[Fic Yakusoku No Neverland] : พันธะขีดเส้นตาย

ตอนที่ 34 : แอเรีย B06-32

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 356
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 40 ครั้ง
    21 พ.ค. 63

แอเรีย B06-32

     รู้ตัวอีกที 5วันผ่านไปไวเหมือนโกหก แค่เดินตรงไปถึงทางขึ้นพวกเราก็ออกจากป่าได้แล้ว แต่ตอนนี้มืดแล้ว พวกเราเลยตัดสินใจพักกันก่อนคืนหนึ่งแล้วเดินทางกันต่อพรุ่งนี้

     จากที่มุซิก้ากับซองจูคอยดูแลพวกเราแล้วสอนอะไรหลายๆอย่างให้ มีบ้างที่ทำไม่ได้ หรือจำไม่ได้ แต่พวกเราคล่องขึ้นเยอะจากตอนแรก เด็กๆก็ดูสนุกสนานดี

     "เด็กพวกนี้เรียนรู้ได้เร็วจัง"

     "ไม่หรอก เอ็มม่า คุโระ เรย์ เร็วกว่ามาก!" อาลิเซีย เด็กสาวตัวเล็กผมฟูมัดผมกลมๆบนหัว หันมาพูดกับมุซิก้า

"นอร์แมนด้วย! อย่างกับมือโปรเลย!" คริสตี้ เด็กชายตัวเล็กเช่นกันกล่าวเสียงใส

"?" เป็นเรื่องปกติ พอได้ยินชื่อที่ไม่เคยได้ยิน มุซิก้าก็มีเครื่องหมายคำถามอยู่ในใจ

ในครอบครัวของเรา มีฉัน เอ็มม่า เรย์ ที่มีความสามารถโดดเด่น ไม่ว่าจะทำอะไรก็ทำได้ดีจนน่าอิจฉา ขนาดฉันยังแอบกลัวตัวเองนิดๆเลย ก็เป็นสินค้าคุณภาพสูง ระดับสมองจึงสูงตาม ช่วยไม่ได้ ได้แต่ให้กำลังใจคนอื่นที่พยายามเต็นที่แค่นั้น

หลังจากมุซิก้าเล่าเรื่องเล่าประหลาดที่ฉันไม่เคยอ่านหรือได้ยินที่ไหนฟัง เธอก็ไม่พูดอะไรอีก ปล่อยให้ฉันงงและจากไป แต่อย่างน้อยก็พูดทิ้งท้ายว่า....ฉันเชื่อว่าอีกไม่นาน..เธอจะเข้าใจเอง....

นิสัยไม่ดีเลยนะ ทำให้ต่อมความอยากรู้อยากเห็นของฉันสั่นสะท้านเชียว

"กิลด้ามีอะไรหรอ?" ดอนถามกิลด้าที่นั่งจับคางคิดอะไรบางอย่างอยู่คนเดียว

"ฉันกำลังคิดว่าพวกเราจำเป็นต้องมีพันธมิตรมากกว่านี้ เพื่อช่วยเหลือเด็กๆที่เหลือจากฟาร์ม"

จริงอย่างที่กิลด้าบอก พวกเรายังขาดจำนวนคน ถ้าอยากปลดปล่อยเด็กจากฟาร์มทุกคน พวกเราจำเป็นต้องมีพันธมิตรมากกว่านี้ เอ็มม่าพยักหน้าเข้าใจและวิ่งไปหาซองจู

"ซองจู มีมนุษย์แบบพวกเราหนีออกมาได้อีกไม?"

"มีโรงเพาะพันธุ์อีกหลายแห่ง มีความเป็นไปได้ว่าคุณมิเนอร์ว่าจะส่งรหัสลับไปที่อื่นด้วย"

เรย์สันนิษฐานความคิดของตัวเองให้คนอื่นฟัง แต่ซองจูก็แย้งขึ้นมาว่า

"ไม่นะ ถึงจะมีบ้าง มันก็เป็นจำนวนที่น้อยมาก อย่างดีสุดก็คนสองคน"

โรงเพาะพันธุ์ที่อื่นไม่มีอะไรเป็นพิเศษ โรงเพาะพันธุ์ที่มีคุณภาพสูงคือเกรซฟิลด์(GF) หรืออีกชื่อ สวนหน้าบ้านอันงดงามเป็นข้อยกเว้น ส่วนใหญ่แล้วต้องเรีกว่าโรงงานเพาะพันธุ์ถึงจะถูก

