ไขความลับแห่งเวลส์ ภาค ผจญภัยสู่ดินแดนเหนือนภา

ตอนที่ 3 : ความทรงจำที่เริ่มหวนคืน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 113
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    6 พ.ค. 55

     เฮ้ออ นี่มันอะไรกันนี่ เมื่อวานร้อนมากมาย พอตกกลางคืนอากาศกลับเย็นจนเป็นไข้ ลูน่า ถอนหายใจกับตัวเอง พร้อมกับบ่นที่อากาศปรวนแปรอย่างรวดเร็ว จนทำให้คนส่วนใหญ่ไม่สบายกันเป็นแถวๆตื่นเช้ามาอีกทีกลายเป็นหิมะตก ทั้งๆที่สัปดาห์ที่แล้วยังอากาศดีทั้งสัปดาห์เธอก็ยังไม่พอใจที่อากาศแปรเปลี่ยน พูดด้วยความสงสัยกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ ก่อนที่จะเปิดประตูบ้านออกไป
     “
ใกล้สิ้นปีแล้วสินะ หิมะถึงเพิ่งจะมีเธอมองออกไปไกลสุดสายตา มองปฏิทินที่ถูกขีดฆ่าไปทีละวันๆ ซึ่งอีกไม่ถึงหนึ่งสัปดาห์ก็จะสิ้นปีแล้ว
    
สภาพอากาศนอกบ้านนั้น อากาศเย็นจัด จากสนามหญ้าก็แปรเปลี่ยนเป็นทุ่งหิมะที่ขาวโพลน พืชเขียวขจีก็พร้อมใจกันใบไม้ร่วง แสงแดดที่เคยส่องลอดผ่านเมฆมาให้อบอุ่น ก็หายไป เหลือเพียงแต่อากาศอันหนาวเหน็บ จนใครๆก็ไม่อยากออกนอกบ้าน แต่ก็ต้องออก เพราะแต่ละคนก็มีงานที่ต้องทำ
     “
หนูไม่ชอบเลย ที่อากาศเป็นแบบนี้ หนาวมากเลยยยลูน่า ก็ได้ปิดประตู เนื่องจากถ้าเปิดทิ้งไว้ อากาศเย็นจากข้างนอกจะเข้ามาในบ้าน และหันมาพูดกับป้าของเธอที่กำลังเก็บกวาดบ้านอยู่
     “
ป้าแอนนาคะ ให้หนูช่วยไหมเมื่อ ลูน่า เห็นป้าแอนนากำลังเก็บกวาดห้องอยู่ ก็อาสาเข้าไปช่วยด้วยความเต็มใจ ขืนทำคนเดียว เหนื่อยแย่เลยก่อนที่จะบ่นด้วยความรวดเร็ว ก่อนที่จะเดินเข้าไปหยิบอุปกรณ์ทำความสะอาดจากห้องเก็บของ
     “
พูดมากจนจะเป็นคนแก่อยู่แล้วนะจ๊ะป้าแอนนาก็จัดเก้าอี้และโต๊ะพร้อมกับพูดล้อ "ไม่เป็นไรจ้ะ นี่จวนจะเสร็จหมดแล้ว"
    
เจ้าแมว คริส ก็นั่งสงบอยู่ที่เก้าอี้ตัวโปรดของลูน่า เนื่องจากเบาะยังนิ่มสบายอยู่ และยังแข็งแรง ไม่โครงเครงเหมือนกับเก้าอี้อีกสองตัว ที่ลุงมาร์คและป้าแอนนา เป็นคนนั่ง
    
อากาศเริ่มเย็นขึ้นเล็กน้อย แต่ก็ยังไม่ถึงกับหนาวมาก โชคดีที่ตอนนี้หิมะได้ละลายหายไปชั่วคราว ก่อนที่จะตกลงมาใหม่อีกครั้งในยามดึกจนถึงรุ่งเช้าของวันใหม่อีกวัน
    
