nonnob
ดู Blog ทั้งหมด

ไขปริศนาภัยพิบัติประการที่ 10 แห่งนครอียิปต์

เขียนโดย nonnob
Christmas Walkway LightsWine Bottle LightsPaper Lanterns With LightsPlant Grow LightsReading LightsEaster LightsCheap Grow LightsBattery Powered LightsSolar Powered Garden LightsLed Flood LightsTwinkle LightsWho Makes The Best Grow LightsChristmas Bubble LightsDecorative Night LightsSolar Flag Pole LightsLow Voltage LightsPicture LightsSolar Flood LightsMalibu Solar LightsSolar String LightsPorch LightsSolar Powered Christmas LightsSolar Yard LightsChristmas Outdoor LightsBook LightsLed String LightsLed Christmas String LightsOutdoor Lights110v Led Rope LightsFluorescent Grow LightsChristmas Led LightsChristmas Swag LightsWholesale Christmas LightsAnimated Christmas Lights10 Rope LightsSolar Led LightsInterior LightsWall Sconce LightsTraffic Signal LightsPortfolio LightsWholesale Rope LightsFlag Pole LightsBest Grow LightsExterior LightsMarine Led LightsFirefly LightsHappy Halloween LightsGlass Pendant LightsSwag LightsSwag Christmas Lights

หากบัญญัติ 10 ประการคือข้อปฏิบัติอันศักดิ์สิทธิ์ที่พระเจ้าประทานมาให้ชาวยิว ซึ่งทุกคนต้องยึดถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัด โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อปลุกปลอบขวัญและกำลังใจให้ชาวยิวมีความอดทน ไม่ย่อท้อต่อความยากลำบาก มีความศรัทธาต่อพระเจ้าองค์เดิม 

ภัย พิบัติ 10 ประการที่เกิดขึ้นในยุคสมัยเดียวกัน ซึ่งเป็นมหันตภัยจากพระเจ้า ก็คงเปรียบเหมือนคำสาปที่จะมีผลทางด้านร้ายกับผู้ที่ไม่ยอมปฏิบัติตาม เหมือนดังที่ปรากฏอยู่ในพระคัมภีร์ไบเบิลของศาสนาคริสต์

พระธรรม อพยพได้บรรยายถึงภัยพิบัติทั้ง 10 ประการไว้ว่า ในเวลานั้นแม่น้ำไนล์ที่หล่อเลี้ยงชาวอียิปต์ได้กลายเป็นสีเลือด เกิดการแพร่ระบาดของกบ ริ้น เหลือบและตั๊กแตน ฝูงสัตว์ล้มตายโดยไร้สาเหตุ เกิดฝีพุพองขึ้นบนตัวคน เรื่อยไปจนถึงพายุลูกเห็บที่มาสร้างความหายนะ และความมืดสามวันสุดท้าย เมื่อฟาโรห์ยังขัดขืนความต้องการของพระเจ้า


ภัยพิบัติข้อสุดท้ายคือสิ่งที่ร้ายแรงที่สุดใน 10 ภัยพิบัติที่เกิดขึ้น เพราะพระเจ้าไม่เพียงประหารชีวิตบุตรชายหัวปีของทุกครอบครัวในอียิปต์เท่า นั้น แม้แต่ อามุน-เฮอร์-เคเปเซฟ โอรสองค์โตของฟาโรห์ราเมเสสเองก็หนีไม่พ้นคำสาปนี้ด้วยเช่นกัน

แต่การค้นพบของศาสตราจารย์ เคนท์ วีคส์ นักอียิปต์วิทยาผู้มีชื่อเสียงระดับโลกเมื่อพฤศจิกายน 2547 กำลังจะทำให้หน้าประวัติศาสตร์ที่ถูกบันทึกไว้ในคัมภีร์ไบเบิลต้องเปลี่ยน แปลงไป หลังจากวีคน์ออกมาประกาศว่า หัวกะโหลกที่เขาพบในอุโมงค์ KV5 ซึ่งเป็นอุโมงค์ฝังศพที่สาบสูญขนาดมหึมาในหุบเขาแห่งกษัตริย์ อาจจะเป็นของโอรสองค์โตของราเมเสส มหาราช

กะโหลกที่เป็นปัญหานี้ แสดงร่องรอยการตายเพราะความรุน แรง จนทำให้ผู้เชี่ยวชาญหลายคนตั้งข้อสงสัยว่า “เป็นไปได้ไหมว่าโอรสของราเมเสสไม่ได้ตายจากพระหัตถ์ของพระเจ้า...แต่ตาย ด้วยน้ำมือมนุษย์”

