Ghost girl รักคนละโลก [Yuri]​

ตอนที่ 3 : บทที่สาม หาวิธีไล่ผี

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 120
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 23 ครั้ง
    27 พ.ค. 63

บทที่สาม หาวิธีไล่ผี

 

“พรุ่งนี้จะโดดเรียนจริง ๆ เหรอ มันไม่ดีนะรู้เปล่า ถ้าเรียนไม่ทันเพื่อนล่ะ” ดวงดาวถามอย่างเป็นห่วง แต่แท้ที่จริงแล้วเธอกลัวจะถูกจับถ่วงน้ำตามที่ตะวันพูด

 

“ถ้ามันจำเป็นก็ต้องโดด”

 

“แต่ดวงดาวว่ามันไม่จำเป็นนะ”

 

“เธอช่วยเงียบ ๆ หน่อยได้ไหม จะนอน!” ความง่วงทำให้ตะวันไม่คิดกลัวดวงดาวที่มาอยู่ร่วมห้องแล้ว

 

“ปิดไฟไหม เดี๋ยวดวงดาวปิดให้” เธอเสนอ

 

“ไม่” ตะวันต้องการเปิดไฟสว่างทั่วห้องแบบนี้แหละดีแล้ว เธอยังคงไม่ไว้วางใจดวงดาวสักเท่าไหร่ อย่างไรเสียดวงดาวก็เป็นผี ถ้าห้องมืดเดี๋ยวบรรยากาศมันจะยิ่งได้ “อ้อ ในระหว่างที่ฉันหลับ เธอช่วยไปอยู่ไกล ๆ หรืออยู่ในห้องน้ำไปเลยยิ่งดี” เมื่อเธอตื่นขึ้นมาจะได้ไม่ตกใจดวงดาวที่วงเวียนเดินเล่นอยู่ในห้อง

 

“ตะวัน...ตะวัน” ดวงดาวเรียก แต่ตะวันหลับไปแล้ว จากนั้นดวงดาวจึงนั่งลงที่โต๊ะอ่านหนังสือแกว่งขาฆ่าเวลารอตะวันตื่น เธอฟุบหน้าลงด้วยความเบื่อ นอนมองดินสอที่วางไว้พลางเอานิ้วชี้เขี่ย แต่ทว่านิ้วกลับทะลุและดินสอก็ไม่ขยับเขยื้อนเลยสักนิด เธอจึงเปลี่ยนไปใช้ปากเป่าแทน แต่ก็เหมือนเดิม สรุปแล้วเธอไม่สามารถหยิบจับหรือทำให้สิ่งของอะไรเคลื่อนไหวได้เลย

 

“ตะวัน” ดวงดาวหันไปเรียกอีกรอบ “หื้ม? ตื่นแล้วเหรอ” ดวงดาวเด้งตัวขึ้นจากเก้าอี้ เธอเห็นตะวันขยับตัวอยู่บนเตียง จึงรีบพุ่งเข้าไปหา

 

“อ่าว ยังไม่ตื่น” เธอเอ่ยอย่างผิดหวัง เธอเบื่อจะแย่อยู่แล้ว ตลอดเวลาไม่มีใครเห็นและสื่อสารคุยกับเธอได้สักคน จนกระทั่งในคืนนั้นที่ดิวอะไรสักอย่างเรียกและเธอก็มาเจอตะวัน ที่สำคัญตะวันเป็นคนแรกที่เห็นเธอ ดวงดาวจึงตื่นเต้นเป็นพิเศษที่จะได้พูดคุยกับใครสักคน

 

ดวงดาวโน้มตัวลงและจ้องหน้าตะวันใกล้ ๆ ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่า หากตะวันตื่นขึ้นมาและเห็นเธออยู่ใกล้ขนาดนี้ คงโวยวายร้องลั่นหอแน่ ๆ เมื่อนึกได้อย่างนั้นดวงดาวจึงยืนตัวตรงและย้ายตัวเองไปรอตะวันในห้องน้ำแทน

 

ดวงดาวยืนอยู่หน้ากระจก ยกมือขึ้นแตะก่อนจะถอนหายใจเบา ๆ แม้แต่หน้าตัวเองเธอยังไม่สามารถเห็นมันได้เลย

 

สี่ชั่วโมงผ่านไปหลังจากสอบเสร็จ ตะวันที่นอนอยู่ก็ตื่นขึ้นอย่างสดใส เธอลุกขึ้นบิดขี้เกียจสองสามทีก่อนเดินเข้าห้องน้ำ

 

ตะวันเปิดก๊อกวักน้ำล้างหน้า เธอเห็นเงาอะไรบางอย่างแว็บ ๆ อยู่ด้านหลัง จึงหันกลับไปดู....

