ไขความลับแห่งเวลส์ ภาค ผจญภัยสู่ดินแดนเหนือนภา

ตอนที่ 6 : สายฟ้าที่ผ่ากลางใจ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 108
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    6 พ.ค. 55

     เช้าวันใหม่ที่แสนเศร้า เมฆหมอกต่างพากันมาบังทัศนวิสัยอันสวยงามไปทั่วท้องฟ้าอันกว้างไกล ลมพัดผ่านที่แสนอบอุ่นก็เปลี่ยนไปเป็นลมที่หนาวเย็นยะเยือกเข้าไปถึงกระดูก เป็นสัญญาณบ่งบอกว่าในไม่ช้านี้จะเกิดพายุฝนขนาดใหญ่
     เฮ้อ สงสัยวันนี้จะโชคร้าย ลูน่าลุกขึ้นมาอย่างงัวเงียพลางนึกคิดไปอย่างซังกะตายหลังจากที่ตาข้างขวาของเธอกระตุก ด้วยที่ความเชื่อกันว่า ขวาร้าย ซ้ายดี  “ฝนอย่าตกเลยนะ ถ้าตกก็ขอให้ตกน้อยที่สุด ไม่งั้นแย่แน่เลย”
     หลังจากที่ลูน่าได้ขอพรไป ก็ได้ลุกจากเตียงก่อนที่จะไปทำธุระส่วนตัว
     หลังจากที่เธอทำธุระส่วนตัวเสร็จนั้น เอริคก็ได้ตื่นมารอที่จะทำธุระส่วนตัวก่อนแล้ว
     “อรุณสวัสดิ์นะ”
     “อรุณสวัสดิ์” เอริคตอบกลับช้าๆ พลางลุกขึ้นเข้าห้องน้ำต่อทันที

...

     หลังจากที่ทุกคนพร้อมที่จะออกเดินทางนั้น ก็ได้นำกระเป๋าสัมภาระต่างๆขึ้นบนม้าเทียม และตรวจสอบข้าวของทั้งหมด และเธอกับเจนิกาก็ได้ขึ้นมาหลบฝนในม้าเทียมแล้ว
     ครั้งนี้นั้น ผ้าที่คลุมเพื่อกันแดด ก็ถูกปรับเปลี่ยนโดยมีโครงไม้เป็นเหมือนหลังคา เพื่อกันฝนและกันแดด และยาวออกไปจนถึงที่นั่งสำหรับคนขับ ส่วนด้านหลังของม้าเทียมนั้นก็ถูกทำเป็นช่องระบายอากาศเทียบเท่ากับหน้าคนได้อยู่หนึ่งช่อง
     “เราจะออกเดินทางไปกันแค่เมืองเดียว เพราะช่วงนี้ได้ข่าวมาว่ามีโจรป่าออกมาปล้นของมาก เลยจะไปเมืองที่ใกล้ที่สุด และปลอดภัยที่สุด” เจนิกาหันมาบอกเอริคและลูน่าโดยที่พวกเขาไม่ได้ทราบล่วงหน้า
     หลังจากทุกอย่างเรียบร้อย ประตูบ้าน หน้าต่างต่างก็ถูกปิดไว้เรียบร้อย การเดินทางก็เริ่มต้นขึ้น ทางเดินที่แสนเงียบเหงา ไม่มีผู้คนสัญจนผ่านไปมาเนื่องจากฝนตก สนามหญ้าที่แชะไปด้วยน้ำฝนทำให้ไม่มีเด็กหรือใครๆมาเล่นเลย

     “นี่ มีอะไรที่ใช้ทำเป็นที่คั่นหนังสือได้หรือเปล่า” ลูน่าเอ่ยถามช้าๆ พลางมองสายฝนที่ตกลงมา ก่อนที่จะหันมาถามและมองดูรอบๆเพื่อหาสิ่งของเพื่อทำที่คั่นหนังสือ
     “รอสักครู่” เอริคเอ่ยขึ้น พลางเดินเข่าไปยังกล่องไม้เล็กๆ ดูท่าจะไว้ใส่ที่ประดับ เขาค้นหาบางสิ่งบางอย่างในกล่องนั้น ก่อนที่จะค่อยๆหยิบไม้ประดับที่ถูกตัดแต่งให้มีทรวดทรงที่ไม่บาดมือ และเนียนจนน่าสัมผัสขึ้นมา
     “รออีกสักพักนะ” เอริคเอ่ยขึ้น พลางหยิบมีดสั้นขึ้นมา และลงมือแกะสลักไม้อย่างบรรจงช้าๆ แต่ด้วยฝีมือที่มีอันน้อยนิดของเขา ทำให้ลายที่ออกมาดูประหลาดๆ
     “ชื่อฉันหรือนี่” ลูน่ารับชิ้นไม้มา พลางดูอย่างงุนงง ก่อนที่จะหลุดหัวเราะออกมา “ฝีมือนายนี่นะ ช่วยไม่ได้”
     ลูน่าหยุดหัวเราะเมื่อเห็นอีกฝ่ายทำหน้ามุ่ย ที่แก้มออกแดงขึ้นเบาบาง เธอเอื้อมไปหยิบหนังสือ เปิดไปยังหน้าที่อ่านค้างทิ้งไว้ และเอาชิ้นไม้ที่ถูกแกะสลักอย่างประหลาดๆ แนบเข้าไปอย่างช้าๆ ก่อนที่จะปิดหนังสือลง และเก็บเข้าใส่ที่กระเป๋าเสื้อของเธอ