โรงงานเพาะพันธุ์ เนื้อราคาถูกที่เน้นจำนวนของผลิตภัณฑ์ ชีวิตพวกเขาแย่มาก ไม่มีชื่อ ไม่รู้ภาษา ไม่มีอิสระ ไม่มีแม้แต่การใช้ชีวิตเป็นของตัวเอง พวกเขามีเพียงทางเลือกเดียวคือ ถูกขุนให้อ้วนแล็วฆ่าเพื่อเป็นอาหาร

ส่วนใครที่อยากรู้ว่าพวกเขาอยู่สภาพแบบไหน ฉันจะเล่าให้ฟังคร่าวๆ พวกเขาอยู่ในห้องใหญ่รวมกัน ถูกจับนั่งเรียงกันยาวเหมือนขั้นบันได มีสายยางในปากต่อกับท่อยาวที่คอยให้อาหารพวกเขาตามเวลา ตอนที่ฉันรู้ครั้งแรก แถบอยากไปบุกฟาร์มบ้าๆนั่นและอยากถีบปีศาจเรียงตัวใจแทบขาด

แต่ตอนนี้ความแค้นพวกนั้นต้องพับลงเก็บให้ลึกสุดก่อน เป้าสูงสุดคือกลับไปช่วยเด็กๆที่เหลืออยู่ เรื่องอื่นไว้ทีหลัง

ในกลุ่มหลายร้อยโรงเพาะพันธุ์ระดับที่มีสินค้าคุณภาพยอดเยี่ยมมีเพียง 4แห่ง มีความเป็นไปได้สูงที่คุณมิเนอร์ว่าจะส่งรหัสลับมาเพียง 4แห่งนี้

"พวกเธอบอกความจริงในการหลบหนีให้ฟังก็จริง.....แต่ฉันยังสงสัยที่พวกเธอทำได้สำเร็จบ่อยมาก"

เพราะซองจูพูดเรื่องที่พวกเราผ่านมาอย่างยากลำบาก จู่ๆฉันก็อยากนอนเอาซะดื้อๆ..ความขี้เกียจครอบงำ

"ถึงจะเกิดได้ยาก บางครั้งฉันก็ได้ยินเรื่อง การบุกโรงปศุสัตว์ พวกนั้นอาจจะเป็นประโยชน์ได้ดีมากเลยล่ะ แต่ขึ้นอยู่กับวิธีที่พวกเธอจะเข้าถึงพวกเขา"

ซองจูเพิ่มตัวเลือกให้พวกเรา ฉันแอบเห็นเอ็มม่าทำหน้าเครียดกับความเห็นนี้ด้วย

"แต่ไม่มีมนุษย์คนไหนที่หนีออกมามีความฉลาดและความรู้เทียบเท่าพวกเธอหรอก"

===============

ในที่สุดความมืดมิดก็เข้ามาเยือน ฉันไม่อยากคิดเลยว่าด้านนอกจะหนาวขนาดไหน ถึงจะเสี่ยววิ ฉันยังจำครั้งแรกที่ความหนาวเย็นปะทะเข้าร่างได้ ไอหนาวทำเอาทั้งร่างสั่นสะท้าน ต่อมาคือความอบอุ่นของร่างกายที่ปรับเปลี่ยนอุณหภูมิอย่างรวดเร็วจนน่าแปลกใจคิดแล้วก็อยากดื่มชาอุ่นๆสักแก้ว

ฉันลุกขึ้นจากที่นอน ไปก่อกองไฟไว้เล็กๆ แล้วหากาน้ำมาตั้งไว้ แต่ตอนที่นั่งรอชาให้อุ่นพอดีอยู่นั้น ถึงจะเล็กน้อยจนแทบไม่รู้สึกก็ตาม ฉันกลับสัมผัสได้ถึงจิตสังหารจากข้างหลัง ร่างกายขยับหลบไปตามสัญชาตญาณ ทำให้ปลายหอกแหลมคมเฉียดตัวของฉันไปพอดิบพอดี

"โฮ้ว น่าชื่นชม เธอหลบได้จริงๆด้วย"  ซองจูยกหอกที่เจาะพื้นเป็นรูลึกขึ้น เขาไว้ไหล่ไม่ใส่ใจ แต่น้ำเสียงกล่าวชมฉันออกนอกหน้าทำเอาฉันไม่เข้าใจว่าเขารู้สึกยังไงกันแน่

