[Fic Yakusoku No Neverland] : พันธะขีดเส้นตาย

ตอนที่ 36 : โกลดี้พอนด์ A08-63

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 328
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 43 ครั้ง
    8 มิ.ย. 63

โกลดี้พอนด์ A08-63

     ตอนนี้พวกเรามีที่ปลอดภัยแล้ว และเราต้องหาเส้นทางต่อไป

     ข้อมูลจากห้องเก็บเอกสารให้อะไรเรามากกว่าที่คิด

     พวกเรารู้การจัดหมวดหมู่และตำแหน่งทั่วไปของโรงเพาะพันธุ์แล้ว รวมถึงสัญลักษณ์ประจำตัว ที่เอาไว้ระบุตัวตนจากโรงเพาะพันธุ์สู่อีกอีกโรงเพาะพันธุ์

     ยกตัวอย่างเช่น เกรซฟิวล์(GF) สวนหน้าบ้านอันงดงาม มีตัวเลขบนคอ กลอรี่เบล(GB) ระฆังอันทรงเกียติ มีตัวอักษรบนหน้าท้อง

     ส่วนโรงเพาะพันธุ์ธรรมดาจะใช้สัญลักษณ์ธรรมดาถูกสักไว้อย่างถาวรตามร่างกาย

     เพราะงั้นปีศาจจะรู้ได้ว่าพวกเรามาจากฟาร์มไหน

     พวกเราเจอพันธสัญญา ข้อมูลของปีศาจ ที่อยู่ของโลกปีศาจ สารานุกรมพืชโลกปีศาจที่ถูกวาดด้วยมือ แล้วยังมีนิยายและหนังสือเด็กด้วย

     แต่ทุกเล่มเก่ามาก

     หนังสือที่นี่ถูกตีพิมพ์ก่อนปี 2015 เหมือนในห้องสมุดที่เกรซฟิวล์

     อย่างน้อยที่สุดคุณมิเนอร์ว่าหายไปแล้วถึง 30ปี

     ยังมีหนังสือบางเล่มเก่าเกินไป ฝุ่นจับ ตัวอักษรเลื่อนลาง ข้อมูลล้าสมัย ราวกับไม่เคยถูกเปิดมาก่อน

     ไม่สมเหตุสมผลเลย

     เมื่อวานผู้ชายคนนั้นรู้จำนวนของพวกเราที่หลบหนีและวันที่ด้วย ซึ่งต้องมีวิธีการได้ข้อมูลนี้อยู่

     มันน่าจะเป็นห้องมอนิเตอร์ ถ้าเอาไว้ดูความเคลื่อนไหวของฟาร์มและที่อื่นข้างในเชลเตอร์ได้ นั่นคือประโยชน์ในการช่วยเหลือคนอื่นได้

     ส่วนวิธีข้ามไปอีกโลก พวกเรายังไม่พบข้อมูลนี้เลย

     และพวกเราพบจดหมายสำคัญของคุณมิเนอร์ว่า

     ขอแสดงความยินดีที่มาได้ไกลขนาดนี้ ฉันต้องขอโทษที่ไม่ได้อยู่ฉลองกับพวกเธอ เชลเตอร์นี้ทำเพื่อพวกเธอ แต่พวกเธอควรมองหาสิ่งที่ดีกว่านี้ หากอยากไปอยู่ในที่ที่เหนือกว่าความสุข ใช้ปากกาและตรงมาที่นี่

     A08-32 วิลเลียม มิเนอร์ว่า


     จดหมายนี้หลายปีแล้ว คุณมิเนอร์ว่าอาจจะอยู่ที่นั่น..ถ้าอยากรู้แค่ต้องไปเท่านั้น

     ด้วยเหตุนี้ ฉัน เรย์ เอ็มม่า จะไปA08-32 และให้คนอื่นอยู่ที่นี่

     ไว้วางใจให้เชลเตอร์นี้เป็นสถานที่ที่ปลอดภัยดูแลคนที่เหลือได้ ที่นี่ขึ้นชื่อว่าปีศาจไม่รับรู้ที่ซ่อนนี้ถึง 13ปีเลยนะ ดูจากผู้ชายคนนั้นสิ

