เสริมให้อีก เขาเกลียดเลออนเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว

                มีเหตุผลอันสมควรแน่นอน การช่วยชาวบ้านที่กำลังเดือดร้อนนั้นถือว่าสำคัญกว่าการประชุมว่าราชการเสียอีก เพราะการประชุมมีขึ้นหลายครั้งได้ แต่ชาวบ้านที่เดือดร้อนถ้าปล่อยไว้อาจไม่สามารถเยียวยาได้ เลออนยังคงตอบอย่างนิ่งและฉะฉานเหมือนเคย แม้จะรู้ว่าอีกฝ่ายไม่ค่อยชอบหน้าเขาเท่าไหร่

                แล้วพวกเจ้ากำลังทำอะไรกันอยู่ กษัตริย์คูมันถาม แม้จะรู้ว่าอีกฝ่ายไม่ได้คิดกบฏจริงๆ แต่ก็ยังสงสัยว่าทำอะไรกัน

                คือว่าพวกข้ากำลังกระจายน้ำเข้าสู่ไร่นาของพวกชาวบ้านครับ ฝ่าบาทก็รู้ว่าฝนฟ้าไม่ตกมานานแล้ว ผลผลิตของพวกเขาใกล้จะตายเต็มที ถ้าทำสำเร็จพวกเขาจะได้มีน้ำใช้ตลอด ไม่ต้องรอฝนอีกต่อไป ประชาชนก็จะได้มีผลลิตมากขึ้น ท่านก็จะได้เก็บเกี่ยวภาษีได้มากขึ้น

                แล้วเจ้ามีวิธีหาน้ำมาให้พวกเขารึ

                มีแน่นอนฝ่าบาท เลออนตอบ พลางเริ่มลงไปนั่งยองๆ ก่อนจะจับท่อน้ำขึ้นมาให้ดู

                นี่คือท่อน้ำ ใช้สำหรับขนส่งน้ำหรือเรียกว่าเป็นทางให้น้ำไหลจากแม่น้ำเข้าสู่ไร่นา

                กษัตริย์คูมันและคนอื่นๆจ้องมองท่อพวกนี้กันอย่างงุนงง เพิ่งจะเคยเห็นของแบบนี้เป็นครั้งแรก

                แล้วท่านจะทำเช่นไรให้น้ำไหลออกมาจากสิ่งนั้น เจ้าหญิงเลโอน่าถาม เธออยากรู้ว่าจะทำได้ยังไง

                ง่ายมาก ที่ต้นน้ำพวกข้าได้ทำเครื่องสูบน้ำเอาไว้ มันจะสูบน้ำในแม่น้ำแล้วปล่อยให้ไหลมาตามท่อนี่ เอาเถอะ สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น แม่ทัพทีเรี่ยน ท่านช่วยให้คนเปิดการทำงานเครื่องปล่อยน้ำออกมาหน่อย

                ทีเรี่ยนได้ยินดังนั้นจึงรีบลุกขึ้น ทำตามที่บุรุษจากต่างโลกบอก เขาส่งคนไปบอกให้รีบเปิดน้ำจากเครื่องสูบทันที จากนั้นครู่หนึ่ง น้ำปริมาณมากจึงพุ่งทะยานออกมาจากปลายท่อที่เลออนถืออยู่

                โอ

                ชาวบ้านหลายคนที่ดูอยู่พากันตกอกตกใจเช่นเดียวกับกษัตริย์และเหล่าผู้ติดตาม เพราะมีน้ำไหลออกมาจากท่อจริงๆ แถมเป็นน้ำปริมาณมากด้วย

                เห็นไหมครับ เท่านี้ชาวบ้านก็จะได้มีน้ำใช้ ไม่ต้องให้พืชผลต้องแห้งตายเปล่า

                คนอื่นๆต่างพากันรู้สึกทึ่งที่ได้เห็นอะไรแบบนี้ ไม่เว้นแม้แต่ตัวผู้เป็นกษัตริย์เองรวมถึงผู้เป็นองค์หญิงด้วย

                ประหลาดมาก ขนาดอาณาจักรที่รุ่งเรืองอย่างวาลฮาร่า เรายังไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อน มิเนอร์ว่าตอบขณะมองน้ำที่กำลังไหลออกมาตาค้าง เธอเพิ่งจะเคยพบเรื่องอัศจรรย์อย่างนี้เป็นครั้งแรก

                นี่น่ะ ที่บ้านข้าเขาเรียกว่าวิทยาศาสตร์ เป็นหลักการประยุกต์นำกฎของโลกมาดัดแปลงเป็นสิ่งของ ซึ่งมันช่วยให้เราสะดวกสบายอย่างมากอย่างที่พวกท่านเห็น

                ท่านว่าอะไรนะ?” ผู้เป็นเจ้าหญิงถามอีกครั้ง เผื่อว่าเธอได้ยินไม่ฝาดไป

                ข้าบอกว่านี่คือวิทยาศาสตร์ไง

                คำกล่าวเมื่อครู่ทำเอาคนสามคนถึงกับสะดุ้ง พวกเขาเพิ่งจะเคยได้ยินคำว่าวิทยาศาสตร์เป็นครั้งแรกจากปากคนนอก ทั้งที่พวกเขากำลังงมหาว่ามันอาจจะเป็นเวทมนตร์โบราณ

