ไขความลับแห่งเวลส์ ภาค ผจญภัยสู่ดินแดนเหนือนภา

ตอนที่ 7 : สู่วัลฮัลลา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 81
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    6 พ.ค. 55

       แสงสว่างอันอบอุ่น  สายลมที่พัดผ่านไปอย่างแผ่วเบา  เสียงหมู่นกร้องเรียกหากันจากที่ห่างไกล  ความร่มรื่นที่เงียบสงบ และโล่งสบาย

       รู้สึกตัวแล้วล่ะเสียงผู้หญิงใสแจ๋วดังขึ้นมาเบาๆ ก่อนที่จะมีเสียงคนพูดคุยกันอย่างเบาๆจำนวนมาก

     ที่นี่ที่ไหนกัน  ลูน่ารู้สึกปวดเมื่อยตัวอย่างหนัก  และขยับตัวไม่ได้

       เป็นอย่างไรคะ ท่านเทพเสียงผู้หญิงคนเมื่อสักครู่นี้ได้เอ่ยขึ้นพูดอย่างโล่งใจ ก่อนที่จะพยุงลูน่าขึ้น หลังจากที่เห็นเธอพยายามเอนตัวขึ้นสักพักก็คงขยับตัวได้ค่ะ

       ที่นี่มันที่ไหนกัน ลูน่ามองไปรอบๆอย่างงุนงง กับการที่พวกเขาเรียกเธอว่าเทพ  และที่นี่มันที่ไหนกัน  เธอน่าจะตายไปตั้งนานแล้วนี่นา 

       สถานที่นี้ดูงดงามอ่อนช้อยไปมา  เสาหินที่ถูกแกะสลักอย่างสวยงามประณีตคล้ายๆกับศิลปะกรีกประเทศใกล้เคียงของเธอในโลกเดิมที่เธอเคยอ่าน  ทุกสิ่งทุกอย่างถูกสร้างด้วยหินอ่อนสีขาวนวลเข้ากันได้อย่างพอดิบพอดี ผสมผสานไปกับชุดสีขาวครีมเหลืองที่เรียบง่าย สบายตาของคนเหล่านี้ทำให้ดูน่าลึกลับยิ่งนัก

       วัลฮัลลาไงล่ะเสียงทุ้มต่ำของชายคนหนึ่งดังมาแต่ไกล เอ่ยขึ้นตอบเธออย่างเรียบง่าย เจ้าคงลุกขึ้นเดินได้แล้วล่ะ

       ทะ ... ท่านโอดิน

     โอดินหรือ วัลฮัลลา ... บ้าน่า เรื่องราวในหนังสือมีจริงด้วยหรือ  ลูน่าตกใจทันทีเมื่อได้ยินชื่อของคนๆหนึ่งกับชื่อของสถานที่ที่แห่งนี้ ... หลังจากนั้น ความทรงจำของลูน่าก็หมุนพันแล่นไปมาอย่างรวดเร็ว ทุกสิ่งที่เธอจำได้เข้ามาในสมอง คิดรวดเดียวจบ ก่อนที่จะออกมาจากภวังค์ วะ ... วัลฮัลลาโอดิน

        ท่านมาที่นี่มีเหตุใดหรือคะวัลคีรี่สาวหันมาถามพลางถอยหลังไปอย่างอ่อนน้อม

       ฉันมีเรื่องที่จะคุยกับเด็กคนนี้โอดิน ชายผู้ดูมีอำนาจเกรงขาม แต่งตัวชุดยาวสีออกธรรมชาติ ผมสีขาวเนียนดูสะอาดตา คลับคล้ายคลับคลากับคนๆหนึ่งในรูปที่เธอเคยเห็นในหนังสือที่ยังอ่านไม่จบ สงครามวันสิ้นโลก แร็คนาร็อค

     ลูน่าค่อยๆเอื้อนตัวไปที่ขอบแท่นหินสีดำสีนวล ก่อนที่จะค่อยๆเอนตัวขึ้นลุกอย่างช้าๆ พลางกุมมือไว้ที่ศีรษะ

     ตามฉันมา

       หลังจากนั้นลูน่าก็ได้แต่เดินตามชายคนนั้นไปอย่างช้าๆโดยที่ไม่รู้ว่าจะไปที่ไหนกัน

     ทั้งสองคนเดินมาเรื่อยๆผ่านห้องโถง ผ่านลานน้ำพุขนาดย่อม ผ่านสถานที่ต่างๆ จนมาถึงทางเดินที่ยาวเหยียด ผู้คนเริ่มน้อยลง เดินมาจนถึงห้องๆหนึ่ง ชายคนนั้นเดินไปยังระเบียงที่ยื่นออกไปเกือบสิบฟุตเห็นจะได้

      ยินดีต้อนรับสู่วัลฮัลลา ... ผู้มาจากอีกโลก ชายคนนั้นหันมาเอ่ยขึ้นพูด เธอคงรู้แล้วว่าฉันคือ โอดิน เทพผู้ปกครองวัลฮัลลาแห่งนี้สินะ

