ไขความลับแห่งเวลส์ ภาค ผจญภัยสู่ดินแดนเหนือนภา

ตอนที่ 14 : ความฝัน...

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 70
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    6 ก.ย. 55

     เช้าวันใหม่ของวันนี้เป็นวันที่ทุกคนมีความสุขกัน สายลมหนาวพัดผ่านไปมาอย่างเบาบางและเงียบสงบหลังจากที่พายุสงบลง แสงแดดรำไรยามสายที่สาดทอให้อบอุ่น หมู่เมฆจับตัวกันเป็นก้อนๆเรียงเป็นกระจุกมีรูปร่างสวยงามน่าชื่นชม หิมะขาวโพลนนิ่มสะอาดค่อยๆลอยละล่องร่วงหล่นลงมาช้าๆ พื้นขาวสะอาดเนียนนุ่มที่เต็มไปด้วยหิมะเกาะตัวกันหนา

     เสียงกระโตกกระตากของไก่ขันร้องเรียก เสียงผู้คนจ้อกแจ้กจอแจดังไปมาอย่างมีความสุข วันที่ใครๆต่างก็รื่นเริงหรรษากันทั่ว แต่กลับเป็นวันที่แย่วันหนึ่งของคนๆหนึ่ง

    

     เด็กสาวคนนั้นโผตัวขึ้นมาจากเตียงนอนเก่าๆ ไอละอองน้ำที่ลอยออกมาจากปากของเธอนั้นถูกแสงทอดผ่านออกเป็นรุ้งกินน้ำลางๆ เหงื่อผุดขึ้นตามตัวและใบหน้า เส้นผมกระเซอะกระเซิงยุ่งเหยิงไปหมด สีหน้าซีดเซียวราวกับไก่ต้ม อาการแสดงท่าทางดูแล้วคลับคล้ายคลับคลากับเด็กๆที่เพิ่งจะตื่นจากฝันร้าย

 

     ความฝันหรอกหรือ เด็กสาวผู้ฝันร้ายผู้น่าสงสาร ค่อยๆยันตัวขึ้นนั่งช้าๆบนเตียงนอนเก่าๆที่ทำด้วยไม้ มองมือของตัวเองที่สั่นไม่หยุด

     เธอพยายามเรียกสติกลับคืนมา คิดว่านี่เป็นแค่ความฝัน เมื่อเธอเรียกสติกลับคืนมาได้แล้ว พลางมองข้าวของที่อยู่ภายในห้องซึ่งแทบจะไม่มีอะไร เพื่อให้เป็นหลักฐานยืนยัน ก่อนที่จะค่อยๆลุกขึ้น และก้าวเดินไปยังห้องน้ำที่อยู่ห่างไม่ไกล เพื่อให้สายน้ำที่ไหลเย็นช่วยพัดพาฝันร้ายที่แสนยาวนาน และไม่อาจลืมได้ พร้อมกับน้ำตาที่ไหลรินออกมาจากนัยน์ตาโดยที่ไม่รู้ตัว

 

...

 

     ที่บ้านหลังหนึ่งในหมู่บ้านที่เต็มไปด้วยหิมะที่เงียบสงบปกคลุมแน่นหนาอยู่

     หลานหายไข้แล้วหรือเสียงอันสดใสดังขึ้นอย่างรวดเร็ว น้ำเสียงอันดีใจอย่างสิ้นสุด ดีขึ้นหรือยังจ๊ะ ลูน่า

     ป้าแอนนารีบวิ่งเข้าไปหา ซักถามอาการด้วยความเป็นห่วงลูน่า เมื่อเห็นหลานสาวเพียงคนเดียวของเธอฟื้นตื่นขึ้นมา

     ก็ดีขึ้นมากแล้วค่ะลูน่าตอบกลับไป ส่งยิ้มให้ พลางเข้าโผกอด สัมผัสความอบอุ่นที่เธอห่างหายไปนับเกือบครึ่งเดือน หนูเป็นอะไรไปหรือคะ

