(NCT) 4 Shades, 4 Divisions l NOMIN

ตอนที่ 2 : (spring) ' You smile, I smile 2 ' - นาริกา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 314
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    4 พ.ค. 60




{SPRING}

You smile, I smile - 2




                รุ่งเช้ามาเยือนอีกครั้ง

 

                ยันกายขึ้นให้แผ่นหลังพิงหัวเตียง เหยียดแขนบิดขี้เกียจพร้อมกับอ้าปากหาวเบาๆ แสงแดดลอดผ่านผ้าม่านสีขาวสะอาดเข้ามาจนต้องเผลอหลับตาปี๋ มือเอื้อมไปหยิบโทรศัพท์มือถือที่วางไว้ข้างเตียงขึ้นมาเปิดดูด้วยความเคยชิน

 

                ข้อความจากคนคนนั้นทำให้เผลอหลุดยิ้มบาง

 

 

 

                Unknown : อรุณสวัสดิ์เช้าวันจันทร์ หวังว่าวันนี้รอยยิ้มของคุณจะสดใสเหมือนเดิมนะครับ : )

 

 

 

            “แจมิน ตื่นรึยังคะ?

 

                เสียงของแม่ที่ดังมาจากด้านล่างทำให้เจ้าของชื่อต้องหยุดนิ้วที่กำลังกดคีย์บอร์ดพิมพ์ข้อความตอบกลับ แจมินวางโทรศัพท์ไว้บนเตียง เดินไปเปิดประตูแล้วชะโงกหน้าออกไปด้านนอก

 

                “ตื่นแล้วคร้าบ”

 

                ร่างเล็กในชุดนอนลายหมีสีน้ำตาลตะโกนตอบ ก่อนจะถูกสั่งให้รีบไปอาบน้ำแล้วลงมากินข้าว

 

                บนหน้าจอโทรศัพท์ยังคงเปิดหน้าต่างแชทเมื่อครู่ค้างไว้

 

                เด็กหนุ่มไม่รู้หรอกว่าอีกฟากฝั่งของบทสนทนานั้นเป็นใคร หรือมีชื่อว่าอะไร

 

                แต่เขาเรียกคนคนนั้นว่า รอยยิ้ม

 

                คุณรอยยิ้มของนาแจมินJ

 

 

 

- ตอนที่เธอตื่นขึ้นมา -

- รีบเช็คโทรศัพท์ทันทีเลยนะ -

 

 

 

                “แจมินนนนนน” เสียงเรียกชื่อจากทางด้านหลังและท่อนแขนหนักๆที่วางพาดบนไหล่บางทำให้แจมินตกใจจนเกือบทำโทรศัพท์ในมือตกพื้น

 

                “ห...เหรินจวิ้น”

 

                “ใช่แล้ว นี่หวงเหรินจวิ้นเองครับ!” เหรินจวิ้นตอบกลับเสียงใส แถมยังทำท่าตะเบ๊ะอย่างน่ารัก แต่แจมินก็เพียงเบ้ปากน้อยๆ ก่อนจะออกแรงยกแขนเพื่อนให้ออกไปจากบ่าของตน

 

                “เสียงดังเกินไปแล้ว เมื่อกี้ตกใจแทบแย่แน่ะรู้ไหม!

 

                “อ่า จริงเหรอ...” เหรินจวิ้นห่อปาก วางปลายนิ้วชี้ไว้ที่ริมฝีปากล่าง ทำท่าเหมือนไม่อยากเชื่อเท่าไหร่นัก หากพอได้รับสายตาเขม็งๆจากแจมิน แขนที่เคยวางบนบ่าของอีกคนก็ยกขึ้นไหว้

 

                “แฮ่ะๆ ขอโทษน้า ก็กลัวแจมินไม่ได้ยินนี่นา”

 

                “จะไปไม่ได้ยินได้ยังไงกันเล่า”

 

                “ก็แจมินมัวแต่เล่นโทรศัพท์อะ!

 

                “...”

 

                “พอเล่นโทรศัพท์ทีไรแจมินก็ไม่สนใจรอบข้างทุกทีเลย” แม้ถ้อยคำจะดูตัดพ้อ แต่ใบหน้าเรียวกลับชะโงกมาแอบมองโทรศัพท์ เหรินจวิ้นหลิ่วตาล้อเลียนทันทีที่เห็นภาพหน้าจอ

 

                “ชอบจังเลยนะ ไอ้คุณรอยยิ้มเนี่ย นี่ย้อนอ่านแชทเก่าๆเป็นรอบที่เท่าไหร่แล้วฮึ?”

