Ghost girl รักคนละโลก [Yuri]​

ตอนที่ 2 : บทที่สอง ผีหลอก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 152
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 27 ครั้ง
    16 พ.ค. 63

บทที่สอง ผีหลอก

 

ตอนนี้ตะวันอยู่ในร้านสะดวกซื้อ เธอกำลังเลือกของโดยมีดวงดาวเดินตามติด ๆ ด้วยอาการตื่นตาตื่นใจกับของกินต่าง ๆ นานา มันแปลกตาสำหรับเธอไปหมดทุกอย่าง

 

“อันนั้นอะไรอะ โอโห! ขนมปังมีหลายไส้มากเลยอะ อุ๊ยขนมอันนี้ยังมีอยู่เหรอเนี่ย ดวงดาวกินมาตั้งแต่ตอนเด็ก ๆ เลย ยาคูลท์! ดวงดาวเอายาคูลท์ นี่หยิบสิหยิบ” ดวงดาวยืนตัดหน้าตะวันที่ทำท่าจะเมินสิ่งที่เธออยากได้ เธอทำหน้าถมึงทึงยืนเท้าสะเอว

 

“เอายาคูลท์เพิ่มดีกว่า” ว่าแล้วตะวันก็ถอยหลังเอื้อมมือไปหยิบใส่ตะกร้า

 

“อุ๊ย! มีทองหยิบทองหยอดแล้วก็ฝอยทองด้วย น่ากินจังเลย” ดวงดาวหยุดอยู่หน้าห่อขนมไทย ทำตาแป๋วมองไม่กะพริบ

 

ตะวันจึงจำใจต้องหยิบใส่ตะกร้าเพิ่มอีกหนึ่งชิ้นก่อนนำทั้งหมดไปคิดเงิน

 

หลังจากใส่บาตรเสร็จ ตะวันก็เอ่ยออกเสียง “ขอมอบบุญกุศลที่ได้ทำในวันนี้ให้กับ” ตะวันชำเลืองตามองวิญญาณสาวที่กำลังยืนรับพรไม่ห่างจากตัวเธอ “...ดวงดาว ขอให้ได้รับผลบุญทั้งหมดและกลับไปยังที่ชอบ ๆ เถิด สาธุ”

 

“ไล่จนถึงวินาทีสุดท้ายเลยนะ”

 

“แน่สิ ผีก็อยู่ส่วนผี ทำบุญให้แล้ว รีบไปตามที่สัญญาไว้เลยนะ” ตะวันต่อปากต่อคำอย่างลืมตัว เธอชะงักอย่างลืมตัวอีกครั้งว่ามีเธอแค่คนเดียวที่น่าจะเห็นดวงดาว

 

พระสงฆ์ที่ยืนอยู่ต่อหน้าหญิงสาวในชุดนักศึกษามองพื้นว่างเปล่าไร้สิ่งมีชีวิตก่อนจะเดินอย่างสำรวมแต่เร่งฝีเท้า

 

ตะวันหลับตาพนมมือและยิ้มอย่างสบายใจ ในที่สุดเธอก็หลุดพ้นจากดวงดาวสักที ถึงแม้จะโดนรบกวนเพียงคืนเดียว แต่สำหรับเธอมันช่างนานและระทึกใจเหลือเกิน แต่ทว่าเมื่อลืมตาขึ้นก็ต้องอ้าปากค้าง เธอยังคงเห็นดวงดาวยืนดูดยาคูลท์ที่เธอเพิ่งใส่บาตรไปอย่างสบายใจเฉิบ

 

ทำไมยังไม่ไปอีก?

 

ตะวันจึงแกล้งทำเป็นมองไม่เห็นว่าดวงดาวยืนอยู่ตรงนั้น เธอหันหลังกลับและตรงกลับไปห้องเพื่อเตรียมอุปกรณ์การเรียนทันที

 

“ทองหยิบทองหยอดอร่อยจัง กินไหม?” ดวงดาวยื่นขนมไทยต่อหน้าตะวัน “ลืมไปว่ากินไม่ได้ ว๊า...อยากแบ่งให้จังเลย วันหลังต้องลองซื้อมาชิมนะ”

 

