One Persistent Thought - KAISOO

ตอนที่ 9 : - 7 -

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 298
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 28 ครั้ง
    23 ต.ค. 61

B
E
R
L
I
N
 




7

วันที่แสนธรรมดา

กับคนที่ทำให้รู้สึกไม่ธรรมดา

 




 

 

อากาศช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนพาอุณหภูมิลดลงอีกหลายระดับ คนตัวเล็กที่กำลังม้วนตัวกับผ้าห่มผืนใหญ่จนเหลือแต่หัวกลมเล็ดลอดออกมา คยองซูเดินลากผ้าห่มมายังที่นั่งริมระเบียง เพื่อสูดกลิ่นอากาศเย็น ๆ กลิ่นที่คล้ายไม่มีกลิ่นอันเป็นเอกลักษณ์ของฤดูหนาวที่กำลังพัดโชยมาแต่ไกล


แก้มกลมน่ารักที่ถูกเอาใจใส่อย่างดีจนมีน้ำมีนวลขึ้นสีกุหลาบอ่อน ๆ เนื่องจากไอเย็นที่เข้ามาปะทะ จมูกรั้นที่ขึ้นสีระเรื่อสูดอากาศเข้าเต็มปอดพร้อมกับหลับตารับสัมผัสทั้งหมดให้ไหลเวียนเข้าสู่ร่างกาย นับเป็นการเริ่มต้นเช้าวันหยุดด้วยความสดชื่น


คยองซูหลับตาพริ้มอยู่อย่างนั้นเพื่อซับบรรยากาศที่ไม่เคยและไม่มีให้สัมผัสมาตลอดช่วงอายุยี่สิบกว่าปี พร้อมกับวาดรอยยิ้มพึงพอใจขึ้นมาบนใบหน้า เพลิดเพลินกับการสัมผัสถึงการมีอยู่ของสิ่งมีชีวิต ที่ในโลกนั้นของเขาแทบจะไม่หลงเหลืออยู่อีกแล้ว ก่อนจะจามออกมาเสียงดังเสียจนคนที่แอบมองรอยยิ้มบาง ๆ ของคนตัวเล็กราวกับต้องมนต์สะกดเมื่อครู่ต้องรุดเข้ามาทันที


ทำไมไปยืนตรงนั้นครับ? จงอินเอ่ยเสียงดุขึ้นมาหลังจากเห็นอีกฝ่ายจามพร้อมกับสูดน้ำมูกฟืดฟาดอยู่ตรงนั้น รีบเข้ามาข้างในดีกว่า


อือ


คนตัวสูงเดินเข้ามาประชิดตัวอีกฝ่ายทันทีเมื่อคนตัวเล็กยอมเชื่อฟัง พร้อมกับยกมืออุ่นร้อนขึ้นจับใบหน้าของอีกฝ่ายอย่างถือวิสาสะ หวังว่าความอบอุ่นจากฝ่ามือของตัวเองจะถ่ายเทไปบนแก้มใสเย็นจัดนั้นบ้าง แล้วเอ่ยเสียงเข้มแต่แฝงไปด้วยความเป็นห่วงเป็นใยอย่างลึกซึ้ง


เดี๋ยวไม่สบายนะรู้ไหม


ออกไปสูดอากาศมาครับคยองซูไม่เคยเห็นจงอินใช้เสียงเข้มขนาดนี้ใส่เขามาก่อนก็อดไม่ได้ที่จะวูบโหวงในใจ เพราะความเปลี่ยนแปลงของอีกฝ่ายที่เขาอธิบายสถานการณ์ตรงหน้าไม่ได้ เลยตอบขึ้นมาด้วยเสียงอ่อย ๆ แต่ในใจกลับอุ่นร้อนเนื่องจากสัมผัสได้ถึงความเป็นห่วงของอีกฝ่ายเช่นกัน


พอจงอินได้ยินเสียงอ่อย ๆ หงอย ๆ ของคนตัวเล็กอย่างนั้นก็ใจแข็งทำเสียงดุไม่ไหวอีกต่อไป พร้อมกับบอกเหตุผล


ผมแค่เป็นห่วงคุณจงอินพูดด้วยน้ำเสียงอบอุ่นเช่นเคย กลับทำให้คยองซูรู้สึกอบอุ่นยิ่งกว่าฮอตแพคในมือเสียอีก และความหงอยเหงาเมื่อครู่ที่เหมือนต้นไม้เหี่ยว ๆ ก็ถูกทำให้สดชื่นขึ้นมาอีกครั้งอย่างน่าประหลาด แล้วเอ่ยถามด้วยเสียงสดใสขึ้น


เป็นห่วง?


ครับ


ต้องเป็นแบบไหนหรอ?คยองซูพูดพลางตั้งจดจำสิ่งที่เขารู้สึกและไม่เคยมีชื่อเรียกนั้นไว้


อืม...ก็อย่างเมื่อกี้พี่เห็นน้องเหมือนจะไม่สบายเพราะลมหนาว พี่ก็ไม่อยากให้น้องยืนตรงนั้นนาน ๆจงอินอธิบายอย่างตั้งใจต่อไปอีกว่า พี่ชอบคิดว่าวันนี้น้องจะอยู่อย่างสุขกายสบายใจดีไหม แล้วก็อยากเป็นคนที่ดูแลน้องตอนไม่สบาย อยากเป็นพลังงานบวกให้น้องเวลารู้สึกแย่อะไรแบบนี้มั้งครับ...ความเป็นห่วงของพี่


อย่างงั้นผมก็เป็นห่วงพี่จงอินเหมือนกันคยองซูทำความเข้าใจตามที่จงอินพูดเมื่อครู่ก็พูดออกมาตามใจคิดทันที


“?”


