[จบ]​ รักนะ ยัยพี่เลี้ยง [yuri]​

ตอนที่ 1 : #1 พี่เลี้ยงเด็ก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 864
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 71 ครั้ง
    10 ส.ค. 62



(ขอแสดงความเสียใจ คุณไม่ผ่านสัมภาษณ์)
​ 


ฉันอ่านข้อความนี้ซ้ำไปซ้ำมา นี่เป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้วที่ฉันถูกปฏิเสธ​ ถ้าฉันขืนตกงานอีกเดือนมีหวังกินแกลบจริง ๆ แน่คราวนี้ ฉันตกงานมาเกือบหนึ่งปีเต็ม ๆ แถมตอนนี้เงินเก็บฉันแทบจะไม่เหลือแล้ว 



งานสมัยนี้มันช่างหายากเหลือเกิน 



ฉันถอนหายใจอีกครั้งก่อนปิดข้อความนั้นทิ้งและเปิดเว็บหางานทันที จนกระทั่งไปสะดุดกับงาน ๆ หนึ่ง  



ค่าตอบแทนเดือนละห้าหมื่น ห้าหมื่น! ฉันขยี้ตาและอ่านอีกครั้งและฉันก็พบว่าฉันไม่ได้ตาฝาดไป 



พี่เลี้ยงเด็กงั้นเหรอ?  



“บอลลี่ แกว่าไอ้งานพี่เลี้ยงเด็กเนี่ยมันมีโอกาสเงินเดือนถึงห้าหมื่นเปล่าวะ” ฉันถามเพื่อนที่นั่งอยู่ข้าง ๆ  



“มันก็มีอยู่นะ แต่น่าจะเป็นพวกแบบบ้านลูกคุณหนู และน่าจะต้องการพวกคุณสมบัติ​พิเศษเช่นเก่งภาษาอังกฤษ ต้องคุยอิ้งค์กับลูกเขาตลอดเวลาอะไรพวกนี้แหละฉันว่า แล้วในนั้นมีหมายเหตุหรือต้องการอะไรเป็นพิเศษมะ” 



คุณสมบัติพิเศษ​งั้นเหรอ นั่นไงเจอหมายเหตุแล้ว 



(หมายเหตุ: ทำงานบ้านเป็น ทำกับข้าวเป็น มีใบขับขี่และมีความอดทนสูง)​ 



ฉันขมวดคิ้วทันทีที่อ่านหมายเหตุนั่น 



“มีอะไรน้ำมนต์ ตกลงมันบอกอะไรไหม” 



“บอก บอกว่าต้องทำงานบ้าน ทำกับข้าว มีใบขับขี่แล้วก็มีความอดทนวะ มีแค่นี้เลยแล้วก็ไม่บอกอะไรแล้ว” 



“นี่ต้องการพี่เลี้ยงหรือแม่บ้านวะ เขาลงผิดปะเนี่ย แต่เงินเดือนเยอะ แกก็ลองสมัครไปอีกสักงานเผื่อฟลุ๊ค​” 



อย่างที่บอลลี่พูด ลองสมัครดูก็ไม่เสียหายอะไร อีกอย่างเงินมันช่างล่อตาล่อใจเหลือเกิน 



หลังจากที่กดสมัครและส่งเรซูเม่เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ไม่ถึงสิบนาทีก็มีสายเข้า 



“สวัสดีค่ะ” 



[คุณน้ำมนต์ใช่ไหมคะ]​ 



“ใช่ค่ะ” 



[พรุ่งนี้สะดวกมาสัมภาษณ์​งานหรือเปล่าคะ]​ 



[อ่อ ว่างค่ะว่าง พี่เลี้ยงเด็กใช่ไหมคะ]​ ฉันถามย้ำเพื่อความแน่ใจ เพราะฉันสมัครไปหลายงานมาก 



[ใช่ค่ะ เดี๋ยวทางเราส่งแผนที่ให้ทางเมลนะคะ]​ 



“ค่ะ ขอบคุณค่ะ” 



“แก งานพี่เลี้ยงเด็กเขาโทรมาเรียกสัมภาษณ์​พรุ่งนี้! ช่วยฉันภาวนาให้ได้งานด้วยนะเว้ย” 



“แกเพิ่งสมัครไปเมื่อกี้ใช่ป่ะ เร็วทันใจเว่อร์ ดีไม่ดีแกอาจจะได้งานนี้ก็ได้นะ” 