                จริงหรือ ท่านรู้จักวิทยาศาสตร์จริงๆงั้นหรือ มิเนอร์ว่าแทบไม่อยากจะเชื่อว่าเธอจะได้พบคนที่รู้จักวิทยาศาสตร์แล้ว

                ก็จริงสิ

                เหลวไหลทั้งเพ บาติสไม่มีทางเชื่อเด็ดขาดว่าชายตรงหน้าจะเป็นผู้ถือครองวิทยาศาสตร์ได้วิทยาศาสตร์ไม่เล็กกระจ้อยร่อยอย่างนี้หรอกน่า แค่ปล่อยน้ำได้นิดหน่อยถือว่าเป็นวิทยาศาสตร์แล้วงั้นรึ

                ถูกต้อง คีเวลกล่าวเสริมวิทยาศาสตร์เป็นอาวุธโบราณที่ใช้ปราบพวกมอดอร์ มันไม่กระจอกเหมือนอย่างที่เจ้าว่าหรอก

                โอ้โฮเฮะ…” เลออนไม่อยากเชื่อว่าแต่ละคนจะปกป้องวิทยาศาสตร์กันขนาดนี้ไม่ยักกะรู้ว่าพวกเจ้ารู้จักวิทยาศาสตร์กันด้วย แถมปกป้องกันเต็มที่เลยนี่ แหมอาวุธโบราณมั่งล่ะ เล็กกระจ้อยร่อยมั่งล่ะ ไปฟังมาจากไหนกันเนี่ยถามจริง ขนาดสตาร์วอร์ยังดูไม่ยิ่งใหญ่อย่างที่พวกเจ้าว่าเลย

                พูดจาไร้สาระ ข้าว่าเจ้านี่ต้องแอบฟังคำทำนายแล้วแอบอ้างว่าเป็นวิทยาศาสตร์แน่ๆ บาติสบอก

                คำทำนาย…? คำทำนายอะไร?” เลออนไม่เห็นรู้เรื่อง

                บาติสและคีเวลไม่กล้าพูดต่อในเรื่องคำทำนาย พวกเขาพยายามเปลี่ยนเรื่องไม่พูดถึงวิทยาศาสตร์อีก

                ฝ่าบาทข้าว่านี่เป็นเรื่องที่เปลืองงบประมาณแผ่นดินมากครับ คีเวลพูดถ้าหากฝนตกเจ้าเครื่องนี้ก็ไม่มีประโยชน์เลยแม้แต่น้อย

                อะไรกันเสียทีที่ข้าคิดว่าท่านฉลาด แต่ที่ไหนได้กลับโง่ยิ่งกว่าลาซะอีก เลออนว่า ทำเอาคีเวลถึงกับฉุนขาด

                บังอาจ! รองแม่ทัพเลออน เจ้ากล้าด่าข้าต่อหน้าฝ่าบาทเชียวรึ

                แต่ว่าเลออนไม่สนใจ หันไปพูดกับผู้เป็นกษัตริย์ดีกว่า

                ฝ่าบาท ถ้าฝนตกพวกเราก็ใช้น้ำฝนสิครับ แต่ถ้าฝนไม่ตกเราก็ให้เครื่องนี่สูบน้ำให้ แค่นี้ก็ไม่ต้องยุ่งยากแล้ว ชาวบ้านก็จะได้เก็บเกี่ยวผลผลิตได้ตลอดปี อาณาจักรท่านก็จะยิ่งรุ่งเรือง

                กษัตริย์คูมันแม้จะคลายความโกรธไปจนหมดสิ้น แต่ก็ยังตะหงิดๆในใจอยู่

                อืม…” เขากำลังวิเคราะห์ว่าจะเอายังไงดี

                ฝ่าบาท ข้าคิดว่าไม่สมควรทำอย่างยิ่ง นี่เป็นการสิ้นเปลืองงบประมาณแผ่นดินอย่างมาก แถมทหารของเรามีหน้าที่ต้องทำแล้ว หากต้องมาช่วยเหลือชาวบ้านเช่นนี้ ข้าเกรงว่าจะทำให้มันวุ่นวายหนักน่ะสิครับ คีเวลยังไม่ยอมแพ้ เขาตั้งใจจะยุยงให้เอาเรื่องชายตรงหน้าให้ได้

                แม่ทัพคีเวล ท่านพูดแบบนี้ถือว่ากำลังหมิ่นเบื้องสูงเชียวนะ

                คำกล่าวของเลออนทำเอาคนอื่นๆพากันงุนงง โดยเฉพาะอย่างยิ่งคีเวล

                รองแม่ทัพเลออน ข้าหมิ่นเบื้องสูงยังไงรึ การกระทำของท่านต่างหากที่หมิ่นเบื้องสูง

                ท่านก็รู้ว่าฝ่าบาทมีจิตใจเมตตา ไม่อาจเห็นชาวบ้านตกทุกข์ได้ยากได้ แต่ท่านยังยุยงให้ฝ่าบาทกลายเป็นคนจิตใจดำในแผ่นดิน ท่านต้องการอะไรกันแน่

                คำพูดของเลออนทำเอาอึ้งไปกันหมด ก่อนที่เขาจะหันไปพูดกับชาวบ้านที่กำลังคุกเข่าอยู่ด้านหลัง

                ทุกท่านทั้งหลาย ที่พวกท่านมีน้ำใช้ในไร่นานี่ได้เป็นเพราะบารมีของฝ่าบาท หวังว่าพวกท่านจะขอบคุณในน้ำพระทัยของพระองค์ด้วย

                ขอบพระทัยครับฝ่าบาท ขอให้ท่านจงเจริญยิ่งยืนนาน

                พวกเราจะไม่ลืมพระคุณของท่านเลย

                ขอกษัตริย์คูมันจงเจริญ!”