     ลูน่าอึ้งตะลึงตกใจไปชั่วขณะ คนนี้รู้ได้อย่างไรว่าเรามาจากอีกโลก ก่อนที่สักพักเธอจะเอ่ยถามกลับไปอย่างสงสัยแกมตื่นตนกท่านรู้ได้อย่างไร แล้วจะทำอย่างไรฉันถึงจะกลับไปยังโลกของฉันได้

     ฉันรู้เพียงแต่ว่าเธอมาที่นี่ แต่ไม่สามารถอาจรู้ได้ว่าเธอจะกลับไปยังโลกเดิมของเธอได้อย่างไร ฉันขอโทษจริงๆโอดินกล่าวขอโทษ เนื่องจากรู้ว่าลูน่านั้นคิดถึงเรื่องนี้มากเช่นไร ส่วนที่เธอสงสัยว่า เพราะเหตุใด ผู้คนในที่นี้จึงเรียกเจ้าว่าเทพสินะ

     ลูน่าพยักหน้าเบาๆ รอฟังคำตอบอย่างตื่นเต้น

       ในวันที่ฝนตก คืนนั้น พวกพ้องของเธอสองคนได้เสียชีวิตอย่างกล้าหาญโดยคิดที่จะปกป้องเจธอโดยไม่กลัวว่าตัวเองจะเป็นเช่นไรโอดินหยุดพูดเพื่อพักหายใจ เมื่อพวกเขาเสียชีวิตลง เหล่าวัลคีรี่ก็ลงความเห็นว่า พวกพ้องของเธอนั้นมีความกล้าหาญ เด็ดเดี่ยว มีเมตตา และอดทน ถึงแม้อายุจะยังน้อยก็ตาม ถือว่าเป็นยอดคนเลย ... เหล่าวัลคีรี่เล่าให้ข้าฟังว่า ในตอนที่ผองเพื่อนของเธอเสียชีวิต เธอก็เหมือนจะเสียสติไป ดูเหมือนกำลังโมโหโกรธผสมกับเสียใจอย่างเป็นตาย ... สักพัก เจ้าก็ลุกขึ้นอย่างหมดแรง พวกโจรป่านั้นก็รุมล้อมเจ้าไว้หมด เหล่าวัลคีรี่ก็คิดว่า เจ้าคงไม่รอดได้เสียชีวิตอีกแน่

       เขาเอ่ยอธิบายอย่างเป็นขั้นเป็นตอนช้าๆ เพราะรู้ว่าลูน่ากำลังตั้งใจฟัง แต่แล้ว ... ก็เหมือนมีพายุมาจุดที่เธออยู่ ซากม้าเทียมที่พังลอยเคว้งเต้งไปไกลนับสิบฟุต ที่มือของเธอก็มีแสงสีฟ้าครามทั้งสองมือสว่างจ้า หลังจากนั้น สายฟ้าก็ได้ผ่าลงมาที่โจรป่าเสียชีวิตทันที

     แล้วยังไงต่อหรือลูน่าซักถามด้วยความสงสัย ในตอนนี้สมองของเธอกำลังสับสนเหมือนเส้นด้ายที่พันกันจำนวนมาก เธอจะมีพลังอันวิเศษเรียกลมฟ้าฝนมาได้อย่างไรกัน

       หลังจากนั้น เธอก็เป็นลมหมดสติไป เหล่าวัลคีรี่ก็ตกใจกันในพลังของเธอ คิดว่าเธอเป็นเทพที่เกิดมาในครรภ์ของมนุษย์ จึงพาวิญญาณของเพื่อนเจ้าที่เป็นผู้กล้ามาเป็นเอนแฮร์ยาแห่งกองทัพผู้วายชนม์โอดินเอ่ยตอบอย่างช้าๆ พลางหันไปมองนอกระเบียง ส่วนเธอ พวกนั้นก็ได้พาเธอมายังที่แห่งนี้ แล้วเธอก็ฟื้นขึ้นมา เรื่องก็ดำเนินมาจนถึงปัจจุบัน ... ฉันก็ไม่รู้ว่าทำไมเธอถึงย้ายข้ามมิติมายังโลกแห่งนี้ได้ แต่มันก็คงเป็นโชคชะตาที่ทำให้พวกฉันทุกคนเจอกับเธอโอดินเอ่ยก่อนที่จะหันมายิ้มให้เธอเล็กน้อย

      เอ่อ ... แล้วเพื่อนทั้งสองของฉันล่ะ ตอนนี้อยู่ที่ไหน ฉันอยากจะไปหาพวกเขาสักหน่อย ฉันเป็นห่วงและคิดถึงพวกเขามากๆลูน่ายิ้มกลับให้พลางน้ำตาไหล หลังจากที่เธอได้ยินว่าเธอยังมีโอกาสได้เจอกับเพื่อนที่ดีกับเธออีกครั้ง เป็นสิ่งที่ใครๆก็ไม่คิดที่จะคาดฝัน ไม่มีเลยสักคนเดียว เธอแอบคิดดีใจ

     อยู่ที่อัสการ์ดน่ะ ... แต่เธอควรจะเปลี่ยนชุดให้สมกับเป็นเทพก่อนนะเมื่อโอดินพูดจบ เขาก็กระดิกนิ้วเล็กน้อย ชุดของเธอก็เปลี่ยนไปทันที ชุดกระโปรงสีขาวนวลสว่างเรียบเนียนเรียวยาวจรดเข่า มีชายกระโปรงเรียวยาวเล็กยาวลงมาอีกสองเส้นถึงเท้าสวยงาม

