(NCT) 4 Shades, 4 Divisions l NOMIN

ตอนที่ 1 : (spring) ' You smile, I smile 1 ' - นาริกา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 627
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    27 เม.ย. 60




{SPRING}

You smile, I smile - 1



            ฤดูใบไม้ผลิเมื่อปีที่แล้ว...


            ท่ามกลางสายลมที่พัดเอื่อยๆ หูแว่วเสียงกิ่งไม้กระทบกันเบาๆพร้อมกับดอกไม้ที่เริ่มผลิบาน


            พระอาทิตย์ทอแสงแดดอ่อนส่องมากระทบกับผืนดิน ส่งผลให้ภาพข้างหน้าชัดเจนยิ่งขึ้น


            หากเงยหน้ามองด้านบนก็จะพบกับหมู่เมฆสีขาว ฝูงนกที่บินอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย นั่นคือท้องฟ้าที่แสนสดใส


            ในยามเช้าของการเดินทางไปโรงเรียน


            ในตอนนั้น...ราวกับโลกทั้งใบหยุดหมุน เท้าถูกตรึงให้ต้องนิ่งอยู่กับที่


            เบื้องหน้าเขาคือร่างของผู้ชายตัวเล็กคนหนึ่งที่ทรุดตัวลงนั่งคุกเข่า มือเด็ดดอกหญ้าริมทางขึ้นมาเล่นกับแมวตัวน้อยที่อยู่ตรงหน้า ก่อนจะเกาคางมันอย่างเอ็นดู


            ริมฝีปากจิ้มลิ้มเปล่งเสียงใสน่าฟังออกมา

 



            “ไงเจ้าแมว เช้านี้สดใสดีเนอะ”

 



            รอยยิ้มที่ได้เห็นนั้น


            ...ช่างสะกดสายตาเหลือเกิน

 



- ตั้งแต่ครั้งแรกที่ผมได้เจอคุณ ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน -

- ผมก็เอาแต่คิดถึงคุณ -



 

            “เจโน่ เลิกเหม่อได้แล้ว!” แรงตบที่ศรีษะเรียกให้เขาหลุดออกจากภวังค์ จำต้องละสายตาออกจากภาพที่แสนสวยงามตรงหน้าแล้วหันมาทางเจ้าของเสียงเรียก


            “หันสนใจเรื่องเรียนซะบ้าง ทำตัวเป็นหมามองเครื่องบินอยู่ได้”


            “หา? มึงว่าใครหมามองเครื่องบินกัน”


            “มึงอะแหละ ชอบเขามาหนึ่งปีแล้วไม่ใช่เหรอ เอาแต่แอบมองอยู่ได้ ถ้าไม่สารภาพออกไปแล้วเมื่อไหร่มันจะสมหวังล่ะวะ”


            เจโน่ทำปากยื่น ปากกาในมือถูกควงเล่นอย่างไม่มีอะไรทำ


            “ก็กู...ไม่ได้ให้เขามาชอบกูกลับ...สักหน่อย”


            “เออ รู้แล้วรู้แล้ว แค่ได้มองรอยยิ้มแจมินแค่นี้กูก็มีความสุขแล้วใช่ไหมล่ะ” อีดงฮยอกจีบปากจีบคอดัดเสียงล้อเลียนเพื่อนสนิท ก่อนจะผ่อนลมหายใจออกมาทางจมูก


“เหอะ ประโยคนี้กูฟังจนเบื่อแล้วล่ะ”


            “ช่วยไม่ได้ ถ้ามึงยังจะพูดอะไรแบบนี้อีก มึงก็คงต้องฟังไปจนวันตายนั่นแหละ”


            “คร้าบ คร้าบ” ดงฮยอกรับคำส่งๆ รู้ดีว่าถึงเถียงไปก็ไม่ได้อะไรอยู่ดี หมอนั่นนั่งเท้าคาง พูดกับเขาโดยที่สายตายังมองไปข้างหน้า


“แต่เอาจริงๆนะ กูไม่เข้าใจมึงเลยอะเจโน่ หนึ่งปีแล้วนะเว้ย ชีวิตมันควรจะมีการพัฒนาบ้างดิ มึงจะแอบมองเขาไปถึงเมื่อไหร่กันวะ”