                ชาวบ้านต่างพากันแห่ยกย่องสรรเสริญ ทำเอาคูมันที่กำลังหน้าบึ้งตึงในตอนแรกเริ่มยิ้มออกมาด้วยความยินดีปรีดา เขาไม่ได้ถูกชาวบ้านยกย่องสรรเสริญนานมากแล้ว นี่ถือเป็นเรื่องที่ทำให้เขารู้สึกดีเป็นอย่างมากจนต้องหัวเราะออกมา

                ฮ่าฮ่าฮ่า ความจริงงานที่พวกท่านทำเนี่ยถือเป็นเรื่องดีมากๆ เอาเถอะ ถ้าชาวบ้านต้องการเช่นนี้ข้าเองก็จะไม่ขัดศรัทธาของพวกเขา รองแม่ทัพเลออน ท่านใช้ทหารทำงานที่ท่านพูดได้เลย ข้าอนุญาต

                ตะ แต่ว่าฝ่าบาทคีเวลพยายามจะแย้ง แต่กษัตริย์คูมันยกมือห้ามไว้

                ไม่ต้องพูดแล้ว เอาล่ะ วันนี้ข้าอารมณ์ดี พาข้ากลับปราสาทดีกว่า

                คีเวลได้แต่มองอีกฝ่ายอย่างเจ็บแค้น ก่อนจะเดินจากไปพร้อมกับฝ่าบาทและทหารองครักษ์อย่างเลี่ยงไม่ได้ ส่วนทีเรี่ยนเองก็ยิ้มอย่างดีใจที่ตัวเองรอดพ้นจากคำกล่าวหา ไม่นึกว่าวิธีของชายต่างโลกจะได้ผลตามที่คิดเอาไว้จริงๆ

                ท่านเนี่ยยอดจริงๆ อ่านใจฝ่าบาทออกหมดเลย ฝ่าบาทไม่เพียงไม่เอาโทษแถมยังชื่นชมท่านด้วยทีเรี่ยนพูดพลางยกนิ้วให้

                ก็บอกแล้ว ถ้าเจ้าเข้าไปรายงานเฉยๆน่ะ ฝ่าบาทคงไม่เห็นภาพหรอก แถมจะลงโทษเจ้าด้วย แต่ถ้าให้ฝ่าบาทได้เห็นภาพด้วยตนเอง แล้วเราอธิบายนิดหน่อย ข้าคิดว่าฝ่าบาทต้องเข้าใจ

                ท่านเนี่ยฉลาดจริงๆ

                เสียงใสๆหวานๆของหญิงสาวดังขึ้นมาจากด้านหลังของบุรุษทั้งสอง เป็นใครไปไม่ได้นอกจากจะเป็นเสียงของเจ้าหญิงเลโอน่าที่เลออนคิดว่ากลับไปกับฝ่าบาทแล้ว

                อ้าวองค์หญิง ท่านยังไม่ไปอีกเหรอ…” แม้จะทักทายไปอย่างนั้นแต่เลออนก็ไม่สนใจหล่อนเท่าไหร่ หันไปประกอบท่อของเขาต่อ

เราเพียงแต่อยากรู้ ว่าท่านทำได้ยังไงถึงทำให้น้ำไหลออกมาได้มากมายอย่างนั้นหญิงสาวตอบ เธอเอามือไขว้หลัง ขณะกำลังก้มมองมือของบุรุษจากต่างโลกที่กำลังประกอบท่ออยู่

ข้าก็อธิบายไปแล้ว ที่ต้นน้ำมีเครื่องสูบน้ำอยู่ เราเพียงแค่นำท่อนี่ไปต่อก็สามารถทำให้น้ำไหลจากเครื่องสูบเข้านาได้

เช่นนั้นแล้ววิทยาศาสตร์คืออะไรกันแน่ เราได้ยินท่านพูดถึงมันเมื่อครู่

เลออนหยุดมือทันที เขายืนขึ้นมาเผชิญหน้ากับเธอตรงๆ

วิทยาศาสตร์ก็คือหลักการ อธิบายง่ายๆก็คือศาสตร์อย่างหนึ่งที่ศึกษากฎของโลก ยกตัวอย่างเช่นท่านเคยสงสัยไหมว่าทำไมคนเราเวลากระโดดแล้วไม่ลอยขึ้นฟ้า ทำไมต้องเด้งกลับมา

เอ นั่นสิ

มิเนอร์ว่าและทีเรี่ยนลองกระโดดเล่นดู พวกเขาก็ไม่เคยคิดเหมือนกันว่าทำไมร่างกายต้องกลับลงมา ทำไมไม่ลอยไปเฉยๆ

เราไม่เคยรู้เลยที่คนเราไม่อาจโดดออกไปนอกโลกได้ ไม่ใช่ว่ามีเวทมนตร์โบราณรั้งพวกเราเอาไว้หรอกหรือ

นั่นสิ ทีเรี่ยนก็เห็นด้วย

ใช้ที่ไหนกันล่ะ เป็นเพราะมันมีแรงอยู่ในอากาศกดพวกเราเอาไว้ต่างหากล่ะ เราเรียกมันว่าแรงดึงดูดไง

