[จบ] Paparazzi สืบข่าวป่วนหัวใจ [Yuri]​ [มีEBook MEB]

ตอนที่ 12 : 6-1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 308
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 33 ครั้ง
    14 ม.ค. 63

บทที่ 6


 

“คอนโดคุณไปทางไหนคะ บอกทางฉันด้วยอย่าเพิ่งหลับ” ฉันสะกิดไหล่กันตาในขณะที่เธอกำลังเอนตัวและหลับตาลง


 

“ถามอะไรคนจะนอน”


 

“เอ๊ะ! แล้วฉันจะรู้ไหมว่าคุณพักอยู่ที่ไหน”


 

ฉันปล่อยมือออกจากพวงมาลัยเมื่อเห็นว่ารถกำลังติดไฟแดง จากนั้นจึงเอี่ยวตัวและใช้นิ้วชี้และโป้งของตัวเองถ่างตาของเธอออก


 

“โอ๊ย ทำอะไรของเธอ!” กันตาสะดุ้งขึ้นมานั่งตัวตรงจ้องหน้าฉันด้วยอารมณ์โมโห


 

“ก็ทำให้คุณลืมตาขึ้นมาบอกทางฉันไง ฉันไม่เคยไปจะรู้ไหมว่าไปทางไหน”


 

เดี๋ยวเอาไปทิ้งวัดซะนี่


 

“รู้แล้ว ๆ จำให้แม่นแล้วครั้งต่อไปจะได้มาถูก ฉันขี้เกียจพูดเยอะ เจ็บคอ”


 

จากนั้นกันตาก็ตั้งใจบอกทางฉันเป็นระยะ ๆ?


 

“ตรงไปแล้วเลี้ยวขวา”


 

“เลี้ยวตรงนี้เลยใช่ไหมคะ”


 

“อือ” เธอหลับตาตอบ


 

และในขณะที่ฉันกำลังจะหมุนพวงมาลัยนั้น….เธอได้หรี่ตาขึ้นมามองทาง


 

“ไม่ใช่! เลี้ยวข้างหน้าอีกล็อก ไม่ใช่ตรงนี้”


 

“ฉันถามคุณแล้วนะ!” ฉันหันไปขึ้นเสียงใส่ “เลี้ยวมาแล้วด้วย”


 

“ทางมันก็อ้อมไปตรงอื่นได้ ทำเป็นโวยวายไป”


 

“คุณลืมตาขึ้นมาเลยนะ”


 

เมื่อเห็นว่ากำลังติดไฟแดงฉันจึงเอี้ยวตัวไปถ่างตาของกันตาให้เบิกขึ้นมามองทาง


 

“โอ๊ย! อีกแล้วนะ!” กันตาหันขวับมาจ้องตาเขม็งอีกครั้ง


 

“ก็บอกแล้วไงว่าฉันไม่รู้ทาง”


 

“ตรงไปเลี้ยวซ้าย ตรงไปอีกนิดก็ซ้ายและก็ซ้ายอีกที จากนั้นก็ตรงไปเรื่อย ๆ จะเจอคอนโดหรู ๆ สูง ๆ สุดในย่านแล้วเลี้ยวเข้าไปเลย แล้วบอกยามว่ามาส่งฉัน แค่นี้แหละ” กันตาหันกลับและเอนหัวลงตามเดิม


 

“… ซ้าย ซ้ายแล้วซ้ายจากนั้นก็คอนโดหรู ๆ สูง ๆ” ฉันทวนความจำ


 

“ตกลงจำได้นะ”


 

“ได้”


 

จากนั้นฉันก็ขับไปตามทางที่เธอบอกเมื่อครู่ เลี้ยวซ้าย ซ้ายและเลี้ยวซ้าย จนกระทั่ง….


