[Bungo Stray Dogs] นางฟ้าแห่งคำสาป

ตอนที่ 22 : Episode 13 เวทีโชว์ตัวตน (การเตรียมแผน)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 109
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    25 มิ.ย. 62

B
E
R
L
I
N
 Tiny Hand 

หลังจากหญิงสาวที่ชื่อ เรียวโกะ แนะนำตัวให้รู้จักเป็นเพื่อนแล้ว เธอก็เตรียมตัวก้าวเท้าเดินออกจากซอกหลืบแห่งนี้เพื่อทำธุระต่อ แต่ฉันได้ชิงบอกไว้ก่อนว่า ถ้ามีโอกาสให้เจอกันที่คาเฟ่ประจำสำนักงานนักสืบบุโซพร้อมเขียนที่อยู่ในสมุดและฉีกกระดาษออกยื่นตรงหน้า

นี่คือที่อยู่นะ...ฉันเพิ่งเป็นหน้าใหม่เข้าทำงานในสำนักงานนักสืบบุโซ เอ่อ...ถ้ามีพวกคดี เรื่องที่อยากร้องเรียนหรือปรึกษา...ก็เดินขึ้นชั้นสี่ได้เลย

หืมม...นักสืบ...อีกฝ่ายจับกระดาษมองผ่านผ้าคาดตาสีเทานั่นซึ่งไม่อาจแน่ใจได้ว่ามองเห็นจริงๆ รึเปล่า ฉะนั้น...ฉันจึงเริ่มเปิดปากถามออกไป

เอ่อ...เรียวโกะ เธอใส่ผ้าคาดตาแบบนั้นแล้ว...มองเห็นภาพทุกอย่างเลยงั้นเหรอ

อืม ถึงมันจะแปลกไปหน่อย...แต่ฉันยังพอมองเห็นอยู่

สะ...สุดยอด...ขนาดผ้าปิดตาสีดำข้างขวาของฉันยังเทียบอะไรไม่ติดจริงๆ

แม้พยายามสังเกตผ้าคาดตาของเรียวโกะทั่วทุกซอกมุม แต่พอมีสายคาดเล็กๆ อยู่ จึงรู้คำตอบว่าไม่มีช่องว่างให้กับสายตาคู่นั้นแน่นอน แปลกดีแฮะ...

ตื๊ดดตื๊ดดตื๊ดด~

“...?”

ในช่วงเวลานั้นเอง เสียงโทรศัพท์สั่นในกระเป๋ากางเกงดังขึ้นขัดจังหวะการพูดคุยของพวกเราพอดี เมื่อหยิบมาดูหน้าจอพบกับเบอร์โทรของเสือสมิงตัวขาว ฉันขอตัวคุยโทรศัพท์แล้วเดินออกห่างไปประมาณสามก้าวจากหญิงสาวผมน้ำตาลเข้มพร้อมกดรับสาย

ฮัลโหล...อัตสึชิคุง

คุณทาจิบานะ...ผมซื้อของตามลิสต์รายการครบเรียบร้อยแล้ว ตอนนี้คุณอยู่ที่ไหนเหรอครับ

อะ...อ่อ กำลังจะกลับไปหาแล้วล่ะ ยังไงก็ยืนรออยู่จุดเดิมที่ฉันแยกทางละกันเนาะ

โอเคครับ

ติ๊ด!

ว่าจบก็กดวางสายพร้อมเก็บใส่กระเป๋ากางเกงไว้แล้วค่อยเดินบอกเรียวโกะเกี่ยวกับเรื่องเมื่อครู่ พวกเราเริ่มแยกย้ายทำธุระของตัวเองต่อจากนี้ไปโดยต่างคนต่างมุ่งหน้ากันคนละทาง ซึ่งระหว่างนั้นเอง สัญชาตญาณนักสืบได้ถูกปลุกขึ้นเองก่อนที่จะหยิบสมุดจดบันทึกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ตั้งแต่เจอกลุ่มแบล็คโคลเวอร์จนถึงเรื่องของเรียวโกะ

...