คริส เป็นแมวที่มีนิสัยเหมือนคนมาก ชอบอ้อน แถมยังไม่ข่วนเบาะนั่งเหมือนแมวทั่วไป ทั้งๆที่ไม่ได้ฝึกมาเหมือนกับแมวของพวกขุนนาง แต่กลับดูเรียบร้อย เวลามีแขกมาที่บ้าน มันก็เงียบสงบไม่ไปอ้อน ไม่ไปเล่นด้วย แต่ถ้าแขกคนนั้นอยากเล่นกับมันเมื่อไร คริส จะเล่นด้วยทันที ดังนั้น ใครๆไม่ว่าจะลุงมาร์ค ป้าแอนนา คนอื่นๆในหมู่บ้าน หรือ ลูน่า เอง ก็ชอบมันกันทั้งนั้น
    
ระหว่างที่พวกเธอทำความสะอาดบ้านกัน คริส ก็ไม่ไปยุ่ง ไม่ไปรังควาน แต่จะนั่งอย่างเรียบร้อย บางครั้ง ก็นอนเล่นอยู่ที่ริมหน้าต่าง แต่วันนี้หิมะตก อากาศเย็น ก็เลยมานั่งที่เก้าอี้แทน
     “
มามะ เจ้าคริส มาดูป้าทำอาหารกันลูน่าก็ได้ตบที่ต้นขาของตัวเอง เพื่อเป็นสัญญาณอนุญาตให้แมวสุดขี้อ้อน คริสกระโดดขึ้นมา เมื่อมันเห็นสัญญาณก็ดีใจกระโดดขึ้นมาบนตักของเธอและนอนนิ่งๆ ส่วนลูน่าก็ลูบลำตัวของคริสอย่างนุ่มนวลนั่งดูป้าแอนนาทำอาหารอย่างมีความสุขเนื่องจากป้าของเธอทำอาหารได้น่าสนใจไม่มีเบื่อ
   
ป้าแอนนาจัดแจงวางเครื่องปรุงทั้งหลายในที่ที่เหมาะสม ที่เหมาะสำหรับให้เธอหยิบได้สะดวกรวดเร็ว ก่อนที่จะนำมือมาเช็ดผ้ากันเปื้อนให้สะอาดอีกครั้ง ก่อนที่จะเอื้อมมือขวาของเธอไปหยิบผักที่หั่นไว้ ลงในหม้อ แล้วก็ใส่เครื่องปรุงตามลงไป แล้วก็คนให้เข้ากันก่อนที่จะวางทิ้งไว้ และหันไปหั่นเนื้อหมูเป็นชิ้นๆ บางกำลังดี ไม่หนาหรือบางจนเกินไป เมื่อหั่นเสร็จ ก็ได้ก้มลงไปจุดไฟในเตาผิงที่ดับไปแล้ว แต่ก็จุดไม่ติดไปหลายครั้งเนื่องจากวันนี้อากาศหนาว และลมแรง จึงทำให้ไม้ที่เป็นเชื้อเพลิงชื้น จุดไฟติดได้ยาก
    
เมื่อ ลูน่า เห็นป้าของเธอจุดไม่ติด ก็คิดที่จะเข้าไปช่วย ... แต่ป้าก็จุดไฟติดได้พอดี เธอก็เลยถอนหายใจอย่าลงช้าๆก่อนที่จะอุ้มคริสลงไปนอนที่โซฟา ข้างๆตัวของเธอ ก่อนที่จะเดินขึ้นไปยังชั้นสองเพื่อไปหยิบหนังสือมาอ่าน
    
เมื่อเดินขึ้นมายังชั้นสองและเปิดประตูห้องนอนเข้ามา ก็เข้าไปหยิบหนังสือที่ได้อ่านทิ้งไว้ ซึ่งวางอยู่ที่โต๊ะ พร้อมกับก้มลงไปหยิบผ้าห่มที่เก่าและเป็นผ้าห่มผืนแรกของเธอ พาดที่ไหล่ข้างขวา ก่อนที่จะเดินออกจากห้องนอน ปิดประตู และเดินลงไป
    
