[จบ] Paparazzi สืบข่าวป่วนหัวใจ [Yuri]​ [มีEBook MEB]

ตอนที่ 8 : 4-2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 330
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 35 ครั้ง
    10 ม.ค. 63


 


 

เช้าวันต่อมาฉันลืมตาตื่นด้วยการงัวเงีย


 

หลังจากนาฬิกาปลุกก็มีสายโทรเข้าทันที


 

“ให้ตายสิ จะโทรมาทั้งเช้าทั้งเย็นเลยรึไง” ฉันนั่งหลับตาบ่นกับตัวเองก่อนจะคว้าโทรศัพท์มือถือขึ้นมาแทบหู


 

“คุณโทรมาอะไรแต่เช้า ไม่หลับไม่นอนเลยรึไง”


 

[ไอ้ข้าวอะไรของแก เมาขี้ตาเหรอไง]


 

หลังจากเสียงคุ้นหูกระแทกเข้าฉันก็ค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมาดูชื่อที่กำลังโชว์เบอร์


 

“กองฟางเองเหรอ”


 

[ใช่สิ แกนึกว่าใคร]


 

“เปล่า ๆ แล้วมีไรแต่เช้า”


 

[จะโทรมาบอกว่าอีกสองชั่วโมงถึง]


 

“โอเคไว้เจอกัน”


 

ฉันโยนโทรศัพท์มือถือไว้ข้าง ๆ ก่อนล้มตัวลงนอนต่ออีกประมาณสิบนาทีถึงจะค่อย ๆ แบกสังขารไปอาบน้ำแต่งตัวและไม่ลืมที่จะโทรไปบอกที่ออฟฟิศ


 

“สวัสดีค่ะ ใบข้าวนะจะแว๊บไปออฟฟิศช่วงเย็นนะ เดี๋ยวเอาข่าวไปอัปเดต”


 

[เออ ไปไหนก็ไป]


 

“อุ๊ยพี่เอกวุฒิรับซะด้วย ตามนี้นะคะเจ้านาย สวัสดีค่ะ”


 

จากนั้นจึงตรงไปที่โรงพยาบาล


 

“ฟาง! ทางนี้” ฉันตะโกนเรียกกองฟางที่กำลังจะเดินเข้าตัวอาคาร


 

“มาพอดีกันเลย แล้วคุณยิหวาของฉันฟื้นยัง”


 

ประโยคแรกที่เธอเห็นหน้าฉันก็คือถามอาการแฟนตัวเองทันที


 

“ไม่คิดจะถามฉันบ้างเหรอ”


 

“ก็เห็นอยู่ว่าปรกติดี ตกลงคุณยิหวาของฉันเป็นไง”


 

“อี๋ คุณยิหวาของฉัน ฉันไม่รู้หรอก เมื่อวานยังไม่ฟื้นแต่วันนี้น่าจะฟื้นแล้วนะ เออแล้วทำไมเมื่อวานโทรไปถึงรับได้ อยู่นอกหมู่บ้านเหรอ” ฉันถามเพราะสงสัย ปรกติหมู่บ้านฉันมันไม่มีสัญญาณ


 

“เชยอีกแล้ว เขาพากันเอาเสาสัญญาณมาติดที่หมู่บ้านเราแล้ว ไม่กันดารอีกต่อไปล่ะนะ”


 

“แจ่มอ่ะ” ฉันยกนิ้วโป้งขึ้นสองข้าง


 

ฉันกลับจากบ้านไปได้ไม่กี่เดือน มีการเปลี่ยนแปลงถึงขนาดนี้เชียว


 

“ป่ะ รีบขึ้นห้องเถอะ ฉันร้อนใจจะแย่อยู่แล้ว” ว่าจบกองฟางก็ดันฉันให้เป็นคนนำ


 

“พี่นัตตี้หวัดดีค่ะ ฟางมาแล้วพี่ไปพักเถอะค่ะ เดี๋ยวทางนี้ฟางกับข้าวดูแลเอง” กองฟางทักทายและเดินตรงไปหายิหวาที่เตียงทันที


