ไขความลับแห่งเวลส์ ภาค ผจญภัยสู่ดินแดนเหนือนภา

ตอนที่ 12 : ศึกสุดท้าย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 62
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    3 ส.ค. 55

      หนามแหลมค่อยๆกลับคืนสู่สภาพเดิมอย่างช้าๆ เคทดันอาวุธออกห่าง ล้มลงอย่างเจ็บปวดและเหนื่อยหอบ ทั้งบทบาทที่ต้องเป็นตัวล่อเพื่อเบนความสนใจของเป้าหมาย มือข้างหนึ่งเข้าห้ามเลือดตามสัญชาติญาณ

     ส่วนลูน่านั้นโชคดีที่ไม่ได้รับบาดเจ็บอะไรมากมาย จะมีก็เพียงแต่รอยเฉือนของของมีคม ไม่ได้เป็นแผลใหญ่นัก เธอรีบวิ่งเข้าไปพยุงเคทลงทั้งที่ตัวเองก็เข่าอ่อนเต็มที จากที่ต้องสังหารสิ่งมีชีวิตที่คล้ายมนุษย์ไปอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน ใครก็ได้ ช่วยที!!!”

     สิ้นเสียงของลูน่า สักพักเอลฟ์สามตนจึงวิ่งเข้ามาสมทบ และรีบห้ามเลือดอย่างเร่งด่วน ก่อนที่จะหามร่างของเคทขึ้นเพื่อนำกลับไปยังที่ปลอดภัย

     ระหว่างทาง ถึงแม้จะต้องเผชิญหน้าต่อเหล่ายักษ์ แต่โชคดีที่มีเหล่าเอนแฮร์ยาและเหล่าวัลคีรี่บางส่วนได้เข้ามาช่วยเหลือ และตัวของลูน่าเองที่ยังพอต่อสู้ได้ เธอใช้คันธนูป้องกันไปพลาง และใช้ต่อสู้ไปพลาง

     เมื่อมาถึงที่ปลอดภัย ที่นั้นปราศจากเหล่ายักษ์มาร เป็นที่รักษาของเอลฟ์ซึ่งมีผู้บาดเจ็บมาค่อนข้างเยอะ รอบด้านทั้งสี่ทิศมีเอลฟ์อีกสี่ตนคอยรักษาการณ์อยู่ ภายในก็มีเอลฟ์เอนแฮร์ยาที่ถือดาบขนาดใหญ่อยู่สองคน ผู้คนที่บาดเจ็บต่างก็ได้เอลฟ์แห่งแสงสว่างเป็นผู้รักษาให้

    แคทเธอรีนเองก็ถูกหามมาวางที่เตียงรักษาทันที ลูน่าก็รีบวิ่งตามมาอย่างไม่ขาดสาย เคท อดทนไว้นะเธอรีบเข้ามากุมมืออุ่นๆและสั่นเทาของเคทเอาไว้ เลือดที่ไหลออกมาดูท่าจะหยุดไหลแล้ว ฉันเสียใจ ... ฉันขอ   โทษน้ำตาที่ไหลออกมาอย่างช้าๆทีละเล็กละน้อย ความรู้สึกในใจที่ไขว้เขวอย่างบอกไม่ถูก ความเสียใจที่แสนทุกข์ใจถูกปล่อยออกมา การที่เคทต้องมาเป็นตัวล่อเพื่อให้ลูน่าลอบโจมตี กลับทำให้ลูน่าเสียใจยิ่งกว่าเดิม

     แต่เคทก็ส่ายหน้าเล็กน้อย ตาข้างหนึ่งที่ปิดลงเพราะความเหน็ดเหนื่อย รอยยิ้มที่เผยออกมาให้เห็นเล็กน้อย แสดงให้ลูน่ารู้ว่าเทพีผู้สูงส่งของเธอไม่ได้ผิดอะไร เพราะแผนที่ทำไปทั้งหมดนั้นเคทเป็นคนอาสา

     ถึงแม้ความรู้สึกแห่งความเสียใจ เสียงร้องไห้ที่ดังกังวานในที่รักษา จะถูกเสียงการต่อสู้แห่งสงครามกลบไปหมด แต่ความรู้สึกที่เธอมีมันทำให้ผู้คนที่พบเห็นสัมผัสได้