 

                พอได้ยินคำถามนั้นก็ละสายตาออกจากเครื่องมือสื่อสาร แล้วตวัดมามองคนพูดทันที

 

                “นี่!

 

                “ว่า?”

 

                “คุณรอยยิ้มน่ะ...ฉันเรียกได้คนเดียวนะ!” แจมินปิดหน้าจอแล้วเก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋า หากพอเถียงไปอย่างนั้นมันยิ่งทำให้คนข้างตัวอยากจะล้อเข้าไปใหญ่

 

                นึกว่าจะเถียงเรื่องที่เขาพูดเสียอีก กลับกลายเป็นหวงชื่อเล่นที่ตัวเองเป็นคนตั้งไปเสียอย่างนั้น

 

                แล้วอย่างนี้จะไม่ให้เหรินจวิ้นคิดได้ยังไงล่ะว่า ชอบ น่ะ

 

                “คุณ-รอย-ยิ้มคนนั้นเขาเป็นใครกันแน่นะ ถึงได้ทำให้นาแจมินเป็นได้ขนาดนี้”

 

                “นี่ ก็บอกแล้วไงว่าห้ามเรียกว่าคุณรอยยิ้มน่ะ! แล้วที่บอกว่าทำให้เป็นได้ขนาดนี้นี่หมายความว่ายังไง!?

 

                “ก็หมายความว่า...” เลื่อนสายตามองอีกฝ่ายตั้งแต่หัวจรดเท้า “ถ้าฉันไม่รู้อะไรเลย เมื่อกี้ก็คงนึกว่านายกำลังแชทกับแฟนไปแล้วน่ะสิ”

 

                “...”

 

                “ชอบเขา ก็สารภาพมาตรงๆก็ได้นี่ ฉันไม่ว่าอะไรหรอกน่า”

 

                “บ้าเหรอ ฉันจะไปชอบคนที่ยังไม่เคยเห็นหน้าได้ยังไงกันเล่า!” ตะโกนออกไปเสียงดัง ก่อนจะรีบเอามือปิดปากเมื่อนึกขึ้นได้ ใบหน้าเขาขึ้นสีแดงจัด ยังดีที่บริเวณนี้ไม่มีคน ไม่งั้นแจมินคงอายหนักกว่านี้หลายเท่าตัว

 

                เห็นเหรินจวิ้นที่หัวเราะคิกคักด้วยความสะใจแล้วก็อยากตบมันสักทีสองที

 

                ใช่...แจมินไม่รู้จักบุคคลที่เขาเรียกว่า คุณรอยยิ้ม ทั้งๆที่เราก็คุยกันได้เกินครึ่งปีแล้ว

 

                ไม่ใช่ว่าเขาไม่พยายามตามหา ตอนที่ได้รับข้อความพวกนั้นแรกๆ แจมินถามบ่อยจะตายว่าอีกฝ่ายเป็นใคร มาจากไหน รู้จักเขาได้ยังไง แต่หมอนั่นก็ไม่เคยปริปากพูดเลย

 

                ยอมรับว่าค่อนข้างฉลาด แจมินเคยเห็นผ่านๆในนิยายที่พี่สาวชอบอ่านอยู่เหมือนกัน เรื่องราวเกี่ยวกับคนที่แอบเอาของไปใส่ล็อคเกอร์ให้คนที่ชอบทุกวันอะไรทำนองนั้นน่ะ ถ้าคุณรอยยิ้มทำแบบนั้น..เขาก็คงจับได้ไปนานแล้ว

 

                แต่เล่นใช้คาทกคุยกันแบบนี้ แจมินก็จนปัญญาที่จะตามหาเหมือนกัน

 

                ถามว่ากลัวไหม? ตอนแรกเขาก็ไม่ไว้ใจนะ แต่ไปๆมาๆก็รู้สึกว่ามันสนุกดี แล้วอีกฝ่ายก็ไม่ได้ทำอะไรมากไปกว่าการทักมาคุยด้วย

 

                เหมือนได้เห็นตัวเองในแต่ละวันอะไรทำนองนั้น

 

                คาทก!