"ถ้าคุณทำกับคนอื่นฉันไม่ให้อภัยแน่" อีกฝ่ายไร้มารยาทกับฉันก่อน ฉันจึงพูดไม่มีหางเสียงตอบกลับ ฉันไม่ได้ขู่เล่นๆนะ เขาใส่แรงไปเยอะแถมเล็งจุดตายอีก นี่เขาเล่นอะไรแปลกๆเนี่ย ถ้าไม่ใช่ฉันละก็มีศพนอนอยู่ที่พื้นไปแล้ว

ฉันรู้ว่าเขาแค่มาทดสอบฉัน เป็นปีศาจที่แย่จริงๆ ถึงฉันจะอยู่กลุ่มเด็กอายุมากสุดในกลุ่ม แต่ตัวเล็กมากจนน่าใจหายบวกกับหน้าตาน่ารักขนาดนี้แล้วล่ะก็ นายต้องเห็นฉันเป็นแค่เด็กสาวตัวเล็กๆน่ารักน่าชังสิ(?) ให้ตายยังไงนายก็ไม่ควรทำกับเด็กแบบนี้นะ!

 "..ฉันขอโทษแล้วกันซองจูนั่งลงหน้ากาน้ำที่น่าจะอุ่นพอดี เขาหยิบแก้วที่ฉันเตรียมไว้ แล้วเทน้ำจากกาน้ำลงแก้ว...ให้พวกคุณทายดูว่าเขาจะยกน้ำซดเองหรือจะส่งแก้วให้ฉันที่เป็นเจ้าของตั้งแต่แรก

ฉันทายถูกล่ะ

ซองจูยกแก้วขึ้นจิบเอง ไม่แม้แต่ปลายตามองฉันด้วยซ้ำ บ้าไปแล้ว! ทำไมเขาถึงใจดำขนาดนี้กัน! ทีกับคนอื่นทำเป็นปีศาจแสนใจดีไปได้!!

ฉันจะไปฟ้องมุสิก้า!

"เชอะ! นายมีไรก็รีบพูดมา ฉันจะไปนอน" ฉันทิ้งมารยาทและนั่งลงห่างจากซองจูให้มากที่สุด เขามาหาเอาเวลาแบบนี้ สิ่งที่จะพูดย่อมต้องเป็นเรื่องที่สำคัญ..ถึงใจอยากหนีให้พ้นๆก็เถอะ

ถ้านายมาพูดเรื่องไร้สาระน่ะ ฉันจะไม่ยอมแน่

"อ้าว ไม่ดื่มแล้วหรอ?" ซองจูเบี่ยงประเด็น เขาชูแก้วมาทางฉันแล้วส่ายแก้วไปมาให้ได้ยินเสียงน้ำข้างใน

นี่นายตั้งใจมาทำอะไรกันแน่! มาปั่นประสาทฉันเล่นงั้นหรอ! เยี่ยมไปเลยนายทำสำเร็จ!

"ฉันขอตัว" พูดจบฉันก็ลุกขึ้นทันที

"หยุดก่อน ฉันจริงจังแล้ว" ซองจูยกหอกขึ้นบังทิศทางไปที่นอนของฉัน ไร้มารยาทจริงๆ ฉันอยากจับเขามาสอนมารยาทจริงๆจังๆซะแล้วสิ

ฉันถอนหายใจยาวแล้วยอมนั่งลงแต่โดยดี เพราะน้ำเสียงเขาเปลี่ยนไปหรอกนะ ฉันถึงยอม

"ในอนาคต..เธออาจจะต้องเผชิญหน้ากับบ้างสิ่งที่ยากจะแก้ไข"

หืม? มันแน่อยู่แล้ว ฉันเป็นมนุษย์ที่อยู่บนโลกของปีศาจที่เห็นมนุษย์เป็นอาหาร การใช้ชีวิตบนโลกนี้ย่อมไม่สงบสุขดี ฉันเตรียมใจไว้นานแล้วด้วย

"ฉันรู้น่า"

"ขอให้มันไปได้ด้วยดี...ชาอร่อยดีนะ" ซองจูพูดเสียงอ่อนลงแถมยังชมชาที่ฉันพึ่งทำไป

"มีแค่นี้ใช่ไม ฉันไปล่ะ"  ฉันไม่สนอะไรอีก ว่าแล้วก็ลุกขึ้นเดินหันหลังให้

"ฉันขออวยพรให้เธอ"

"!"