เมื่อลงมายังชั้นล่าง ก็รีบนั่งที่โซฟาพร้อมกับคลุมผ้าห่มไว้ให้อบอุ่น พร้อมกับนั่งอ่านหนังสือที่ค้างทิ้งไว้ต่อ

     หลังจากที่โอดิน วิลี และเว ได้โค่นยักษ์อีมีร์ และนำส่วนต่างๆมาสร้างเป็นโลกขึ้นมา เช่น เนื้อเป็นพื้นดิน เส้นผมเป็นต้นไม้ กระดูกเป็นภูเขา ฟันและขากรรไกรเป็นหินและกรวด กะโหลกก็กลายเป็นท้องฟ้า สมองก็กลายเป็นเมฆ หนอนที่ชอนไชร่างกาย ก็ได้ถูกเวทย์ของเทพทั้งสามเสกให้กลายเป็นสิ่งมีชีวิต เรียกว่า มนุษย์ นั่นเอง
    
และได้สร้างดินแดนต่างๆ หลังจากที่นำลูกไฟจากดินแดนมัสเปลไปเป็นดวงดาว ดวงจันทร์ และดวงอาทิตย์แล้ว ซึ่งดินแดนทั้งหมดเก้าดินแดน ก็ได้แบ่งออกเป็นสามส่วน ได้แก่ ส่วนบนสุด ส่วนกลาง และส่วนล่าง
    
ส่วนบนสุด ได้แก่ ดินแดนเทพแอสการ์ด เป็นที่อยู่ของเทพเอซีร์ ซึ่งเกิดจากเทพโอดิน
ดินแดนที่สอง ดินแดนเทพวานาเฮม เป็นที่อยู่ของเทพวานีร์ ไม่มีเชื้อสายของเทพโอดิน
ดินแดนที่สาม อัลฟ์เฮม เป็นดินแดนเอลฟ์ แห่งแสงสว่าง
    
ส่วนกลาง ได้แก่ ดินแดนมิดการ์ด เป็นที่อยู่อาศัยมนุษย์ แหล่งที่เทพทั้งสามนำมนุษย์มาไว้ที่นี่
ดินแดนที่สอง ดินแดนนิดาเวลเลียร์ เป็นดินแดนของคนแคระ
ดินแดนที่สาม โจทันเฮม เป็นที่อยู่ของเหล่ายักษ์
ดินแดนที่สี่ สวาตัลฟ์เฮม เป็นที่อยู่ของเอลฟ์ดำและเอลฟ์ขาวนั่นเอง
    
ส่วนล่าง ได้แก่ เฮลเฮม เป็นดินแดนใต้พิภพ หรือ อาณาจักรแห่งความตาย
ดินแดนที่สอง นิฟเฟิลเฮม เป็นโลกแห่งความตาย
    
เทพเจ้าแบ่งของเป็นวงศ์หลักๆ มีอยู่สองวงศ์ไ ด้แก่ วงศ์แรก เทพเอซีร์ อาศัยอยู่ที่ดินแดนแอสการ์ด มีเชื้อสายของโอดิน
วงศ์ที่สอง วานีร์ อาศัยอยู่ที่ดินแดนวานาเฮม เป็นเทพเกี่ยวข้องกับธรรมชาติเป็นส่วนใหญ่ มีความสามารถด้านเวทย์มนตร์สูง ซึ่งทั้งสองวงศ์นี้ต่างรบรากันตลอด แต่ก็ต้องสงบศึกกันและรวมตัวกันต่อสู้กับยักษ์น้ำแข็ง ที่มาบุกรุกดินแดนเทพ ครั้งสงครามแร็กนาร็อค

     ในที่สุด ก็เข้าเรื่องแล้ว นี่ก็เลยครึ่งเล่มมานิดๆละ ลูน่า ปิดหนังสือพร้อมกับยิ้มแย้ม และขยี้ตาไปพร้อมๆกันเนื่องจากอ่านหนังสือไปมาก
    