     ปัญหาอยู่ที่ 'Poachers' นักล่าสัตว์ เพื่อนของผู้ชายคนนั้นตายหมด บางทีพวกเขาอาจต่อสู้กัน หรือไม่ก็ออกไปข้างนอก

     เนื่องจากเป็นการเดินทางที่เสี่ยงอย่างมาก พวกเราเลยต้องแยกกัน และไม่แปลกที่พวกเขาจะเป็นห่วงพวกเรา

     พวกเราเป็นแค่เด็กไร้เดียงสา เพราะแบบนี้ต้องได้รับความช่วยเหลือจากผู้มากประสบการณ์

     เอ็มม่าเป็นคนต่อรองกับผู้ชายคนนั้น เธอยิ้มสดใสและชวนเขาพูดเสมือนรู้จักกันมานาน

     เขาหวงเชลเตอร์นี้มาก พวกเราเลยต้องหาวัตถุดิบ เพื่อทำอาหารด้วยตัวเอง สำหรับน้ำและพลังงานจะใช้ให้น้อยที่สุด

     แต่พอเข้าประเด็กหลักอย่างให้เขาเป็นคนนำทางและเป็นบอดี้การ์ดให้พวกเราเท่านั้นแหละ สีหน้าจากเย็นชาก็เปลี่ยนเป็นตกใจ

     ผู้ชายคนนี้อยู่รอดมา 13ปี ด้วยตัวเอง เขาต้องแข็งแกร่งมาก รองเท้าค่อนข้างสึกและหน้าท้องที่มีกล้ามเนื้อของเขา ดูไม่เหมือนอยู่เฉยๆในเชลเตอร์นี้ และผลไม้สดใหม่ถูกแขวนเก็บในห้องครัวเป็นหลักฐานยืนยันได้อย่างดี

     พวกเรายังไม่รู้ว่าคุณมิเนอร์ว่าอยู่ที่ไหน ไม่มีเวลาให้เสียแล้ว พวกเราต้องหนีให้เร็วที่สุดจากโลกนี้และทำการช่วยเหลือกับเด็กๆในอีก 2ปี หากไม่มีคนมากประสบการณ์อย่างเขา พวกเราก็ดำเนินการต่อไปไม่ได้

     ถ้าพวกเราพบคุณมิเนอร์ว่าและกลับมาได้อย่างปลอดภัย พวกเราจะออกจากเชลเตอร์นี้ทุกคน นี้คือข้อแลกเปลี่ยน ซึ่งเขาปฏิเสธ

     เขาขู่จะฆ่าพวกเราทุกคน แต่พอเห็นสวิตช์กดระเบิด ที่เป็นระบบฉุกเฉินทำลายตัวเองของเชลเตอร์บนมือเรย์ เขาก็ผงะไป

     หลังจากนั้นทุกอย่างก็ง่ายขึ้น เขายอมตกลง แต่ไม่ยอมบอกชื่ออยู่ดี

     เขาตั้งฉายาให้พวกเรา เพราะไม่อยากจำชื่อที่ฉันคิดว่าง่ายกว่า

     เอ็มม่าคือเสาอากาศ เรย์คือตาเดียวขี้เซา ดอนคือหัวถั่ว กิลด้าคือสี่ตาขี้จุกจิก และฉันคือเด็กเตี้ย

     เป็นฉายาธรรมดาๆ แต่ทำไมเจ็บจี๊ดได้ขนาดนี้

     เอาส่วนสูง170 อันภาคภูมิใจของฉันคืนมานะ!

     ถ้าเอากลับมาได้จริงๆ หวังว่าเขาจะไม่เปลี่ยนฉายาฉันใหม่นะ ไม่สิ ต้องให้เรียกชื่อเลยสิถึงจะดี

     และพวกเรารู้ข้อมูลใหม่จากอลิเซีย ไม่ใช่แค่สวิตช์ที่เป็นจุดอ่อนของเขา แต่คือทั้งเชลเตอร์นี้ต่างหาก

     อยากให้พวกคุณเห็นหน้าเขาตอนที่แก้วกำลังตกลงพื้นจริงๆ

     พวกเรามี 3วันในการหาข้อมูลต่อ และเตรียมความพร้อมทุกอย่าง และวันที่4 พวกเราจะไปA08-63