 

“กริ๊ดดดดดดดดดดดดด ผี!” ตะวันหลับตาปี๋ ชี้ไปที่ดวงดาวที่นั่งอยู่บนฝาชักโครก เธอผลักประตูออกไปนอกห้องทันที

 

“ดวงดาวเองไม่ใช่ผี ตะวันใจเย็นก่อน นี่ดวงดาวเอง” ดวงดาวรีบดักหน้าตะวันไม่ให้ตะวันวิ่งเตลิดเปิดเปิงไปไกลมากกว่านี้

 

“ดวงดาว?” ตะวันฉุกคิดนิดหนึ่ง

 

“อื้ม ดวงดาวเอง”

 

ตะวันเอามือทาบอก อย่างนี้นี่ก็ไม่ใช่ผีตนอื่น “ว่าแต่ว่ากล้าเนาะที่บอกว่าไม่ใช่ผี ใครใช้ให้ไปนั่งเงียบ ๆ ในห้องน้ะฮะ! ตกใจหมด หัวใจจะวายตาย” ตะวันแว๊ดขึ้น

 

ดวงดาวค่อย ๆ ยกมือขึ้นชี้เจ้าของห้อง

 

“ฉัน? เธอชี้ฉัน?”

 

“ใช่ ก่อนหน้านี้ตะวันบอกให้ดวงดาวไปนั่งไกล ๆ หรือเข้าไปในห้องน้ำก็ดี”

 

จริงสิ เธอเป็นคนบอกเอง

 

“ก-ก็ส่งเสียงหน่อยไม่ใช่เงียบเป็นผี”

 

“ก็ดวงดาวเป็นผี”

 

ตะวันเหล่มองอย่างเซ็ง ๆ ก่อนเปิดประตูเข้าห้องตามเดิม โชคดีที่เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในช่วงเช้า ถ้าหากเกิดขึ้นในเวลากลางคืน ห้องอื่น ๆ คงได้สาปส่งแน่ ๆ

 

“วันนี้ตะวันมีแค่สอบคณิตเหรอ วิชาอื่นมีไหม” ดวงดาวถามขึ้นเพื่อไม่ให้ห้องเงียบ

 

“อื้มมีวิชาเดียว” ตะวันตอบส่ง ๆ

 

“หลังจากที่ดวงดาวเห็นตะวันทำข้อสอบวันนี้ ดวงดาวเลยจะอาสาเป็นอาจารย์พิเศษให้ตะวันเอง ดีไหม ความคิดดวงดาวดีใช่ไหม”

 

“ไม่ได้ขอร้อง ไม่ต้องอาสา...เห้ย!” ตะวันสะดุ้งตกจากเตียง เมื่ออยู่ ๆ ดวงดาวก็หายจากฝั่งนู้นมาฝั่งนี้ แถมยังใกล้เธอถึงขั้นแตะตัวกันได้ ถ้าสามารถแตะได้

 

“ดวงดาวว่าตะวันขวัญอ่อนไปนะบางที”

 

“ใครเจอแบบฉันก็เป็นกันทุกคนนั่นแหละ แล้วก็กรุณาเดินมาดี ๆ ไม่ใช่คิดอยากจะหายจากตรงนั้นไปตรงนี้ตามใจชอบ” เธอไม่ได้ขวัญอ่อน แต่ให้มาอยู่มาคุยกับสิ่งลี้ลับอย่างดวงดาว เป็นใครใครก็ต้องมีหวั่นมีสะดุ้ง

 

“จะพยายามแล้วกันนะ” เธอไม่รับปาก เพราะดวงดาวชินกับการหายไปหายมามากกว่า มันเร็วและสะดวก “ส่วนเรื่องสอนจะให้ดวงดาวสอนเมื่อไหร่ก็บอกมาได้ทุกเมื่อนะ ดวงดาวเต็มใจ”

 