“เรื่องนั้นน่ะเหรอ...” เจโน่อมยิ้มบาง ภาพที่เห็นเมื่อปีที่แล้วผุดขึ้นมาในหัว จุดเริ่มต้นที่เขาไม่มีวันลืมเลือน ภาพของคนคนนั้นที่กำลังส่งยิ้มให้ลูกแมวตัวจ้อย


“ก็..จนกว่ารอยยิ้มของเขา...จะไม่สะกดสายตากูแล้วล่ะมั้ง”


            “หึ เลี่ยนเป็นบ้า” หมอนั่นพูดเพียงแค่นั้น แล้วหันกลับไปสนใจบทเรียนหน้าห้อง เจโน่ไหวไหล่ สายตาเขาเองก็เลื่อนกลับไปมองที่เดิม


            ที่คนคนเดิม


            เขาที่เจโน่กับดงฮยอกหมายถึง คือเด็กหนุ่มที่ชื่อนาแจมิน


            เจ้าของรอยยิ้มอันแสนสดใสที่เจโน่ได้พบเมื่อฤดูใบไม้ผลิปีที่แล้ว


            ตั้งแต่วันนั้น เขาก็ไปบ่นใส่ดงฮยอกเสียจนหมอนั่นรำคาญ ถึงกระนั้นก็ใช่ว่าจะสนใจ รับรู้เพียงเสียงที่เต้นตุบตับอยู่ใต้แผ่นอก เจโน่ไม่เคยมีความรัก และนี่เป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกว่าหัวใจเต้นรัวเพียงเพราะได้เห็นรอยยิ้มของใครสักคน


            นับว่าเป็นโชคดีหรืออย่างไรก็ไม่รู้ ที่เด็กคนนั้นได้กลายเป็นเพื่อนร่วมห้องของเขาเข้าพอดี แต่ที่แน่ๆคือหลังจากนั้น การได้แอบมองแจมินก็เป็นสิ่งที่น่าสนใจยิ่งกว่าบทเรียนในหนังสือเสียอีก


            ยังดีที่เจโน่เรียนเก่ง ไม่งั้นผลการเรียนเขาคงตกไปนานแล้ว


            เพราะอยู่ห้องเดียวกัน เราเลยได้คุยกันบ้างเป็นบางครั้ง เมื่อไหร่ก็ตามที่จำเป็นต้องเผชิญหน้ากัน (แม้เขาจะพยายามหลีกเลี่ยงอยู่บ่อยๆ แต่ก็ต้องมีบ้างแหละที่มันจำเป็นจริงๆ...อย่างเช่นงานกลุ่ม เป็นต้น) เจโน่ต้องใช้ความพยายามอย่างมากที่จะไม่แสดงออกว่าเขากำลังประหม่ามากแค่ไหน หากทุกครั้งที่อีกฝ่ายส่งยิ้มมาให้ หัวใจของเขาก็สั่นไหวจนควบคุมไม่ได้ไปเสียทุกที


            แจมินไม่รู้หรอกว่ามีคนคนนึงแอบชอบอยู่ตรงนี้ และเจโน่ก็ไม่ได้อยากให้รู้ด้วย


            อย่างที่บอกดงฮยอกนั่นแหละ จะสมหวังหรือไม่เขาไม่สนใจ ขอเพียงแค่รอยยิ้มนั่นไม่เลือนหายไปจากใบหน้าหวานก็เพียงพอแล้ว


            ดูพระเอกเนาะ แต่เจโน่ก็คิดอย่างนั้นจริงๆ


            สิ่งเดียวที่พอจะทำให้เขาได้ใกล้ชิดแจมินที่สุด ก็คงเป็นแอพพลิเคชั่นสีเหลืองที่มีชื่อว่า Kakao Talk นั่นแหละ


            นิ้วโป้งกดรัวเร็วลงบนแป้นพิมพ์โทรศัพท์ใต้โต๊ะ ก่อนจะกดส่งออกไป



 

            Unknown : วันนี้รอยยิ้มของคุณก็ยังสดใสเหมือนเดิมเลยนะครับ : )

 



          อีกเดี๋ยวแจมินก็คงอ่าน และส่งข้อความอะไรสักอย่างกลับมา


            เขาใช้วิธีนี้คุยกับอีกฝ่ายมาแรมปีแล้ว


            โดยที่แจมินไม่มีทางรู้เลยว่าคนที่ส่งข้อความมาให้นั้นเป็นใคร.