     เธอเริ่มถามเพื่อจับใจความว่าเธอเป็นอะไรไปในช่วงเวลานั้น เธอจำอะไรไม่ได้เลย

     หนูคงไม่สบายจนเป็นไข้ เพราะพายุหิมะกระมังป้าแอนนาพูดเปิดอธิบาย จูงมือหลานสาวมานั่งที่โซฟาหนังสัตว์อันแสนนุ่ม เมื่อวานนี้พายุหนักมาก หนูก็ออกจากโบสถ์ไปเอาดอกไม้ตั้งนาน ก็ยังไม่กลับมา พวกเราเลยพากันออกตามหา

     ป้าแอนนาค่อยๆพูดค่อยๆจาอธิบาย กลัวว่าหลานสาวของเธอ ลูน่าจะฟังไม่ทัน เพราะเธอเป็นคนที่พูดเร็วกว่าปกติเสียหน่อย

     พวกเราก็ไปเจอหนูนอนสลบอยู่ไม่ไกลจากร้านดอกไม้น่ะเธอพูดอย่างช้าๆ ก่อนที่จะจบคำพูดอย่างง่ายๆ

     ลูน่าฟังไป นึกคิดไป แอบหัวเราะในใจไป

     ที่เธอได้ไปพบเจอกับผู้คนที่แสนดี ได้ไปต่อสู้ฝ่าฟันอันตรายต่างๆ ได้ไปช่วยเหลือผู้คน เวลาที่แสนยาวนานที่เธอรู้สึกนั้น กลับเป็นเพียงความฝัน ที่เกิดขึ้นชั่วข้ามคืนเพียงเท่านั้นเอง

     แสดงว่าวันนี้เป็นวันคริสต์มาสนี่คะลูน่าพูดเปลี่ยนประเด็น ไม่ให้ตัวเองนึกคิดถึงฝันอันเป็นเรื่องไร้สาระ งานเริ่มเที่ยงตรง นี่กี่โมงแล้วคะ

     สิบเอ็ดโมงตรงจ้ะป้าแอนนาเอ่ยตอบกลับไป ส่งยิ้มกว้างกลับไปให้

     งั้นหนูรีบไปอาบน้ำแต่งตัวดีกว่า ขืนทำอะไรช้ากว่านี้เธอพูดเสียงสูงขึ้นเล็กน้อย ทำเสียงเข้าใจอย่างใสแจ๋ว โผเข้าไปหอมแก้มแอนนา ก่อนที่จะลุกขึ้น และรีบเดินกึ่งวิ่งขึ้นห้องไปอย่างรวดเร็ว

     .

     .

     .

     ชุดนี้ท่าจะดี ลูน่านึกคิดในใจ ความรู้สึกเศร้าใจที่มีอยู่ก็เริ่มจางหายไป เมื่อ เธอไม่ถูกทำให้รื้อฟื้นความฝันร้ายขึ้นมา เธอพยายามคิดถึงเรื่องสนุกๆ เรื่องที่มีความสุข เพื่อลบเลือนภาพความทรงจำแบบนี้ออกไป

     เธอเลือกชุดเสื้อผ้าในตู้อย่างขะมักเขม้น เผลอเม้มปากโดยที่ไม่รู้ตัว จนเห็นลักยิ้มที่แก้มข้างขวาเพียงข้างเดียวที่เธอมี ก่อนที่จะคว้าชุดออกมาอย่างอารมณ์ดี

     ชุดกระโปรงสีขาวครีมยาวจรดเกือบข้อเท้า มีขอบลายดอกไม้เป็นสีครีม เหมาะกับทรงผมของเธอในตอนนี้ ที่ยังปล่อยอิสระยาวเลยไหล่ไปเกือบหนึ่งคืบมือ

 

     เมื่อแต่งตัวเสร็จ ลูน่าก็หันตัวไปมา ตรวจดูความเรียบร้อย ก่อนที่จะมุ่งหน้าไปทางประตูเพื่อไปโบสถ์ แต่ก็ต้องหยุดชะงักลง