ตะวันทำหน้าตรงไม่ว่อกแว่กต่อสิ่งตรงหน้า เธอเดินทะลุผ่านมือของดวงดาวที่ยืนทองหยิบให้

 

“นี่แกล้งทำเป็นมองไม่เห็นกันเหรอ ฉันรู้ว่าเห็นแล้วก็ได้ยินด้วย ว่าแต่เธอชื่ออะไร เราดวงดาวนะ ยินดีที่ได้อยู่จัก” ดวงดาวไม่ล้มเลิกความพยายาม เธอเปลี่ยนมาเดินขนานคู่

 

“จะเมินได้สักกี่น้ำเชียว เพิ่งสังเกตว่าเธอใส่ชุดนักศึกษา ไหนบอกว่าไม่มีเรียนไง โกหกกันนี่นา ไม่ได้นอนทั้งคืนทนไหวเหร๊อออ เอาอย่างนี้ ดวงดาวจะบอกความลับให้ฟัง” คราวนี้แหละตะวันต้องตอบเธอเป็นอย่างแน่นอน

 

“ความลับที่ว่าก็คือ...ถึงเธอจะทำบุญให้ ดวงดาวก็ยังคงไม่ไหนไม่ได้อยู่ดี เพราะมันไม่ได้ขึ้นอยู่กับตรงนี้”

 

และแล้วมันก็ได้ผล

 

“หา! เมื่อกี้เธอว่าไงนะ ไหนว่าสัญญาแล้วไงว่าได้บุญแล้วจะไป” ตะวันทนเงียบต่อไปไม่ไหว โพล่งออกไปทันที โชคดีที่เธออยู่ในห้องเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จึงไม่ต้องกังวลว่าใครจะมองว่าเธอคุยคนเดียว

 

“ดวงดาวไม่ได้ให้สัญญาอะไรทั้งนั้นเลยนะ ดวงดาวแค่ตั้งข้อสันนิษฐาน” ดวงดาวยิ้มหน้าระรื่น

 

“โอเค พวกเราต้องจับเข่าคุยกันแล้ว” ตะวันฮึดเผชิญหน้ากับวิญญาณตนนี้ “ทำยังไงฉันถึงจะไล่เธอไปให้ไกล ๆ ได้ พอจะรู้ไหม?”

 

“ก็พอจะรู้นะ คิดว่า” เธอพยักหน้า

 

“รู้!? ทำไมไม่บอกตั้งแต่เมื่อคืน” ปล่อยให้เธออดหลับอดนอนทั้งคืน

 

“ก็เธอเรียกมา ถ้าจะให้ไปก็ต้องเรียกกลับ”

 

“ฉันเนี่ยนะเรียก? ตอนไหน พูด!” ตะวันงงเป็นไก่ตาแตกเมื่อได้ยินจากปากของดวงดาว

 

“ก็ไม่รู้อะ ดวงดาวก็อยู่ของดวงดาวดี ๆ แล้วอยู่ ๆ ก็ได้ยินเสียงเรียกประมาณว่า ‘ขออัญเชิญผีเร่ร่อน วิญญาณพเนจรหรือสัมภเวสี หากท่านได้ยินและรับรู้ กรุณาปรากฏตัวด้วย พวกเรามิได้ลบหลู่ท่านแต่อย่างใด’ ประมาณนี้นะเท่าที่จำได้”

 

ตะวันนึกในสิ่งที่ดวงดาวบอก ทันใดนั้นดวงตาก็เบิกกว้างด้วยความตกใจ เพราะสิ่งที่ดวงดาวบอกนั้นมาจากรายการทีวีที่น้ำอิงเปิดดูเมื่อคืนนั่นเอง

 

“ทำหน้าแบบนี้แปลกว่านึกออกแล้วว่าเรียกดวงดาวมาตอนไหนสินะ”

 

กับอีแค่เสียงจากในโทรทัศน์มีอิทธิพลถึงขนาดนี้เชียวเหรอเนี่ย มันบ้าไปแล้ว มันบ้ามาก ๆ แล้วอีกอย่างคนเขาก็ดูกัน ได้ยินกันทั่วบ้านทั่วเมือง แล้วทำไมคนที่แจ็คพอตแตกถึงต้องเป็นเธอด้วย

 

