ไขความลับแห่งเวลส์ ภาค ผจญภัยสู่ดินแดนเหนือนภา

ตอนที่ 4 : สู่อีกฟากฟ้า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 94
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    6 พ.ค. 55

     เหล่ายักษ์ที่มียักษ์โลกิ ยักษ์แสนชาญฉลาด มียักษ์เซิร์ท ยักษ์แห่งไฟผู้บ้าระห่ำ มีอสูรผู้เก่งกล้า พวกมันต่างร้อนใจที่อยากจะเปิดศึกครั้งนี้เต็มทีแล้ว
    
ครั้นเมื่อสงครามเริ่มต้น
    
ทุกอย่างหลังจากที่สโคลและฮาติได้กลืนกินพระอาทิตย์และพระจันทร์ไป แสงสว่างก็ดับสูญหายไป ความมืดได้แทรกเข้ามาแทน ... ด้วยสิ่งนี้เป็นสัญญาณว่าจะเกิดสงคราม
    
เมื่อสงครามจุติขึ้นด้วยความเดือดดาล ความเกลียดชังนี้เกิดขึ้นบนทุ่งวิกริด ทุกสิ่งทุกอย่างต่างก็ตาย แต่สงครามก็ยังดำเนินไปอย่างต่อเนื่องไม่มีที่สิ้นสุด
    
เมื่อดินแดนอัสการ์ด และสะพานสีรุ้ง ไบฟอร์ส ถูกทำลายเสียจนหมดสิ้น ก็เหมือนเป็นสัญญาณอันพ่ายแพ้สงครามของเหล่าเทพ แต่พวกเขาก็ยังมีจิตใจกล้าหาญที่จะต่อสู้จนเลือดหยาดสุดท้าย หรือที่เรียกว่า ต่อสู้จนตัวตาย
    
ทั้งสองฝ่ายต่างก็เสียพละกำลัง และพลทหารไปจำนวนมาก และแม้เหล่าเทพและวิญญาณผู้กล้าจะล้มตายไปจำนวนมาก แต่จำนวนเหล่ายักษ์ที่สูญสิ้นไปก็ไม่แพ้กัน
    
สถานการณ์เริ่มใกล้สิ้นสุดลง ทั้งสองฝ่ายต่างก็ดูท่าจะไม่มีใครชนะศึก ยักษ์เซิร์ท ยักษ์แห่งไฟก็ได้กวัดแกว่งดาบทำลายโลกให้สูญสิ้นไป
  
    
แต่สุดท้าย เมื่อโลกเก่าได้สูญสลายไปอย่างไม่มีวันหวนกลับคืน โลกใหม่ก็ได้ผุดขึ้นมาใหม่อีกครั้ง และทุกอย่างก็ค่อยๆฟื้นฟูกลับมาเป็นอย่างเดิม มีความอุดมสมบูรณ์ ดังเช่นจนถึงปัจจุบัน
...
    
เฮ้อ รู้สึกลำบากใจเสียจริง ปกติเรื่องราวมันต้องจบลงอย่างมีความสุขสิ
    
ลูน่าคัดค้าน และซักถามอย่างงุนงง เธอรู้สึกแย่ที่เรื่องราวของสงครามจบลงเช่นนี้ แต่อย่างไร สุดท้ายโลกก็กลับมาเป็นดังเดิม มันก็ถือว่าดีเช่นกัน เธอคิดอย่างนั้นเมื่อนึกเรื่องราวทบทวนไปมา
    
นี่ก็คงเวลาผ่านไปได้สักพักแล้ว ไปช่วยงานดีกว่า เธอส่งยิ้มกับตัวเอง ค่อยๆบรรจงปิดหนังสืออย่างเบามือ เมื่อตรวจตราดูท่าเรียบร้อยดีแล้ว จึงค่อยๆเปิดช่องในกระเป๋าผ้า และวางมันไว้อย่างดี ก่อนที่จะค่อยๆลุกขึ้นช้าๆ หวังในใจว่าจะคืนน้าไอริสในไม่ช้านี้
    
ลูน่าค่อยๆเดินไปอย่างช้าๆ ก่อนที่จะค่อยๆก้มตัวเล็กน้อยเข้าไปหา
     “
มีอะไรให้ช่วยหรือยังคะเธอเอ่ยถาม ส่งยิ้มให้เล็กน้อยอย่างเป็นกันเอง แต่ก็ถ่อมตัว
    