     เธอหันมาเหลือบมองที่โต๊ะอ่านหนังสือที่เต็มไปด้วยหนังสือจำนวนมากซึ่งเธอเก็บเอาไว้ตั้งแต่เด็ก สายตาของเธอทำให้เธอนึกถึงฝันร้ายขึ้นมาอีกแล้ว

     เธอค่อยๆก้าวเดินไปยังโต๊ะ เอื้อมมือไปหยิบหนังสือที่เก่ามากเล่มหนึ่งซึ่งวางอยู่บนสุดของกองหนังสือ และพลิกปกหนังสือขึ้นมาอย่างช้าๆ ลูน่าๆค่อยๆสังเกตรายชื่อที่แสนเลือนลางซึ่งแสดงถึงนามปากกาของผู้แต่ง เธออยากจะรู้ว่าผู้แต่งนั้นเป็นใคร แต่ก็น่าเสียดายที่หนังสือมันเก่าจนปกขาดเกือบหมด เห็นเพียงตัวแรกของชื่อและตัวสุดท้ายของนามสกุลเท่านั้น E.... …..S

     สิ่งที่เหลือไว้ในจิตใจ สิ่งที่จะติดอยู่ในความทรงจำได้ก็คงมีแต่ความฝันสินะ เธอแอบขำ ก่อนที่จะตัดสินใจหันหลังกลับไป และก้าวออกจากห้อง พร้อมกับมุ่งหน้าไปยังโบสถ์พร้อมกับครอบครัวและหนังสือที่ทำให้เธอเพ้อฝันจินตนาการไปไกลแสนไกล

 

...

 

     วันนี้เป็นวันแสนสุขวันหนึ่งของทุกปี เป็นวันที่ใครๆต่างก็มีใจสุขเปรมปรีด์กันทั้งนั้น

     ทุกๆปีนั้น ที่เมืองหรือหมู่บ้านเล็กๆแห่งนี้ จะมีการจัดงานเลี้ยงฉลองสำหรับวันที่เหมือนเป็นวันเริ่มต้นปีใหม่ ผู้คนจะชำระล้างจิตใจของตน ให้มีจิตใจที่บริสุทธิ์ และสัญญาที่จะทำตัวให้ดีในปีถัดไป

     งานเลี้ยงนั้นก็ไม่มีอะไรเป็นพิธีรีตรองมาก แค่รวบรวมเงินทุนของผู้คนในเมืองที่เข้าร่วมงาน ซึ่งจะให้มากหรือน้อยก็ไม่ว่ากัน ขอแค่ให้แล้วจะไม่ทำให้ตัวเองและคนอื่นเดือดร้อนนั้นก็เป็นพอ และใช้ของตกแต่งโดยทำแค่เรียบง่าย ไม่ต้องสวยงามถึงขีดสุด

ส่วนอาหารการกินและขนมนมเนยก็มีแม่ครัวพ่อครัวซึ่งก็คือคนในหมู่บ้านช่วยกันทำ

     แขกในงานนั้น ส่วนใหญ่ก็จะเป็นคนฐานะธรรมดา ที่พออยู่พอกินพอใช้ ไปจนถึงคนที่ไม่มีอันจะกินจะว่าได้ ส่วนที่เหลืออันน้อยนิดนั้นจะเป็นพวกคนรวยที่มีฐานะดี มียศศักดิ์สูงส่ง แต่มีนิสัยใจดี ไม่ถือตัวเหมือนพวกนิสัยคนรวยปกติ

 

     ผู้คนเริ่มพากันออกจากบ้าน และพากันมายังกลางใจของหมู่บ้านซึ่งเป็นที่ตั้งของโบสถ์อันศักดิ์สิทธิ์และเป็นที่เคารพนับถือของทุกคน

     ผู้คนที่เดินทางนั้นต่างก็ถือถุงผ้าขนาดใหญ่อยู่ ซึ่งข้างในนั้นมีของขวัญที่ให้สำหรับเด็กๆในหมู่บ้าน และญาติมิตรเพื่อนสหายที่สนิทกัน ซึ่งของขวัญนั้นอาจจะเป็นขนมตามประเพณีก็ได้