“ฉันไม่ได้เป็นคนเรียกนะ ใครเรียกก็ตามคนนั้นไปสิ จะมาตามฉันทำไม”

 

“เธอไม่ได้เรียกแล้วใครเรียก?” ดวงดาวเอียงคอถาม

 

“พี่ดิวสัมผัสจิต”

 

“ใครล่ะเนี่ย ดิวสัมผัสจิต ชื่อแปลกจัง” เธอยังคงไม่เข้าใจ

 

“เขาชื่อดิว มีซิกเซ้น ทำรายการเกี่ยวกับผี ๆ ส่วนที่เธอได้ยินนั้นมันดังมาจากในทีวี ฉันไม่ได้เป็นคนเรียกสักหน่อย” ทำไมเธอต้องมาอธิบายอะไรให้ผีฟังด้วย

 

“งั้นก็แปลก เพราะพอได้ยินก็พุ่งมาหาเธอทันทีเลย จริงสิเมื่อคืนเจ็บมากไหม เห็นล้ม สภาพดูไม่ได้เลย เปียกปอนไปตัว” ดวงดาวถามเหมือนจะเป็นห่วงแต่ก็แอบขำเล็ก ๆ

 

“เห็นงั้นเหรอ?” ตะวันนึกว่าจะไม่มีใครเห็นให้อาย ไม่คิดเลยว่าต้องมาอายผี้ที่ใส่ชุดนักศึกษาตัวใหญ่เบ้อเร่อ

 

“อืมเห็น ก็ตามมาตั้งแต่ในห้องนั่นแหละ ตามติด ๆ ไม่ห่างเลยนะ ห่างไม่ได้ไม่รู้ทำไม”

 

“สรุปจะไปตอนไหน” ตะวันตัดบท

 

“ก็บอกแล้วไงว่าจะไปก็ต่อเมื่อมีบทเรียกกลับ”

 

“อย่างนั้นเหรอ โอเค...ขออัญเชิญผีเร่ร่อน สัมภเวสีที่ชื่อดวงดาวจงกลับไปยังที่ที่จากมาด้วยเถิด เพี้ยง!”

 

สิ้นการเรียกกลับ ดวงดาวก็ยังคงนั่งยิ้มแฉ่งให้เธอ และไม่ว่าตะวันจะพยายามเปลี่ยนคำพูดอย่างไรก็ไม่ได้ผลสักประโยค

 

“ไม่ได้ผล ยังอยู่ที่เดิมเลยอะ” ดวงดาวพูดขึ้นอย่างใสซื่อ เธอมองไปรอบ ๆ ตัวเอง

 

“รู้ว่าไม่ได้ผล!” ตะวันตอบอย่างหัวเสีย หรือเธอต้องมีวิญญาณที่ชื่อดวงดาววนเวียนข้างกายไปตลอดชีวิต เมื่อคิดอย่างนั้นก็แอบวิตกหวั่นใจ

 

“มีเรียนกี่โมง” ดวงดาวถาม

 

“เก้าครึ่ง”

 

“ไม่ไปเหรอ นี่เก้าโมงยี่สิบแล้วนะ”

 

“ว-ว่าไงนะ! ทำไมไม่รีบบอกเล่า!” ตะวันลุกพรวด คว้ากระเป๋าเป้ขึ้นสะพายหลัง

 

“ก็ไม่ถาม อีกอย่างดวงดาวไม่รู้ว่าเธอมีเรียนกี่โมง”

 

วันนี้ตะวันมีสอบเก็บคะแนนคณิตศาสตร์ เวรกรรมอะไรก็ไม่รู้ของเธอที่อุตส่าห์หนีตัวเลขมาเรียนศิลปะก็ดันเจอวิชาบังคับมีตัวเลขและการคำนวณเสียอย่างนั้น

 

เธอควบมอเตอร์ไซค์บิดอย่างไม่คิดชีวิต มุ่งตรงไปยังคณะทันที โดยมีดวงดาวนั่งซ้อนท้ายไปด้วยอย่างเลี่ยงไม่ได้

 

“ขับเร็วเกินไปแล้ว” ดวงดาวเตือน

 

