[Fic Yakusoku No Neverland] : พันธะขีดเส้นตาย

ตอนที่ 41 : เรื่องราวบทใหม่ (จบ)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 307
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 40 ครั้ง
    12 ก.ค. 63

เรื่องราวบทใหม่ (จบ)

     แสงจากพระอาทิยต์ลอดผ่านผ้าม่านสีแดงเข้ามาในห้องกว้าง เสียงเก้าอี้ถูกโยกไปมาอย่างเบื่อหนายของปีศาจร่างสูงเป็นเสียงเดียวในห้องนี้ให้ได้ยิน

     มือเรียวแหลมต่างจากมนุษย์ยกกระดาษแผ่นหนึ่งขึ้นอ่าน ใจความของเนื้อหาทำให้เขาครุ่นคิดเล็กน้อย

     โครงการสร้างศูนย์วิจัยเขตตะวันตก

     รายละเอียดที่ถูกเขียนส่งมา ทำให้เขาสนใจไม่น้อย

     การทดลองมนุษย์

     ถ้าเป็นการทดลองทำให้เนื้อมนุษย์อร่อยขึ้น เขาจะไม่สนใจมากขนาดนี้

     สร้างมนุษย์ครึ่งปีศาจ

     โครงการนี้อยู่ภายใต้การดูแลของลอร์ดบายอน จดหมายนี้เชิญชวนให้เขาไปร่วมงานนี้ด้วย

     หากเป็นปีศาจตนอื่น อาจคิดว่าสร้างอาหารให้แข็งแกร่งขึ้นเพื่ออะไร? ทำไมต้องทำให้ยุ่งยากด้วย แต่สำหรับเขามันไม่ใช่

     ศัตรูที่เท่าเทียม นี่แหละคือสิ่งที่เขาต้องการ

     "ถ้ามันสำเร็จ มนุษย์จะเก่งขึ้น"

     "ฉันหวังไว้แบบนั้น"

     เลวิสมองมนุษย์ทดลองหลายคนในโหล่ใส การทดลองนี้มีความเสี่ยงมาก เพราะมนุษย์มีขีดจำกัดและแตกต่างจากปีศาจหลายอย่าง เมื่อเวลาผ่านไป โหล่ทดลองเริ่มไร้ร่างของเด็กมนุษย์ทดลอง บางคนตายทันที บางคนค่อยๆตาย และบางคนอยู่ได้ไม่กี่วันก็ตาย

     เป็นไปตามคาด การทดลองนี้อาจไม่สามารถทดแทนสิ่งที่ขาดหายไปได้

     เวลาผ่านไปนานจนกระทั่งเด็กทดลองเหลือหนึ่งคน

     "ร่างกายของเธอปรับสภาพได้ดี เธอเป็นความหวังให้เราได้"

     บายอนอธิบายความคืนหน้า จากการคาดเดา เธอคงออกมาเร็วๆนี้ และตามข้อตกลง เขาจะรับเธอไปดูแลต่อ

     สร้างสิ่งมีชีวิตนี้ให้แข็งแกร่ง และเป็นผู้นำของมนุษย์

     เลวิสอดคิดไม่ได้ ช่วงเวลาแห่งความสุขใกล้เข้ามาแล้ว

     การพบกันครั้งแรกของเขากับเด็กสาวทดลองทำให้เขาหัวเสียอยู่บ้าง

     นิ่งเกินไป เธอไม่มีอารมณ์ความรู้สึกของมนุษย์เลย

     ฆ่าทิ้งดีไม?

     เป็นเพียงความคิดชั่วครู่เท่านั้นที่เข้ามาในหัว..แค่อดทนอีกสักหน่อย เขาก็จะได้สิ่งที่ต้องการ

     เลวิสสอนทุกอย่าง การอ่าน การเขียน การต่อสู้ การใช้ชีวิต การฆ่า และการแก้แค้น แน่นอนอย่างหลังค่อนข้างพิเศษมาก

     ..เลวิสแอบคิดกับตัวเอง 'เขาเป็นพี่เลี้ยงหรืออะไรกันแน่?'

     เขาพยายามอย่างนักให้เธอแค้นเขา เพราะความแค้นช่วยให้มนุษย์แข็งแกร่งขึ้น..แต่เขาไม่คิดเลยว่าเธอจะไร้ความรู้สึกเช่นนี้

     ฉัวะ!

     คลุกๆๆ

     ร่างไร้ศีรษะของเหยื่อเป็นภาพคุ้นตาต่อเลวิสหลายครั้ง

     ครั้งนี้ก็ไม่

     "ห้ามมีคราวหน้าอีก"

     "..."

     เมื่อเด็กสาวไม่ยอมสังหารเหยื่อภายใต้คำสั่ง เขาจึงฆ่าพวกมันทิ้ง หวังให้เด็กสาวเครียดแค้นตน และคิดว่าตัวเองไร้พลัง แต่ผลลัพธ์คือ เธอเมินเฉย และไม่คิดใส่ใจ พอทำมากขึ้นแค่ไหน มันก็ยังเหมือนเดิม..วิธีนี้ชั่งไร้ประโยชน์

     เด็กคนนี้ต่างจากมนุษย์คนอื่น หรือเขาเข้าใจมนุษย์ผิดไป?