     การเตรียมความพร้อมสุดท้ายคือห้องเก็บอาวุธ

     ใช่ ที่นี่มีห้องเก็บอาวุธ ซึ่งมีเปียโนเป็นกลไกเปิดปิดห้องนี้ อาจจะดูแปลกๆที่ทิ้งอาวุธหลายประเภทและมีจำนวนมากให้เด็กๆ แต่บนโลกนี้มีปีศาจ พวกเราจำเป็นต้องมีอาวุธป้องกันตัวอย่างเลี่ยงไม่ได้ และมีไว้ก็อุ่นใจด้วย

     ฉันเกือบแสดงอาการตื่นเต้นออกมา เพราะไม่ได้จับมานาน..ก็คนมันเคยใช้นิ ฉันต้องควบคุมตัวเองใหม่และแสดงบทเด็กสาวไร้เดียงสาต่อไป(?)

     ชายไร้นามไม่ช่วยอะไรทั้งสิ้น พวกเราเลยหันมาปรึกษากัน อาวุธไหนที่ควรเอาไปใช้แล้วมีประโยชน์ที่สุด หรือเลือกสิ่งที่ช่วยให้รอดชีวิตได้นั่นเอง

     ซองจูเคยบอกว่าวิธีการเอาตัวรอดก็คือการวิ่งหนี มองหาปีศาจ แต่อย่าสู้ สิ่งเดียวที่ต้องทำคือวิ่งหนี

     การเดินทางด้วยเท้าและความสะดวกในการเคลื่อนไหว ทำให้พวกเราเลือก มีด และธนู

     เรย์บอกว่าพวกเรามีโอกาสจะถูกต้อนให้จนมุม เขาเลยอยากเอาปืนไปเผื่อด้วย

     ส่วนฉันก็ไม่มีอะไรมาก ฉันเอาดาบไป 1เล่ม ปืนยิงสลิง 2กระบอก..และชุดมีดพก ถึงฉันจะชอบปืน แต่ของที่นี่เก่าเกินไป ดูแล้วอยากเอาพวกมันมาดัดแปลงก่อนจริงๆ...แต่เพราะฉันเป็นคุโระไง! เลยทำไม่ได้!

     และอีกอย่างการใช้ปืนมันไม่ถูกต้อง ฉันรู้อนาคตตรงนี้ดีจึงเลี่ยงไว้ก่อน แต่ไม่ใช่สำหรับเอ็มม่ากับเรย์ ถ้าพวกเขาไม่มีปืนอาจไม่รอดก็ได้

     วันรุ่งขึ้นมาถึง ได้เวลาออกเดินทาง พวกเราสวมโค้ดแขนยาวสีน้ำตาลอ่อนยาวคลุมเข่า ข้างในเป็นเสื้อคอเต่าสีดำปิดหมายเลขไว้ กางเกงขายาวสีดำ และสิ่งที่ขาดไม่ได้คือกระเป๋าสะพายไว้เก็บสำภาระ เสบียง และอาวุธ

     ก่อนออกเดินทางเด็กๆงอแงกันใหญ่และเข้ามาสวมกอดพวกเราไว้ กิลด้าขู่ชายไร้นามว่า

     `แม้ว่ามีบางสิ่งเกิดขึ้น ทำให้คุณต้องวิ่งหนี แต่คุณต้องพาพวกเขากลับมาอย่างน้อย 2คนให้ได้!`

     กิลด้าไม่ยอมให้ชายไร้นามฉวยโอกาสฆ่าพวกเรา ถ้าเขาทำไม่ได้เธอจะระเบิดเชลเตอร์นี้ทิ้งให้กระจุย

     ..ทำให้คนอื่นเป็นห่วงแบบนี้ ไม่ชอบเลยจริงๆ

     พวกเราได้แต่กอดปลอบเธอ และให้คำมั่นสัญญาว่าจะกลับมา

     สิ่งแรกที่ทำให้พวกเราตกใจคือความเร็วของชายไร้นาม

     พอออกมาข้างนอก เขาก็วิ่งเร็วเต็มสปีด ไม่ลดแรงเลยสักนิด เอ็มม่าชื่นชมว่าผู้ใหญ่คงอยู่คนละระดับกับเด็กอย่างพวกเรา นั่นทำให้เขาหันมาล้อเลียนว่า 'เด็กมันห่วยแตก'