 

            เสียงแจ้งเตือนพร้อมกับข้อความที่เด้งขึ้นมาทำให้เผลอสะดุ้ง ความสนใจของแจมินหันกลับไปที่หน้าจอโทรศัพท์ เขาเปิดออกดูอย่างใจร้อน ลืมเพื่อนของตนที่ยังอยู่ข้างตัวไปเสียสนิท

 

                ดวงตาเขาไล่อ่านตัวอักษรตรงหน้า

 

               Unknown : ระหว่างที่อ่านข้อความของผม คุณจะยิ้มออกมาบ้างหรือเปล่านะ

            Unknown : ถ้ามันทำให้คุณยิ้มได้

            Unknown : ผมก็คงดีใจไม่ใช่น้อย

            Unknown : อ..อ่านเร็วจังเลยครับ

 

            แจมินหัวเราะคิกคักในระหว่างที่พิมพ์ตอบอีกฝ่าย ไม่นานนักเขาก็กดส่งออกไป คุณรอยยิ้มของเขาอ่านมันในทันทีราวกับว่ากำลังรออยู่ก่อนแล้ว

 

               Na J : พูดอะไรของนายน่ะ

            Na J: เลี่ยนเป็นบ้าเลยL

 

            ทั้งๆที่พิมพ์ไปอย่างนั้นแต่ว่า...

 

                “เลี่ยนอะไรของนาย ที่หมอนั่นพูดก็จริงไม่ใช่เหรอ” เป็นเสียงจากหวงเหรินจวิ้น หมอนั่นพูดในขณะที่ตาก็แอบมองแชทในโทรศัพท์มือถือของเพื่อนไปด้วย

 

                “ยิ้มก็ยอมรับว่ายิ้มดิ ด่าเขาแก้เขินหรือไง”

 

                “ยุ่งน่า!

 

                “คร้าบ” ไหวไหล่แล้วเลิกสนใจไป ปล่อยให้แจมินจมกับแชทตรงหน้า เห็นดังนั้นแจมินจึงปล่อยให้เพื่อนข้างตัวกลายเป็นธาตุอากาศ ตอนนี้น่ะคุณรอยยิ้มของเขาสำคัญมากกว่าเยอะ

 

                อีกฝ่ายตอบกลับมาแล้ว

 

                ด้วยข้อความสั้นๆที่ทำให้รู้สึกว่า

 

                Unknown : ข-ขอโทษครับ ._.

 

             น่ารักเป็นบ้าเลย...

 

                เขาไม่ได้ตอบอะไรกลับไป เพียงแต่ยิ้มน้อยๆกับตัวเอง เป็นการเริ่มต้นอีกวันหนึ่งที่สดใสได้แค่เพราะบทสนทนาสั้นๆจากใครบางคน

 

                ไม่หรอก...แจมินมั่นใจว่ามันยังไม่ใช่ความรัก

 

                หวงเหรินจวิ้นก็พูดเกินไป เขาจะไปรักคนที่ไม่แม้แต่เคยเห็นหน้าได้ยังไงกันเล่า

 

                เพียงแต่ช่วงเวลากว่าหกเดือนที่ได้รู้จักกัน บทสนทนาที่แม้ไม่ได้มากมายนักหากก็สม่ำเสมอ รวมไปถึงความห่วงใยที่แม้จะเป็นเพียงสัมผัสจางๆ หากแจมินก็รู้สึกถึงมันได้

 

                ตอนนี้น่ะ...ยังเป็นเพียงแค่การเริ่มต้นเท่านั้น

 

                การเริ่มต้นสำหรับความรู้สึกที่แสนพิเศษในวันข้างหน้า

 

                บางที่แจมินก็คิดนะ

 

                ...ว่าคุณรอยยิ้มคนนั้นก็อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลนี่เอง

 

 

 

- ทุกนาที ทุกวินาทีในแต่ละวัน -

- ในหัวของฉันมีแต่เรื่องราวของเธออยู่เต็มไปหมด -

 

 

 

                ร่างนับสิบออกันอยู่หน้าห้องเรียนหลังจากกระดาษเอสี่แผ่นหนึ่งถูกแปะไว้บนกระดาน มันคือคะแนนสอบย่อยของวิชาคณิตศาสตร์ที่เพิ่งเรียนจบไปเมื่อคาบที่แล้ว

 

                เด็กนักเรียนในห้องพากันมุงพลางส่งเสียงจ้อกแจ้กจอแจ สายตาไล่หาชื่อของตนเพื่อดูคะแนนสอบ บางคนที่พบเรียบร้อยแล้วก็พากันคุย บ้างโอ้อวด บ้างพร่ำบ่นด้วยสีหน้าคร่ำเครียด เสียงดังจนรู้สึกปวดหู แจมินขมวดคิ้ว ไม่มีสมาธิที่จะมองหาคะแนนของตน

