คัดลอกลิงก์เเล้ว

[Kimetsu no Yaiba OC] Accept me... [END]

โดย Japanitsu

"นี่ต้องไม่ใช่ขยะ!" คำกล่าวภายในใจจากชายคนหนึ่งที่นำพาสู่เส้นทางอสูร แต่มันจะดีกว่ารึเปล่า...หากว่ามีใครสักคนเข้าใจและยอมรับเขาเสียที

ยอดวิวรวม

578

ยอดวิวเดือนนี้

15

ยอดวิวรวม


578

ความคิดเห็น


3

คนติดตาม


21
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  28 ก.ค. 62 / 12:21 น.
นิยาย [Kimetsu no Yaiba OC] Accept me... [END] [Kimetsu no Yaiba OC] Accept me... [END] | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

แนะนำตัวละครในเรื่อง


ชื่อนักล่า : ฮาสึกะ เร็นโกะ (蓮花 廉子)

พลังแห่งลมปราณ : สัตตบรรณ (ดอกบัว)

จุดเด่น : มองเห็นภาพอดีตกับอนาคต 

(ภาพในอนาคตจะเห็นได้เพียงช่วงห้าวินาทีข้างหน้าและมีโอกาสเกิดยากที่สุด)



ชื่ออสูร : เคียวไก (響凱)

มนต์อสูรโลหิต : กลองสึซึมิ

สถานที่ : คฤหาสน์สึซึมิ


--------------------------------------------------------------------------------------------------

ขอกราบงามๆ ให้กับเจ้าของธีมสุดเลิศและดูดี ณ บัดนี้ค่ะ

B
E
R
L
I
N
 


เนื้อเรื่อง อัปเดต 28 ก.ค. 62 / 12:21


B
E
R
L
I
N
 


วันหนึ่ง มีนักล่าอสูรสาวนามว่า เร็นโกะ เดินทางมาถึงคฤหาสน์สึซึมิสองชั้นหลังได้สารจากอีกาคาสึไกดวงตาสีแดงว่ามีอสูรลักพาตัวผู้คนมากมายเข้าคฤหาสน์ของมันเอง โดยส่วนใหญ่มักเป็นวัยเด็กถึงวัยผู้ใหญ่เลขสาม

เธอมีเรือนผมยาวมัดรวบลงถึงสะโพกสีม่วง นัยน์ตาสีแดง บนใบหน้าขาวนวลมีใฝใต้ดวงตาข้างซ้าย ชุดที่ใส่คือรูปแบบมิโกะสีแดง-ขาว ผ้าคลุมไหล่สีแดง แตกต่างจากชุดของเหล่ากลุ่มพิฆาตอสูร เหตุผลคือความเคยชินจากการเป็นมิโกะประจำวัดแห่งหนึ่งซึ่งถูกอสูรบุกเข้ากินเนื้อมนุษย์จนเหลือเพียงเธอคนเดียว ความเสียหายของวัดทั้งหลังนับได้ว่ามิอาจบูรณะใหม่เหมือนดั่งเดิม

“...”

ครืดด~

หญิงสาวค่อยๆ เอื้อมมือเลื่อนประตูออกทางขวามือแล้วพบว่าสภาพภายในอาคารบรรยากาศไม่เป็นใจต่อการเดินทัวร์เสียเท่าไหร่ เนื่องจากมีไฟตะเกียงที่ค่อนข้างสลัว แถมยังเงียบกริบราวกับคฤหาสน์ผีสิงก็ไม่ปาน

ตึก...ตึก...ตึก

เธอก้าวเท้าเดินเข้าอย่างช้าๆ พลางหันหน้าสำรวจมองสิ่งของรอบตัวซึ่งยังคงพบเหล่าภาชนะดินเผาสีเทาวางเป็นกลุ่มประมาณสามใบ จนกระทั่งเดินจนสุดทางและมีประตูบานหนึ่งให้เปิดเข้าภายในอีกห้อง

นี่คงจะเป็นห้องใหม่แล้วสินะ...งั้นก็...

 

ฮึก...ฮึก...แง~!”

 

“...!? มะ...เมื่อกี้นี้...

หลังจากเอื้อมมือไปแตะประตูตรงหน้าเพียงนิด สิ่งที่เร็นโกะรู้สึกถึงเมื่อครู่คือการมองเห็นภาพหนึ่งรวมถึงเสียงที่ได้ยินภายในหัว ซึ่งเป็นร่างตัวน้อยของเด็กทารกวัยหกเดือนในผ้าผืนสีขาวห่อรอบตัว เผยให้สีหน้าที่กำลังร้องไห้กลางห้องนั่งเล่น

แม้ยังไม่แน่ใจว่าเป็นเหตุการณ์ในอดีตหรืออนาคตอีกห้าวินาที

แต่เธอก็ต้องรีบมุ่งหน้าไปให้ทัน!

