[Fic Yakusoku No Neverland] : พันธะขีดเส้นตาย

ตอนที่ 32 : สงสัย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 382
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 48 ครั้ง
    8 พ.ค. 63

สงสัย

     พวกเรารอดมาได้เพราะได้รับความช่วยเหลือจากชายร่างสูงปริศนา เขาใช้ควันกลบกลิ่นของพวกเรา และให้สิ่งมีชีวิตประหลาดที่คล้ายคลึงกับม้าพาพวกเราหนีออกมา ถึงจะมีคำถามอยู่มากมาย แต่ด้วยอาการเหนื่อยล้าที่สะสมจากเหตุการณ์หนีตาย ทำให้พวกเราหลับไประหว่างทาง

      สิ่งแรกที่ฉันเห็นคือความมืด พอมองไปรอบๆก็เห็นแสงสลัวจางๆจากอะไรสักอย่างที่ฉันคิดว่ามันคือดอกไม้เรืองแสงในตะเกียงก่อนที่ฉันจะลุกขึ้นก็จัดการผ้าห่มเก็บพับให้เรียบร้อยเหมือนอย่างเคยที่เกรซฟิลด์

     "ที่นี่คล้ายถ้ำแหะ"

     ฉันหยิบตะเกียงบนพื้นขึ้นแล้วตั้งใจจะเดินสำรวจรอบๆ แต่หางตาเห็นใครบางคนนอนอยู่อีกข้างของผนังถ้ำ จึงตัดสินใจเข้าไปใกล้เพื่อมองว่าอีกฝ่ายเป็นใคร

     พรึบ!

     แต่ยังไม่ทันที่ฉันจะเดินเข้าไปหา ผ้าห่มที่ถูกคลุมอยู่ก็ถูกสะบัดทิ้งอย่างไม่ใยดีซะแล้ว

     "คุโระ เธอปลอดภัยนะ!" เสียงเดิมจากคนเดิมเอ่ยถามขึ้นอีกครั้ง

     "นี่นายพูดประโยคนี่มา 2รอบแล้วนะ" ฉันยกมือขึ้นกอดอกทำท่าไม่พอใจใส่เรย์ เขาเป็นห่วงฉันเกินไปแล้วนะ

     "แน่นอนว่าฉันจะไม่ตาย ฉันรอให้นายทำขนมให้กินอยู่" ฉันตัดสินใจบอกคำตอบอ้อมๆ แต่สำหรับเด็กอัจฉริยะอย่างเขาต้องเข้าใจแน่นอน

     "มันแน่อยู่แล้ว" เรย์ตอบและหันหน้าไปทางอื่น

     หมอนี่งอนแน่ๆ ฉันง้อเด็กไม่เป็นด้วย..แต่ดูเขาสิ เหมือนแมวน้อยหงุดหงิดที่เจ้าของไม่ยอมให้อาหารเลย

     "ฉันขอโทษ มองฉันหน่อยสิ" ฉันเดินไปตามสายตาของเรย์ แต่เขาก็เบือนหน้าหนีไปอีกทาง

     "หึ!" เรย์ส่งเสียงบอกประมาณว่า 'แค่นี้เองหรอ?'

     อยากจับมาหยิกแก้มกลมๆที่พ่องอยู่จริงๆ..ห้ามไว้ตัวฉัน

     "งะ อย่าทำแบบนี้สิ" พอไม่เห็นว่าอีกฝ่ายหายงอนเลย ฉันก็เริ่มรู้สึกเดือดร้อนขึ้นมาบ้างแล้ว

     "เอางี้ ฉันให้นายขออะไรก็ได้ 1อย่าง" ฉันเดินไปตามสายตาของเรย์อีกครั้ง แล้วชูนิ้วชี้บอกเขาเสริม

     "ห้ามทำอะไรเสี่ยงๆ อย่าคิดทำอะไรด้วยตัวคนเดียวหรือคิดว่าโลกภายนอกมันเป็นเรื่องเล่นๆ ดูแลตัวเองให้ดี การฝืนตัวเองทั้งๆที่ตัวเองไม่ไหวเป็นอะไรที่สิ้นคิดมาก เรื่องบางเรื่องก็ปรึกษากันบ้าง เป็นไรก็บอกไม่ใช่เอาแต่ปิดปากเงียบไม่ยอมบอกใคร เพราะแบบนั้นไงเลยทำให้ทุกคนเป็นห่วงกันหมด" เรย์จัดการสาธยายแทนความในใจของทุกคนจนหมดเปลือก

     เป็นคำขออย่างเดียวที่ยาวจริงๆ...แต่เขาพลาดแล้ว!