 

“ยังไม่ตื่นเหรอคะ” เธอหันไปถามคนเฝ้าก่อนหน้า


 

“ตื่นมาทานข้าวแล้วนอนต่อค่ะ เพิ่งฟื้นเมื่อคืนเองคงเพลีย ๆ”


 

“พี่อ้อมใจเป็นยังไงบ้างคะ” ฉันเป็นฝ่ายถามอาการบ้าง


 

“โหเป็นหนักขนาดนี้เลยเหรอคะ” กองฟางตกใจเมื่อสังเกตไปที่อ้อมใจที่ร่างกายขาวไปแทบทั้งตัว


 

“อ้อมใจซวยไปหน่อย ดันยืนคุ้ยของในจังหวะที่รถเข้าชนพอดี ก็เลยเป็นแบบที่เห็น” นัตตี้พูดพลางถอนหายใจด้วยความสงสาร พี่น้องของตัวเองดันมาเจ็บหนักจนเธออยากจะเป็นฝ่ายเจ็บแทน


 

ฉันยืนฟังบทสนทนาโดยพยายามไม่เหลือบไปมองกันตาที่กำลังนั่งจ้องฉันอยู่ เธอจ้องตั้งแต่ฉันเปิดประตูเดินเข้ามา


 

“อ่อพี่นัตตี้คะ ข้าวขอเขียนข่าวอัปเดตอาการคุณยิหวาและคุณกันตานะคะ” ฉันรีบเอ่ยขอก่อนที่เจ้าตัวจะกลับบ้านไปพักผ่อน


 

“ได้ค่ะ ตามสบายเลย”


 

“ขอบคุณค่ะ” ฉันยิ้มหวานตอบ


 

“อะแฮ่ม!” เสียงไอกระแอมดังขึ้นหวังให้ฉันหันไป แต่ฉันไม่หลงกลหรอก


 

ยังไงก็จะไม่หัน!


 

“เธอ” เสียงออดอ้อนดังขึ้น


 

“….” ส่วนฉันยังคงแกล้งทำหูทวนลมรื้อกระเป๋าและหยิบหูฟังขึ้นมาเสียบ


 

“เธอ”


 

“….”


 

กองฟางหยิบหูฟังฉันออกข้างหนึ่ง


 

“คุณกันตาเรียก”


 

ไอ้ฟางเอ้ยช่างไม่รู้อะไรบ้างเลย อย่างนี้ฉันก็ตีหน้ามึนต่อไม่ได้แล้วสิ


 

“คะ? เรียกฉันเหรอ” ฉันหันไปตีหน้าซื่อถาม


 

“อือเรียก ว่าแต่เธอลืมของอะไรไว้ที่รถรึเปล่า” กันตาชะเง้อมอง


 

“ไม่มีหนิคะ ไม่ได้ลืมอะไรทั้งนั้น”


 

“ฉันอุตส่าห์โทรไปเตือนแล้วยังจะลืมอีกเหรอ” เธอเริ่มชักสีหน้าให้เห็นจากนั้นก็หน้าบูดเป็นไข่เน่าทันทีเมื่อฉันพูดต่อ


 

“อ่อเรื่องนั้นเอง ไม่ได้ลืมค่ะแต่ไม่ได้ซื้อ”


 

จากนั้นเธอก็เงียบและไม่คุยไม่มองหน้าฉันอีกเลย


 

อาการแบบนี้คือกำลังโกรธงอนฉันอยู่ถูกไหม?


