[Fic Yakusoku No Neverland] : พันธะขีดเส้นตาย

ตอนที่ 38 : สวนแห่งความลับ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 287
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 42 ครั้ง
    18 มิ.ย. 63

สวนแห่งความลับ

     กิจวัตรประจำวันของพวกเราคือ ตื่น เดิน กิน นอน และสิ่งที่ต้องทำอยู่ตลอดเวลาห้ามหยุด แม้เพียงวินาทีเดียวคือ คอยระวังสัตว์ปีศาจเสมอ

     เพราะมีแต่ความเครียด ฉันเลยหาเกมสนุกๆเล่นผ่อนคลาย

     "ลุงจะแพ้อีกไม่ได้น่า~"

     "เออ! หยุดพูดซะ!"

     ฉันกับชายไร้นามสนิทกันมาก(?) ทุกๆวันเราจะแข่งกันว่าใครฆ่าสัตว์ปีศาจที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ในแต่ละวัน ใครเร็วและมากกว่าชนะไป

     "วันนี้จะไม่เหมือนเมื่อวาน!"

     "ผิดแล้ว ทุกวันเลยต่างหาก"

     "ชิ!"

     ชายไร้นามมีฝีมืออยู่มาก เขายิงได้แม่นยำและมองได้กว้างไกล ถ้าให้เทียบกับคนช่วงวัยเดียวกันก็ค่อนข้างโดดเด่น

     แต่ยังแพ้ฉันอยู่ดี

     ดูใบหน้าแสนเจ็บใจนั่นสิ หุๆ เห็นแล้วมีความสุขชะมัด

     แต่พวกมันก็เหลือเกินนะ ไม่ยอมสักที โจมตีได้ทุกที่ทุกเวลา เห็นเพื่อนไปหลายศพยังไม่คิดจะหลาบจำ

     ไม่เป็นไร ฉันจะคิดว่าพวกแกเป็นยุง และมีจุดจบไม่ต่างกันนัก

     นี่ก็ผ่านมาสามวันแล้ว

     การสวดมนต์ทุกคืนทำให้ฉันไม่ต้องพบอุปสรรคสองอย่างคือวิญญาณกับสัตว์ปีศาจ

     ถ้าเห็นจริงๆ ฉันไม่รู้วิธีรับมือหรอกนะ

     ขอบคุณที่ไม่ตามเข้าฝันค่ะ

     ส่วนดาบคู่เจ้าปัญหา(โยนความผิด)ก็จัดการยัดใส่กระเป๋าสะพายเรียบร้อย ฉันยังไม่รู้เลยว่าจะทำยังไงกับมันดี

     หลายวันมานี้พวกเราเน้นหลบหนี เพราะไม่ต้องการสูญเสียแรงกายและอาวุธ..ถึงจะมีบันเทิงบางเล็กน้อยก็เถอะ

     ด้วยเหตุนี้การเดินทางจึงรวดเร็วกว่าที่คาดไว้ ตอนนี้พวกเราอยู่ A07-63 พรุ่งนี้เช้าพวกเราน่าจะถึงจุดหมาย

     สภาพพวกเราไม่ดีนัก ขอบตาดำอดหลับอดนอน เนื้อตัวมอมแมมเต็มไปด้วยฝุ่น พวกเราเละเทะแต่ไม่คิดจะยอมแพ้ง่ายๆ

     ชายไร้นามจากเบิกบานเริ่มคิดหนักกับพวกเรา

     คิดน้อยไป พวกเราดื้อรั้นกว่านี้อีกเยอะ

     การเดินทางครั้งนี้ฟันธงได้ว่า เขาต้องเคยมา A08-63 เพราะเขารู้สองเส้นทางที่ไม่มีบนแผนที่ อย่างน้อยเขาก็กลับมาได้

     มีอะไรอยู่ที่นั่น?

     แน่นอนว่าฉันรู้ แต่ทำอะไรมากไม่ได้หรอก

     มีเพียงเรื่องเดียวที่ทำให้ฉันไม่เข้าใจอะไรเลย และยังไม่ได้คำตอบ ตั้งแต่สามวันก่อน..ทำไมเรย์ร้องไห้?

     พอถาม สิ่งที่ได้เป็นคำตอบคือ

     เดินหนี ทำเป็นหูทวนลม และบ่นอุบอิบว่า


     `เป็นเพราะใครกันล่ะ`


     หมายความว่าไง..