จะว่าไป...ผู้หญิงชุดสีม่วงคนนั้นมีโค้ดเนมเป็นตัวอักษรไหนกันนะ

ข้อมูลเล็กๆ แค่นี้มัน...ยังดูน้อยเกินแฮะ

อืม...”

เอาเป็นว่ารีบกลับไปหาอัตสึชิแล้วกลับสำนักงานดีกว่า

ตึกๆๆๆๆ

ฉันรีบมุ่งหน้าออกจากซอกหลืบนั้นอย่างเร่งรีบ สับเท้าวิ่งตามริมถนนอันไร้ซึ่งผู้คนเดินเพ่นพ่านจนกระทั่งมาถึงหน้าร้านขายของแห่งหนึ่งซึ่งเป็นจุดที่ได้รับข้อความของดาไซแล้วค่อยแยกทางออกไป

แฮ่ก...แฮ่ก...กะ...กลับมาแล้วจ้ะ ขอโทษทีที่ทำให้รอนาน...

แล้ว...คุณดาไซได้คุยเรื่องอะไรไว้เหรอครับ อัตสึชิมีท่าทีประหลาดใจก่อนที่จะหันมาถามด้วยความสงสัย ทำเอาฉันรู้สึกสะดุ้งเบาๆ แล้วพูดกระตุกกระตัก

...!? อะ...เอ่อ...คือ...

ชิบละ...เรื่องนี้มันไม่ใช่อย่างที่เขาคิดไว้ซะด้วยสิ เพราะสิ่งที่ฉันพบเจอไม่ใช่นักสืบสองคน แต่กลับเป็นกลุ่มแบล็คโคลเวอร์แทน

ความจริงฉัน...จะ...เจอ...

เจอ...?”

อะ...เอาเป็นว่าพวกเรารีบกลับสำนักงานกันดีกว่านะ ดูท่าทางจะเสียเวลาไปค่อนข้างเยอะเลย

ด้วยการที่ยังไม่กล้าพูดท่ามกลางสาธารณะ ฉันจึงเริ่มตัดสินใจพูดเปลี่ยนเป็นเรื่องอื่นแทนพร้อมเดินนำทางเพื่อกลับสำนักงานนักสืบบุโซอย่างเร็วไวพร้อมรำลึกว่าข้อมูลทั้งหมดต้องได้รับรายงานให้กับสมาชิกทุกคนเพื่อเตรียมแผนการอย่างถูกต้อง

บ้าจริง...นี่เราเป็นอะไรไปกันแน่เนี่ย รู้สึกไม่มั่นใจตัวเองเลย

 

ณ สำนักงานนักสืบบุโซ

หลังจากตามซื้อเสบียงตามลิสต์รายการของคุนิคิดะจนเกิดเรื่องใหม่ขึ้น พวกเราทั้งสองคนก็หิ้วถุงพลาสติกเข้าห้องเก็บเสบียงแล้วหยิบหนังสือแฟนตาซีสยองขวัญแยกออกไว้เป็นของขวัญต้อนรับรัมโปหลังเลิกงาน

ตึก...ตึก...ตึก

เอ่อ...นี่ค่ะ คุณคุนิคิดะฉันค่อยๆ เดินไปนั่งประจำที่เดิมพร้อมยื่นหนังสือให้ตรงหน้านักสืบแว่นผมบลอนด์เข้มซึ่งตอนนี้เคลียร์งานเรียบร้อยแล้ว

ขอบใจนะ...ทาจิบานะ แบบนี้คุณรัมโปต้องชอบมากแน่ๆ

“...” ฉันส่งรอยยิ้มเล็กน้อยก่อนที่จะนั่งกวาดสายตามองรอบตัว

นักสืบผมน้ำตาล...ดาไซยังคงนั่งอ่านคู่มือสีแดงเล่มโปรดอย่างสบายใจราวกับว่าตัวเองไม่ได้ทำอะไรเลยจริงๆ แต่มันกลับทำให้ฉันรู้สึกสงสัยเพราะข้อความที่ส่งมาหาเมื่อไม่นานนี้

ยูกิจัง...? เป็นอะไรไปเหรอ ดูท่าทางเคร่งเครียดนะเนี่ย...

