Fic Krist Singto กลัวความห่างไกล

ตอนที่ 3 : วันสำคัญ..เพราะคนสำคัญ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 770
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 60 ครั้ง
    19 ม.ค. 62


          ผมตื่นขึ้นมาตั้งแต่ฟ้ายังไม่สางดีวันนี้ผมมีไปกองถ่ายแต่เช้าตามเคยพี่เจนแวะมารับผมแต่เช้าผมให้พี่เจนพาแวะตลาดเช้าใกล้ๆคอนโดผมซื้อน้ำเต้าหู้กับไข่กะทะเจ้าประจำมาสามชุด

            ทำไมวันนี้ซื้อเยอะจัง พี่เจนเอ่ยถามผมเพราะปกติผมจะซื้อให้พี่เจนกับผมคนละชุด

          ของคริสด้วย ผมวานพี่ช่วยเอากลับไปให้น้องด้วยนะหลังจากส่งผมเสร็จอ่ะ ผมเอ่ยเสียงเรียบแล้วหันไปหาพี่เจนที่กำลังนิ่วหน้า

            ได้สิยะ ว่าแต่จะให้ชั้นเตรียมขันหมากด้วยเลยมั๊ยล่ะ พี่เจนจีบปากจีบคอล้อเลียนผมแต่ไม่เป็นไรวันนี้ผมอารมณ์ดีโรเคชั่นที่ถ่ายวันนี้อยู่ไม่ไกลจากคอนโดผมเท่าไรพี่เจนโยนผมลงไว้ที่กองแล้วกลับไปทำตามที่ผมได้ไหว้วานไว้ ตือตึ่ง!!” เสียงไลน์ผมดังจากมือถือในกระเป๋าที่ผมสะพายมากองเป็นประจำผมเปิดดูขณะกำลังนั่งรอทำผม

            อร่อยมากเลยครับ…”ผมยิ้มน้อยๆเมื่อเห็นข้อความที่ส่งมาในห้องแชทของคนสำคัญพร้อมกับภาพกล่องไข่กะทะที่หมดเกลี้ยงกับน้ำเต้าหู้ที่เหลืออีกนิดหน่อยผมส่งตัวการ์ตูนยิ้มน้อยยิ้มใหญ่กลับไปปกติเห็นน้องชอบบ่นว่าผมไม่ค่อยมีเวลาดูแลตัวเองแต่เจ้านี่ก็ม่ใช่ย่อยไม่ค่อยทานอาหารเช้าชอบกินแต่กาแฟจนสุขภาพจะแย่หมดแล้วเราไม่ได้คุยอะไรกันมากมายเพราะวันนี้ผมถ่ายแทบทุกซีนส่วนเท่าที่คุยกันเมื่อคืนวันนี้คริสมีไปดูสถานที่ที่ใช้จัดงานวันเกิดกับแฟนคลับที่ใกล้เข้ามาเต็มทีจนกระทั่งถ่ายเสร็จผมแวะเข้าไปที่ตึกเพื่อไปดูงานอะไรนิดหน่อย

            อ้าวสิงโตวันนี้มาด้วยหรอไหนคริสบอกว่าวันนี้ออกกองไม่น่าเข้าตึกไงเสียงพี่ก็อตจิเรียกถามผม

          สวัสดีครับงานเสร็จเร็วนิดนึงครับ เลยแวะเข้ามาเผื่อมีอะไรแล้วคริสอยู่ไหนหรอครับผมถามเผื่อจะได้เจอกันนิดนึงก็ยังดีวันนี้ถ่ายงานมาเกือบสามสิบซีนสูบพลังผมแทบหมด

            กลับไปแล้วเมื่อกี้นี้เองไม่ได้สวนกันตอนขึ้นมาหรอคำตอบของพี่ก็อตทำใจผมสลดวูบผมส่ายหน้าเบาๆก่อนเดินคอตกไปนั่งที่โซฟาใกล้ๆช่วงนี้ผมทำงานหนักแทบทุกวันส่วนมากเป็นถ่ายซีรี่ส์กับไปมหาลัยส่วนน้องก็วุ่นวายกับงานวันเกิดที่กำลังใกล้เข้ามาจนเราแทบไม่ได้คุยกันเลยแต่ผมไม่ได้คิดอะไรหรอกนะเพราะเราเป็นแบบนี้กันบ่อยช่วงไหนทำงานก็ไม่ค่อยได้คุยกันแต่ก็ไม่เคยห่างหายกันไปแบบจริงๆจังๆ