     เมื่อม้าเทียมนั้นเคลื่อนตัวออกจากหมู่บ้านได้ ทุกสิ่งตามทางก็มืดเงียบงันต่างกับครั้งแรกที่เธอมายังโลกนี้ ป่าสนที่ผลิใบอ่อนๆกลับเป็นเพียงต้นไม้ที่ไม่มีใบอยู่ห่างไกลสีมืดทึบน่ากลัว ทุกสิ่งต่างเงียบงันมีเพียงเสียงสายฝนและเสียงก้าวเดินของม้าอย่างเป็นจังหวะ
     .
     .
     .
     ว่าแต่ เราจะกลับไปโลกเดิมของเราได้ยังไงกันนะ ลูน่านั่งไปคิดไปอย่างงุนงง ระหว่างที่เดินทางมาได้นานแล้ว
     หลังจากที่เธอข้ามมิติย้ายมายังโลกใบนี้ เธอก็ยังไม่รู้เลยว่า เธอมายังโลกใบนี้ได้อย่างไร แล้วเธอจะกลับไปยังโลกเดิมของเธอได้อย่างไร แล้วถ้าติดอยู่ที่นี่ไปอีกนาน ลุงกับป้าของเธอจะเป็นห่วงเธอมากแค่ไหน แล้วถ้าไม่สามารถกลับไปได้ เธอจะอยู่อย่างไร
     ยิ่งคิดก็ยิ่งเครียดจนปวดหัว ลูน่าจึงนั่งมองผ่านช่องระบายอากาศทางด้านหลังออกไปอย่างว้าเหว่ ก่อนที่จะตกใจเมื่อได้ยินเสียงม้าควบไปมาจำนวนมาก !!
     พลันที่เสียงดังที่คล้ายกับพลุได้ระเบิดขึ้น ก็เกิดฟ้าผ่าลงมาทำให้ม้าที่ควบอยู่ตกใจ

     “นั่นอะไรน่ะ เจนิกา อย่าบอกนะ..”
     “วันนี้มันเป็นวันอะไรกัน แย่แน่ ทุกคนระวังตัวนะ” ยังไม่สิ้นคำพูดของเจนิกา เธอก็ตะโกนร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด “อั่ก ทุกคนหมอบตัวให้ติดกับพื้น เร็ว!!”
     “เป็นอะไรไปน่ะ เจน !!” ลูน่าตะโกนแข่งกับเสียงของสายฝนถามออกไป
     “ไม่ต้องห่วงพี่ เอริคเตรียมของซะ!!”
     เมื่อเอริคได้ยินคำสั่งของเจนิกา ก็รีบทำตามทันที เขาได้เปิดกล่องไม้ขึ้นมากล่องหนึ่ง ภายในกล่องนั้นมีอาวุธป้องกันตัวอยู่จำนวนหนึ่ง
     “เอ้านี่ ไว้ป้องกันตัวนะ” เอริคหยิบมีดสั้นกับดาบขนาดกลางยื่นให้ลูน่า ก่อนที่จะหยิบดาบยาวขึ้นมาและยื่นให้เจนิกา โดยที่ตัวเองได้ถือดาบยาวไว้เล่มหนึ่งกับมีดสั้นไว้
     เมื่อเตรียมข้าวของครบ เอริคก็จับศีรษะลูน่าก้ม ก่อนที่จะก้มตัวเองให้ต่ำลง

     สักพัก ก็มีเสียงดังขึ้นพร้อมกับมีบางสิ่งบางอย่างพุ่งใส่ม้าเทียม บางสิ่งก็ทะลุผ่านไป
     หลังจากนั้นม้าเทียมก็ได้ทลายลงมา เจนิกากระโดดหลบซากไม้ที่กระเด็นใส่ได้อย่างเฉียดฉิว และรอดพ้นจากซากปรักหักพัง ส่วนลูน่ากับเอริคนั้นยังติดอยู่ข้างใน
     เพียงอึดใจเดียว ทุกอย่างก็ระเนระนาดไปหมด แผ่นไม้ก็แตกหักเกือบหมด เจนิกา หรือเจนได้แต่เข้าไปเอาซากเกวียนออก ในระหว่างที่กลุ่มโจรป่ายังไม่ปรากฏตัว