เพราะผมอยากเป็นพลังงานบวกให้พี่เหมือนกัน


และตลอดหลายเดือนที่ได้มาอยู่ที่นี่ คยองซูต่างจากแต่ก่อนจนตัวเองรู้สึกได้ เหมือนคำถามที่จีวอนเคยถามวันนั้นเขากำลังจะเรียนรู้มันจนตอบได้แล้วอย่างช้า ๆ


กอดได้ไหม?จงอินเห็นคนตรงหน้าพูดออกมาตรง ๆ อย่างนั้นก็อดไม่ได้ที่อยากจะขอฟัดน้องสักที จึงลองถามดูเผื่ออีกฝ่ายเต็มใจให้เขาก้าวเข้าไปในโลกของเจ้าตัวบ้าง


คยองซูคลายก้อนผ้าห่มที่ปกคลุมตัวเองออกเป็นคำตอบแทน แล้วอ้าแขนกว้าง ๆ ให้อีกฝ่ายเข้ามาอยู่ใต้ผ้าห่มที่ยังคงมีไออุ่นสะสมจากฮอตแพคหลงเหลือไว้อย่างใจกว้าง


อุ่นหรือเปล่าครับ คยองซูพูดพลางกวาดมือโอบรอบตัวอีกฝ่ายเช่นกันเพื่อกักความอบอุ่นไว้ให้ล้อมรอบตัวเราทั้งคู่ จนคนตัวเล็กรู้สึกว่าฤดูหนาวก็ไม่ได้รู้สึกหนาวจนเกินไปอย่างที่ใครว่า


ที่คนตัวเล็กตอบรับคำขอของอีกฝ่ายอย่างว่าง่ายโดยที่ไม่ต้องคิดอะไรมากแบบนั้นเป็นเพียงเพราะเขารู้สึกอยากทำแค่นั้นเอง แล้วก็ไม่ได้เป็นเรื่องเสียหายอะไรด้วยซ้ำ ในเมื่อบางครั้งอีกฝ่ายก็กอดเขาบ่อย ๆ


แล้วอีกอย่าง เขาก็รู้สึกพอใจมาก ๆ ยามอีกฝ่ายเข้ามาสัมผัสตัวเขาอย่างนั้นเช่นกัน ทั้งที่มันทำให้ใจเต้นรัวอย่างบ้าคลั่ง หรือรู้สึกร้อนเสียจนเกินเหตุขนาดนั้น แต่มันให้ความรู้สึกราวกับว่าสายน้ำสายนี้กำลังพรวนดินให้ต้นไม้อย่างเขาด้วยความเอาใจใส่


พี่ควรถามเรามากกว่านะ ว่าอุ่นหรือยัง


อืม อุ่นแล้วครับคยองซูตอบกลับเรียบ ๆ


ผ่านไปสักพักคยองซูก็ดันหน้าที่แนบกับเสื้อของโค้ทของอีกฝ่ายออกมา ทำให้เห็นน้ำมูกยืดเป็นสายจนคนตัวเล็กอายเสียจนเอามือเช็ด ๆ ถู ๆ เสื้อคนตรงหน้า ขณะเดียวกันริมฝีปากอิ่มก็เอ่ยขอโทษไม่หยุด และอากัปกิริยาเล็กน้อยน่าเอ็นดูของคนตัวเล็กตรงหน้าก็คงไม่มีใครใจร้ายกล่าวโทษได้ลงคอ


ไปใส่เสื้อผ้าอีกชั้นเลยนะครับ แล้วก็เอาฮอตแพคใส่ไว้ด้วยจงอินสั่งเสียงเข้มแต่ก็เต็มไปด้วยความเป็นห่วงมากมาย เดี๋ยวพี่ลงไปหายาลดน้ำมูกให้ก่อนนะ กินด้วยล่ะ


พี่จงอินจะไปไหนหรอครับคยองซูถามขึ้นมาเนื่องจากคำพูดของอีกฝ่ายเหมือนว่าจะไม่อยู่บ้าน


พี่จะไปซื้อของเข้าบ้านนิดหน่อย


พี่จงอินรอน้องหน่อย น้องไปด้วยคยองซูสายตาเป็นประกายยามเอ่ยขึ้นมา พร้อมกับแทนตัวเองอย่างออดอ้อน เนื่องจากเขาไม่ค่อยได้ออกไปไหนมากมายนัก เพราะไม่อยากไปเองบ้าง และอีกฝ่ายก็ไม่ค่อยได้พาไปไหนหรือออกไปไหนบ่อยเช่นกัน


จงอินนิ่งค้างกับคำแทนตัวเองอย่างนั้น คำเรียกขานในเชิงสนิทสนมที่หัวใจจงอินยังไม่คุ้นชิน และไม่มีทีท่าว่าจะคุ้นชินง่าย ๆ ถ้าเป็นเพราะคนน้องเป็นผู้พูด มันทำให้ก้อนเนื้อในอกข้างซ้ายของผู้ฟังเริงร่าขึ้นมาอย่างควบคุมไม่อยู่ รอยยิ้มอบอุ่นของคนตัวสูงแผ่ออกอย่างไม่คิดจะหยุดยามมองคนตรงหน้า


