ไขความลับแห่งเวลส์ ภาค ผจญภัยสู่ดินแดนเหนือนภา

ตอนที่ 8 : คืนสุดท้าย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 83
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    10 พ.ค. 55

     วันต่อมา เธอนั่งเหม่อไปยังที่ห่างไกลอยู่ที่ฝึกส่วนตัวของเธอเอง เธอคิดไปไกลต่อแสนไกล แอบเศร้าใจเล็กน้อยที่ทุกอย่างมันจะเป็นเช่นนี้ กาลเวลาเหล่านี้ทำให้เธอต้องจากครอบครัวของเธอ เด็กทุกคนนั้นรับไม่ได้ที่จะต้องจาก เป็นเด็กคนไหนก็ไม่อยากให้มันเกิดขึ้น แต่แล้วเมื่อเธอจากมา เธอก็ได้พบกับสหายมิตรที่ดีกับเธอโดยที่ไม่รู้ว่าเธอเป็นใคร มาจากไหน

     แต่แล้ว ... ทุกสิ่งทุกอย่างก็ทำให้เธอเข้ามาพัวพันกับสงครามครั้งสุดท้ายที่ยิ่งใหญ่ที่สุด และต่างฝ่ายต่างก็ต่อสู้กันอย่างเต็มกำลังสุดความสามารถ ถึงแม้ผลสุดท้ายที่ออกมานั้น ยากเกินกว่าที่จะรับได้ เพราะเหล่าเทพที่เป็นฝ่ายธรรมะ กลับเป็นฝ่ายพ่ายแพ้

     เธอไม่รู้ว่าตัวของเธอเองจะกลับไปยังโลกเดิมได้อย่างไร แต่เธอรู้แค่ว่า เมื่อยังไม่รู้อนาคต ก็จะทำสิ่งในปัจจุบันให้ดีที่สุด ลูน่าตัดสินใจที่จะเข้าร่วมรบอย่างไม่เกรงกลัว ถึงแม้ในใจลึกๆก็ยังหวาดหวั่นอยู่เพียงเล็กน้อยก็ตาม

 

     เคทมาดูให้หน่อยสิ ว่าฝีมือของฉันพัฒนาไปไกลมากหรือเปล่าลูน่าเบนหน้ากลับไปถามดังๆเพื่อให้เสียงไปถึงวัลคีรี่สาวผู้ติดตามของเธอ ซึ่ง แคทเธอรีน ก็ได้ยินและรีบมายืนในระยะที่มองเห็นได้

     ลูน่าจับตั้งท่าธนูอย่างดีตามอย่างที่เคทสอนเธอเมื่อเช้านี้ เขาซ้อมยิงมาร่วมชั่วยามเห็นจะได้ ลูน่าค่อยๆเอื้อมมือไปหยิบศรธนูมาตั้งท่า ง้างเชือกออก เหนี่ยวรั้งไว้ และปล่อยให้มันพุ่งออกไปเป็นวิธีโค้งอย่างรวดเร็ว ศรธนูพุ่งออกไปเข้าเป้านิ่งได้ แต่ก็ยังเข้าได้ไม่ตรงเผงพอดิบพอดี

     เพียงแค่วันเดียว สามารถทำได้ถึงเพียงนี้ ก็ถือว่าเก่งแล้วค่ะเคทพยักหน้าปรบมือให้อย่างดีใจ ที่เห็นเจ้านายของเธอมีความเพียรพยายามมากถึงเพียงนี้ เอาเป็นว่า เดี๋ยวเราจะฝึกใช้พลังห่อหุ้มเพื่อให้พลังทำลายสูงขึ้นนะคะ

   ได้เลยๆ ฉันจะฝึกจนกว่าจะถึงก่อนเย็น

     หักโหมมากก็ไม่ดีนะคะเคท คนติดตามเอ่ยพูดขึ้นอย่างเป็นห่วง ก็ที่จะเดินเข้าไปใกล้ๆเธอ และฝึกสอนท่าอย่างนอบน้อม และดูเป็นกันเองมากขึ้น

 

...