     "นายเป็นห่วงฉันขนาดนี้เลยหรอ?" ว่าแล้วก็พูดเสียงหยอกล้อเรย์ทันที

     "!!!" เรย์เหมือนพึ่งรู้ตัว เขาผงะนิ่งคางอยู่นาน ทำให้ฉันต้องเปลี่ยนเรื่องถามไม่ให้เขาเขินไปมากกว่านี้

     "แล้วนายไปอยู่กับผู้ชายคนนั้นได้ไง?"

     ถ้าเป็นไปตามเรื่องราวปกติ เรย์จะถูกปีศาจจากฟาร์มล้อมหน้าล้อมหลัง ด้วยความเหนื่อยล้าจากการวิ่งหนีปีศาจจากฟาร์ม ทำให้เขาล้มลงกับพื้น แต่พอตกอยู่ในสถานการณ์ที่สิ้นหวังไม่นาน ก็มีชายปริศนามาช่วยเขาไว้ทัน

     "ฉันวิ่งไปเก็บมีดของเธอ แล้วเจอผู้ชายคนนั้น" เรย์ล้วงมือหาที่เสื้อ แล้วเอามีดทำครัวทั้ง 2ด้ามให้ฉัน

     พอนึกย้อนไป เรย์ที่หามีดทำครัวเสร็จก็รู้สึกถึงแรงดึงจากหลังคอเสื้อ เขาหันมองเจ้าของมือที่ฉุดเขาขึ้นบนหลังม้าและเบี่ยงตัวเตรียมแทงมีดที่แขนของชายปริศนาทันที

     เขาไม่รู้ว่าชายคนนี้เป็นใคร อยู่ๆมากระชากกันแบบนี้ ใครๆก็ต้องคิดว่าไม่มาดีแน่ แต่เพราะประโยคต่อมาทำให้เขาชะงักมือไป

     `ถ้าอยากช่วยเด็กอีกคนก็หยุดความคิดนั้นซะ`

     ชิ้ง

     "..งั้นตั้งแต่แรก นายไม่ตั้งใจหนีซินะ" ฉันพูดเสียงเย็นแล้วใช้มีดที่พึ่งรับมายกขึ้นขู่อีกฝ่าย

     "ใครมันจะปล่อยเด็กผู้หญิงคนเดียวกับปีศาจตั้ง 4ตัวเล่า!" เรย์เถียงกลับอย่างไม่ยอมแพ้

     "ฉันตัดสินใจทำอะไรมักมีแผนสำรองเสมอ นายก็รู้" ตัวอย่างก็ถ่วงเวลาวิ่งเล่น(?)กับปีศาจในโพลงไม้ และรอชายปริศนามาช่วยไง

     "เธอ.....รู้ว่ามีคนมาช่วย?" เรย์ถามอย่างไม่มั่นใจ และมองจับผิดอีกฝ่าย

     เท่าที่เขาเห็น คุโระกำลังแย่จากความเหนื่อย เพราะเธอน่าจะจัดการกับปีศาจ 3ตัวได้ หลักฐานคือตอนที่ไปถึงเขาเห็นแค่ปีศาจหัวหน้า..และความเป็นไปได้ที่เธอจะมีคือสิ่งที่เขาพูดออกไป

     "บ้าน่า ใครจะรู้" ฉันตกใจแค่เล็กน้อยที่เขาจับสังเกตได้ แต่ก็ตอบกลับให้ดูไม่มีพิรุธที่สุด ประมาทไปแล้วสิเรา เพราะเห็นเป็นแค่เด็ก(อัจฉริยะ) ลืมไปเลยว่าเด็กพวกนี้ยิ่งเก่งๆกันอยู่

     ฉันละเกลียดเด็กเซนส์ดีอย่างเธอจริงๆ

     "แล้วคนอื่นหายไปไหนหมด?" ฉันเปลี่ยนเรื่องถาม

     "เธอก็พึ่งฟื้นสินะ" เรย์ลุกขึ้นยืน ขอตะเกียงจากมือฉัน และเราก็เดินสำรวจถ้ำนี้ด้วยกัน

     "เอ็มม่า?"