     นายเป็นอะไรกันแน่!

     ไม่มีใครรู้นอกจากเจ้าตัว

     แต่ท่าทางแบบนี้ก็น่ารักดี จะถามบ่อยๆแล้วกัน

     หุๆ ผิดที่นายน่ารักเกินไปนะ

     "เรย์ ทำไ-- อ๊ะ-อ้าว เดินหนีอีกล่ะ"

     ภายนอกทำหน้างุนงง ไม่เข้าใจ แต่ภายในยิ้มแฉ่งกับปฏิกิริยาแสนน่ารักนี้

     พระอาทิตย์ลับขอบฟ้า พวกเราตั้งกองไฟไว้เล็กๆ มีกิ้งก่าปักบนพื้น รอย่างจนสุก อีกไม่นานคงได้เวลาอาหารเย็น

     "เรย์ ทำไมวันก่อ-- หืม?"

     พอไม่มีใครเปิดปากพูด ฉันที่เป็นคนดีมาก(?) หาเรื่องมาคุย ที่ไม่คิด(?)แกล้งคนเลยสักนิด แต่ต้องหยุดพูด เพราะมีอะไรบ้างอย่างมาอุดปากไว้

     รสชาติแบบนี้ ไม่ใช่กิ้งก่า

     ฉันรีบเคี้ยวและกลืนลงคอ หันไปถามกับคนให้ว่าเป็นไปตามที่คิดหรือเปล่า

     "คุกกี้หรอ?"

     "ใช่"

     ว่าเสร็จ เรย์ก็ยื่นกระป๋องเล็กที่มีคุกกี้หลายชิ้นให้เอ็มม่ากินด้วยคน

     "อร่อยจัง!"

     เอ็มม่ายิ้มกว้าง เธอทำหน้าเคลิ้มและหยิบกินอีกหลายชิ้น

     สมกับเป็นเชฟประจำครอบครัว

     "ทำไมพึ่งเอาออกมากินล่ะ?"

      รสกลมกล่อมกำลังพอดี ทำให้หยิบคุกกี้กินได้เรื่อยๆ กลับไปให้เขาทำให้กินเยอะๆดีกว่า

     "..ไม่ต้องรีบกินขนาดนั้นเอ็มม่า กลับเชลเตอร์จะทำให้อีก"

     "ฮ่าๆ โทษที"

     เรย์ไม่ตอบคำถาม ดันเบี่ยงประเด็นหนีซะงั้น

     นับวันยิ่งทำตัวให้ฉันไม่เข้าใจ

     หรือว่า...หาโอกาสที่ชายไร้นามจะไม่เห็น? เพราะส่วนผสมคงเอาจากในเชลเตอร์

     "ขอบคุณนะ"

     "...อา"

     พอชมก็หันหน้าหนี..นายนี่...

     น่ารักจริงๆ

     "เอ็มม่า เธอเป็นอะไรหรอ?"

     เอ็มม่าเหมอลอยมองท้องฟ้าสีดำที่เต็มไปด้วยแสงดาว เธอสะดุ้งแล้วหันมามองฉันถามทางสายตาว่า 'รู้ได้ไง?'

     "..การตัดสินใจทุกอย่าง...ฉันกลัวมันผิดพลาด พวกเราเดินบนเส้นทางถูกแล้วใช่ไม? มันเป็นความคิดที่ดีหรือเปล่า?"

     ฉันกับเรย์ตั้งใจฟังเงียบๆ รอเอ็มม่าพูดความไม่สบายใจออกมา

     "แค่ชั่วคราวควรทิ้งกลุ่มฟิลไว้หรอ? แล้วการทอดทิ้งนอร์แมนล่ะ?"