พี่จงอิน ได้มั้ยครับ น้องไปได้มั้ยคยองซูเร่งเร้าเพราะเห็นอีกฝ่ายนิ่งเงียบไปนาน และเมื่อสบสายตาอบอุ่นชวนให้รู้สึกร้อนฉ่าขึ้นมาอีกครั้งก็หลบสายตาในทันที แต่ก็มั่นใจว่าอีกฝ่ายจะต้องตกลง


ก็ได้ครับ

 


ท่าทางน่ารักน่าตามใจแบบนั้น ใครจะใจร้ายปฏิเสธได้ลง

 


 

 

ภายในรถโดยสารทรงสี่เหลี่ยมกำลังเคลื่อนตัวไปตามท้องถนนในวันหยุดด้วยความเร็วตามมาตรฐานจราจร มาจนถึงซุปเปอร์ขนาดกลางที่ตั้งอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลนัก


คยองซูเดินตามคนตัวสูงที่หยิบจับเลือกของไปมาด้วยความสนอกสนใจ ทั้งยังคอยซักถามอย่างเจ้าหนูจำไมบ้างตามประสา ก่อนที่จะเบี่ยงเบนความสนใจไปหาพนักงานตามบูทชวนชิมอาหาร ที่ส่งสายตาเชิญชวนให้คนตัวเล็กเข้าไปหยิบนู่นกินนี่อย่างสนุกสนานเสียจนจุก และเมื่อคนตัวเล็กเดินกินเล่นจนพอใจ ก็ควรจะได้เวลาโยกย้ายออกจากที่นี่เสียที


พี่จงอิน ๆ อันนั้นนี้อร่อยมากเลยคยองซูยื่นเยลลี่รูปหมีสีแดงมาตรงปากคนที่กำลังเข็นรถเข็นอยู่ ส่งสายตาวิบวับให้คนตัวสูงกว่าอ้าปาก และรออีกฝ่ายพูดว่ามันอร่อยเหมือนกัน


จงอินอ้าปากรับอย่างว่าง่ายเพราะทนสายตาเว้าวอนน้อย ๆ ของคนน้องไม่ไหว พร้อมทั้งตอบกลับอย่างเอาใจ ทั้งยังอดไม่ได้ที่จะอุดหนุนขนมซองใหญ่นั้นเพื่อเอาใจคนตัวเล็กอีก เพราะอยากเห็นอีกฝ่ายมีความสุขมากขึ้นเท่านั้น แต่ด้วยความที่มันไม่ดีต่อร่างกายเท่าไหร่คนตัวสูงจึงเอ่ยเสียงขรึมเล็กน้อยว่า


ห้ามกินทีเดียวหมดนะครับ


งั้นผมจะแบ่ง ๆ กินคยองซูที่ให้สัญญาคนตัวสูงอย่างหนักแน่น


มีอะไรที่อยากได้อีกมั้ยครับ


ไม่มีแล้วครับ


งั้นเดี๋ยวไปจ่ายเงินเลยแล้วกันเนอะ


พี่จงอิน ๆ รีบกลับหรือเปล่าครับระหว่างที่กำลังเดินอยู่นั้น คยองซูก็ถามขึ้นมาอย่างเกรงใจ เผื่อว่าอีกฝ่ายต้องรีบกลับทำงานที่ค้างไว้อะไรต่อหรือเปล่า


ไม่รีบครับจงอินเห็นท่าทีเกรงใจและเหมือนมีที่อยากจะไปต่อของอีกฝ่ายก็อดเอ็นดูขึ้นมาไม่ได้อีกแล้ว เพราะเขาอยากบอกอีกฝ่ายเสมอว่า ระหว่างเราไม่จำเป็นจะต้องเกรงใจกันราวกับว่าเป็นคนแปลกหน้าต่อกันอย่างนั้น


คือมันมีร้านขายต้นไม้ตรงหัวมุมถนนที่ผ่านมาน่ะครับ...


งั้นเดี๋ยวขากลับเราไปแวะตรงนั้นกันก่อนแล้วกันไม่ต้องรอให้อีกฝ่ายพูดจบจงอินก็เข้าใจความหมายทั้งหมดทันที เลยเอ่ยส่วนที่เหลือออกมาได้อย่างรู้ใจพอดี

 

 

 



เมื่อผลักบานประตูทรงสี่เหลี่ยมเข้ามาภายใต้อาคารเรือนกระจกใส ซึ่งสามารถมองทะลุเห็นต้นไม้นานาพันธุ์ได้จากภายนอก คยองซูพบว่ามีกลิ่นไอเย็นของการคายออกซิเจนอันเป็นเอกลักษณ์จำนวนมากฟุ้งไปทั่วบริเวณ ภายในร้านให้ความรู้สึกร่มเย็นและเต็มไปด้วยสีเขียวที่แสนสบายตา ทั้งยังตกแต่งได้เหมือนสวนหย่อมย่อม ๆ ไว้นั่งเล่นยามว่างมากกว่า


เจ้าของร้านยืนมองผู้มาเยือนอย่างห่าง ๆ เพื่อให้ความเป็นส่วนตัวแก่ลูกค้า และพร้อมให้ความช่วยเหลือหากต้องการทันที


คยองซูเดินดูต้นไม้โดยรอบด้วยความสนใจ โดยมีคนตัวสูงเดินตามติดในทีแรก ก่อนจะเบี่ยงเบนความสนใจไปที่ต้นไม้ที่ถูกประดับในมุมเล็ก ๆ มุมหนึ่งแทน


 

เยอบีร่า...