 



- .ในบางครั้ง ผมก็กลายเป็นคนเห็นแก่ตัว -

- ที่อยากสนิทกับคุณให้มากกว่านี้ -



 

            Na J : คุณจะไม่บอกให้ผมรู้จริงๆเหรอว่าคุณเป็นใครอะ : (


          เจโน่หลุดขำ นี่เป็นรอบที่สามของอาทิตย์และรอบที่เจ็ดของเดือนแล้วที่แจมินถามเขาอย่างนี้ พนันได้ว่าริมฝีปากที่เคยคลี่ยิ้มหวานตอนนี้คงกำลังคว่ำลงเหมือนกับอิโมติค่อนที่ส่งมาให้แน่ๆ


            อันที่จริงก็แอบแปลกใจนิดหน่อย...ไม่สิ ค่อนข้างมากเลยแหละที่แจมินไม่บล็อกเขาไปตั้งแต่ครั้งแรกๆ ก็นะ ถ้ามีใครที่ไหนไม่รู้ทักมาหา เป็นเขา เขาก็คงบล็อกไปตั้งนานแล้ว


            ตอนที่รู้ว่าได้อยู่ห้องเดียวกัน เจโน่ก็มีความคิดพิเรนทร์ๆอย่างสมัครแอคเคาท์ใหม่แล้วทักอีกฝ่ายไป มันบ้าเอามากๆ บ้าขนาดที่แม้แต่ดงฮยอกยังด่าเขา แต่นั่นก็ทำให้เราได้คุยกันนานขนาดนี้


            บทสนทนาก็ไม่ได้มีอะไรมากไปกว่าการบอกอรุณสวัสดิ์ในตอนเช้าและราตรีสวัสดิ์ก่อนนอน กับข้อความสั้นๆเกี่ยวกับรอยยิ้มของนาแจมินที่เจโน่ได้เห็นในแต่ละวัน


            ไม่อยากพูดหรอกนะว่าตัวเองฉลาด แต่ถ้าเขาเลือกใช้วิธีคลาสสิกอย่างเอากระดาษโน้ตไปแปะไว้ตรงล็อกเกอร์อะไรเทือกนั้นก็คงโดนจับได้ไปนานแล้ว


            แรกๆแจมินก็ถามเหมือนกันว่าเขาเป็นใคร สักพักก็หายไป เพิ่งมาพักหลังนี่แหละที่อยู่ดีๆคำถามพวกนั้นก็กลับมาอีกรอบ


            เจโน่ไม่ได้ทำอะไรมากไปกว่าตอบกลับด้วยประโยคเดิมๆ


Unknown : ไม่จำเป็นหรอกครับ


          ไม่นานนัก ข้อความนั้นก็ถูกอ่าน


            Na J : อีกแล้วเหรอ

          Na J : เราก็คุยกันมาตั้งนานแล้วนะ

          Na J : ใบ้กันสักนิดนึงก็ไม่ได้เหรอ?


          Unknown : ใบ้เหรอครับ..


          เจโน่นิ่งไปพักหนึ่งเพื่อใช้ความคิด เมื่อนึกออกเขาก็จัดการรัวนิ้วลงบนแป้นพิมพ์อีกครั้ง


            Unknown : ผมก็เฝ้ามองคุณมาตลอดนั่นแหละ : )


          เมื่อส่งไปเรียบร้อยเจโน่ก็จัดการเก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋า แจมินคงงงไม่น้อย แต่เขาก็คิดว่ามันเป็นคำใบ้ที่ดีนะ


            อย่างที่บอกคือเขาไม่ได้อยากได้รับความรักตอบกลับมา แล้วก็ไม่ได้อยากให้อีกฝ่ายรู้ด้วยว่าคนที่คุยด้วยมานานนมเป็นใคร เพราะฉะนั้นคำใบ้ครึ่งๆกลางๆที่เหมือนจะรู้แต่ก็ไม่รู้น่ะดีที่สุดแล้ว


            กริ๊ง


          “อ้าวเจโน่ วันนี้มาคนเดียวเหรอ” เสียงของเจ้าของร้านดังขึ้นเมื่อเจโน่เปิดประตูเข้าไป เด็กหนุ่มฉีกยิ้มกว้างก่อนพยักหน้ารับ


            “ดงฮยอกมันติดซ้อมบอลอะ วันนี้ผมเอาเหมือนเดิมนะครับพี่โดยอง”


            “โกโก้ปั่นกับชีสเค้กใช่ไหม”


            “อื้อ” ตอบพร้อมกับลากเก้าอี้ออกเพื่อทรุดตัวลงนั่ง เขารูดซิปเปิดกระเป๋านักเรียนออก แล้วหยิบหนังสือแบบฝึกหัดขึ้นมาวางบนโต๊ะ


            “วันนี้จะอยู่ถึงกี่โมงล่ะ?”