แม้พระคัมภีร์ไบเบิลจะไม่ได้มี การระบุถึงยุคสมัย แต่กษัตริย์ราเมเสสที่สองก็คือฟาโรห์ที่ทุกคนเชื่อว่าเขาคือ ผู้ที่โมเสสในฐานะตัวแทนของพระเจ้าเข้าไปกล่าวพระบัญชาให้ฟังตามที่พระธรรม อพยพกล่าวไว้ เพื่อบังคับให้ฟาโรห์ปล่อยทาสชาวฮิบรู 
 

พระองค์ครองราชย์ตั้งแต่ปี 1278-1212 ก่อนคริสตกาล ขณะพระชนมายุ 22 พรรษา เป็นกษัตริย์องค์ที่สามของราชวงศ์ที่ 19 ของอียิปต์ ในยุคที่อาณาจักรใหม่กำลังรุ่งเรือง ยุคสมัยของราเมเสสถือเป็นช่วงที่อียิปต์มั่งคั่งและรุ่งเรืองยิ่งกว่าที่เคย เป็นมาเมื่อหนึ่งศตวรรษก่อน แม้ว่าความเป็นอัจฉริยะทางการทหารที่พระองค์กล่าวอ้างนั้นจะไม่มีข้อพิสูจน์ ที่แน่ชัด แต่พระองค์ก็สามารถรักษาความสงบเรียบร้อยของประเทศได้เป็นอย่างดี

ถึงจะมีเนเฟอร์ทารีสตรีผู้ได้ชื่อว่าเลอโฉมที่สุดในประวัติศาสตร์ อียิปต์เป็นมเหสีหลวง แต่ฮาเร็มหลวงของราเมเสสกลับเต็มไปด้วยมเหสี ชายา และสนมถึง 200 คน และมีพระธิดาและโอรสมากกว่า 150 คน โดยมีอามุน-เฮอร์-เคเปเซฟ เป็นโอรสองค์โต

อา มุน-เฮอร์ไม่เพียงอยู่ในฐานะมกุฎราชกุมารเท่านั้น เขายังเป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุด และผู้สืบทอดราชบัลลังก์ต่อไปด้วย จึงเป็นไปได้ว่าเขาอาจเป็นฟาโรห์ที่พยายามหยุดยั้งโมเสสและชาวอิสราเอลไม่ ให้ข้ามทะเลแดง และอาจเสียชีวิตในศึกครั้งถัดไป

ขณะเดียวกันก็อาจเป็นไปได้ว่าในฐานะโอรสองค์โตของ ฟาโรห์ที่ถูกกล่าวถึงในพระธรรมอพยพ ความตายของพระองค์อาจเป็นผลมาจากภัยพิบัติร้ายแรงประการที่ 10 ตามที่พระคัมภีร์กล่าวถึงจริง

อัฐิ ที่ค้นพบบ่งชี้ว่าเขาอาจจะอายุมากกว่า 40 ปีขณะที่เสียชีวิต

ซึ่งกะโหลกนี้หากเป็นของอามุนเฮอร์จริงวิทยาการสมัยใหม่ก็สามารถ ระบุได้ว่าเขาตายด้วยสาเหตุใดจากรอยแตกบุ๋มที่ปรากฏอยู่ ซึ่งอาจเกิดขึ้น ณ เวลาเสียชีวิตและไม่มีร่องรอยของการเยียวยารักษา โดยรอยแตกนี้อาจเกิดจากวัตถุปลายแหลมทื่อกระแทกเข้าอย่างฉับพลัน

ดร.วีคส์ และทีมงานของเขานำข้อมูลด้านบุพการีของอามุน-เฮอร์ โดยนำทั้งผลการทดสอบมัมมี่ราเมเสสที่มีนักวิทยาศาสตร์นับร้อยชีวิตร่วมศึกษา ไว้ตั้งแต่ปี 1976 ณ กรุงปารีส ที่มีการ ทำมัมมี่ลักษณะพิเศษด้วยการใช้พริกไทยช่วยรักษารูปทรง ซึ่งเหมือนกับเซติ ราชบิดาของราเมเสส และเมเรนทร์พทาร์ โอรสของพระองค์ที่ขึ้นครองราชย์สืบต่อมาตรวจวิเคราะห์เพื่อยืนยันความ สัมพันธ์ และฐานะ

ขณะที่ ดร.แคโรรีน วิลกินสัน ผู้เชี่ยวชาญการจำลองภาพใบหน้า ได้พยายามเติมผิวหนังลงบนกระดูกเพื่อค้นหาใบหน้าที่แท้จริง โดยมีศาสตรา จารย์ซูซาน แบล็ค ผู้เชี่ยวชาญด้านมิติวิทยาศาสตร์ ชั้นนำ ทำหน้าที่วิเคราะห์กะโหลกเพื่อพยายามระบุอายุและสาเหตุการตาย

ความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น