     แต่เดินไปไม่ถึงไหนก็เจอเอ็มม่านอนสลบอยู่นิ่ง ฉันเดินไปปลุกเธอ พอเธอลืมตาขึ้นก็กระพริบตาถี่ๆแล้วมองพวกเราด้วยแววตาที่มีความสุขล้นออกมา

     "พวกเธออยู่ที่นี่ ขอบคุณที่กลับมา!!" เอ็มม่าโผลเข้ากอดพวกเราแน่นยิ่งกว่าหนวดปลาหมึก

     "ดีใจที่เธอปลอดภัยนะ" ฉันลูบหลังปลอบ ตอนพวกเราไม่อยู่เธอคงกังวลมาก

     เจ้าพวกปีศาจ เพราะพวกแกทำเสียงดัง! เพื่อนฉันเลยเป็นแบบนี้!!

     ฉันจะขุดพวกมันจากรากไม้แล้วด่าให้หน้าชาเลย!

     "ฉันก็ดีใจที่ได้เจอเธอนะ" เรย์ลูบหัวเอ็มม่าและยิ้มอ่อนโยนให้

     "..ที่นี่ที่ไหน คนอื่นล่ะ?" พอกอดจนหายคิดถึง เอ็มม่าก็ถามขึ้น

     "พวกเราไม่รู้" เรย์ส่ายหน้า

     "แล้วเธอมาอยู่ที่นี่ได้ไง?" ฉันถาม

     เอ็มม่าเล่าว่าพวกเธอถูกผู้หญิงร่างเล็กมีผ้าคลุมปิดใบหน้าช่วยเอาไว้ เธอหมดสติไป ต่อจากนั้นก็ตื่นมาพบพวกเรา แสดงว่าพวกเราถูกช่วยในเวลาเดียวกันต่างสถานที่ ถึงจะรู้สึกขอบคุณ แต่ประเด็นสำคัญคือพวกเขาอยู่ฝ่ายไหน

     มนุษย์หรือปีศาจ

     พันธมิตรหรือศัตรู

     "หรือว่าจะเป็นแผนของคุณมิเนอร์ว่า?" เป็นประโยคคิดในแง่ดีของใครไม่ได้นั่นคือเอ็มม่า

     "มาแล้ว" เรย์ละสายตาจากพวกเรา แล้วหันมองทางเดินข้างหน้า

     แสงในตะเกียงจากไกลเข้ามาใกล้ เพราะถูกถือโดยหญิงสาวผ้าคลุมใบหน้าที่เดินเข้ามาหาเรา และกล่าวด้วยน้ำเสียงยินดีอย่างปิดไปมิด

     "ฉันดีใจที่เธอฟื้นตัว ดีขึ้นแล้วสินะ!" เธอเดินไปหาเอ็มม่าและถามอาการคนเจ็บนัก

     "ดีแล้วค่ะ ขอบคุณนะคะ"

     "เลือดหยุดแล้ว สมุนไพรที่ใช้ได้ผลดี แต่พวกเธอห้าฝืนร่างกายถ้าป่วยขึ้นอีกมันจะอันตรายนะ" เธอมองพวกเราแล้วกล่าวเตือนอย่างเป็นห่วง

     อย่างน้อยตอนนี้พวกเราก็รู้ว่าเธอเป็นคนดี

     "ทำได้เยี่ยม..ในการหลบหนีจากฟาร์ม พวกเธอปลอดภัยแล้ว พักผ่อนให้สบายในคืนนี้เถอะ"

     ท่าทีของเธอไม่ดูเหมือนมีเจตนาที่ปิดบังเอาไว้..มีน้ำอยู่ข้างที่นอน และมีแม้กระทั่งกระดิ่งเรียกให้ช่วยทุกเวลา ที่สำคัญเธอรักษาเรา

     "ขอโทษนะคะ แต่เพื่อนของพวกเราอยู่ไหน?" เอ็มม่าตัดสินใจถามคำถามที่ค้างคาในใจ

     "ทางนี้ พวกเราใกล้เตรียมอาหารเสร็จแล้วด้วย" เธอหันหลังให้พวกเราแล้วเดินนำออกไป

     ระหว่างทางพวกเราก็พูดคุยกัน ทำให้รู้ว่าชายร่างสูงก็อยู่ที่นี่ เขาชื่อซองจู และเธอไม่รู้จักคนที่ชื่อวิลเลี่ยม มิเนอร์ว่า

     เรย์มองปฏิกิริยาของเธอ เพราะพวกเขาไม่ใช่พรรคพวกของมิเนอร์ว่า..หมายความว่ามีมนุษย์ตั้งถิ่นฐานอยู่โลกภายนอก? ถ้าเป็นแบบนั้นจริงเขาก็อยากจะถาม

     เรื่องของโลก เรื่องของปีศาจ เรื่องของมนุษยชาติที่เหลืออยู่

     "คือว่-..."