     สักพักทั้งคู่ก็คลานออกมาอย่างลำบากฝุ่นคลุ้งกระจายก่อนที่จะถูกสายฝนชะล้างไป
     “ถ้ามีโอกาส จงหนีไปให้ไกลที่สุดเลยนะ เอริค ลูน่าด้วย” เจนิกากระซิบกับพวกเธอให้เบาที่สุดเท่าที่จะทำได้ ซึ่งโชคดีที่ฝนตกหนัก ทำให้โจรป่าไม่ค่อยได้ยินสักเท่าใด
     ทั้งสามคน พยายามเดินออกมาอย่างช้าๆ เพราะจุดที่ยืนก่อนหน้านี้ เป็นจุดอับ
     “หึๆๆ จะคิดทำอะไร ยังคิดว่าจะรอดอีกหรือ อีกไม่นาน พวกเจ้าก็จะได้หลับสบายกันแล้ว แต่หลับนานหน่อยนะ หลับไปตลอดกาล!”
     สิ้นเสียงของหัวหน้าโจร ก็ถึงกลับทำให้พวกเขาสามคนใจเสียไปทันที ถ้อยคำที่ออกมาแต่ละคำแสนจะน่ากลัว ทำร้ายทางจิต ถ้าคนปกติพูดอาจจะดูไม่น่ากลัวสักเพียงใด แต่คำพูดธรรมดาของหัวหน้าโจร ทำให้รู้ว่าพวกโจรเหล่านี้ผ่านการปล้นและการเข่นฆ่าประชาชนไปมาก
     “หุบปากไปซะ!!” เจนิกาตะโกนออกมาอย่างสั่นๆ ก่อนที่จะหยิบปืนขึ้นมา และยิงสวนกลับไปสองนัด ปั้งๆ!!! ก็เข้าที่ท้องหนึ่งคนบาดเจ็บ กับที่อกหนึ่งคนเสียชีวิต
     .
     .
     .
     ปั้ง!!! เสียงปืนลั่นไกออกมาอีกหนึ่งนัด ดังสนั่นไปทั่วผืนดินไปพร้อมๆกับสายฟ้าที่ผ่าลงมาอย่างไม่ตั้งใจ
     “เจน เจนเป็นอะไรหรือเปล่า” เอริครีบเข้าไปประคองเจนิกาทันที
     เจนิกานั่นเองที่เป็นคนที่ถูกยิง แผลที่ท้องถูกยิงทะลุตรงไตพอดี
     “แย่ละ กระสุนทะลุไต เลือดออกเยอะแล้ว ทำไงดี” ลูน่าเอาผ้าขึ้นมากดปากแผลเอาไว้ เนื่องจากไตมีเส้นเลือดใหญ่อยู่ ทำให้เลือดไหลออกมาไม่หยุด
     “น่ะ ... หนี ... ไป” เจน ผู้เป็นพี่สาวเพียงคนเดียวของเอริค ได้กล่าวคำห่วงใยออกมาด้วยความยากลำบาก “เอริค ... หนีไป”
     หลังสิ้นเสียงสุดท้ายของเจน สายน้ำที่ออกมาตามใบหน้าของเจน ผสมกับสายฝนที่แสนเศร้า ทำไมถึงต้องเป็นเช่นนี้
     จะทำอย่างไรดี จะทำอย่างไร  ลูน่าตะลึงนึกคิดอย่างตระหนกด้วยความกลัว หลังจากที่ทั้งสองคนไม่มีจิตใจที่จะเอาตัวรอด
     เหล่าโจรสามคนที่เหลือรอดอยู่ก็พากันเข้ามาล้อมพวกเธอเอาไว้ “อีกไม่นาน พวกเจ้าก็จะได้ไปอยู่ด้วยกันแล้ว”  สิ้นเสียงของโจรคนหนึ่ง เขาก็สับไกปืน ก่อนที่จะเล็งเป้าหมายมายังเธอและเอริค
     “ปั้ง!!!” เสียงปืนดังขึ้นอีกครั้ง
     .
     .
     .
     “เอริค  เอริค!!” เธอตะโกนขึ้นด้วยความตกใจ หลังจากที่เสียงปืนดังขึ้น  สายเลือดที่หล่อรวมกันกับสายฝนที่แสนเยือกเย็น “อย่า ... อย่าเป็นอะไรนะ” ลูน่ารีบเข้าไปรับร่างของเอริคทันที ก่อนที่เขาจะล้มลง “เอริค เอริค!!”
     “อย่า ... ร้องไห้ ... สิ” เอริคหรี่ตาลงด้วยความเจ็บปวด ก่อนที่จะเอ่ยขึ้นพูดด้วยความลำบาก “ขอโทษนะ”
     “ไม่ต้องพูดแล้ว” ลูน่ารีบห้ามเลือด แต่ดูท่าเลือดก็ยังไม่หยุดไหล ดวงตาที่เคยเบิกกว้างของเอริคใกล้จะปิดลงเต็มที
     “จะตายไม่ได้นะ  อดทนไว้สิ ... ขอร้อง ได้โปรด ... อึก ฮือ” ลูน่าเขย่าตัวอย่างรุนแรงหลังจากที่เห็นเอริคหลับตาลงไปอย่างช้าๆและเงียบสงบลง “จะตายไม่ได้นะ”
     ไม่ว่าเธอจะเขย่าเอริคมากสักเพียงใด ไม่ว่าจะพยายามสักแค่ไหน แต่เจนิกาและเอริคก็ไม่สามารถจะหวนกลับคืนได้อีกแล้ว  กาลเวลาที่แสนยาวนาน ทำให้เธอไม่อยากจะจำอะไรไปมากกว่านี้อีกแล้ว 
     วันเวลาได้ย้อนกลับมาอีกครั้ง ความทรงจำที่ไม่รู้ว่ามันคืออะไร แล้วเธอเคยพบเจอมาหรือเปล่านั้นได้แทรกซึมเข้ามาให้เธอได้สัมผัสอีกครั้ง
     ภาพความทรงจำที่อันน่าเศร้าใจ ภาพความทรงจำที่คลับคล้ายคลับคลากับสิ่งที่ลูน่าพบเจอขณะนี้ได้แล่นเข้าสู่ความทรงจำ ภาพแห่งความมืดที่มีน้ำสีแปลกๆออกดำแดงไหลเป็นทาง เสียงเรียกร้องของเด็กทารกดังเข้ามาในสมอง
     เสียงกรีดร้องดังสนั่นไปทั่ว ท่ามกลางฝนที่ตกและเมฆครึ้มสีหม่น ... หยดน้ำฝนที่ผสมผสานไปกับน้ำตา ความเสียใจที่ถึงขีดสุดประทุขึ้นพร้อมกับแสงไฟสีฟ้าขาวผ่าลงมาอย่างพร้อมเพียงกัน