 

     ระหว่างที่ทั้งสองคนกำลังสอนและฝึกฝนให้ซึ่งกันและกัน

     ทางด้านของเหล่าเทพ ก็ได้ปรึกษาหารือกัน และวางแผนในการรบไว้ล่วงหน้า โดยมีตัวแทนของวัลคีรี่ และเอนแฮร์ยา เพื่อไม่ให้เมื่อใกล้ถึงเวลา จะรีบร้อนร้อนรนจนเกินเหตุ และทำอะไรโดยปราศจากการวางแผน ซึ่งข้อนี้ เป็นข้อที่เทพโอดินกังวลมากที่สุด

     ที่เรามาปรึกษาหารือกัน ก็เพื่อจะได้เตรียมการเอาไว้ ที่ฉันคาดเอาไว้ ดูท่าพวกนั้นจะใช้พญางูยักษ์ จอร์มุนกานต์ และหมาป่าเฟนเรียร์พร้อมลูกน้องอีกจำนวนมากในการเข้าร่วมสงคราม เราจะต้องเตรียมพร้อมสำหรับงูยักษ์ที่สามารถพ่นพิษได้ กับหมาป่าเฟนเรียร์ที่มีอำนาจทำลายล้างสูง นอกจากนี้ โลกิ ยักษ์น้ำแข็ง กับ เซิร์ท ยักษ์แห่งไฟ ที่ยังมีความสามารถแกร่งกล้าโอดินเปิดการประชุมขึ้นอย่างเร่งด่วน

    เขาลุกขึ้นอธิบาย พลางวาดรูปที่กระดานเพื่อให้เห็นภาพอย่างง่ายๆ

    ซึ่งจุดหมายของพวกมันก็คือคิดที่จะทำลาย อิกดราซิล ซึ่งเป็นต้นไม้ที่ค้ำจุนทุกอย่างเอาไว้ เพราะฉะนั้น เราจะตั้งกองกำลังไว้ที่ทุ่งวิกริดซึ่งเป็นจุดปะทะจนถึงบริเวณรอบๆ อิกดราซิล เพื่อจะสกัดกั้นการบุกรุกของพวกยักษ์ทุกวิถีทางโอดินกล่าวขึ้นอย่างช้าๆ เอาล่ะ ใครคิดจะเสนออะไรเพิ่มเติม หรือค้านวิธีคิดของฉัน ก็บอกมาได้นะ เพราะฉันคิดว่า วิธีที่ฉันคิดก็ยังไม่สมบูรณ์แบบสักเท่าไร ถ้าเราคิดร่วมกัน และนำมาปรับปรุงและมารวมกัน อาจทำให้ผลที่ออกมาดีเกินคาดก็ได้

    เขามองไปรอบๆ ทำหน้าเย็นชาเล็กน้อยดูเหมือนว่าไม่ได้คิดอะไรอยู่ แต่จริงๆแล้วเขากำลังคิดเสมอว่า จะต้องทำให้ดีที่สุด

     ผู้คนไม่ว่าจะเป็นเหล่าเทพคนอื่น หรือแม้กระทั่งตัวแทนวัลคี่รี่ และตัวแทนเอนแฮร์ยาก็เริ่มยกมือขึ้นเสนอ เพราะเริ่มคิดที่จะต่อสู้อย่างจริงจังเมื่อโอดินได้พูดขึ้นมา

 

 

    ทั้งการประชุม ทั้งการฝึกฝน ต่างก็ดำเนินไปอย่างช้าๆ ทางด้านของโอดินนั้นก็พูดคุยกันแลกเปลี่ยนความคิดซึ่งกันและกัน ส่วนทางด้านของลูน่าก็ฝึกฝนกันอย่างหนักหน่วง ซึ่งบางครั้งเธอก็มุทะลุเกินเหตุ ฝึกซ้อมจนร่างกายอ่อนล้า จนเคทต้องห้ามปรามเอาไว้ให้พักผ่อนเสียบ้าง

     นี่ก็เพิ่งจะเลยเวลาทานอาหารกลางวันมาไม่นาน จะให้ฉันหยุดฝึกแล้วหรือลูน่าเอ่ยตอบพลางหันมาถาม แลดูเหน็ดเหนื่อยเล็กน้อย