หลังจากนั้น ลูน่าก็ค่อยๆลุกขึ้นอย่างช้าๆ เพราะเวลาที่นั่งนานๆแล้วลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว อาจทำให้หน้ามืดได้ นี่คือสิ่งที่ป้าแอนนาได้สอนเธอเอาไว้ แล้วบิดขี้เกียจอย่างช้าๆ หมุนตัวซ้าย ขวาไปมา ก่อนที่จะต้องทำตาโต ตกใจ เนื่องจากเห็นลุงและป้าของเธอกำลังนั่งรับประทานอาหารเช้ากันอยู่
    
เมื่อเธอปิดหนังสือและวางไปที่โต๊ะไม้ข้างๆโซฟาหนังนั้น สายตาของเธอก็สอดส่องไปเห็นคุณลุงนั่งอยู่ที่โต๊ะอาหารก่อนแล้ว
    
ลูน่า ก็รีบจัดแจงอุปกรณ์ในการทานอาหารวางลงบนโต๊ะอย่างระมัดระวัง และเริ่มทานอาหารทันทีเนื่องจากมื้อเช้าเข้าปาก พร้อมกับถามเรื่องที่สงสัยไปด้วยแล้วทำไมไม่เรียกหนูล่ะคะ ปล่อยให้อ่านหนังสือเพลินเลย
    
หลังจากที่ลูน่าถามออกไปก็ได้ทำหน้าสงสัยแบบงงๆ ก่อนที่จะก้มลงไปทานอาหารอย่างเรียบร้อย เนื่องจากมารยาทในการรับประทานอาหารก็ถูกป้าแอนนาสอนไว้ว่า ในเวลาทานอาหารไม่ควรพูด แต่ถ้ามีเหตุก็เคี้ยวอาหารแล้วกลืนให้เสร็จก่อน ให้พูด เธอนึกถึงคำพูดของป้าที่ได้สั่งสอนได้อย่างสนิทใจ
     “
ก็เห็นหลานอ่านอยู่ เลยไม่อยากให้ออกจากโลกส่วนตัวไงล่ะลุงมาร์คก็ได้เคี้ยวและกลืนอาหารให้เสร็จก่อนที่จะเอาผ้าเช็ดปากที่วางอยู่ตรงตักขึ้นมาเช็ดปาก แล้วค่อยตอบเธออย่างยิ้มๆ
     “
แถมก่อนที่หลานจะหยุดอ่าน ลุงเขาก็พึ่งกลับมาจ้ะป้าแอนนาก็ได้เอ่ยพูดขึ้นให้ลูน่าหายข้องใจและสงสัย เนื่องจากเห็นหลานทำหน้าสงสัยงุนงง หลังจากที่สามีของเธอตอบ พอเราจัดวางของเสร็จ หลานก็หยุดอ่านพอดี
     “
อ่อ ... หนูเข้าใจผิดนี่เองเมื่อลูน่าได้ยินคำตอบที่แน่ชัด ก็หายข้องใจและสงสัยทันที ก่อนที่จะไปล้างมือ และมานั่งที่เก้าอี้ตัวโปรด
     “
ทานอาหารกันเถอะจ้ะ วันนี้ต้องไปช่วยจัดงานไม่ใช่หรือจ๊ะ
     “
ใช่ค่ะ ที่โบสถ์ งั้นเรารีบทานกันเถอะค่ะลูน่ารีบพูดพร้อมกับแอบยิ้มเล็กน้อยก่อนที่จะเริ่มทานอาหารกัน
    
ลูน่าเดินมาที่โต๊ะก่อนที่จะวางหนังสือลง ขณะที่กำลังจะเริ่มรับประทานอาหาร
    
จู่ๆ เธอก็เหมือนจะหน้ามืด
    
แต่มันก็ไม่ใช่ เหมือนมีข้อมูลอะไรบางอย่างแทรกเข้ามาในหัว ภาพมืดๆและมัวจนมองแทบไม่เห็นยังแล่นเข้ามาอย่างรวดเร็ว ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด ... เพียงชั่วครู่เดียว ทุกสิ่งทุกอย่างก็จางหายไป

     นี่ไม่ใช่ครั้งแรก และไม่น่าจะเป็นครั้งสุดท้าย มันดูเหมือนเป็นความทรงจำครั้งยังเยาว์วัย แต่เพราะเหตุใด ทำไมจึงตีความหมายของภาพที่แล่นเข้ามาในสมองไม่ได้

     ลูน่าค่อยๆส่ายหน้าเพื่อสลัดความคิดนี้ทิ้ง ก่อนที่จะค่อยลงมือรับประทานอาหาร ...
    