 

“นี่มันที่เดิม”


 

ฉันกวาดสายตามองตึกรามบ้านช่อง… เป๊ะ เหมือนก่อนหน้านี้ไม่มีผิดเพื้ยน


 

“ฉันขับตามที่คุณบอกแล้วทำไมถึงย้อนกลับมาที่เดิมได้”


 

“อือ”


 

“อือ? แล้วยังไงต่อ”


 

“ตรงไปสิ เห็นตึกตรงนั้นไหม เลี้ยวเข้าไปเลย” กันตายกนิ้วชี้ไปยังทางข้างหน้า เมื่อฉันมองตามไปก็เจอตึกสูงหรู


 

“เดี๋ยวนะคุณ แต่เมื่อกี้คุณบอกว่าเลี้ยวผิด แกล้งฉันเหรอ!”


 

“ลืมนิดหน่อย”


 

ฉันว่าเธอแกล้งฉันแน่นอน คนอะไรจะจำทางกลับคอนโดตัวเองไม่ได้


 

“ตกลงใช้คอนโดคุณจริงหรือเปล่า”


 

“ก็บอกว่าลืมไง คนเพิ่งย้ายมาไม่ถึงปี แถมไม่ได้ขับรถเอง ใครจะไปจำได้” กันตาทำหน้านิ่งข่มสีหน้าของตัวเองเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายจับได้ว่ากำลังโกหก


 

ฉันกลอกตามองบน… เปลืองน้ำมันรถชะมัด!


 

ฉันผ่อนคันเร่งและจอดหน้าทางเข้าให้ยามรักษาความปลอดภัยของคอนโดตรวจเช็ก


 

“มาส่งคุณกันตาค่ะ” ฉันเลื่อนกระจกบอกพร้อมชี้ไปทางเธอเพื่อยืนยันตัวตน


 

“เชิญครับ” เขาตะเบ๊ะก่อนกดปุ่มแผงวงจรและแขนกั้นรถยนต์ก็ยกขึ้น


 

ฉันขับเข้าเทียบหน้าคอนโด เปลี่ยนเกียร์ไปที่ N


 

ฉันนั่งนิ่งรอกันตาลงจากรถ แต่เธอก็ยังคงนั่งเฉย


 

“เชิญค่ะ!” ฉันย้ำบอก


 

“ไม่คิดจะลงไปเปิดประตูเหรอ”


 

“คุณพิการเหรอไง ถ้าไม่ลงก็กลับกับฉันแล้วกัน” ว่าจบฉันจึงเปลี่ยนเกียร์เร่งคันเร่ง


 

“ลงแล้ว! ฝากไว้ก่อนเถอะ ถ้าฉันไม่เพลีย ฉันไม่มีวันยอมแน่! โอ๊ย!!” กันตาพูดด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดสุดขีด เธอเปิดประตูลงไปพร้อมเดินจ้ำเข้าคอนโดไป แต่ไม่นานก็ย้อนกลับมา


 

“ว่า?” ฉันเลื่อนกระจกลงถาม


 

“สมุดตารางงานฉัน อ่อพรุ่งนี้ฉันไม่ไปไหนจะพักผ่อน แต่ถึงยังไงเดี๋ยวโทรบอกอีกที” จากนั้นกันตาก็หายลับเข้าไปในตัวอาคาร


 

ฉันวางสมุดในมือที่รับมาจากเธอวางไว้ข้างเบาะ


 

“วันนี้ไม่มีอะไรแล้ว.. งั้นเข้าบริษัทแล้วกัน” ฉันก้มดูเวลาจากนั้นจึงมุ่งหน้าไปยังที่ทำงาน

.

.

.

.


 

“ยินดีต้อนรับกลับค่ะ” เจ้าหน้าที่ของคอนโดกล่าวทักทายด้วยความยินดีเมื่อเห็นกันตาหายดีและออกจากโรงพยาบาล หลังจากที่เธอได้ฟังข่าวก็ตกใจมาก


 

“ขอบใจจ้ะ”


 

“หายดีแล้วใช่ไหมคะ ตอนที่ฉันได้ยินข่าวในทีวีตกใจมากเลย” เธอพุ่งตัวเข้าโอบมือกันตาไว้


 

