ไขความลับแห่งเวลส์ ภาค ผจญภัยสู่ดินแดนเหนือนภา

ตอนที่ 13 : ไม่อาจหวนกลับคืน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 65
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    24 ส.ค. 55

     ยิ่งเข้าใกล้ร่างของหมาป่ายักษ์มากเท่าไร ความรู้สึกที่มืดมนก็มากขึ้นเท่านั้น

     ลูน่าวิ่งเข้าไปเรื่อยๆ ข้ามสิ่งกีดขวางไปอย่างไม่ท้อถอย ถึงแม้จะรู้สึกว่าหมาป่าตนนี้น่ากลัวเพียงใด สายลมจากการที่หางของมันสะบัดไปมา นั้นแสนจะเยือกเย็น หนาวสะท้านเข้าไปในร่างกาย

     จะทำอย่างไรดี จะทำให้มันชะงักหยุดได้ชั่วคราว ลูน่าคิดไป วิ่งไป ก่อนที่จะไปหยุดหลบอยู่ที่โขดหิน เธอเขวี้ยงหินนับไม่ถ้วนใส่หมาป่ายักษ์เฟนเรียร์ แต่มันก็ไม่รู้สึกรู้สาอะไร ยังตวัดหางฟาดผู้คนไปมา และใช้กรงเล็บอันแหลมกล้าตะปบเหยื่อผู้เคราะห์ร้าย พลางหันมาจับคันธนู อาวุธคู่กายให้แน่นมือ เธอรวบรวมสมาธิอย่างแน่วแน่อีกครั้ง แต่มือก็สั่นละลั่กไม่หายไป แสงสีฟ้าอ่อนๆสว่างขึ้นมาขั่วครู่ก็หายไป

     แย่ล่ะ ทำยังไงดี ลูน่าขยับตัวพูดอย่างไม่พอใจ ด้วยเหตุใดก็ไม่ทราบแน่ชัด เพราะสติสมาธิของเธอมีไม่พอหรือว่าอะไรกันแน่ แต่ลูน่าก็ไม่ยอมถอย เธอลนลานหาสิ่งของรอบข้าง ก่อนจะสังเกตเห็นศรธนูที่ปักแขนยักษ์ตนหนึ่งที่ไร้วิญญาณไปแล้ว

     ขอโทษนะลูน่าค่อยๆยื่นมือไปสัมผัสที่ผิวหนังของยักษ์ตนนั้น มันดูหยาบกระด้างและน่ากลัว เธอพล่ามขอโทษในใจเพราะไม่อยากทำร้ายใคร มันนดูเหมือนตอกย้ำทั้งที่ๆไร้วิญญาณไปแล้ว ลูน่าค่อยๆกำศรธนูแน่นๆ ค่อยๆขยับมือออกแรงดึงช้าๆ

     ศรธนูค่อยๆเคลื่อนตัวขึ้นมาเล็กน้อย แต่มันยังติดคาอยู่กับกายของยักษ์ตนนั้น ลูน่าวางคันธนูไว้ข้างๆ เอื้อมมืออีกข้างมาช่วยออกแรง แต่มันก็ยังไม่ขยับสักเท่าใด

     ลูน่าเพ่งจิตใจอยู่ตรงที่ศรธนูตรงนั้น จนไม่ได้สนใจสิ่งรอบข้าง เงามืดแผ่ขยายมาทางด้านหลังโดยที่เธอไม่ได้รู้ตัว เงามืดนั้นแพร่ขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆอย่างรวดเร็ว จนเธอรู้สึกตัวในที่สุด!!!

     ลูน่าหันมาด้วยความรวดเร็ว มือขวารีบคว้าคันธนูขึ้นมาเพื่อป้องกันตัวอย่างรวดเร็ว แต่ทุกสิ่งก็สายไปเสียแล้ว...