“ก็เพราะใครล่ะ!” ตะวันตอบอย่างหัวเสีย ถ้าไม่ใช่เพราะดวงดาวป่านนี้เธอคงนอนหลับเต็มอิ่ม หัวสมองปลอดโปร่งไม่ลืมว่าวันนี้มีสอบหรอก

 

“ดวงดาวไม่เกี่ยว อย่าโทษกัน”

 

ตะวันไม่ต่อล้อต่อเถียงอะไรต่อ เมื่อถึงคณะเธอก็รีบวิ่งตรงไปยังห้องเรียนทันที เธอผลักประตูพรวดพราด เพื่อน ๆ ในห้องต่างหันมองเป็นตาเดียว และบนโต๊ะมีกระดาษวางคว่ำอยู่

 

“ขอโทษค่ะ” จากนั้นตะวันจึงรีบหาที่ว่างนั่ง

 

“นางสาวตะวัน สายนะเธอ ฉันเกือบล็อกห้องแล้ว” อาจารย์เจ้าของวิชาเอ่ยตำหนิ

 

“ขอโทษค่ะ”

 

“ส่งชีทไปให้เพื่อนด้วย” อาจารย์บอกเพื่อนที่อยู่แถวหน้าก่อนจะยื่นชีทข้อสอบเพื่อส่งให้นักศึกษาผู้มาสาย

 

“ทำไมมาสาย” น้ำอิงถามในขณะที่ส่งชีทที่ส่งกันมาจากข้างหน้าให้ตะวัน

 

“มีเรื่องให้ปวดหัวนิดหน่อยน่ะ”

 

“ได้ครบกันทุกคนแล้วนะคะ เปิดและเริ่มทำข้อสอบได้ค่ะ”

 

เมื่อสิ้นเสียงของอาจารย์ นักศึกษาทุกคนก็พลิกกระดาษข้อสอบขึ้นดูรวมทั้งตะวัน เมื่อเธอได้เห็นโจทย์ก็กลืนน้ำลายฝืด ๆ ลงลำคอทันที

 

ทำไมมันยากขนาดนี้ ข้อสอบปรนัยเธอยังไม่รอด แต่นี่เป็นถึงอัตนัย เขียนล้วน ๆ พร้อมให้แสดงวิธีทำ ใครจะไปจำสูตรได้!

 

“ใครจะไปทำได้วะ” เธอสบถกับตัวเองเบา ๆ

 

“ดวงดาวไงทำได้ ง่ายมากเลยตะวันทำไม่ได้เหรอ?” ดวงดาวชะโงกหน้าดูโจทย์ก่อนเอ่ยขึ้นอย่างสบาย ๆ และคราวนี้เธอก็รู้ชื่อของตะวันแล้ว รู้จากอาจารย์และเพื่อนเรียก

 

“ถ้าง่ายก็มาทำเองไหมล่ะ ขี้อวด!”

 

“นางสาวตะวัน เริ่มสอบแล้วนะคะ” อาจารย์เตือน

 

ตะวันเหลือบตามองเล็กน้อยก่อนก้มหน้าจดจ่อกับข้อสอบต่อ

 

“เริ่มสอบแล้ว ไม่เสียงดังรบกวนเพื่อนสิตะวัน” ดวงดาวเสริม

 

“ก็...” ตะวันตัดใจไม่เถียงออกไป ไม่งั้นเธอคงโดนอาจารย์เรียกเป็นครั้งที่สองแน่

 

เวลาผ่านไปชั่วโมงกว่า ๆ โดยมีดวงดาวพูดไปเรื่อยตั้งแต่ต้นชั่วโมงจนถึงตอนนี้ และตะวันยังคงหาคำตอบในหลายข้อไม่ได้

 

“ข้อนี้ไม่ได้ตอบแบบนี้ ทำผิดแล้วตะวัน ต้องหาค่าตัวนี้ก่อนแล้วค่อยย้ายมันไปไว้ตรงนี้ จากนั้นค่อยหาค่าของตรงนี้ต่อ” ดวงดาวชี้นิ้วอธิบายเป็นขั้นเป็นตอน

 

“ยุ่งน่า” ตะวันกัดฟันพูดเพื่อให้เสียงเล็ดลอดน้อยที่สุด

 

“เหลือเวลาอีกแค่ชั่วโมงนิด ๆ เอง แล้วนี่ตะวันจะทำเสร็จทันเหรอ ว่างหลายข้อขนาดนี้ไม่น่ารอด ดวงดาวช่วยได้นะ” เธอเสนอตัว

 

“ช่วยอยู่เฉย ๆ แล้วเงียบก็พอ!”