            “ไม่รู้สิครับ สักหกโมงก็คงกลับมั้ง” เจโน่พูดยิ้มๆ เขาเปิดแบบฝึกหัดไปยังหน้าล่าสุดที่ทำค้างไว้ กำลังจะลงมือทำอยู่แล้วถ้าหากว่าคิมโดยองไม่ยื่นชีสเค้กที่สั่งไว้มาให้เสียก่อน


            “ขอบคุณครับ แล้วก็...ขอรบกวนด้วยนะครับ”


            “อื้ม ตามสบายเลย”


            “เกรงใจจังเลย แฮ่ะๆ”


            “จะมาเกรงใจอะไรตอนนี้ ใช้ร้านพี่เป็นที่อ่านหนังสือมากี่ปีแล้วล่ะ”


            “อ่า...ก็” “ไม่ ไม่ต้องนับจริงๆก็ได้น่า”


            พอโดนพี่โดยองขัดพร้อมกับส่งสายตาปลงๆมาให้ เจโน่ก็ได้แต่หัวเราะแห้งๆ มือยกขึ้นเกาศรีษะ


            “นายน่ะมันซื่อ” โดยองว่า “แล้วก็เลิกหัวเราะอย่างนี้ได้แล้วน่า มันทำให้นายดูขาดความมั่นใจในตัวเองนะรู้ไหม อีเจโน่”


            “อ่า ขอโทษครับ”


            “ไม่ต้องขอโทษก็ได้ เรื่องแค่นี้”


            “...”


            “ช่างคำพูดฉันแล้วอ่านหนังสือไปเถอะ”


            “ค...ครับ"


            พอโดนตัดบทเจโน่ก็รีบก้มหัวลงไปมองแบบฝึกหัดทันที ท่าทางลุกลี้ลุกลนนั้นทำให้คนมองยิ้มบางๆอย่างช่วยไม่ได้ โกโก้ปั่นมาอยู่ข้างตัวตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ มือซ้ายเอื้อมไปหยิบขึ้นมาดูดระหว่างที่มือข้างขวาก็เขียนตัวอักษรยุกยิกเต็มหน้ากระดาษ


            เขารู้จักร้านพี่โดยองมาตั้งแต่...อืม...น่าจะฤดูใบไม้ผลิเมื่อสองสามปีที่แล้วล่ะมั้ง ตัวร้านตกแต่งอย่างมีรสนิยม กระถางต้นไม้ที่วางเรียงรายทำให้บรรยากาศในร้านสดชื่น แถมยังมีเพลงคลาสสิกเปิดคลอตลอด เครื่องดื่มกับขนมก็อร่อย แถมเจ้าของร้านยังมีมนุษย์สัมพันธ์ดีอีก เรียกได้ว่าถูกใจตั้งแต่ครั้งแรกเข้ามาใช้บริการเลย


            เพราะอย่างนี้ตอนเย็นหลังเลิกเรียนเจโน่ก็เลยชอบมานั่งอ่านหนังสือที่นี่ บางวันอีดงฮยอกก็จะมานั่งด้วย แต่ถ้าหมอนั่นอยู่ด้วยก็อ่านหนังสือไม่ค่อยได้เรื่องนักหรอก ชวนคุยตลอด L


            ง..ง่วงชะมัด


            เจโน่นั่งเท้าคาง มือเขายังจับดินสอ แต่ตัวหนังสือที่อยู่ตรงหน้าเริ่มพร่าเลือน


            เปลือกตาเคลื่อนลงจนใกล้จะปิดสนิท

            .

            .

            .

            .

            .

            “เจโน่”


            “...”


            “เจโน่”


            “...”


            “อี! เจ! โน่!


            “ครับ!!??