“เออขอให้เป็นอย่างนั้นเถอะ ฉันขี้เกียจหางานแล้วเนี่ย แป๊บนะเมลเข้า” ฉันเปิดอีเมลที่เพิ่งถูกส่งมา 



สัมภาษณ์​เวลาหกโมงเช้า 




เมื่ออ่านเวลานัดสัมภาษณ์​ฉันก็ทำหน้าเหยเกขึ้นทันทีจนคนที่นั่งตรงข้ามต้องถามขึ้น 



“ทำไมทำหน้าอย่างนั้น” 



“นัดสัมภาษณ์​หกโมงเช้าวะแก เช้ามากกกก ไหนจะต้องตื่นมาอาบน้ำแต่งหน้าแต่งตัวอีก ฉันต้องตื่นตีสี่ครึ่งเลยไหมเนี่ย” 



“เช้าจริง แต่แกก็ตื่น ๆ ไปเถอะ ใช่ว่าจะได้งานนี้ซะเมื่อไหร่” 



“เอ้าอีนี่ ก่อนหน้านี้ยังอวยพรฉันอยู่เลย ทำไมมาแช่งฉันแล้วละ” 



“นมเย็นกับชาเขียวได้แล้วค่ะ” ในระหว่างที่ฉันกำลังคุยกับบอลลี่พนักงานก็มาเสิร์ฟ​น้ำที่สั่งไปก่อนหน้านี้พอดี 



“ขอบคุณค่ะ” ฉันรับชาเขียวมาดูด 



“แล้วแกมีชุดสำหรับพรุ่งนี้ยัง” 



“อย่างฉันเตรียมพร้อมอยู่แล้ว พร้อมตั้งแต่ตอนตกงานใหม่ ๆ เลย เนี่ยใส่จนมันจะกลายเป็นผ้าขี้ริ้วอยู่แล้ว ยังไม่มีใครจ้างสักงาน ฉันกลับบ้านละนะ จะไปเตรียมตัวเตรียมใจสัมภาษณ์ ไปละ” ฉันบอกลาบอลลี่ก่อนขึ้นรถเก๋งสีดำคันเล็กกลับบ้าน เห็นทีจะต้องล้างรถหน่อยแล้ว ขืนพรุ่งนี้ขับเจ้านี่ไปแล้วเขาเห็นฝุ่นเขรอะขนาดนี้มีหวังตกสัมภาษณ์​ตั้งแต่แรกเห็นแน่ ๆ  



หลังจากที่ฉันตกลงกับตัวเองเรียบร้อยแล้วก็เลี้ยวรถเข้าคาร์แคร์ทันที ล้างแปดสิบบาทก็พอ ทำความสะอาดแค่นอกตัวรถ 




เมื่อกลับมาถึงบ้านเรียบร้อยแล้วก็รีบหาชุดที่จะใส่สำหรับพรุ่งนี้ทันที ฉันว่าใส่กางเกงสแล็คดำไปน่าจะเข้าท่ากว่ากระโปรง ถ้าหากเขาให้ลองงานจะได้ทะมัดทะแมง​หน่อย เลี้ยงเด็กคงเหนื่อยน่าดู 



เช้าวันถัดมาฉันขับรถตามแผนที่ไปยังบ้านของนายจ้าง หน้าบ้านเป็นประตูรั้วไฮโดรลิค​เปิด-ปิดโดยการกดรีโมทเพียงคลิ๊กเดียว เมื่อประตูรั้วบานโตค่อย ๆ เปิดออกฉันจึงขับรถเข้าไปข้างในและจอดในโรงจอดรถสำหรับแขกตามที่ลุงยามหน้าประตูบอก 



“สวัสดีค่ะ คุณมาสมัครงานใช่ไหมคะ” ผู้หญิงสูงวัยราว ๆ ห้าสิบออกมาต้อนรับ 



“ใช่ค่ะ” ฉันตอบและอมยิ้ม 



“งั้นเชิญทางนี้เลยค่ะ” เธอผายมือไปหน้าประตูบ้านก่อนจะเดินนำตรงไปยังห้องสัมภาษณ์ 



ฉันเดินตามเข้าไปและมองไปรอบ ๆ ภายในตัวบ้าน ใหญ่โต​อลังการ​อะไรแบบนี้ ตายกี่ชาติฉันถึงจะมีแบบนี้บ้าง ลูกบ้านนี้คาบช้อนเงินช้อนทองมาเกิดแท้ ๆ อยากเห็นหน้าจังว่าจะน่ารักมากแค่ไหน 