ครืดด~

ตึกๆๆๆๆ

นักล่าสาวไม่รีรอเปิดประตูบานนั้นพร้อมออกตัววิ่งตามหาเด็กน้อยจนพบที่ห้องนั่งเล่นฝั่งขวามือ เธออุ้มร่างเล็กขึ้นในอ้อมแขนแล้วหันมองซ้ายขวาเพื่อให้สังเกตมองอย่างอื่น ตรวจสอบว่ามีผู้รอดชีวิตหรืออสูรมากน้อยเพียงใด

แง~ แง~

โอ๋ๆ นะเจ้าหนู...เดี๋ยวพี่จะคอยปกป้องและตามหาครอบครัวให้เองจ้ะ เธอส่งรอยยิ้มอ่อนพลางยื่นหน้าผากเข้าไปเบาๆ เชิงปลอบโยน

แต่เมื่อปลายหน้าผากของทั้งคู่แตะกันเพียงเสี้ยววินาที ภาพเหตุการณ์บางอย่างก็ผุดขึ้นในหัวอีกครั้งโดยรอบนี้เป็นช่วงเวลาจากหน้าคฤหาสน์จนถึงห้องนั่งเล่น สิ่งแรกที่เห็นมีรูปลักษณ์คล้ายอสูรร่างใหญ่กำลังหิ้วคอเสื้อหญิงสาววัยเลขสอง เธออุ้มเด็กน้อยไว้ในอ้อมแขนไม่ยอมปล่อยง่ายๆ จนกระทั่ง...

 

เจ้าสัตว์ประหลาดบ้าเอ๊ย! ได้ตัวสามีไปแล้วยังไม่พอใจอีกงั้นเหรอ!”

เลือดพิเศษ...เลือดพิเศษนั่น...ข้าต้องได้รับมัน...

...!? ไม่นะ...เร็นกะ...อั่ก! ปล่อยข้านะ!! ไม่เอาแบบนี้แล้วววว---!!!”

ตุบ!

อึ่ก...แง~

 

อึ่ก...อย่าบอกนะว่าแม่ของเด็กคนนี้จะ...

ตึ้มม!!

ในจังหวะที่เร็นโกะกำลังตะลึงกับภาพเหตุการณ์ในอดีตสะเทือนใจ เสียงตัวอาคารซึ่งเหมือนจะถล่มก็ดังขึ้นพร้อมกับการสั่นสะเทือนจนเกือบทำให้เซล้มลงนอน เธอโอบร่างเร็นกะไว้แนบแน่นแล้วเตรียมหลบหนีออกจากคฤหาสน์ ทว่า...

ป๊อง!

“...!?”

พอสิ้นเสียงเมื่อครู่ จู่ๆ ห้องนั่งเล่นก็ถูกเปลี่ยนเป็นห้องแคบๆ คล้ายโซนห้องนอนที่มืดสลัว แทบไม่มีแสงไฟสาดส่องให้สว่างเห็นชัด นักล่าสาวยืนอุ้มเด็กตัวน้อยพลางหันมองรอบตัวเผื่อมีสถานการณ์ผิดปกติเกิดขึ้นอีกครั้ง

แน่นอน...เสียงนั้นยังคงดังต่อไป

ป๊อง!

จากห้องนอน...เป็นห้องเขียนหนังสือ

ป๊อง!

จากห้องเขียนหนังสือ...เป็นห้องนอนของอีกคน

ป๊อง!

จากห้องนอนที่สอง...เป็นห้องรับแขก

ป๊อง!

ท้ายสุด...

จากห้องรับแขก...เป็นห้องโกดัง ซึ่งห้องนี้เริ่มมีแสงจากโคมไฟบนเพดานประมาณหกตัวสาดส่องลงพื้นเสื่อทาทามิ ทางซ้ายขวามีตู้เก็บของในรูปแบบสี่ถึงห้าชั้นวางเรียงกันอย่างเป็นระเบียบ

ห้องเปลี่ยนไป...? หรือว่าพวกเราถูกย้ายกันแน่นะ...

เสียงพวกนั้นน่าจะเป็นกลองสึซึมิของใครสักคน...หรือไม่ก็อสูรสักตน

แต่ถึงยังไง...ฉันต้องปกป้องเด็กตัวน้อยคนนี้ให้ได้

ปึง!! ปึง!! ปึง!!

ยังไม่ทันที่จะได้หยุดยืนสังเกตมองใดๆ เสียงฝีเท้าอันหนักอึ้งจากทางเข้าห้องก็ดังเป็นจังหวะเดินย่ำลง แสดงให้เห็นว่าไม่ใช่การเดินของมนุษย์มนาทั่วไปอย่างแน่นอน

เร็นโกะรีบหันมองจนพบกับร่างอสูรชายตัวใหญ่ที่สูงเกือบชิดขอบประตู โดยมีเรือนผมสีน้ำตาลยาว นัยน์ตาสีแดงเกลี้ยง เขี้ยวใหญ่หลักแหลมบ่งบอกถึงความอันตราย ชุดที่ใส่มีเพียงผ้าเตี่ยวสีม่วงพร้อมสายผูกเอวสีแดง แต่จุดเด่นคือกลองสึซึมิที่ติดตามไหล่ สีข้างซ้ายขวาและกลางหน้าท้อง

กลองสึซึมิ...? งั้นแปลว่าเจ้า...คืออสูรประจำคฤหาสน์แห่งนี้สินะ...

ถ้าไม่มีเจ้าพวกนั้น...ถ้าไม่มีเจ้าพวกบ้านั้นเข้าขัดขวางล่ะก็...