 

                “เฮ้ย เจโน่ได้ท็อปอีกแล้วว่ะ!มีคนหนึ่งโพล่งขึ้นมา ก่อนสายตาของทุกคนในห้องจะตวัดไปยังบุคคลที่ถูกพาดพิง แจมินเห็นเจ้าของชื่อกำลังหัวเราะแห้งๆพลางเกาศรีษะแกรกๆ ท่าทางเหมือนจะบอกว่า ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรสักหน่อย

 

                เพื่อนอีกคนที่อยู่ข้างตัวยกแขนขึ้นพาดไหล่

 

                “ตลอดเลยนะมึง ชอบแอบเล่นโทรศัพท์ในคาบแต่พอสอบทีไรก็ท็อปทุกที”

 

                คนสอบได้ท็อปทำเสียงชู่พร้อมกับยกนิ้วชี้ขึ้นทาบริมฝีปาก ดูท่าเจ้าตัวจะไม่ได้อยากตกเป็นเป้าสายตาสักเท่าไหร่ อีกฝ่ายก็ยอมให้ความร่วมมืออย่างดี หากก็ต้องแลกมาด้วยผมที่โดนยีจนยุ่ง

 

                แจมินหรี่ตามอง ในหัวเขาเต็มไปด้วยความคิด

 

                อีเจโน่...

 

                ก็เคยคุยกันบ้างแต่ไม่ค่อยสนิทเท่าไหร่หรอก หมอนั่นภาพรวมแล้วดูเป็นคนเหลาะแหละ ไม่ค่อยเอาการเอางาน ในคาบก็ชอบนอนไม่ก็เล่นโทรศัพท์ โดนครูบ่นอยู่เป็นประจำ แต่พอสอบทีไร ถ้าไม่ได้ท็อปก็มักจะได้คะแนนสูงๆเป็นประจำ

 

                บางทีก็แอบสงสัยอยู่เหมือนกันว่าทำได้ยังไง

 

                ช่างมันเถอะ...เขาคิดอย่างนั้นก่อนละความสนใจไป

 

                “แจมิน แล้วคะแนนนายเป็นยังไงบ้าง?” เสียงของเหรินจวิ้นทำให้แจมินตระหนักถึงความตั้งใจเดิมที่มายืนอยู่ตรงนี้ เขากวาดสายตามองหา ไม่นานนักก็พบชื่อของตน

 

                “อา...”

 

                มุมปากยกขึ้นหากเปลือกตากลับหลุบลง

 

                สำหรับคนที่รู้จักกันมานานอย่างหวงเหรินจวิ้น มองแว้บเดียวก็รู้ว่ามันไม่ใช่รอยยิ้มแห่งความปิติ กลับกัน มันช่างเศร้าสร้อยและเต็มไปด้วยความผิดหวัง

 

                “เหมือนว่าจะไม่ค่อยดีเท่าไหร่น่ะ”

 

                คะแนนของเขาถูกพิมพ์ด้วยตัวเลขสีแดงต่างจากคนส่วนใหญ่ที่เป็นสีดำ ความหมายของมันก็คือไม่ผ่านเกณฑ์

 

            นี่เป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้วนะ...

 

 

 

- ได้โปรด ขอให้มันมีปาฏิหารย์เกิดขึ้นเถอะนะ -

- ขอให้ฉันได้ตื่นขึ้นมาในตอนเช้าเพราะเธอด้วยเถอะ -

 

 

 

                “ขอบคุณครับ” เสียงตอบรับแผ่วเบาพร้อมกับลำตัวที่โค้งลงก่อนประตูจะถูกเลื่อนจนปิดสนิท ในมือเขาถือชีทปึกหนาที่อาจารย์เพิ่งให้ไว้ คำพูดเมื่อครู่แล่นเข้ามาในหัว

 

            คุณสอบตกติดกันมาหลายครั้งแล้วนะครับ

            ‘ถ้าครั้งหน้าคะแนนยังแย่แบบนี้อีก ผมเองก็ไม่รู้จะช่วยยังไงแล้ว

            ‘ขอโทษครับ...

            ‘จะขอโทษอย่างเดียวไม่ได้หรอกนะ ต้องพัฒนาด้วย เอ้านี่...