 


จงอินมองต้นไม้ตรงหน้าก็นึกถึงความหมายอย่างหนึ่งของมันได้ทันที เพราะคยองซูชอบเก็บสะสมหนังสือเกี่ยวกับต้นไม้ดอกไม้ชนิดต่าง ๆ มากมาย ทำให้จงอินได้เรียนรู้ไปพร้อม ๆ กันด้วย และยิ่งไม่นานมานี้คนตัวเล็กก็ได้รื้อออกมาอ่านเล่นแล้วก็เล่าให้เขาฟังว่าอยากปลูกต้นไม้ ก็ยิ่งทำให้เขาได้ย้อนกลับไปนึกถึงความทรงจำเก่า ๆ บ้างจนได้


จงอินเรียกเจ้าของร้านที่ตั้งท่ารออยู่พอดีเพราะสนใจจะพาเจ้าสิ่งนี้กลับไปเลี้ยงต่อที่บ้านด้วย พร้อมกับสั่งอะไรบางอย่างเล็กน้อย คนตัวสูงค่อยเดินกลับไปหาคยองซูที่ได้ต้นไม้สองสามกระถางเช่นกันติดมือมาเช่นกัน


เดี๋ยวฝากน้องไปเอาที่เจ้าของร้านอีกกระถางด้วยนะครับ


แล้วพี่จงอินจะไปไหน?


พี่ขอกลับไปเอากระเป๋าตังที่รถแปปนึง


อ๋อ


คยองซูเดินมาที่เคาท์เตอร์เพื่อมารอคิดเงิน พบกับเจ้าของร้านที่กำลังวุ่นวายอยู่กับการตรวจเช็คสภาพต้นไม้ให้คุณลูกค้าท่านอื่นอยู่ กว่าสักพักถึงจะถึงคิวของตัวเอง


คุณคยองซูใช่ไหมครับ?


ครับ


รอสักครู่นะครับ


ได้ครับ

 

 



คุณลูกค้าเข้าใจความหมายของดอกเยอบีร่าหรือเปล่าครับ?เจ้าของร้านพูดโพลงขึ้นมาขณะจัดต้นไม้ให้พร้อมขนย้าย


?คยองซูแสดงสีหน้าสับสนขึ้นเมื่อจู่ ๆ อีกฝ่ายก็ชวนคุยขึ้นอย่างไม่มีสาเหตุ แต่ก่อนที่เขาจะได้ตอบอะไรไป อีกฝ่ายก็พูดขึ้นมาเสียก่อน


เยอบีร่าน่ะ...เป็นต้นไม้ที่ปลูกง่าย ทั้งยังมีสีสันสวยงามอีกด้วย คุณคิดเหมือนกันหรือเปล่า?เจ้าของร้านดึงความสนใจของคยองซูไปทีต้นไม้ตรงหน้า


อ่า...สวยดีครับ


และมันยังมีประโยชน์ เพราะสามารถดูสารพิษต่าง ๆ ภายในอาคาร หรือรอบ ๆ ตัวเราได้อีกด้วย เป็นต้นไม้ที่ช่างใส่ใจสิ่งรอบตัวมากเลยนะครับว่าไหมเจ้าของร้านยังคงพูดต่อไป ซึ่งคยองซูก็ได้เพียงแต่รับฟังเงียบ ๆ


และเจ้าเยอบีร่าเนี่ย ยังเป็นตัวแทนของแสงตะวันและชีวิตได้ด้วยนะครับเจ้าของร้านเอ่ยบอกความหมายขึ้นมา พร้อมกับย้ำว่าเจ้าของสิ่งนี้คือคนตัวเล็กตรงหน้าจริง ๆ ผู้ชายคนที่เข้ามากับคุณเมื่อครู่เขาตั้งใจให้คุณ


เอ่อ...ขอบคุณครับคยองซูทำสีหน้าไม่ถูกเมื่อนึกถึงความหมายและคนที่ฝากมาให้ หัวสมองไม่สามารถประมวลผลอะไรได้อีกต่อไปเนื่องจากเสียงก้อนเนื้อใต้แผ่นอกข้างซ้ายนั้นดังชัดเจนกว่าทุกความรู้สึกใด ๆ ในตอนนี้ และยิ่งหันไปเห็นคนที่เพิ่งนึกถึงเมื่อครู่กำลังเดินเข้ามาด้วยรอยยิ้มชวนใจสั่นอย่างนั้น ยิ่งทำให้คยองซูเกร็งจนกำถุงใส่ต้นไม้ในมือแน่นขึ้นอีก


 

แสงตะวัน...


ชีวิต?