เจ้าพวกนั้น...?

ไม่ว่าใครหน้าไหนก็ถือวิสาสะเข้าบ้านคนอื่นหน้าตาเฉย...

นักล่าสาวฟังอสูรตรงหน้าพูดพึมพำด้วยความหงุดหงิดแล้วรู้สึกใจคอไม่ดีเท่าไหร่นัก เธอเริ่มสัมผัสถึงความอันตรายที่กำลังจะคืบคลานเข้ามาแล้วอุ้มเร็นกะตัวน้อยไว้ด้วยมือซ้าย ส่วนมือขวาค่อยๆ ชักดาบเพลิงสุริยันต์สีแดงเข้มออกจากฝัก

ข้าคือหนึ่งในกลุ่มพิฆาตอสูร...ฮาสึกะ เร็นโกะ...จะขอเตรียมสะบั้นคอของเจ้าล่ะนะ

เหยื่อนั่นเป็นเด็กเลือดพิเศษที่ข้าเป็นคนเจอก่อนแท้ๆ ช่างน่าหงุดหงิดเสียจริง!”

...เลือดพิเศษ?” หญิงสาวผมม่วงพูดพลางกลืนน้ำลายลงหนึ่งทีหลังถูกเมินเฉยโดยอสูรร่างใหญ่แล้วค่อยพุ่งเข้าหาเตรียมจับดาบสังหารทิ้ง

ป๊อง!

เอ๊ะ...?”

แต่แล้วก็ต้องรีบเก็บเข้าฝักพร้อมจับร่างเด็กน้อยในอ้อมอกทันทีที่มีการตีกลองสึซึมิบนไหล่ขวาจนทำให้ห้องโกดังพลิกด้านทางขวา เธอพยายามหมุนตัวให้แผ่นหลังของตัวเองลงแลนดิ้งเพื่อปกป้องอีกคนไว้

ตุบ!

อึ่ก...มนต์อสูรโลหิตประจำตัว...?”

งั้นแปลว่าคฤหาสน์แห่งนี้เปรียบเสมือนอาณาเขตของเขาเลยเหรอ...

แบบนี้คงสู้ในสภาพมือเดียวยากแล้วแหละ...

ฮู่ววว...นักล่าสาวค่อยๆ ลุกขึ้นยืนและหายใจเข้าลึกๆ เพ่งจิตสมาธิตรงหน้าพร้อมใช้พลังแห่งลมปราณประจำตัว ปราณสัตตบรรณ...กระบวนท่าที่สอง: ดอกบัวตูมล้อมปราการ!”

เธอหยิบกลีบดอกบัวจากผ้าผูกเอวขึ้นโปรยด้านหลังแล้วชักด้ามดาบเพลิงสุริยันต์สีแดงเข้มปักลงพื้นจนเกิดออร่าสีชมพูอมม่วงรวมกันเป็นดอกบัวบานสิบชั้น ช่วงวินาทีนี้คือการนำร่างเร็นกะนอนข้างในให้กลีบบัวช่วยหุบเข้าจนตูมและปกป้องแทน

เท่านี้ก็เรียบร้อย...

ช่างน่าหงุดหงิด...ช่างน่าโมโหเสียจริง!”

นอนรอก่อนนะ...เร็นกะคุง เดี๋ยวพี่จะจัดการเรื่องอสูรตนนี้ให้จบเอง!”

.

..

...

....

.....

ตึก...ตึก...ตึก

หลังจากพาเด็กทารกหนุ่มตัวน้อยนอนรอภายในดอกบัวตูมล้อมปราการเพื่อความปลอดภัย เร็นโกะค่อยๆ ก้าวเท้าเดินตรงไปข้างหน้าพร้อมเข้าเผชิญกับอสูรเจ้าของกลองสึซึมิทั้งห้าลูก เธอชักดาบเพลิงสุริยันออกจากฝักอีกครั้งและจับไว้ด้วยมือขวาอย่างแน่น

“...”

ฮึ้ยย...

ดูท่าทางโกรธไม่ใช่น้อยจริงๆ ถ้าไม่ระวังตัวล่ะก็...คงจะเสี่ยงเกินไปอย่างแน่นอน

แต่ถึงอย่างนั้น...

อสูรกลองสึซึมิตรงนั้นน่ะ...เจ้ามีนามว่าอย่างไร...

“...!” อสูรดังกล่าวชะงักตัวสักพักหนึ่งด้วยความแปลกใจที่มีนักล่าใช้ความกล้าถามมาเช่นนั้นจนกระทั่งยอมเปิดเผยชื่อของตน “...เคียวไก

อืม...เคียวไก ช่างเป็นนามที่ไพเราะดีจริงๆ แถมยังเข้ากับกลองสึซึมินั่นด้วย

“...” เคียวไกเงียบปากเพราะดูเหมือนไม่เคยมีใครสักคนในชีวิตพูดชื่นชมเลย แต่ตอนนี้เขาเป็นอสูร จิตใจจึงเต็มไปด้วยความหิวโหยและต้องการกำจัดศัตรูทิ้ง ...หายไปซะ เจ้าแมลงเอ๋ย!”

ป๊อง!