     ...ฉันอยากใช้ร่างกายเหนือมนุษย์นี้วิ่งแซงเขาเหลือเกิน

     ไม่ต้องสงสัยว่าทำไมชายไร้นามต้องทำเวลาขนาดนี้ ที่นี่เป็นดินแดนว่างเปล่า ไร้ปีศาจ แต่อย่าเสียเวลาในที่ปลอดภัยเลย พวกเราควรรีบไปเผชิญหน้ากับอันตรายข้างหน้า ก่อนพระอาทิตย์ตกดินดีกว่า

     อย่างน้อยพวกเราก็ประสบความสำเร็จในการลากชายไร้นามมาด้วย สิ่งที่พวกเราต้องทำคือ 'อยู่อย่างฉลาด'

     หลังคำขาดของกิลด้า เขาคงวางแผนฆ่าพวกเราไป 1คน เอ็มม่ารู้ว่าลึกๆเขาเป็นคนดี เธอจะใช้โอกาสนี้รู้จักตัวตนของเขา ส่วนเรย์ เขาคิดว่าถึงจะเป็นคนดีแต่ไม่ใช่ตอนนี้แน่ เขาคงระวังไม่ให้พวกเราต้องอยู่ในอันตราย

     อย่าประมาท อย่าปล่อยให้เขาฆ่า ชายไร้นามแข็งแกร่งและยังได้เปรียบด้านประสบการณ์และชำนาญพื้นที่ แต่ 'ชัยชนะ' และ 'การควบคุม' ต้องเป็นของพวกเรา

     พอพ้นดินแดนว่างเปล่า การเดินทางต่อมามี 2เส้นทาง เสียเวลาแต่ปลอดภัย กับเร็วแต่ไม่ปลอดภัย

     ชายไร้นามเลือกให้ เขาเอาตัวเลือกที่ทุกคนเดาได้ง่ายๆ โดยไม่ถามความเห็นจากพวกเรา

     ได้เวลาจบการย้อนความ มาที่ปัจจุบันบ้าง

     ข้างหน้าของพวกเราคือป่าหรือรังของปีศาจ ถ้าออกจากป่าได้ จะพบ A08-63 โกลดี้พอนด์

     "หากพวกมันเห็นพวกเธอเท่ากับตาย ไปกันเถอะรีบเคลียร์ก่อนพระอาทิตย์ตก"

     ก้าวเข้าไปในป่าแห่งความตาย

     "กา กา กา" ฉันมองสิ่งมีชีวิตที่น่าจะเป็นนกอยู่ด้านบน พร้อมกับสำรวจป่าแปลกๆนี้เงียบๆ

     ป่านี้คนละเรื่องกับป่าก่อนหน้านี้อย่างสิ้นเชิง เหมือนอยู่คนละโลกเลยล่ะ

     แทนที่จะมีต้นไม้มันกลับเป็นหินลักษณะคล้ายเทียนที่ละลายแล้ว ถ้าเปรียบเทียบให้เหมือนต้นไม้ จะมีกิ่งก้านแผ่กระจายเป็นทางเดิมเชื่อมโยงกันด้วย

     "มีหลายฝูงอยู่ที่นี่ พวกมันแบ่งเขตกันชัดเจน แต่ถ้าเจอ 1ตัวเท่ากับเจอทั้งฝูง"

     "ฉันคิดว่าต้องฆ่ามันก่อนที่จะเรียกฝูงมา"

     พอชายไร้นามพูดจบ เอ็มม่าก็หันมาถามเรย์ว่า

     "พวกเรามีเวลานานแค่ไหน?"

     เป้าหมายแรกคือพวกเราต้องข้ามพื้นที่นี่ให้ได้ก่อนพระอาทิตย์ตก เพราะจะได้ห่างจากรังของพวกสัตว์ปีศาจและจะได้พักผ่อนอย่างสบายใจ

     "ประมาณ 2ชั่วโมงก่อนมืด"

     "เข้าใจล่ะ มาพยายามกันเถอะ!"

     "โอ้ว!" ฉันขานตอบอย่างร่าเริง

     "ไปทางขวา" ชายไร้นามพูดขึ้นและเดินนำพวกเราไป

     แต่ว่านะ..มีรอยเท้าของสัตว์ปีศาจที่ดูยังใหม่ไปทางขวาไม่ใช่หรอ

     ก่อนที่ฉันจะแย้งอะไรออกไป เรย์ก็ขัดขึ้นก่อน

     "ไปทางขวาจริงหรอ?"