     จับทรมารไม่ใช่วิถีของเขา แต่เขาจนปัญญาจริงๆ ขนาดฆ่าเพื่อนร่วมเผ่าพันธุ์ซึ่งๆหน้ายังไม่รู้สึกรู้สา นี่อย่าบอกนะว่าเด็กสาวได้กลายเป็นปีศาจแล้ว

     ..เดี๋ยวก่อน

     คิดออกแล้ว

     "ใส่ซะ"

     หน้ากากสีขาวของปีศาจถูกยัดเข้าหน้าเด็กสาวอย่างรวดเร็ว แม้ยังไม่ได้รับคำตอบจากเธอ

     เลวิสตัดสินใจพาเด็กสาวเปิดโลกของปีศาจ ได้เห็นแววตาไร้อารมณ์เปร่งประกายด้วยความอยากรู้อยากเห็น เขาจึงพาเธอเดินไปทั่วมากขึ้น

     เขาชอบอยู่อย่างสันโดษทุกคนรู้ข้อนี้ดี

     มีปีศาจหลายตนมองมาที่พวกเขา เลวิสค่อนข้างมีชื่อเสียง และไม่ชอบมาสถานที่ที่มีปีศาจเยอะ ปีศาจหลายตนจึงแปลกใจมากกว่าเกรงกลัว คงเพราะมีเด็กสาวภายใต้ผ้าคลุมสีเดียวกันบนไหล่ล่ะมั้ง

     "หาเพื่อนให้ได้"

     เลวิสกำชับเด็กสาว เขาคิดว่าไม่มีเด็กคนไหนไม่อยากมีเพื่อน แค่ให้เธอหาเพื่อน สร้างความสัมพันธ์ และสุดท้ายเขาก็ฆ่าทิ้ง เพื่อสร้างความแค้นให้เธอ

     เอาล่ะ มาดูกันว่าเธอจะเป็นยังไง

.

.

.

     เวรเอ๊ย!

     "ทำไมต้องเป็นแบบนี้!"

     วันนี้มีข่าวว่าเลือดต้องสาปหลบหนีได้สำเร็จ โดยได้รับความช่วยเหลือจากเด็กในชุดสีดำ

     ไม่ต้องเดาก็รู้ การหลบหนีผ่าทหารจำนวนมาก ต้องเป็นกลยุธท์ที่เขาเคยสอนเด็กสาว

     เลวิสไม่แน่ใจว่าควรรู้สึกอย่างไรดี เลือดต้องสาปเป็นศัตรูกับราชวงศ์ คนของเขาให้ความช่วยเหลือ เขาก็มีความผิดด้วย แต่อีกใจดีใจไม่น้อย เพราะเด็กสาวแข็งแกร่ง และรู้จักคิดวิเคราะห์ได้ดี

     จะทำก็ทำได้นิ

     อย่างน้อยสิ่งที่เขาสอนยังคงมีประโยชน์ให้เด็กสาวใช้ ถึงหลังจากนี้ต้องหาข้ออ้างสารพัดจนน่าปวดหัว แต่เรื่องนี้น่ายินดียิ่งกว่า

     ท้ายที่สุดเลวิสก็พบเด็กสาวในป่าหินแห่งหนึ่ง พร้อมสิ่งมีชีวิตตัวเล็กบาดเจ็บสาหัส

     "ทิ้งมันไปซะ"

     ลิงตัวเล็กอายุยังน้อยปรากฏบนมือเล็ก เลวิสไม่เห็นว่ามันมีประโยชน์จึงสั่งเด็กสาวแบบนั้น

     "...คุณต้องชอบมัน"

     ภาษาปีศาจถูกเอ่ยจากปากเล็ก สิ่งที่เขาไม่เข้าใจคือเขาจะชอบมันได้ยังไง?

     "คุณอาจได้ใช้มัน"

     เธอพูดแค่นั้น แล้วหันหลังเดินหนีเข้าตัวเมือง

     พัฒนาการของเธอดีขึ้นตามลำดับ สิ่งที่ทำให้เขากวนใจได้มากคือสัตว์ตัวเล็กซึ่งเป็นสมาชิกใหม่

     "พาร์ซู นายหิวไม"

     "เจี๊ยก!"

     "งั้นกินอะไรล่ะ?"

     "เจี๊ยกๆ"

     "กล้วยสินะ เอาไปสิ"

     "..."

     เลวิสมองสิ่งมีชีวิตทั้งสองที่ไม่แม้แต่จะสนใจเขา เสมือนตรงนี้มีเพียงพวกเขาเท่านั้น

     ใช่..เธอยอมคุยมากขึ้น...กับคนอื่นที่ไม่ใช่เขา

     เขาแพ้สัตว์ตัวเล็กนี่หรอ?

     ฆ่าทิ้งก็ไม่ได้ เพราะมันเป็นเพื่อนคุย และเป็นเพื่อนที่ดีได้ เลวิสจึงได้แต่บ่นในใจ

     เอาเถอะ แพ้ก็แพ้

     ช้าก่อน..เขาคาดหวังหรอ?

     "เอามันไม่ทิ้ง"

     จู่ๆปากก็พูดออกมาอย่างไม่ตั้งใจ ความรู้สึกสายหนึ่งที่ไม่เคยมีมาก่อน เข้ามาในจิตใจก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว

     เลวิสรู้ดีว่ามันคืออะไร

     "พาร์ซูจะเป็นตาให้คุณ"

     "ตอนนี้ฉันมีตาอยู่"

     น่าขำ เธอพูดเรื่องตลกร้ายอะไรอยู่

     "..ในอนาคต คุณอาจมองไม่เห็น"

     ทุกชีวิตย่อมมีวันแก่ชรา ร่างกายจะเสื่อมถอยตามอายุและการใช้ชีวิตที่ยาวนาน

     เป็นห่วงเขา?

     "เลิกพูดเรื่องไร้สาระแล้วตามมา"

     เลวิสปัดตก ลากเด็กสาวไปฝึกต่อ ความรู้สึกเมื่อครู่หายไปแทนที่ด้วยความรู้สึกบางอย่าง

     เลวิสเริ่มสับสนในตัวเอง

     "คุณอยู่ในฐานะอะไร?"

     "คนดูแล"

     "งั้นคุณเป็นพ่อหรอ?"