     เมื่อเสียงระฆังของโบสถ์ดังขึ้น แสดงถึงเวลาเที่ยงตรง ซึ่งก็เป็นการแสดงอีกนัยหนึ่งว่า งานเลี้ยงได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว

 

     เสียงโห่ร้องดีใจของเด็กๆครื้นเครงไปทั่วโบสถ์ ต่างพากันวิ่งเล่นไปมา พลางรับของขวัญและกล่าวทักทายผู้ใหญ่

     ความอิ่มเอมใจ ความสุขใจที่แผ่กระจายไปยังทุกๆคน รอยยิ้มที่มีความสุขนั้น ราวกับเหล่าดอกไม้ที่ผลิดอกขึ้นใหม่ในหลังจากที่ผ่านหน้าหนาวอันหนาวเหน็บไปได้

     ผู้คนต่างพูดคุยสนทนากัน  เด็กๆก็พูดคุยเล่นกันในหมู่เด็กด้วยกันอย่างมีความสุข บ้างก็วิ่งเล่นไปหยิบขนมมารับประทานกันบ้างตามนิสัยเด็กๆที่ไร้เดียงสา

 

     น้าคะ หนูเอาหนังสือมาคืนค่ะ เผอิญอ่านหมดแล้วเธอยื่นหนังสือไปข้างหน้า มือสองมือจับไว้อย่างแน่นหนากลัวว่าหนังสือจะตกหล่น พลางมองหนังสือเล่มนั้นเป็นครั้งสุดท้าย

     บรรณารักษ์สาววัยกลางคน ส่งยิ้มให้ รับหนังสือมาแต่โดยดี อ่านเร็วนะจ๊ะนี่ เกือบสามร้อยหน้าเห็นจะได้เธอพูดแสร้งทำตกใจ พลางเปิดหน้าหนังสือไปมาอย่างช้าๆ เรื่องนี้ไม่ใช่หน้าปกนี้นะ มันเป็นนิทานปรัมปรานี่นาเธอเอ่ยถามด้วยความสงสัย

     ลูน่าใจสั่นเล็กน้อย ไม่รู้ว่าจะตอบอย่างไรดี เอ่อ ... มันค่อนข้างซับซ้อนน่ะค่ะ อธิบายไม่ถูกเธอแกล้งทำเป็นอธิบายลำบาก เพราะจะให้พูดตามความจริง คงตกใจกัน เอาเป็นว่า พรุ่งนี้เดี๋ยวหนูเอาไปเก็บเข้าที่ให้เองค่ะ

     เธอยิ้มอย่างแห้งๆ ถ้าเธอต้องพูดความจริง คงจะโดนว่าเป็นแน่แท้ เพราะเธอดันแอบเข้าไปค้นหนังสือจากห้องเก็บหนังสือเก่าที่ไม่อนุญาตให้คนทั่วไปเข้า

     ก็ได้จ้ะ ถ้าว่างๆก็ไปอีกนะไอริสพูดขึ้นเชิญชวนลูน่าแบบกระซิบเบาๆ แสดงการหยอกแกล้งมาร์คและแอนนา แต่จงใจให้ทั้งสองคนได้ยิน

     ก็รู้ไม่ใช่หรือว่าลูน่าชอบอ่านหนังสือเพลินจนลืมเวลา เดี๋ยวก็ห้ามไม่ให้ไปอีกเสียหรอกลุงมาร์คพูดหยอกกลับ ก่อนที่จะหันไปถามป้าแอนนา ใช่ไหม แอนนา

     ใช่แล้วเสียงของป้าแอนนาดังขึ้น เสียงหัวเราะของเธอดังขึ้นไประยะหนึ่ง

     และแล้วทั้งสามคนก็หัวเราะขึ้น ทิ้งไว้ให้ลูน่าเพียงคนเดียวที่หน้าแดงระเรื่ออยู่กับการถูกหยอกล้อเบาๆ ทำให้เธอยิ้มแก้มปริออกมา

