Fic Krist Singto กลัวความห่างไกล

ตอนที่ 5 : ความจริงที่ต้องยอมรับ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 704
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 42 ครั้ง
    1 มี.ค. 62

เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์มือถือดังขึ้นทำให้ผมตื่นผมกดลงไปกดจมูกลงไปที่กลุ่มผมนุ่มนิ่มของคนในอกด้วยน้ำหนักไม่หนักไม่เบาเพื่อไม่ให้อีกคนตื่นนี่ยังไม่เจ็ดโมงดีเลยไม่รู้ใครส่งอะไรมาแต่เช้าผมเปิดมือถือดูพบว่ามีเมลล์เข้ามาแต่จากชื่อผู้ส่งทำให้ผมอดไม่ได้ที่จะเหลือบมองคนที่กำลังหลับแล้วเดินเลี่ยงออกมาเงียบๆที่ระเบียงเมลล์ที่ส่งมาเป็นเมลล์การตอบรับผมเข้าศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในประเทศสหรัฐอเมริกาเนื้อความแจ้งว่าผมผ่านการคัดเลือกและทางมหาวิทยาลัยจะเปิดเทอมในอีกสามเดือนข้างหน้าแน่นอนที่สุดคริสยังไม่รู้เรื่องนี้ผมแอบทำเรื่องยื่นไปอย่างเงียบๆไม่มีใครรู้เรื่องนี้นอกจากพ่อและพี่เจนไม่ใช่ผมไม่อยากบอกน้องนะแต่ผมรู้ว่าเจ้าเต่าน้อยคงรับไม่ได้แน่ๆแต่ยังไงก็ต้องบอกผมต้องไปนานขนาดนั้นสองปีไม่ใช่เวลาสั้นๆที่ผมจะหายไปเฉยๆได้ผมกดคัดลอกอีเมลล์ทั้งฉบับแล้วส่งเข้าไปที่เมลล์พี่เจนทันทีไม่ถึงห้านาทีเสียงไลน์ของผมก็ดังขึ้น

พี่ดีใจด้วยนะสิงว่าแต่เราจะบอกเรื่องนี้กับคริสยังไงประโยคหลังที่ส่งมาทำเอาหัวใจผมกระตุกน้อยๆนั่นสิผมจะบอกน้องยังไงมันคงง่ายกว่านี้ถ้าเมื่อคืนนี้เรายังไม่ได้บอกความรู้สึกที่มีต่อกันผมอยากทำตามความฝันแต่ผมก็ทิ้งหัวใจตัวเองไม่ได้เหมือนกันแต่ผมยังไม่ทันได้คิดอะไรต่อผมก็ต้องรีบเก็บโทรศัพท์ลงไปก่อนเพราะคนที่เพิ่งตื่นเดินมา back hug ผมแล้วกดหน้าลงกับซอกคอของผม

รักพี่สิงจัง น้องกระซิบข้างหูผมผมเอื้อมมือไปจับมือน้องเอาไว้แล้วหันไปกดจมูกลงข้างขมักน้องเบาๆ    พี่ก็รักคริสนะไปอาบน้ำเถอะวันนี้มีงานเช้าไม่ใช่หรอผมหันไปบอกน้องเจ้าเต่าก็รัดอ้อมแขนรอบตัวผมแน่นขึ้นทีหนึ่งแล้วเดินเข้าห้องน้ำไปแบบยิ้มๆภาพรอยยิ้มของน้องเมื่อตะกี้มันเหมือนดาบกรีดลงบนหัวใจผมถ้าผมบอกไปผมจะได้เห็นรอยยิ้มนั้นอีกมั๊ย ถ้าบอกไปเราจะยังเหมือนเดิมอยู่หรือเปล่า

ผมยอมรับเลยวันนี้ผมทำงานด้วยสมาธิอันน้อยนิดเต็มทีเพราะจิตใจมันเอาแต่วนเวียนว้าวุ่นอยู่กับเรื่องที่ว่าจะบอกน้องเรื่องผมไปเรียนต่อยังไงผมทำงานลากยาวตั้งแต่สิบโมงจนตอนนี้สี่ทุ่มกว่าแล้วยังอยู่ในกองถ่ายอยู่เลยแต่แปลกปกติน้องจะไลน์มาคุยเรื่องนู้นนั่นนี่กับผมแทบตลอดแต่ตั้งแต่บ่ายสามมายังไม่มีไลน์เข้ามาเลยแม้แต่ข้อความเดียว