     เลวิสค่อยๆหันมองเด็กสาวตัวเล็กเนื้อตัวม่อมแมมจากการฝึก ความไร้เดียงสาของเด็กยังคงมีให้เห็นบ้าง แต่วันนี้เธอถามคำถามแปลกจริง

     "..ไม่"

     แล้วทำไมเขาถึงลังเลที่จะตอบล่ะ?

     ไม่รู้ว่าผ่านไปนานแค่ไหน แต่วันนี้เด็กสาวต้องไปสถานที่ที่หนึ่ง มันเป็นการฝึกเพื่อเส้นทางสู่ความแข็งแกร่ง

     โกลดี้พอน ความตั้งใจดั้งเดิมคือให้เด็กสาวสร้างการล่าให้สนุกมากยิ่งขึ้น เลวิสเคยตื่นเต้นกับวันนี้มาก

     แต่มันเป็นแค่ความคิดเดิมเท่านั้น

     กังวล? เขารู้สึกกังวลงั้นหรอ

     ไม่ มันต้องไม่เป็นแบบนี้

     รู้ตัวอีกที เขาก็เดินจากมาทิ้งให้เด็กสาวอยู่อย่างโดดเดี่ยวเพียงลำพัง

     "เจี๊ยกๆ"

     "หืม บอกลา? ทำไมฉันต้องทำด้วย"

     ลิงบนไหล่พูดยุเขาทุกวี่ทุกวัน เขาไม่เข้าใจมันเลย มันบอกว่าเขาซึน? ปากไม่ตรงกับใจ? หะ??? เขาเป็นถึงปีศาจที่ใครๆต่างต้องเกรงกลัว เขาไม่มีทางเป็นแบบนั้นหรอก

     สามวันผ่านไป การล่าเริ่มขึ้นด้วยจิตใจไม่มั่นคงของเขา

     ..จะหาเพื่อนได้ไมนะ

     ..จะพูดมากขึ้นไมนะ

     ..จะโกรธเขาที่ทิ้งไมนะ

     "เจี๊ยกกๆๆ!!"

     "หุบปากแกไป"

     ลิงตัวเล็กว่าเขาอีกแล้ว เขาแค่กังวลว่าเด็กทดลองจะมีปัญหา หาพันธมิตรไม่ได้ ไม่ยอมพูดคุยวางแผน หรือ...หรือ.....

     "เจี๊ยกกก!"

     ไอ้ลิงนี่ก็พูดมากจริง!

     เลวิสเมินลิงบนบ่า สับขายาวเดินเข้าไปในสถานที่ล่าประจำ เพื่อหาเหยื่อโชคร้ายอย่างทุกที

     กลุ่มเด็กหลบหนีมาใหม่ ทำให้เขาสนุกมาก เด็กผู้ชายสองคนนั้นวิเศษ เพราะเป็นแบบนี้ เขาจึงใช้พลังได้เต็มที่และดื่มด่ำกับสัญชาตญาณเดิมได้อย่างเต็มอิ่ม

     เด็กคนนั้นอยู่ไหน?

     ควรเป็นความเสียใจ เพราะไม่ได้เห็นเด็กสาวที่ฝึกมาอย่างดีให้ประมือ..ความรู้สึกโล่งใจนี่มันคืออะไรกัน?

     "เจี๊ยกกๆ"

     "..ถ้ายังพูดอีก ฉันจะตัดลิ้นแกซะ"

     พาร์ซูสะดุ้งตกใจและยกมือขึ้นปิดปากอย่างรวดเร็ว มันจึงได้แต่คิดในใจว่า 'คิดได้ซะทีซิ!'

     หลังจากนั้นเขาก็พบเด็กสาวจนได้ เธออยู่กับชายที่เขาพึ่งตัดแขนไป และเด็กสาวผิวสีแทนอีกคน

     หาเพื่อนไ--

     เลวิสไล่ความคิดที่มาใหม่ทิ้ง ตอนนี้เขาต้องล่าอย่างสนุกสนานสิ

     พวกเขาต่อสู้กันสักพัก จนกระทั่งเด็กสาวพลาดท่าให้กับเขา

     ฉึกกก!

     "..เข้ามาขวางทำไม?"

     "..."

     เลวิสดึงมือตัวเองออกมาจากร่างเล็ก เขาพยายามไม่ให้มือตัวเองสั่น เพราะภาพตรงหน้า

     "นั่นสินะ ฉันถามทำไม ในเมื่อเธอไม่เคยตอบคำถามนี้"

     เปลี่ยนเรื่องคุยอย่างแนบเนียบ แต่มันเป็นความจริงด้วยเช่นกัน

     เมื่อไม่ต้องการเห็นภาพแสนหดหู่ของเด็กภายใต้การดูแล เลวิสจึงหันหลังให้เด็กสาว ในใจคิดว่าเธอคงไม่เป็นไร เพราะมีอีกครึ่งเป็นปีศาจในร่างกาย พลังในการรักษาของเธอต้องมีสูงกว่ามนุษย์คนอื่น..ใช่ เธอจะไม่เป็นอะไร

     "...เพราะไม่อยากให้ตาย..ล่ะมั้ง"

     ตึง

     เด็กสาวนอนทับแอ่งเลือดของตน เปลือกตาเล็กปิดบดบังดวงตาสีแดงเลือดนิ่งสนิท แผ่นหลังเล็กมีรอยขีดข่วนเล็กน้อย และตัวอักษรบริเวณกลางหลัง ทำให้เขาหวนคิดทบทวนเรื่องราวที่ผ่านมา

     เขาไม่เคยพูดชื่อของเธอเลย

     ชื่อที่เขาเป็นคนตั้งให้

     "ทำไมถึงเป็นแบบนี้นะ"

     เลวิสรู้ว่าเขารู้สึกยังไง แต่เขาไม่ยอมรับ กับอาหารเนี่ยนะ?...เขารู้สึกผูกพันกับอาหารได้ไง

     บาดแผลของเด็กสาวไม่ยอมหาย การฟื้นฟูของปีศาจไม่ทำงาน นั่นทำให้เลวิสกังวลมาก เขาจึงส่งเด็กสาวเข้าศูนย์วิจัยเดิม หรือถูกพัฒนาแล้วในชื่อ แลมบ์ด้า

     พวกนักวิจัยไม่ยอมให้เธอตาย เพราะการทดลองนี้ไม่เคยประสบความสำเร็จอีกเลยนอกจากเด็กสาว เมื่อเขาไปถึงก็ไม่จำเป็นต้องพูดให้มากความ พวกเขาปฏิบัติกันเป็นอย่างดี

     "เธอจะหายวันไหน?"