     งั้นหนูขอตัวไปเล่นกับเจ้าตัวแสบทั้งหลายก่อนนะคะ สัญญาไว้แล้วด้วยเธอรีบเปลี่ยนประเด็นขอตัว ถึงแม้ในยามปกติ เธอจะไม่ค่อยชอบเล่นกับเด็กเสียเท่าไร แต่ใน ยามนี้เธอรู้สึกอยากเล่นกับเด็กขึ้นมาทันที 

     ลูน่าส่งยิ้มให้เป็นการตบท้าย ก่อนที่จะค่อยๆถอยหลังออกไปทีละก้าว เมื่อไม่มีการห้ามปรามอะไร

     เมื่อเธอหันมา ก็ถอนหายใจไปชั่วครู่ การที่เธอถูกล้อเล่นอย่างนี้ ทำให้เธอเขินอายตลอด ... ลูน่าค่อยๆหันตัวกลับมา มองกลุ่มเด็กแสนแสบประจำหมู่บ้านเจ็ดคนที่นั่งอยู่ที่ม้านั่ง ไม่ใกล้ไม่ไกลจากตรงนี้

 

     แต่ก็ต้องหยุดเดินเสียก่อน เมื่อได้ยินเสียงร้องเรียกเธออีกครั้ง

 

     ลูน่าจ๊ะ

     มีอะไรหรือคะ น้าไอริสลูน่าหันมาถามอย่างสงสัย ในใจแฝงไปด้วยความตื่นเต้นเล็กน้อย ทำไมจึงเรียกหาเธอ เธอเผลอทำน้ำหกใส่หนังสือหรือ หรือว่าทำปกหนังสือยับยู่ยี่ในระหว่างที่เดินทางไปไหนมาไหน

     หนูลืมนี่ไว้น่ะจ้ะ ทำเองหรือเสียงของน้าไอริสดังขึ้น หยิบสิ่งนั้นขึ้นมาจากหนังสือในหน้าสุดท้าย และกำเอาไว้ในมืออย่างแน่นหนา

 

     มือของเธอบังสิ่งนั้นเอาไว้อย่างสนิท ไม่สามารถเห็นได้เลย ลูน่ารู้สึกสงสัยยิ่งนัก ว่าในมือของน้าไอริสนั้นคืออะไร เธอจึงยื่นมือไปรับแต่โดยดี และเอากลับมามองให้แน่ใจ

     สายตาที่งุนงง แฝงไปด้วยความสงสัย อยากรู้อยากเห็นจำนวนมาก ก็แปรเปลี่ยนไปเป็นสายตาที่ดีใจและเสียใจไปพร้อมๆกัน

     .

     .

     .

     สิ่งธรรมดาที่ดูเหมือนไม่มีค่าอะไรมากมาย ไม่ได้มีความโดดเด่นเหมือนของหายาก ไม่ได้ส่องแสงสะท้อนแวววาวเหมือนเพชรนิลจินดา ไม่ได้ล้ำค่า มีราคาเหมือนเงินทอง ไม่ได้สวยงามดุจแพรวาไหม แต่มันก็เป็นของมีค่าทางด้านจิตใจของคนๆหนึ่งเพียงเท่านั้นเอง

     ไอบ้า ความดีใจและเสียใจผสมผสานแผ่กระจายไปทั่วจิตใจ ลูกตาคลอไปด้วยน้ำที่ใสสะอาด ความจริงที่ไม่อยากจะรับรู้ เรื่องราวที่แสนทำร้ายจิตใจ

 

     ไม้ประดับเก่าๆที่ถูกตกแต่งประดับด้วยอะไรไว้อย่างดี แต่ถูกแกะสลัก ทำให้ความสวยงามจางหายไปเกือบครึ่งหนึ่ง ด้วยคำว่า Luna

 

     การที่เธอได้มาเจอสิ่งนี้ มันอาจเจ็บปวดเกินกว่าจะรับได้ มันอาจจะแย่และเลวร้ายมาก ถ้าเป็นไปได้ ก็ไม่อยากจะรับมันไว้ และเก็บมันไว้ในความทรงจำสักเท่าใด ... แต่บางทีสิ่งที่เราต้องการ มันก็อาจจะไม่มาหาเรา