 

แต่เอาเถอะวันนี้ฉันไม่ได้มาดูเธอสักหน่อย แค่มาเจอกองฟางและเอาข่าวไปเขียนเท่านั้น


 

เธออยากทำอะไรก็เป็นเรื่องของเธอ ฉันไม่เกี่ยว


 

จู่ ๆ กองฟางก็ลุกพรวดเด้งตัวไปที่เตียงผู้ป่วยทันทีเมื่อเห็นว่ายิหวาตื่นขึ้น


 

“คุณเป็นยังไงบ้าง ฟางเป็นห่วงแทบแย่ เจ็บอะไรตรงไหนอีกไหม” เธอพุ่งเข้าไปแตะเนื้อแตะตัวเพื่อเป็นการเช็กอาการ


 

“ดีขึ้นแล้ว คิดถึงเธอจัง มากอดหน่อย”


 

“ฟางก็คิดถึงคุณเหมือนกัน เป็นห่วงมากนะรู้ไหม” กองฟางโผตัวเข้ากอดคนบนเตียง


 

“ให้มันน้อย ๆ หน่อย เหม็นความรัก!” กันตาเหล่มองคู่รักที่กำลังแสดงความเป็นห่วงเป็นใยให้กัน


 

อันนี้ฉันเห็นด้วยกับเธอเป็นอย่างมาก นี่มันภาพบาดใจคนโสดชัด ๆ


 

“ยุ่งน่ะ” ยิหวาเปรยขึ้น


 

“คุณไม่เอาสิ หิวน้ำไหมเดี๋ยวฟางไปเอาให้”


 

“หิว รู้ใจฉันจังเลย จุ๊บที”


 

ฉันเริ่มชักอยากจะเข้าไปแยกสองคนนี้ออกจากกันแล้วสิ พวกเธอทำเเหมือนว่าโลกใบนี้มีกันแค่สองคน


 

“เอ้าแล้วคุณจะไปไหนนั่น” ฉันตกใจถามเมื่อเห็นว่ากันตากระโดดลงจากบนเตียงและกำลังกระเตงเสาน้ำเกลือไปด้วย


 

เธอเหลือบตามองฉันเล็กน้อยก่อนเชิดหน้าขึ้นโดยไม่สนใจก่อนจะหยิบเหยือกน้ำขึ้นมาเทให้แก้วและยกมันขึ้นดื่มและลากเสาน้ำเกลือกลับไปยังที่เดิม


 

“คราวหน้าคุณบอกฉันก็ได้นะ ไม่ต้องลำบากเดินไปเองแบบนี้ เดี๋ยวสายน้ำเกลือหลุดหมด”


 

“ชิ” กันตาสะบัดหน้าหนี


 

เป็นอะไรของเขา ฉันยืนมองเธออย่างไม่เข้าใจการกระทำ


 

“ฟาง ฉันอยากเข้าห้องน้ำ”


 

“มาค่ะ ค่อย ๆ ลุกนะ”


 

ส่วนสองคู่รักนั่นก็ดูแลกันอย่างใกล้ชิด


 

“ชิ!” คราวนี้เสียงของกันตาดังขึ้นอีกระดับพลางสะบัดหน้าแรงกว่าเดิม


 

“….”


 

“ชิชิชิชิ!!”


 

เมื่อฉันไม่สนใจ เธอก็สะบัดหน้างอรัว ๆ จนในที่สุดฉันต้องถามออกไป


 

“คุณเป็นอะไร”


 

“เปล่า ไม่ได้เป็นอะไร” เจ้าตัวปฏิเสธ


 

“งั้นก็แล้วไป”


 

“โอ๊ย ไม่ถามอีกสักนิดหน่อยเหรอ” เธอท้วง


 

“งั้นสรุปเป็นอะไรคะ ถ้าบอกว่าไม่อีกจะไม่ถามอีก” ฉันดักทางเธอไว้


 

“เธอลืมส้มโอ ฉันอยากกิน”


 

“เรื่องแค่นี้?”


 

“ไม่ เธอถีบฉันด้วยเมื่อคราวนั้น”


 

กันตาขุดเรื่องเก่านมนานมาอ้าง


 

กับอีแค่ฉันเผลอถีบเธอไปครั้งเดียว ถึงต้องโกรธ ราวี กวนฉันถึงขนาดนี้เชียว


 

“คุณควรปล่อยวางบ้างนะ”


 

“ไม่!!” กันตากอดอกจ้องหน้า


 

“มาแล้วค่ะ พี่มาแล้วและมีข่าวดีมาบอกด้วย” เสียงสดใสของพี่นัตตี้เอื่อยเอ่ยขึ้นหลังจากได้กลับไปพักผ่อนเกือบครึ่งวัน