            เจโน่สะดุ้งสุดตัวหลังจากเสียงเรียกชื่อตัวเองดังเข้ามาในโสตน์ประสาท เขาใช้มือกุมศรีษะ พยายามทำความเข้าใจว่าตัวเองเผลอหลับไปตั้งแต่เมื่อไหร่


            จนกระทั่งภาพตรงหน้าเริ่มชัดเจน


            “จ..แจมิน!?


            นาแจมินคลี่ยิ้มหวานอยู่ข้างหน้าเขา


            มาอยู่ที่นี่ได้ยังไง?


            “เจโน่จริงๆด้วย” แจมินยังคงยิ้มสดใส มือบางยื่นดินสอแท่งคุ้นตา(ก็ของเขานั่นแหละ)มาให้ “ของนายใช่ไหม ทำตกน่ะ”


            “อ..อื้อ ขอบใจนะ”


            แย่ล่ะ...ควบคุมหัวใจตัวเองไม่ได้เลย


            “ไม่เป็นไรหรอก แค่นี้เอง” อีกฝ่ายส่ายหน้าช้าๆ “กลัวแทบแย่แน่ะว่าจะไม่ใช่เจโน่ ดีใจจัง”


            “อ..อื้อ” อยากรู้เหลือเกินว่าตอนนี้ใบหน้าเขาเป็นยังไง เสียงหัวใจไม่ได้ดังไปใช่ไหม? แล้วแก้มล่ะ จะแดงจนแจมินเห็นหรือเปล่า พี่โดยองจะมีกระจกให้เขายืมหรือเปล่านะ


            ฮือ แม่จ๋าช่วยเจโน่ด้วย


            “อ้าว รู้จักกันด้วยเหรอ” เสียงของคิมโดยองเหมือนเป็นเสียงสวรรค์ที่ช่วยให้เขาหลุดจากสถานการณ์น่าอึดอัด แจมินหันไปสนใจคนถาม ก่อนจะพยักหน้าเบาๆ


            “เพื่อนที่ห้องน่ะครับ”


            “อ๋อ”


            “ป...ปกติแจมินมาที่นี่บ่อยเหรอ” นั่นเป็นเสียงของเขาเอง


            ไม่เคยเห็นเลย


            หรือเขาไม่ได้สังเกตกันแน่นะ?


            “อ่า...จริงๆก็นานๆทีอะ แต่ว่าพี่โดยองกับเราอยู่บ้านใกล้ๆกัน เลยรู้จักกันน่ะ”


            “อ๋อ...” ถึงจะตอบแบบนั้นออกไป แต่อันที่จริงเขาแทบไม่ได้ฟังที่แจมินพูดเลยสักนิด


            รอยยิ้มของแจมิน...สวยชะมัด


            ยิ่งได้มาเห็นใกล้ๆแบบนี้แล้ว


            “ส่วนเจ้านี้น่ะ มาแทบทุกวันเลยล่ะ” “โอ๊ย!” มือของพี่โดยองที่จับหัวเขาเอาไว้ทำให้เจโน่ได้สติ พยายามดิ้นให้หลุดออกจากพันธนาการแต่ก็ไม่สำเร็จ


            “ชอบมาใช้ร้านพี่เป็นที่อ่านหนังสือประจำเลย น่าหมั่นไส้เป็นบ้า” “พี่โดยองปล่อยผม!


            “ฮ่ะๆ เจโน่นี่ตลกดีนะ” แจมินพูดพร้อมกับหัวเราะเบาๆ มือบางยกแก้วสีขาวลายดอกไม้ขึ้นจิบ ของข้างในนั่น ก...กาแฟใช่ไหมนะ!?


            ขนาดเขายังไม่เคยกินกาแฟเลยอะ!


            “แต่มิน่าล่ะ ก็ว่าอยู่ว่าทั้งๆที่ในห้องก็ดูไม่ค่อยตั้งใจเรียนแท้ๆ แต่สอบทีไรก็ได้คะแนนดีทุกทีเลย”


            “แจมินรู้ได้ไงว่าเรา...” ...ได้คะแนนดี


          โอเค ไม่อยากจะยอมรับหรอกนะว่าในใจมันคิดเข้าข้างตัวเองไปแล้วว่าอีกฝ่ายสนใจเขาอยู่บ้างน่ะ แต่...เอ่อ..ก็...คิดจริงๆนั่นแหละ


            “คนที่ได้คะแนนดีบ่อยๆน่ะไม่ว่าใครก็ต้องจำได้กันทั้งนั้นแหละ”


            “อ๋อ...”