     "...ถ้าเธอหายจะติดต่อไปครับ"

     ผ่านไปหลายอาทิตย์และหลายเดือน เขาได้รับงานหลายอย่างจากราชวงศ์ พอปฏิเสธฝั่งนั้นก็ยังดื้อดันอีก..มันผิดปกติเกินไป และพอถามทางนักวิจัย คำตอบเดิมที่ได้รับคือ 'การรักษาไม่คืบหน้า'

     ความรู้สึกผิดก่อกวนหลายเดือนมานี้ เลวิสจึงตัดสินใจไปหาเด็กสาว

     แต่ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าเป็นสิ่งที่เขากลัวที่สุด

     ร่างไร้วิญญาณของเธอถูกห่อด้วยเนื้อผ้าสีขาว ผิวสีขาวซีดบนใบหน้าเป็นหลักฐานชั้นดี มันยืนยันได้ว่าเธอจากโลกนี้ไปแล้ว

     เสียงขอโทษจากนักวิจัยหลายคนไม่เข้าหูเลวิส เขามองศพตรงหน้าไม่ละสายตา หวังไว้เพียงนี่คือความฝัน พอตื่นขึ้นมาทุกอย่างจะเป็นเรื่องโกหก

     รู้ตัวอีกที ร่างของเด็กสาวก็มาอยู่ในอ้อมกอดเขาซะแล้ว

     เย็น

     ทุกอย่างเป็นความจริง

     คำพูดสุดท้ายนี้ เขาขอให้เธอได้ยินด้วย

     "ลืมตาได้แล้วคุโระ"

.

.

.

     อืม...ใช้ได้

     สถานที่นี้เขาตั้งใจทำมาให้เด็กสาวโดยเฉพาะ

     กลัวน้ำ..ทำน้ำตกให้

     ไม่ชอบดอกไม้..ปลูกให้หมด

     เกลียดความมืด..ทำที่ทึบซะ

     ทั้งหมดนี้ไม่ได้เป็นการแกล้ง แต่เป็นความตั้งใจอันแน่วแน่ของเขาเอง

     "ไม่ชอบ..ก็รีบลุกขึ้นมา"

     ทำทั้งหมดนี้เพื่อให้เด็กสาวฟื้นคืนจากความตาย

     ไม่รู้ว่าทำไมถึงคิดแบบนี้ แต่เขาเชื่อว่าเธอจะลุกขึ้นมา

     วางจดหมายและของขวัญชิ้นแรกให้เด็กสาว เลวิสจากไปไม่หันหลังกลับมาอีก

===============

     กลิ่นอ่อนคุ้นเคยถูกพัดมาจากสายลม..เขาจำมันได้อย่างดี

     เลวิสไม่รอให้เสียเวลา เขาออกตัวเดินตามหาเจ้าของกลิ่นทันที

     เด็กสาวที่ปรากฏให้เห็นคุ้นตาเสียเหลือเกิน

     แต่นิสัยต่างกันเกินไป เป็นเธอแน่หรอ?

     เขาตกลงกับบายอนว่าจะพาเธอกลับไปตรวจร่างกายว่าเธอเป็นใคร

     เช้าวันต่อมา เขาตั้งใจออกล่าสนุกกับเหยื่อผู้มาใหม่เต็มที่ แต่พอเดินเล่นในป่าไม่นาน เขากลับเห็นอุปกรณ์บางอย่างและเสียงซุบซิบจากนักวิจัยพวกนั้น จากท่าทางของพวกเขาคงถูกสั่งให้เข้ามาแบบลับๆ

     "ครั้งที่แล้วพลาดไปหน่อย ครั้งนี้เอาใหม่"

     "เพราะแกนั่นแหละ! ครั้งแรกแกฉีดยาเยอะเกิน!"

     "ก็เห็นเด็กคนนั้นไม่เป็นไรนี่หว่า!"

     "พอๆ ตัวทดลองกลับมาให้ทำต่อ เราควรคิดให้รอบคอบกว่านี้ จะได้ไม่ซ้ำรอย"

     พวกมันพูดอะไร?

     สมองประมวลผลอย่างรวดเร็ว ถ้าเป็นไปตามที่คิด..เขารู้สาเหตุที่การรักษาไม่คืนหน้าแล้ว

     เขาโดนหลอก

     ..บายอน

     ต้องไปหาบายอน

.

.

.

     "...ฉันแค่ได้รับคำสั่งมา"

     "งั้นตายซะ"

     เลวิสสังหารบายอนในป่าทิ้งทันทีเมื่ออีกฝ่ายสารภาพ ตัวบ่งการเบื้องหลังเป็นใครไม่รู้ แต่เขาโดนหลอก และเด็กคนนั้นถูกทดลองอยู่

     ต้องไปหาเธอ

.

.

     "คุณจะไปไหน!"

     เด็กสาวผมสีส้มที่เขาสนใจตะโกนถาม เรื่องนี้ไว้วันหลัง เขาต้องไปช่วยเด็กคนนั้นก่อน

     ครั้งนี้จะช้าเหมือนครั้งแรกไม่ได้

     พรึบบบๆๆ!!