     ภาพที่นัยน์ตาของเธอได้รับ ยักษ์อีกตนหนึ่งบุกเข้ามาจากด้านหลัง ยังไม่ทันได้หลับตาหนีด้วยความตื่นกลัว  ตะบองหนามยักษ์ อาวุธอานุภาพที่แสนร้ายแรงพุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว

 

 

     ร่างหนึ่งพุ่งเข้ามา เงามืดที่ถูกแสงอาทิตย์ส่องพุ่งเข้าหายักษ์ตนนั้น เสียงเสียดแทงของเงามืดกับร่างยักษ์ดังขึ้น สายเลือดที่โปรยปรายและทะลักออกมาอีกด้านหนึ่งของเงา

     สายตาของลูน่าเริ่มปรับกับความเข้มของแสง ภาพเริ่มเห็นชัดขึ้นจนแจ่มแจ้งในที่สุด ภาพที่ได้เห็นทำให้เธอถึงกับน้ำตาคลอ

          เอริค เจน!!!” เสียงตะโกนขึ้นด้วยความดีใจ และโล่งใจผสมปนเปไปหมด ลูน่าลุกขึ้นเข้าโผหาอย่างรวดเร็ว เธอรีบเข้าไปจับมือของทั้งสอง มิตรผู้แสนดีของเธอ ฉันดีใจที่ได้เจอเธอ

     ลูน่าพูดเสียงสั่นด้วยความดีใจ น้ำตาไหลออกมาอย่างช้าๆ เอริคและเจนต่างยิ้มที่ได้เจอลูน่าอีกครั้ง เอริคได้ถอนดาบออกมาช้าๆ สะบัดคราบเลือดออก และหันมายิ้มให้อีกครั้ง คราวนี้เจนและเอริคไม่ได้ถ่อมตัวเหมือนตอนแรกอีกต่อไป

     เธอทำอะไรของเธอเจนิกาหรือเจนถามด้วยความเป็นห่วงและสงสัย เพราะเห็นลูน่ากำลังถอนศรธนูจากร่างยักษ์ที่ไร้วิญญาณ

     ฉันจะใช้ศรธนูยิงเจ้าหมาป่ายักษ์นี่น่ะลูน่าเช็ดคราบน้ำตาออก ชี้นิ้วไปยังทางหมาป่ายักษ์ที่กำลังกระหายสงคราม มันแผ่คำรามดังไปทั่วทั้งแผ่นดิน

     แต่เธอสามารถใช้พลังได้ไม่ใช่หรือเอริคถามด้วยความสงสัย เพราะเขาเห็นเมื่อไม่นานมานี้ว่าลูน่าได้ใช้ศรธนูที่เป็นพลังบริสุทธิ์ไม่ได้ใช้ศรธนูเป็นตัวนำรูปร่าง

     ใช่ แต่พลังตอนนี้ฉันไม่พอ...ลูน่าตอบอย่างรวดเร็ว แต่ก็ต้องหยุดชะงัก เธอครุ่นคิดและหยุดนิ่งไปชั่วครู่ ก่อนจะนึกออก นึกออกแล้ว รอสักครู่นะ

     ลูน่าพูดกับเอริคและเจนิกาอย่างรวดเร็ว ก่อนจะตั้งสติและค่อยๆหลับตาลงอีกครั้ง

    

     ลีโอ ฉันอยากจะขอยืมพลังของนายหน่อย ฉันไม่มีพลังเหลือมากพอ ได้โปรดเถอะ ลูน่าหลับตาลง นึกคิดขึ้นพูดในใจ หวังว่าคำขอร้องของเธอจะส่งไปถึงสิ่งลี้ลับที่แฝงซ่อนอยู่ในคันธนูนี้

     หึๆ เจ้าเป็นคนแรกที่กล้าขอยืมพลังข้า งั้นก็จะทำตามที่ร้องขอ เสียงลึกลับดังขึ้นจากก้นบึ้งหัวใจของเธอ ไม่มีใครได้ยินเสียงนอกจากเธอเพียงผู้เดียว

 