            หัวใจห่อเหี่ยวลงโดยอัตโนมัติ


            หลังจากนั้นบทสนทนาของเราก็จบลง มีเพียงเสียงเพลงคลาสสิกเบาๆที่ดังไปทั่วร้านเพราะพี่โดยองเปิดค้างไว้ แจมินเอาแต่ก้มหน้ามองโทรศัพท์ ส่วนเจโน่ก็ตั้งหน้าตั้งตาทำแบบฝึกหัดของตัวเอง


            ทุกครั้งที่แขนของเราชนกัน หัวใจของเขาก็จะกระตุกหนึ่งที


            พอแจมินหันมาส่งยิ้มให้ จากแค่กระตุกก็เปลี่ยนเป็นสั่นระรัว


            จนน่ากลัวว่าอีกคนจะได้ยิน


            อยากกลับบ้านจังเลย..


            เพราะรู้สึกว่าคงอ่านหนังสือไม่รู้เรื่องแล้ว เจโน่ก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดเล่น นิ้วจิ้มเข้าแอพคาทกก่อนเลื่อนดูข้อความที่ยังไม่ได้ถูกเปิดอ่าน


            อันที่จริงก็มีแค่แชทเดียว เพราะแอคนี้เขาสมัครไว้คุยกับแค่คนคนเดียว


            เดาไม่ผิดหรอกครับ คนคนเดียวที่ว่าก็หมายถึงนาแจมินนั่นแหละ


            พอกดเข้าไปอ่านก็เผลอหลุดยิ้มอย่างช่วยไม่ได้

 


            Na J : ใบ้งี้ไม่ได้ช่วยให้รู้อะไรเพิ่มขึ้นเลยอะ!


          Na J : หายไปเลย ไม่ว่างเหรอ..

 


            “เจโน่ คุยกับใครอะ”


            “อ..อ๋า” รีบดึงโทรศัพท์เข้าหาตัวทันทีที่แจมินทำท่าเหมือนจะยื่นหน้าเข้ามา อีกฝ่ายเห็นดังนั้นก็คว่ำริมฝีปาก ตีหน้าเศร้า


            “ดูด้วยไม่ได้เหรอL


            “...”


            “แฟนแน่ๆเลย”


            “ม...ไม่ใช่นะ!” ริมฝีปากบอกปฏิเสธออกไปก่อนที่สมองจะประมวลทันเสียอีก ตอนนั้นก็เพียงแค่คิดว่าไม่อยากให้แจมินเข้าใจผิด


            อย่างไรเสียก็มีแต่เขาที่คิดเกินเลยกับคนตรงหน้าอยู่ฝ่ายเดียว


            แจมินเลิกคิ้ว ก่อนหัวเราะคิกคัก


            “นั่นสิน้า อย่างเจโน่จะไปมีแฟนได้ยังไงกันล่ะ”


            “พูดอย่างนี้หมายความว่ายังไงอะ!


            “ก็หมายความอย่างที่พูดนั่นแหละ”


            “ฮื่อออ” เจโน่ส่งเสียงในลำคอ ก่อนละสายตาจากคนที่กำลังตีสีหน้าล้อเลียนกลับไปยังโทรศัพท์ในมือ นิ้วเขากดคีย์บอร์ดรัวเร็ว


            Unknown : ขอโทษครับ พอดีผมอ่านหนังสืออยู่น่ะ ._.


          ข้อความนั้นถูกอ่านอย่างรวดเร็ว แจมินหลุดยิ้มในขณะที่นิ้วก็พิมพ์ข้อความตอบกลับไป แน่นอนว่าอีกฝั่งของแชทรีบปิดโทรศัพท์ไปก่อนที่คนตัวเล็กจะได้กดส่ง


            จะให้จับได้ไม่ได้...


            “แจมิน ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เลยนะ” พอพี่โดยองพูดขึ้นเจโน่ก็ตัดสินใจกลับไปสนใจแบบฝึกหัดตรงหน้าเหมือนเดิม เขาจับดินสอขึ้นมาวาดรูปเล่นอย่างไม่มีอะไรทำ


            “ก็นิดหน่อยน่ะครับ”


            “งั้นเหรอ”


            โดยองเลิกคิ้ว จู่ๆก็รู้สึกว่าเหมือนนึกอะไรบางอย่างออก


            “จะว่าไปนะเจโน่”


            “ครับ?”