     ขอบคุณมากนะเธอยิ้มให้อย่างดีใจ หันมาขอบคุณอีกครั้ง ก่อนที่จะกึ่งวิ่งกึ่งเดินไปยังสนามฝึกอย่างทุลักทุเลเพราะชุดที่เธอใส่นั่นค่อนข้างลำบากไปหน่อย

     ลูน่าวิ่งมาเรื่อยๆจนถึงห้องโถง ผู้คนหรือวิญญาณผู้กล้าที่เรียกว่า เอนแฮร์ยา นั้นกำลังพูดคุยสนทนากันอย่างมีความสุข

     รู้หรือเปล่าว่าสนามฝึกไปทางไหน ลูน่าวิ่งเข้าไปถามอย่างเหนื่อยหอบ เร็วๆเข้าหน่อยสินี่เป็นครั้งแรกที่เธอรีบร้อนมากถึงเพียงนี้

     ไป ไปทางซ้ายครับคนๆหนึ่งเอ่ยขึ้นพูดอย่างตกใจ เมื่อเห็นเทพผู้สูงศักดิ์มา

     ขอบใจมากลูน่าเอ่ยขึ้นอย่างรีบร้อน ก่อนที่จะออกวิ่งต่อไปอย่างเร่งด่วน เธอวิ่งไปอย่างรวดเร็ว อีกไม่นานก็เจอกันอีกครั้งแล้วนะ เธอคิดอย่างดีใจ ... สักพักก็ได้มาถึงสนามฝึกซึ่งเต็มไปด้วยเหล่าเอนแฮร์ยาจำนวนมากกำลังฝึกฝนซ้อมรบกันอยู่

 

     มีเหตุใดจึงมาที่นี่หรือครับ ท่านหัวหน้าครูฝึกเดินเข้ามาให้ความเคารพ ถามอย่างนอบน้อม

   เรียกคนที่ชื่อเอริค กับ เจนิกา ที่เป็นพี่น้องกันมาพบฉันลูน่าเอ่ยพูดขึ้น ครั้งนี้เธอรู้สึกเหมือนมียศอำนาจสูงส่ง สั่งการอะไรก็ได้หมดทุกอย่าง

     รอสักครู่นะครับครูฝึกเอ่ยตอบอย่างถ่อมตน ก่อนที่จะจากไป

 

     สักพัก ทั้งสองคนก็ได้เดินออกมาพบเธอซึ่งๆหน้าอีกครั้ง

     ตามฉันมาสิลูน่ารีบสั่งและรีบเดินออกไปนอกสนามฝึกทันที เพราะในที่นี้ไม่เหมาะสำหรับที่จะพูดคุยกัน ซึ่งทั้งสองคนก็เดินตามไปอย่างโดยดี

       เมื่อเดินมาข้างนอกซึ่งไม่มีผู้คนเดินผ่าน ลูน่าจึงถอนหายใจและหันมาเอ่ยขึ้นพูด พวกเธอสบายดีหรือเปล่า

       สบายดีครับ ท่านเทพเอริค ดรอยด์ เด็กชายผู้ซึ่งตอบอย่างนอบน้อม เบือนตาไปมาเพราะรู้ว่าสถานะของเธอกับพวกเขาในตอนนี้นั้นต่างกัน

     ฉันไม่ใช่เทพนะ ฉันเป็นเพียงคนธรรมดาคนหนึ่งเท่านั้น พวกเธอไม่เชื่อฉันก็ไม่ว่าอะไรนะ เพราะคำพูดของฉันตอนนี้ มันไม่น่าเชื่อถือเลยลูน่าค้านตอบกลับไปอย่างเสียใจ ฉันเสียใจที่ช่วยเหลือเธออะไรไม่ได้เลย ฉันขอโทษ

     ไม่เป็นไรค่ะ พวกดิฉันดีใจที่ยังได้พบกับท่านอีกครั้งหนึ่ง…” เจน เอ่ยตอบแทนเอริคที่กำลังหลบหน้าอยู่ แต่ ... ในเมื่อทุกสิ่งมันผ่านไปแล้ว ก็ปล่อยให้มันผ่านไป พวกดิฉันไม่ได้โกรธท่านเลยค่ะ

     แต่ฉันเสียใจที่ต้องปล่อยให้เธอต้องมาเป็นแบบนี้ ฉันขอโทษ ... จริงๆนะลูน่าพูดอย่างเสียใจ น้ำตาเล็ดลอดออกมาจากตาของเธอโดยที่ไม่ได้ตั้งใจ เธอจะห้ามสักเพียงใด แต่ก็ไม่สามารถหยุดน้ำตาของเธอได้

       แต่ท่านก็ทำให้พวกผมรู้ว่า สิ่งเหล่านี้มีจริงนะครับ ... เพราะฉะนั้นอย่าเสียใจไปเลย ไม่งั้นพวกเราก็จะเสียใจเหมือนกันเอริคตั้งสมาธิ เรียกความกล้าเอ่ยขึ้นปลอบใจเธออย่างเบาๆ ถ้าท่านไม่ได้มาเจอกับพวกผม เราทั้งสามคนก็คงไม่ได้มีความรู้สึกที่ดีกันในแบบนี้ ... ถ้าท่านไม่มีธุระอะไรแล้ว พวกผมขอตัวไปซ้อมต่อนะครับ