 @วันงานวันเกิดย้อนหลังของคริส

            เต่าวันนี้สู้ๆนะผมส่งไลน์ไปทิ้งไว้ให้น้องตั้งแต่เช้าใช่แล้วผมยังต้องตื่นเช้าไปทำงานแต่เช้าตามเคยวันสำคัญแท้ผมยังต้องไปทำงานจนเย็นตามเคยวันนี้ผมจัดการท่องบทแบบแม่นเป๊ะตั้งแต่เมื่อคืนการถ่ายจะได้ราบรื่นเผื่อจะเลิกเร็วทันมาหาเจ้าเต่าน้อยของผมที่ปากบอกไม่เป็นไรๆแต่ตานี้เศร้าเชียวตอนรู้ว่าผมไปไม่ได้ทำไงได้ก็คนมันเคยไปทุกๆปีนี่เนอะ

12.00 .

ตือตึ่ง!!” พี่สิงคอลหาได้ป่าวผมเดินออกจากโต๊ะอาหารไปหยิบหูฟังในกระเป๋าแล้วเดินไปนั่งที่ห้องแต่งตัวของกองตอนนี้ทุกคนกำลังพักเที่ยงเลยไม่มีคนมาพลุบพล่านให้วุ่นวายแล้วกดคอลไลน์ไปหาอีกคนทันทีไม่ถึงนาทีหน้าจอแสดงผลก็แสดงหน้ากลมๆของคนปลายสาย

ตื่นเต้นจังขอกำลังใจหน่อยซิพี่สิงเจ้าเต่าน้อยของผมส่งเสียงอ้อนๆพร้อมทำตาปริบๆจนผมอดยิ้มตามไม่ได้

สู้ๆนะคนเก่งพี่รู้เราทำได้ผมพูดด้วยน้ำเสียงปลอบประโลมไม่ต่างจากที่ทำให้น้องเวลาอยู่กันสองคนเท่าไรพร้อมกับส่งยิ้มไปให้ก่อนจะได้ยินคนปลายสายสูดลมหายใจลึกยาวที่หนึ่งพร้อมๆกับคลี่ยิ้มจางๆออกมาจนแก้มบุ๋มเห็นลักยิ้มน่ารัก

อยากกอดพี่จัง…”น้องพูดเบาๆคงกะว่าผมคงไม่ได้ยินแต่ด้วยผมใส่หูฟังทำให้ได้ยินประโยคนั้นชัดเจนทุกคำผมอดโกรธตัวเองไม่ได้เลยปกติก่อนเราจะทำงานอะไรสำคัญๆเราจะกอดให้กำลังใจกันและในวันเกิดทุกๆปีของน้องก็เป็นเบบนั้นแต่ปีนี้ด้วยงานที่รัดตัวของผมทำให้ไม่ได้ไปเหมือนทุกๆปี

โอ๋กอดๆนะเด็กน้อย เอางี้นะวันนี้เสร็จงานแล้วเดี๋ยวไปกินข้าวด้วยกันดีมั้ย มีใครอยากไปกับพี่มั๊ยน้าผมหยอกน้องเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมามันมักจะทำให้น้องยิ้มได้เสมอเพราะน้องรู้ดีผมไม่เคยทำแบบนี้ให้ใคร

คริสไปครับคริสไปคนปลายสายตอบกลับมาแทบทันทีเหมือนเด็กนักเรียนกลัวเพื่อนแย่งตอบคำถามคุณครูอย่างไงอย่างงั้นผมยิ้มออกมาพร้อมกับหัวเราะเบาๆ

“’งั้นก็ไปเจอแฟนคลับนะครับแล้วเจอกันตอนเย็นนะคนฟังพยักหน้าน้อยๆก่อนตัดสายไปเพราะแม่ยุ้ยมาเรียกไปบรีฟงานพอดีผมก็ทำงานต่อไปซีนแล้วซีนเล่าแต่ก็ดูเหมือนจะไม่ค่อยมีสมาธิเท่าไรเพราะคำพูดออดอ้อนของเจ้าเต่าน้อย อยากกอดพี่จังพร้อมกับสายตาแบบนั้นยังคงมาวนเวียนในห้วงความคิดผมไม่รู้ว่าผมแสดงสีหน้าออกไปแบบไหนจนพี่ผู้กำกับที่นั่งอยู่ใกล้เดินมาหาผม