คุณป้าทั้งหลาย ผู้ซึ่งเคยเป็นอดีตแม่ครัวในครั้งอดีตสงคราม ต่างก็นั่งกำลังทำงานอย่างมีความสุขอยู่
     “
ขอคิดสักครู่นะ ลูน่า
     “
ก็คงไม่มีแล้วกระมัง
     “
ไม่สิ มันต้องมี ใช่เรื่องอาหารหรือเปล่า
     “
ไม่ใช่ เรื่องอาหารเราก็จัดการกันแล้ว เธอนี่หลงๆลืมๆเสียจริง
     “
รู้สึกจะเหลือแต่ตกแต่งข้างนอกกระมัง
     “
เอ ... นั่นไง เหลือตกแต่งหน้าต่างระหว่างที่เพื่อนๆของป้าของเธอกำลังช่วยกันคิดอยู่ หรือที่เรียกว่า ถกเถียงกันอยู่นั่นเอง ก็มีคุณป้าคนหนึ่งเอ่ยขึ้นพูดเหลือนำดอกไม้มาประดับไง ให้ลูน่าทำไหม
    
เมื่อมีเสียงขึ้นแทรก เสียงของการถกเถียงกันก็เบาลงและเงียบหายไป
     “
ดีค่ะ ร้านดอกไม้ก็อยู่ไม่ไกลมาก หนูไปได้ค่ะ ป้าแพมลูน่าเอ่ยขึ้นเห็นด้วยหลังจากที่ป้าแพมเอ่ยขึ้นเสนอ
    
ป้าแพม เจ้าของร้านดอกไม้ประจำหมู่บ้าน ผู้เป็นมารดาของชาร์ลนั่นเอง เธอดูอ่อนวัยกว่าแอนนา ป้าไม่แท้แต่เธอรักเหมือนเป็นคุณป้าแท้ๆของเธอ สีผม แววตา และนิสัยช่างคลับคล้ายคลับคลากับชาร์ล
     “
งั้นให้หนูไปช่วยพี่เขาด้วยไหมคะหญิงสาวคนหนึ่งเอ่ยขึ้นเสนอให้ความช่วยเหลือ
     “
ไม่เป็นไรจ้ะอีฟ  คอยอยู่ช่วยที่นี่เถอะลูน่าเอ่ยปฏิเสธเนื่องจากเธอสามารถทำงานนี้ได้อย่างสบายๆด้วยตัวคนเดียว
    
อีฟ พี่สาวคนโตของชาร์ล ด้วยวัยสิบปีเศษ ผมและดวงตาสีน้ำตาลอ่อน ถึงแม้จะดูเป็นเด็กที่แก่นแก้วนั้น แต่ในบางเวลา เธอช่างดูสวยงามเหมือนดั่งขนนกที่ใสสะอาด ใบหน้า โครงจมูกถูกจัดเรียงไว้อย่างดี
    
หลังจากนั้น ถึงแม้ใครจะไม่อยากให้เธอไปคนเดียว และพยายามเกลี้ยกล่อมเธอ แต่เธอก็ปฏิเสธตลอด ทั้งสองฝ่ายจึงถกเถียงกันไปได้ชั่วพักหนึ่ง
    
จนในที่สุด ทุกคนก็ยอมให้เธอไปคนเดียวได้ ลูน่าจึงเผยยิ้มแฉ่งออกมา ... จริงๆแล้ว เธอช่างดูเข้มแข็งดั่งชายชาตรีเสียมากกว่าใครๆ
...
    
เมื่อเธอเดินออกมาจากโบสถ์ก็สัมผัสถึงความหนาวเป็นอันดับแรก เธอนำเสื้อคลุมมาปิดที่ศีรษะก่อนที่จะเริ่มออกเดินทาง ผู้คนต่างจับจ้องมาที่เธออย่างเป็นห่วง
    
เนื่องจากโบสถ์อยู่กลางใจเมือง ส่วนร้านดอกไม้นั้นจะอยู่ถัดออกมาค่อนข้างมาก เธอจึงต้องใช้เวลา ยิ่งมีหิมะเสียด้วย จึงยิ่งทำให้การเดินทางยิ่งลำบากมากยิ่งขึ้น
    
การเดินทางนั้น เริ่มดำเนินขึ้นไปอย่างช้าๆ ทุกสิ่งทุกอย่างต่างก็เหมือนถูกเวลาของชะตากระทำให้ช้าลงอย่างมหาศาล
    
ไม่เป็นอะไรน่า สู้เขานะ เธอให้กำลังใจตัวเอง ก่อนที่จะค่อยๆออกเดินด้วยความยากลำบาก
     .
     .
     .
    