“...ดาไซ วันนี้ฉันเผชิญหน้ากับหนึ่งในองค์กรแบล็คโคลเวอร์แล้วล่ะ

“...!!?” เหล่าสมาชิกนักสืบในห้องที่เหลือต่างหยุดชะงัก วางงานทุกอย่างลงแล้วหันมามองทางนี้ด้วยความพร้อมเพรียงกัน

งะ...งั้นตอนที่คุณบอกว่าเจอ...อะไรสักอย่างนั่น...

อืม...มันหมายถึงเรื่องนี้น่ะแหละ อัตสึชิคุง อ้อ...จริงด้วยสิ...

ฉันหันมองนักสืบข้างๆ ในขณะที่มือขวาล้วงกระเป๋าหยิบโทรศัพท์พร้อมกดเมนู Message แล้วเปิดข้อความจากเบอร์ดาไซ

“...?”

คุณคุนิคิดะ...คุณกับดาไซได้ส่งข้อความนี้ให้ฉันรึเปล่าคะ...

ห๊ะ...? ข้อความนั่นพวกฉันไม่ได้ส่งให้เลยนี่นา เธอลองดูรายละเอียดให้ทั่วก่อนสิ

มะ...ไม่ได้ส่ง? บ้าน่า...มันจะเป็นไปได้ยังไง

พอคิดเช่นนั้น ฉันจึงตัดสินใจยื่นโทรศัพท์ให้คุนิคิดะอ่านเนื้อหาใจความทั้งหมด

“...”

จาก : ดาไซ โอซามุ

ถึง : ทาจิบานะ ยูกิ

ขอโทษที่รบกวนนะ ยูกิจัง แต่ฉันและคุนิคิดะคุงอยากคุยธุระกับเธอด้วยหน่อย ระหว่างนั้นก็ฝากอัตสึชิคุงซื้อเสบียงรอไว้ก่อนเลย จะได้ไม่ต้องเสียเวลาอย่างเปล่าประโยชน์

งั้นเจอกันตามพิกัดที่ฉันแนบส่งไว้นะ

หลังจากนักสืบแว่นอ่านถึงช่วงสุดท้ายของข้อความ เขาก็จับจ้องมองแล้วกดดูรายละเอียดนู่นนี่ ตั้งแต่วันเวลาที่ส่ง หมายเลขเบอร์และจุดพิกัดนัดหมาย

ทาจิบานะ...นี่มันหมายความว่าไงกัน...เขาถามด้วยสีหน้าที่เคร่งเครียดแล้ววางโทรศัพท์ลงบนโต๊ะทำงานก่อนที่จะจับไหล่ฉันไว้แน่น เธอยอมออกไปหากับดักคนเดียวแบบนี้...ไม่คิดจะระวังเนื้อระวังตัวเลยงั้นเหรอ!!”

น่าๆๆ คุนิคิดะคุง ใจเย็นก่อนนะดาไซพูดห้ามปรามไว้ในขณะที่ตัวเองกำลังเก็บคู่มือเล่มสีแดงวางลงเบาๆ แล้วค่อยหันหน้าคุยอย่างจริงจัง คืองี้นะ...ยูกิจัง ความจริงแล้วเนี่ย...โทรศัพท์ของฉันก็เพิ่งหายไปไม่นานนี้เอง คิดว่าน่าจะหายตั้งแต่ตอนลืมพกติดตัวแน่ๆ

“...!? จริงด้วย...ตอนที่พวกเราประชุมเรื่องคดีคานาเอะ นายลืมเอาไว้ในห้องพักจนต้องใช้โทรศัพท์ของฉันสินะ งั้นแปลว่า...