อย่าเข้าใจผิด คำพูดเมื่อครู่ไม่ใช่ของฉัน

ฉันหันหลังมามองซองจูที่ชูแก้วน้ำขึ้นเหนือหัว เหมือนกำลังขอต่ออะไรสักอย่างให้อวยพรฉันจริงๆ แต่นั่นไม่ใช่ประเด็น! เขาพูดประโยคติดปากฉันออกมานี่สิ

"..เป็นคำพูดที่คนรู้จักของฉันชอบพูดบ่อยๆน่ะ"

ฉันมองจับผิดซองจูว่าเขาโกหกไม แต่ไม่เลย เขาพูดความจริง ไม่อยากเชื่อแหะว่ามีคนชอบพูดประโยคเดียวกันกับฉันด้วย

"เอาไปสิ"

ไม่รู้ว่าซองจูหาแก้วและเทชาลงไปตอนไหน เขาโยนแก้วมาทางฉัน ฉันรีบคว้าแก้วเพื่อไม่ให้ชาในแก้วหก แล้วพูดกลับว่า

"ถ้ามันหกจะเสียของนะ!" รู้ไมว่าของพวกนี้มีค่าแค่ไหน! ช่วยรักษาแล้วดูแลให้ดีหน่อยสิ!

"ก็เพราะ 'ถ้า' ไง ฉันรู้ว่าเธอรับได้" เพราะซองจูเอาหน้ากากครึ่งหน้าออก เลยได้เห็นรอยยิ้มฉีกกว้างดูขี้เล่นหน่อยๆนั่น

ฉันรีบดื่มชาในมือให้หมด ฉันควรเข้านอนได้แล้ว ไม่งั้นมีคนเห็นเข้าจะเป็นห่วงเอาได้

 "..เช่นกัน" พูดจบฉันก็ออกตัวเดิน ทิ้งให้ซองจูจัดการข้าวของที่วางทิ้งไว้ทั้งหลายเอง ขอเอาคืนเล็กๆน้อยๆนะ

 

"..แล้วนี่นอร์แมน"

ระหว่างเดินไปหาที่นอนแสนน่าคิดถึง ฉันก็ได้ยินเสียงเอ็มม่าติดเศร้าเล็ดลอดมาจากเส้นทางอีกทาง ฉันแอบมองภายในเงามืด ฉันพบกับเอ็มม่าชูรูปภาพหนึ่งขึ้นมาให้มุซิกก้าเห็นเจ้าของชื่อที่ถูกเอ่ยถึง

"หนูไม่เคยลืมสัญญาระหว่างเรา ห้ามยอมแพ้ ห้านทิ้งใครไว้ข้างหลัง ต้องปลดปล่อยพี่น้องทุกคน"

เอ็มม่ายิ้มกว้าง ถึงจะมีความเศร้าอยู่ภายในน้ำเสียงที่สดใส แต่สายตามุ่งมั่นพร้อมยอมทำทุกอย่างตามสัญญาก็ทำให้ฉันรวมถึงมุซิก้าสบายใจได้

"พูดน่ะมันง่าย แต่เพื่อครอบครัวของเรา หนูพร้อมเอาชนะทุกอุปสรรคทั้งหมดที่ขว้างทางค่ะ"

ฉันอดชื่นชมเอ็มม่าที่มองโลกในแง่ดีมากขนาดนี้ไม่ได้ เธอเป็นเด็กสาวอย่างแท้จริง ไม่เหมือนฉันที่เป็นป้าอยู่ในร่างเด็กเล็กๆนี่ เธอเข้มแข็งแต่สดใส กล้าหาญแต่อบอุ่น เธอล้วนมีสิ่งเหล่านี้ในตัวเธอมาตลอด คำพูดของเธอเหมือนมีพลังดึงดูดว่าทำได้แน่ ทุกอย่างต้องดีขึ้น ทำให้พวกเรารักเธอและเชื่อใจเธอเสมอมา

"อืม...นี่รูปของคุโระกับเรย์ใช่ไม?" มุซิก้าหยิบรูปหนึ่งออกมาดู ไม่ต้องทายก็รู้ว่าต่อจากนี้พวกเขาจะคุยเรื่องฉันแน่

"ใช่ค่ะ! ตอนนั้นคุโระไม่ยอมถ่ายรูป เรย์เลยต้องดึงตัวเข้าไปหา รูปเลยออกมาเป็นแบบนี้"

ฉันขอโทษนะที่ไม่ยอมถ่ายรูปด้วย ไม่ต้องมาทำหน้ามุ่ยเลยเอ็มม่า

"พวกเขาดูสนิทกันเป็นพิเศษนะ"

ลองถ้าเอ็มม่าสิ ฉันสนิทกับทุกคนมุซิก้า เธออาจจะไม่รู้นะว่าฉันเป็นคนรักเด็กมาก

"ค่ะ!"