     "..ทางซ้ายต่างหาก"

     ฮั่นแน่! คิดเล่นตุกติกหรอ! ทั้งที่เป็นมือใหม่ แต่พวกเราก็เรียนรู้กันไวนะ!

     ชายไร้นามอาจคิดไม่ถึงว่าเขาถูกพวกเราจับตาดู วิเคราะห์และเอาสิ่งที่เห็นมาใช้ได้มากขนาดนี้

     "สุดยอดเลยเรย์ ฉันไม่ทันรู้ตัวเลย!"

     "ขอบใจ"

     เอ็มม่าผู้น่ารักยังคงมีคำชมให้คนอื่นอย่างทุกที

     "!!"

     จู่เอ็มม่าก็หยุดเดินกระทันหัน เธอมองไปรอบๆอย่างหวาดระแวงภัย

     "มีอะไร เอ็มม่า?"

     เรย์หันมาถามแต่ก็พอจับใจความได้ว่าเอ็มม่าเป็นอะไรไป

     มีแต่ความเงียบเข้าปกคลุม พวกเราพยายามหาต้นต่อความไม่สบายใจของเอ็มม่า แต่ไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็พบเพียงความว่างเปล่า

     "..." ฉันเลือกที่จะเงียบ แต่ใจจริงอยากเงยหน้าขึ้นไปมองสัตว์ปีศาจด้านบนใจจะขาด

     ฉันสัมผัสได้ว่ามันค่อยๆเอาหัวตัวเองลงมาหาฉัน

     ถ้าเป้าหมายของมันไม่เป็นไปตามเนื้อเรื่อง ฉันก็ขอฆ่ามันไปเลยแล้วกัน

     ฟิ้ววว! ฉึก!

     เมื่อคิดเสร็จ ฉันก็ตวัดมีดสั้นพุ่งทะลุออกจากหลังดวงตาของสัตว์ปีศาจด้านบนอย่างรวดเร็วทันที

     ตึง!

     สัตว์ปีศาจตกลงมาตามแรงโน้มถ่วง มันไม่มีโอกาสได้กรีดร้องอย่างเจ็บปวดด้วยซ้ำ

     ""คุโระ!!"" เอ็มม่ากับเรย์วิ่งมาหาฉันและมองหาว่าบาดเจ็บตรงไหนไม

     "ฉันไม่เป็นไร" ฉันพูดให้พวกเขาใจเย็นลง

     "ฝีมือใช้ได้" ชายไร้นามหันมาชมฉัน

     แต่ว่านะ ช่วยปิดประกายแห่งความผิดหวังในดวงตาให้มิดกว่านี้หน่อยได้ไม

     พรึบ!

     ไม่มีเวลาให้หายตกใจ สัตว์ปีศาจตัวใหม่ก็มาหาพวกเราอีกครั้ง แต่ครั้งนี้มันมาจากทางขวา ซึ่งเอ็มม่าอยู่ตรงนั้น

     หมับ!

     เรย์จับไหล่ของเอ็มม่าให้หลบฟันอันแหลมคมของสัตว์ปีศาจ ส่วนฉันรู้งานดีก็ใช้มีดสั้นพุ่งไปหามันอีกครั้ง

     ฉึก!

     สภาพของมันไม่ต่างจากตัวก่อนหน้า มันนอนแน่นิ่งไร้เสียงเช่นเดิม

     "เอ็มม่า!" เรย์เขยาตัวเอ็มม่าไปมา เธอสติหลุดไปแล้ว

     "ฉันยังมีชีวิตอยู่หรอ?" เอ็มม่ามองตัวเองอย่างไม่เชื่อสายตา เธอคิดว่าเธอโดนกัดหัวไปแล้วซะอีก

     "ใช่" ฉันยืนยันคำถามของเอ็มม่า

     "ตอนนี้เธอได้ตายไปแล้วเด็กน้อย แค่เหนี่ยวไกยังทำไม่ทันเลย" ชายไร้นามตอบอย่างไม่ใส่ใจ..แต่มันก็เป็นความจริง