 

     เมื่อสองคนเห็นลูน่าเงียบ จึงได้เคารพก่อนที่จะเดินจากไปอย่างเสียใจ ถึงแม้ทั้งสามคนจะอยากพูดคุยกันเหมือนเดิมก็ตาม แต่ในตอนนี้ ทุกอย่างมันไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว ทุกอย่างมันเปลี่ยนไปหมดแล้ว ไม่มีทางกลับไปเป็นเหมือนเดิมได้

 

       เธอได้แต่นั่งอยู่ที่นั่นคนเดียว นำมือมาปิดที่ตา ไม่อยากให้ใครเห็นน้ำตาของเธอ แต่น้ำตาของเธอมันก็ยังไม่หยุดไหลสักที

       ถ้าใจของเธอเสีย ทุกอย่างมันจะเสียไปนะเสียงๆหนึ่งดังขึ้นมาปลอบใจเธอ

       ท่าน ท่านมาทำอะไรที่นี่ ท่านโอดินลูน่าเงยหน้าขึ้นมาอย่างตกใจ และเอ่ยขึ้นอย่างตกใจเมื่อได้ยินเสียงคนพูด

       ฉันก็มาปลอบคนที่อ่อนแอยังไงล่ะโอดินพูดอย่างเป็นกันเอง พลางหัวเราะเบาๆไป ทำไมเธอถึงไม่ลุกขึ้นสู้ล่ะ ในเมื่อพวกเขาสองคนยังทำได้เลย ถึงแม้จะลำบากใจก็ตามนะ เพื่อตัวของเธอเองและเพื่อพวกเขาด้วย

     ฉันคิดระหว่างที่มาที่นี่ ฉันคิดว่าเมื่อฉันได้เจอกับพวกเขาอีกครั้ง เราทั้งสามคนจะได้พูดคุยกันอย่างเหมือนเดิม พูดคุยในแบบเพื่อน ไม่ใช่ในฐานะแบบนี้ลูน่าพูดไปสะอึกสะอื้นไป เธอเว้นวรรคคำพูดได้ไม่ค่อยถูก

     ถ้าเธอคิดว่าในตอนนี้ เธอไม่เหลืออะไร เธอก็จะเป็นได้แค่คนๆหนึ่งที่ยอมแพ้กับทุกสิ่งทุกอย่าง ไม่กล้าที่จะเผชิญปัญหาโอดินกล่าวอย่างห้วนๆ ดูคำพูดอาจกำลังต่อว่า แต่จริงๆแล้ว ใจจริงของเขากำลังเป็นห่วง แต่ถ้าเธอเจ็บแล้วจำ นำสิ่งที่เป็นความเจ็บปวดที่แสนทรมานครั้งนี้ไปเป็นบทเรียน คิดว่าครั้งต่อจะไม่มีแบบนี้อีก และเธอกล้าที่จะลุกขึ้นสู้ต่อไปโดยไม่จมอยู่กับความเศร้า เธอก็จะเป็นคนที่เข้มแข็งที่แท้จริง

     เมื่อโอดินเห็นลูน่าเงียบฟัง

     โอดินจึงพูดต่ออย่างช้าๆ ที่พวกเขาสองคนทำแบบนี้ เพราะมีสองสาเหตุ ... หนึ่ง คือ มีที่คนคิดว่าเธอเป็นเทพผู้สูงส่งบ้าง จึงไม่กล้าที่จะเจอหน้ากันตรงๆ เป็นใครก็ต้องทำแบบนี้โอดินกล่าวอธิบาย บอกเหตุผล ส่วนสาเหตุที่สอง คือ เมื่อเขามาอยู่ที่แห่งนี้ ถ้าไปพูดคุยกับเธอเหมือนเดิม คนอื่นอาจจะติฉินนินทาได้ ว่าพวกเขามาที่นี่แห่งนี้ได้ทั้งๆที่อายุยังน้อยก็เพราะเธอ

     ที่ท่านพูดมา ท่านหมายถึง จะให้ฉันกับพวกเขาไม่พูดคุยกันสักพัก และทำตัวเหมือนไม่เคยสนิทกันมาก่อนหรือลูน่าเช็ดน้ำตาพลางเอ่ยถาม เสียงยังสั่นๆอยู่

      ประมาณนั้นโอดินตอบกลับ หันมาเอ่ยเชิญชวน เอาล่ะ เมื่อพูดคุยกันเรียบร้อย มานี่เร็ว พระตะวันกำลังตกดินพอดี

     โอดินกระตุกชายแขนเสื้อของลูน่า ก่อนที่จะเดินข้ามโขดหินไปอย่างทุลักทุเล ซึ่งลูน่าก็ค่อยๆขยับขาขึ้นก่อนจะทรงตัวให้สมดุลกัน และก้าวเดินไปอย่างช้าๆ

     ก้อนหินก้อนกรวดต่างๆหลายขนาดหลากชนิดสีขาวแกมเทาปะปนผสมปนเปกันกับทรายสีทองเหลืองสว่าง