 

“ข่าวดีอะไรคะพี่นัตตี้” กันตาถาม


 

“พรุ่งนี้น้องตาจะได้ออกจากโรง’ บาลแล้วนะคะ ดีใจไหม”


 

“จริงเหรอคะ! ดีใจสิ ตาเบื่อที่นี่จะแย่อยู่แล้ว”


 

“แล้วหวาล่ะคะพี่” ยิหวาที่ออกจากห้องน้ำมาได้ยินพอดี


 

“น้องหวาต้องอยู่ดูอาการอีกหน่อยค่ะ”


 

“หวาก็อยากออกเหมือนกัน ทำไมยัยตาได้ออกคนเดียว” เธอนิ่วหน้าไม่พอใจ


 

“ก็คุณเจ็บหนักกว่าคุณกันตา คุณอยากได้อะไรบอกฟางได้นะ จะหามาให้ทุกอย่างเลย”


 

“อือ มีเธออยู่ก็พอใจแล้ว” ยิหวาหน้าจ๋อยลงนิดหน่อย เธอดีใจที่กองฟางอยู่กับเธอ แต่ก็ไม่อยากอยู่โรงพยาบาลเป็นเวลานาน


 

“เธอไม่เฉาตายที่นี่หรอกหวา ฉันเห็นแต่ดอกรักผุดขึ้นเต็มไปหมด ฉันนี่สิถ้าไม่ได้ออกพรุ่งนี้คงเฉาเน่าเปื่อยตายคาห้องสี่เหลี่ยม” กันตาเงียหน้ามองเพดานพลางกลอกตา


 

“จริงสิ พี่มีอะไรจะขอน้องใบข้าวหน่อย”


 

“มีอะไรให้ข้าวช่วยคะพี่นัตตี้”


 

“ช่วยมาเป็นผู้จัดการน้องตาชั่วคราวจนกว่าอ้อมใจจะหายได้ไหมคะ”


 

ฉันยืนนิ่งคิดไปสักพัก หากฉันมาเป็นผู้จัดการจำเป็นแล้วงานประจำของฉันจะทำยังไง


 

“ตาไม่เอา! ไม่ตกลง! ตาดูแลตัวเองได้ค่ะ” กันตาแผดเสียงขึ้น


 

“ครั้งนี้ปฏิเสธไม่ได้ค่ะน้องตา ถึงจะได้ออกเป็นคนแรกก็ใช่ว่าจะไม่มีเอฟเฟคตามหลัง พี่เป็นห่วง”


 

“ได้ไหมคะ พี่ไม่ได้ให้ทำฟรี ๆ นะคะ ส่วนแบ่งสามสิบเปอร์เซ็นต์จากงานที่น้องตารับ” พี่นัตตี้ยืนลุ้น “ให้สี่สิบเลย ช่วยหน่อยนะคะ”


 

“สี่สิบมันเยอะไปค่ะพี่นัตตี้ แล้วอย่างนี้รายได้ตาก็หดหมดสิคะ!” กันตาพูดไล่หลัง


 

“คือข้าวก็มีงานประจำของข้าวอยู่น่ะค่ะ ไม่รู้ว่าจะยังไงเหมือนกัน เอาอย่างนี้แล้วกันค่ะเดี๋ยวไม่เกินวันนี้ข้าวจะโทรมาให้คำตอบพี่นะคะ”


 

“ได้ค่ะ แล้วพี่จะรอนะคะ”


 

ความจริงใจฉันเต้นรัว อยากได้ตั้งแต่บอกว่าสามสิบเปอร์เซ็นต์แรกแล้ว ถ้าฉันรับสองจ๊อบ ฉันก็จะมีรายได้เพิ่มขึ้นอีก แบบนี้ต้องคว้าไว้ให้ได้แต่คงต้องผ่านพี่เอกวุฒิไปก่อน


 

ดีล่ะรีบกลับบริษัทไปเป่าหูหัวหน้าดีกว่า

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 35 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

51 ความคิดเห็น