“ขอบใจ แต่ไม่เป็นไร” เธอคงไม่จำเป็นต้องขอความช่วยเหลือจากดวงดาวหรอก ในเมื่อวันพรุ่งนี้เธอก็จะหาวิธีกำจัดดวงดาวไปให้พ้น ๆ เมื่อคิดอย่างนี้แล้วตะวันก็อดที่จะยิ้มกริ่มไม่ได้ เธออยากให้ถึงวันพรุ่งนี้จะแย่อยู่แล้ว

 

“ตะวัน”

 

ตะวัน ตะวัน ตะวัน ตะวัน นี่คือเสียงเรียกของดวงดาวที่ดังก้องในหัวของตะวันทั้งวัน “เลิกเรียกฉันสักที ฉันรู้แล้วว่าฉันชื่อตะวัน” เธออยากอยู่เงียบ ๆ บ้างเหมือนทุกวัน เธอไม่ชินเอาเสียเลยแถมรำคาญมากด้วย

 

“ก็ดวงดาวดีใจนี่นาที่มีคนคุยด้วย แล้วก็ดีใจด้วยที่รู้จักชื่อเธอ พวกเราเป็นเพื่อนกันนะ”

 

“เธอรู้ชื่อฉันเพราะคนอื่น ๆ เรียก ส่วนไอ้ประโยคหลังอย่าได้หวัง ฉันไม่มีวันเป็นเพื่อนกับผี ไม่ว่าจะเป็นผีตัวไหนก็ตาม!”

 

“แล้วก็ไม่ต้องตามมานะ” ตะวันเดินหัวเสียงออกจากห้องไป ตั้งแต่สอบกลับมายังไม่มีอะไรตกทิ้งท้องเลยสักนิด

 

ตรงข้ามหอของตะวันเป็นร้านอาหารเจ้าประจำ เธอสั่งมักกะโรนีเมนูประจำ ในขณะที่กำลังตักอาหารเข้าปากนั้น เมื่อเงยหน้าขึ้นก็พบดวงดาวนั่งยิ้มอยู่ตรงหน้า ตะวันวางช้อนลงแต่ดวงดาวรีบพูดแทรกขึ้น

 

“ดวงดาวไม่ได้ตั้งใจจะตามมานะ แต่ตะวันลืมไปแล้วเหรอว่าตะวันไปไหนดวงดาวก็ไปด้วย ดวงดาวห่างตะวันไม่ได้ แล้วตรงนี้คนเยอะด้วยสิ” ดวงดาวมองไปรอบ ๆ เธอบอกตะวันเป็นนัย ๆ หากตะวันเอะอะเสียงดังขึ้น คนอื่นคงคิดว่าเธอเป็นบ้าคุยคนเดียว

 

ตะวันรีบยัดมักกะโรนีเข้าปาก เคี้ยวตุ้ย ๆ หมดหนึ่งคำก็รับตักคำที่สองสามสี่เข้าไปทันที กินให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้

 

แค่ก ๆ จนในที่สุดเธอก็สำลักจนได้

 

“คิดไว้แล้วเชียวว่าต้องสำลัก” ดวงดาวที่นั่งดูตะวันกินเอ่ยขึ้น

 

ตะวันรินน้ำก่อนยกขึ้นให้คล่องคอ จากนั้นจึงหยิบหูฟังไร้สายขึ้นมาใส่ ถ้าเธอไม่ได้พูดอะไรสักอย่างออกไปคงขาดใจตาย

 

“เงียบน่า พูดมาก คนจะกินข้าว” เธอจ้องดวงดาว

 

“ไม่กลัวคนอื่นว่าพูดคนเดียวรึไง” ดวงดาวถามพลางทำหน้าเหนือใส่ ยักคิ้วขึ้น

 

“ใส่หูฟังแล้ว จะพูดอะไรก็ได้ จะด่าเธอก็ยังได้” ตะวันชี้ไปที่หูฟังที่เสียบไว้

 

“หูฟัง?” จากที่ดวงดาวนั่งอยู่ก็หายมาด้านข้างตะวันทันที ก้ม ๆ เงย ๆ จ้องหูฟังประหลาด “ทำไมไม่มีสาย อย่ามาหลอกกัน”

 