     ""??"" เอ็มม่ากับผู้หญิงร่างเล็กสงสัยเรย์ที่หยุดคำพูดไป ยกเว้นฉันที่รู้เรื่องอยู่แล้วแต่ก็พยายามตีหน้าให้เนียนเหมือนงงอยู่เหมือนกัน

     อย่าหวังจะจับพิรุธได้ล่ะ ถึงจะอัจฉริยะแค่ไหนก็ยังเป็นแค่เด็กที่ยังไม่ทันฉันที่มีชีวิตอยู่จนเด็กข้างบ้านเรียกว่าป้าหรอกนะ!

     ฉันไม่ได้พาลเพราะพลาดจากบรรทัดด้านบน ขอให้เข้าใจด้วย!

     "..ขอบคุณมากที่ช่วยพวกเรา ขอบคุณจากใจเลยล่ะ...แต่ผมมีคำถามเล็กน้อย" เรย์ยกแขนขึ้นกั้นฉันกับเอ็มม่าให้ห่างจากหญิงสาวข้างหน้าพวกเรา


     "ทำไมปีศาจต้องปกป้องสินค้าที่มีชีวิตด้วย?"


     "เอ๋" เอ็มม่าทำหน้าสับสน แต่พอมองตามสายตาของเรย์ก็เข้าใจทันที

     ผ้าคลุมที่หญิงสาวสวมอยู่ยาวก็จริง แต่มันไม่ยาวพอที่จะปิดเท้าปีศาจของเธอได้

     ตึก ตึก

     "ขอให้ช่วยกันอธิบายกันสักหน่อยจะได้ไมครับคุณปีศาจ"

     สิ้นเสียงของเรย์ ชายร่างสูงอีกคนหรือซองจูก็เดินเข้ามาด้านหลังพวกเราพร้อมทวนปลายแหลมพอดี

     เอ็มม่าตกอยู่ในผวงความคิด นึกถึงคำพูดของหญิงสาวข้างหน้าแล้วอดเป็นห่วงเพื่อนของเธอไม่ได้


     `พักผ่อนให้สบายในคืนนี้เถอะ`


     นี่เธอหลับมานานแค่ไหนแล้ว?


     `พวกเราใกล้เตรียมอาหารเสร็จแล้วด้วย`


     พวกเขาอยากกินเรา!?

     บรรยากาศเงียบลงเพราะคำถามของเรย์ พวกเราจับมือกันแน่น รอให้ปีศาจทั้ง2 ตอบคำถาม

     "มุซิก้า เธอหายไปนานแล้วนะ เธอนี่มักเดินไปไหนมาไหนผิดทางตลอด" ซองจูพูดกับหญิงสาวหรือมุซิก้าเป็นกันเอง แต่ก็แอบดุอีกฝ่ายด้วย

     เพราะคำถามที่ไม่ได้คำตอบ เรย์ยิ่งแสดงสีหน้าเคร่งเครียด พวกเขาจะหนียังไงให้พ้นซองจูที่มีทั้งสมอง พละกำลัง และอาวุธล่ะ

     "..ก็เลยออกมาหา? แต่นายมาช่วยฉันในจังหวะที่แย่มาก" มุซิก้าตอบซองจู พวกเขาทำเหมือนกับว่าคำถามเมื่อครู่ไม่ได้สำคัญอะไรเลยกับพวกเขา

     "มีเรื่องอะไรกันล่ะ พวกเขาดูหน้าซีดจังนะ" ซองจูยื่นหน้าเข้ามาใกล้พวกเรา แล้วถามคำถามที่น่าจะรู้คำตอบอยู่แล้ว

     "ก็เพราะจู่ๆนายโผล่มาด้านหลังพวกเขาไง มันดูน่ากลัวมากเลยนะ" มุซิก้าตอบกลับเชิงดุนิดๆให้

     แห่ม เพราะแบบนี้ไงฉันถึงชอบคู่นี้

     "เด็กพวกนั้นอยู่ที่ไหน!!?" โดยที่เอ็มม่าไม่รู้ตัว เธอปล่อยแรงกดดันออกมาถึงขั้นทำให้ซองจูชะงักได้

     ตึก ตึกๆๆ!