     เมื่อจบคำพูด ลูน่าก็ต้องลืมตาขึ้นทันทีเพราะสัมผัสถึงสิ่งผิดปกติของสภาพภายนอก

     แสงสีทองอมเหลืองสดสีสะท้อนพร่างพรายไปทั่วคันธนู ม้วนกลับไปมาจนเป็นคลื่นพลังที่รุนแรง

     สุดยอดไปเลย ลูน่าตะลึงถึงพลังอันมหาศาล ตาเบิกกว้าง แอบยิ้มที่มุมปากอย่างมีความหวัง แต่ก็ต้องตกใจอีกครั้ง เมื่อคนข้างๆทั้งสองคนกำลังป้องกันให้เธออยู่

     เร็วๆเข้าสิ!”  เอริคตะโกนมา สีหน้าที่กำลังหมดแรงเพราะใช้ดาบยาวเรียวป้องรับตะบองยักษ์ เล็งให้ตรงๆเจ้าหมาป่าบ้านั่น!!”

     ลูน่ามองข้างๆ ทั้งเอริคและเจนิกาต่างช่วยเหลือเธอ แผ่นดินบริเวณนั้นเริ่มยุบลงเรื่อยๆเนื่องจากแรงกดทับของเหล่ายักษ์ที่รุมโจมตี เธอมองสีหน้าและแววตาแห่งความหวังของทั้งสองที่ฝากไว้ให้กับเธอ!!

 

     เธอพยักหน้าตอบรับอย่างมั่นใจ ก่อนที่จะลุกขึ้นช้าๆ เพื่อให้เห็นเป้าหมายแน่ชัด ใช้แรงที่มีนำคันธนูตั้งขึ้นตระหง่าน เล็งเป้าหมายอย่างแน่วแน่ ก่อนที่จะลากเอ็นธนู พลังสีทองได้กลายสภาพเป็นศรธนูอันแรงกล้า แม้กระทั่งโขดหินก็สึกกร่อนเป็นร่องตามพลัง

     ไปเลย!!!!” เธอตะโกนออกไปพร้อมกับแสงสีทองอมเหลืองที่พุ่งออกไปจากคันธนู และมุ่งหน้าออกไปยังเป้าหมายอย่างรวดเร็ว

     .

     .

     .

     โฮกก!!!” เสียงโหยหวนที่เรียกร้องด้วยความเจ็บปวดดังก้องไปด้วย เอ็นเท้าหน้าข้างซ้ายของมันถูกตัดด้วยศรธนู และไปเฉี่ยวกล้ามเนื้อเท้าหน้าข้างขวาของมัน ก่อนที่จะมุ่งเลยผ่านไปยังเหล่ายักษ์ที่อยู่ทิศเดียวกันกับศรธนู

     ได้ผลด้วย เธอแอบดีใจและเสียใจเล็กน้อย เพราะเธอไม่ค่อยอยากจะทำร้ายสัตว์สักเท่าใด แต่มันเป็นเหตุจำเป็นจริงๆ

    

     เมื่อเห็นท่าทีหมาป่ายักษ์หยุดการโจมตี ยักษ์เซิร์ท ยักษ์แห่งไฟ ที่กำลังต่อสู้อยู่นั้น จึงได้โกรธเกรี้ยวโมโห ใช้ดาบไฟของตนฟาดปักลงสู่พื้นดินอย่างรุนแรง กลายเป็นเพลิงอัคคีที่สว่างร้อนแรง แผ่นดินเริ่มแตกร้าวแยกออกเป็นสองส่วนลึกลงไปกลายเป็นก้นเหว เหล่าเอนแฮร์ยาผู้พลาดท่าก็ตกลงไปในเหวที่น่าสะพรึงกลัว

     ว้าย!!” ลูน่าเผลอตัวหลุดปากตกใจออกมาโดยที่ไม่รู้ตัว รีบคลานขึ้นที่ปลอดภัยตามสัญชาติญาณของตัวเอง เพราะในตอนนี้ ร่างกายช่วงล่างไม่มีที่ยันเกาะเอาไว้

    