     เธอเดินตามไปอย่างช้าๆ จนเห็นโอดินหยุดเดิน จึงเดินไปอยู่ข้างๆโอดิน พลางกับหายข้อสงสัยว่า ทำไมเขาจึงมาจุดๆนี้ ไม่ต้องบอกเธอก็รู้

     ท้องฟ้าอันกว้างไกลสุดสายตา แสงแดดยามเย็นที่ย้อมก้อนเมฆ ท้องฟ้าให้กลายเป็นสีส้มอันน่าเศร้า ด้านล่างลงไปจากที่ห่างไกลจากวัลฮัลลา มีหมู่บ้านนานาชนิดตั้งอยู่ มีเส้นทางเล็กๆจนถึงที่ราบใหญ่สีเขียวเป็นทุ่งหญ้า ประปรายไปด้วยต้นไม้หนา ถัดออกไปเป็นที่ราบกว้างใหญ่สีฟ้าน้ำเงินเข้มอมเขียวมรกตซึ่งก็คือแม่น้ำกับมหาสมุทรนั่นเอง

     นี่ก็จะพลบค่ำแล้ว อีกไม่นานก็จะมืดค่ำแล้ว กลับเข้าไปข้างในกันเถอะ คืนนี้เรามีงานฉลองเลี้ยงเสียด้วยโอดินกล่าวอย่างรื่นเริง นี่เป็นสิ่งที่หาได้ยาก เพราะเขาไม่ค่อยจะอารมณ์ดีถึงเพียงนี้

     งานฉลองเลี้ยงอะไรหรือลูน่าหันมาถามอย่างสงสัย

   สำหรับเจ้า ในฐานะเทพยังไงล่ะ

     เทพอีกแล้วลูน่าทำเสียงยืดหดหู่ เพราะถึงแม้เธอจะแก้ตัวอย่างไร ก็ไม่มีใครเชื่อเธอ ยกเว้นโอดินเพียงคนเดียวที่รู้ความจริงตกลงๆ ฉันยอมแพ้

   แล้วก็ เดี๋ยวฉันจะเลือกอาวุธประจำตัวให้เธอ เทพต้องมีอาวุธประจำตัว ... ว่าแต่เธอถนัดอาวุธอะไรมากที่สุด ถ้าไม่มีจะดูแปลกน่ะโอดินกล่าวถามอย่างช้าๆ

     ธนูกระมัง เพราะฉันเคยให้ลุงสอนยิงธนู คนส่วนใหญ่ของหมู่บ้านยิงธนูเป็นกัน

     งั้นฉันไปเลือกอาวุธให้ก่อนละกัน ส่วนเธอก็ไปกับคนติดตามที่อยู่ตรงนั้นนะโอดินพูดอย่างช้าๆ ก่อนที่จะจากไปอย่างรวดเร็ว

   เมื่อโอดินเดินจากไป ลูน่าจึงเดินไปหาหญิงสาวคนหนึ่งที่ดูท่าทางจะเป็นคนติดตามของเธอ

     เธอเป็นคนติดตามของฉันงั้นหรือลูน่าเดินเข้าไป ยิ้มให้เล็กน้อย

     ค่ะท่านเทพหญิงสาวคนนั้นตอบรับ

     ไม่ต้องแยกระดับกันขนาดนี้ก็ได้ ... ว่าแต่เธอชื่ออะไรหรือลูน่าถามกลับไปอย่างเป็นกันเอง พลางเดินนำหน้าไปตามระเบียงทางเดิน

     แคทเธอรีน หรือ เคทค่ะวัลคีรี่สาวน้อยนามแคทเธอรีน ตั้งแต่นี้เป็นต้นไป เธอจะได้เป็นคนติดตามของลูน่าอย่างเต็มตัว เดี๋ยวดิฉันจะนำทางไปเองนะคะ

   หลังจากนั้น คนติดตามผู้ถ่อมตนก็ได้นำทางไปยังห้องพักของเธออย่างนอบน้อม

 

     เมื่อมาถึง เคท ก็ได้เปิดประตูให้อย่างดี ก้มหน้าเล็กน้อย เพื่อเปลี่ยนชุดสำหรับงานเลี้ยงฉลอง นี่คือห้องพักของท่านค่ะ

   ฉันชื่อลูน่า แล้วก็ เป็นกันเองก็ได้นะเคท ฉันไม่ว่าลูน่าตอบกลับไปอย่างไม่พอใจเล็กน้อยที่เคททำตัวเหินห่างเหมือนกับคนอื่นๆ ก่อนที่จะเข้าไปเปลี่ยนชุด

 

     หลังจากที่แต่งตัวเสร็จ เธอก็เดินออกมาหากระจกซึ่งอยู่ที่ห้องนอน เธอมองไปรอบๆผ่านกระจกบานใหญ่

     ชุดกระโปรงสีขาวลายดอกไม้ยาวเกือบถึงข้อเท้า ชายกระโปรงด้านหลังยาวกว่าด้านหน้าเป็นริ้วๆอย่างสวยงามพอดี เสื้อแขนกุดสั้นเหมาะกำลังพอดี คู่กับรองเท้าสีขาวนวลเรียวเล็กจากไม้เนื้ออ่อนที่ถูกขัดเกลาอย่างดี