 


จู่ ๆ คนตัวเล็กก็ไม่รู้จะเอามือไม้ไปวางไว้ตรงไหน เมื่ออีกฝ่ายขยับเข้ามาใกล้ตอกย้ำคำพูดที่ได้ยินเมื่อครู่จากเจ้าของร้านอีกว่า


สำหรับพี่แล้ว...คยองซูน่ะ จงอินเว้นจังหวะไปเล็กน้อยและก้มลงไปกระซิบข้างใบหูเล็กที่ขึ้นสีแดงก่ำดั่งลูกตำลึงสุกเพราะความร้อนของดวงอาทิตย์แล้วพูดต่อไปว่าเป็นตามความหมายที่ว่านั้นจริง ๆ

 

 


 

หลังจากกลับมาถึงบ้านด้วยสติที่เหมือนกลับมาไม่ครบเท่าที่ควร เนื่องจากเอาแต่นั่งฟังเสียงหัวใจที่เต้นกระหนำไม่หายจนไม่มีเวลาที่จะคิดถึงสิ่งอื่นใด


หลังจากที่พี่จงอินพูดจบไปนั้นคยองซูก็ไม่รู้จะพูดอะไร นอกจากปล่อยให้อีกฝ่ายจูงมือตัวเองออกมาจากร้าน และอีกฝ่ายก็ไม่ได้คาดคั้นให้เขาต้องตอบอะไรกลับไปเช่นกัน นอกจากพูดย้ำหลังเราอยู่บนรถแล้วอีกครั้งว่า


พี่แค่อยากบอกให้เรารู้แค่นั้นจงอินเอ่ยเรียบ ๆ แต่เต็มไปด้วยความหนักแน่น พร้อมกับพูดเปิดทางให้อีกฝ่ายแสดงความในใจออกมาอีกเช่นกันแล้วถ้าน้องมีอะไรก็บอกพี่ได้เหมือนกัน


 

เพราะมันเป็นกำไรหลักต่อใจของจงอินเลยนี่

 

 

 


เดี๋ยวผมเอาต้นไม้ไปลงสวนนะครับ


งั้นพี่เอาของไปเก็บก่อนแล้วกันจงอินเปิดโอกาสให้อีกฝ่ายได้หายใจหายคอ ได้คิดทบทวนความรู้สึกทั้งหมดคนเดียวดูบ้าง


ครับ


คยองซูเบี่ยงเบนความสนใจจากเรื่องที่เกิดขึ้นเนื่องจากเขาไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไรต่อดี ไม่รู้ว่าควรจะหาคำตอบให้มันได้อย่างไร ถึงแม้เขารู้บ้างแล้วก็ตามว่าที่เกิดขึ้นถูกเรียกว่าความรู้สึกอะไรก็ตามที แต่ก็ไม่รู้ว่าควรจะจัดการมันอย่างไร เพราะยิ่งคิดยิ่งเหมือนจะไม่มีคำตอบให้กับการจัดการความรู้สึกพวกนี้ นอกจากจะรู้สึกรุนแรงมากขึ้นทุกที และทุกที


และในเมื่อยังหาคำตอบให้ไม่ได้ ดังนั้นคนตัวเล็กจึงเห็นว่าควรพักเรื่องนี้ไปก่อนดีกว่า หรือไม่ก็ลองไปถามอีกฝ่ายดูสักที พอคิดได้ดังนั้นจึงไปให้ความสนใจกับต้นไม้ที่ควรถูกย้ายเข้ามาในสวนได้แล้วแทน


แต่เมื่อมองเห็นต้นเยอบีร่าอีกครั้ง ความคิดก็กลับไปหมกมุ่นกับคนสั่งซื้อที่ทำให้เขาใจเต้นแรงคนเดิมเสียได้ คนตัวเล็กปล่อยให้ตัวเองคิดอยู่อย่างนั้นพร้อมกับลงมือขุดหลุมอย่างแรง เพื่อระบายความรู้สึกทั้งหมดลงไปในหน้าดินเสียให้หมด


แชะ!


เสียงชัตเตอร์ดึงดูดความสนใจคนที่กำลังขะมักเขม้นกับการพรวนดินเมื่อครู่ให้เงยหน้าขึ้นไปหาต้นเสียง พบว่าคนตัวสูงกำลังละสายตาจากกล้องถ่ายรูปในมือ จงอินส่งสายตาอ่อนโยนและรอยยิ้มชวนใจสั่นที่ซ่อนอยู่หลังกล้องมาทางเขา


โกรธหรือเปล่าที่แอบถ่ายจงอินเอ่ยทักขึ้นมาเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายนิ่งเงียบไป


ก็ถ่ายไปแล้วนี่คยองซูตอบอย่างไม่ยี่หระ


ขอโทษที่ไม่ได้ขอก่อนนะครับ


ถ้าขอก่อนก็ไม่ได้เรียกว่าแอบถ่ายเหมือนกัน


นั่นสินะ


เอามาให้ผมดูก่อน ค่าเป็นแบบ แล้วจะไม่โกรธคยองซูว่าไปอย่างนั้น ทั้งที่จริงก็ไม่ได้โกรธเคืองอะไรอีกฝ่ายที่มาแอบถ่ายรูปตัวเองตอนทีเผลอ แต่กลับรู้สึกว่ามันดูน่ารักไม่หยอกมากกว่าเวลาอีกฝ่ายถามคำถามชวนเกรงใจด้วยน้ำเสียงหงอย ๆ แบบนั้น


คยองซูมองรูปตัวเองกำส้อมพรวนดินแน่น ทั้งยังมีท่าทีขึงขังจริงจังจนเกินกว่าจะเป็นการเอาต้นไม้มาปลูกปกติอย่างนั้นก็อดอายเสียจนอยากลบทิ้งไม่ได้