     เอ็มม่าหลุบตาลงต่ำ เธอมองมือทั้งสองที่เคยโอบกอดและคว้ามือของพวกเขาออกไปวิ่งเล่นด้วยกันเสมออย่างคิดถึง

     "ฉันกลับไปแก้ไขไม่ได้ ทำได้แค่เดินหน้าต่อไป และฉันกลัวว่ามันเป็นตัวเลือกที่ผิด"

     ถ้าเสียทุกคนไปด้วยทางเลือกของตัวเธอเอง เธอไม่สามารถทนนึกถึงความหวาดกลัวนั้นได้

     ภาพของทุกคนที่นอนบนพื้นมีดอกไม้สีแดงปักบนอก ยังคงตามหลอกหลอนเธอตลอดเวลา

     "มันจะไม่มีวันเกิดขึ้น"

     "แค่พยายามต่อไป"

     ประโยคจากเพื่อนข้างกายพังทลายสิ่งนี้ลง เอ็มม่ามองเพื่อนทั้งสองที่ยกยิ้มให้กับตน

     ใช่..ทุกคนจะปลอดภัย พวกเราต้องทำได้

     "..นี่ฉันคิดมากเกินไปสินะ"

     เอ็มม่าเกาหัวแก้เขิน เมื่อเพื่อนทั้งสองไม่มีความกังวลในแววตา เธอควรทิ้งความรู้สึกนี้และเชื่อเหมือนพวกเขา

     "เอาล่ะ! ฉันไปคุยกับเขาดีกว่า"

     เอ็มม่าลุกขึ้นยืนเดินไปหาชายไร้นาม ไล่หลังมีเสียงของเรย์ที่เต็มไปด้วยความสงสัย

     "เธอจะทำอะไร?"

     ว้าว ถึงฉากนี้แล้วหรอ ฉันชอบมากเลย

     "ก่อนถึงวันพรุ่งนี้มาเปิดอกคุยกันดีๆกันเถอะ ฉันจะช่วยคุยเอง"

     "ช่วยฉัน?"

     "อืม มันไม่ถูกต้องเลยที่พวกเรามาเป็นศัตรูกัน"

     พวกเราต่างเป็นผู้หลบหนี มันเป็นประโยชน์ต่อทั้งสองฝ่าย แต่ชายไร้นามไม่ยอมร่วมมือด้วย เธอเบื่อเกมกินประสาทนี่แล้ว

     "คิดว่าจะทำอะไรได้? เลิกเล่นไร้สาระสักที! ฉันเกลียดพวกแกทั้งหม--"

     "หุบปาก!"

     ...เอ็มม่าพูดคำนี้หรอ ไม่เห็นจำได้ว่าเธอจะใส่อารมณ์ขนาดนี้

     "..คุณมีครอบครัวที่ดี คุณรักทุกคน แต่เมื่อเสียพวกเขาไป มันก็กลายเป็นความเศร้า หดหู่ และเกลียดชัง"

     เสียพวกพ้อง อยู่คนเดียวมาหลายปี ทุกวันทนทุกข์ราวกับตัวตนถูกฉีกกระฉาก มีเพียงความสิ้นหวังอยู่ข้างกายเท่านั้น

     "คิดว่ารู้จักฉันดีสินะ"

     ชายไร้นามมีสีหน้าสับสน เขาไม่อาจรับรู้ได้ว่าตนมีความรู้สึกเช่นไร

     "ไม่รู้จักและไม่เข้าใจความเจ็บปวดคุณด้วย แต่มีสิ่งหนึ่งที่ฉันพูดได้เต็มปาก"

     "พวกเราเหมือนกัน ตัวฉันในตอนนี้และตัวคุณในอดีต ครอบครัวของเราและพวกพ้องของคุณ"

     เมื่อเห็นพวกเรา เขาจึงรู้สึกเจ็บปวด สิ่งที่เขาต้องการให้หายไปจากชีวิตไม่ใช่พวกเรา

     แต่เป็นตัวเขาในอดีตต่างหาก

     "จะเปลี่ยนอะไรได้บ้างล่ะ?"

     ไม่ว่าจะเสียใจแค่ไหน ก็ไม่สามารถแก้ไขอดีตได้ ความตายไม่มีทางเอาคืนกลับมา


     `อย่างน้อยต้องมีสักคนมีชีวิตรอด`

     นิโคลัส นายทำแบบนี้ไม่ได้!

     `มีชีวิตต่อไป..`

     ไม่ได้นะ จอห์น!

     `ตอนนี้แหละ หนีไป`

     หยุดซะที ดิน่า! ทุกคน!