พอสิ้นเสียงเมื่อครู่ เขารีบยกมือซ้ายขึ้นตีกลองสึซึมิกลางหน้าท้องอันเกิดผลอย่างอื่นนอกจากการพลิกห้องสี่ด้าน โดยมันคือรอยกรงเล็บขนาดใหญ่ข่วนลงพื้นเสื่อทาทามิมุ่งสู่อีกฝ่าย ตัวเธอที่เกือบตั้งท่าไว้ไม่ทันดีดตัวหลบทางขวามือจนพบว่ารอยข่วนพร้อมสายลมพัดตามบางๆ กระทบกับกลีบดอกบัว

แคว่ก!!

อึ่ก...!?”

โชคยังพอเข้าข้างเมื่อมีปราการสีชมพูแตกขาดเพียงกลีบเดียว ฉะนั้นจึงเหลืออยู่อีกประมาณเก้าชั้นที่จะสามารถปกป้องเร็นกะตัวน้อยให้จนจบศึกด้วยความปลอดภัย

นอกจากพลิกห้องสี่ด้านแล้ว...ยังมีการโจมตีระยะไกลแบบนี้ด้วยสินะ

เร็นโกะคิดในใจแล้วค่อยๆ ลุกขึ้นยืนเตรียมดูท่าทีว่าอีกฝ่ายจะมาไม้ไหนต่อ จนกระทั่งมีบางอย่างผิดจากที่คาดคิด เพราะจู่ๆ ห้องโกดังก็ถูกเปลี่ยนเป็นห้องนั่งจิบชาโดยไม่ทันได้ลงมือสักนิด

ป๊อง...!

แต่ถึงจะเป็นเช่นนั้น เสียงกลองสึซึมิก็ดังลั่นมาจากอีกห้องหนึ่งซึ่งระบุไม่ได้ว่าอยู่ที่ใด นั่นจึงทำให้เธอรู้ว่าต้องมีใครสักคนหรืออสูรสักตัวกำลังครอบครองมันไว้

ตึก...ตึก...ตึก

นักล่าสาวเดินเข้าไปหาเร็นกะตัวน้อยพร้อมเปิดกลีบปราการดอกบัวตูมออกแล้วช้อนร่างขึ้นอุ้มไว้ด้วยมือข้างซ้าย ส่วนมืออีกข้างคอยถือดาบเพลิงสุริยันรอสแตนด์บายแนบแน่น จากนั้นก็ค่อยๆ เดินออกจากห้องโกดังพลางมองสำรวจรอบตัวเผื่อพบกับห้องอื่นหรือแม้แต่อสูรตัวใหม่

ไม่ต้องกลัวนะ...เร็นกะคุง เดี๋ยวพี่จะช่วยปกป้องเอง---

ปึง!! ปึง!! ปึง!!

เลือดพิเศษ...เลือดพิเศษ...ข้าต้องได้รับมันมา...ได้รับมาและแข็งแกร่งขึ้น...

“...!? กะ...ใกล้มาก...

ในช่วงที่เร็นโกะกำลังจะพูดจบประโยค เสียงฝีเท้าอันหนักอึ้งดังกระทบพื้นไม้จากทางด้านหลัง โดยห่างไกลกันประมาณห้าร้อยเมตร เธอรีบมองหาจุดซ่อนใกล้ๆ แต่ไม่พบสิ่งใดอื่นนอกจากกำแพงไม้ ต่อมาก็ต้องยอมวิ่งมุ่งหน้าหนีตามทางเดินนี้

ป๊อง!

อึ่ก...!!”

เสียงกลองบนไหล่ซ้ายของเคียวไกดังทันทีที่ยกมือขึ้นตี ส่งผลให้เกิดการพลิกด้านไปทางซ้าย หญิงสาวผมม่วงโอบกอดเด็กชายตัวน้อยในอ้อมอกแล้วพยายามหมุนตัวให้แผ่นหลังกระทบลงแผ่นประตูห้องนั่งเล่นเพื่อปกป้องไว้เยี่ยงชีวิต จนท้ายสุดก็ทะลุถึงพื้นห้องว่างเปล่า

ตึง!!

เฮือก...!!?”

ช่วงวินาทีนั้น เสียงหายใจเข้าลึกด้วยความตกอกตกใจก็ดังขึ้นมา ซึ่งพอนักล่าสาวลองหันมองปุ๊บ พบว่ามีหญิงสาววัยเลขสองในชุดกิโมโนสีชมพู มัดผมสีน้ำตาลทรงโพนี่เทลต่ำยาวระดับสะบักหลัง

องค์ประกอบเหล่านี้เป็นสิ่งที่เธอมองเห็นจากภาพเหตุการณ์ช่วงอดีตตอนที่หน้าผากตัวเองกับเด็กทารกแตะกันพอดี สำคัญยิ่งกว่าคือ เธอกำลังครอบครองกลองสึซึมิไว้ไม่ยอมปล่อยลงพื้นเลย

ปึง!! ปึง!! ปึง!!

เจ้าของกลองสึซึมิได้เดินเข้ามาหยุดยืนตรงหน้าแล้วจ้องมองเร็นกะอย่างไม่ละสายตา มือขวายกขึ้นตีกลางหน้าท้องโจมตีระยะไกลหวังตัดแขนทิ้ง นักล่าสาวรีบพลิกร่างตัวเองกลิ้งออกข้างจนเส้นผมส่วนหนึ่งถูกตัดขาดทิ้งก่อนที่จะลุกขึ้นยืนให้มั่นคง

ช่างน่าหงุดหงิด...น่าโมโห...!”