“ก็หูฟังไร้สายไง ไม่รู้หรือไง” ตะวันประชด “แล้วบอกกี่ครั้งแล้วว่าให้เดินมาดี ๆ ไม่งั้นจะจับถ่วงน้ำจริงด้วย”

 

ดวงดาวไม่ได้ในใจในสิ่งที่ตะวันพูดเลยสักนิด เพราะเธอกำลังสงสัยฉงนใจกับเจ้าหูฟังไร้สายอยู่

 

“ไม่มีสายแล้วเสียงออกได้ไง ดวงดาวว่าตะวันมั่วแล้วแหละ หลอกใครไม่หลอกมาหลอกดวงดาวผู้ได้ที่หนึ่งของห้อง”

 

“มาจากหลุมไหนวะเนี่ย” ตะวันบ่น หลังจากนั้นจึงจ่ายเงินค่าอาหารเรียบร้อยแล้วก็กลับห้องทันที วันนี้ตะวันเหนื่อยเกินกว่าที่จะออกไปเที่ยวเล่นข้างนอก

 

ในขณะที่ดวงดาวกำลังนั่งเบื่อ ๆ ในห้อง อยู่ ๆ ก็มีเสียงเพลงดังขึ้น เธอมองไปรอบห้องเพื่อหาที่มาของเสียง ดวงดาวขมวดคิ้วเงี่ยหูฟังอย่างตั้งใจ ก่อนที่เสียงมันจะหายไป แต่ตามมาด้วยเสียงของตะวันแทน

 

“ฮัลโหลว่าไง จะโทรมาถามว่าหายเพี้ยนใช่ไหม”

 

[เออสิ!]

 

“แกโทรมาก็ดีแล้วน้ำอิง มีวัดขลัง ๆ แนะนำไหม”

 

[มันยังไม่หายเอ๋อเลยวะเจน มันถามว่ามีวัดไหนขลัง หาให้มันหน่อย] เสียงของปลายสายที่หันไปคุยกับอีกคน

 

[ฉันว่าแกควรไปนอนอีกสักตื่น] คราวนี้เจนเป็นคนพูด

 

“นอนอีกกี่ตื่นก็เหมือนเดิมโว้ย เร็ว รีบหามาให้เดี๋ยวนี้เลย”

 

[เออ ๆ ฉันรู้จักอยู่ที่หนึ่ง ใกล้กับมหาลัยเรา เดี๋ยวส่งโลฯ ให้]

 

“ขอบใจที่ไม่ขัด”

 

[ขัดจนไม่รู้จะยังไงแล้ว เอาที่แกสบายใจ] เจนและน้ำอิงปล่อยให้ตะวันทำตามที่เธอเชื่อ หากมันทำให้เพื่อนของเธอสบายใจ

 

“เค แค่นี้แหละ พรุ่งนี้อย่าลืมจดให้ด้วยล่ะ ถ้าคาบบ่ายไปทันก็จะเข้าอยู่”

 

เมื่อตะวันวางสายจากเพื่อนทั้งสอง ดวงดาวก็หายมานั่งข้าง ๆ เธอทันที โดยมีจุดหมายอยู่ที่เครื่องเล็ก ๆ สี่เหลี่ยมผืนผ้าที่ตะวันเพิ่งคุยกับบางคนและวางมันลง

 

ดวงดาวสอดส่องมันอย่างประหลาดใจ “ตะวัน! ไอ้นี่คืออะไร”

 

“เห้ย ตกใจกหมด บอกกี่ครั้งแล้วว่าอย่าทำแบบนี้ ทำไมไม่ฟังกันบ้างเลย” ตะวันตบหน้าอกตัวเองเบา ๆ เป็นการเรียกขวัญ

 

“สรุปไอ้ที่ตะวันพูดคนเดียวโดยมีไอ้เจ้านี้แนบหู มันคือไรเหรอ” ดวงดาวถามพลางมองตาปริบ

 

“มือถือไง โทรศัพท์มือถือ อย่าบอกว่าไม่รู้จักมือถือ!? อะไรวะ หูฟังก็ไม่รู้จัก แล้วนี่ยังจะไม่รู้จักมือถืออีก”

 

“รู้จักสิ แต่รูปทรงมันแปลก ๆ นะ”

 

“แปลกยังไง?”