ทั้งสองคนก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี เลออนไม่มีทางเลือก ต้องอธิบายให้เห็นภาพโดยตรง

ถ้างั้นขอเวลาสักสองชั่วโมง เดี๋ยวข้าจะทำอะไรให้ดู

 

ภายในบ้านพักของคีเวล หลังจากที่ผ่านเหตุการณ์เครื่องสูบน้ำของเลออน ทำให้คีเวลรู้สึกหัวเสียเป็นอย่างมาก แถมพระราชายังเข้าข้างอีกฝ่ายอีกต่างหาก ซึ่งบาติสเองก็เห็นด้วยในความเจ็บแค้นครั้งนี้ พวกเขากำลังยืนวางแผนกันอยู่ว่าจะทำยังไงดี

ไม่นึกเลยว่าฝ่าบาทจะชื่นชมเจ้านั่น ทั้งที่มันทำผิดกฏสารพัดอย่าง คีเวลกล่าวด้วยดวงตาเคียดแค้น แต่ใบหน้ายังคงสุขุมอยู่

ตอนนี้แม้แต่องค์หญิงยังเชื่อว่าเจ้านั่นอาจจะเป็นผู้ถือครองวิทยาศาสตร์ ถึงได้ตามคลุกคลีกับพวกมันอยู่บาติสบอก

บางทีนางอาจจะคิดถูก ข้าคงไม่ใช่ผู้ถือครองวิทยาศาสตร์จริงๆ

ท่านอย่ากล่าวเช่นนั้น ข้าเชื่อมั่นว่าท่านต้องเป็นผู้ถือครองวิทยาศาสตร์อย่างแน่นอน ไม่ใช่การเล่นปาหี่แบบการปล่อยน้ำอะไรนั่นแน่

เช่นนั้นแล้วท่านบาติสเห็นว่าข้าควรทำอย่างไรดี

ข้าว่าเราไม่ควรปล่อยไว้แบบนี้ วิทยาศาสตร์จอมปลอมนั่น ถ้าท่านให้คนไปทำลายเครื่องสูบอะไรนั่นทิ้งล่ะ

อืม ความจริงแล้วข้าก็ไม่อยากทำลายของๆใครหรอกนะ ไม่ใช่วิถีที่สุภาพบุรุษพึงกระทำ คีเวลทำเป็นรักษามาดผู้ดีอยู่

ท่านกล่าวไม่ถูกต้อง ข้ารู้ว่าท่านเป็นสุภาพบุรุษ แต่ถ้ามีโจรแอบอ้าง ท่านจะปล่อยไว้ได้เชียวรึ

ที่ท่านบาติสกล่าวมาก็มีเหตุผล แม้ข้าจะไม่รู้ว่าวิทยาศาสตร์คืออะไรก็จริง แต่ว่ามันคงไม่ใช่การปล่อยน้ำอะไรแบบนั้นแน่

ถูกต้องแล้ว วิทยาศาสตร์คืออาวุธที่ใช้โค่นล้มพวกมอดอร์ได้ มันไม่มีทางเป็นการปล่อยน้ำมั่วๆแบบนั้นแน่นอน ข้าจึงเห็นว่าท่านควรส่งคนไป ทำลายเครื่องลวงโลกนั่นซะ

วิธีที่ท่านบาติสว่ามาข้าก็พอเข้าใจ แต่ข้าว่านั่นคงไม่มีประโยชน์สักเท่าไหร่

ท่านหมายความว่า?”

ตอนนี้ฝ่าบาทและชาวเมืองเชื่อเจ้าเครื่องนั่นสนิทใจ ต่อให้เราทำลายมันไป ก็ไม่อาจเปิดโปงโฉมหน้าที่แท้จริงของโจรชั่วได้ พวกนั้นแค่สร้างมันขึ้นมาใหม่ ซึ่งนั่นไม่ช่วยอะไร

ได้ฟังคำกล่าวเมื่อครู่บาติสคิดว่ามันก็มีเหตุผลท่านพูดถูก การทำลายเครื่องนั่นไม่ใช่การกระฉากหน้ากากมันออกมา แล้วเราควรจะทำอย่างไรดี

ความจริงข้ามีแผนการใหญ่อยู่ แต่ไม่รู้ว่าจะเชื่อใจท่านบาติสได้หรือไม่

แผนการอะไรรึ? ข้ายินดีช่วยท่านอยู่แล้ว

เกรงว่าตอนนี้ข้ายังบอกไม่ได้ แต่ข้าคิดว่าหลังจากแผนนี้สำเร็จ พวกนั้นก็ไม่ใช่ปัญหาของเราอีกต่อไป

 

ผ่านไปสองชั่วโมงตามที่บุรุษจากต่างโลกพูดแล้ว ตอนนี้ก็ถึงเวลาแสดงสิ่งที่เรียกว่าวิทยาศาสตร์ให้ทีเรี่ยนและเจ้าหญิงดูสักที เขาพาพวกเธอมาที่บ่อน้ำลึกแห่งหนึ่ง เป็นบ่อน้ำที่ลึกมากจนก้นบ่อแถบจะมืดสนิท แต่ก็สามารถเห็นลางๆได้ว่ามันมีก้อนหินก้อนใหญ่อยู่ด้านใน