เป็นไรรึเปล่าสิงโตไม่สบายรึเปล่าผมได้แต่ส่ายหน้าให้พี่เค้าเบาๆ

พอดีวันนี้วันเกิดคริสน่ะครับ น้องอยากให้ผมไปผมตอบเสียงเรียบเพราะรู้ว่ายังไงคงอดไปแน่นนอนแล้ว ถ่ายอีกแค่ซีนเดียวก็จะเสร็จแล้วคงไปทันอยู่ล่ะมั้งพี่ผู้กำกับหันมามองผมยิ้ม

อะไรนะครับพี่กฌคิววันนี้ยาวจนถึงค่ำเลยไม่ใช่หรอตาผมลุกวาวทั้งที่งงแต่ก็ยังแอบมีความหวังว่าพี่ผู้กำกับคนไม่ได้ล้อเล่นให้ผมดีใจเก้อหรอกนะ

ก็สถานที่ถ่ายคิวบ่ายมันชนกับกองอื่นแล้วพร็อบที่จะใช้ถ่ายมีปัญหาพี่ก็เลยว่าจะยกกองครึ่งบ่ายไปก่อนนี่พี่เจนไม่ได้บอกเราหรอพี่ฝากพี่เจนไปบอกแล้วนะผมส่ายหน้านิดนึงแต่อารมณ์ตอนนี้มันดีใจเกินกว่าจะไปหาเรื่องกับพี่เจน

เอ่องั้นผมขอตัวก่อนนะครับผมเดินแยกจากพี่ผู้กำกับมามุมนึงของกองกำลังกดมือถือจะโทรหาใครคนนึงเต่ก็ชะงักมือไว้ก่อนเปลื่ยนเป้าหมายไปที่เบอร์อีกคนที่อยู่ใกล้กันผมกดโทรออกทันทีเร็วเท่าใจปลายสายก็รับสาย

สวัสดีครับแม่ยุ้ยอยู่ใกล้คริสรึเปล่าครับถ้าใกล้ถอยออกมาหน่อยนะครับผมกอกเสียงลงไปเร็วๆโดดยยังไม่เปิดโอกาสให้ปลายสายทักท้วงอะไรอึดใจปลายสายก็ส่งสัญญาณมาว่าพร้อมคุยแล้ว

ว่าไงสิงโตแม่ยุ้ยพูดกลับมาหาผมด้วยเยงกึ่งๆกระซิบ

คือกองผมยกกองตอนบ่ายงานคริสเริ่มกี่โมงครับแม่เผื่อผมจะไปทันผมกรอกเสียงลงไปโดยไม่รู้เลยว่าคนฟังกำลังแอบยิ้มด้วยความดีใจแทนเต่าน้อย

บ่ายสองจ้า…”ผมฟังแล้วเงียบไปนิดจนอีกคนสงสัย

เป็นอะไรรึเปล่าสิงผมอ้ำอึ้งนิดหน่อยก่อนตอบไป

เอ่อผมกลัวว่าอาจจะไม่ทันน่ะครับผมได้ยินแม่ยุ้ยหัวเราะในคอน้อยๆ

ไม่เป็นไรเอาอย่างงี้สิงมายกเค้กให้น้องดีไหมประมาณสี่โมงคงทันใช่ไหมแม่ยุ้ยคนน่ารักของผมแก้ปัญหาให้ผมได้ดีเสมอ

ทันครับแม่ยุ้ยครับอย่าเพิ่งบอกน้องนะครับว่าผมจะไปผมอยาก…”เสียงผมหายไปในลำคอด้วยความเขินอายปกติผมไม่เคยทำแบบนี้ให้ใครคุณก็รู้ใช่ไหม