เรื่องนี้คุณคานาเอะไม่ได้สารภาพมาน่ะ คิดว่าน่าจะเป็นฝีมือคนอื่นมากกว่า

ฝีมือคนอื่น...? ใช่สมาชิกคนที่เหลือรึเปล่านะ

อ่ะ...จะว่าไปเมื่อกี้...ยูกิจังบอกว่าเจอหนึ่งในองค์กรแบล็คโคลเวอร์สินะดาไซเริ่มเปิดประเด็นใหม่ต่อจากตอนที่ฉันบอกเขาตั้งแต่เนิ่นๆ นี้ ไหนลองบรรยายรูปลักษณ์ของคนๆ นั้นให้ฟังที

อะ...อื้มฉันพยักหน้าตกลงพร้อมหยิบสมุดจดขึ้นมาเปิดอ่านหลักฐานดังกล่าว สมาชิกที่เจอเป็นผู้หญิงในชุดออฟฟิศทั่วไปธีมสีม่วง ผมเกล้ามวยสีชมพู นัยน์ตาสีน้ำตาล-ทองเข้มไร้อารมณ์ แถมยังมีลูกน้องพกอาวุธปืนค่อนข้างเยอะพอควร ส่วนเรื่องพลังพิเศษยังไม่มีการเปิดเผย

ฮืม...สาวออฟฟิศ...นักสืบผมน้ำตาลทำท่าครุ่นคิดไปไม่กี่วินาทีแล้วลองคาดเดาให้ฟังหนึ่งข้อ ถ้าเป็นเหมือนฮิกุจินี่ก็อาจมีความเป็นไปได้สูง เพราะเธอคนนั้นไม่มีพลังพิเศษแต่ยังมีความสามารถและเชี่ยวชาญเรื่องปืน

อย่างนี้นี่เอง...แอบคิดลึกๆ อยู่เหมือนกันว่าทำไมฮิกุจิใช้แต่ปืนอย่างเดียว

ก็ประมาณนั้นแหละนะ แล้ว...มีข้อมูลอะไรที่จดเพิ่มเติมอีกรึเปล่า

เอ่อ...ก็มีอยู่อีกแค่สองเรื่องน่ะฉันเปิดสมุดหน้าถัดไปจนกระทั่งถึงช่วงที่ตัวเองจดไว้ เรื่องแรกคือ...งานคอนเสิร์ตของไอดอลหน้าใหม่ชื่อ ฮารุกะ หลายคนต่างพูดถึงกันเยอะ โดยเฉพาะเหล่านักเรียนหญิง งานจะเริ่มภายในเย็นนี้

อ๋อ~ ไอดอลที่ฉันเคยพูดถึงนี่เอง~ ลองไปตามหลีหลังเลิกงานสักหน่อยดีกว่--- แอ่ก!!”

ยังไม่ทันที่เจ้าตัวจะพูดจบประโยค ฝ่ามืออรหันต์จากคู่หูร่วมงานอย่างคุนิคิดะก็ฟาดเข้ามาที่กะโหลกเต็มแรงแล้วค่อยลากคอเสื้อเตรียมลงไม้ลงมือเขย่าตัวสั่งสอน(รอบสองของวันนี้)

จำไม่ได้รึไงว่าให้สนใจเรื่องงานมากกว่าผู้หญิง!! ไอ้ตัวสิ้นเปลืองผ้าพันแผลผีบ้า!! แกนี่มันสอนยากเย็นเกินคนจริงๆ เลยนะ!!”

อ้าว~ คุนิ-คิดะคุง-เคยบอกว่า~ หลีสาวได้-เมื่อว่างงาน-นี่นาา~

อ่ะ...