 

“ไม่เห็นมีปุ่มตัวเลขเลย แล้วทำไมมันบางแบบนี้ เสาอากาศก็ไม่เห็นมี”

 

“เสาอากาศ? เสาอะไร? นี่สมาร์ทโฟน รุ่นแบบมีปุ่มก็ยังมีอยู่แต่ไม่นิยมกันแล้ว ล้าสมัย”

 

“สมาร์ทโฟน?”

 

“ไม่รู้จักอีก” ตะวันกลอกตาขึ้น เจอผีว่าแย่แล้ว เจอแต่ละคำถามของดวงดาวที่ถามออกมาแย่ยิ่งกว่า

 

“ตะวันลองเปิดหน้าจอให้ดูหน่อยสิ นะ นะ” ดวงดาวรบเร้า เธออยากเห็นการทำงานของมือถือเครื่องนี้

 

“ไม่ ฉันจะนอน พรุ่งนี้ต้องตื่นแต่เช้า”

 

“ไปวัดน่ะเหรอ”

 

“ใช่สิ!”

 

“ตะวันใจร้าย ทำร้ายผีไม่มีทางสู้อย่างดวงดาว” เธอทำหน้างอ

 

“เลิกพูดได้แล้ว คืนนี้ช่วยอยู่เงียบ ๆ แล้วก็ไกล ๆ ด้วย”

 

“ไม่...”

 

ตะวันรู้ว่าดวงดาวจะพูดอะไรจึงรีบแทรกขึ้น “ไม่ปิดไฟอะไรทั้งนั้น แล้วก็เงียบได้แล้ว!” เธอยังคงไม่ว่างใจหากจะต้องปิดไฟมืด ๆ และอยู่กับดวงดาวสองต่อสอง ทน ๆ นอนแบบสว่าง ๆ อีกสักคืนคงไม่ลำบากอะไรมาก ถ้าเทียบกับความสบายใจ

 

เช้าวันถัดมา

 

เมื่อตะวันลืมตาขึ้น สิ่งที่ทำเป็นอันดับแรกก็คือสอดส่องไปทั่วห้องอย่างระแวง เมื่อเจอเป้าหมายที่กำลังนั่งหันหลังอยู่บนที่โต๊ะอ่านหนังสือเธอที่เดิม จึงสั่งให้อยู่เฉย ๆ ห้ามขยับไปไหนจนกว่าเธอจะอาบน้ำแต่งตัวเสร็จ

 

“ตะวันจะไปวัดจริง ๆ เหรอ” ดวงดาวถามอีกครั้ง

 

“อืม”

 

ตะวันขับรถไม่ถึงสิบหน้านาทีก็มาถึงหน้าวัด เธอยืนมองประตูก่อนเหล่มองดวงดาวที่ยืนอยู่ข้าง ๆ เธอไม่รอช้ารีบเดินผ่านเข้าไปทันที แต่ดวงดาวไม่ได้ตามมาด้วย ตะวันยกยิ้มอย่างพึงพอใจ

 

ผีกับวัดไม่ใช่ของคู่กัน

 

“เธอไม่ตามฉันมาล่ะ” ตะวันแกล้งถาม

 

“เดี๋ยวแล้วกัน” ในระหว่างที่ดวงดาวตอบตะวัน เธอกำลังมองบางอย่างแล้วจากนั้นจึงหายวับไป

 

เมื่อตะวันเห็นดังนั้นก็ยิ้มมุมปากอีกครั้ง ดวงดาวห่างจากเธอไปอีกขั้น ต้องขอบคุณสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้

 

ตอนนี้เธอนั่งอยู่หน้าพระพุทธรูปองค์ใหญ่สีทองเหลืออร่าม เธอยกมือขึ้นไหว้ขอพรภาวนาอย่างเคารพนับถือ กราบพระประทานสามครั้งก่อนหันไปกราบพระสงฆ์

 

“หลวงพี่เจ้าคะ คือหนูมีเรื่องอยากปรึกษาเจ้าค่ะ”

 

“มีอะไรให้อาตมาช่วยล่ะโยม”

 

“หนูอยากได้น้ำมนต์เจ้าค่ะ พอมีไหมเจ้าคะ ขอแบบปลุกเสกขลัง ๆ หรือจะเป็นข้าวสารเสกก็ได้นะเจ้าคะ”

 

สีหน้าพระใหม่ฉายความสงสัยขึ้นทันที หลังจากที่ตะวันตามจบ

 