เซอร์ไพรส์สินะโอเคๆเหม็นความรักจริงๆเลยจนแม่ยุ้ยตัดสายไปนานแล้วแต่ผมก็ยังยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่กับมือถืออยู่แบบนั้นรู้ตัวอีกทีก็ตอนพี่ทีมงานมาตามไปเข้าฉากนั่นแหละซีนสุดท้ายของวันนี้มันเป็นซีนสั้นๆก็จริงแต่ด้วยความละเอียดของงานทำให้ต้องเปลี่ยนเล่นหลายมุมกล้องว่าผมจะออกจากกองถ่ายมาได้ก็เกือบบ่ายสามแล้วด้วยกองผมกับสถานที่จัดงานของคริสที่อยู่กันแบบคนละฟากเมืองไหนจะสภาพการจราจรกลางกรุงที่แสนจะติดขัดนี่อีกทำเอาผมก้นไม่ติดเบาะอยู่เหมือนกันผมเหลือบดูนาฬิกาข้อมืออีกที่นี่บ่ายสามจะครึ่งแล้วยังไม่ถึงครึ่งทางเลยแย่แน่พี่เจนคงเห็นท่าทีลุกลี้ลุกรนของผมเฮียแกเลยจัดการชิดซ้ายที่ทางขึ้นสถานีรถไฟฟ้าที่ใกล้ที่สุดส่วนผมก็รู้หน้าที่ดีทันทีที่รถจอดเทียบฟุตบาทผมก็เดประตูลงทันทีผมพยักหน้าน้อยให้คุณสารถีพร้อมกับได้ยินเสียงพี่แกเปิดกระจกตะโกนไล่หลัง

ไปหันทันนะตาหนูเดี๋ยวพี่บตามไปผมสาวเท้าอย่างรวดเร็วไปบนสถานีไม่รู้ก้าวเร็วแค่ไหนรู้ตัวอีกทีผมก็มาอยู่ทีจุดหมายปลายทางแล้วผมยกนาฬิกาขึ้นดูอีกครั้งบ่ายสามสี่สิบยังไงก็ทันผมวิ่งไปกดลิฟต์แป๊บเดียวประตูลิฟต์ก็เปิดออกแล้วปิดลงก่อนพาผมขึ้นไปที่ชั้นแปดที่เป็นที่จัดงาน

สิงโตอยู่ไหนแล้วเนี่ยต้องสแตนบายแล้วนะเสียงแม่ยุ้ยกอกมาตามสายที่ผมกดรับทั้งที่ขาก็ก้าวกำลังจะถึงตัวคนโทรอยู่แล้ว

อยู่นี่ครับ…”ผมตอบแทบไม่เป็นเสียงเพราะกำลังหอบตัวโยนผมไม่รู้อะไรเป็นอะไรผมถูกพาตัวมาที่จุดสแตนบายช่างหน้าช่างผมมาจัดผมซับหน้าให้ผมตรงที่สแตนบายเลยเพื่อความรวดเร็วสูทสีเขียวเข้มๆเข้ากับธีมงานถูกสวมทับเชิ้ตขาวของผมผมที่ยุ่งเยิงเพราะวิ่งมาถูกจัดให้เข้าที่หน้าผมเนียบกริบไม่มีเหงื่อหรือความมันใดๆเพราะถูกซับและปัดแป้งทับด้วยความเป็นมืออาชีพของพี่ๆช่างแต่งหน้าก่อนจะมีพี่ทีมงานเข้ามาติดไมค์ไวเล็ตให้ผม

จุดที่ผมสแตนบายอยู่ก็คือประตูด้านข้างห้องจัดงานผมแอบเดินไปยืนมองผ่านประตูที่ถูกแง้มไว้นิดนึงบนเวลาเจ้าของงานกำลังนั่งดีทีอาร์จากแฟนๆที่ทำให้แม่ยุ้ยมาหยุดยืนข้างผมพร้อมส่งทิชชู่ให่ผมประมาณหนึ่ง