     เมื่อไม่ได้คำตอบ คนที่รักครอบครัวสุดหัวใจอย่างเอ็มม่าก็ออกตัววิ่งด้วยความเร็วทันที

     "ช่วยตอบคำถามด้วยค่ะ" ฉันกอดอกหันมองซองจูเล็กน้อย

     "โทษทีนะ คำถามของพวกเธอคืออะไรนะ?" ซองจูแกล้งทำเป็นลืมคำถาม แล้วถามเราใหม่

     ...ฉันขอบอกใหม่ ฉันไม่ชอบหมอนี่

     เหมือนมุซิก้ากับซองจูอยากอธิบายทีเดียวเลยเดินนำพวกเราไปหาเอ็มม่าที่พบทุกคนแล้ว ทุกคนยิ้มแย้มสดใสและดูมีความสุขดี จนทำให้เอ็มม่าผงะกับสิ่งที่เกิดขึ้นในทางที่ดีไม่เหมือนกับที่เธอคิดก่อนหน้านี้

     "เอ็มม่าเธอหายดีแล้ว!"

     "ดีใจจัง!"

     "..ทุกคนไม่เป็นไร?"

     "อืม!"

     เสียงยืนยันจากดอนทำให้เอ็มม่าเริ่มเบาใจไปไม่นอน

     "ขอโทษที่ทำให้กลัว ฉันมุซิก้าส่วนนี่ซองจู"

     พวกเขาทั้งคู่ถอดฮู้ดที่คลุมใบหน้าอยู่ออก ทำให้พวกเราเห็นใบหน้าของพวกเขาได้มากขึ้น มุซิก้ามีผมสีม่วงถักเปียเอาไว้หลวมๆ และหน้ากากครึ่งใบหน้าปิดบังส่วนบน ทำให้เห็นรอยยิ้มอ่อนโยนและใจดีส่งมาให้ ส่วนซองจู...เอาล่ะตัวฉัน ถึงหมอนี่จะกวนไปหน่อยแต่ก็เป็นปีศาจนิสัยดี ถ้าไม่อธิบายก็คงไม่ได้..เขามีผมสีแดง ผมด้านหน้าปล่อยยาวด้านหลังตัดสั้น และหน้ากากเต็มใบหน้า

     "พวกเราไม่กินมนุษย์"

     หลังจากนั้นพวกเราก็นั่งล้อมวงกินอาหารกัน โดยมีมุซิก้ากับซองจูช่วยตักอาหารให้เด็กๆ เพราะความสนิทสนมที่แสดงให้เห็น นั่นหมายความว่าพวกเขาดูแลทุกคนอย่างดี ถ้าพวกเขาอยากทำอะไรเราก็คงทำไปนานแล้ว และเหตุผลสำคัญที่ทำให้พวกเรากลับมารวมตัวกันได้ก็เพราะพวกเขา

     เชื่อในตัวผู้ช่วยชีวิตของเรา

     ยิ่งได้เห็นพวกเขารับประทานอาหารเหมือนอย่างมนุษย์ปกติ ก็ทำให้เอ็มม่ากับเรย์ผ่อนคลายตามทุกคนได้ ฉันได้แต่มองบรรยากาศแห่งความสุขเล็กๆที่พึ่งเคยมีหลังข้ามกำแพงมาได้

     'อร่อย'

     ฉันใช้ช้อนตักอาหารมากิน ปรากฏว่ามันอร่อยมาก อร่อยจนฉันที่เป็นเชฟยังต้องตกใจ และไม่อยากจะเชื่อด้วยว่าซองจูจะเป็นคนทำ

     ..ฉันให้อภัยนายก็ได้ ซองจู เพราะนายทำอาหารอร่อยเกินไป

===============

     ตกดึกมา ในเวลานี้ทุกคนก็หลับกันอย่างสบายใจ ไม่ต้องระแวงว่าจะมีสัตว์ปีศาจหรือรากไม้มากวนใจ แต่ไม่ใช่สำหรับพวกเราที่เปรียบเสมือนแกนนำของครอบครัว เพื่อความปลอดภัยของทุกคน พวกเราจำเป็นต้องรู้เรื่องโลกภายนอกให้มากกว่านี้