     `ไปซะ`

     ..ลูคัส


     สุดท้ายเขาก็เป็นคนเดียวที่รอด เพราะได้ทุกคนช่วย ทำให้เขาหนีจากสถานที่แห่งนั้นได้

     "มากับพวกเราสิ พวกเราจะไปโลกมนุษย์ สู่โลกมนุษย์ที่เพื่อนของเราอยากเห็น"

     สูญเสียเพื่อนคนสำคัญ เพื่อนที่ดีที่สุด เพื่อนที่ไม่อาจมีใครมาแทนที่ได้ พวกเขาไม่อาจใช้ชีวิตได้อีกต่อไป สำหรับพวกเราที่มีชีวิตอยู่ ควรสารต่อความต้องการของพวกเขาและมีชีวิตอยู่เพื่อพวกเขา

     "คุณสามารถแบกรับความฝันของพวกพ้องได้"

     `โลกมนุษย์หรอ อยากเห็นจัง`

     `เราต้องไปได้แน่`


     "ลองถามตัวเองดูสิ"


     `ไปกันเถอะ`


     ฉันลอบมองชายไร้นามที่ก้มหน้านิ่ง ต่อจากนี้เขาคงรู้เหตุผลการใช้ชีวิตของตัวเองแล้ว

     "กลับไปตอนนี้เลย อย่าเข้าไปที่โกลดี้พอนด์"

     เอ็มม่าไม่เสียแรงเปล่า เธอเกลี้ยกล่อมเขาได้สำเร็จ แต่สิ่งที่ชายไร้นามพูด ทำให้พวกเราไม่เข้าใจ

     เหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นมันไม่ดีนัก

     ฟิ้ว!

     "เอ็มม่าหลอบลง!"

     เสียงของเรย์สิ้นสุดลงพร้อมกับร่างของเอ็มม่าที่หายไป

     พวกมันมาแล้ว

     "วิ่ง! ไม่งั้นถูกจับแน่!"

     ชายไร้นามคว้าพวกเราไว้คนละแขน เรย์รีบสะบัดตัวหนีออกมาและถามว่า

     "อธิบายมาว่าเกิดอะไรขึ้น!"

     'ทั้งที่ระวังไว้แล้ว! โธ่เว้ย!'

     เขาคอยสอดส่อง ระวังภัยอยู่ตลอดเวลา นั่นทำให้เขาเสียใจที่ตัวเองประมาทเกินไป

     "เรย์ใจเย็นก่อน ส่วนคุณก็พูดมา"

      ก่อนสถานการณ์จะวุ่นวายกว่านี้ ฉันรีบบิดตัวหนีจากแขนของชายไร้นามอีกคน และยืนมองรอคำอธิบายจากเขา

     "เธอยังมีชีวิตอยู่ แค่ตอนนี้ยังไม่อันตรายเท่านั้น"

     "เธอถูกปีศาจจับงั้นหรอ?"

     "ใช่"

     ชายไร้นามเรียกพวกมันมาตั้งแต่วันแรก เขายิงสัตว์ปีศาจให้มีรูมากเข้าไว้ ส่วนเอ็มม่ากับเรย์ใช้ปืนยิงสะกัดสัตว์ปีศาจ ซึ่งรอยแผลพวกนั้นยังคงอยู่ ถ้ามีปีศาจที่ฉลาดหน่อยมาเห็นเข้า จะรู้ได้ทันทีว่ามีบางอย่างเกิดขึ้น

     ส่วนฉันที่ฆ่าไปทั่วก็เสี่ยวหน่อยๆ แต่ศพพวกมันถูกสัตว์ปีศาจกลุ่มอื่นกินแล้ว อยากมากพวกมันก็สงสัยว่า ทำไมสัตว์ปีศาจถึงน้อยลง ยังไงก็นึกไม่ถึงหรอกว่ามนุษย์(ฉัน)ฆ่ามันได้ เล่นซะหลายตัว คงลงความเห็นว่ากินกันเอง

     พวกเรามาจากเกรซฟิวล์ พวกมันเลยระวังตัวแล้วจับด้วยเนต เป็นปีศาจที่ฉลาดผิดกับสัตว์ปีศาจหลายเท่า

     "คุณมันไม่ได้เรื่อง"

     "เป็นเพราะแก เอ็มม่าถึงโดนจับ!"

     "ฉันขอโทษ!"

     พอโดนพวกเราว่าให้ ชายไร้นามก็รู้สึกสำนึกผิด

     เขาไม่อยากสร้างปัญหาให้พวกเราหรอก เขาแค่ต้องการอยู่อย่างสงบ แต่ตอนนี้พวกเราลงเรือลำเดียวกันแล้ว

     "ทางที่ดีที่สุดคือกลับเชลเตอร์"

     "เราจะไปช่วยเอ็มม่า และไม่เสียใครไปอีก!"