ห้ามลบนะครับ แล้วก็ไม่ให้ดูแล้วด้วย เพราะแอบถ่ายต้องเป็นความลับสิ


แต่นั่นรูปผมนะ


แต่ผมเป็นคนถ่ายนะ


ตามกฎหมายแล้ว...คนตัวเล็กเอ่ยแกมหยอกเล่นเป็นเพื่อนอีกฝ่าย


คุณจะฟ้องผมหรอ


รบกวนจ่ายค่าเสียหายด้วยครับ


ทั้งตัวก็มีแค่นี้จงอินมองตั้งแต่หัวจรดเท้าของตัวเอง แล้วค่อยกลับไปสบตาอีกฝ่ายเพื่อบอกเป็นนัยว่าก็มีแต่ตัว


โหคนตัวเล็กส่งเสียงไม่พอใจออกมา พร้อมกับเลิกคิ้วให้อีกฝ่ายเล็กน้อยแทนคำพูดว่ามีแค่นี้เองหรอ


งั้นพี่ไม่มีอะไรจะให้นอกจาก...จงอินพูดพลางชี้นิ้วมาทีตัวเอง ราวกับต้องการจะบอกว่าขอจ่ายเป็นร่างกายแทน แล้วเอ่ยด้วยท่าทีขี้เล่นว่าจะฆ่าจะแกงก็เชิญ เพราะพี่เป็นของน้องแล้ว


คยองซูมองอีกฝ่ายส่งสายตาหยอกเย้าเจ้าชู้มาใส่เขาก็อดไม่ได้ที่จะเบือนหน้าหนีกับท่าทางนั้น ทำให้อดพูดอย่างใจคิดไม่ได้


พี่จงอินพอเถอะครับ ผมขนลุก


จงอินหัวเราะร่ากับท่าทีคนน้องที่แสดงใบหน้าเหยเก พร้อมกับลูบแขนไปมาอย่างคนกำลังขนลุกเหมือนทุกครั้งที่เขาเล่นมุกทำนองนี้ ก่อนที่จะเอากล้องไปวางโต๊ะม้าหิน เพื่อที่จะได้มาช่วยคนน้องลงดินอย่างสะดวก


มายังไงครับเนี่ยเจ้าตัวเล็ก


เมี๊ยว


มานี่มา


จงอินหันกลับมาก็เห็นคยองซูละความสนใจจากการลงดินไปเรียบร้อยแล้ว และไปสนใจเจ้าแมวน้อยตัวสีดำเทาที่เข้ามาคลอเคลียออดอ้อนตรงปลายเท้าแทน คยองซูนั่งยอง ๆ เอื้อมมือไปลูบหัวเจ้าตัวน้อยที่แสนน่าเอ็นดูอย่างเพลิดเพลิน จนคนตัวสูงที่ยืนมองอยู่อดไม่ได้ที่จะกลับไปหยิบกล้องใหม่อีกหน และหวังว่าจะได้รูปดี ๆ สักรูป


หลงทางมาหรอครับ


มาอยู่กับพี่ก่อนมั้ย


คยองซูพูดกับแมวตัวน้อยตรงหน้าราวกับว่าเจ้าตัวน้อยนี้จะสามารถตอบกลับมาได้อย่างไม่ลดละ รอยยิ้มบาง ๆ แสนน่าเอ็นดูถูกประดับขึ้นบนใบหน้ายิ่งขึ้น เมื่อเจ้าตัวน้อยตอบรับสัมผัสจากเขาอย่างดี แต่ขณะเดียวกันก็อดกังวลใจไม่ได้ว่าเจ้าของบ้านที่แท้จริงจะอนุญาตให้เลี้ยงหรือไม่


พี่จงอิน... คยองซูเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงติดอ้อนอยู่ในทีเมื่ออีกฝ่ายเดินเข้ามาใกล้ เพราะรู้สึกถูกชะตากับเจ้าตัวน้อยตรงนี้เสียเหลือเกิน แต่ยังไม่ทันได้บอกความต้องการของตัวเอง จงอินเอ่ยแทรกขึ้นมาเสียก่อน


ฮูซู หายไปไหนมา จงอินเอ็ดเสียงดุ ใส่แมวตัวน้อยตรงหน้าที่กำลังเดินเข้ามาออดอ้อนคลอเคลียขาคนตัวสูงเหมือนกับว่าพยายามง้ออยู่ ก่อนที่จะถูกจงอินก้มลงไปอุ้มแมวสีดำเทาตัวนั้นขึ้นมายกสูง ๆ อย่างมันเขี้ยว


ฮูซู?