     บ้าอะไรกัน

     อาวุธปืนหลายกระบอกถูกเล็งเป้าหมายมาทางเขา เด็กพวกนี้วางแผนมาดี เขาจับสัมผัสคนอื่นไม่ได้ พวกนั่นคงเสร็จไปแล้ว..แต่นี่ไม่ใช่เวลามาเล่น

     ปังง--งงงๆๆๆ!!!

     เสียงปืนยิงกระหน่ำ เลวิสตวัดมือตามลูกปืนที่ถูกยิงมาอย่างรวดเร็ว สักพักพวกมันก็หยุดลง

     "ฉันไม่มีเวลาว่างมาเล่นกับพวกเธอ"

     ปัง!

     ซ่าาาา

     ลูกปืนของเด็กสักคนยิงลงพื้นจนท่อน้ำแตก สายน้ำพุ่งขึ้นฟ้าและสาดเป็นน้ำฝนชโลมให้ตัวเขาเปียกปอน

     และการโจมตีไม่คาดคิดก็ตามมา เด็กสาวผมสีส้มหรือเอ็มม่าวิ่งมาพร้อมสายไฟปลายไร้หุ่มกันฉนวน เธอขว้างมันเข้ามาและกระแสไฟฟ้าทำให้เขาตาพร่าเลือน

     ..มองไม่เห็น

     เป็นไปตามที่เด็กคนนั้นว่าเลยนะ

     คงต้องใช้เวลาอีกสักนิด..รอไปก่อน อย่าพึ่งเป็นอะไรล่ะ


     ทางฝั่งคุโระ

     ฉันเข้าใจทุกอย่างแล้ว มันชัดเจนมาก ตอนนั้นฉันยังไม่รู้ว่าเลวิสคิดกับฉันยังไง แต่ไม่ใช่สำหรับตอนนี้ ฉันรู้แล้วว่ามันคืออะไร

     อนาคตที่เคยเห็นทำให้ฉันกลัว เขาจะโดนยิง ต้องรีบไปช่วย ไม่งั้นไม่ทันการณ์แน่

     "ไอ้นี่ก็ขึ้นเอาขึ้นเอาเนอะ!!"

     แขนและขาของฉันยังมีเปลือกหินใสอยู่ ฉันควบคุมมันไม่ได้ดั่งใจ มันน่าหงุดหงิดมาก

     ไอ้นักวิจัยชั่ว! จะทดลองสร้างเกาะปีศาจกับฉันทำเพื่อ!!?

     ต้องวิ่งให้เร็วกว่าเดิม เปลือกแข็งพวกนี้จะสร้างตัวเมื่อไรไม่รู้ ฉันต้องรีบเท่านั้น

.

.

     "เอ็มม่า คุโระไปไหน?"

     เรย์ประคองเอ็มม่านั่งลง หลังจากที่ชายไร้นามใช้ปืนยิงเลวิส ร่างสูงนอนบนพื้นนิ่งไม่ไหวติง และเขาสงสัยว่าคุโระไปไหนกัน?

     "..เธอไม่ได้อยู่กับนายหรอ?"

     เอ็มม่ายกมือกุมบาดแผลจากเลวิส แววตาเบิกกว้างด้วยความไม่เข้าใจ

     "ไม่..เธอไม่ได้อยู่กับพวกเรา"

      ชายไร้นามตอบกลับเอ็มม่า

     "เป็นไปไม่ได้..เธอต้องอยู่กับพวกคุณสิ"

     เอ็มม่าเขย่าแขนเรย์ที่ตกในภวังค์ความคิดของตัวเอง เกิดอะไรขึ้นกับคุโระ เธอหายไปไหน

     ตึงงๆๆ!!

     เสียงวิ่งดังขึ้น เจ้าของชื่อที่ถูกกล่าวถึงปรากฏตัว ทุกคนต่างโล่งใจเมื่อเห็นเธอ แต่ตามร่างกายของเธอกลับมีประกายใสเกาะอยู่

     "ไม่นะ"

     เจ้าของเสียงมองร่างปีศาจที่พวกเขาพึ่งสังหารไป ดวงตาของเธอสั่นระริกและประกายใสเริ่มลามทั่วร่างกายยิ่งกว่าเดิม

     คำพูดต่อมา ทำให้พวกเขาใจหาย

     "คุณพ่อ!"

     """""!!!"""""

     "เธอว่าไงนะ!?" เป้เป้

     "พ่อ? เธอพูดว่าพ่อ!" นิกเกิล

     "เรื่องบ้าไรเนี่ย!" ไวโอเล็ต

     ฉันวิ่งไปหาเลวิสทันที สภาพเขาแย่มาก เลือดสีแดงไหลจากจุดอ่อนของปีศาจ ฉันรีบคลำหาสัญญาณชีพของเขา

     ไม่มี

     สัมผัสไม่ได้เลย

     ไม่ใช่ มันต้องไม่เป็นแบบนี้

     "เจี๊ยกๆ!"

     พาร์ซูวิ่งมากอดคอฉันด้วยร่างกายสั่นเทา มันมองร่างของเลวิสด้วยความเศร้าไม่ต่างกับฉัน

     ตึกตักๆๆ!!

     หัวใจของฉันเต้นเร็วขึ้น มันกระหน่ำจนแทบจะทะลุออกจากอก ฉันจิกเล็บกับมือแน่นจนเลือดออก คงเพราะสภาพจิตใจไม่มั่นคง เกาะเปลือกใสจึงกัดกินร่างของฉันอีกครั้ง

     "ถอยไปพาร์ซู!"

     ฉันผลักมันออก ซึ่งเป็นเวลาเดียวกันที่เปลือกใสห่อหุ้มตัวของฉันไว้

     มืด

     ทุกอย่างรอบกายเป็นสีดำ มีเพียงฉันในที่นี่ที่ยังคงมีสีสัน ฉันเดินไปเรื่อยๆ เพื่อหาทางออก แต่ไม่ว่าจะไปทางไหนก็พบแต่ความมืดมิด

     `ไม่กลัวแล้ว?..น่าเสียดายจังนะ`

     เสียงหยอกล้อดังขึ้นจากข้างหลัง ฉันหันไปหาต้นเสียง และมีเขายืนอยู่ตรงนั้น

     เลวิส

     "..."