ใกล้ถึงแล้ว ดีใจจัง ลูน่ายิ้มขึ้นอย่างดีใจ เมื่อเห็นเสาไม้ห้าเสาลางๆอยู่ไม่ห่างสักเท่าใด เพราะเสาไม้เหล่านี้อยู่ห่างจากร้านดอกไม้ไปไม่ถึงสี่สิบฟุต
    
สภาพอากาศภายนอกรู้สึกจะเปลี่ยนแปลงไปตลอดเวลา แต่พายุหิมะกลับไม่มีท่าทีว่าจะลดลงบ้างเลย กลับดูท่าจะรุนแรงขึ้นมากกว่าเดิมอีก
    
เธอก็เห็นร้านดอกไม้อย่างเลือนลางเนื่องจากพายุหิมะเริ่มเกิดขึ้นอีกแล้ว ก็รีบเข้าร้านไปทันที เพราะไม่อยากเสียเวลามากกว่านี้
    
เมื่อลูน่าเข้ามาในร้านก็ได้สะบัดแขนไปมาเพื่อทำให้หิมะที่ติดอยู่ตามเสื้อกันหนาวหลุดหายไป และดีใจที่สัมผัสถึงความอบอุ่นที่ภายนอกร้านไม่มี ก่อนที่จะเป่าลมออกมาใส่มือเพื่อสร้างความอบอุ่น และเริ่มหาดอกไม้สำหรับจัดตามระเบียงหน้าต่าง
    
แต่ดอกไม้ในร้านนั้นก็เยอะมากจนเกินไป ดูท่าจะมีเกินเสียเกือบร้อยชนิด แต่ก็โชคดีที่สุดแล้ว เพราะช่วงนี้ ดอกไม้แทบจะลดลงจนเกือบหมด แต่มันก็ยังมากอยู่ดี สำหรับคนที่ไม่ได้อยู่กินกับดอกไม้เหล่านี้
    
    
สักพัก ลูน่าก็หาดอกไม้ได้ครบ ก่อนที่จะตรวจดูอีกครั้งว่าขาดเหลืออะไรหรือเปล่า ... เมื่อครบ เธอก็นำผ้าสีน้ำตาลอ่อนคลุมดอกไม้เอาไว้อย่างแน่นหนา เพื่อไม่ให้ดอกไม้ตกหล่นหรือเหี่ยวเฉาได้
    
กว่าเธอจะพันผ้าห่อดอกไม้ได้สำเร็จ ก็ใช้เวลาได้ไปชั่วครู่ อากาศที่หนาวสะท้านไปถึงหัวใจ มันทำให้มือของเธอสั่นระวิง ไอหนาวผสมกับไอน้ำติดตามกระจกบานใหญ่สีใส
    
เมื่อทุกอย่างเสร็จสิ้น เธอก็หอบดอกไม้ที่ถูกพันด้วยผ้าไว้ที่ด้านหน้า ก่อนที่จะออกจากร้าน ปิดประตูให้แน่นหนา ก่อนที่จะนำผ้าคลุมมาคลุมที่ศีรษะ ก่อนที่จะเดินฝ่าพายุหิมะที่กำลังรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ รอบๆตัวมีแต่หิมะที่ขาวโพลน
     “
ต้องรีบกลับแล้ว ไม่งั้นหนาวแย่แน่เลยลูน่าอุ้มช่อดอกไม้ให้แน่น ก่อนที่จะเดินฝ่าหิมะไปเรื่อยๆ ทำไมถึงเป็นเช่นนี้หนอ
    
เธอรำพึงรำพันกับตัวเอง ด้วยนิสัยที่เป็นตัวของตัวเองของเธอที่เป็นมาตั้งแต่เด็กแล้ว
    
โชคดี ที่ระยะทางจากร้านดอกไม้จนถึงโบสถ์นั้น เป็นทางตรงซึ่งไม่มีสิ่งใดกั้นขวาง แต่ก็โชคร้ายที่พายุหิมะดูท่าจะไม่อ่อนแรงลงเลย กลับรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ
    
ทุกสิ่งเริ่มเลวร้ายขึ้นทีละนิดๆ แต่ในใจของเธอก็ยังมีความหวังอันเล็กน้อยที่ขอให้พายุมันสงบลงโดยเร็ว
    
พายุเริ่มรุนแรงขึ้นอย่างกระทันหัน ลมพัดหมุนเป็นวงกลมลอยสูงขึ้นไป
    
จู่ๆ ก็เกิดลมพัดขึ้นอย่างรุนแรงซึ่งเธอตั้งตัวไม่ทัน จึงทำให้เธอสะดุดพุ่มไม้เตี้ยๆจนล้มลงไป นี่มันอะไรกัน พายุหรือลูน่าพยายามลืมตาขึ้นมามอง แต่ทัศนียภาพในการมองเห็นก็น้อยลงแล้ว รอบๆข้างเห็นได้เพียงสีขาวเป็นส่วนใหญ่ ก่อนที่จะลุกขึ้นมาพร้อมกับหอบผ้าใหม่อีกครั้ง ก่อนที่จะก้มลงมองพื้นดินที่เต็มไปด้วยหิมะ และออกเดินไปอย่างช้าๆ
    