     ลูน่าถอยออกห่างอย่างช้าๆเมื่อเห็นเอลฟ์สองตนเริ่มทำการรักษาเคท ตาสองตาจับจ้องดูอาการคนสนิทของเธออย่างไม่ละสายตา เอลฟ์อีกตนหนึ่งได้เดินเข้ามาสมทบทีหลังและเข้ามาหาลูน่าอย่างกระฉับกระเฉง

     ขออนุญาตค่ะเอลฟ์ตนนั้นพูดอย่างเย็นชา สายตาจับจ้องที่ร่างกายของลูน่าเพื่อตรวจหาบาดแผลที่ฉกรรจ์ที่สุดเพื่อทำการรักษาเป็นอันดับแรก เขาจับแขนข้างขวาของลูน่าขึ้นมา ค่อยๆบรรจงทาสมุนไพรที่มีความร้อนแปลกๆ ก่อนที่จะทำการรักษา

     เอลฟ์ทั้งสามต่างเริ่มรักษาพร้อมกัน เสียงพึมพำดังขึ้นเล็กน้อยเหมือนเสียงจักจั่นเรไรไปมาเบาๆ

     จากนั้น แสงสีเขียวพฤกษาสว่างขึ้นทีละเล็กละน้อยคล้ายสีของใบหญ้าที่แขนของลูน่า และบาดแผลของเคท เอลฟ์ทั้งสามต่างทำหน้าที่ของตน พวกเขาค่อยๆขยับเคลื่อนย้ายมือไปที่จุดต่างๆทั่วร่างกาย ความรู้สึกอุ่นๆอย่างบอกไม่ถูก จากร่างกายที่รู้สึกเหนื่อยล้าก็เริ่มสบายตัวและผ่อนคลายมากขึ้น

     เป็นเพียงการฟื้นฟูร่างกายเท่านั้นค่ะเอลฟ์ที่รักษาลูน่าอยู่ได้แถลงความจริงให้ทราบ เมื่อเห็นเธออึ้งสงสัย ส่วนบาดแผล จะใช้การสมานแผลเบื้องต้นเท่านั้น

     เอลฟ์สาวพูดน้อยและห้วน เขาขยับแขนไปมา ร่างกายของลูน่าจากที่อ่อนล้า ก็มีแรงขึ้นเล็กน้อย เหมือนการแช่น้ำอุ่นหลังจากที่ต้องเผชิญกับพายุหิมะอันหนาวเหน็บ

     ลูน่ายิ้มเขินเล็กน้อย เธอเพิ่งจะเคยเห็นเอลฟ์ตัวเป็นๆ หูกาง ผมยาวสละสลวย กายสีผิวแปลกแต่น่าสนใจ มันช่างเหมือนในหนังสือภาพอะไรเช่นนี้ เธอค่อยๆชะเง้อมองดูเคทที่ถูกรักษาอย่างเคร่งเครียด เอลฟ์สองตนที่รักษาต่างเช็ดเลือดและทำการรักษาไปพร้อมๆกัน เธอรู้สึกละอายใจ

 

     สักพัก เวลาก็ผ่านไปไม่นาน บาดแผลของเคทก็ถูกห้ามเลือดไว้หมด แต่เอลฟ์ก็สั่งห้ามเธอไม่ให้ขยับไปไหนสักพัก ทำให้เคทหน้ามุ่ยเล็กน้อย

     ส่วนลูน่านั้นก็กำลังคุยอยู่กับวัลคีรี่อีกคนซึ่งมาแจ้งข่าวก่อนหน้านี้ไม่นาน...

 

...

 

เมื่อไม่กี่นาทีก่อน

     ฝากดูแลเคทด้วยนะลูน่าเอ่ยกับเอลฟ์สาว เธอรู้สึกเป็นห่วง แต่เธอก็ต้องออกไปรบต่อ เธอสะพายคันธนูขึ้นมาช้าๆ ขยับร่างกายไปมาช้าๆ

     ค่ะ!” เอลฟ์ทั้งสามพูดอย่างรวดเร็ว ตนที่รักษาลูน่าได้ไปรักษาผู้บาดเจ็บคนอื่นๆ ดูเหมือนว่าคนที่ได้รับบาดเจ็บจะมากขึ้น ในตอนนี้ที่ทำการรักษาพยาบาลเนืองแน่นไปด้วยผู้คนที่บาดเจ็บ

     ลูน่าเดินออกมาเรื่อยๆจากในสุด ผ่านผู้คนที่ร้องโอดครวญ เอลฟ์ทั้งหลายก็บรรจงรักษา แต่คำพูดที่เย็นชาเหมือนโหดเหี้ยม แต่ใครจะรู้เล่าว่านั่นเป็นนิสัยปกติของเขา จริงๆเอลฟ์นั้นนิสัยดี แต่แค่เย็นชาและชอบเก็บตัว เธออยากจะเบือนหน้าหนีความเจ็บปวดของทุกคน ลูน่าค่อยๆเดินผ่านอย่างรวดเร็ว แต่แล้วก็ต้องหยุดชะงักลง ...