 

            กระดาษปึกหนึ่งถูกวางด้วยแรงไม่เบานักลงบนโต๊ะ แจมินมองตามด้วยความไม่เข้าใจ เขาเลิกคิ้ว รอให้คนตรงหน้าอธิบาย

 

                แบบฝึกหัดสำหรับทบทวนบทเรียน ไปทำให้เสร็จแล้วพรุ่งนี้เอามาส่งผม เดี๋ยวผมจะแก้คะแนนให้

            ‘…’

            ‘ผมคงช่วยได้แค่นี้แหละครับ ที่เหลือเป็นหน้าที่ของคุณแล้ว

 

            ‘ครับ...ตอบเสียงแผ่ว ดวงตาทอประกายความเหนื่อยอ่อน ใช่ว่าไม่พยายาม ในห้องก็ตั้งใจฟังที่ครูสอน กลับบ้านไปก็นั่งทบทวนบทเรียน

 

                คณิตศาสตร์คงยากเกินความสามารถเขาจริงๆ แถมเหรินจวิ้นก็ไม่น่าจะช่วยได้ด้วย...

 

 

 

                พลั่ก!

 

 

 

                ในระหว่างที่กำลังใช้ความคิดอยู่นั้น จู่ๆมวลมหาศาลก็เข้ามาปะทะร่าง แจมินทรุดลงกับพื้น แบบฝึกหัดที่ได้รับมาปลิวว่อน

 

                “ข...ขอโทษ” เสียงที่รู้สึกเหมือนเคยได้ยินที่ไหนมาก่อนลอดผ่านหู แจมินยกมือกุมหัว ค่อยๆปรือตาขึ้นมองตัวการที่กำลังทำหน้าเจื่อนอยู่ตอนนี้

 

                “แจมินเป็นอะไรมากไหม...”

 

                “เจ...โน่...?”

 

                ใช่แล้ว คนที่ทำให้แจมินไม่ได้กลับไปที่ห้องเพื่อเตรียมบทเรียนสำหรับคาบต่อไปสักทีก็คืออีเจโน่ เจ้าของคะแนนท็อปคนนั้นนั่นแหละ

 

                “เดี๋ยวฉันช่วยเก็บของนะ”

 

                ไม่คิดที่จะรอคำตอบ มือหยิบแผ่นกระดาษที่กระจายเกลื่อนอยู่ทั่วพื้น ใช้เวลาไม่นานนักก็เสร็จ...เร็วกว่าที่แจมินจะตั้งสติได้เสียด้วยซ้ำ

 

                เจโน่ขมวดคิ้ว มองตัวเลขที่ปรากฎเรียงรายให้เห็นบนหน้ากระดาษ

 

                ...แบบฝึกหัด?

 

                “เอ้านี่”

 

                “ข..ขอบใจนะ” กว่าจะนึกได้ว่าควรทำอะไรก็กินเวลาอยู่นาน แจมินยื่นมือไปรับพร้อมกับเอ่ยขอบคุณเบาๆ ริมฝีปากฝืนคลี่รอยยิ้มบางออกมา

 

                รอยยิ้มที่ถ้าเป็นเหรินจวิ้นก็คงรู้ว่ามันไม่ได้มาจากใจจริง

 

                และแน่นอนว่าคนที่แอบเฝ้ามองมาตลอดอย่างอีเจโน่ก็ต้องรู้ด้วยเช่นกัน

 

                “แล้วแบบฝึกหัดนี่...”

                “ฉันสอบตก อาจารย์ก็เลยให้มาทำน่ะ”

                “อ่า งั้นเหรอ ขอโทษที่ถามซอกแซกนะ”

                “ไม่เป็นไรหรอก”

 

                ถ้าสังเกตสักนิด แจมินก็จะเห็นว่าพวงแก้มของอีกฝ่ายกำลังขึ้นสีแดงจางๆ

 

                เจโน่ตกอยู่ในความประหม่า หัวใจเขาเต้นระรัวแม้คนตรงหน้าจะไม่ได้ยิน เขาไม่เคยได้ใกล้ชิดกับแจมินขนาดนี้...ไม่สิ ก็เคย แต่เราไม่เคยคุยเรื่องสัพเพเหระกันมาก่อน

 

                “แล้วแจมินจะไปไหนต่อเหรอ” ไม่รู้อะไรที่ทำให้เขาถามออกไป

 

                ตีสนิท? คงไม่ใช่ บางทีเจโน่อาจจะแค่อยากรู้เรื่องราวของอีกคนให้มากกว่านี้ก็เท่านั้นล่ะมั้ง

 

                “ก็คงกลับห้องล่ะมั้ง” และด้วยความเข้าถึงง่าย แจมินจึงตอบกลับมาอย่างไม่คิดอะไร เขาส่งยิ้มบางๆให้หลังจากคนตรงหน้าเอ่ยขอตัว

 

                “งั้นฉันไปก่อนนะ”

                “อื้อ”

                “ขอโทษเรื่องเมื่อกี้ด้วยจริงๆนะ...”