     เป็นอะไรไปหรือ เสียงของแอนนาดังขึ้นถามด้วยความห่วงใย เสียงของเธอสั่นเล็กน้อย จ้องมองหลานสาวเพียงคนเดียวที่ก้มหน้าอยู่อย่างไม่ละสายตา

     ทุกคนต่างก็รอเวลาให้เด็กสาวเอ่ยตอบขึ้นมา ซึ่งแทบไม่อยากจะรอแล้ว ในเวลาเช่นนี้รู้สึกอึดอัดมากเหลือทน

     ลูน่าค่อยๆเงยหน้าขึ้นมาช้าๆ เอ่ยขึ้นพร้อมกับแววตาที่เปลี่ยนไปไม่มีอะไรค่ะ แค่ฝุ่นเข้าตานิดหน่อยเท่านั้นเองเธอแสร้งทำเป็นเจ็บตาเพราะฝุ่นเข้าตาทั้งๆที่กำที่คั่นหนังสือไม้เก่าๆไว้แน่น

     ถึงแม้การกระทำและคำพูดของลูน่านั้นดูเหมือนว่าจะไม่พูดความจริงก็ตาม แต่เมื่อเธอกล่าวพูดออกมาเช่นนี้ ก็คงมีเหตุผลที่ไม่อยากจะพูดความจริงกับใครทั้งนั้น จึงไม่มีใครคัดค้านหรือเอ่ยถามกลับอีกเลย เพราะทุกคนในบางสถานการณ์ ก็มีบางเรื่องที่อยากเก็บไว้ในใจเพียงคนเดียว ดีกว่าจะเอ่ยพูดออกมาให้คนอื่นรู้ไปตามกัน

   

     ถ้าจะมีคนที่หลงเชื่อกับคำพูดของเธอนั้นก็คงจะมีแต่เด็กๆที่ยังไร้เดียงสา มองในโลกแง่ดี และไม่เคยเจอเรื่องราวที่เลวร้ายสักเท่าไร

     ฝุ่นออกหรือยังฮะ พี่ลูน่าเสียงเด็กผู้ชายใสแจ๋วเอ่ยถามขึ้นด้วยความเป็นห่วง อย่าขยี้ตานะ เดี๋ยวจะยิ่งเจ็บตา

     ความไร้เดียงสาของเด็กน้อย ทำให้คนอื่นๆที่มีอายุมากกว่าหลุดหัวเราะออกมา แม้กระทั่งลูน่าเอง ก็ยังคลายความเศร้าได้เพราะเด็กๆเหล่านี้

     เธอหันมายิ้มให้เล็กน้อย ย่อตัวลงช้าๆ ให้ความสูงของตัวเองเท่ากับเหล่าเด็กๆ เพื่อจะได้พูดคุยกันได้สะดวก กลัวพี่จะเล่นด้วยไม่ได้ใช่ไหมล่ะ

     ลูน่าค่อยๆลุกขึ้นช้าๆ ลูบศีรษะเด็กคนหนึ่งในกลุ่มซึ่งก็คือชาร์ลส์ เด็กน้อยผู้เป็นเด็กที่เธอสนิทที่สุดที่เธอรู้จัก ค่อยๆกวักมือเรียกให้เดินไปตามๆกัน เสียงเด็กเริ่มดังขึ้นทีละเล็กละน้อยอย่างไม่หยุดไม่หวั่น

 

     วันเวลาที่ผ่านล่วงเลยไปอย่างช้าๆ ผู้คนที่มีความสุขกัน และพร้อมที่จะเริ่มต้นชีวิตครั้งใหม่ ไม่ให้ล้มเหลว หรือมีความผิดพลาดใดๆในปีถัดไป

 

...