     เธอหมุนดูชายกระโปรงไปมา แอบดีใจเล็กน้อย เพราะมันดูสวยมากจริงๆ แม้กระทั่งผู้หญิงด้วยกันอย่างเคท ก็ยังตกตะลึงกับเสื้อผ้าที่ไม่ดูหรูหราจนเกินไป แต่ก็ยังดูมีสเน่ห์ มีความเป็นธรรมชาติ

     มองฉันทำไมลูน่าหยุดดูชุดของตัวเอง หันมาถามอย่างอายๆที่เคทมองเธออย่างตั้งใจมองจดจ่อ

     สวยมากค่ะ เข้ากับท่านมากเลยค่ะ

     ขอบใจมากนะที่ชมลูน่าเอ่ยขึ้น อ้อ ฉันชื่อลูน่า ยังไม่รู้จักชื่อของฉันสินะว่าแต่ฉันอยากจะรู้น่ะ ว่าวัลคีรี่แบบเธอมีหน้าที่ทำอะไรบ้างหรือ

    ลูน่าแอบถามในสิ่งที่อยากรู้ ... ก่อนที่เธอจะมายังโลกแห่งนี้เธอก็ได้อ่านมาได้ส่วนหนึ่งแล้ว รู้จักเทพต่างๆ รู้จักดินแดนต่างๆ รู้จักคำว่า วัลคีรี่ แล้ว แต่ก็ยังไม่รู้ว่าพวกเขามีหน้าที่ทำอะไรบ้าง

    ก็จะคอยรับวิญญาณผู้กล้าเพื่อมาเป็นเอนแฮร์ยา ต้องคอยดูแลสารทุกข์สุขดิบของพวกเขา ต้องฝึกฝนการซ้อมการต่อสู้ แล้วก็อีกหลายอย่างน่ะค่ะเคทดีใจเอ่ยตอบอย่างรวดเร็ว พรรณาไปมาอย่างเป็นกันเองมากขึ้นเพราะเทพส่วนใหญ่ที่เธอเคยรู้จักนั้นจะไว้ตัว เงียบงัน เย็นชา และทระนงในตนเอง ต่างกับลูน่าลี้ลับ

     คงเหนื่อยกันน่าดูเลย ขยันทำงานกันเสียจริงนะ

     ค่ะๆเธอยิ้มรับอย่างขวยเขิน ท่านจะไปที่งานกันเลยหรือเปล่าคะ

     ลูน่าปั้นหน้าไม่พอใจอีกครั้ง ไม่ต้องเรียกท่านก็ได้ ฉันกับเธอก็ไม่ได้มีอะไรแตกต่างกันมากหรอก มีหูสองข้าง มีปากหนึ่งปาก มีแขนสองแขน มีขาสองขาเหมือนกับพวกเธอ แถมทุกคนก็มีสิทธิเท่าเทียมกันเธอพูดขึ้นพลางลุกขึ้นเดินไปมา

   ขอโทษค่ะ แต่ดิฉันไม่สามารถฝืนกฏเกณฑ์ได้

     ตกลงๆ ฉันยอม เธอจะเรียกฉันเหมือนเดิมก็ได้ลูน่าทำหน้ามุ่ย สีหน้ายอมแพ้ เพราะดูจากอาการแล้ว เรื่องนี้ดูท่าเคท คนติดตามของเธอจะไม่ยอมเสียด้วย เอาเป็นว่า ฉันจะไปที่งานเลย รออยู่ที่นี่ก็ไม่มีอะไรทำ

    ค่ะวัลคีรี่สาวตอบอย่างถ่อมตัวอีกครั้ง

 

   เมื่อสิ้นสุดการสนทนา แคทเธอรีน ก็ได้เดินตามหลังลูน่าไปอย่างช้าๆ ในใจครุ่นคิดมากว่าแท้จริง เจ้านายคนใหม่ของเขาเป็นใคร มาจากไหน แล้วทำไมจึงไปเกิดในครรภ์ของมนุษย์ เพราะ ปกติเหล่าเทพจะไม่เคยลดตัวลงต่ำไปเลย นอกจากนี้ยังมีกิริยาท่าทางที่ไม่เหมือนกับเหล่าเทพ แต่เป็นกิริยามนุษย์ธรรมดาคนหนึ่งที่มีจิตใจดี เป็นกันเองโดยไม่ถือสาอะไรมากเสียกว่า

     เธอคิดอย่างดีใจที่ได้มาเป็นคนติดตามคนที่มีนิสัยเป็นเช่นนี้  รู้สึกดีจริงๆ ...