ติดไปด้วย พี่ว่าน้องเห็นหน้าเรายังไงก็น้ำตาแตกชัวร์ นี่ก็หงอยคอตกมาตั้งแต่เช้ากว่าเพราะคิดว่ายังไงเราก็ไม่มากว่าจะรวมสติออกไปร่าเริงกับแฟนคลับได้อย่างงั้นก็ทำสมาธิอยู่เป็นนานสองนานผมหันกลับไปมองคนที่ถูกกล่าวถึงผ่านประตูอีกครั้งแต่ไม่ได้พูดอะไร วีทีอาร์ที่แฟนคลับทำให้เล่นไปจนจบไฟในห้องที่สลัวๆถูกดึงจนมืดสนิทมีเพียงแสงจากด้านนอกเพราะประตูที่เปิดออกพร้อมกับผมที่เข็นเค้กเข้าไปให้น้องเสียงกรี๊ดแฟรคลับดังสนั่นจนกลบเสียงเพลง happy birthday ที่ผมเป็นต้นเสียงยิ่งเข้นรถเข้าไปใกล้ก็ยิ่งเห็นชัดแววตาคู่นั้นที่แวววาวท่ามกลางความมืดเพราะน้ำตาที่คลอเบ้าน้อยๆพอเข็นรถประชิดตัวผมเลยเอื้อมมือไปประคองเอวแล้วลูบหลังน้องเพื่อหวังให้มันช่วยปลอบประโลมน้องน้อยของผมเหมือนเจ้าตัวเล็กกำลังตกอยู่ในภวังค์ได้แต่ยืนมองหน้าผมนิ่งอยู่อย่างนั้นจนผมต้องสะกิด

อธิฐานแล้วเป่าเค้กสิคริสผมหันไปกระซิบเบาๆเหมือนเจ้าตัวจะรู้ตัวแล้วว่าไม่ได้อยู่กันตามลำพังจึงหันหน้ากลับไปหาเค้กหลับตาอธิฐานผมไม่รู้ว่าน้องอธิฐานอะไรแต่น้องมีหันมามองผมนิดนึงในตอนอธิฐานแล้วก้มหน้าลงไปเป่าเทียนดับจนหมดพร้อมๆกับเสียงแฟนคลับที่ทั้งกรี๊ดทั้งปรบมือไฟในห้องจัดเลี้ยงก็ถูกเปิดขึ้นทำให้ผมเห็นหน้าเจ้าของวันเกิดได้ถนัดตาหน้าขาวผ่องตอนนี้กำลังแดงก่ำไม่พูดพร่ำทำเพลงน้องโถมตัวเข้ามาหาผมทั้งตัวเราไม่ได้กอดกันแนบแน่นอะไรเพราะรู้ดีว่าไม่ได้อยู่กันสองคนผมได้แต่ลูบหลังน้องตามความเคยชิน

ขอบคุณนะครับที่มาน้องกระซิบที่ข้างหูผมเบาๆตอนเรากำลังแยกออกจากกันผมพูดอวยพรน้องพอเป็นพิธีเห็นคนตัวเล็กแอบน้ำตาคลอจวนเจียนจะไหลเลยส่งทิชชู่ที่ติดมาให้ไปไม่ผิดคำแม่ยุ้ยจริงๆเลยผมได้แต่คิดน้องตัดเค้กแล้วเรานั่งดูโปรเจ็กอีกตัวนึงที่แฟนคลับพีรญาทำให้เราผมอยู่กับน้องจนงานเสร็จแฟนคลับทะยอยกลับจนหมดผมพาน้องออกมาพักที่ห้องข้างๆห้องจัดงานเล้วพี่เจนกับแม่ยุ้ยก็เข้าไปช่วยกันเคลียร์สถานที่ผมไม่รู้ว่าน้องคิดอะไรอยู่น้องนั่งมองแต่หน้าผมด้วยสายตาที่มีแต่ผมเท่านั้นที่รู้ความหมายของมัน

เอ้าจะนั่งจ้องพี่เค้าอีกนานมั๊ยล่ะ ไปเก็บของมั๊ยไหนจะไปกินข้าวกับพี่เค้าอีกไม่ใช่หรอรึจะไม่ไปแล้วแม่ยุ้ยพูดขึ้นคงเพราะเห็นน้องจ้องผมมานานแล้วคนถูกขัดจังหวะทำท่ากระฟัดกระเฟียดน่ารักแล้วลุกเดินออกไปเก็บของบนโต๊ะที่ห่างออกไปไม่มากผมเองก็ทำอะไรไม่ได้เลยได้แต่มองตามยิ้มๆ

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 60 ครั้ง

50 ความคิดเห็น

  1. #37 Rhoarer (@no100one100) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2562 / 04:03
    เซนซิทิฟจริงๆเลยนะลูกเต่าน้อย พี่ชายเขามาหาหนูแล้วนะลูก
    #37
    0
  2. #13 ChitraPiromnukul (@ChitraPiromnukul) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2562 / 13:37
    น่ารักกก..
    #13
    0