ดูท่าทางความต้องการเลือดพิเศษจะเริ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ แล้วแฮะ...

ช่วยตีกลองที่คุณถือไว้เพื่อย้ายห้องอื่นทีค่ะ...ตอนนี้พวกเรากำลังอยู่ในเขตอันตรายของอสูรตนนั้นแล้ว และก็...นี่ค่ะเร็นโกะค่อยๆ ก้าวเท้าเดินเข้าหาหญิงสาวผู้เป็นแม่ของเร็นกะพร้อมยื่นลูกน้อยออกมาให้

เร็นกะ...!? ขะ...ขอบคุณพระเจ้า...ที่ลูกรอดมาได้

อีกฝ่ายรีบรับตัวไว้และแสดงสีหน้าดีใจทั้งหยาดน้ำตาอย่างเห็นได้ชัด ตอนแรกเธอคิดว่าตัวเองต้องตายด้วยน้ำมืออสูรตนอื่น แต่สุดท้ายก็ไม่มีการเหลียวแลอีกจนนึกในใจอีกเรื่องว่าเป้าหมายน่าจะเป็นลูกชายเสียมากกว่า

ว่าแต่...หนูเป็นใครที่ไหนเหรอจ๊ะ

ข้าชื่อ ฮาสึกะ เร็นโกะ เป็นหนึ่งในสมาชิกพิฆาตอสูรค่ะนักล่าสาวผมม่วงแนะนำตัวในขณะที่มือซ้ายหยิบถุงกลิ่นดอกไม้ฟูจิไว้ไล่อสูรออกมาวางในมือเร็นกะ เอาเป็นว่าตอนนี้...เรื่องปกป้องลูกชายของคุณคือสิ่งสำคัญ เพราะงั้น...

อะ...อื้ม ให้ตีกลองลูกนี้สินะคนเป็นแม่เริ่มที่จะเข้าใจสถานการณ์พร้อมรับถุงสีม่วงไว้แล้วจับกลองสึซึมิด้วยความจริงจัง

ถ้างั้น...พอข้าวิ่งออกจากห้องนี้ เดี๋ยวจะส่งสัญญาณให้เองละกันค่ะ

ฮึ้ยย...ช่างน่าโมโห...เกะกะน่ารำคาญ!!”

“...” เร็นโกะยืนมองเคียวไกพลางกำด้ามดาบเพลิงสุริยันสีแดงเข้มสักพักก่อนที่จะพุ่งตัวออกวิ่งเข้าหาแล้วส่งสัญญาณให้กับหญิงสาววัยเลขสองทันที ตีกลองเลยค่ะ!!”

ป๊อง!

เสียงกลองสึซึมิดังขึ้นภายในเสี้ยววินาทีแล้วค่อยย้ายเข้าห้องโกดังเช่นเดิม เมื่อทุกอย่างเริ่มดำเนินไปได้ด้วยดี เธอเริ่มคิดแผนการรับมือกับอสูรร่างโตผู้กระหายเลือดพิเศษให้อยู่หมัด ทว่า...

การใช้หัวคิดอาจไม่ใช่ไอเดียที่ดีเสียเท่าไหร่นัก...

ณ เวลานี้...เธอมีทางเลือกเดียวคือ...

...ต้องบุกเข้าโจมตีอย่างระมัดระวังเท่านั้น!!

.

.

.

.

.

เวลาผ่านไปหลายนาที

ป๊อง! ป๊อง! ป๊อง!

เสียงกลองสึซึมิจากเคียวไกดังลั่นห้องโกดังที่มีตู้เก็บของมากมายอันเปรียบเสมือนแหล่งรวบรวมสิ่งของเก่าใหม่ของตน เขาใช้มือทั้งสองตีกลองบนไหล่และต้นขาอย่างไม่หยุดยั้งเพื่อต่อกรกับเร็นโกะ หวังไม่ให้เข้าใกล้แม้แต่ก้าวเดียว

อึ่ก...อ่ะ...อุหวาาา~” เธอพยายามพลิกตัวรอแลนดิ้งให้ถูกทางหลายต่อหลายรอบแต่ก็ยังไม่สำเร็จเพราะไม่มีท่าทีที่อีกฝ่ายจะหยุดการกระทำเช่นนั้น

ห้องพลิกไปมาจนเริ่มเวียนหัวแล้วนะเนี่ย...

อสูรตนนั้นมีมนต์อสูรโลหิตที่เก่งกาจจริงๆ

ป๊อง!

พอลองหันมองกลับไปถึงกับต้องเอียงตัวหลบให้ไว อสูรร่างโตตีกลองบริเวณหน้าท้องหนึ่งรอบเพื่อทำการโจมตีด้วยกรงเล็บ ทำเอาเธอหัวใจแทบร่วงลงตาตุ่ม นึกว่าจะถูกสับเป็นชิ้นๆ เสียแล้ว จากนั้นจึงพลิกตัวแลนดิ้งอย่างปลอดภัย

บ้าเอ๊ย! น่าหงุดหงิดเสียจริง! ถ้าได้ดื่มเลือดพิเศษไวกว่านี้ล่ะก็...คงจะแข็งแกร่งขึ้นแล้วแท้ๆ!”