 

 

   ก่อนหน้านั้นเพียงห้านาที ที่คลังแสงซึ่งรวบรวมอาวุธที่หลากหลายแขนงไว้ด้วยกันจำนวนมาก เทพโอดินได้เข้าไปในห้องที่ถูกปิดเอาไว้ที่อยู่ข้างในคลังแสงอีกชั้นหนึ่ง ไม่ให้เข้าถ้าไม่ได้รับอนุญาต เพราะเป็นห้องที่เก็บอาวุธของเหล่าเทพ

     เขามองกลอนประตูช้าๆ ร่ายคาถาออก เพราะประตูนี้ได้ถูกร่ายคาถาปิดตายไว้ จะมีก็มีแต่เหล่าเทพด้วยกันที่ทำได้เท่านั้น

     ประตูค่อยๆแง้มออกช้าๆ ฝุ่นเกรอะกรังร่วงหล่นไปทั่ว ดูท่าห้องนี้จะถูกปิดตายไปนานมาก โอดินค่อยๆย่างก้าวเข้าไปอย่างช้าๆ ภายในห้องมีอาวุธตั้งเรียงรายไว้จำนวนหนึ่ง อาวุธแต่ละชิ้นมีลักษณะที่เด่นแตกต่างกัน และดูมีมนต์ขลังน่ากลัว ไม่น่าจับต้องเอาเสียเลย

     เขาเดินไปยังกล่องๆหนึ่งเป็นกล่องไม้เก่าๆขนาดใหญ่ประมาณสองศอกครึ่งเห็นจะได้ ที่ขอบกล่องกลับประกอบไปด้วยทองซึ่งถูกทำเป็นลวดลายดอกไม้โค้งคดเคี้ยวไปมา

     โอดิบหยิบกล่องนั้นขึ้นมา ปัดฝุ่นออกเล็กน้อยเพื่อให้เปิดได้สะดวก เขาแอบยิ้มเล็กน้อยที่มุมปาก ก่อนที่จะเปิดกล่องนั้นออกมา

     ลีโอ ถึงเวลาที่เจ้าจะได้ออกมาใช้งานอีกครั้งแล้ว

 

...

 

    เมื่อลูน่าและเคทมาถึงห้องโถงซึ่งถูกปรับเปลี่ยนให้กลายเป็นห้องงานเลี้ยงฉลองภายในพริบตา ภายในงานถูกประดับประดาไปด้วยดอกไม้หลากสีกลิ่นหอมชวนดม มีโต๊ะขนาดใหญ่วางเรียงอยู่ที่ด้านหน้าเวที อลังการงานสร้าง ดูเหมือนจะเป็นที่สำหรับเหล่าเทพ และมีโต๊ะเล็กๆอีกจำนวนมากสำหรับเหล่าวัลคีรี่และเหล่าผู้กล้าเอนแฮร์ยา ผ้าไหมที่โบกพลิ้วไปมาเป็นคล้ายๆธงถูกติดไว้ตามเสาต่างๆ เมื่อถูกแสงไฟสีเหลืองส้มอมแดงสาดส่อง ก็ยิ่งทำให้ดูสวยงามน่าหลงใหล ทุกอย่างดูใกล้จะครบสมบูรณ์แล้ว จะขาดก็คงขาดแต่อาหารเท่านั้น

   ขอโทษนะคะที่ไม่รู้ว่างานเลี้ยงยังตกแต่งไม่ครบสมบูรณ์ ดิฉันไม่ทราบจริงๆเคทก้มตัวขอโทษ หลับตารอรับความผิด

    ไม่เป็นไรๆ เธอไม่รู้ก็ไม่ผิดลูน่าตอบกลับไป

    ท่านแตกต่างกับเทพคนอื่นนะคะ ต่างกันมากเสียจริงเคทพูดเชิงเปรียบเปรยอย่างงุนงง

    เมื่อลูน่าได้ยิน ก็หันมาเงียบรอฟังต่อ

    ท่านเป็นคนคิดดี ทำตัวเหมือนเป็นคนฐานะเดียวกัน ซ้ำยังไม่เคยคิดว่าท่านเองเป็นเทพอีกด้วยเขาพูดขึ้นต่ออย่างช้าๆ พลางเชิญลูน่าให้นั่งที่เก้าอี้

    ฉันก็แค่ทำตามนิสัยปกติของฉันเท่านั้น เพราปกติฉันเป็นคนที่ไม่ได้มีฐานะสูงอะไรลูน่าเอ่ยตอบกลับไป ยิ้มให้เล็กน้อย เอาเป็นว่านี่คือตัวตนของฉันละกัน

   

    หลังจากนั้นสักพัก งานเลี้ยงฉลองก็เริ่มขึ้น แคทเธอรีนได้ปล่อยให้เธอนั่งตรงนั้น ส่วนเธอเองได้ไปอารักขานอกบริเวณแต่ยังสามารถเห็นได้ในระยะสายตา เหล่าเทพเริ่มเดินเข้ามา แต่ละคนต่างแต่งตัวดูสง่าราศีจับจ้อง

    เหล่าเอนแฮร์ยาและเหล่าวัลคีรี่ก็ได้เดินเข้ามาตามทีหลัง และไปนั่งกันตามตำแหน่ง แต่จำนวนคนที่เยอะเกินไป ทำให้ล้นออกไปนอกห้องโถง

      หลังจากนั้นโอดินก็เดินเข้ามาพร้อมกับคันธนูสีฟ้าครามอมเขียวมรกต

      เอ้านี้ ธนูสำหรับเธอเทพโอดินนั่งลงตรงเก้าอี้ตัวใหญ่ซึ่งตั้งอยู่ตรงกลางของโต๊ะ ซึ่งติดกับเก้าอี้ที่ลูน่านั่ง ส่วนวิธีใช้ แค่มีพลังก็ใช้ได้แล้ว