“เอ่อ…” กันตาข่มอารมณ์ที่อยู่ ๆ ก็ถูกสัมผัสโดยไม่ได้ตั้งตัว เธอหายใจเข้าลึก ๆ พลางปลอบตัวเองว่าไม่เป็นไร


 

“หายดีแล้ว ขอบใจมากนะที่เป็นห่วง ตอนนี้ตาขอไปพักก่อน ปวดหัวมากเลยเพิ่งออกจากโรงพยาบาลแล้วตรงมานี่เลย” กันตายกมือขึ้นจับศีรษะตัวเองเล็กน้อย


 

“อุ๊ย ขอโทษด้วยนะคะ เชิญค่ะ พักผ่อนเยอะ ๆ นะคะเป็นห่วง” เธอขอโทษขอโพยและปล่อยให้ดาราที่ปลื้มไปพักผ่อนอย่างที่ต้องการ


 

กันตายิ้มหวานเล็กน้อยก่อนหันหลังขึ้นลิฟต์พร้อมกับหุบยิ้มทันที เธอกางนิ้วมือออกทั้งสองข้าง เมื่อเข้าไปในลิฟต์ที่ลับตาคนแล้วจึงรีบเปิดกระเป๋าหยิบเจลล้างมือขึ้นมาบีบและถูทั่วฝ่ามือ


 

เธอรู้ว่ามันไม่ดีถ้ามีใครมาเห็นเข้า คงถูกตีข่าวใหญ่โต เธอไม่อยากจะคิดเลยว่าจะโดนเล่นอะไรบ้าง แต่จะให้ทำอย่างไรได้เธอดันเสพติดความสะอาดเกือบถึงขึ้นสูงสุด โชคดีที่ยังพอระงับอารมณ์ในเวลาที่พบปะผู้คนได้บ้าง


 

กันตาเก็บเจลใส่กระเป๋าก่อนจะหยิบผ้าเช็ดหน้าผืนเล็กขึ้นมาเพื่อใช้ในการจับเปิดประตูห้องของตัวเอง


 

การใช้ชีวิตประจำวันแบบนี้มันช่างลำบาก แต่มันก็กลายเป็นความเคยชินไปแล้ว


 

กันตาหยิบรีโมทเปิดเครื่องปรับอากาศและฟอกอากาศ จากนั้นจึงถอดเสื้อผ้าที่สวมอยู่และพับมันอย่างเป็นระเบียบและวางไว้ในตะกร้าสีเหลืองหน้าห้องน้ำและเข้าไปชำระเนื้อตัวที่ได้ไปสัมผัสเชื้อโรคที่โรงพยาบาลและห้างสรรพสินค้า


 

หลังจากรู้สึกสะอาดสดชื่นแล้วจึงทิ้งตัวลงบนเตียงแสนนุ่ม เธอจะนอนยาวไม่ไปไหนจนถึงวันพรุ่งนี้เลย นาน ๆ ทีได้มีโอกาสพักผ่อนกับเขาเสียที


 

กันตานอนมองเพดานพลางนึกถึงความโชคดีของตัวเอง โชคดีที่ไม่มีใครเป็นอันตรายถึงชีวิตที่เกิดอุบัติเหตุ โชคดีที่ข้าวของไม่เสียหายมากนักจึงไม่ต้องถ่อร่างไปทำบัตรสำคัญต่าง ๆ ใหม่ รวมทั้งซิมการ์ด ไม่อย่างนั้นตอนนี้เธอคงยังอยู่ทำสิ่งของเหล่านี้ใหม่ไม่ได้มานอนสบาย ๆ เหมือนตอนนี้


 

จะว่าไปก็เหมือนลืมอะไรบางอย่าง แต่สมองเธอตอนนี้เพลียและอ่อนล้าเกินกว่าจะใช้ความคิด เปลือกตาค่อย ๆ เลื่อนปิดลงสู่นิทรา

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 33 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

51 ความคิดเห็น

  1. #9 Kumiko. (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 23 มกราคม 2563 / 01:21
    ลืมส้มโอ!!!!
    #9
    0