เห็นก้อนหินข้างล่างนั่นไหม เลออนถาม

ข้าคิดว่าข้าเห็นนะทีเรี่ยนตอบขณะชะเง้อคอลงไปดู

เราก็คิดว่าเราเห็น มิเนอร์ว่าตอบ เธอเองก็พยายามจ้องอยู่

พวกเจ้ามีวิธีทำให้ก้อนหินขึ้นมาจากก้นบ่อหรือเปล่าล่ะ เลออนถาม

อืม…” ทีเรี่ยนกำลังใช้ความคิด เพราะหินก้อนนั้นมันลูกใหญ่มากเลยทีเดียว

เราก็ไม่รู้สิเจ้าหญิงก็ไม่แน่ใจว่าจะเอามันขึ้นมาได้

งั้นลองใช้เวทมนตร์เอาขึ้นมาสิ ได้หรือเปล่า

งั้นข้าขอลองดูก่อน

ทีเรี่ยนพยายามรวบรวมสมาธิ เขาหลับตาแน่นสนิท พึมพำบางอย่างโดยที่มือยื่นลงไปในบ่อ ราวกับกำลังใช้พลังจิตอยู่ แต่ทำยังไงมันก็ยังไม่ลอยขึ้นมา แม้ว่าจะเกร็งจนใบหน้าบูดเบี้ยวแล้วก็ตาม

เฮ้อ ทีเรี่ยนลืมตาขึ้นมา ถอยห่างออกจากบ่อน้ำไม่ไหว มันลึกเกินไป แถมยังหนักเกินกว่าที่ข้าจะใช้พลังเวทมนตร์ให้มันลอยขึ้นมาได้

แล้วเจ้าหญิงล่ะ ทำได้หรือเปล่า เลออนหันไปถาม

เราคิดว่าเราทำไม่ได้ เหมือนอย่างที่ท่านแม่ทัพบอก มันลึกมากแถมยังหนักอีกด้วย จะเอาขึ้นมาได้อย่างไร

ถ้างั้นถ้าเราใช้เชือกดึงขึ้นมาได้หรือเปล่า

เลออนพูดพลางขยับเชือกที่พาดคานอยู่ด้านข้างบ่อน้ำ มันเป็นเชือกที่ใช้มัดหินก้อนนั้นอยู่

ถ้างั้นข้าขอลองดูก่อนก็แล้วกัน ทีเรี่ยนว่า ก่อนจะเดินเข้าไปรับเชือกที่มือเลออน

เขาถอนหายใจอยู่สองสามครั้ง ก่อนจะเริ่มออกแรงดึงเชือกอย่างสุดกำลัง

ฮึบ….!”

ก้อนหินลอยขึ้นมาได้เพียงนิดเดียวเท่านั้น สุดท้ายก็ตกลงไปก้นบ่อเหมือนเดิม เพราะมันหนักมากๆจนทีเรี่ยนไม่อาจทนไหวต้องปล่อยเชือกไป

เฮ้อ ข้าคิดว่าข้ายกขึ้นมาไม่ได้แน่ ทีเรี่ยนกล่าวขณะหอบแฮ่ก

หินหนักแล้วยังลึกแบบนั้นจะมีใครเอาขึ้นมาได้ด้วยหรือ?” เจ้าหญิงถาม

เวทมนตร์ทำไม่ได้ ดึงขึ้นมาด้วยกำลังก็ยิ่งไม่ได้ แต่วิทยาศาสตร์ทำได้

คำพูดของเลออนทำเอาทั้งสองคนถึงกับตาโตหูผึ่งทันที

มีเรื่องเช่นนี้ด้วยรึ พี่เลออน ท่านเอาขึ้นมาได้จริงๆงั้นรึ

เลออนยิ้มมุมปาก ก่อนจะนำวัตถุบางอย่างไปติดไว้ตรงคานบ่อ จากนั้นเขาก็ร้อยเชือกผ่านวัตถุนั่นอีกที เมื่อพร้อมแล้วเขาก็จะแสดงให้ดูทันที

เลออนใช้มือขวาเพียงข้างเดียวค่อยๆสาวเชือกขึ้นมาอย่างช้าๆ จนหินที่หนักอึ้งก้นบ่อค่อยๆลอยขึ้นมา ทำเอาทั้งสองคนถึงกับอ้าปากค้าง

ท่านทำได้ยังไงเนี่ย” ทีเรี่ยนถึงกับตาโตเป็นไข่ห่าน

เราไม่อยากเชื่อเลย เป็นไปไม่ได้” เจ้าหญิงเองก็เบิกตากว้างเช่นกัน

เลออนสาวเชือกขึ้นมาเรื่อยๆ จนสุดท้ายเขาทำให้หินลอยขึ้นมาบนผิวบ่อน้ำ ก่อนจะยกมันค้างเอาไว้ให้พวกนั้นตะลึงกันเล่นๆ

หินหนักขนาดนั้น ข้าใช้สองมือดึงเชือกยังไม่ขึ้นเลย ท่านกลับใช้มือเดียวยกแบบสบายๆ ทีเรี่ยนยังคงทึ่งและตะลึงงัน

หรือว่าท่านใช้เวทมนตร์อะไร เจ้าหญิงถาม เธอเองก็ไม่อยากเชื่อเช่นกัน

เวทมนตร์ที่ไหนกันล่ะ นี่เรียกว่าวิทยาศาสตร์ต่างหาก

วิทยาศาสตร์?”