แฮ่ก...แฮ่ก...แฮ่ก...

ข้าจะต้องได้รับเลือดพิเศษ...และกลับไปเป็นหนึ่งใน 12 จันทราอสูรอีกครั้งให้ได้!!”

 

ถอดใจซะเถอะ...

 

“...!? มะ...เมื่อกี้นี้...คำพูดของใครกัน...

ป๊อง! ป๊อง! ป๊อง!

ยังไม่ทันที่เร็นโกะจะได้ครุ่นคิดเกี่ยวกับเสียงพูดปริศนาเมื่อครู่ เคียวไกก็ตีกลองสึซึมิรัวๆ ต่อไปไม่หยุดยั้งจนทำให้ห้องนี้หมุนพลิกไปมาและมีข้าวของเสียหาย โดยเฉพาะตู้ไม้เก็บของซึ่งพังทลายตามรอยกรงเล็บ เผยให้เห็นเหล่ากระดาษหลากแผ่นที่ถูกบรรจุไว้มากมาย

ฮึ้ยยย...!!”

ป๊อง! ป๊อง! ป๊อง!

...? กระดาษพวกนั้น...

ในช่วงวินาทีนั้น เธอสังเกตเห็นรอยน้ำหมึกสีน้ำเงินขีดเขียนเรียบเรียงราวกับเป็นนิยายก่อนที่จะเห็นภาพเหตุการณ์บางอย่างภายในหัว โดยมีผู้ชายสองคนกำลังอยู่ในห้องชั้นบนยามค่ำคืน รวมถึงสายฝนที่ตกลงมา

 

งานเขียนของเจ้ามันช่างน่าเบื่อจริงๆเจ้าของเสียงพูดตำหนิเรื่องงานเขียนที่กำลังถือในมือแล้วค่อยปล่อยพวกมันลงพื้นอย่างไม่แยแส ทุกอย่างแทบไม่ต่างจากเศษขยะเลยสักนิด

“...” ชายผมยาวคนหนึ่งผู้มีสีหน้าอมทุกข์นั่งก้มหน้าลงเล็กน้อยพร้อมทนฟังอีกฝ่ายพูดตำหนิด้วยความนิ่งเงียบ ซึ่งคนๆ นี้คือ เคียวไก นั่นเอง

ช่างไร้ความงดงาม ความสร้างสรรค์ และความเลิศเลอเสียจริง แบบนี้เลิกเขียนดีกว่ามั้ย เปลืองกระดาษเปลืองปากกาซะเปล่าๆ

“...”

เห็นช่วงหลังมานี้ตอนกลางวันไม่ออกไปไหนเลยด้วย แต่ก็นั่นแหละ...เจ้าถึงได้น่าเบื่อ

“...”

งั้นเอาเป็นว่าหมกตัวอยู่ในห้องแล้วตีกลองสึซึมิไปก็ได้ แต่จะพูดยังไงดีล่ะ...เพราะเจ้าคงไม่ได้เก่งพอที่จะไปสอนใครคนไหนอยู่ดีอ่ะนะ

ว่าจบเขาก็ค่อยๆ ก้าวเท้าเตรียมเดินออกจากห้องโดยไม่ลืมที่จะย่ำเท้าลงไปบนแผ่นกระดาษเพื่อซ้ำเติมและเหยียดหยามเคียวไกต่อหน้าต่อตา

 

งานเขียน...เป็นของอสูรตนนี้?

ในระหว่างที่เร็นโกะคิดเช่นนั้นจบ ทางเคียวไกก็หยุดตีกลองสึซิมิพอดี ส่งผลให้ร่างของเธอค่อยๆ ร่วงลงพื้นเสื่อทาทามิอันเต็มไปด้วยแผ่นกระดาษ ดังนั้นสิ่งที่เธอจะทำต่อจากนี้คือ...

ห้ามเหยียบย่ำผลงานเด็ดขาด!!

ฮู่ววว...ปราณสัตตบรรณ...นักล่าสาวหายใจเข้าลึกๆ เพ่งจิตสมาธิตรงหน้าพร้อมใช้พลังแห่งลมปราณประจำตัว กระบวนท่าที่หนึ่ง: พรมดอกบัวบาน!!”

เธอจับด้ามดาบเพลิงสุริยันสีแดงเข้มไว้แน่นด้วยมือขวาแล้วหันคมดาบลงระดับเท้า กวาดรอบตัวเธอเองจนเกิดออร่าสีชมพูอมม่วงรวมกันให้ได้เป็นดอกบัวเบ่งบานอย่างสวยงาม วินาทีที่ใต้พรมเกือบแตะถึงพื้น แผ่นกระดาษทั้งหมดก็ปลิวขึ้นเหนือหัว เธอกระโดดออกให้พวกมันวางกองไว้แทน

ฮู่ว...งานเกือบโดนเหยียบซะแล้วสิ โล่งอกไปที...