     เรย์กุมมือฉันแน่นกลัวหายไปอีกคน เขาจ้องเขม็งไปที่ชายไร้นามและถามด้วยความร้อนลน

     "บอกมา! เอ็มม่าอยู่ที่ไหน!?"

     เขาสาบานไว้แล้ว ต้องปกป้องให้ได้!

     "ตอนนี้เธออยู่ที่ A08-68 โกลดี้พอนด์"

     ชายไร้นามขยี้ผมตัวเองอย่างหัวเสีย เขาต้องกลับไปที่นั้นอีกครั้งสินะ

     "มันคือสนามเด็กเล่นของผู้ล่า"

     โกลดี้พอนด์ เป็นพื้นที่แห่งความลับ เป็นสถานที่ที่ให้พวกปีศาจมีฐานะที่ต้องการล่าแบบสมัยก่อน มาดื่มดำกับสัญชาติญาณดิบ และลิ้มรสชาติเนื้อสดใหม่ของเด็กมนุษย์

     ที่นั่นไม่ใช่ฟาร์ม แต่เป็นสมบัติส่วนตัวของพวกชนชั้นสูง เหตุผลเดียวที่เด็กๆยังมีชีวิตอยู่ ก็เพื่อถูกล่า

     เด็กส่วนใหญ่ที่ถูกส่งไป ไม่รู้จักฟาร์มด้วยซ้ำ พวกเขาถูกหลอกว่าจะได้ใช้ชีวิตเป็นของตัวเอง แต่ความเป็นจริงกลับไม่ใช่

     เมื่อเสียงดนตรีดังขึ้น ต้องหาที่ซ่อน

     ไม่ต้องห่วงเอ็มม่าหรอก เธอเอาตัวรอดได้ดี และยังช่วยเหลือเด็กๆคนอื่นด้วย

     ทางฝั่งนี้ก็พยายามสะลัดกับพวกปีศาจ ผ่านมาประมาณห้าชั่วโมงได้ พวกมันติดหนึบยิ่งกว่ากาวตราช้างกับนิ้วซะอีก

     การถูกพวกปีศาจจับเข้าไปข้างในจะไปได้เร็วขึ้น แต่พวกเราจะไปช่วยเอ็มม่า ต้องลอบเข้าไปเท่านั้น ห้ามให้พวกมันรู้ตัวตนของเราเด็ดขาด

     กว่าจะไปถึงก็ใช้เวลาพอสมควร

     "ยัยเด็กเตี้ย เธอล่วงหน้าไปก่อน"

     "หะ?"

     ฉันต้องหูฝาดแน่ๆ ขอฟังใหม่อีกรอบ

     "คุโระ ฝากเอ็มม่าด้วย"

     คราวนี้ชัดเจน พวกเขาอยากให้ฉันนำไปก่อน เผื่อเอ็มม่าเป็นอะไรไป ฉันจะได้ช่วยเหลือทัน

     เพราะได้แสดงฝีมือให้เห็นในหลายวันมานี้ ฉันจึงได้รับความไว้วางใจ

     "ได้"

     พวกเขาเชื่อมั่นในตัวฉัน ฉันก็จะเชื่อมั่นในตัวพวกเขา

     "เดี๋ยวก่อน"

     เรย์ยื้อฉันไว้ ก่อนที่ฉันจะกระโดดลงไปให้ปีศาจจับ

     "..ไว้เจอกัน"

     พูดจบแล้วหันหน้าหนี เป็นใครไม่ได้นอกจากเรย์ ด้วยความมันเขี้ยว ฉันเลยจัดการดีดหน้าผากเขาไปหนึ่งที

     "ของมันแน่อยู่แล้ว"

     เมื่อตกลงกันได้ ฉันก็ปล่อยให้ร่างตกลงจากทางเดินสูง สัมผัสได้ว่าช่วงเอวถูกเนตพันไว้และถูกดึงไปสู่ความมืดมิดพร้อมกลิ่นยาสลบที่ถูกเตรียมไว้

     "เสร็จล่ะ!"

     เสียงปีศาจว่า มันแบกฉันไว้ที่หลังของมันและพูดขึ้นด้วยความดีใจ เพราะจับเด็กจากเกรซฟิวล์ได้สักที

     "ไม่ง่ายไปหน่อยหรอ?"