     ก็เกือบหนึ่งชั่วยามแล้วนะคะเคทยืนขึ้น หันหน้าหลบแดดที่เจิดจ้าแสบตา ซึ่งโชคดี พื้นที่โล่งบริเวณนั้นถูกเงาของต้นไม้บังได้ส่วนหนึ่ง อีกไม่ถึงชั่วยามก็จะเริ่มเย็นแล้วค่ะ พักบ้างก็ดีนะคะ ขืนหักโหมมากแล้วจะไม่สบาย

     ได้ค่ะ ได้ค่ะลูน่ายอมแพ้กับการตื๊อของเขา เธอพูดประชดอย่างตลกๆ เลียนแบบท่าของเคท ก่อนที่จะเดินไปนั่งที่โขดหินข้างๆธารน้ำเล็กๆซึ่งเกือบจะเรียกว่าเป็นลำธารแล้วก็เป็นได้

     สายลมที่พัดผ่านกำลังดี เสียงน้ำที่ไหลผ่านตามก้อนหินก้อนกรวดดูร่มรื่นสงบร่มเย็น เงาต้นไม้เป็นที่ให้พักพิงยามบ่าย ทำให้รู้สึกสบาย หายเหนื่อยได้เป็นปลิดทิ้ง

  

   เอ่อ ... ท่านได้เดินดูสถานที่ต่างๆที่สำคัญจนครบทุกที่หรือยังคะเคทเอ่ยถามขึ้นหลังจากที่นึกขึ้นได้

   ยังเลย เมื่อวานนี้ ฉันก็ได้ไปแค่สนามฝึก แล้วก็บางส่วนแค่นั้นเอง

   งั้นเราไปกันเถอะค่ะ เพราะท่านจำเป็นที่จะต้องรู้สถานที่ต่างๆนะคะ

   ลูน่าก็พยักหน้าอย่างเข้าใจ พลางเดินตามเคทไปอย่างช้าๆ

 

     หลังจากนั้น ทั้งสองคนก็ได้เดินเยี่ยมชมสถานที่ที่อันสุดตระการตา ซึ่งแต่ละสถานที่นั้นมีความสำคัญมาก

     บ่อน้ำแห่งโชคชะตา หรือ บ่อแห่งชะตากรรม เป็นบ่อที่สำคัญ มีเทวีแห่งโชคชะตา ซึ่งเป็นสามพี่น้อง นอร์น คอยปกป้องดูแลอยู่อย่างไม่ขาด เป็นแหล่งสำคัญของการดูดน้ำเลี้ยงของต้นไม้แห่งโลก

     ดินแดนเทพวานาเฮม เป็นที่อยู่ของเทพอีกวงศ์หนึ่ง เรียกว่า วานีร์ ซึ่งในสมัยกาลก่อนนั้น ทะเลาะถกเถียงกันกับฝ่ายของโอดิน ซึ่งเรียกว่า เอซีร์ แต่เมื่อจะเกิดสงคราม ทั้งสองฝ่ายจึงได้ลงมติเห็นพ้องต้องกันว่า ควรจะสามัคคีหันเข้าหาร่วมรบซึ่งกันและกัน

     แดนอัลฟ์เฮม เป็นดินแดนเอลฟ์แห่งแสงสว่าง พวกนี้ต่างกับเอลฟ์ธรรมดา เนื่องจากเป็นเอลฟ์ที่มีพลังเวทย์มนต์สูงส่ง

     อิกดราซิล ต้นไม้แห่งโลก ต้นไม้ที่ค้ำจุนแผ่นดินทั้งสามส่วนไว้รวมกัน ซึ่งรากของต้นนี้นั้นชอนไชไปทุกส่วนของแผ่นดิน

 

...

     ระหว่างที่ทั้งสองคนกำลังเดินไปสถานที่ต่างๆบริเวณดินแดนชั้นบนซึ่งสูงขึ้นมาจากดินแดนชั้นกลางที่เป็นดินแดนของผองมนุษย์ คนแคระ ยักษ์มาร และเอลฟ์ดำ เอลฟ์ขาวที่เป็นชนชั้นธรรมดา และชั้นล่างที่เป็นดินแดนใต้พิภพ และโลกแห่งความตาย อยู่นั้นก็เกิดบางสิ่งบางอย่างขึ้นอย่างกระทันหันอย่างไม่รู้ตัว