แมวที่เราเลี้ยงไง


อ๋อ คยองซูพยักหน้ารับรู้ ทั้งยังรู้สึกดีใจที่เมื่อรู้ว่าพวกเราสามารถอยู่ด้วยกันได้แล้ว และเหมือนว่าเจ้าตัวน้อยก็จะยินดีด้วยเช่นกันถึงส่งเสียงร้องพลางตั้งท่าจะเข้ามาหาคนตัวเล็กอยู่เรื่อย


เหมือนฮูซูจะคิดถึงน้องมากจงอินอุ้มเจ้าตัวเล็กใส่อ้อมอกอีกฝ่ายที่ตั้งท่ารออยู่ก่อนแล้ว เจ้าแมวตัวสีดำเทาคลอเคลียกับแผ่นอกบางอย่างออดอ้อนเสียจนคนมองอิจฉาตาร้อน เลยต้องเอ่ยเตือนถึงสิ่งที่ทำค้างไว้เมื่อครู่ มาลงดินก่อนครับ เดี๋ยวค่ำแล้วอากาศจะเย็นกว่าเดิม


คยองซูที่กำลังลูบแมวตัวน้อยอยู่เพลิน ๆ ก็ต้องตัดใจปล่อยให้มันเป็นอิสระ ก่อนที่จะกลับไปโฟกัสกับสิ่งที่ต้องทำต่อ


พี่จงอิน ผมถามอะไรหน่อยได้ไหมครับ


?จงอินสงสายตาเชิงสงสัย พร้อมกับเงียบให้อีกฝ่ายถามขึ้นมาราวกับว่ารอเวลานี้อยู่ตลอด


ความหมายของเยอบีร่า...


แล้วเราเข้าใจว่ายังไงละครับ


ผมเป็นดวงตะวันไม่ได้หรอกครับ ผมว่ามันร้อนไปคยองซูพูดนิ่ง ๆ และคิดต่อถึงสิ่งจะกล่าวต่อไปว่า อุณหภูมิของดวงอาทิตย์น่ะ สูงกว่าห้าพันเจ็ดร้อยองศาเลยนะครับ มันแย่เหมือนกันนะครับถ้าต้องอยู่ร่วมกับความร้อนขนาดนั้น ถ้าผมเป็นพระอาทิตย์จริง ๆ พี่จงอินจะร้อนตายก่อนมากกว่า


ริมฝีปากจงอินยิ้มกระตุกอยู่หลายต่อหลายครั้ง และพยายามควบคุมสีหน้าไม่ให้หัวเราะกับความคิดซื่อ ๆ น่าเอ็นดูนี้เต็มที่ และเข้าใจได้ว่าเพราะอีกฝ่ายค่อนข้างคิดอะไรไปตามหลักวิทยาศาสตร์เป็นทุนเดิมก่อน


 

แล้วน้องว่าตอนนี้แสงอาทิตย์อบอุ่นไหมครับ


มันดีมากเลยครับ ยิ่งดีสำหรับอากาศหนาว ๆ อย่างตอนนี้คยองซูตอบตามตรง


แล้วน้องคิดว่าต้นไม้ชอบไหมครับ


ต้องชอบอยู่แล้ว เพราะต้นไม้ต้องใช้แสงอาทิตย์ช่วยในการเจริญเติบโต ไม่งั้นต้องตายแน่ ๆ


แต่อย่างที่น้องบอกแหละครับว่าธรรมชาติของดวงอาทิตย์คือความร้อน แต่ขณะเดียวกันหากเราอยู่ในระยะที่พอดี มันก็ให้แสงสว่าง ให้ความอบอุ่น และจำเป็นต่อการเจริญเติบโตได้ด้วยนี่ครับ


“…”


ซึ่งพี่ก็เหมือนกันจงอินพูดต่อไปเรื่อย ๆ อย่างตั้งใจ พี่ก็เหมือนต้นไม้ต้นหนึ่ง การที่ได้อยู่กับน้องในตอนนี้มันทำให้พี่รู้สึกอบอุ่น เหมือนกับดวงอาทิตย์ที่ส่องแสงให้ความอบอุ่นลงมายังโลกแบบนั้นพี่ก็พอใจแล้ว


“…”


งั้นเราไม่ต้องไปสนใจมันมากก็ได้ว่ากลางดวงอาทิตย์มันจะร้อนมากแค่ไหน แต่แสงและระยะที่เราได้รับตอนนี้มันอบอุ่นและรู้สึกดีก็พอแล้วไม่ใช่หรอ?


“…”


ซึ่งหมายความว่าพี่รู้สึกดีที่ได้อยู่กับเรามาก ๆ เข้าใจแล้วหรือยังครับ?





---100%---

#ourtimeKS






23/10/18

มาแล้วคับบบบ กับวันปล่อยทีเซอร์ ฮื่ออออ น้องออกคนแรกเลยยยยยยย เย่เย่ ก็เลยฉลองด้วยการปั่นๆๆๆๆด้วยความคึกค่ะ

เราค่อนข้างเป็นคนติดบ้านและเคร่งเรื่องความเกรงใจ มันก็เลยมีแต่ฉากในบ้านเต็มไปหมด ;-; และทำให้เกิดความเกร็งแสนเกร็งของคุณพี่จงอินเขา 55555 แต่เดี๋ยวเขาจะวิ่งแล้วววววว หลังจากฮึบบ้างไม่ฮึบบางกับแอคแทคจากน้อง ;-; เพราะคุณเขาจะไม่ไหวแล้วน้องน่ารัก

แล้วก็ความสองจิตสองใจกับการใช้คำว่าน้องและเรา บางจุดก็ใส่คำว่าเรามันก็น่ารักกว่า 5555555 สรุปคือทั้งสองคำใช้เรียกอย่างเอ็นดูทั้งหมดเลยนะคะ ฮื่อ

เราค่อนข้างกังวลกับการใช้คำของตัวเองมากๆ สับสนตลอดเวลา และเรารู้สึกตลอดเลยว่าเราใช้คำเปลือง ;___; มันเกิดจากเราคิดเสมอว่าจะอธิบายออกมาแล้วความหมายไม่ครบความ อะไรทำนองนี้ ถ้ามันเยิ่นเย้อมากๆ บอกได้เลยนะคะ เราจะพยายามเต็มที่เลยค่ะ!