     ฉันเงียบไม่ยอมตอบเขากลับ คนมันเขิน..เมื่อกี้พึ่งเรียกเขาว่าพ่อไป

     `..ยินดีที่ได้พบอีกครั้ง`

     "เช่นกัน"

     `...`

     "..."

     และทุกอย่างก็เงียบ พวกเราไม่ได้พบกันนาน ถึงฉันจะรู้จักเขาดีในมังงะ แต่ตอนนี้มันคนละเรื่อง เขาไม่เหมือนเดิม หรืออาจจะเป็นเฉพาะกับฉัน หรืออะไรก็ตาม ฉันทำตัวไม่ถูกอยู่ดี

     `ยังเตี้ยเหมือนเดิมเลยนะ`

     "ห๊ะ!? เพราะยาพวกนั้นไง! ผลข้างเคียงทำให้ฉันเป็นแบบนี้!"

     คิดว่าฉันไม่รู้หรอ! พัฒนาการทางร่างกายช้าเพราะยาพวกนั้น! ฉันเตี้ยเพราะพวกมัน!

     `แสดงอารมณ์ขึ้นเยอะนะ`

     "เป็นเพราะใครล่ะ!?"

     `หาเพื่อนได้แล้วด้วย`

     "..."

     `..เธอมีความสุขดี`

     "..."

     เลวิสเดินเข้ามาลูบหัวฉัน สัมผัสอบอุ่นถูกส่งผ่านเข้ามาแทบทำให้ฉันร้องไห้

     เขาเหมือนพ่อบุญธรรมในชีวิตก่อนของฉันมาก

     ชอบแกล้ง โหดเงียบ ปากไม่ตรงกับใจ ไม่แคร์ใครนอกจากคนในครอบครัว

     เหมือนกันจริงๆ

     `ฮืม นิสัยใหม่? ต้องเรียกว่าขี้แยหรือเปล่านะ`

     "ไม่ใช่!"

     ฉันปัดมือเขาทิ้ง ถอยหนีตั้งหลักกับตัวเอง และรีบยกมือเช็ดน้ำตาที่เกือบไหลเป็นสาย

     `คุโระ ขอโทษสำหรับทุกอย่างนะ`

     ฉันเงยหน้ามองเขา อดดีใจไม่ได้ที่ชื่อตัวเองถูกเรียกด้วยปีศาจตนนี้

     "ขอบคุณสำหรับทุกอย่าง คุณพ่อ"

     ฉันกัดริมฝีปากแน่น เขินแค่ไหนก็พูดเต็มปากออกมาได้ เพราะถ้าไม่พูดตอนนี้คงไม่มีโอกาสได้พูดคำนี้ต่อหน้าเขาอีก

     'คุโระ! ตื่นสิ!'

     'มีน้ำในนี้! คุโระไม่หายใจ!'

     แว่วเสียงจากเพื่อนทั้งสองดังขึ้นอย่างร้อนรน ฉันไม่เห็นพวกเขา แต่มาแค่เสียงก็ทำให้ฉันปวดใจได้มากทีเดียว

     `..ถึงเวลาแล้ว`

     ฉันต้องกลับ

     เวลานี้มันสั้นเหลือเกิน

     `ดูแลตัวเองด้วย`

     "อืม"

     `อย่าซนมาก`

     "อืม"

     `อย่าประมาท`

     "อืม"

     `เด็กผู้ชายคนนั้น..เป็นคนยังไง`

     หะ

     "..เขาเป็นคนเงียบๆ แต่น่ารักและใจดีมากๆ"

     ถึงจะงงว่าเลวิสถามถึงเรย์ทำไม แต่ฉันก็ยอมตอบคำถามเขาไป

     `ฮืมมม`

     เลวิสทำหน้าคิดหนักเหมือนมีเรื่องหนักใจให้คิดมาก เขาขยี้หัวตัวเองไปมาและบ่นพึมพำบางอย่าง

     `...ถือว่าผ่านแล้วกัน`

     ผ่าน? เรย์ผ่านอะไร?

     `ของขวัญ..ชอบไม?`

     ของขวัญ?

     ข้อความในจดหมายที่พบจากสุสานเข้ามาในหัว ตัวอักษรภาษาปีศาจไม่ใช่อุปสรรคอีกต่อไป เพราะความทรงจำกลับมา ฉันจึงรู้เนื้อความในจดหมายทั้งหมด


     ฉันตั้งใจสร้างที่นี่ให้เธอ เธอต้องไม่ชอบมันแน่


     เล่นเอาทุกอย่างที่เมื่อก่อนฉันไม่ชอบมาหมดนี่เนอะ


     ฉันทำขึ้นอย่างดี เธอต้องอยู่กับพวกมันยาวๆเลยล่ะ


     น่าเสียดายนะ ฉันถูกกลุ่มพวกนักวิจัยขุดขึ้นทีหลัง พวกเขาคงอยากได้ฉันมากจนวางยาให้ฉันตายชั่วขณะ จัดฉากดิบดีเกินนะบางที ฉันนับถือเลย

     หลังจากนั้นฉันถูกส่งมาที่เกรซฟิลล์โดยไร้ความทรงจำ และใช้ชีวิตเรื่อยเปื่อยมาตลอด


     เธอเคยถามว่าฉันอยู่ในฐานะอะไรสินะ..ฉันขอตอบใหม่ได้ไม?