     ทุกสิ่งทุกอย่างถูกปกคลุมไปด้วยความมืดอย่างรวดเร็ว เสียงตื่นตระหนกตกใจของผู้คนเริ่มดังขึ้นทีละเล็กละน้อย

     เกิดอะไรขึ้นน่ะลูน่าเอ่ยถามขึ้นอย่างตกใจ พลางมองไปรอบๆ ดูแสงไฟจากตะเกียงที่สว่างขึ้นเป็นจุดๆ จู่ๆก็เกิดมืดขึ้นมา เกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือ

   ไม่ทราบค่ะท่าน แต่ดิฉันเกรงว่าจะเกิดเรื่องบางอย่างขึ้น เรารีบกลับวัลฮัลลากันก่อนเถอะค่ะ เคท วัลคีรี่สาวผู้ติดตามหันมาพูดอย่างตกใจเช่นเดียวกัน เธอพยายามสงบสติ ไปกันเถอะค่ะ

   หลังจากนั้นทั้งสองคนก็รีบวิ่งกลับวัลฮัลลาในทันที

     .

     .

     .

     เมื่อทั้งสองกลับมาถึง ก็เห็นผู้คนไม่ว่าจะเป็นเหล่าวัลคีรี่ เหล่าเอนแฮร์ยา หรือแม้กระทั่งเหล่าเทพเองก็ได้มุ่งหน้าไปยังทางห้องโถง ดูท่าโอดินจะมีเรื่องเรียกประชุมอีกครั้งหนึ่งแล้ว พวกเขาจึงวิ่งตามไป

     เมื่อทั้งสองมาถึง ก็เห็นโอดินยืนอยู่ที่ด้านหน้าบนพื้นที่ยกระดับให้สูงกว่าปกติ ทำหน้าเคร่งเครียด

     เกิดอะไรขึ้นกันหรือลูน่าวิ่งเข้าไปถามพลางปาดเหงื่อที่ออกมาที่หน้าผากเล็กน้อย

     ไปนั่งที่ของตัวเองก่อน เดี๋ยวฉันจะบอกเองโอดินเอ่ยตอบอย่างเคร่งเครียด รอยย่นที่หน้าผากผุดขึ้นมาจำนวนหนึ่ง ปากก็เบะคว่ำดูอารมณ์เสีย

     ส่วนลูน่าก็ได้เดินกึ่งวิ่งไปยังที่นั่งของตัวเอง และนั่งลง ครุ่นคิดบางอย่างอยู่

     โอดินสงบสติก่อนที่จะหันไปยังเหล่าเอนแฮร์ยาที่กำลังยืนรอฟังจนใจจะขาดตาย

    ที่เรียกทุกคนมา ก็เพราะสโคลกับฮาติ หมาป่าจอมก่อกวนมันได้กลืนกินดวงอาทิตย์กับดวงจันทร์เข้าไป ถือว่าพวกนั้นตั้งใจบ่งบอกให้พวกเรารู้ว่า พวกมันพร้อมรบแล้วโอดินกล่าวขึ้นช้าๆ หลบสายตาลง

     ฉันจะสั่งจัดเวรคอยดูลาดเลาอยู่ตลอดทั้งวัน สลับกันเป็นช่วงๆ โดยให้วัลคีรี่มีอำนาจในการจัดตำแหน่งและเวลา ให้เอนแฮร์ยาที่ไม่ได้อยู่เวร นั้นพักผ่อนได้ตามอัธยาศัย จะทำอะไรก็ได้ในขอบเขตบริเวณนี้โอดินกล่าวไปมาพลางครุ่นคิดไปชั่วครู่ ส่วนเหล่าเทพ ก็ให้คอยตรวจตราดูความเรียบร้อยอีกที เอาล่ะแยกย้ายกันไปได้

 

     เมื่อจบการประชุมครั้งนี้ เหล่าเอนแฮร์ยาก็ได้เดินออกไปรวมกลุ่มกันที่ข้างนอกห้องโถง เพราะสะดวกต่อการพูดคุยกัน เรื่องการจัดเวร ซึ่งวัลคีรี่ทั้งหลายก็ได้เดินตามออกไปทีหลังพลางพูดคุยกันว่าจะจัดการตรวจตราอย่างไรดี