คริสทำงานเส็จรึยัง??”ผมส่งข้อความไปผมจำได้ห็นน้องบอกว่าทำงานถึงบ่ายสองแต่ตอนนี้บ่ายสามกว่าแล้วผมมั่นใจว่าน้องทำงานเสร็จแล้วแต่ก็ไร้วี่แววการตอนกลับแต่ผมต้องไปทำงานต่อเลยจำเป็นต้องหยุดความสงสัยไว้จนสี่โมงเย็นผมมาเปิดดูไลน์อีกทีอ่านแต่ไม่ตอบเป็นอไรรึปล่านะผมกดโทรไปหาแต่ก็ไม่รับสาย ผมยังโทรหาเรื่อยๆจนกระทั่งขึ้นรถ

เป็นอะไรรึเปล่าสิงพี่เจนถามผมผมหันไปส่ายหน้าเบาๆ

ไม่เป็นไรครับแค่โทรไปน้องแต่น้องไม่รับสาย ผมหันไปตอบนิดเดียวก่อนหันกลับมาสนใจห้องแชทที่เงียบเหงาเพราะอีกคนอ่านแต่ไม่ตอบ

ไม่ต้องคิดมาก เดี๋ยวก็ได้เจอวันนี้คริlโทรให้พี่ไปเปิดห้องเราให้คงรอเราอยู่ที่ห้องเหมือนเคยนั่นแหละผมพยักหน้าให้พี่เจนเบาๆแล้วหันไปมองนอกหน้าต่างในใจก็คิดแต่ว่าจะบอกเรื่องสำคัญกับคริสยังไงเร็วเท่าความคิดรู้ตัวอีกที่ผมก็มาหยุดอยู่หน้าห้องตัวเองแล้วผมสแกนคีย์การ์ดเปิดประตูเข้าไปเดินตรงไปที่ที่เป็นห้องนั่งเล่นไม่เห็นใครมีแต่ mac book ที่ถูกเปิดทิ้งไว้เป็นสัญญาณบอกว่าคริสมายังไม่ได้กลับออกไปเพราะปกติน้องรู้รหัส mac book ผมดีและเล่นเป็นปกติอยู่แล้วผมเดินไปนั่งหน้า mac book แล้วต้องตกใจเมื่อหน้าจอแสดงผลหน้าจีเมลล์ของมหาวิทยาลัยที่ตอบกลับมาให้ผม mac book ของผมเชื่อมกับ มือถือด้วยเพระฉะนั้นข้อมูลทุกอย่างจึงเชื่อมถึงกันโดยปริยายแค่เห็นหน้าจอผมก็ร้องอ๋อในใจน้องรู้ความจริงหมดแล้วน้องรู้แล้วว่าผมต้องไปเรียนต่อ!!!

ผมลุกขึ้นแล้วเดินกึ่งวิ่งเข้าไปในห้องนอนแล้วก็เป็นจริงน้องยืนรอผมอยู่ที่นอกระเบียงผมสูดลมหายใจแล้วเดินเข้าไปหาร่างบางผมแตะบ่าน้องเบาๆเหมือนคนตัวเล็กจะสะดุ้งน้อยๆหันมามองผมนิดนึงแล้วหันกลับไปเหม่อมองฟ้าตามเดิมผมไม่ได้พูดอะไรได้แต่ยืนมองน้องเท่านั้นไม่ใช่ไม่อยากพูดแต่จู่ๆผมก็จนคำพูดขึ้นมาดื้อในที่สุดน้องก็เป็นคนทำลายความเงียบขึ้นมาก่อน