“คือว่าช่วงนี้หนูรู้สึกไม่ค่อยสบายใจ เหมือนมีสิ่งลี้ลับอยู่รอบ ๆ ตัว อยากได้มาไว้ให้อุ่นใจ” เธออธิบายเพิ่ม

 

“ข้าวสารเสกอาตมาไม่มีหรอกนะโยม”

 

“น้ำมนต์ก็ได้เจ้าค่ะ” อย่างไรเสียทุกวัดต้องมีน้ำมนต์อยู่แล้ว

 

“โยมสามารถไปตักเอาได้ในโอ่งที่อยู่ตรงนั้น”

 

“ขอบพระคุณเจ้าค่ะ เอ่อ...คือว่าถ้าน้ำมนต์มันไล่ผีไม่ได้ หนูควรทำอย่างไรดีเจ้าคะ” ตะวันถามเผื่อไว้

 

“อาตมาก็ไม่แน่ใจเหมือนกันนะโยม อาตมาเป็นเพิ่งบวชเมื่อวาน อาตมาคิดว่าสวดมนต์น่าจะพอช่วยได้”

 

ช่วยไม่ได้ค่ะ แถมสวดตามอีกต่างหาก ตะวันอยากจะตอบกลับไปเหลือเกิน “งั้นขอตัวก่อนนะคะ ไม่รบกวนท่านแล้ว” ตะวันปล่อยให้พระใหม่รับสังฆทานจากญาติโยมคนอื่น ๆ ต่อ

 

ตะวันหยิบขวดพลาสติกเปล่าที่เตรียมมา เปิดและกรอกน้ำมนต์ลงไปทันที เธอยกมือขึ้นหลังจากปิดขวดแล้ว “ขอให้ได้ผลทีเถิดดดดด”

 

“ไหว้ขออะไรเหรอ แถวนี้ไม่เห็นมีอะไรเลยนอกจากโกศ” ดวงดาวที่เพิ่งโผล่มาถามขึ้น พร้อมสอดส่องไปทั่วบริเวณ “นี่หลุมคนรู้จักของตะวันเหรอ ที่แท้ก็มาไหว้นี่เอง ดวงดาวก็นึกว่ามาเพื่อไล่ดวงดาวซะอีก” เธอบอกอย่างโล่งใจ

 

เมื่อสิ้นเสียงของดวงดาว ตะวันตกใจยกใหญ่ “ธ-เธอเข้ามาในวัดได้ด้วยเหรอ”

 

“ได้สิ ทำไมจะไม่ได้ล่ะ?” ในเมื่อวัดนี้เป็นวัดที่เธออยู่ เพียงแต่ตะวันไม่รู้เท่านั้น เรื่องนี้เธอจะไม่บอกตะวันเด็ดขาด

 

ขนาดวัดผีดวงดาวยังเข้ามาได้ แล้วน้ำมนต์ที่ถืออยู่ในมือจะได้ผลเหรอ สงสัยต้องลองเสี่ยงดู ตะวันยืนกำขวดน้ำพลางคิด หากเธอเปิดสาดตรงนี้ คนที่เดินผ่านไปผ่านมาคงมองแปลก ๆ อดทนรอจนกว่าจะถึงห้องก็แล้วกัน

 

“ตะวันยังไม่ตอบดวงดาวเลย ทำไมดวงดาวถึงจะเข้ามาไม่ได้ ตะวัน” ดวงดาวเรียกตะวันที่อยู่ ๆ สีหน้าก็เปลี่ยนไป เหมือนโมโหอะไรสักอย่างและตรงไปที่รถอย่างรวดเร็ว

 

“ตะวันเป็นอะไร เงียบตั้งแต่ที่วัดจนถึงห้อง” ดวงดาวยังคงซื่อ

 

ตะวันถอนหายใจเฮือกยาว หยิบขวดน้ำมนต์ขึ้นเปิดฝา จ้องดวงดาวสลับกับสิ่งที่อยู่ในมือ จากนั้นเธอก็ตัดสินใจสาดน้ำปริมาณหนึ่งเพื่อลอง

 

“เห้ย! น้ำอะไรน่ะ สาดใส่ทำไม?” ดวงดาวกระโดดหนี

 

ร้องแบบนี้แสดงว่า... “ร้อนล่ะสิ! นี่น้ำมนต์ไงล่ะ! หึหึ” เธอเตรียมเทและสาดอีก

 