     ส่วนเหล่าเทพทั้งหลายก็ค่อยๆลุกขึ้นจากเก้าอี้อันโอ่อ่าหรูหราอย่างช้าๆ เดินเฉิดฉายออกไปอย่างรวดเร็ว เหลือไว้เพียงแต่โอดินกับลูน่าที่กำลังนั่งครุ่นคิดอยู่ติดกับเก้าอี้

     สีหน้าของทั้งสองเปลี่ยนไปจากตอนแรก ลูน่ารู้สึกใจเสียเล็กน้อยกับการที่สงครามกำลังจะเกิดขึ้นภายในไม่ช้านี้

     ลูน่า ตามฉันมาหน่อยโอดินถอนหายใจ ลุกขึ้นอย่างช้าๆ พลางหันมาเรียกเธอให้เดินตามเขาไป ดูท่ามีเรื่องบางอย่างที่จะพูดด้วย

     โอดินเดินนำเธอไปอย่างช้าๆ ซึ่งลูน่าก็เดินตามหลังไปพลางครุ่นคิดไปพลาง

     เมื่อทั้งสองคนเดินมาเรื่อยๆ โอดินก็ได้เดินนำมาเรื่อยๆจนมาหยุดอยู่ที่หอสมุด ซึ่งในยามนี้ไม่มีใครเข้ามา

     ท่านมีเรื่องอะไรหรือ จึงเรียกให้ฉันเดินตามมาลูน่าเอ่ยถามขึ้น รอโอดินเอ่ยตอบ

     เธอตัดสินใจอย่างไร เมื่อสงครามเริ่มต้น

     ถ้าทั้งหมดที่ฉันรู้และท่านรู้เป็นความจริง ... ฉันจะขอเข้าร่วมรบด้วยลูน่าหลบตาลง เอ่ยพูดขึ้น เสียงสั่นเล็กน้อยเมื่อเจอคำถามที่หนักอึ้ง

     โอดินหัวเราะในลำคอเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำตอบ ฉันคิดไว้แล้ว ว่าเธอจะต้องตอบแบบนี้ แต่ถ้าเธอเกิดตายขึ้นมาในสงคราม เธออาจจะไม่ได้กลับไปยังโลกเดิมที่เธออยู่อีกเลยนะ

     ต่อให้ฉันไม่ได้เข้าร่วมรบ แต่สงครามครั้งนี้เกิดพ่ายแพ้ขึ้นมา ยังไงๆ ผลสุดท้าย ฉันก็ต้องตายไปด้วยอยู่ดีลูน่าถอนหายใจ เงยหน้าขึ้นอธิบาย ต่อให้ฉันไม่ตาย และรอดชีวิตมาได้ แต่ท่านก็บอกฉันเองกับปากไม่ใช่หรือ ว่าไม่รู้ว่าจะทำให้ฉันกลับโลกเดิมได้อย่างไร ฉันจะเข้าร่วมรบก็ไม่ผิดอะไร

    

     เธอหยุดพูดเพื่อพักหายใจ และที่สำคัญ ... ฉันเป็นเทพ ผู้ซึ่งเป็นที่พึ่งของทุกคน เพราะฉะนั้น ได้โปรดให้ฉันร่วมรบไปกับทุกคนด้วย

     โอดินถอนหายใจยอมแพ้ หลับตาลง หันหลังกลับไปมองดวงดาวผ่านทางหน้าต่างบานใหญ่ ในเมื่อฉันห้ามอะไรไม่ได้แล้ว ก็ขอให้เธอทำในสิ่งที่เธอต้องการละกัน

     งั้นฉันขอตัวกลับห้องก่อน ราตรีสวัสดิ์ลูน่าเอ่ยขึ้น เผยยิ้มที่มุมปากเล็กน้อย ก่อนที่จะเปิดประตูและเดินกึ่งวิ่งกลับที่พักไป

 

     ช่างเป็นหญิงสาวที่มีใจเมตตาเหลือเกิน ซ้ำยังมีความกล้าหาญ และจิตใจที่เด็ดเดี่ยวเกินสตรีในวัยเดียวกัน เห็นด้วยหรือเปล่า ท่านพี่เสียงหญิงสาวกลางวัยดังขึ้นช้าๆอย่างเรียบๆ หลังจากที่ลูน่าเดินจากไปได้สักพัก