ขอบคุณทุกเม้นทุกการเข้าชมมากๆเลยนะคะ ฮื่ออ ชอบอ่านชอบเข้ามาดูจริงๆค่ะ 5555555 ดีใจที่ชอบมากๆเลยค่ะ ;-; 




enjoy reading!

graphitesky



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 28 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

96 ความคิดเห็น

  1. #89 yonasadr (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2562 / 13:24
    สำหรับเราโอเคแล้วค่าท สนุก น่าติดตาม อบอุ่นหัวใจไปด้วย รู้สึกดีมากๆ เลย
    #89
    0
  2. #60 Almastohii (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2561 / 18:39

    ฮื่อออออ น่ารักกกกก อ่านตั้งแต่แรกจนถึงตอนนี้พึ่งได้มาเม้นเป็นกำลังใจ ขอโทษด้วยน้าา อยากจะบอกว่าภาษาที่ไรท์แต่งสื่อสารออกมาได้ดีมากๆ คยองก็น่ารักมากกกกก งื้ออออ ชอบความใสซื่อ ตรงไปตรงมาของน้องงง พี่จงอินคืออบอุ่น ฮื่ออออ จะละลายแล้ว เขินหนักมากกก ยังไงก็เป็นกำลังใจให้ไรท์เสมอนะค้าาาา
    #60
    0
  3. #58 คุณโดดีโอ (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2561 / 10:59

    น่ารักมากๆๆๆๆไม่ไหวแล้ววววว ชอบความอบอุ่นของพี่จงอิน ความใสซื่อของน้องคยองซู ชอบบบบมากๆๆอ่านไปก็เหมือนอยู่ท่ามกลางทุ่งดอกไม้ สวยงามและดีต่อใจ ชอบที่คยองซูค่อยๆได้เรียนรู้อะไรต่างๆจากจงอินเหมือนได้โตขึ้นด้วยมือของพี่เลย พี่ก็ดูแลอย่างดี เขินตอนแทนตัวกันพี่กันน้องมากๆๆๆ อยากจะฟัดน้องหลายๆทีตอนอ้อนพี่ทีนึง งื้อออออออ
    #58
    0
  4. #57 Mysweet_Dyo (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2561 / 03:51
    ไม่ไหวแน้ว อบอุ่นหัวใจเหลือเกินค่ะพี่จงอิน ฮรึกกกกกก คยองซูก็น่ารักน่าเอ็นดูเสมอต้นเสมอปลายมาก ตอนอ้อนขอพี่ไปซุปเปอร์ด้วยนี่แบบจะละลายยยยย จงอินต้องใช้ความอดทนมากแค่ไหนกันนะที่อยู่ใกล้คยองซูที่แสนน่ารักแต่ทำอะไรๆเหมือนแต่ก่อนไม่ได้ พี่ต้องรักน้องมากขนาดไหนกัน TT
    #57
    0
  5. #56 NestleDoh (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2561 / 19:02

    งุ้ยยย ตอนนี้ต้องยกให้จงอินชนะไปใสๆเลย ขยันทำให้คนน้องเขินแท้ 5555 ความอบอุ่นยิ่งกว่าแสงอาทิตย์​ของจงอินทำให้คยอง​ซูสัมผัสได้และอยากทำสิ่งนั้นคืนให้จงอินเช่นกัน จนกลายเป็นคนน่ารักและโอนโยนขึ้นเรื่อยๆ???? แต่เหมือนจะเขินก็เขินไม่สุดอ่า ในใจยังกังวลสิ่งที่จะเกิดข้างหน้ามากๆ ถ้าจงอินรู้ว่าคยองซูไม่ใช่ภรรยาคนเดิมของตัวเองจะเป็นยังไง คนที่น่าสงสารและสับสนมากที่สุดคงเป็นจงอินแน่ๆ ความเจ็บปวดที่มากกว่าการที่คนรักความจำเสื่อมคือเค้าไม่ใช่คนเดียวกันอ่า ???????????? เอาใจช่วยต่อไป ฮืออ ❤️

    #56
    1
    • #56-1 NestleDoh(จากตอนที่ 9)
      23 ตุลาคม 2561 / 19:03
      **อ่อนโยน
      #56-1
  6. #55 kksssp (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2561 / 16:47
    คยองแทนตัวเองว่าน้องอ่ะ จงอินกลั้นใจไม่ให้ฟัดยัยตัวกลมได้ไง ฮื่ออออ อ้อนเก่งที่สุดเลย น้องไม่คิดจะแอทแทคพี่จงอินบ้างหรอ ._. บรรยากาศอบอุ่นหัวใจมากเลยค่ะไรท์ ;-;
    #55
    0
  7. #54 Palita_ling_13 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2561 / 14:14
    แงงงง อบอุ่นมากๆเลยค่ะ;;-;;
    #54
    0
  8. #53 momylove78 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2561 / 14:09

    ร้อนกว่าดวงอาทิตย์ก็จงอินเนี้ยแหละ 55555555

    #53
    0