คำตอบอยู่ที่ไอ้นี่ต่างหาก เลออนชี้ไปยังวัตถุบางอย่าง กลมๆ มีหลายชั้นซ้อนกันขึ้นไป ถูกเชือกร้อยผ่านเอาไว้

มันคืออะไรรึพี่เลออน

เขาเรียกว่ารอก เอาไว้ลดแรงเวลาต้องยกของหนักๆ ไม่เชื่อเจ้าลองดึงหินนี่ใหม่สิ เลออนปล่อยหินลงน้ำอีกครั้ง แล้วยื่นเชือกให้ทีเรี่ยนดึงอีกที

บุรุษผู้เป็นแม่ทัพรับเชือกมาโดยที่ไม่ค่อยเชื่อเท่าไหร่ แต่เมื่อเพียงแค่เขาสะกิดนิดเดียว ความหนักหน่วงในตอนแรกหายไปจนหมดสิ้น ตอนนี้เขาสามารถดึงหินขึ้นมาได้ง่ายๆ แทบจะไม่ต้องออกแรงเลย 

ทีเรี่ยนไม่อยากจะเชื่อว่านี่เป็นความจริง แค่นำวัตถุบางอย่างมาติดไว้ ก็ทำให้สามารถยกของหนักขึ้นมาได้ง่ายแบบพลิกฝ่ามือ

เข้าใจรึยัง นี่แหละที่เรียกว่าวิทยาศาสตร์ล่ะ

คำสอนของเลออนในวันนี้ทำให้พวกเขาทั้งสองจดจำสิ่งที่เรียกว่าวิทยาศาสตร์ได้อย่างขึ้นใจ แม้จะไม่รู้ว่าหลักการมันเป็นอะไร แต่ว่าคำตอบอยู่ในตัวบุรุษตรงหน้าแล้ว มิเนอร์ว่าคิดว่านี่แหละคือบุรุษที่เธอกำลังตามหา ชายที่ถือครองวิทยาศาสตร์ที่จะโค่นล้มพวกมอดอร์

พรุ่งนี้เราจะมาใหม่ เราอยากเรียนรู้จากท่านอีก

 

ในค่ำคืนวันนั้นเอง บาติสที่กำลังพักอยู่ในบ้านพักของคีเวลสังเกตได้ถึงสิ่งผิดปกติบางอย่าง เขาเห็นแม่ทัพกำลังคีเวลทำลับๆล่อๆ จึงได้แอบสะกดรอยตามไปดูอย่างเงียบๆ จนพบกองทหารกองหนึ่งจำนวนหลายร้อยคน กำลังซุ่มฝึกรบกันอย่างดุเดือดในป่า ราวกับว่ากำลังจะไปรบราฆ่าฟันกับใคร

เขาเห็นคีเวลกำลังสนทนากับรองแม่ทัพของตนเอง จึงรีบเข้าไปให้ใกล้ที่สุดเพื่อเงี่ยหูฟังว่าสองคนนั้นกำลังคุยอะไรกัน

ตอนนี้คืบหน้าไปถึงไหนแล้วเสียงของคีเวล

คิดว่าใกล้แล้วครับเสียงของรองแม่ทัพ

ทหารเราจะพร้อมก่อนวันสืบทอดอำนาจหรือเปล่า

พร้อมอย่างแน่นอนครับท่าน

ดีมาก ฮ่าฮ่าฮ่า กษัตริย์คูมันจะไม่มีทางได้ผู้สืบบัลลังก์คนใหม่อย่างแน่นอน เพราะข้านี่แหละจะขึ้นครองบัลลังก์ซะเองฮ่าฮ่าฮ่า

บาติสถึงกับอึ้งเมื่อได้ยินคำพูดของคีเวล ไม่คิดว่าสุภาพบุรุษอย่างเขาความจริงแล้วซ่อนความร้ายกาจเอาไว้ภายใน

ไม่ได้การ เขาต้องรีบไปบอกเรื่องนี้กับใครก็ได้ที่ไว้ใจได้ ใครก็ได้ที่ไม่ใช่พรรคพวกของคีเวล เพราะบัลลังก์ของกษัตริย์คูมันกำลังอยู่ในอันตราย

ในคืนวันนั้นเอง บาติสจึงตัดสินใจไปยังบ้านพักของทีเรี่ยน แม้จะลำบากใจที่จะต้องพบหน้าเลออน แต่เขาก็ไม่ยอมปล่อยให้เกิดการกบฏขึ้นอย่างแน่นอน

ทีเรี่ยนกับเลออนยังคงไม่เข้านอน กำลังสนทนากันอยู่ จนกระทั่งมีทหารวิ่งเข้ามารายงาน

รายงาน ท่านบาติสมาขอเข้าพบครับ

หืม…?” คำรายงานเมื่อครู่ทำเอาบุรุษทั้งสองถึงกับงุนงง บาติสเกลียดพวกเขาจะตายเหตุใดจึงต้องมาหาพวกเขากลางดึกแบบนี้ด้วย

หรือว่าหมอนั่นเข้าบ้านผิด คิดว่าเป็นบ้านพักของคีเวล เลออนว่า

นั่นสิ น่าแปลกจริงๆ ให้เขาเข้ามาได้

เมื่อบาติสเข้ามาแล้ว เลออนจึงรีบแซะทันที

ว่าไง เข้าบ้านผิดหรือไง บ้านพักคีเวลน่ะอยู่โน่น เลออนพูดพลางชี้ไปยังทิศที่เป็นบ้านพักของคีเวล