 

     บางที การที่เราได้พบกับใครสักคน หรือได้พบเหตุการณ์อะไรก็ตาม ถึงแม้จุดจบมันจะดีมีความสุข หรือเลวร้ายและแสนเศร้าก็ตาม แต่ก็อยากให้ครุ่นคิดกับจิตใจของตัวเอง

ถ้ามันเป็นเรื่องราวที่ดี ก็จดจำมันเอาไว้ ให้มันมีความสุขกับเราไปตราบนานเท่านาน

     แต่ถ้ามันเป็นเรื่องราวที่แย่ และทรมานจิตใจเรา ก็อยากให้เรานำสิ่งที่มันล้มเหลวครั้งนั้นมาเป็นบทเรียน เพื่อให้เรากล้าลุกขึ้น และเผชิญสิ่งที่เราต้องฝ่าฟันต่อไป ไม่มองความล้มเหลวอย่างใจเสีย

     ทุกชีวิตย่อมมีการฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆ ทุกคนย่อมมีทุกข์ มีสุขกัน ทุกคนย่อมล้มเหลวกันมา แต่มันขึ้นอยู่ว่า แต่ละคน จะมองสิ่งที่ตัวเองพบเจอกันอย่างไร ...
 

                                        ... จบภาคแรก ...

สวัสดีน้าาา ผู้อ่านทุกๆคน ขอขอบคุณทุกท่านที่ติดตาม ขอขอบคุณที่อยู่ร่วมกันมาจนจบนะ :D

ก็ขอให้ผู้อ่านทุกคนโปรดติดตามตอนต่อไป ภาค ไขปริศนาลับแห่งเวลส์ ด้วยน้าาาา >/][\<

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

158 ความคิดเห็น

  1. #149 kaikoku (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 22 กันยายน 2555 / 18:54
    บรรยายได้สุดยอดมากกกกเลย รอภาคต่อไปอยู่นะ 
    ปล.
    ฝันนานดีนะ 555 อย่างนี้น่าหลับสัก 3 เดือน (ล้อเล่นๆ)
    #149
    0
  2. #148 darkfate (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 17 กันยายน 2555 / 13:27
    จบแล้วเหยอ - - ทำไมสั้นจังง่ะ เรายังเหลืออีกเพียบเลย ของเธอจบซะแล้ว
    #148
    0
  3. #147 yamroll-os (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 16 กันยายน 2555 / 17:26
    จบเร็วจังอ่าาาา TwT
    อยากอ่านต่อแล้วววววววว
    ขอภาคต่อเถอะนะปุกน้าาาา
    #147
    0
  4. #146 lullana (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 14 กันยายน 2555 / 18:27
    เอากำลังใจจจจจจจจจจจจจจจจจจมาฝากจ้า
    #146
    0
  5. #142 lullana (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 12 กันยายน 2555 / 12:59
    เอากำลังใจมาฝากจ้า
    #142
    0
  6. #140 lullana (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 11 กันยายน 2555 / 12:59
    เอากำลังใจจจจจจจจจจจจจจจจจจจจจมาฝากจ้า
    #140
    0
  7. #139 lullana (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 10 กันยายน 2555 / 13:11
    เอากำลังใจมาฝากจ้า
    #139
    0
  8. #137 kigloverun (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 8 กันยายน 2555 / 22:54
    ภาคตต่อๆๆๆๆ !!! // ชูป้าย >[]<

    รักไรพ์คนนี้จัง :)))
    #137
    0
  9. #135 billydragon29 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 7 กันยายน 2555 / 18:43
    เนื้อเรื่องน่าติดตามมาก
    #135
    0
  10. #134 lullana (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 6 กันยายน 2555 / 22:59
    เอากำลังใจมาฝากจ้า
    #134
    0
  11. #133 pizzahula (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 6 กันยายน 2555 / 20:24
    รอภาคต่อไป ><
    #133
    0
  12. #130 nongpook (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 6 กันยายน 2555 / 18:21
    เมื่อทุกท่านอ่านจบแล้ว ขอความเห็นทุกๆคนด้วยน้าาา ไม่ว่าอยากจะแนะนำอะไร ติเตียนอะไร หรือจะติชมอะไรก็บอกเลยน้าาา
    ผู้เขียนคนนี้จะได้มีกำลังใจในการเขียนต่อไป~~~ :D
    #130
    0