     ท่านลูน่าเป็นอะไรไปหรือเปล่าคะเคท ผู้ติดตามพร้อมกับเทพโอดินได้มุ่งหน้ามาทันเวลา รีบวิ่งเข้าไปช่วยดึงร่างของเธอขึ้นมาจากอันตรายทันที

     เมื่อลูน่ารอดจากอันตราย ก็โล่งใจขึ้นมาทันที ขอบใจมากนะ

     ท่านคะ ธนูของท่าน เอ่อ...เสียงของเคทเอ่ยถามอย่างเหนื่อยหอบ

     มันร้าวแล้วล่ะ ลีโอคงให้ยืมพลังเสียเกือบหมดโอดินพูดอย่างเข้าใจ ดูคันธนูที่ร้าวขึ้นเรื่อยๆ เศษผงลอยหายไปกับสายลมที่พัดผ่าน เอาล่ะ ฉันจะรับหน้าที่ปกป้องโลกนี้ไว้ให้ได้ต่อเอง

     ฉันช่วยด้วยนะลูน่าเอ่ยขึ้นเสนอให้ความช่วยเหลือ

     ไม่ได้ ในตอนนี้เธอไม่มีพลังอีกแล้ว อาวุธก็หมดสภาพ และกำลังจะสลายไปในไม่ช้า ... ฉันจะปล่อยให้เธอไปเสี่ยงอันตรายอีกไม่ได้โอดินพูดขึ้นค้านเธออย่างทันที สั่งห้ามเธอไม่ให้ทำอะไรที่เสี่ยงอันตรายอีกต่อไป

     แต่ แต่ว่า...ลูน่าเอ่ยขึ้นอย่างตะกุกตะกัก สาเหตุที่โอดินคัดค้านมาทั้งหมดนั้นสมเหตุสมผลหมด เธอไม่มีอะไรจะมาโต้แย้งได้เลย

     เคท ฉันขอคุยอะไรกับลูน่าเป็นการส่วนตัวก่อนนะโอดินเอ่ยขอเวลาชั่วคราว

     งั้นดิฉันขอตัวไปสู้รบก่อนนะคะ

     เมื่อสิ้นเสียงของเคท เธอก็รีบออกไปจากวงสนทนา และเข้าร่วมรบทันที ในฐานะผู้นำทิศตะวันตก เธอจะต้องต่อสู้ให้ถึงที่สุด

 

 

     โอดินนั่งลงที่ข้างหน้าของลูน่า สายตาจ้องมอง ที่ห้ามไม่ให้เธอไป เพราะอีกไม่ช้า สงครามก็จะสิ้นสุดลงแล้ว

     จริงหรือ แต่ดูท่าทางแล้วยังไม่มีอะไรที่บ่งบอกเลยว่าจะสิ้นสุดแล้วนี่นาลูน่าเอ่ยถาม มองสถานการณ์รอบๆที่เกิดขึ้นมันใกล้จะถึงเวลาแล้วหรือ ท่าน

     หลังจากนี้ไม่นาน ฉันจะถูกหมาป่าเฟนเรียร์กลืนกิน ก็คงจะรู้ และยักษ์เซิร์ทจะทำลายดินแดนอัสการ์ดแห่งนี้ รวมทั้งวัลฮัลลาให้สิ้นซากเสียด้วยโอดินเอ่ยถึงเรื่องราวที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคต ซึ่งลูน่าก็พอรู้อยู่แล้ว

     เมื่อโอดินเห็นสายตาของลูน่าที่เปลี่ยนไป จึงพูดต่อ และอีกอย่าง คือ ... ถึงเวลาที่จะต้องกลับไปยังโลกที่เธออยู่แล้วล่ะ

    บ้าน่า ท่านเป็นคนพูดเองกับปากท่านไม่ใช่หรือ ว่าไม่มีทางเธอทักท้วงกลับไป รู้สึกตกใจที่เทพโอดินเอ่ยขึ้นพูดเรื่องนี้ในเวลาเช่นนี้