“...!!?” เหตุการณ์ตรงหน้าทำให้เคียวไกรู้สึกประหลาดใจและตกตะลึงที่หญิงสาวผมม่วงไม่เหยียบย่ำงานเขียนในสมัยยังเป็นมนุษย์จนยอมวางมือไปพลางจ้องมองเธอ ทำไมเจ้าถึงได้...

เมื่อกี้...ข้ามองเห็นอดีตผ่านแผ่นกระดาษพอดี...นั่นคงจะเป็นสิ่งสำคัญของเจ้าสินะ

สิ่งสำคัญ...ของข้า...?”

อื้ม...เอาเป็นว่าเดี๋ยวข้าจะช่วยอ่านเนื้อหาดูละกันเร็นโกะพยักหน้าลงเบาๆ และเดินไปหยิบงานเขียนบนพรมดอกบัวบานของตัวเอง

เธอพยายามช่วยเพราะรู้สึกเวทนาแทนอีกฝ่ายทั้งที่รู้แก่ใจว่าเป็นอสูรฆ่าคนไปแล้ว แต่เธอยังเชื่อเสมอว่าอสูรทุกตัวล้วนมีอดีตอันแสนรันทด โหดร้าย ไม่น่าให้อภัย หรือเสียใจมาก่อน

“...”

ยัยหนู...?”

อสูรเจ้าของกลองสึซึมิทำได้แต่ยืนมองเพื่อรอรับฟังความเห็นเกี่ยวกับงานเขียนที่เคยถูกตราหน้าว่าน่าเบื่อโดยผู้ชายคนนั้น จนกระทั่งเขาเหลือบเห็นรอยยิ้มบางจากนักล่าสาวอันเต็มไปด้วยความจริงใจแบบที่ไม่เคยเห็นมาก่อน

เคียวไก...ถึงจะมีใครบอกว่ามันน่าเบื่อ แต่สำหรับข้า...เจ้าทำได้ดีแล้วนะ

งั้น...เหรอ...

แม้แต่มนต์อสูรโลหิตกับกลองสึซึมินั่น...ยังสุดยอดมากเลยล่ะ ใจหายใจคว่ำหมดจริงๆ

เสียงหัวเราะเบาๆ และรอยยิ้มดั่งนางฟ้าของเร็นโกะเผยออกมาให้เห็นชัดเจนยิ่งขึ้น แสดงถึงความอ่อนโยนต่ออสูรร่างสูงและพยายามสื่อว่าไม่อยากให้เขาต้องฆ่าคนอีกแล้ว

อึ่ก...

ในที่สุด...งานเขียนของข้า...ก็มีคนยอมรับมันแล้ว...

อย่างน้อย...มันก็ไม่ใช่สิ่งของที่จะเหยียบย่ำ...สำหรับยัยหนูคนนี้

เคียวไกค่อยๆ ทรุดลงคุกเข่าบนพื้นห้องพลางก้มหน้าลงปกปิดไม่ให้เห็นหยาดของเหลวใสจากหางตาจนต่อมาความอบอุ่นก็ถาโถมเข้าหาในรูปแบบอ้อมกอดเบาๆ

 

เคียวไก...ไม่กินต่อแล้วงั้นหรือ...

“...!?”

ได้เพียงเท่านี้เองงั้นหรือ...

มะ...ไม่ใช่...ข้ายัง---

ฉึ่ก!!

อ๊ากกกกกก!!!”

“...”

ปะ...โปรดรอก่อนได้มั้ยขอรับ...อะ...อีกเพียงแค่นิดเดียวเท่านั้น...

พอเสียที...ข้าจักขอริบตัวเลขจากเจ้าซะ

“...!!”

นั่นคือขีดจำกัดของเจ้าแล้ว...

 

“...”

“...ยัยหนู...”

ในระหว่างที่เร็นโกะกำลังโอบกอดอสูรร่างโต เธอก็ได้ยินเสียงบทสนทนาที่พูดคุยในอดีตระหว่างอีกฝ่ายและอสูรอีกตนหนึ่ง ความรู้สึกสงสารยิ่งเพิ่มพูนทีละนิด นอกเหนือจากงานเขียนแล้วเขายังถูกถอดถอนจากตำแหน่งที่เคยเป็นอีก

เคียวไก...ข้าเสียใจด้วยนะที่อสูรตนนั้นริบตัวเลขจากเจ้า แต่ว่า...นักล่าสาวลองยกมือขึ้นลูบหัวเบาๆ จนสัมผัสถึงความนุ่มลื่นของเรือนผมสีน้ำตาลนั่น หากลองปรับตัว...ลองใช้ชีวิตอย่างสงบ...โดยที่ไม่ต้องฆ่ามนุษย์สักคน...เจ้าจะพบกับความสุขที่ได้เขียนวรรณกรรมอีกครั้งนะ

งานเขียน...ของข้า...