นี่เอ็มม่า ไหงตอบแบบนั้นล่ะ? ฉันก็สนิทกับเธอเหมือนกันไม่ใช่หรอ?

"ฉันจะเล่าบางอย่างให้ฟัง แต่อย่าเอาไปบอกพวกเขานะ"

มุซิก้าชูนิ้วทาบบนปากตัวเอง เหมือนกำลังเล่าเรื่องลับที่ฉันหรือเรย์ห้ามได้ยินเข้า เอ็มม่าพยักหน้ารั่วๆ ส่วนฉันก็หูผึ่งเตรียมฟังในสิ่งที่ฉันไม่ควรรู้ทันที

"ตอนที่ซองจูพาคุโระกับเรย์กลับมา เรย์พึมพำชื่อคุโระไม่หยุดเลยนะ"

หะ ตอนที่เจอปีศาจจากฟาร์มน่ะหรอ? พอดีฉันหลับไปก่อนเลยไม่ได้ยินอะไร

"แถมจับมือคุโระไม่ยอมปล่อยอีก ฉันไม่รู้จะทำยังไงเลยล่ะ"

จริงดิ! ไม่อยากจะเชื่อเลย เขาเป็นห่วงมากขนาดนี้เลยหรอ!?..แต่แอบเขินเหมือนกันนะเนี่ย

"ไม่แปลกหรอกค่ะ เขาแอบเป็นห่วงคุโระอยู่ตลอด แต่เจ้าตัวไม่รู้ตัวแม้แต่น้อย"

เจ้าตัวที่เอ็มม่าพูดถึงน่าจะหมายถึงเรย์ อ้าวแต่ฉันก้ไม่รู้ตัวนะ เปลี่ยนเป็นทั้งคู่ได้ไม

"ฉันไม่คิดเลยว่าเขาจะมีมุมแบบนี้ด้วย"

ก็ของมันแน่อยู่แล้ว เรย์หน้าตายแบบนั้นมุซิก้าจะเข้าใจผิดก็ปกติของคนทั่วไปที่จะเข้าใจ...แต่ฉันก็เคยเป็นนิเนอะ

"...ฉันแอบเป็นห่วงคุโระนะ เธอดูเหมือนฝืนยิ้มตลอดเวลายังไงไม่รู้"

"ค่ะ..เพราะไม่อยากให้มีใครต้องกังลเรื่องของเธอ คุโระเลยยิ้มเท่าที่จะทำได้ มีไม่กี่คนที่พอดูออกถึงรอยยิ้มฝืนๆนั่นค่ะ"

เอ็มม่าฉันขอโทษ อย่าทำหน้าเศร้าแบบนั้นเลย ใบหน้าของเธอเหมาะกับความสดใสเท่านั้นนะ คิดแล้วก็อยากพุ่งไปบอกเธอตรงๆเอง แต่มุซิก้าแทรกขึ้นพูดมาก่อนว่า

"ไม่นานคุโระจะดีขึ้น..ฉันเชื่อว่าเป็นแบบนั้น"

"ฉันก็เชื่อแบบนั้นค่ะ"

พอได้เห็นรอยยิ้มสดใสปรากฏบนใบหน้านั้นอีกครั้ง ฉันก็รู้สึกมีความสุข เหมือนโดนนางฟ้าน้อยส่งยิ้มให้ก่อนเข้านอนหวังให้หลับฝันดีเลย

อย่างไรก็ตาม ไม่มีใครฝืนธรรมชาติที่สิ่งมีชีวิตต้องพักผ่อนได้ ฉันหาวยาวอีกครั้ง ลุกขึ้นจากที่ซ่อนแล้วเดินตรงไปหาที่นอน พอถึงก็ล้มตัวลงนอนทันที