     ข้าก็ไม่แน่ใจว่าเจ้าจะกลับไปโลกเดิมของเจ้าได้หรือไม่ แต่ข้ารู้เพียงว่า เจ้าจะยังมีชีวิตอยู่ต่อไป…” โอดินกล่าวตอบเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะชี้นิ้วมาที่แววตาที่ถูกปิดเอาไว้ แสดงให้เธอรู้ว่า โอดินเห็นอนาคตของเธอ

 

 

     เมื่อโอดินตอบเสร็จ เขาก็ถอนหายใจยาว ก่อนที่จะค่อยๆหลับตาลงช้าๆ และเริ่มขมุบขมิบปากเหมือนกับว่ากำลังท่องอะไรบางอย่าง

     ลูน่ามองไปรอบๆ รู้สึกถึงสิ่งผิดปกติที่เปลี่ยนไป ตั้งแต่เขาทำการแปลกๆมา ท้องฟ้าก็ปั่นป่วน สายลมที่พัดผ่านกลับกลายเป็นลมที่เงียบสงบลง เมฆสีเทาดำตั้งเค้าขึ้นปกคลุมไปทั่วผืนฟ้า สายฟ้าเริ่มพากันออกมาแผ่แสง ทำท่าทีว่าจะสำแดงฤทธิ์ผ่าลงมาได้ตลอดเวลา

     แสงสว่างสีเหลืองอมทองคล้ายสีรวงข้าวเกลี้ยงเนียนเริ่มสว่างขึ้น แสงจากต้นอิกดราซิลก็สว่างขึ้นเรื่อยๆเปล่งแสงอย่างมหัศจรรย์เหนือเกินคำบรรยาย ... แสงเริ่มจับตัวกันเป็นขนาดใหญ่มหึมา ก่อนที่จะลอยละล่องมายังรอบๆตัวของเธอช้าๆ

     ก้อนดินที่เหยียบย่างอยู่นั้นเริ่มแตกร้าวเป็นขนาดเล็กๆ ค่อยๆลอยขึ้นและหมุนไปมาอยู่รอบๆร่างกาย ความรู้สึกแปลกๆที่ถูกกดดันเข้ามาแทนที่ แต่เป็นความรู้สึกที่รู้สึกว่าปลอดภัย ไม่รู้สึกอยากจะบ้าตายที่มืดมนของเหล่ายักษ์สักเสี้ยวเดียว

     สายลมต่างแปรปรวนขึ้นอย่างรวดเร็ว ร่างกายของลูน่าเริ่มลอยขึ้นช้าๆทั้งๆที่ไม่ได้ขยับตัวเลย ทุกสายตาต่างจับจ้องมายังเธอแต่เพียงผู้เดียว

     ด้วยพลังอันมหาศาลที่ไหลเวียนอยู่รอบๆ ทำให้รู้สึกเหมือนมีก้อนหินขนาดยักษ์มากดทับร่างกายอยู่ แค่จะขยับปากขึ้นก็ลำบากเจียนตาย

 

     ลูน่าเอ๋ย ประวัติศาสตร์ในอดีตไม่สามารถจะเปลี่ยนแปลงมันได้ ... ข้าหวังว่าด้วยพลังของเทพทั้งมวลกับพลังจากต้นไม้แห่งโลก จะสามารถส่งเจ้ากลับไปยังโลกอันแสนสุขได้ ด้วยวิธีการบิดเบืยนมิติ

     โอดินเอ่ยขึ้นพูดในใจ ด้วยพลังอันมหาศาลที่ต้องควบคุม ทำให้เขาไม่สามารถจะหยุดนิ่งได้เลย เหงื่อเริ่มผุดขึ้นที่หน้าผากอย่างรวดเร็ว พลางร่ายเวทย์ต่อไปเรื่อยๆ

     ในโลกของเจ้า เรื่องราวของข้าอาจเป็นนิทานปรัมปราที่ถูกแต่งขึ้น ไม่มีมูลเค้าเรื่องที่เป็นความจริง แต่ในโลกของข้า ทุกอย่างคือความจริง ... ลาก่อนนะ ผู้วิเศษตัวน้อย

 

     .