 

     ท่านคะ!” วัลคีรี่คนหนึ่งวิ่งเข้ามาอย่างเหนื่อยหอบ ท่านโอดินเรียกท่านไปพบค่ะเธอเข้ามาหา พร้อมรายงานจดหมายของโอดินอย่างรวดเร็ว

     ได้ ช่วยนำทางด้วยลูน่าตอบอย่างรวดเร็ว หลังจากที่ได้ยินข่าว ...

     เทพีผู้สูงส่งในสายตาของผู้คนได้ตามหลังวัลคีรี่ไปยังทิศอันเป็นที่ตั้งของอิกดราซิล ต้นไม้แห่งโลก การต่อสู้รบรายังมาไม่ถึง แต่คาดว่าอีกไม่นาน ก็จะรู้ผลตัดสินแล้ว

     เข้ามาข้างในเรื่อยๆ เริ่มมีความสงบขึ้นเล็กน้อย ผู้คนตรงนี้ส่วนใหญ่จะเป็นจุดรักษาพยาบาลและคลังแสง ทำให้ไม่ค่อยมีการต่อสู้สักเพียงใด

 

     ระหว่างที่วิ่งผ่านมาเรื่อยๆ ลูน่าก็ไปเห็นบางสิ่งบางอย่างที่ทำให้เธอต้องหลบตาไปด้วยความละอายใจอีกครั้ง เธอต้องก้มหน้าวิ่งเพื่อปิดบังสีหน้าที่แท้จริง...

 

     เมื่อมาถึงใจกลางของกองทัพ คือต้นอิกดราซิลนั่นเอง ข้างๆเป็นที่ตั้งของหอดูศึกที่สร้างขึ้นมาอย่างเรียบง่าย ใช้สำหรับกองทัพของศัตรูที่มาแต่ละด้าน

     ลูน่าวิ่งขึ้นไปอย่างรวดเร็ว หลังจากที่วัลคีรี่ได้มาส่งถึงจุดสิ้นสุด บันไดไม้ที่สร้างขึ้นอย่างไม่ประณีตทำให้มันดูเหมือนจะถล่ม เธอวิ่งขึ้นไปอย่างใจหาย เพราะการเรียกตัวมาพบคราวนี้มันจะต้องมีอะไรเกิดขึ้นอีกแน่...

     เธอวิ่งขึ้นมาถึงชั้นบนและมุ่งหน้าสู่ประตูห้องอันกว้างโอ่อ่า ภายในห้องไม่มีอะไรประดับ มีเพียงโต๊ะไม้ขนาดกลาง ถูกปูทับด้วยแผนกลยุทธ์ที่ผู้สร้างวางทิ้งเอาไว้ ห้องถูกสร้างเป็นรูปหกเหลี่ยม ซึ่งแต่ละเหลี่ยมก็มีหน้าต่างเพื่อให้สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน ภายในห้องไม่มีใครอยู่นอกจากโอดินที่ยืนพิงกำแพงรอลูน่าอยู่

     เกิดอะไรขึ้นหรือท่านลูน่าเดินเข้ามาอย่างเหนื่อยหอบพลางวางคันธนูไว้ที่ข้างประตู แต่ก็ไม่หยุดพัก กลับถามขึ้นอย่างตื่นเต้น สีหน้าของโอดินที่เคร่งเครียดยิ่งทำให้เธออยากรู้เข้าไปมากกว่าเดิม

     โอดินถอนหายใจไปครั้งใหญ่ เขาหลับตาลงช้าๆ ก่อนที่จะเงยหน้าขึ้นมา อีกไม่นาน ... กองทัพศัตรูจะมา จนเราตั้งตัวไม่ทัน...เขาพูดอย่างช้าๆ เพราะกลัวว่าลูน่าจะตกใจ และฝ่ายเราอาจเป็นฝ่ายพ่ายแพ้...