            “กับคนคนนั้นน่ะ เป็นยังไงบ้างล่ะ”


            “หือ หมายถึงคนไหนเหรอครับ”


            “พูดเหมือนกับมีหลายคนเลยนะนายน่ะ” อีกฝ่ายเอ่ยล้อเลียน “ก็คนนั้นไง ที่นายเคยเล่าให้ฉันฟังน่ะ ที่บอกว่าไปสร้างแอคลับแล้วทักคุยกับเขาทุกวั—“


            “ก-กลับบ้านแล้วนะครับ”


            “เอ๋? ยังไม่หกโมงเลยนี่”


            เจโน่ไม่สนใจคำทัดทานของอีกฝ่าย รีบเก็บหนังสือและเครื่องเขียนทั้งหมดกลับเข้ากระเป๋านักเรียน ยกขึ้นสะพายหลัง แล้วเดินออกไปทันที


            ไม่ต้องส่องกระจกก็พอจะรู้ว่าใบหน้าตอนนี้คงขึ้นสีแดงจัด เจโน่กัดริมฝีปากล่างอย่างหนักใจ พอยกมือขึ้นแนบอกก็สัมผัสได้ถึงก้อนเนื้อขนาดเท่ากำปั้นที่กำลังสั่นระรัว


            แจมินจะทำหน้ายังไงกันแน่นะ


            ไม่กล้าหันกลับไปมองเลยด้วยซ้ำ


            ก็ได้แต่หวัง...ว่าอีกฝ่ายจะไม่สงสัยอะไร


            “อ้าวเจโน่ กลับมาแล้วเหรอ กินข้าวเย็นด้วยกันไหม?”


            “ผมกินมาแล้วครับ ไม่เป็นไร” เมินเสียงแม่ที่เอ่ยถามด้วยความเป็นห่วงแล้วเดินเข้าห้องของตัวเองไป เขาโยนกระเป๋าลงบนเตียง แทรกกายลงไปนั่งใต้ผ้าห่มผืนหนา กอดขาตัวเองที่ชันขึ้น ซ่อนใบหน้าของตนไว้ภายใต้หัวเข่า


            พี่โดยองนะพี่โดยอง


            อุตส่าห์เก็บความลับมาได้เกือบปี


            ถ้าเกิดแตกขึ้นมาก็โทษพี่คนเดียวเลย!

 

 



 

 

 

            หลังจากที่เพื่อนร่วมห้องเดินออกไปได้สักพัก คนตัวเล็กก็หันหน้ามาทางเจ้าของร้านที่ยังยืนงงเป็นไก่ตาแตกเพราะอยู่ดีๆลูกค้าคนสนิทก็หนีออกไปโดยไม่พูดอะไรสักคำ


            “พี่โดยองครับ”


            “หือ?”


            “เรื่องที่พูดเมื่อกี้น่ะ...หมายความว่ายังไงเหรอครับ”


            ใบหน้าของนาแจมิน—จริงจังอย่างที่คิมโดยองไม่เคยเห็นมาก่อน


            “ถ้าไม่เป็นการรบกวน ผมขอฟังรายละเอียดหน่อยได้ไหม?”





TBC.