                “ไม่เป็นไรหรอก”

 

                เขาส่ายหน้าช้าๆ แจมินลุกขึ้นยืนเต็มความสูงแล้วเดินจากไป ไม่ได้รับรู้ถึงสายตาของเพื่อนร่วมห้องที่มองตามแผ่นหลังของตนเลยสักนิด

 

                รอยยิ้มของแจมินที่ได้เห็น...ดูอย่างไรก็ไม่มีความสุขเลยสักนิด

 

                แล้วคาบบ่ายของวันนั้น เจโน่ก็ไม่เห็นแจมินยิ้มเลยแม้แต่ครั้งเดียว

 

 

 

 

 

                .

                .

                .

                .

                .

                เฮ้ออออออ

 

            ดินสอในมือถูกทิ้งลงกับโต๊ะอย่างไม่ไยดี แจมินถอนหายใจยาว ละสายตาไปมองนาฬิกาบนผนัง ก่อนพบว่าผ่านมาชั่วโมงกว่าแล้ว

 

                ชั่วโมงกว่าที่เขานั่งจมกับกองแบบฝึกหัด...และพบว่าเพิ่งทำเสร็จไปได้แค่หน้าเดียว

 

                มือหยิบโทรศัพท์ขึ้นเปิดดูแก้เซ็ง ไม่มีแจ้งเตือนใดๆทั้งสิ้นจากแอพคาคาโอะทอล์กที่ใช้เป็นประจำ จู่ๆแจมินก็รู้สึกคิดถึงใครคนหนึ่งขึ้นมาจับใจ

 

                เขาไม่รอช้าที่จะกดเข้าไปในแชทด้านบนสุด แล้วพิมพ์ข้อความส่งหาอีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว

 

                Na J : ว่างคุยด้วยไหม

 

            มันถูกอ่านทันทีราวกับรออยู่ก่อนแล้ว

 

               Unknown : ว่างครับ มีอะไรหรือเปล่า?

            Na J : เหนื่อยอะ...

 

            คราวนี้ฝ่ายนั้นทิ้งระยะอยู่นานกว่าจะตอบ

 

               Unknown : เกิดอะไรขึ้นครับ

            Unknown : วันนี้รอยยิ้มของคุณไม่สดใสเลย

            Unknown : ถ้ามีอะไรที่ผมพอจะช่วยได้ก็บอกได้นะ

 

            พอถูกถามมาอย่างนั้น แจมินก็เผลอพิมพ์ความในใจออกมาเสียยาวเหยียด

 

            Na J : ฉันสอบตกน่ะ...หลายรอบแล้วด้วย วันนี้ครูก็เลยเรียกไปคุยส่วนตัว อึดอัดน่าดูเลยล่ะ ครูบอกว่าฉันต้องพยายามมากกว่านี้ สอบรอบหน้าจะตกอีกไม่ได้แล้ว...คงหมายถึงว่าคะแนนเก็บตอนนี้มันย่ำแย่มากแล้วก็ได้มั้ง

            Na J : ครูก็เลยให้แบบฝึกหัดมาทำ บอกว่าถ้าทำถูกเกินครึ่งก็จะไปแก้คะแนนให้ คงคล้ายๆกับการสอบซ่อมนั่นแหละ

            Unknown : สอบตกที่ว่า...แจมินหมายถึงวิชาคณิตศาสตร์เมื่อเช้าใช่ไหมครับ?

            Na J : อืม...

            Na J : คะแนนนายเป็นไงบ้างอะ โอเคไหม?

 

                ถ้าให้เดาจากคำพูดเมื่อกี้ คุณรอยยิ้มคงเป็นใครสักคนหนึ่งที่เรียนชั้นเดียวกับเขา...หรือบังเอิญกว่านั้นอาจจะเรียนห้องเดียวกันก็เป็นได้

 

               Unknown : ก็...ดีในระดับนึงน่ะครับ

            Unknown : ผมพอจะช่วยสอนได้นะ ถ้าคุณต้องการน่ะ

            Unknown : ตรงไหนไม่เข้าใจก็เอามาถามก็ได้ หรือถ้าทำเสร็จแล้วอยากให้ช่วยตรวจผมก็โอเค

            Unknown : แจมินต้องส่งวันไหนเหรอ?