พี่สิงพี่มีอะไรจะบอกผมมั๊ยน้องพูดเสียงเรียบพร้อมหันทั้งตัวกลับมาหาผมได้แต่เอื้อมมือไปกุมมือนุ่มนิ่มไว้แน่นผมไม่เคยรู้สึกอยากหลบตาน้องเท่านี้มาก่อนเลยไม่ใช่เพราะผมไม่กล้าแต่เพราะรู้สึกผิดทั้งๆที่คนตรงหน้าควรรู้เรื่องนี้เป็นคนแรกๆแต่ผมกลับขี้ขลาดเกินกว่าจะบอกไปตรงๆ

คริสคือพี่…”ผมอึกอักน้องเองก็คงอึดอัดกับการรอคำตอบน้องดึงมือออกจากผมแล้วกำลังจะเดินกลับไปด้านในห้องแต่ผมไม่ได้รู้สึกแค่ว่าน้องจะเดินเข้าห้องแต่เหมือนน้องกำลังจะไปจากผม  ผมเอื้อมมือไปรั้งน้องไว้ก่อนดึงเอวบางมากอดไว้กับตัวน้องไม่ได้ต่อต้านแต่ก็ไม่หันมามองหน้าผม

ฟังพี่ก่อนคริสที่พี่ไม่บอกไม่ใข่เพราะคริสไม่สำคัญแต่สำคัญจนพี่กลัวผมพูดด้วยเสียงเบาลงจนแทบหายไปในลำคอแล้วประโยคนั้นแหละทำให้น้องหันกลับมามองผม ผมหายใจเข้าจนเต็มปอดแล้วพูดต่อ

พี่กลัวว่าถ้ารู้เราจะรับไม่ได้แล้วที่พี่ไม่กล้าบอกว่าพี่รักเราเพราะรู้ตัวว่าตัวเองกำลังจะต้องไปพี่ไม่อยากให้คำว่ารักของพี่มาเป็นข้อผูกมัดคริสไว้กับพี่เวลาสองปีถึงมันจะไม่นานเท่าไรแต่มันก็นานพอที่จะทำให้คริสได้เจอคนที่ดีและดูแลคริสได้จริง…”ผมมองจ้องลงไปในแววตาของคนตรงหน้าที่กำลังฉายแววความร้าวรานและไม่เข้าใจ

ทะทำ..มะไม..พะพี่..”น้องถามผมด้วยเสียงสั่นแต่เหมือนผมจะรู้คำถามของน้องดีผมจึงชิงตอบออกไปทั้งที่อีกคนยังถามไม่ทันจบ

เพราะพี่อยู่ดูและคริสตลอดเวลาแบบคนที่อยู่ทางนี้ไม่ได้ถ้าคริสเกิดเศร้าเกิดท้อ..อยากกอดใครซักคนพี่ก็ให้คริสไม่ได้แล้วพี่รู้ดีการที่ต้องรอคอยมันทรมานแค่ไหนพี่ไม่อยากให้คริสเป็นแบบนั้น…”ผมตอบน้องออกไปด้วยเสียงที่เริ่มสั่นแต่ก็ยังเอื้อมมือไปเช็ดน้ำตาที่แก้มขาวๆของคนตรงหน้าไปพร้อมๆกัน

แล้วถ้าผมบอกพี่ว่าผมยินดีที่จะรอพี่ล่ะ... น้องพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเครือแต่หนักแน่นจนผมรู้สึกได้

ถ้าพี่บอกว่าการรอใครคนนึงมันทรมานผมก็จะบอกพี่ว่าผมยินดีที่จะทรมานผมยินดีที่จะต้องเหงาที่ต้องนอนคนเดียว..ต้องทนที่ต้องเผชิญเรื่องทั้งดีและร้ายเพียงคนเดียวโดยไม่มีพี่ให้กอดเหมือนวันนี้เพื่อให้พี่ได้ทำตามความฝันแล้วพอพี่กลับมาเราจะไม่จากกันไปไหนอีก….ผมยอมทรมานกับความคิดถึงแค่สองปีแลกกับการมีพี่เดินข้างผมไปตลอดชีวิต..”แค่พูดจบน้องก็กดหน้าผากลงมาแนบกับหน้าผากผม