ใช่แล้ว...มันไม่ใช่ทุกคนหรอกที่จะบอกว่ามันน่าเบื่อ เพียงแค่ลองพยายามอีกครั้งและอีกครั้ง...เดี๋ยวมันก็ดีขึ้นเอง

มิโกะสาวผมม่วงลูบหัวเรื่อยๆ เชิงปลอบโยนและกระชับกอดไว้แน่นกว่าเดิม ตอนนี้เธอแทบไม่กลัวว่าจะถูกจับกินเป็นอาหารเพราะยังไงก็ไม่ใช่คนที่มีเลือดพิเศษอยู่แล้ว ทำเอาเคียวไกแทบทำอะไรไม่ถูก เขาเชื่อตลอดว่าหากแข็งแกร่งขึ้นอีก อาจมีโอกาสที่จะได้กลับไปเป็นหนึ่งในกลุ่มจันทราอสูรอีกครั้ง

ยัยหนู...ข้ามีเรื่องอยากถามอีกอย่างหนึ่ง

“...?”

เจ้าจะยอมรับ...ในตัวข้าได้รึเปล่า

แต่ทว่า...อีกใจหนึ่งเขาอยากให้ใครสักคนยอมรับในบางสิ่งมากกว่า...

บางสิ่งที่เคยทำไว้และถูกตราหน้าว่าไม่ดีพอหรือย่ำแย่จนกลายเป็นอสูร

“...เจ้าฆ่ามนุษย์มามากมายแล้ว การให้อภัยหรือยอมรับคงยากสักหน่อย แต่ถ้าหากเจ้ายอมจำนนไม่ฆ่ามนุษย์อีกต่อไปล่ะก็...ข้าจะยอมรับเจ้าและพาไปชำระล้างบาปเอง

“...” อสูรเจ้าของกลองสึซึมิแน่นิ่งไปพักใหญ่ก่อนที่จะตัดสินใจยกแขนสองข้างขึ้นโอบกอดนักล่าสาวไว้อย่างเบามือ ใบหน้าก้มลงซุกบนไหล่กลบเกลื่อนคราบน้ำตาของตัวเอง ข้าสัญญา...ข้าจะไม่ตามล่าเลือดพิเศษนั่นอีก เพราะงั้น...

“...?”

ยอมรับให้ข้าเป็นอสูรประจำตัวของเจ้าตั้งแต่บัดนี้ด้วยเถอะ

เคียวไกพูดพร้อมให้คำมั่นสัญญาว่าจะคอยกำจัดอสูรตนอื่นที่รุกรานเข้าคฤหาสน์แห่งนี้และปกป้องเร็นโกะจากภัยอันตราย หรือแม้กระทั่งไม่ฆ่ามนุษย์คนอื่นอีก เธอเงยหน้าขึ้นมองพร้อมยิ้มกว้างด้วยความยินดีที่จะยอมรับในตัวเขาอย่างแท้จริง

อื้ม...สัญญาแล้วนะ เคียวไก

ตั้งแต่บัดนั้นมา สองแม่ลูกเร็นกะก็ถูกปลดปล่อยให้กลับบ้านอย่างปลอดภัยพร้อมได้รับถุงกลิ่นดอกไม้ฟูจิเพิ่มอีกเพื่อช่วยปกป้องเด็กตัวน้อยให้เติบโตต่อไป ทว่าคฤหาสน์แห่งนี้ยังคงมีอสูรหลงเหลืออยู่ไม่น้อย ทั้งเคียวไกและเร็นโกะได้ยินเสียงฝีเท้าดังเพ่นพ่านก่อนที่จะหันมองตามกัน

ยัยหนู...คฤหาสน์ของข้ายังมีอสูรหลงเหลืออยู่ ก่อนที่จะได้พักสงบนั้น...

นั่นสินะ...งั้น...

กำจัดพวกมันให้สิ้นซากและปกป้องคฤหาสน์แห่งนี้กัน...!!!”

[ THE END ]

[ จบแล้วจ้าสำหรับแฟนฟิคไยบะ OC ครั้งแรก ส่วนตัวไรท์ชอบอสูรตนนี้เพราะมีเบื้องหลังที่น่าสงสารเอาเรื่องเลย อาจจะดูแปลกตานิดหน่อยแต่ก็พาดำเนินเรื่องจนจบเรียบร้อย ]

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ Japanitsu จากทั้งหมด 8 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

3 ความคิดเห็น

  1. #3 Sakura yami
    วันที่ 22 กันยายน 2562 / 19:22

    ชอบจังค่ะ อยากให้มีอีกเยอะๆเลย

    #3
    0
  2. วันที่ 11 กันยายน 2562 / 13:27

    เราก็ชอบเคียวไกเหมือนกัน~
    อยากให้มีอีกค่ะ!!!
    #2
    1
    • 11 กันยายน 2562 / 19:28
      ไว้มีโอกาสดีๆ ไรท์จะลองแต่งคู่นี้เพิ่มอีกนะคะ ^^
      #2-1
  3. #1 For41 (@paiee) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2562 / 22:59
    น่าสนใจมากเลยค่ะ ติดตามค่ะ! ปล.ชอบการดีไซน์ตัวละครมากเลยค่ะ^w^!น้องน่ารักน่ากอด////
    #1
    3
    • อยากให้เขียนต่อเลยล่ะคะ
      น่ารักจริงๆๆ
      #1-2
    • #1-3 Japanitsu (@noohging) (จากตอนที่ 1)
      25 สิงหาคม 2562 / 18:29
      ขอบคุณมากค่าา~ >< ไว้มีโอกาสจะลองเขียนเพิ่มอีกนะคะ ช่วงนี้ไรท์ขอทุบไหบุงโกก่อน
      #1-3