ดาไซนี่...ช่างรู้ทันจริงอะไรจริง ทำเอาหลายคนเงิบเป็นแถวเลย!

นะ...หนอยย~ ฉันเกลียดคนรู้ทันอย่างแกจริงๆเจ้าตัวทำท่าทีหมั่นไส้คู่หูก่อนที่จะยอมปล่อยลงให้ล้มนอนคว่ำบนพื้นตามเคย แล้ว...เรื่องที่สองล่ะ ทาจิบานะ

สะ...สุดยอด เพิ่งจะลงไม้ลงมือเมื่อกี้เอง พอผ่านไปแป๊บเดียวนี่สงบใจง่ายแท้ๆ

เอ่อ...คะ...ค่ะ เรื่องนี้อาจจะไม่เกี่ยวข้องกับองค์กรมากเท่าไหร่ แต่ฉันได้รู้จักเพื่อนใหม่ที่ช่วยจัดการลูกน้องของผู้หญิงคนนั้นพอดี

เพื่อนใหม่...? นี่เธอไว้ใจดีแล้วเหรอ...บางทีนั่นอาจเป็นกับดักต่อจากข้อความอีกก็ได้นะ

“...” ฉันเงียบปากไปสักพักใหญ่และลองพูดโน้มน้าวให้เขาเชื่อใจผู้หญิงที่เคยไร้เพื่อนสักครั้ง คุณคุนิคิดะ...ฉันรู้ว่าพวกคุณกังวลเรื่องนี้มากแค่ไหน แต่เชื่อฉันเถอะค่ะ...เขาต้องเป็นเพื่อนที่ดีได้แน่นอน

ตึก...ตึก...ตึก

เพื่อนคนนั้น...ชื่ออะไรเหรอ ฉันอยากลองคุยด้วย...เคียวกะค่อยๆ เดินเข้าหาแล้วยื่นมือจับแขนเสื้อฉันไว้เบาๆ

อิชิคาวะ เรียวโกะ จ้ะ...คิดว่าน่าจะได้คุยกันหลังจากเคลียร์เรื่ององค์กร---

ตื๊ดดตื๊ดดตื๊ดด~

ระหว่างนั้นเอง เสียงโทรศัพท์สั่นในกระเป๋ากางเกงก็ดังขึ้นขัดจังหวะพอดี เมื่อหยิบมาดูหน้าจอพบกับเบอร์โทรของบอสแห่งพอร์ตมาเฟีย ฉันพยายามคิดเรื่องที่เขาต้องการคุยแล้วขอตัวลุกขึ้นเดินออกไปนั่งโซนต้อนรับแขกเพื่อกดรับสายทันที

สวัสดีค่ะ...คุณโมริ

ขอโทษที่รบกวนเวลาทำงานของเธอด้วยนะ ยูกิคุง พอดีฉันอยากคุยเรื่องแผนการนิดหน่อย

แผนการ...? มะ...ไม่รบกวนอะไรเลยค่ะ ฉันพร้อมรับฟังเสมอ

ดีเลย งั้นเรื่องแรก...เธอได้ยินข่าวเกี่ยวกับเรื่องคอนเสิร์ตเย็นนี้รึเปล่าเอ่ย

เอ๊ะ...? แม้แต่โมริเองก็ยังพูดถึงด้วยเหรอเนี่ย ท่าทางจะสำคัญไม่ใช่น้อยเลย...

ฉันนั่งตอบคำถามเกี่ยวกับเรื่องเมื่อครู่ไปว่า ได้ยินมาจากข่าวลือของนักเรียนที่พูดถึงกันก่อนที่จะเปิดปากถามอีกฝ่ายด้วย

ฉันเพิ่งได้รับฟังจากลูกน้องส่วนหนึ่ง ถึงไม่แน่ใจเท่าไหร่นัก แต่พอลองคิดดูดีๆ แล้วเนี่ย...เธอไม่คิดสงสัยบ้างเหรอว่าทำไมผู้คนเพิ่งพูดถึงไอดอลหน้าใหม่กันเยอะผิดปกติ

เยอะผิดปกติ...? ตะ...แต่นั่นไม่ใช่ว่าเป็นเรื่องทั่วๆ ไป...