เมื่อทานกันเสร็จเรียบร้อย ป้าแอนนาก็ได้จัดการทำความสะอาดจานชาม ก่อนที่จะไปแต่งตัวเพื่อเตรียมตัวไปโบสถ์พร้อมกับลูน่าและลุงมาร์ค
     .
     .
     .
     “
พร้อมกันแล้วใช่ไหมจ๊ะ
     “
ปิดประตู หน้าต่างเรียบร้อยแล้วค่ะ ไปกันเถอะค่ะลูน่าเอ่ยพูดขึ้นหลังจากที่ตรวจสอบว่าเรียบร้อยแล้วหรือเปล่า
    
หน้าต่างถูกกลอนปิดสลักปิดเอาไว้อย่างแน่นหนาเพื่อไม่ให้คนนอกเข้าไปได้ ประตูบานเดียวที่อยู่หน้าบ้านซึ่งเชื่อมระหว่างข้างในกับข้างนอกไว้ด้วยกันก็ถูกปิดสลักไว้แน่น ...
     “
งั้นเราไปกันเลยละกันลุงมาร์คก็ได้เอ่ยพูดขึ้น พลางสะบัดเสื้อกันหนาวก่อนที่จะมาใส่คลุมร่างอีกที
    
หลังจากนั้น ทั้งสามคนก็ได้ออกเดินทางไปยังโบสถ์ โดยที่ต้องเข้าไปยังกลางใจเมืองของหมู่บ้าน เนื่องจาก โบสถ์นั้นอยู่ส่วนกลางของหมุ่บ้าน เพื่อให้ผู้คนจากทั่วทิศมาได้สะดวก และเป็นธรรมกับทุกทิศที่สุด


Thank for BG by

 http://writer.dek-d.com/zeropyo/writer/view.php?id=704154   

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

158 ความคิดเห็น

  1. #113 yamroll-os (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2555 / 19:14
    เริ่มเข้าเรื่องแล้วววว น่าติดตามๆ จ้า ><
    #113
    0
  2. #95 songpor (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2555 / 10:26
    ลูน่าาา
    เธอโดนของไรป่ะเนี่ย55
    ต่อๆๆ
    #95
    0
  3. #74 sakuraza55 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2555 / 16:18
    บอกตรงๆ
    นิยายของกระปุก
    เป็นนิยายที่มีเนื้อหาเข้มมาก -0-
    #74
    0
  4. #48 natnatnatty17 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2555 / 22:46


    ลูน่า เป็นใครรร (แอบสงสัย) 55
    #48
    0
  5. #36 emmi01 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2555 / 17:02
     โอย... ไม่้ต้องขนาดนั้นหรอกคะ
    แค่ไม่อยากให้นิยายดี ๆ ต้องมีคำผิด
    พรุ่งนี้สอบขอให้ได้คะแนนเต็มนะคะ ;)
    #36
    0
  6. #34 nongpook (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2555 / 16:46

    สุดยอดมากก White Ribbon เห็นคำผิดหมด ขอปรบมือให้ เดี๋ยวจะแก้ให้จ้า แต่พรุ่งนี้ต้องสอบแล้ว ขอสอบเสร็จก่อนน้า

    ( สงสัยต่อไป ต้องมีรางวัลที่หาคำผิดได้ 5555+ )

    ขอบคุณทุกคนที่มาอ่านจ้า ขอบคุณมาก :)

    #34
    0
  7. #33 emmi01 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2555 / 16:34
     มาตรวจคำผิดอีกแล้วคะ :D
    // ย่อหน้าสุดท้าย คำว่าหมู่บ้านคะ (นิดเดียวเอง)


    #33
    0