     นั่นทำให้ฉัน เอ็มม่า และเรย์ มาหามุซิก้ากับซองจู

     "ยังไม่นอนอีกหรอ?" เสียงเอ่ยทักจากซองจู เขานั่งอยู่ใกล้กองไฟเล็กๆที่กำลังต้มกาน้ำอยู่ ข้างหน้าไม่ไกลเท่าไรก็มีมุซิก้านอนหันหลังให้พวกเรา

     "คุยได้ไมคะ?" เอ็มม่าพูดด้วยความเกรงใจ

     "ทำไมจะไม่ได้ล่ะ?" เมื่อได้รับอนุญาตจากซองจู พวกเราก็นั่งลงโดยเว้นระยะห่างไว้ไม่มากนัก

     "ขอบคุณมากค่ะ..แล้วก็ขอโทษที่สงสัยพวกคุณ" เอ็มม่าก้มหัวลงเล็กน้อยเชิงขอโทษให้อีกฝ่าย

     เพราะคิดว่าปีศาจทุกตัวต้องกินมนุษย์ และเนื้อมนุษย์ยังมีค่ามากต่อปีศาจโดยเฉพาะสมอง พวกมันมักมองมนุษย์อย่างหิวกระหาย พวกเราเลยไม่คิดว่าจะเป็นมิตรด้วยได้ ความคิดนี้คงต้องเปลี่ยนใหม่แล้วล่ะ

     "ไม่เป็นไร เธอมีเหตุผลที่จะไม่เชื่ออยู่แล้ว เพราะพวกที่เป็นเหมือนเรามีน้อยมาก"

     ซองจูเล่าว่า เขาอยู่ในลัทธิต่อต้านการกินมนุษย์ที่มีชีวิต อย่างอื่นนอกจากมนุษย์เขาสามารถกินได้ พวกเขาไม่สนใจฟาร์ม อุดมการณ์ ยศอำนาจ และองค์กร พวกเขาจึงถูกสังคมเรียกว่า 'ปีศาจนอกรีต'

     "เพราะงั้นฉันถึงช่วยมนุษย์ด้วยความอยากรู้ ก็ถือเป็นจังหวะดีที่ฉันจะได้พูดคุยกับพวกเธอ" ซองจูมีท่าทีเป็นมิตรเกินคาด เขาชวนพวกเราพูดคุยเป็นกันเองสุดๆ

     "มันผิดปกติมาก..มันมีโอกาสเกิดขึ้นได้ยาก การเห็นมนุษย์ที่มีชีวิตแม้แต่ในโรงเพาะพันธ์ุก็มีน้อยมาก" ซองจูเทน้ำจากกาน้ำลงแก้ว ยื่นให้เอ็มม่าเป็นคนแรก

     ในตอนนี้ข้อมูลที่พวกเรารู้มีน้อยมาก เรารู้แค่ว่าเกิดอะไรบางอย่างบนโลกใบนี้ เมื่อ 30ปีก่อนเท่านั้น มันเป็นคำถามที่พวกเราจะไม่มีวันได้คำตอบ ถ้ายังอยู่ที่เกรซฟิลด์

"เกิดอะไรขึ้นกับโลกนี้?"



ขอบคุณภาพจาก: Pinterest

#มุซิก้ากับซองจู

--------------
สงสารเรย์เล็กน้อย แทนที่จะถูกง้อ กลายเป็นว่าถูกคุโระแกล้งซะงั้น 55+

ส่วนตัวไรท์ชอบ มุซิก้ากับซองจูมากค่ะ เป็นคู่ที่น่ารักกันมากกก

ตอนต่อไปก็จะรู้เรื่องของโลกภายนอกมากขึ้น แต่รอไปก่อนนะคะ

ไรท์คิดไว้ว่าจะอัพนิยายทุกๆวันพฤหัสนะคะ ความยาวก็จะประมาณนี้ค่ะ

รักษาสุขภาพกันด้วยนะคะ♡
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 48 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

220 ความคิดเห็น

  1. #178 -นานาชิ- (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2563 / 15:42

    'ฉันล่ะเกลียดเด็กเซนต์ดีอย่างเธอจริงๆ"

    เกลียดประโยคนี้จัง คิดแล้วมันตะเตือนไต555
    #178
    0