“ตะวันอย่า อย่า มันจะ...” ดวงดาวยังไม่ทันจะพูดจบประโยค ตะวันก็สาดเข้าเต็ม ๆ ยกใหญ่ จนน้ำหมดขวด

 

“อ่าวเห้ย ทำไม...ทำไมไม่เป็นอะไรเลย” ตะวันเบิกตากว้างอย่างประหลาดใจ ในเมื่อก่อนหน้านี่ดวงดาวร้องโหยหวน แล้วทำไมสาดอีกรอบถึงไม่เป็นอะไรเลย

 

“ดวงดาวจะบอกตะวันว่าอย่าสาดมันจะเปียก เห็นไหมเปียกพื้นห้องหมดแล้ว อุ๊ย เหมือนจะโดนกองกระดาษนี่ด้วย” เธอชี้บอก

 

“ว๊ายยยย ชีท! งาน!” ตะวันโยนขวดเปล่าทิ้ง รีบยกกองกระดาษที่เปียกน้ำรอมร่อขึ้น เธอสำรวจตรวจประเมินความเสียหายด้วยสายตา “ดีนะไม่เละ”

 

“ตะวันระวังลื่นน...ะ” ไม่ทันขาดคำ ตะวันที่กำลังจะเอาชีทในมือไปเก็บก็ลื่นหงายหลัง ของในมือปลิวกระจายไปทั่ว

 

“โอ๊ยยยย อู๊ยยย” เธอลูบก้นกบก่อนจะหันมาตวาดใส่ดวงดาว “ทำไมไม่บอกให้เร็วกว่านี่เล่า!”

 

“อ่าว ดวงดาวผิดเหรอ” เธอกะพริบตาปริบ ๆ “อยากช่วยตะวันเก็บจัง ถ้าทำได้นะ” ดวงดาวนั่งลงยอง ๆ ข้างตะวันที่กำลังเก็บและเรียงหน้ากระดาษตามพื้นห้อง

 

“ช่วยเงียบจะขอบคุณมาก ยัยผีโลว์เทค...ข้าวสารเสก!” ในระหว่างนั้นตะวันก็นึกอีกวิธีไล่ผีได้ ถ้าน้ำมนต์ไม่ได้ผล คงต้องลองอะไรไปไม่ได้นอกจากข้าวสารเสก

 

“ไม่ดี ดวงดาวว่าไม่ดี ไม่ได้ผลหรอก เชื่อสิ” เธอไม่ค่อยมั่นใจว่ามันจะได้ผลหรือเปล่า แต่ถ้าหากได้ผลคงปวดแสบปวดร้อนไม่ใช่น้อย ห้ามออกไปแบบนี้แหละดีกับตัวของเธอที่สุด

 

“ฉันเชื่อว่ามันจะต้องได้ผล!”

 

“ถ้าไม่ได้ผลล่ะ? พนันกันไหม” เธอคงต้องลองเสี่ยง

 

“จิ๊ เป็นผีโลว์เทคไม่พอยังเป็นผีพนันอีกเหรอเนี่ย ให้ตายสิ”

 

“พนันไหมล่ะ!”

 

“พนันอะไรล่ะ ว่ามา” ในเมื่อโดนท้า ก็พร้อมยอมรับคำท้า

 

“ถ้าข้าวสารไม่ได้ผล ตะวันต้องเลิกหาวิธีไล่ดวงดาวแบบนี้จนกว่าดวงดาวจะไปเกิด ดวงดาวว่าคงอยู่ติดแหงกกับตะวันไม่นานนักหรอก”

 

“แล้วถ้ามันได้ผลล่ะ”

 

“ดวงดาวก็หายไปทันทีไงเพราะโดนตะวันไล่ แค่นี้ก็ต้องถามเหรอ”

 

“เอ๊ะ!” เธอก็ไม่น่าหลวมตัวไปถามอะไรโง่ ๆ เป็นไงล่ะโดนผียอกย้อนเข้าจนได้ “รับคำท้าก็ได้!”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 23 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

14 ความคิดเห็น

  1. #7 หิวข้าวเกรียบ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2563 / 12:11
    ชอบพล็อตแนวนี้มากเลย เขียนต่อไปนะ
    #7
    0