    
นั่นอะไรกัน แสบตาจังเลย ลูน่าเอ่ยคิดกับตัวเองหลังจากที่เห็นแสงสีขาวแสบตามาจากด้านซ้ายของตัวของเธอเอง
    
ขณะนั้น เธอก็รู้สึกโลกกำลังหมุนอย่างรวดเร็ว จนอยากคลื่นไส้ เธอหลับตาลงอีกครั้งก่อนที่จะหลับตา ก้มตัวลง เพื่อลดความอยากอาเจียนให้มากที่สุด ก่อนที่สัมผัสว่าความมืดได้ลอดผ่านเข้ามายังดวงตาของเธอ
    
แสงอาทิตย์ที่สาดส่องกับหิมะจนกลายเป็นสีขาวพล่ามัวตาไปหมดนั้นกลับจางหายไป เหลือแต่ความมืดมิดที่ไร้แสงสว่างใดๆ ถึงแม้เธอจะพยายามลืมตาขึ้นมากแค่ไหนก็ตาม แต่ดูท่าลมที่หมุนรอบตัวเธอนั้นรุนแรงจนทำให้ลูกตาเธอรู้สึกเจ็บปวดจนไม่อาจลืมตาขึ้นได้
    
ความวังวนที่ม้วนเกลียวไปมาดังคลื่นทะเลที่เกิดหมุนติ้วๆไปมา ดูดกลืนทุกสิ่งให้จมดิ่งหายไป ก่อนที่ทะเลจะสงบลงอีกครั้ง
    
เธอพยายามทำจิตใจให้สงบสักเพียงใด แต่ก็ยังรู้สึกตลอดว่าตัวของเธอกำลังหมุนอยู่ สักพัก ลูน่าก็รู้สึกว่าอากาศที่หนาวเหน็บก็อุ่นขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งรู้สึกมาได้สักพักแล้วแต่ไม่ได้เอะใจ ผสมกับรู้สึกว่าตัวเองกำลังร่วงลงมาจากอากาศ จึงลืมตาขึ้นด้วยความตกใจ
    
ทุกสิ่งทุกอย่างเหมือนกับถูกเปลี่ยนแปลง ราวกับว่าในที่ที่เธออยู่ก่อนหน้านี้ กับที่ที่เธออยู่ตอนนี้ มันคนละที่กัน
     “
ว้าย!!ทุกสิ่งทุกอย่างกลับด้านไปหมด รอบข้างมีเพียงสีฟ้าครามอมขาวอยู่ หมู่เมฆสีขาวแกมฟ้าลอยละล่องอยู่ข้างๆ ด้านล่างเป็นเพียงสีเขียวขจีซึ่งดูเหมือนต้นหญ้า และสีเหลืองทรายสวยงามเป็นทาง แต่ในตอนนี้เธอไม่ได้สนใจว่าสิ่งใดจะสวยงาม เหลือเพียงแต่ความกลัว
...

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

158 ความคิดเห็น

  1. #114 Yam_RolL (@yamroll-os) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2555 / 22:37
    ในที่สุดก็เริ่มเ้ข้าเรื่องแล้วววว
    โว้ววว รออ่านตอนต่อไปไม่ไหว
    แต่ต้องไปนอนแล้ว ฮือๆ T^T
    จะรีบมาอ่านจ้า ><
    PS. แนะนำนะ ลองเพิ่มมุกหรือสำนวนตลกๆ เข้าไปดู ไม่ต้องเอาฮามากก็ได้ แต่จะทำให้เนื้อเรื่องน่าติดตามกว่านี้เยอะเลยจ้ะ ที่ปุกแต่งดูบรรยายสวยแต่เรียบไป คหสต.เนอะ จะไม่ทำก็ได้จ้า เพราะว่ายังไงที่เป็นอยู่ก็โอเคแล้ว ^^
    #114
    0
  2. #96 พoIพียง (@songpor) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2555 / 10:29
    มาแล้วววว
    บรรยายตอนพายุหมุนได้ใจมากเลย
    เข้าใจถึงความรุ้สึกของลุน่าจริงๆ
    #96
    0
  3. #75 Jaosao'<3 ( ลั้นล้า! ) (@sakuraza55) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2555 / 16:29
    รีบวิ่งไปหยิบกระโถนให้ลูน่า
    กั้นเธออ้วกเรี่ยราด /// โดนตบออกนอกบทความ
    #75
    0
  4. #49 Hoyloadhoydong'nat (@natnatnatty17) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2555 / 23:06

    ลูน่าไปที่ไหนเนี่ย?

    อ่านแล้วลุ้นตามเลยค่ะ :D
    #49
    0