 ===============

เช้าในวันที่ดีมักมาพร้อมกับอากาศที่สดใส ในที่สุดพวกเราก็ออกจากป่าได้  ข้างหน้าของเราปรากฏทิวทัศแปลกตา ที่ๆพวกเราต้องเดินทางต่อไม่มีต้นไม้สูงใหญ่สักต้น ถ้าให้อธิบายง่ายๆ ที่นี่จะคล้ายๆทะเลทรายที่มีทรายและหินก่อตัวขนาดใหญ่เป็นภูเขาให้เห็นระยะๆ แสงแดดจ้าไม่ได้สัมผัสมานาน ทำให้บางคนถึงกับหลั่งน้ำตาออกมา

"มุ่งไปทางทิศใต้ก็จะถึงเป้าหมายของพวกเธอ" ซองจูชี้ไปทางทิศใต้ หรือที่ๆแอเรีย B06-32 อยู่

ได้เวลาบอกลา เด็กๆเริ่มงอแงกันเพราะไม่อยากจากไปจากมุซิก้ากับซองจู ช่วงเวลา 6วันนี้เป็นสิ่งล้ำค่ากับเพื่อนใหม่อย่างปีศาจที่ไม่คาดคิดว่าจะเป็นมิตรด้วยได้ พวกเขาช่วยพวกเรามามากมายเกินไปด้วยซ้ำ

ใช่..กวนมากเกินไปด้วย

"เข้มแข็งไว้น่า พวกเราแข็งแกร่งพอที่จะเอาตัวรอดด้วยตัวเองแล้วนะ" เรย์กล่าวปลอบพร้อมลูบหัวเด็กๆที่มีน้ำตาคลอ

"ไม่ต้องห่วงที่นี่ไม่มีปีศาจ ถ้าไปได้สวยพวกเธอจะได้พบกับมิเนอร์ว่าเอง" ซองจูปลอบเด็กๆช่วยเรย์อีกคน เมื่อได้ยินว่าไม่ต้องพบเจอกับปีศาจอีก เด็กๆก็มีรอยยิ้มกว้างแล้วลืมร้องไห้ไปเสียสนิท

ฉันล่ะอยากบอกพวกเขาเหลือเกินว่าซองจูนิสัยไม่ดีขนาดไหน แต่ถ้าบอกไปก็กลัวร้องไห้อีกนี่สิ..มีแต่ต้องอดทนสินะ

"ขอให้ปลอดภัยล่ะ"

"ขอบคุณครับ"

เรย์ นายไม่จำเป็นต้องตอบสุภาพก็ได้ ซองจูนะน่ะแกล้งฉันไว้เยอะเลย และไม่ต้องยิ้มกว้างแบบนั้นด้วย!

"ขอให้แข็งแรงกันนะทุกคน" ข้างๆกันก็มีมุซิก้าบอกลาคนอื่นๆ นี่สิถึงเรียกว่าความอ่อนโยนที่แท้จริง

"คุโระ ฉันดีใจที่ได้พบเธอ...อี--นะ"

"เช่นกันค่ะ"

ฉันโอบกอดมุสิก้าแล้วยิ้มแก้มปริ แต่เหมือนเธอจะพูดอะไรท้ายประโยคนะ? เธอหยุดพูดเสียก่อนฉันเลยไม่ได้ยิน แต่ไม่เป็นไร ขอแค่ได้กอดเธอก็สุดยอดแล้ว

"ฉันขออวยพรให้คุณ" พอกอดจนพอใจ ฉันก็กุมมือมุซิก้าขึ้นแล้วพูดประโยคที่เอ่ยเมื่อต้องจากลากัน

"...ขอบคุณนะ" มุซิก้าแอบสะดุ้งกับประโยคบอกลาของฉัน แต่ตอบกลับพร้อมรอยยิ้มอ่อนโยนอย่างเคย

ฉันบอกลากับมุซิก้าเสร็จ ซองจูก็เดินเข้ามาหาฉันพอดี...นี่นายจะทำอะไรแปลกๆอีกใช่ไม?

"ไม่ต้องทำหน้าขู่เลย..ฉันแค่มาบอกลา"

"..."