     เธอคือสิ่งที่วิเศษที่สุดในชีวิตของฉัน


     ..เธอเปรียบเสมือนลูกของฉัน คุโระ


     และสุดท้ายฉันขอมอบของขวัญไว้ที่น้ำตก หวังว่าจะชอบมันนะเด็กน้อย


     "..ชอบมาก ชอบสุดๆเลย"

     `อืม ดีแล้วล่ะ`

     "..."

     `...`

     "..คุณทำเพื่อฉันมากเกินไป"

     `มันยังน้อยไปด้วยซ้ำ`

     'คุโระอย่าตายนะ!`

     'ลืมตาขึ้นมา!'

     `ไปซะ`

     เลวิสผลักไล่ฉัน ฉันยันตัวเองเอาไว้ และพุ่งเข้าไปสวมกอดเขา

     "ขอบคุณอีกครั้ง คุณพ่อ"

     `เด็กดื้อ..ขอบคุณเช่นกัน`

     พึบ!

     ร่างกายของฉันถูกดึงอย่างแรงด้วยพลังงานบางอย่าง แขนที่โอบกอดว่างเปล่าแล้วร่วงหล่นตามแรง คงเพราะสติเริ่มกลับสู่ความเป็นจริง ความรู้สึกเมื่อครู่จึงหายไป

     ทั้งหมดเป็นแค่ความฝัน? ฉันคิดเองหรอ?

     ไม่ใช่

     ต้องเป็นเขาแน่ ฉันเชื่ออย่างนั้น

     "เรย์เป็นไงบ้าง!"

     "ไม่ แต่ฉันจะเอาใหม่!"

     เอ็มม่า..เรย์ พวกนายตะโกนเสียงดังเกินไปแล้ว ฉันไม่เป็นไรสักหน่อย

     สัมผัสนุ่มบนริมฝีปากผละออก ต่อมาเป็นแรงกดหนักบนหน้าอกทำให้ฉันลืมตาขึ้นทันที

     ใบหน้าคุ้นเคยของเด็กชายผมสีดำอยู่ในระยะใกล้ ใบหน้าแทบชนกันถ้ามีใครผลักเขาเข้ามาคงไม่เหลือระยะห่างที่สั้นนี้

     เรยชะงักใบหน้านิ่ง ดวงตาสีม่วงเบิกกว้างมองเด็กสาวเบื้องร่าง ในที่สุดเธอก็ตื่นขึ้นมาหลังจากทำCPRอยู่นาน

     "คุโระ!"

     เอ็มม่าไม่สนใจบาดแผลบนหน้าท้อง เพื่อนของเธอต้องมาก่อน! พอเห็นเพื่อนสาวลืมตาขึ้น เอ็มม่าไม่รอช้าพุ่งตัวไปหาทันที

     "อ๊ะ"

     พึบ

     ขาเจ้ากรรมดันลื่นน้ำ เอ็มม่าล้มลงทับเรย์ด้วยความไม่ตั้งใจ และการกระทำนี้ส่งผลต่อเพื่อนทั้งสองของเธอมาก

     ว้ากกกกกก!!!!

     ฉันได้แต่ร้องในใจ มองเรย์อย่างขอความช่วยเหลือ แต่ดูเหมือนว่าเขาจะหลุดไปก่อนฉันอีก

     จูบแรกฉัน!!

     "ขอโทษนะ ขอโทษจริงๆ"

     เอ็มม่าเกาหัวแก้เขิน เธอรีบลุกขึ้นให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ และด้วยสัญชาตญาณของเธอเอง มือเล็กจึงคว้าหาที่ยันพื้นทันที

     หมับ

     เอ็มม่าาาา!!!!

     สิ่งที่เอ็มม่าจับคือหัวเรย์นั่นเอง

     ฉันสั่นไปด้วยความเขินอาย อีกคนที่ร่วมชะตากรรมไม่ต่างกันนัก หน้าเขาแดงก่ำเป็นลูกมะเขือเทศ ฉันคิดว่าฉันต้องหน้าแดงพอๆกับเขาแน่

     คนอื่นๆช่วยเอ็มม่าลุกขึ้น พอเอ็มม่าหายไป เรย์ก็รีบดีดตัวออกห่างจากฉันทันที

     "..."

     "..."

     พวกเราเงียบแล้วหันหน้าหนีไปคนละทาง

     "คุโระ ฉันกลัวมากเลย!"

     เอ็มม่าเข้ามากอดฉัน มันจะดีกว่านี้ ถ้าเธอไม่ทำแบบนั้น!

     ในใจบ่นแต่ภายนอกกอดปลอบอย่างดี ถ้าเป็นคนอื่นไม่ใช่เอ็มม่า ฉันฟันธงเลยว่าจงใจแน่นอน อืมๆ เอ็มม่าผู้ใสซื่อ ไม่เป็นไร แค่บังเอิญสินะ

     "รู้ไม! เรย์เป็นห่วงเธอมาก เขาทุบหินแข็งๆนั้นแทบตาย"

     คุโระไม่รู้ตัวเลยว่าเอ็มม่าแอบยกนิ้วโป้งมาทางเรย์ เธอจะไม่มีวันรู้ และจะไม่มีวันเชื่อด้วย

     เป็นไปตามแผน

     เธอเชียร์พวกเขามานานแล้ว!

     เรย์มองเอ็มม่าด้วยสายตาว่างเปล่า เขาควรดีใจสินะ..แต่ก็ดีใจจริงๆนั้นแหละ

     เอ็มม่า...เรื่องแบบนี้ต้องบอกเขาสิ แล้วค่อยมาวางแผนดีๆกัน

     เดี๋ยวๆ เขาคิดอะไรเนี่ย!