     จะเป็นไปได้หรือลูน่าแย้งเบาๆ เธอไม่ค่อยอยากจะเชื่อว่าเหตุการณ์นั้นจะมาถึงเร็วถึงเพียงนี้ และมันไม่มีท่าทีตามที่โอดินบอก เธอวิ่งไปดูหน้าต่างทุกบาน เพื่อสังเกตดูว่าเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นจริงหรือเปล่า...

    ลูน่ารีบวิ่งไปมองหน้าต่างแต่ละบาน เมื่อสังเกตเสร็จ กลับไม่มีอะไรเกิดขึ้น เธอจึงถอนหายใจ และนั่งลงอย่างหมดเรี่ยวแรง ก่อนจะหันมานั่งพิงกับกำแพงช้าๆ

    ไม่เห็นจะมีอะไรเลยลูน่าพูดอย่างมีความสุขเล็กๆ เธอรู้สึกโล่งใจขึ้นมาทันที พลางสังเกตว่าโอดินจะตอบกลับว่าอะไร

     แต่โอดินก็ไม่พูดอะไรสักอย่าง กลับเงียบและเคร่งเครียดเหมือนเดิม เขาไม่พูดอะไรเหมือนกำลังรอดูบางอย่างที่กำลังเกิดขึ้น!!

 

     เพียงเวลาผ่านไปไม่ถึงอึดใจ เสียงดังสนั่นก็เกิดขึ้นอย่างไม่ทันตั้งตัว ตึง!!!!!!!!

     เสียงดังสนั่นไปทั่ว แผ่นดินไหวอย่างรุนแรง ความรู้สึกที่น่ากลัวอย่างบอกไม่ถูกได้คลืบคลานเข้ามา โอดินและลูน่าลืมตาขึ้นพร้อมกัน

     ลูน่าลุกขึ้นมาช้าๆ มือเกาะขอบหน้าต่างเพื่อสังเกตสิ่งที่เกิดขึ้น มันคืออะไรกัน...

     ภาพที่เกิดขึ้นเกินที่จะรับได้ สายตาเบิกโต ร่างกายที่สั่นเทาอย่างตกใจขีดสุด ถึงแม้จิตใจที่สัมผัสจะอยากปฏิเสธมันมากเพียงใด แต่ความจริงก็คือความจริง

 

     อีกด้านหนึ่ง หมาป่าเฟนเรียร์และฝูงหมาป่าตัวอื่นๆขนาดใหญ่ได้บุกเข้ามาอย่างรวดเร็ว ไม่รู้ว่ามาจากไหน รู้เพียงแค่ว่า เพียงชั่วพริบตา เหล่าเอนแฮร์ยาและเหล่าวัลคีรี่ก็ถูกสะบัดร่างลอยไปมาอย่างรวดเร็ว

     อีกด้านหนึ่ง พญางูยักษ์ จอร์มุนกานต์ก็โผล่ขึ้นมาจากผืนดิน แผ่นดินแยกสลายออกเป็นสองฝั่ง เหวลึกที่มืดมน ผู้คนต่างพลัดตกลงไปอย่างมากมาย เสียงกรีดร้องที่เกิดขึ้นดังสนั่น งูยักษ์ได้พ่นพิษออกมาแผ่กระจายไปทั่ว

     อีกสองด้านก็มียักษ์เซิร์ท ยักษ์แห่งไฟผู้แข็งแกร่ง และยักษ์โลกิ ยักษ์แห่งน้ำแข็งที่เก่งกาจได้พากำลังยักษ์อีกจำนวนมากบุกเข้ามา เสียงกระหน่ำที่คืบคลานเข้ามา เสียงฝีเท้าที่เร่งวิ่งอย่างไม่ล่าช้า ทุกอย่างกลับกันอีกครั้ง จากที่ฝ่ายเทพกำลังมีชัย กลับถูกต้อนกลับมาเช่นเดิม

    

     ภาพที่เกิดขึ้นทั้งหมดล้วนเป็นความจริง เทพโอดินเดินเข้ามาแตะไหล่ลูน่าเบาๆเพื่อเรียกสติ ขณะนั้นลูน่าไม่รู้สึกตัวไปชั่วขณะ เหมือนตกไปในภวังค์อันมืดมิด มือของเธอจับขอบหน้าต่างแน่น ร่างกายสั่นเทาจนเห็นได้ชัด ขาทั้งสองข้างเริ่มอ่อนแรง ดวงตาเบิกโตอย่างไม่สิ้นสุด น้ำเหงื่อที่ผุดออกมาด้วยความตกใจ