     ใช่แล้ว เด็กคนนั้นมีจิตใจที่ดี ขนาดที่ผู้ชายอย่างฉันยังต้องยอม น้อยคนนักที่จะเป็นเช่นนี้นะ ฟริกกาโอดินมองดวงดาวอย่างเพลิดเพลิน พลางพูดคุยกับหญิงสาวคนนั้น

     ฟริกกา เทวีแห่งความงาม เมฆ และท้องฟ้า ผู้เป็นภรรยาของโอดิน เอ่ยถามขึ้นด้วยความเป็นห่วง แล้วท่านจะปล่อยให้เด็กคนนั้นต้องเสี่ยงอันตรายในสงครามหรือ

     อย่างน้อย ฉันก็ได้ให้วัลคีรี่ชั้นแนวหน้าอย่าง แคทเธอรีน เป็นคนดูแลก็วางใจได้ส่วนหนึ่งเขาหันมาช้าๆ หลับตาหยุดคิดสิ่งต่างๆและฉันจะปกป้องเด็กคนนั้นไม่ให้มีอันตรายให้ได้

 

 

     ในค่ำคืนนี้ ผู้คนมากมายที่กำลังตกใจ หัวอกสั่นแขวนไปทั่วกัน บางคนก็นอนหลับแบบไม่เต็มอิ่ม บางคนก็ตื่นตระหนกจนนอนไม่หลับ เสียงของผู้คนที่ผลัดเวรกันดังตลอดทั้งคืนเป็นช่วงๆเพียงระยะเวลาสั้นๆ นอกจากนี้ที่เสียงจะมี ก็คงจะมีเพียงเสียงลมที่พัดผ่านไปมาค่อนข้างรุนแรง ดูท่าพายุจะมีอีกครั้ง

     ลูน่านั่งมองไปยังที่ที่ไกลสุดสายตา มองดวงจันทร์ที่จางหายไป แสงที่สว่างนวลแสนอบอุ่นยามค่ำคืนหายไป เหลือแต่ความมืดมนในยามค่ำคืน

     เธอค่อยๆหันมาจัดที่นอนให้เรียบร้อย เตรียมตัวที่จะเข้านอน

 

     ข้าแด่พระแม่มารีอา ได้โปรดคุ้มครองทุกคนให้รอดปลอดภัยด้วยเถิด ...

 

...

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

158 ความคิดเห็น

  1. #124 yamroll-os (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 2 กันยายน 2555 / 17:35
    ลูน่า...เท่อ่ะ TOT
    Super Girl สุดๆ 555555
    น่าติดตามสุดๆ สำหรับตอนต่อไป
    ติดตามจ้า><
    #124
    0
  2. #100 songpor (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2555 / 10:46
    ดูลูน่าเป้นคนใจเย็นมากเลยนะนี่
    ><
    #100
    0
  3. #66 nongpook (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2555 / 15:16

    ใจจ้า ลูน่าไม่ได้เก่งหรอก แค่คิดว่า ทางไหนเป็นทางที่ดี และทางไหนที่ดีที่สุดเท่านั้นเอง 555+

    ยังไงๆก็ขอบคุณที่ติดตามจ้า :)

    #66
    0
  4. #60 natnatnatty17 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2555 / 22:29


    ลูน่าเจ๋งมากกกกก!
    #60
    0
  5. #53 chonlanate (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2555 / 15:17
     อิกดราซิล... อิกดราซิลอีกแล้วว YY
    ขอโทษจ้าา 555+ เผอิญเคยอ่านนิยายเรื่องหนึ่ง ชอบมากก แล้วก็มีฉากบุกทำลายต้นอิกดราซิล สงสารต้นไม้ต้นนี้จัง แลดูเหมือนมักจะถูกทำร้าย 555+ 

    มาตามอ่านแล้วน้าาา รวดเดียว มึนมาก @____@ 
    แต่หลัง ๆ มานี้ ตัวอักษรก็อ่านง่ายขึ้นเยอะแล้วล่ะ :))

    สู้ ๆ นะคะ 

    #53
    0