            Na J : พรุ่งนี้...

            Unknown : ถ้าอย่างนั้นคืนนี้ผมจะอยู่เป็นเพื่อนคุณเอง

            Unknown : ดีไหมครับ?

 

            อยู่ดีๆรอยยิ้มกว้างก็ปรากฎขึ้นบนใบหน้าน่ารัก หัวใจพองฟู รู้สึกอบอุ่นในอกอย่างบอกไม่ถูก อีกฝ่ายช่างเอาใจใส่ และนั่นทำให้เขารู้สึกดีได้ไม่ยาก

 

            หลังจากนั้นร่างบางก็คะยั้นคะยอจนคุณรอยยิ้มยอมคอลกับเขาด้วย ทว่าทางนั้นก็ไม่เปล่งเสียงพูดออกมาเลยสักคำ มีเพียงแจมินที่พูดอยู่ฝ่ายเดียว

 

                กับเสียงดนตรีที่ดังคลอมาอย่างต่อเนื่องเท่านั้น

 

                แจมินให้เหตุผลไปว่า จะได้รู้ว่ายังอยู่ตรงนี้ไม่หายไปไหน

 

            เพราะอีกฝ่ายพูดไม่ได้(ไม่งั้นเดี๋ยวแจมินอาจจะจับได้—หมอนั่นบอกอย่างนั้น) ก็เลยใช้วิธีเปิดเพลงคลอเบาๆเป็นบรรยากาศแทน

 

                พอแจมินเริ่มพูดเรื่อยเปื่อย คุณรอยยิ้มก็จะส่งข้อความมาเตือนให้กลับไปสนใจแบบฝึกหัด เมื่อทำเสร็จหนึ่งหน้าหรือมีโจทย์ข้อไหนที่ไม่เข้าใจ เขาก็จะถ่ายส่งไปให้ฝ่ายนั้นดู

 

                “ฮ่า” ร้องออกมาพลางเหยียดแขนขึ้นบิดขี้เกียจหลังจากนั่งทำโจทย์มาเป็นเวลานาน ในที่สุดก็เสร็จทั้งหมดจนได้ แจมินคลี่รอยยิ้ม พอเงยหน้ามองนาฬิกาอีกครั้งก็พบว่าเป็นเวลาเกือบตีสามแล้ว

 

                อยู่ดีๆก็รู้สึกง่วงขึ้นมาเสียอย่างนั้น

 

                “นี่...ยังไม่หลับใช่ไหม”

 

                [...]

 

                ไม่มีเสียงตอบกลับมา มีเพียงข้อความที่เด้งขึ้นมาบนหน้าจอว่า ยังครับ เท่านั้น

 

                แจมินหลับตาพริ้มจนเห็นขนตายาวสวยชัดเจน

 

                “ขอบคุณมากๆเลยนะ ถ้าไม่ได้นายช่วยไว้ ฉันต้องแย่แน่ๆ”

 

                […]

 

                “ทั้งที่คอยเตือนตอนเริ่มนอกเรื่อง ที่ช่วยตรวจการบ้านให้ แล้วก็ช่วยสอนตรงที่ไม่เข้าใจอีก ฉันมันหัวช้า แต่นายก็ยังทน”

 

                […]

 

                “จะนอนไปก่อนก็ได้แต่ก็ยังอยู่เป็นเพื่อน ทั้งที่ไม่อยากให้รู้ว่าเป็นใครแท้ๆ แต่พอฉันขอก็ยอมคอลด้วย”

 

     […]

 

    “ไปพักผ่อนได้แล้วล่ะ ฉันเองก็จะนอนแล้ว สำหรับวันนี้...ขอบคุณมากจริงๆนะ”

 

    […]

 

    “แล้วก็...”

 

    […]

 

   “ฝันดีนะ”

 

   แค่นั้น...ปลายสายก็รู้สึกว่าคุ้มค่าแล้วที่เขาทำมาทั้งหมดในคืนนี้

 

.

 

.

 

.

 

.

 

.

 

ตอนเช้าของวันถัดมา แจมินได้รับนมพาสเจอร์ไรต์รสจืดหนึ่งกล่องกับกระดาษโน้ตแผ่นเล็กๆที่ปรากฎข้อความไม่ยาวนัก

 

พิมพ์ไว้เสียด้วย...