     ไม่แปลกที่เธอจะไม่ขวัญเสีย ภาพที่เธอเห็นมันน่ากลัวเกินไปกว่าที่คนทั่วไปจะรับได้ แต่เหล่านักรบทั้งหลายของผองเทพก็ยังโชคดี เพราะพวกเขาจะเห็นภาพอันโหดร้ายบางภาพเท่านั้น แต่จากคนที่อยู่ห่างไกล ที่เฝ้ามองเหตุการณ์อยู่ จะต้องฝืนรับภาพทั้งหมดทั้งมวลเอาไว้ในความทรงจำ ขนาดเทพโอดินที่รู้ถึงเหตุการณ์นี้ล่วงหน้ามานานแสนนาน ก็เกือบจะเสียสติ

     โอดินแตะไหล่อีกครั้ง ความรู้สึกอันอบอุ่นของเขาทำให้ลูน่ากลับสติคืนมาได้เล็กน้อย ลูน่าค่อยๆหันมามองโอดินช้าๆ ร่างกายยังสั่นเทาด้วยความตกใจและตื่นกลัว โอดินพยักหน้าให้เธอยอมรับความจริง

     ลูน่าตาตกเล็กน้อย เสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น แต่เธอก็ต้องยอมรับความจริง ฉัน ... ไม่เป็นไรเธอขอบคุณสำหรับกำลังใจของโอดิน ขอบคุณนะ

     ลูน่าฝืนยิ้มขอบคุณกลับมา ทั้งๆที่สีหน้าของเธอก็เศร้าหมอง แต่เธอก็ยังตัดใจไม่ได้ หันหน้ากลับไปมองตรงจุดที่หมาป่าเฟนเรียร์ได้บุกเข้ามา ไม่มีใครรู้ว่าทำไมลูน่าจึงมองไปยัง ณ จุดๆนั้น

เธอตัดสินใจถอนหายใจครั้งสุดท้าย ก่อนที่จะออกตัววิ่ง เธอรีบคว้าคันธนูที่ขอบประตู และวิ่งออกไปอย่างรวดเร็ว

     เธอจะไปไหนน่ะ!!” โอดินตะโกนเรียกให้ลูน่าหยุด แต่เธอก็ไม่หยุด โอดินได้แต่วิ่งตามไปและตะโกนเรียกซ้ำไปมา หยุดก่อน!!”

     เมื่อออกจากห้องใหญ่ที่ชั้นล่าง ลูน่าก็วิ่งผ่านวัลคีรี่ที่นำทางเธอมา ก่อนที่จะต้องแปลกใจอีกครั้งที่เทพโอดิน เทพสูงสุดของผองเทพได้วิ่งตามหลังลูน่าไปอีก

     ทั้งสองวิ่งไปยังจุดที่หมาป่าเฟนเรียร์กำลังโจมตี ระยะทางก็เริ่มใกล้ขึ้นเรื่อยๆ ร่างของหมาป่าหลายตัวเริ่มขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ความมืดมนก็ดูมหาศาลขึ้น ผู้คนต่างแตกตื่นวุ่นวายอลหม่านกัน โอดินก็ถูกกั้นไปด้วยผู้คน ส่วนลูน่าก็ผ่านฝูงชนเหล่านั้นไปได้ด้วยความโชคดี

     ลูน่าวิ่งผ่านจุดปฐมพยาบาลไปอย่างรวดเร็ว จนถึงจุดที่ใกล้หมาป่าเฟนเรียร์ที่สุด เธอหลบอยู่ที่โขดหินข้างๆ เพื่อสังเกตการณ์ ผู้คนต่างต่อสู้อย่างไม่ลดละ บางคนก็หลบไปอยู่เพื่อรอท่าทีจะโจมตีใหม่ แต่แล้ว สายตาก็ไปเหลือบเห็นคนๆหนึ่งไว้อย่างไม่ได้ตั้งใจ