คนบ้านรวยและมีหน้าตาที่ดีมักเป็นของคู่กัน 



“คุณนั่งรอหน้าห้องก่อนนะคะ พอดีมีผู้สมัคร​อีกท่านยังอยู่ข้างใน” 



“อ่อค่ะ” 



มีคนก่อนหน้าฉันอีกเหรอเนี่ย ต้องมาเช้าแค่ไหนกันนะ แค่หกโมงสำหรับฉันก็เช้ามากพอแล้ว 



“ดิฉันขอตัวก่อนนะคะ” ว่าจบแม่บ้านสูงวัยก็เดินหายเข้าห้องครัวไป ฉันเดาว่าคงจะรีบไปทำอาหารสำหรับมื้อเช้า 



“เชิญคุณน้ำมนต์เข้ามาเลยครับ” 



“ค่ะ” ฉันลุกขึ้นสำรวจเสื้อผ้าก่อนเดินเข้าห้องไป 



“สวัสดีค่ะ” ฉันยกมือไหว้ชายที่ออกมาเรียกและเขาเป็นคนสัมภาษณ์​ฉัน ดูจากเสื้อผ้าการแต่งตัวแล้วน่าจะเป็นพ่อบ้านของที่นี่ แต่งเหมือนคุณป้าก่อนหน้านี้ไม่มีผิด 



ให้พ่อบ้านเป็นคนรับสมัครงั้นเหรอ แสดงว่าต้องเป็นคนที่ไว้วางใจสุด ๆ  



“เชิญนั่งครับ” 



“ค่ะ” ฉันนั่งลงตามคำบอกของคนตรงหน้า 



“ผมจะถามคำถามแรกเลยนะครับ คุณทำงานบ้านงานเรือนเป็นใช่ไหมครับ” 



“ห๊ะ.. อ่อเป็นค่ะ” บ้านออกจะใหญ่โต คนทำความสะอาดก็น่าจะมีทำไมถึงถามคำถามนี้นะ 



“คุณอาจจะสงสัย แต่คุณหนูของเราไม่ชอบให้ใครมาวุ่นวายในห้องส่วนตัวของเธอมากเท่าไหร่ครับ แล้วอีกอย่างที่คอนโดไม่มีแม่บ้านคอยดูแลเพราะเธอไม่ชอบเช่นกันครับ” 



ฉันพยักหน้ารับ 



“ข้อสองทำอาหารเป็นใช่ไหมครับ” 



“เป็นค่ะ งานถนัดเลย” ฉันเผลอพูดอะไรออกไป ฉันแค่พอทำได้ต่างหากเล่า อยากจะตีปากตัวเองจริง ๆ เอาเถอะต้มมาม่าอร่อยก็ถือว่าทำอาหารเป็นนั่นแหละ 



“แล้วใบขับขี่มีไหมครับ” 



“มีค่ะ ครบทั้งรถยนต์​และมอ’ไซค์​เลยค่ะ” 



“งั้นดีเลยครับ พรุ่งนี้คุณมาเริ่มงานเลยแล้วกันครับ คุณหนูของเราเปิดเรียนพรุ่งนี้เป็นวันแรกพอดี แล้วเรื่องการแต่งกายเอาตามที่คุณสะดวกเลยนะครับ” 



“พรุ่งนี้เหรอคะ” ทำไมมันเร็วอย่างนี้ งั้นแสดงว่าเขารับฉันเข้าทำงานแล้วใช่ไหม 



“เออ มีปัญหาอะไหมครับ” 



“มะ ไม่ค่ะ ไม่มีปัญหาอะไรเลย พร้อมเริ่มงานค่ะ ว่าแต่ว่าฉันได้งานนี้จริง ๆ ใช่ไหมคะ” ฉันถามย้ำอีกรอบ แทบไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง ทำไมมันช่างง่ายแสนง่ายขนาดนี้ 



“ใช่ครับคุณได้งานนี้แล้ว ขอให้คุณโชคดีครับ อ้อผมลืมบอกไป คุณหนูของเราชื่อชาหวานนะครับ” 



ชาหวานงั้นเหรอ ชื่อน่ารักดีแฮะ ขอให้น่ารักสมชื่อก็แล้วกัน ให้อย่าให้เป็นเด็กงอแงเลยเถอะ เพี้ยง!  


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 71 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

58 ความคิดเห็น