     "แต่อย่างน้อยมันก็ตายแล้ว" ชายไร้นามเหลือบสายตามาทางฉัน คงสงสัยว่าฉันรู้วิธีฆ่าพวกมันได้ยังไง

     "หลังดวงตาคือจุดอ่อนของพวกมันหรอ?" เรย์ถาม

     "ใช่ ฉันรู้จากปีศาจจากฟาร์มน่ะ" ฉันที่เตรียมคำตอบมาดีตอบ ในเนื้อเรื่องเดิมเรย์จะรู้ได้เพราะสังเกตจากการฆ่าสัตว์ปีศาจของปีศาจหัวหน้าและปีศาจมักมีหน้ากากบนใบหน้าปกปิดจุดอ่อนทุกตัว

     หึๆ! เท่านี้ๆก็เรียบร้อย! การเดินทางครั้งนี้ต้องปลอดภัยไร้รอยแผลบนร่างกายของทุกคน!

     ครืดดดด! ตึกกๆ ๆ!!

     "หืม เสียงอะไรเนี้ย?" ฉันสัมผัสได้ว่ามีอะไรบางอย่างกำลังมาทางนี้

     "ไม่รู้สิ" เอ็มม่าจับปืนพกเอาไว้แน่น เธอเรียนรู้จากเหตุการณ์ก่อนหน้าแล้ว และไม่คิดประมาทอีก

     "มีอะไรอีกล่ะ" เรย์คว้าปืนไรเฟิลที่เหน็บบนกระเป๋ามาเตรียมตัวอีกคน

     เสียงสิ่งมีชีวิตหลายตัววิ่งเข้ามาหาเราไม่ขาดสาย พวกเราเลยปีนขึ้นไปยืนบนทางเดินหินที่สูงขึ้น

     ต้องไม่ใช่แบบนี้สิ..สัตว์ปีศาจไม่ได้เรียกพวกมันมาเลยนะ

     "..แปลก" ชายไร้นามพูดขึ้นมาเสียงเบา แต่ไม่อาจพ้นหูของฉันได้

     ใช่ ฉันเห็นด้วย

     ไม่นานสัตว์ปีศาจหลายตัวก็เข้ามาล้อมรอบพวกเราไว้ พวกมันส่งเสียงขู่หวังให้พวกเราหวาดกลัว

     """""ก๊าซซซซ!!!"""""

     แต่ตอนนี้ฉันไม่สนอะไรทั้งนั้น ในสมองก็พยายามคิดถึงความเป็นไปได้ว่าอะไรทำให้พวกมันมารวมตัวกันที่นี่

     จะว่าไปแล้ว..มันน่าสงสัยตั้งแต่สัตว์ปีศาจตัวแรกที่เข้าหาฉันแทนที่เรย์จะเป็นที่ใกล้ที่สุด หัวหน้าปีศาจจากฟาร์มด้วย..และครั้งนี้ก็ด้วย

     เดี๋ยวก่อนนะ..แมลงที่ชอบมาก่อกวนฉัน มันต้องเกี่ยวข้องด้วยแน่

     คิดยังไงก็มีแต่ฉันที่โดนเพ่งเล็ง...อย่างนี้ก็ดี ทุกคนจะได้ปลอดภัยด้วย

     "นี่...พวกมันน่าจะมาเพราะฉัน" ฉันยกยิ้มกว้าง แต่คำพูดต่อมาทำให้ทุกคนถึงกับช็อก

     "เพราะงั้นฉันจะแยกนะ"

ได้เวลาลุยเดียวแล้ว



ขอบคุณภาพจาก: Pinterest

#

--------------ไรท์:..หัวเราะอย่างบ้าคลั่ง!..

เป็นตอนที่เอามังงะประมาณ 5ตอน อยู่ในตอนเดียวในนิยายค่ะ(สุดยอดไปเลย!)

จากตอนเก่าๆและข้อสังเกตทำให้มาสู่ตอนนี้ค่ะ(สงสัยกันแต่แรกกันไมนะ)

ตอนหน้ารอน้องเลยค่ะ! จะรอดไมนะ!?

พบกันใหม่วันพฤหันค่ะ

รักษาสุขภาพกันด้วยนะคะ♡
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 43 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

220 ความคิดเห็น

  1. #186 ToMIoKA (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2563 / 17:46
    รอค้าบบบ
    #186
    0