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

158 ความคิดเห็น

  1. #121 yamroll-os (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 1 กันยายน 2555 / 20:57
    ตายได้ไง แงๆ TOT
    ไม่เอาน้าาาาาา
    ps. อยากให้มีการพูดคุยระหว่างพระ-นางมากกว่านี้จัง
    ติดตามจ้า ><
    #121
    0
  2. #98 songpor (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2555 / 10:39
    เอริคจะตายไม่ได้นะTT
    #98
    0
  3. #65 nongpook (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2555 / 15:15

    จ้าแนต ยอมรับว่าตอนนี้สั้นมาก เพราะมีการตาย เลยไม่อยากจะบรรยายมาก เพราะกลัวจะอินตาม 55+

    แถมเอริคและเจนิกา ก็ไม่ได้ตายไปทันทีด้วย อยากรู้ยังไงๆ ต้องอ่านต่อๆ :)

    #65
    0
  4. #59 natnatnatty17 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2555 / 22:11
    อ่าว - - ทำไมตายกันหมดเลย

    บทนี้บรรยายความเสียใจได้แบบ !! (เราอธิบายเป็ยยคำพูดไม่ถูก 555)
    บอกได้คำเดียว ซึ้งง่ะ TT

    คห.ข้างบนคิดเหมือนเราเลย
    บทนี้มันสั้นไปปนิดนึงนะ  อ่านไม่สะใจเลย
    #59
    0
  5. #41 neptuneksr (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2555 / 10:39

    อ่านแล้วน้า แล้วก็ขอบคุณที่ไปเม้นต์ให้ด้วย ตอนนี้ก็หนุกดำเนินเรื่องน่าติดตาม แต่บทนี้มันสั้นไปหน่อยนะ อันนี้ก็แล้วแต่ไรเตอร์นะ นักอ่านเงาคนนี้อยากให้ไรเตอร์เพิ่มเนื้อหาให้ยาวหน่อยน่ะครับ



    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 9 พฤษภาคม 2555 / 10:47
    แก้ไขครั้งที่ 2 เมื่อ 9 พฤษภาคม 2555 / 10:49
    แก้ไขครั้งที่ 3 เมื่อ 9 พฤษภาคม 2555 / 10:50
    #41
    0