     แคทเธอรีน หรือ เคท ผู้ติดตามคนสนิทของเธอได้ออกมาต่อสู้อีกครั้ง แต่ร่างกายของเธอดูบาดเจ็บและยังไม่หายดีพอ ดาบทั้งสองข้างตวัดไปมาช้าๆเพื่อสู้กับยักษ์มาร ทำให้ลูน่าต้องวิ่งเข้าไปช่วยเมื่อเห็นเคทกำลังตกที่นั่งลำบาก ลูน่ารีบวิ่งเข้าไป ง้างเอ็นธนูออก พร้อมคว้าศรออกมาและเล็งยิงในระยะประชิด ศรธนูพุ่งใส่ยักษ์ด้วยความเร็วสูง มันล้มลงไปอย่างไม่รู้ตัว

     เธอมาอยู่นี่ได้ยังไงลูน่ารีบคว้าแขนเคทและพามาหลบตรงโขดหินอีกครั้ง เธอยังไม่หายดีนะ มาอยู่นี่ได้อย่างไร ลูน่าถามด้วยความสงสัยและสงสาร เพราะกลัวเคทนั้นจะได้รับบาดเจ็บอีกครั้งเป็นครั้งที่สอง

     ณ จุดนี้ไม่ไกลจากที่รักษา แล้วดิฉันก็ฟื้นตัวจนเกือบหายดีแล้วค่ะ เลยออกมาสู้ได้เคทพูดอย่างมั่นใจ พลางชี้ให้ดูแผลที่บาดเจ็บ มันถูกสมานแผลและพันทับเอาไว้ด้วยผ้าและสมุนไพร เลือดก็หยุดหมดแล้ว ทำให้ลูน่าโล่งใจขึ้นมาส่วนหนึ่ง

     แต่เธอก็อย่าหักโหมนะลูน่าเตือนด้วยความหวังดี เธอยิ้มออกมา ก่อนที่จะออกตัววิ่งอีกครั้ง เธอค่อยๆเข้าใกล้ร่างหมาป่าเรื่อยๆ โดยที่ไม่รู้ตัวว่าจะเกิดอะไรขึ้น

 

     สักพัก โอดินก็ตามมาทัน เขาเห็นร่างของลูน่าไกลๆ ด้วยชุดที่แปลกจากคนธรรมดา ทำให้สังเกตเห็นได้ไม่ยาก เขารีบวิ่งตามไปอย่างไม่ลดละสายตา ข้างกายพกหอกกุงเนียร์คู่ใจ พลางตวัดหอกเพื่อป้องกันตัวสำหรับยักษ์ที่เข้ามาโจมตี

     ในที่สุด ก็มาถึงแล้วหรือ...โอดินกล่าวอย่างแปลกใจ เขาถอนหายใจเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่จะรีบวิ่งตรงสู่หมาป่าเฟนเรียร์

     อะไรจะเกิดขึ้น ทั้งหมดทั้งมวลได้ถูกกำหนดจากฟ้าดินแล้ว....

 

...

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

158 ความคิดเห็น

  1. #138 Yam_RolL (@yamroll-os) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 9 กันยายน 2555 / 21:44
    นึกว่าเคทจะตายซะแล้ว แงๆ TOT
    ลูน่า..หญิงแกร่งแท้ 5555555
    สู้ๆ ต่อไปจ้า ><
    #138
    0
  2. #104 พoIพียง (@songpor) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2555 / 10:55
    เคทถึกมาก55
    บรรยายดีมากเลยน้า
    #104
    0
  3. #90 HanjiRu_PR (@kaikoku) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2555 / 13:08
    รอนานเลยนะเนี่ย บรรยายสมจริงมากกกกอ่ะ 
    #90
    0
  4. #88 Hoyloadhoydong'nat (@natnatnatty17) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2555 / 23:23


    ในที่สุดก็อัพแล้วว รออยู่นานพอควรนะ 55555

    อัพแล้วก็ตามมาอ่านค่ะ :D 

    สำหรับตอนนี้! มันแอบเศร้านะ ไม่ดิมันเศร้าเลยแหละ
    แต่แบบอ่านแ้ล้วมันฟินมากก รู้สึกเหมือนดูหนัง 3D อยู่
    แบบหมาเฟนเรียร์ พญางู ยักษ์ โผล่ออกมา อยู่ข้างๆเลยค่ะ 55555
    (ไม่เว่อร์ไปนะ)  พี่กระปุก บรรยายนิยายได้สมจริงมากมากเลยค่ะ


    รีบกลับมาอัพต่อนะคะ รออ่านอยู่


     
    #88
    0