พอไม่เห็นท่าทีมาก่อกวนของอีกฝ่ายก็ทำให้ฉันรู้สึกดีขึ้น ฉันตัดสินใจกุมมือที่ใหญ่กว่ามากเข้าด้วยกันแล้วกล่าวคำเดิม

"ฉันขออวยพรให้คุณ"

หลังจากนั้นพวกเราก็แยกทางกัน มุซิก้าแอบให้ของบางอย่างกับเอ็มม่าแล้วพูดประโยคที่ฉันรู้ว่า


"ค้นหากำแพงทั้ง7 อนาคตที่พวกเธอมุ่งหน้ามันอยู่เหนือจุดนั้นไป"

 


"...สุดท้ายก็รู้สึกผูกพันจนได้" เมื่อกลุ่มเด็กลับสายตาไปสักพัก ซองจูก็พูดขึ้นกับปีศาจสาวข้างกาย

"อืม...ทั้งที่ตอนแรกจะส่งคืนฟาร์ม..แต่เพราะอะไรหลายๆอย่างน่ะ"  มุซิก้าเผยความคิดแรกออกมา การได้พูดคุยกับมนุษย์กลุ่มนี้ ทำให้เธอต้องเปลี่ยนความคิดแรกเริ่มใหม่

"..เธอคิดว่าใช่ไม?"

"ไม่รู้สินะ"

"..แต่ว่านะซองจู..."

"มีอะไร?"

"ฉันได้ยินมาว่า..นายแกล้งคุโระใช่ไม?"

เสียงเย็นที่ใครๆมาฟังต่างต้องหวาดกลัว อย่างน้อยก็มีฮูดขึ้นมาปกคลุมใบหน้าเจ้าของเสียงเย็นเอาไว้ ไม่เช่นนั้นอาจได้สั่นสะท้านยิ่งกว่านี้

ซองจูโดนเล่นงาน ขอให้ทุกคนร่วมไว้อา---ส่งกำลังใจให้เขาด้วย

 


"หึๆๆ"

"หัวเราะอะไร คุโระ?" เรย์หันมองรอยยิ้มน่ากลัวและเสียงหัวเราะน่าขนลุกอย่างหวาดๆ

"เปล่าา ไม่มีอะไรเล้ยยย" ฉันรีบตีหน้าเนียน แต่ในใจมีความสุขจนอยากกระโดดโลดเต้นให้สุดเหวี่ยง

ตามการคำนวณ ซองจูต้องโดนมุซิก้าจัดการแล้วยังไงล่ะ!

หึ! นายทำฉันไว้เยอะเองนะ ฉันบอกแล้วว่าจะไปบอกมุซิก้า

พวกเราเดินทางกันมาจนพระอาทิตย์ลับขอบฟ้า ความมืดไม่ใช่อุปสรรคของพวกเรา เพราะมีหมู่ดาวบนท้องฟ้าเป็นแสงนำทางเหมือนความหวังที่ไม่มีวันหายไป แต่เมื่อมาถึงแอเรียB06-32 พวกเราพบเพียงความว่างเปล่าที่สิ้นหวังเท่านั้น

"ไม่มีอะไรเลย"

"หมายความว่า.."

ทุกอย่างเป็นเรื่องโกหกงั้นหรอ?



ขอบคุณภาพจาก: Pinterest

#ยิ้มสู้เข้าไว้นะ!(ภาพมังงะค่ะ)

--------------
ต่อจากนี้ไรท์จะพยายามเร่งเนื้อเรื่องให้เร็วขึ้นนะคะ พอดีอยากไปตรง---ไม่เอา ไม่บอก ไม่อยากสปอยคนที่ไม่อ่านมังงะ55+

มีตรงไหนอยากให้ปรับปรุงก็บอกกันได้นะคะะ

พบกันใหม่วันพฤหันค่ะ

รักษาสุขภาพกันด้วยนะคะ♡
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 40 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

220 ความคิดเห็น

  1. #182 mintlovem4 (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2563 / 02:26
    รออยู่นะจ้า เป็นกำลังใจให้ อาจจะไม่ได้เม้นให้ทุกๆตอนต้องขอโทษด้วยน้าาาาาา ไรท์แต่งดีมากๆๆๆๆ อ่านเพลินเลย รออยู่นะจ้าาาา สู้ๆจ้า
    #182
    0
  2. #181 Uuki (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2563 / 13:55

    อยู่ดีๆก้รู้สึกว่าคุโระเริ่มไม่ธรรมดาขึ้นกว่าเดิมทันทีเลยย
    #181
    0
  3. #180 [Shiro-san] (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2563 / 13:47
    ใกล้แล้ว!!!นอร์แมนใกล้เข้ามาแล้ว!!!!
    #180
    0