by

นาริกา


hashtag : #ficnomin

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

106 ความคิดเห็น

  1. #100 JNNANA_ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2561 / 10:39
    เจโน่ต้องไม่ได้ชอบน้องแจมฝ่ายเดียวแน่ๆๆๆๆๆๆๆ น้องแจมหนูก็แอบมองพี่โน่ใช่ไหมคะบอกแม่มา อิอิ
    #100
    0
  2. #75 พีชมิ้ง (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2560 / 19:08
    โอ้ยวงวารพิโน่ความลับแตกแล้วเอ็งเอ้ย5555555555
    #75
    0
  3. #62 หมีคริสลี่ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2560 / 01:47
    พี่โดยองแกล้งน้องอะ555555555 ชอบเจโน่ลุคนี้จัง ดูเป็นเจโน่จริงๆอะ
    #62
    0
  4. #50 porkpak111 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2560 / 12:42
    ฮันน่อ ชอบเค้าถึงขนาดสร้างแอดลับมาคุยด้วยเลยนะเจโน่ แถมแจมยังสงสัยขนาดยื่นหน้ามาดูแชท แต่คาดว่าความลับจะแตกเพราะพี่โดยองแน่ๆ
    #50
    0
  5. #17 TENTEN_NAJAM (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2560 / 01:56
    เจโน่ชอบเค้ามาตั้งนาน แอบสร้างแอคลับคุยกับเค้ามานาน ไม่โดนจับได้ด้วย แต่จะตกม้าตายเพราะพี่โดยองนั่นแหละ โถววว เจโน่ย่าาา5555
    แจมรู้แล้วแน่ๆ จะทำยังไงต่อไปนะ
    #17
    0
  6. #16 10toTen (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 30 เมษายน 2560 / 17:35
    โอ้ยเขินเด้อ-//-
    #16
    0
  7. #15 ktenn (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 30 เมษายน 2560 / 04:02
    โหยยยตายแล้วววปิดเขามาตั้งนานเน่อแต่ชอบบุคลิกโน่อ่ะดูไม่ค่อยมั่นใจแบบน่ารักกกตอนประหม่าเวลาอยู่ใกล้แจมินก็น่ารักกก><
    #15
    0
  8. #14 Yo.B (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 29 เมษายน 2560 / 09:08
    ว่ายจะแตกแล้วววว
    #14
    0
  9. #13 nccs' (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 28 เมษายน 2560 / 19:05
    เอาเเหล่วววววววว เอาเเหล่วววววววววววววววววววววว 55555555555555555555555555555555555555555555555555555555
    #13
    0
  10. #12 L O L I M U (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 28 เมษายน 2560 / 08:45
    เขินมากกกกก //// ลุ้นเหมือนตัวเองเป็นเจโน่เลยอะ ฮื่อ เจโน่กล้าๆหน่อยจิ ;/////;
    #12
    0
  11. #11 TY_TT0701 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 28 เมษายน 2560 / 08:08
    ความลับแตกแน่ๆอ่ะโน่ ไม่ต้องกลัว 555
    #11
    0
  12. #10 น้องแจม (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 28 เมษายน 2560 / 08:05
    เจโน่เห้ยยเกือบไปแล้ว แต่คิดว่าน่าจะไม่รอดนะ ดูแล้วแจมินรู้ชัวร์ๆ แต่แบบแอบอยากให้รู้จากเจโน่เองมันน่าจะดูโรแมนติคกว่า แต่ถ้าพระเอกยังป๊อดอยู่แบบนี่คงไม่ได้รู้แน่ๆ5555
    #10
    0
  13. #9 craziioun (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 28 เมษายน 2560 / 03:17
    ลุ้นไปพร้อมๆกับเจโน่เลยค่ะ พี่โดยองจะบอกอะไรน้องแจมมมมมมมมมมมม
    #9
    0
  14. #8 peach on jam (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 28 เมษายน 2560 / 00:49
    งุ้ยฮือเขินอะเขินแทนเจโน่เลย55555555555 เจโน่ดูคาวาอิ้มากอะคุงแจมินเขากินกาแฟด้วย โอ้ยน่ารักจังเลยอะแจมินจะรู้แล้วรึยังน้า รอติดตามอยู่นะคะ
    #8
    0
  15. #7 wareeandsoul (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 28 เมษายน 2560 / 00:14
    แงงงงง ลุ้นไปด้วยเลยเนี่ยย 5555 แต่อยากให้เจโน่บอกเองมากกว่านะคะะ ชอบแล้วก็ต้องบอกให้รู้สิคะ สู้ๆค่ะ 
    #7
    0
  16. #6 nanajam (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 28 เมษายน 2560 / 00:14
    หงึ น้องแจมจะรู้แล้วใช่มั้ยว่าเป็นโน่อ่ะ โอ๊ยยยยยย รีบๆบอกไปเถอะลูกกก อย่างน้อยได้บอกก็ยังดีกว่าไม่ทำอะไรเลย
    #6
    0
  17. #5 1150 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 27 เมษายน 2560 / 23:42
    สนุกมากกก ชอบบบบบบ เอาแล้วไงงงงง แจมินนนสงสัยแล้วววววว
    #5
    0