     .

     .

 

     ด้วยพลังที่มีอยู่ ร่างของลูน่าได้ถูกนำขึ้นอย่างช้าๆ โดยไม่มีสิ่งใดสามารถกั้นขวางได้ หมาป่ายักษ์เฟนเรียร์ที่ตวัดแขนใส่ก็ไม่มีอะไรสะทกสะท้านเสียเลย

     เธอก้มลงไปมองข้างล่างเป็นครั้งสุดท้าย ร่างผู้คนเล็กราวกับฝูงมดจำนวนมากที่อยู่บนพื้นจากที่ห่างไกล ทุกสิ่งทุกอย่างช่างชวนให้เศร้าใจยิ่งนัก

     ลูน่าพยายามตะเกียกตะกายหมุนตัวไปยังด้านซ้าย ใช้แรงก้มหน้า เหลือบตาลงไปมองสิ่งที่เธออยากจะพบเจออีกสักครั้งก็ยังดีเป็นครั้งสุดท้าย ดีกว่าที่จะไม่ได้พบเจออีกเลย

     เธอมองอย่างอาลัยอาวรณ์ สายตาที่เศร้าหมองมองลงไป รอยยิ้มที่เบ่งบานขึ้นเล็กน้อยดั่งดอกไม้ที่ขาดน้ำ ได้หยดน้ำเพียงไม่กี่หยดมาช่วยให้อยู่ต่อไป

    

     แคทเธอรีน ผู้ติดตามผู้น่ารัก คอยห่วงใยและติดตามได้ทุกที่ทุกเวลา ... เหล่าเทพ เหล่าวัลคีรี่ และเหล่าเอนแฮร์ยาผู้แข็งแกร่งไม่ย่อท้อ ... เอริค เจนิกา ผู้ช่วยเหลือทุกสิ่งทุกอย่างในโลกนี้

 

     ขอบคุณนะ ทุกคน ... เสียงที่ดังขึ้นในใจ เธออยากให้เสียงนี้ส่งไปถึงทุกๆคน

    

     เมฆที่ปกคลุมปิดแน่นหนาไปทั่วผืนฟ้า ขณะนี้ ได้ถูกพลังอันแรงกล้าเปิดเป็นช่องว่างขึ้น แสงสีเหลืองอันตระหง่านสอดส่องสว่างไปทั่ว

     ทุกสิ่งเริ่มกลับเป็นเหมือนเดิม แสงสีเหลืองอมทองได้พ้นหายลับไปจากท้องฟ้า

 

...

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

158 ความคิดเห็น

  1. #144 Yam_RolL (@yamroll-os) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 13 กันยายน 2555 / 20:51
    อ้าว กลับซะแล้วเหรอ TOT
    อ๊าาา อยากรู้ตอนต่อไปแล้วๆ ><
    มีคำผิดด้วยจ้า อย่าลืมไปเช็คดูน้าา เราอาจดูไม่ละเอียดนัก แต่เจอคำว่า 'บิดเบือน' จ้า ปุกเขียนผิดเป็น 'บิดเบียน' อย่าลืมแก้ด้วยนะคะ ^^
    PS. ตอนแรกอ่านเจอเอริคกับเจนกลับมา แบบดีใจมากกก แต่พออ่านตอนท้ายๆ ที่่ว่าลูน่าจะกลับไป เีสียใจอ่ะ UU
    #144
    0
  2. #128 lullana (@lullana) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 6 กันยายน 2555 / 13:06
    เอากำลังใจจจจจจจจจจจจจจจจจจจจจจจจจจจจมาฝากจ้า
    #128
    0
  3. #122 lullana (@lullana) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 2 กันยายน 2555 / 13:08
    เอากำลังใจมาฝากจ้า
    #122
    0
  4. #117 HanjiRu_PR (@kaikoku) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2555 / 16:32
    เราชอบหมานะ โดยเฉพาะหมาป่า
    #117
    0
  5. #109 lady black (@nongxun) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2555 / 14:42
    สนุกจังค่ะ
    #109
    0