     "ขอบคุณนะเรย์"

     เมื่อเห็นรอยยิ้มกว้างต่างจากแต่ก่อนถูกส่งมา ใบหน้าจากแดงอยู่แล้วก็แดงยิ่งกว่า

     เขาแค่เป็นห่วงเธอเท่านั้น ไม่ได้ต้องการสิ่งตอบแทนอะไรสักนิด

     "คุโระ..ตาของเธอ"

     เรย์ชี้นิ้วมาที่ดวงตาของฉัน เขาเดินเข้ามาใกล้ทำหน้าเหมือนพึ่งสังเกตเห็นอะไรบ้างอย่าง

     "จริงด้วย ไหงเป็นงี้ล่ะ"

     เอ็มม่าเอียงคอมองฉันอีกคน

     "มีอะไรหรอ?"

     ตาฉันเป็นไร?

     "ตาเธอเป็นสองสี"

     "สีทองกับสีแดง"

     เรย์หากระจกขนาดเล็กแล้วยื่นให้ฉัน ฉันรับมันมา พอเห็นตัวเองในกระจกฉันก็คิดได้ว่า

     ตอนแรกฉันมีดวงตาสีทองสว่าง หลังโดนการทดลองมันจึงเปลี่ยนเป็นสีแดงมืด

     สาเหตุคงมาจากฉันคนก่อนและฉันคนนี้รวมกันเป็นหนึ่งตัวตน

     ฉันไม่โกรธที่พวกเขาทำเรื่องเลวร้ายไว้กับฉัน พลังพวกนี้มีประโยชน์มากกว่าให้คิดใส่ใจเรื่องในอดีต

     ฉันเดินเข้าไปจับมือเรย์กับเอ็มม่า และส่งยิ้มที่คิดว่ามาจากใจไปให้พวกเขา

     "กลับกันเถอะ"

     "ไปกัน"

     "อืม!"

     อนาคตข้างหน้ามีเรื่องราวมากมายให้พวกเขาเผชิญ แม้มีอุปสรรคขว้างกัน พวกเขาก็ไม่ย่อท้อและไม่คิดถอย มีทั้งคนเจ็บและคนตาย สิ่งนี้แลกมากับความมสำเร็จในภายภาคหน้า

     ด้วยพลังที่ฉันมี ฉันจะเปลี่ยน

     เปลี่ยนให้ทุกอย่างดีขึ้น จะไม่มีใครบาดเจ็บ จะไม่มีใครตาย จะไม่มีใครเสียสละ อนาคตของโลกนี้ฉันจะแก้ไขมันเอง

     พวกเขาแข็งแกร่ง แต่ฉันจะทำให้พวกเขาแกร่งยิ่งกว่า

     เมื่อพวกเขาสู้ ฉันจะเป็นดาบ และเมื่อพวกเขาพบอันตราย ฉันจะเป็นโล่

     พลังใหม่นี้ยังต้องฝึกอีกเยอะ แต่ฉันไม่สนใจหรอก มันต้องใช้ได้แน่

     ...คุณพ่อรอดูด้วย

เข้ามา ฉันพร้อมแล้ว!



END



ขอบคุณภาพจาก: Pinterest

# คุโระผมยาวสวยมากค่ะ

--------------
เป็นตอนที่ช่วงแรกๆเครียดมาก หลังๆคือตลก+เขินค่ะ55+

ตอนอ่านมังงะไม่รู้เป็นไร ไรท์ชอบเลวิสมากกก อยากเห็นด้านใจดีอบอุ่นของเฮียแกบ้าง เลยกลายเป็นแบบนี้ค่ะ(มีคนทายถูกด้วยย)

ตอนนี้คุโระทำสัญญา(ที่เกรซฟิลล์)เป็นจริงได้ด้วยค่ะ แต่คืออะไร? ไม่บอก~(สำหรับคนที่รู้อยู่แล้ว ยินดีด้วยนะคะ)

เรย์ผ่านการประเมินจากเลวิสค่ะ55+

ที่จริงเรย์ลุกขึ้นได้นะ แต่เขาไม่ยอม ฮุๆ///เด็กมันร้าย

เอ็มม่าเป็นกามเทพซะแล้ว ให้ความดีความชอบกัปตันเรือหน่อย!

นิยายจบแล้วค่ะ!

อยากคุยกับทุกคนต่อค่ะ กดตอนหน้าเลยย แต่อย่าลืมกดให้กำลังใจกับคอมเมนต์ตอนนี้นะ55 ไรท์รออยู่!
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 40 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

220 ความคิดเห็น

  1. #219 Bao_Bao (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2563 / 02:09
    กลับมาอ่านวนไปวนมา อยากให้มีต่อมากเลยค่ะ จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่รู้ว่าน้องทำสัญญาอะไรเอาไว้555+ อยากรู้ว่าถ้าในอนาคตน้องเจอ***อีกครั้งจะเป็นยังไง (คันปากยุบยิบอยากสปอย) ใครไม่อยากโดนสปอยไม่ต้องกดเข้ามาดูนะ!!
    #219
    1
    • #219-1 Bao_Bao(จากตอนที่ 41)
      20 ธันวาคม 2563 / 02:11
      [สปอยยาวๆ เตือนเเล้วนะ!]

      ในมังงะใกล้จบเลวิสได้โผล่ออกมาค่ะ สรุปเลวิสมีแก่นพลังสองที่เหมือนควีนปีศาจ ตอนเรารู้คือกริ๊ดมาก สัมมียังไม่ตาย!! แค่ก--

      เพราะงี้เเหละค่ะถึงอยากรู้ว่าถ้าน้องเจอเลวิสอีกครั้งจะเป็นยังไง //กริ๊ดอัดหมอน

      สุดท้ายอยากบอกว่า ชอบนิยายของไรท์มากเลยค่ะ!!♡♡
      #219-1
  2. #209 TarikoZaza (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2563 / 13:14

    อยากให้มีภาคต่อจังเสียดาย
    #209
    0
  3. #207 สาวชอบฝัน (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2563 / 12:59
    จะไม่มีภาคต่อแล้วเหรอ เสียดายยย
    #207
    0