     เพื่อนมันถามแล้วมองฉันที่สลบอยู่ แต่ก็ละทิ้งความสงสัย เพราะเหตุผลง่ายๆ

     "มันคงผลัดตกจากทางเดินเอง โง่จริงๆ"

     ฉันได้แต่กระตุกคิ้วรัวๆ พวกแกนั่นแหละโง่! ฉันยังไม่สลบด้วยซ้ำ นอนฟังพวกแกอยู่เนี่ย!

     "เด็กนี่สกปกมาก รีบเอาไปส่งเถอะ"

     "อา อย่าลืมอีกสองล่ะ"

     จะบอกว่าฉันตัวเหม็นหรอ!?

     ฆ่าทิ้งเลยดีไม!..ไม่ได้ พวกแกโชคดีมาก เพราะฉันต้องรับบทคนสลบก่อน

     ถ้าฉันสะอาดกว่านี้พวกแกต้องน้ำลายไหลเป็นสายยาวยิ่งกว่าแม่น้ำไนล์!

     ฝากไว้ก่อนเถอะ!

     ฟลุบ

     "..."

     ผ่านมาสักพัก ปีศาจก็ว่างฉันลงกับพื้น ฉันรอให้มันเดินไปไกล แล้วค่อยลืมตาขึ้น ขยับลุกขึ้นยืนมองสถานที่แห่งนี้

     บ้านหลากสีขนาดต่างๆปรากฎสู่สายตา ทุกอย่างดูสวยงาม ไร้ภัยอันตราย หลอกใครต่อใครได้หลายคน

     ไม่ต่างจากในมังงะแม้แต่น้อย เป็นสถานที่ที่น่าอยู่จริงๆ

     "อ้าว มืดแล้วหรอ"

     การล่าจบลงแล้ว ตอนนี้ทุกคนที่นี่แยกย้ายกันไปพักผ่อนกัน ฉันต้องตามหาเอ็มม่า..จำได้ว่าเธออยู่ที่หอกังหันลม

     บอกได้เลยว่าศึกครั้งนี้หนักพอสมควรสำหรับเด็กอย่างพวกเขา พอคิดว่าต่อจากนี้ต้องทำอะไรบ้าง ก็แอบถอนหายใจยาวๆรอไว้ก่อนเลย


เปิดอีเว้นท์การหนีครั้งใหม่



ขอบคุณภาพจาก: Pinterest

# ศึกหนักมาแล้ว!

--------------
ไรท์ให้ตัวเลขเป็นตัวอักษณนะคะ หลังจากถามตัวเองมานาน(มันควรเถียงกันหรอ?)

ตอนนี้ทำให้รู้ว่าเรย์ไว้ใจคุโระมากขึ้นค่ะ เลยฝากให้ไปดูเอ็มม่า

Goldy pond เสมือนเป็นการเปิดภาคสอง อย่างแท้จริงของเรื่องนี้ค่ะ สนุกมากๆ(ก มากกว่าล้านตัว)

The promised neverland มังงะจบแล้วนะคะ เป็นสี่ปีที่ให้อะไรมาเยอะมากค่ะ ดีใจก็ดีใจ เสียใจก็เสียใจ แต่ไม่เป็นไร ไรท์จะคิดถึงเรื่องนี้เสมอ♡

รอArtbook หนัง(หวังว่าจะไม่เผา)และเกมต่อไป~

พบกันใหม่วันพฤหันค่ะ

รักษาสุขภาพกันด้วยนะคะ♡
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 42 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

220 ความคิดเห็น

  1. #194 EGG_kung (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2563 / 11:08

    ใช่ค่ะ มังงะตอนสุดท้ายอ่านแล้วร้องไห้เลย

    สงสารนอร์แมน
    #194
    0
  2. #193 -นานาชิ- (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2563 / 16:42

    อ่านแล้วอยากให้ตาลุงไร้นามกับเพื่อนของตาลุงมีชีวิตต่ออ่าาา ไม่อยากให้ตายเลย
    #193
    0
  3. #192 [Shiro-san] (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2563 / 15:40
    พอมังงะจบแล้วรู้สึกโหวงเลยค่ะต้องคิดถึงมากแน่ๆ:-;
    #192
    0