ก็จริงอยู่ที่ดูเผินๆ เหมือนเป็นเรื่องปกติ แต่การที่ทุกคนในเมืองต่างรีบทำสกินปลอกหมอนข้าง ผลิตของที่ระลึกเสร็จเร็วเกินไปภายในครึ่งวันเดียว...มันเป็นไปไม่ได้

“ละ...แล้วเรื่องบัตรตั๋วล่ะคะ...

ไม่มีขายเลย เรื่องที่สองคือ...อาคุตางาวะคุงสังเกตเห็นว่าหลายๆ คนต่างหายริบพร้อมกับสายลมหลังพูดถึงชื่อไอดอลหน้าใหม่อย่างคลั่งไคล้เกินไป

อึ่ก...ผิดปกติจริงด้วยแฮะ ผู้คนหายพร้อมสายลมแบบนี้...แสดงว่าต้องมีใครสักคนในกลุ่มแบล็คโคลเวอร์กำลังบงการอยู่เบื้องหลัง ถ้าไม่รีบจัดการเคลียร์ให้จบมีหวังเกิดหายนะเรื่องคนหายแน่ๆ

เข้าใจแล้วค่ะ...งั้นบอกแผนการมาได้เลยค่ะ

โอเค... โมริเว้นช่วงประโยคไม่กี่วินาทีซึ่งน่าจะกำลังเตรียมการอะไรบางอย่างอยู่แล้วค่อยคุยโทรศัพท์ต่อด้วยน้ำเสียงจริงจัง

เย็นนี้พวกเราพอร์ตมาเฟียจะไปที่คอนเสิร์ตกัน...และอยากให้เธอกับดาไซคุงร่วมตามสืบดูว่ามีใครอยู่เบื้องหลังรึเปล่า ที่สำคัญ...คนๆ นั้นจะต้องไม่หลุดจากสายตาเด็ดขาด

รับทราบค่ะ...พวกเราสมาชิกนักสืบจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุดค่ะ

ขอบใจนะ...ยูกิคุง งั้นแค่นี้ก่อนละกัน...เตรียมตัวให้พร้อมด้วยล่ะ

ติ๊ด!

ว่าจบก็กดวางสายพร้อมเก็บใส่กระเป๋ากางเกงไว้แล้วเดินกลับไปหาสมาชิกนักสืบบุโซ จากนั้นจึงเริ่มบอกเล่าเรื่องแผนการเย็นนี้ให้ฟังทุกรายละเอียดจากโมริ แน่นอนว่าดันเข้าทางดาไซพอดิบพอดีเป๊ะ เขายิ้มอ่อนและพยักหน้าตกลงตามนั้น

แหมๆ ได้งานที่ฉันถนัดซะด้วย คุณโมริเนี่ยดูมีแผนการตลอดเลย

ก็เหมือนกับคุณแหละ...ดาไซ อย่าลืมนะ...โฟกัสเรื่องงานและแผนการเท่านั้น

เห็นมั้ยล่ะ...ทาจิบานะยังสนใจเรื่องงานเหมือนฉันเลย นายเป็นรุ่นพี่ทั้งทีน่าจะเป็นแบบอย่างให้คนอื่นเขาบ้างคุนิคิดะส่งสายตามองจิกนักสืบจิตพิลึกพลางหยิบสมุดอุดมคติขึ้นขีดเขียนอะไรบางอย่างด้วยความตั้งใจจนลายมือสวยเป็นระเบียบจ๋า