ทำไมคริส..ทำไมถึง…”น้องอมยิ้มน้อยๆพร้อมกับกดน้ำหนักลงมาที่ริมฝีปากของผมเบาๆด้วยปากของเค้าและพึมพำติดกับปากของผม

เพราะผมรักพี่ขอร้องนะพี่สิงต่อจากนี้ไปอย่าผลักไสผมไปให้รักใคร..เพราะผมรักพี่ได้แค่คนเดียว…”น้องพูดหนักแน่นแล้วจูบลงมาอีกครั้ง

อือ…”ผมรับคำทันทีที่ถอนจุมพิตออกจากกันผมกอดน้องไว้กับอกซึมซับทุกความรู้สึกแทนคำสัญญาว่าเราจะรอกัน

ผมไม่เคยคิดว่าจะมีใครรักผมได้เท่านี้น้องเสียสละความสุขของตัวเองเพื่อให้ผมได้ทำตามความฝันทั้งๆที่น้องมีสิทธิ์เดินออกไปจากผมได้ทุกเมื่อแต่น้องก็ยังเลือกจะเดินข้างคนที่มันไม่มีอะไรดีพอที่จะทำให้น้องมีชีวิตที่สมบรูณ์แบบเหมือนคนอื่นน้องยังเลือกอยู่กับผมทั้งๆที่รู้ว่าต้องเหนื่อยแค่ไหนถ้าเลือกสร้างอนาคตไปกับผมที่มีแค่หัวใจที่รักน้องคนเดียว

ขอบคุณนะคริส..พี่รักคริสนะครับบอกคนในอกแล้วจุมพิตที่กระหม่อมบางด้วยความรู้สึกท่วมท้นที่ไม่เคยมีให้ใครมาก่อนในชีวิตผมไม่รู้หรอกว่าอีกสองปีต่อจากนี้จะเกิดอะไรขึ้นแต่เมื่อน้องเลือกผมผมก็จะดูแลน้องให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้เพื่อให้น้องมีความสุขที่สุด

ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมาน้องมาค้างกับผมบ่อยขึ้นเพราะน้องบอกว่าอยากใช้เวลาอยู่ด้วยกันให้มากที่สุดผมมีเวลาว่างมากขึ้นเพราะพี่เจนไม่ได้รับซีรี่ส์ให้ผมเพิ่มแล้วมีแต่เฟรนโซนที่เหลืออีกแค่สองคิวก็จะปิดกล้องและก็อีเว้นท์บ้างส่วนคริสเองก็พยายามเคลียร์คิววันว่างก็มาอยู่กับผมหรือพาผมไปที่บ้านน้องบ้างน้องจัดแจงช่วยผมทุกอย่างจัดเตรียมของต่างรวมไปถึงเอกสารการเดินทางบางวันเราอยู่ด้วยกันทั้งวันวันไหนไม่ได้เจอก็คอลกันตลอดจนบางวันก็หลับไปทั้งที่คอลกันอยู่ก็มีน้องบอกว่าจะใช้เวลาสองอาทิตย์ที่เหลือก่อนผมไปสร้างความทรงจำที่ดีให้ได้มากที่สุดเพื่อจะทำให้เรามีกำลังใจที่จะรอกัน

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 42 ครั้ง

50 ความคิดเห็น

  1. #39 Rhoarer (@no100one100) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2562 / 04:22
    รักมากพอที่จะยอมทรมานจากการรอ คือน้องรักพี่มากจริงๆนะ อ่านแล้วน้ำตาซึมเลย พี่สิงอย่าปล่อยมือจากน้องเลยนะคะ...
    #39
    0
  2. #14 ChitraPiromnukul (@ChitraPiromnukul) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2562 / 08:23
    หน่วงเป็นการรอคอยที่น่าสงสารมากกก...
    #14
    0
  3. #4 sky (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 4 มีนาคม 2562 / 23:01

    เศร้าจัง​ แต่หวังว่าการรอคอย​ของน้องจะไม่สูญเปล่า

    #4
    1
    • #4-1 Sweetchese (@nongposh51) (จากตอนที่ 5)
      17 เมษายน 2562 / 21:08
      ไม่สูญเปล่าเเน่นอนค่ะ
      #4-1