 

คนตัวเล็กยิ้มบางอย่างรู้ทัน ก่อนหยิบขึ้นมาอ่าน

 

 

 

อย่าเศร้าเลยนะครับ

ใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มของคุณน่ะน็ยังอยู่...มีสเน่ห์กว่าตั้งเยอะ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

                เยื้องออกไปไม่ไกลนัก บริเวณที่แจมินไม่ทันสังเกต

 

                เด็กหนุ่มคนหนึ่งกำลังอ้าปากหาวฟอดใหญ่ด้วยความง่วงอยู่ข้างๆเพื่อนของตน

 

                “เจโน่ ทำไมมึงตาดำจังวะ เมื่อคืนนอนดึก?”

 

                “อือ นิดหน่อยน่ะ” ตอบพลางใช้หางตามองตัวการที่ว่าคนนั้น เสียงหวานที่บอกฝันดีนั้นยังประทับอยู่ในความทรงจำ พอเห็นรอยยิ้มบางๆที่ผุดขึ้นบนใบหน้า เจโน่ก็เผลอยิ้มตามโดยไม่รู้ตัว

 

                “อยู่ดีๆรอยยิ้มเขาก็หายไป...เลยต้องไปช่วยให้เขายิ้มได้เหมือนเดิม”

 

                คงเป็นตอนนั้นล่ะมั้ง...ที่ความรู้สึกพิเศษเริ่มเกิดขึ้นน่ะ

 

 

TBC.



by

นาริกา


hashtag : #ficnomin


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

106 ความคิดเห็น

  1. #101 JNNANA_ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2561 / 11:00
    พ่อคุณเอ๊ยยยยยยย ทำไมใจหล่อได้ขนาดนี้ อบอุ่นยิ่งกว่าพระอาทิตย์ในตอนเช้าด้วย น้องแจมรีบตามหาคุณรอยยิ้มให้เจอเร็วลู๊กกกก
    #101
    0
  2. #99 2kimButter (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 24 มีนาคม 2561 / 12:13
    อบอุ่นมากลีเจโน่
    #99
    0
  3. #63 หมีคริสลี่ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2560 / 01:55
    รอให้แจมรู้ความจริงงงงงง โน่คือดีย์มากกกกกก ชอบบบบบบ
    #63
    0
  4. #51 porkpak111 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2560 / 12:54
    น่ารักยอมคอลกับเขาแต่ก็ไม่พูด กลัวเขาจับได้คีลลุคจริงๆเจโน่ ตอนเช้าเอานมไปให้เขาก็ยังพิมพ์ใส่กระดาษ แล้วเมื่อไหร่จะยอมบอกกับแจมินว่าเป็นคุณรอยยิ้มง่ะ
    #51
    0
  5. #24 TENTEN_NAJAM (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2560 / 23:52
    เจโน่นี่น๊าาาา ชอบเค้า ทำดีกับเค้าก็ยังไม่ยอมเผยตัวตน ขนาดคอลกันยังไม่ยอมพูดด้วยเลยอะ แจมจะติดว่าโน่เหลาะแหละแล้วนะ!!!!
    #24
    0
  6. #23 wareeandsoul (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2560 / 01:38
    อื้อหือออ ยอมคอลด้วย แต่ไม่พูดนะคนเรา555 อยากให้น้องแจมจับได้จังเลย น่าจะวุ่นวายพอควร
    #23
    0
  7. #22 fyt0mity (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2560 / 10:38
    โอ้ยยยย น่ารักมากๆๆๆๆๆๆ เลยค่ะ
    เจโน่อบอุ่นมาก เขินนนนนนนนนน
    ชอบความค่อยๆ เป็น ค่อยๆ ไปแบบนี้มากๆ เลย
    เหมือนได้เห็นพัฒนาการของทั้งคู่ไปช้าๆ ไม่หวือหวา แต่อบอุ่น
    รอตอนต่อไปนะคะ พิโน่สู้เขาาาาา
    ขอบคุณสำหรับฟิคนะคะ
    #22
    0
  8. #21 craziioun (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2560 / 07:48
    น่าร้ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
    #21
    0
  9. #20 10toTen (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2560 / 22:28
    ทำไมมันถึงละมุนได้ขนาดนี้ เขิน-//-
    #20
    0
  10. #19 ktenn (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2560 / 22:00
    อุ่นใจเจโน่เป็นคนน่ารักมากๆอ่ะอยากให้แจมินได้รู้จักเจโน่จริงๆอ่ะน่ารักกกกก
    #19
    0
  11. #18 หมอนแทแท :3 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2560 / 20:56
    น่ารักมากๆเลย มาต่อเร็วๆนะค้าาาา
    #18
    0