ฮ่ะๆๆ เอาเป็นว่าผมจะไปกับพวกคุณสองคนละกันนะครับ คุณทาจิบานะ...คุณดาไซอัตสึชิหัวเราะให้กับดาไซเบาๆ แล้วค่อยส่งรอยยิ้มกว้างต่อฉันหลังอาสาขอไปด้วย

ได้สิ...เพราะอัตสึชิคุงเองก็เป็นกองกำลังสำคัญของพวกเราเหมือนกัน อ่อ...งั้นฝากรายงานเรื่องนี้ให้กับท่านประธานด้วยนะ คุนิคิดะคุง

อ่าๆ รู้แล้วน่านักสืบผมบลอนด์เข้มพูดจบพร้อมเดินมุ่งหน้าออกไปยังห้องประธานฟุคุซาวะอย่างช้าๆ ระหว่างนั้นเขาก็หันหน้ามาพูดกับฉันด้วย “เฮ้...ทาจิบานะ

“คะ...?”

ไม่ว่ายังไงก็ตาม...อย่าทำให้อุดมคติต้องแปดเปื้อนเพราะความล้มเหลวเด็ดขาด...เข้าใจนะ

 

เวลา 17.00 น.

แกร๊กๆๆๆ

อืมม...โอเค เรียบร้อยแล้วค่ะ

หลังจากจัดการพิมพ์งานเอกสารและรายงานต่างๆ ที่เหลือเสร็จเรียบร้อย ฉันเริ่มเก็บพับเครื่องโน้ตบุ๊กสีดำพร้อมจัดข้าวของบนโต๊ะให้เป็นระเบียบ ราวกับว่าตัวเองได้แบบอย่างจากคุนิคิดะเต็มๆ

ขอบใจมาก...ทาจิบานะ ทีนี้ก็คงเริ่มทำตามแผนการนั่นได้แล้ว

ประมาณนั้นค่ะ...แต่ฉัน...ยังกังวลอยู่ดีว่าจะมีสมาชิกคนอื่นในแบล็คโคลเวอร์ตามลอบโจมตีพวกคุณที่เหลือเอาน่ะ

ไม่ต้องกังวลไปหรอก ยูกิจัง พวกเราเป็นถึงสมาชิกนักสืบบุโซ ไม่มีทางแพ้ใครง่ายๆ อยู่แล้วดาไซที่นั่งบนโต๊ะของตัวเองหันมาคุยกับฉันด้วยรอยยิ้มอ่อนๆ ซึ่งตอนนี้เขามีหูฟังสวมบนคอไว้

ใช่ครับ คุณทาจิบานะ พวกเราทุกคนน่ะ...ทำได้แน่นอน

ตื๊ดดตื๊ดดตื๊ดด~

ระหว่างนั้นเอง เสียงโทรศัพท์สั่นในกระเป๋ากางเกงก็ดังขึ้นขัดจังหวะอัตสึชิพอดี เมื่อหยิบมาดูหน้าจอพบกับเบอร์โทรของบอสแห่งพอร์ตมาเฟียอีกครั้ง ฉันตัดสินใจยืนคุยที่เดิมพร้อมกดรับสายทันที

สวัสดีค่ะ...คุณโมริ

ยูกิคุง ตอนนี้ฉันได้ส่งลูกน้องส่วนหนึ่งให้มุ่งหน้าไปคอนเสิร์ตเรียบร้อย แต่ก็นะ...คนที่ขาดไม่ได้ในแผนการนี้เลยคือ ชูยะคุง และคิดว่าเขาน่าจะไปถึงก่อนคนแรกแล้วแหละ

รับทราบค่ะ...ทางพวกเราก็เตรียมพร้อมทุกอย่างแล้ว

ส่วนเรื่องพิกัด...เธอรอรับข้อความจากอาคุตางาวะคุงได้เลย อีกไม่นานเกินรอหรอก

ติ๊ด!