เจ้าอย่าเหิมเกริมให้มากนัก บาติสตอบความจริงข้าไม่ชอบหน้าเจ้า แต่เห็นแก่อาณาจักรนี้ เลยต้องมาบอกท่านแม่ทัพทีเรี่ยนให้ได้

ท่านมีเรื่องสำคัญอันใดงั้นรึ ทีเรี่ยนถาม

คือว่าตอนที่ข้าอยู่บ้านพักของเขา เห็นเขาแอบทำลับๆล่อๆ เลยสะกดรอยตามเขาไป ปรากฏว่าเห็นพวกเขากำลังแอบฝึกทหารกันอยู่ในป่า แถมข้าได้ยินเขาคุยกับรองแม่ทัพ ว่าพวกเขาจะก่อกบฏก่อนวันมอบอำนาจด้วย

มีเรื่องเช่นนี้ด้วยรึ

ข้าเห็นท่านจงรักภักดีต่อกษัตริย์คูมัน จึงได้นำเรื่องมาบอกท่าน หวังว่าท่านจะช่วยอาณาจักรนี้ให้พ้นภัย

แล้วข้าจะรู้ได้ไงว่าเจ้าพูดจริง เจ้าอาจจะแต่งเรื่องขึ้นมาก็ได้ เลออนว่า เขาไม่เชื่อเท่าไหร่

ถ้าเจ้าไม่เชื่อ งั้นก็ตามข้ามาพิสูจน์ความจริง

เลออนและทีเรี่ยนหันมองหน้ากัน ก่อนที่ทั้งสองจะตกลงทำตามที่บาติสบอก แอบสะกดรอยเข้าไปในป่า ไปยังจุดที่พูดถึง

มีนายทหารหลายร้อยคนกำลังฝึกซ้อมรบอยู่จริงๆ ราวกับว่าพวกเขาเตรียมพร้อมจะไปทำสงครามยังไงยังงั้น แม้ในป่าที่มืดสนิทพวกเขาก็จุดคบเพลิงซ้อมรบกันอย่างไม่เกรงกลัว

น่าแปลก พวกนั้นซ้อมรบกันจริงๆด้วย ทีเรี่ยนพูดขณะจ้องมองเหล่าทหารพวกนั้นอยู่

ข้าบอกท่านแล้ว พวกนั้นจะก่อกบฏจริงๆบาติสว่า

งั้นพวกเราควรจะทำยังไงดี ทีเรี่ยนหันมาถาม หรือว่าข้าควรไปบอกกับพระราชาตอนนี้เลย

ทำเช่นนั้นข้าคิดว่าไม่ปลอดภัยแน่ อำนาจทหารอยู่ในมือของคีเวล หากพระราชาจะลงโทษเขา เขาคงไม่รอโดนลงโทษให้เสียเวลา มีแต่จะทำให้ก่อกบฏเร็วขึ้น บาติสแนะนำ

จริงอย่างที่หมอนี่ว่า เลออนเห็นด้วย ตอนนี้คีเวลกุมอำนาจทหารในมือ ต่อให้ฝ่าบาทรู้เข้าก็คงจะทำอะไรไม่ได้ เขามีแต่จะกบฏเร็วขึ้นเท่านั้น

ถ้างั้นเราควรจะทำอย่างไรดี ให้อาณาจักรนี้ปลอดภัย

ข้าคิดว่าเราควรส่งจดหมายไปขอความช่วยเหลือจากอาณาจักรอื่น ท่านเห็นว่าเป็นยังไง

คำแนะนำของบาติสทีเรี่ยนก็คิดว่าเป็นวิธีที่ไม่เลว แต่ว่าอาณาจักรอื่นๆไม่ค่อยเป็นมิตรกับอาณาจักรอาวาลอนสักเท่าไหร่

อาณาจักรที่ใกล้ที่สุดคงจะเป็นอาณาจักรแซกนัส แต่ว่าเขาไม่ค่อยเป็นมิตรกับพวกเราเท่าไหร่ คิดว่าเขาคงไม่ส่งทหารมาช่วยพวกเราหรอก

ถ้างั้นเราก็ให้ผลประโยชน์เขาสิ เขาจะได้ส่งทหารมาช่วย บาติสว่า

ผลประโยชน์ที่ท่านพูดถึงคืออะไร?” ทีเรี่ยนถาม

เราก็ทำทีเป็นว่าจะยกบัลลังก์ให้เขาหากเขามาช่วย กษัตริย์แห่งแซกนัสจะต้องตอบตกลงอย่างแน่นอน เราก็ปล่อยให้พวกเขาสู้กับคีเวลไป เท่านี้เราก็จะปกป้องอาณาจักรได้

อืม ข้าคิดว่าเป็นวิธีที่ไม่เลวนะ เลออนก็เห็นด้วย

แต่เรื่องใหญ่แบบนี้ ข้าว่าเราควรให้พระราชาเป็นคนตัดสินใจเอง เราควรบอกเรื่องนี้ให้เขารู้ดีที่สุด ทีเรี่ยนพูด

ท่านพูดถูก บาติสบอก แต่ถ้าฝ่าบาทไม่เชื่อท่านล่ะ ท่านจะทำอย่างไร พวกเราไม่มีหลักฐานอะไรเลย พวกเราแค่รู้ว่าเขากำลังฝึกทหารแค่นั้น ถ้าฝ่าบาทเชื่อท่านก็ดีไป แต่ถ้าไม่เชื่อข้าเกรงว่าถึงตอนนั้นคงจะไม่ทัน