 

“นางสาวตะวัน! ฉันเห็นปากเธอขยับมุบมิบมาสักพักแล้วนะ ถ้าทำเสร็จแล้วก็เอามาส่ง อย่ารบกวนสมาธิเพื่อน”

 

“ยังไม่เสร็จค่ะ ขอโทษค่ะ” ตะวันยืนขึ้นขอโทษก่อนหันไปจ้องหน้าดวงดาวอย่างเอาเรื่อง

 

“อย่าให้มีครั้งต่อไป” อาจารย์ประจำวิชาเตือน

 

“ค่า”

 

“มา เรามาเริ่มข้อนี้ก่อนเลย” ดวงดาวชี้ข้อแรกสุดที่ยังคงว่างเปล่า

 

“จิ๊!” ตะวันปัดมือดวงดาวออก แต่ลืมไปว่าปัดยังไงก็ไม่มีทางโดน

 

“ตกลง ตกลง ดวงดาวไม่ยุ่งแล้วก็ได้ ดวงดาวจะปล่อยให้เป็นไปตามยถากรรมของตะวันแล้วกัน ตกก็แค่เรียนใหม่กับรุ่นน้องเอง” ดวงดาวเปรย

 

‘โอเค งั้นทำยังไง เอาให้หมดทุกข้อ’ ตะวันไม่เปล่งเสียงออกมาทำเพียงขยับปาก

 

รอให้ออกจากห้องสอบก่อนเถอะ เธอจะหาวิธีไล่ผีตนนี้ออกไปจากรอบตัวให้ได้ ไม่ว่าข้าวสารเสก น้ำมนต์หรืออะไรก็ตามที่สามารถไล่ดวงดาวได้ แต่ตอนนี้เอาตัวรอดจากข้อสอบพวกนี้โดยการทำตามที่ผีที่ชื่อดวงดาวบอกไปก่อนก็แล้วกัน ยังไงก็ทำไม่ได้อยู่แล้ว คงไม่เสียหายอะไรมาก

 

“แค่นี้ก็สิ้นเรื่อง ตะวันต้องเอาตรงนี้ย้ายมานี่ก่อน แล้วจากนั้น...” ดวงดาวกำลังจะอธิบายต่อ แต่ตะวันวางปากกาลง เธอจึงมองอีกฝ่ายว่าต้องการอะไร

 

‘ไม่ต้องอธิบาย บอกมาเลยว่าต้องทำยังไง นี่สอบนะ ไม่ได้มีเวลาว่างทั้งวัน’ ขืนดวงดาวอธิบายละเอียดแบบนี้มีหวังข้อแรกก็ไม่เสร็จ

 

“โทษที ลืมไปว่าสอบ” เธอจะบอกวิธีทำและคำตอบให้ก่อน หลังจากสอบเสร็จเธอตั้งใจจะจับตะวันมานั่งฟังเธออธิบายให้สมองสร้างรอยหยักสำหรับเรื่องพวกนี้

 

หลังจากนั้นดวงดาวก็บอกวิธีและคำตอบที่ถูกต้องให้กับตะวัน รวมไปถึงแก้ข้ออื่น ๆ ที่เธอทำเสร็จไปแล้วแต่คำตอบไม่ถูกต้อง

 

“หมดเวลาค่ะ ที่เหลือส่งข้อสอบ”

 

ครบสามชั่วโมงอาจารย์ก็ประกาศขึ้น นักศึกษาบางคนที่ยังคงอยู่ในห้องสอบก็ทยอยกันไปส่ง บางคนก็ทำไม่ทัน ว่างไปหลายข้อ ส่วนตะวันนั้นนี่เป็นครั้งแรกที่เธอทำครบทุกข้อไม่มีข้อไหนเว้นว่างไว้ ถึงเธอจะไม่ค่อยเชื่อใจดวงดาวก็เถอะ แต่ก็ดีกว่าส่งกระดาษโล่ง ๆ

 