    ตอบได้ดีนะ แต่ฉันไม่มีพลัง

    เธอบอกเองว่าที่โลกนี้ เธออาจใช้พลังได้ อาจจะเป็นสติสมาธิของเธอ ที่โลกของเธอเขาว่ากันโอดินยื่นให้กับมือ ซึ่งลูน่าก็รับ เอาไว้ลองหลังงานเลี้ยงจบละกัน

    เธอพยักหน้าเข้าใจให้เล็กน้อย พลางมองธนูที่ดูทรงพลัง

     

      สวัสดี เจ้าเป็นเจ้านายใหม่ของข้าสินะ เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นมา

      นั่น ใครกันน่ะ ลูน่ามองไปรอบๆ เห็นเพียงโอดินที่ทำหน้าไม่รู้เรื่องอะไร แต่ในใจคงรู้เรื่องนี้อยู่แล้ว

      ข้าเอง คันธนูที่เจ้าถืออยู่ยังไงล่ะ ที่มาก็เพื่อแนะนำตัวเท่านั้น ส่วนวิธีใช้ เจ้าหนูโอดินคงได้บอกกับเจ้าแล้ว ข้าชื่อลีโอ มีอะไรก็เรียกข้าได้ ไปล่ะ

 

      เมื่อเสียงนั้นสิ้นสุดลง ลูน่าก็ได้มองไปรอบๆอีกครั้ง ดูท่าจะไม่มีใครได้ยินเสียงนี้เลย ดูท่าเรื่องที่มีบางสิ่งบางอย่างสิงสถิตอยู่ในคันธนูอันนี้ คงมีเพียงโอดินที่รู้เรื่อง เธอรู้สึกหมั่นไส้โอดินขึ้นมาเล็กน้อยที่ไม่ยอมบอกเรื่องนี้กับเธอเสียก่อน ทำเกือบเธอหัวใจวาย

    

      เมื่อทุกอย่างพร้อม วัลคีรี่สาวคนหนึ่งก็ได้เดินออกมา เสมือนเป็นพิธีกร

      ในครั้งนี้ที่ได้จัดงานขึ้นมา ทุกท่านก็คงทราบดีว่าได้มีฤกษ์ดีที่ได้มีเทพกำเนิดขึ้นใหม่ ถึงแม้จะกำเนิดในครรภ์มนุษย์แต่ท่านก็มีความสามารถล้นเหลือ ด้วยเหตุนี้ จึงได้มีการจัดงานเลี้ยงต้อนรับท่านขึ้นมาวัลคีรี่สาวได้กระแอมเบาๆ ก่อนใช้ช้อนเคาะแก้วที่กำลังถือ เพื่อเป็นสัญญาณให้ทุกคนหยุดเงียบฟัง ขอเชิญท่านเทพขึ้นพูดอะไรพอเป็นพิธีด้วยค่ะ

      ลูน่าตีสีหน้างง ทำไมเธอจึงไม่รู้เรื่องนี้มาก่อน ก่อนที่จะหันไปมองโอดินอย่างเกรี้ยวโกรธ นี่เขาแกล้งเธออีกแล้ว ซึ่งเธอก็เห็นโอดินกลั้นหัวเราะไว้อยู่

    เธอลุกขึ้นช้าๆ ทำใจให้สงบ นี่เธอยังไม่ได้เตรียมคำพูดไว้เลย

     เธอทำสมาธิชั่ววินาที ก่อนที่จะเอ่ยขึ้นพูดอย่างช้าๆ เอ่อ ... ยินดี ที่ได้รู้จักนะเธอตัวสั่นเล็กน้อย พยายามหยุดเกร็งตัว

 

...

ขอโทษที่อัพเดตช้าน้า เผอิญติดสอบเตรียม วันที่ 6 พ.ค.นี้ ช่วยเป็นกำลังใจให้ด้วยน้า :)

    

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

158 ความคิดเห็น

  1. #123 yamroll-os (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 2 กันยายน 2555 / 14:05
    ง่ะ เอริค เจนิกา ลูน่า ห่างเหินกันซะแล้วเหรอ T^T
    ไม่เอาน้าาาาา
    ตอนแรกเืกือบคิดว่าโอดินจะมาเป็นพระเอกแทนเอริคซะแล้ว ฮ่าๆ

    ps.ขอถามหน่อยสิ เรื่องแร็คนาร็อคนี่มีเป็นหนังสือจริงๆ รึเปล่า? หรือว่าปุกคิดเอง เจ๋งมากเลยอ่า ><
    #123
    0
  2. #99 songpor (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2555 / 10:43
    โอดิลนี่ยังไงกัน
    555555555
    #99
    0
  3. #40 tonggar (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2555 / 09:19
     มาแสดงตัวจ้ะ แต่อาจจะเพราะไม่ชอบอ่านแนวนี้ ก็เลยไม่รู้ว่าจะแนะนำอะไรตรงไหน เห็นเม้นท์อื่นๆ แอบอิจฉาที่มีคนส่องคำผิดให้

    เป็นกำลังใจให้นะคะ หาประสบการณ์ไปเรื่อยๆ เดี๋ยวก็เก่งเองจ้ะ
    #40
    0