ทีเรี่ยนกำลังครุ่นคิดอย่างหนัก คำพูดของบาติสเองก็มีเหตุผลเหมือนกัน ตอนนี้พวกเขาแค่รู้ว่าคีเวลจะก่อกบฏ แต่ไม่มีหลักฐานจริงๆจังๆ ต่อให้เชิญฝ่าบาทมาดูการซ้อมรบ เขาอาจจะแค่คิดว่าเป็นการฝึกทหารปกติก็ได้

พี่เลออน ท่านเห็นว่ายังไงทีเรี่ยนเชื่อบุรุษจากต่างโลกที่สุด

อืม ข้าว่าความคิดของเขาก็ไม่เลวนะ เลออนคิดดูแล้วเป็นวิธีที่ดีที่สุด เอางี้ เราก็เขียนจดหมายถึงกษัตริย์แห่งแซกนัส แกล้งทำทีว่าจะมอบบัลลังก์ให้ ขอให้ส่งทหารมาช่วยปราบกบฏ พอเสือสองตัวกัดกันเราก็นั่งดูอยู่เฉยๆ ฉวยโอกาสตักตวงผลประโยชน์เท่านี้ก็สิ้นเรื่อง

ข้าจะอาสานำจดหมายออกไปเอง เพราะหากมีทหารออกไปส่งข่าวเขาต้องสงสัยแน่ แต่ถ้าข้าไปเองจะไม่มีใครสงสัยเพราะข้าเป็นคนนอก บาติสพูด

แม้จะลังเลนิดหน่อย แต่ทีเรี่ยนก็ทำตามที่เลออนและบาติสแนะนำ เขารีบมุ่งหน้ากลับบ้าน ตัดสินใจเขียนจดหมายถึงกษัตริย์แห่งแซกนัสในคืนนั้นเอง เพื่อขอให้มาปราบกบฏคีเวล

 

เรียนกษัตริย์แห่งแซกนัส

ข้าคือแม่ทัพลำดับที่สองทีเรี่ยนแห่งอาณาจักรอาวาลอน ตอนนี้ภายในอาณาจักรกำลังจะมีการก่อกบฏขึ้น ข้าขอให้ท่านส่งทหารมาช่วยปราบกบฏ หากสำเร็จจะยินดีจะมอบบัลลังก์ให้ท่านสืบต่อไป

 

TYLiON GALLER

 

เมื่อเขียนจดหมายและปั้มตราประทับที่เป็นชื่อของเขาเรียบร้อยแล้ว ทีเรี่ยนจึงส่งมันให้กับบาติสทันที

นี่เป็นจดหมายสำคัญ จะให้คนอื่นล่วงรู้ไม่ได้ ขอท่านส่งมอบให้ถึงมือกษัตริย์แห่งแซกนัสด้วย

บาติสรับจดหมายมา ก่อนจะยกมือคำนับให้อย่างเป็นมั่นเป็นเหมาะ

ข้าจะจำใส่ใจเอาไว้ จะนำจดหมายนี่ไปมอบให้กับกษัตริย์แห่งแซกนัสทันที ไม่ให้ท่านต้องผิดหวัง

 

บาติสหลังจากได้รับจดหมายจึงรีบมุ่งหน้าลงใต้อย่างรวดเร็ว แต่จุดหมายของเขาไม่ใช่ประตูเมือง แต่เป็นบ้านพักของคีเวลต่างหาก ซึ่งบุรุษผู้เป็นเจ้าของบ้านกำลังลุ้นอย่างใจจดใจจ่อ

ท่านแม่ทัพ บาติสเข้าไปหาเขาพร้อมด้วยรอยยิ้ม

เป็นยังไงบ้าง ท่านได้จดหมายมาหรือเปล่า คีเวลถามอย่างร้อนรน

แน่นอน ข้าทำตามที่ท่านบอก แกล้งให้พวกเขาเขียนจดหมายไปขอความช่วยเหลือ พวกนั้นติดกับดักข้า หลงเชื่อเข้าเต็มเปา

จริงรึ แล้วจดหมายล่ะ

บาติสยื่นจดหมายที่ทีเรี่ยนเขียนพร้อมปั้มตราประทับให้ดู เขาแทบจะรอไม่ไหวแม้แต่วินาทีเดียว รีบคลี่จดหมายออกมาและอ่านอย่างตื่นเต้นสุดๆ พบว่าลายมือในจดหมายเป็นของทีเรี่ยนไม่ผิดแน่และตราประทับก็เป็นของจริงอย่างแน่นอน แผนการแสร้งทำเป็นยอมจำนนของเขาสำเร็จไปได้อย่างน่าเหลือเชื่อ

ฮ่าฮ่าฮ่า คีเวลหัวเราะออกมาเมื่อเห็นเนื้อความในจดหมาย เท่านี้ข้าก็มีหลักฐานที่พวกนั้นสมคบคิดกับข้าศึกแล้ว หากข้ามอบมันให้ฝ่าบาทล่ะก็ พวกนั้นหัวต้องหลุดจากบ่าอย่างแน่นอน ฮ่าฮ่าฮ่า

ยินดีกับท่านแม่ทัพด้วย บาติสกล่าว

ท่านทำงานได้ดีมาก แสดงได้แนบเนียนจริงๆ หากงานนี้สำเร็จ ข้าจะมีรางวัลให้ท่านอย่างแน่นอน ฮ่าฮ่าฮ่า

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 14 ครั้ง

0 ความคิดเห็น