ยังไม่ทันที่จะพูดอะไรต่อสักคำ โมริกดวางสายตัดหน้าอย่างไวราวกับสายฟ้าแล๊บ ฉันนั่งถือโทรศัพท์รอสักพักหนึ่งจนกระทั่งมีเสียงแจ้งเตือนข้อความใหม่จากไลน์ของอาคุตางาวะ แน่นอนว่าเป็นการแนบพิกัดแผนที่ที่ชัดเจนมาก รวมถึงมีข้อความทิ้งท้ายสั้นๆ

 

เดี๋ยวกระผมคอยสังเกตจากเบื้องบนเอง...หากมีศัตรูจะตามเก็บทันที

 

อาคุตางาวะคุงเนี่ย...ถึงดูเหมือนคนเคียดแค้นกับอัตสึชินักหนาแต่ก็ยังมีการใจอ่อนแฮะ

อ้อ...จะว่าไปทางประธานได้พูดอะไรไว้ด้วยรึเปล่า คุนิคิดะคุง นักสืบผมน้ำตาลโดดตัวลงจากโต๊ะไม้เบาๆ แล้วหยิบเสื้อโค้ทยาวสีเหลืองน้ำตาลอ่อนมาใส่

ไม่มีอะไรมากมายหรอก แค่ขอให้พวกนายสามคนจัดการเรื่องนี้ให้สำเร็จและต้องกลับมาอย่างปลอดภัย ส่วนเรื่องสำนักงานแห่งนี้พวกฉันที่เหลือจะคอยดูแลเอง

แน่นอนว่าฉันต้องอยู่ด้วยใช่มั้ยล่า~ เป็นหมอทั้งทีต้องรอรักษาสมาชิกที่เหลืออ่ะนะ

จังหวะนั้นเอง คุณหมอโยซาโนะได้ย่างก้าวเดินเข้าสำนักงาน มือขวาตบบ่านักสืบแว่นสองสามทีแล้วค่อยหันหน้ายิ้มทักทายทุกคน ส่วนรัมโปก็ตามกลับมาพร้อมกับเหล่าขนมนมเนยเต็มไม้เต็มมือ

คุนิคิดะ~ ช่วยฉันถือขนมเก็บเข้าตู้ที~

ดะ...ได้ครับ! คุณรัมโป!”

ฉันมองคุนิคิดะช่วยถือของโดยไม่ลังเลอะไรทั้งสิ้นและแอบหัวเราะเบาๆ สงสัยคงเป็นเพราะรัมโปเป็นนักสืบผู้น่านับถือที่สุดประจำสำนักงานนักสืบ รวมถึงตัวเขาด้วยเช่นกัน ตอนไปสืบคดีใหม่เป็นไงบ้างคะ คุณหมอโยซาโนะ

ง่ายดายเลยล่ะ ยูกิจัง คุณรัมโปเขาเก่งเรื่องสืบคดีฆาตกรรมอยู่แล้ว เพราะงั้นสบายมาก ตัวฉันที่ไปเป็นเพื่อนแทบไม่ต้องทำอะไรมากมายนอกจากเอ่อ...พาขึ้นรถไฟ

ฮ่ะๆๆ ถึงจะไม่ใช่คนมีพลังพิเศษแต่ก็น่านับถือนะคะเนี่ย...

ขนาดตอนนั้นผมยังช็อกหนักเลยครับ เวลานับถอยหลังนี่คือไม่จำเป็นสักนาทีเดียว

ก็แหม...อัตสึชิคุงคิดว่าคุณรัมโปเขามีพลังพิเศษนี่นา จะช็อกหนักคงเป็นเรื่องธรรมดาดาไซพูดในขณะที่กำลังยืนใส่หูฟังพลางตบบ่าอัตสึชิอยู่ข้างๆ แล้วส่งรอยยิ้มอ่อนตามปกติ

นี่คงจะเป็น...

...บรรยากาศก่อนทำภารกิจต่อไปที่ดูอบอุ่นจริงๆ

[ To be continued in next part ]

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

54 ความคิดเห็น