“ไอ้ตะวัน! ทำไมวันนี้ดูเพลีย ๆ แล้วตอนอยู่ในห้องสอบแกเป็นไรวะ?” น้ำอิงเดินเข้ามาถามตะวันที่กำลังเก็บของลงกระเป๋า

 

“ก็เพราะไอ้รายการผีเฮงซวยที่แกชอบดูนั่นแหละ!” ตะวันบอกอย่างหัวเสีย

 

น้ำอิงขมวดคิ้วกับคำพูดของเพื่อน “แล้วมันเกี่ยวอะไรกับสอบหรือ...อย่าบอกนะว่าแกกลัวผีจนหลอนนอนไม่หลับ? ปรกติแกก็ไม่เป็นนี่หว่า” น้ำอิงเกาหัวแกรก ๆ คราวก่อนที่ตะวันมาทำงานกลุ่มที่ห้อง เธอเองก็เปิดดู ก็ไม่เห็นว่าตะวันจะมีอาการกลัวผีจนนอนไม่หลับเหมือนครั้งนี้

 

“ฉันเคยบอกแล้วไงว่าไม่ได้กลัวผี แต่อีรายการโปรดแกเนี่ย ครั้งนี้มันทำให้ฉันซวยยิ่งกว่าซวย โอ๊ย...พูดไปเดี๋ยวแกก็หาว่าเพ้อเจ้อ”

 

“เล่ามาก่อน เดี๋ยวตัดสินใจเอง”

 

“ก็ได้”

 

และตะวันก็เล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อคืนให้เพื่อนอย่างน้ำอิงและเจนที่เพิ่งเข้ามาฟังเหตุการณ์ให้ฟัง

 

“เพ้อเจ้อ! /เพ้อเจ้อ!” ทั้งน้ำอิงและเจนพูดพร้อมกันอย่างไม่ได้นัดหมาย

 

“นั่นไง ก็บอกแล้ว แต่ที่เล่ามันคือเรื่องจริงนะเว้ย” ตะวันยืนยัน

 

“กลับไปนอนพักผ่อนไปแกน่ะ” น้ำอิงไล่

 

“เออ ไปนอนไป สงสัยเห็นข้อสอบเมื่อกี้ถึงกับเพี้ยน” เจนเสริม

 

“พวกแกไม่เชื่อก็แล้วแต่...แล้วเธอหัวเราะอะไร มันตลกนักเหรอไง” ประโยคหลังตะวันพูดกับดวงดาวที่กำลังยืนหัวเราะเพราะไม่มีใครเชื่อในสิ่งที่ตะวันเล่าออกไป

 

“พวกฉันไม่ได้หัวเราะ” เจนเอ่ยขึ้น

 

“ฉันไม่ได้บอกพวกแก ฉันบอกนี้” เธอชี้ข้าง ๆ

 

“ไม่เห็นมีอะไร”

 

“ก็พวกแกไม่เห็นไง มีแต่ฉันที่เห็น จะเป็นประสาทตายอยู่แล้ว ไม่รู้แหละพรุ่งนี้ฉันโดดเรียน พวกแกจดเลคเชอร์ให้ด้วยแล้วกันนะ”

 

“แกจะไปไหนตะวัน?” เจนถาม

 

“นั่นสิจะไปไหน ปรกติเห็นไม่อยากขาดเรียน” น้ำอิงเสริม

 

“นั่นสิ จะไปไหน” ดวงดาวพยักหน้าเห็นด้วยกับเจนและน้ำอิง

 

“ไปวัด!”

 

“ไปทำไมอะ?” คราวนี้ดวงดาวเป็นฝ่ายถาม

 

“ไล่เธอไปไกล ๆ ไง จับถ่วงน้ำเลยยิ่งดี!” พูดจบตะวันก่อนคว้ากระเป๋าขึ้นสะพายก่อนเดินลงอาคารไป โดยทิ้งให้น้ำอิงและเจนมองตามอย่างประหลาดใจ

 

วันนี้พวกเธอคงต้องปล่อยให้ตะวันกลับไปพักผ่อน นอนสักตื่นเดี๋ยวก็คงจะหาย เพื่อนของพวกเธอคงเครียดกับการเรียนมากเกินไปแน่ ๆ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 27 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

14 ความคิดเห็น