One Persistent Thought - KAISOO

ตอนที่ 8 : - 6 -

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 293
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 25 ครั้ง
    17 ต.ค. 61

B
E
R
L
I
N
 









6

บางการกระทำ

ก็ชัดเจนเกินกว่าคำอธิบาย

 

 



 

 

ไม่รู้ว่าเพราะคำเล่าขานฝีมือถ่ายรูปของช่างภาพร้านนี้ที่ไม่เป็นสองรองใคร หรือเพราะลูกค้าเหล่านั้นติดใจช่างถ่ายภาพมากกว่าก็ไม่อาจรู้ได้ ทำให้ในแต่ละวันคนมากหน้าหลายตาวนเวียนไปมาภายในร้านจนแทบไม่ได้พักเลยต้องให้จองคิวก่อน


คยองซูที่นั่งจมอยู่ในความคิดนั่งมองคนควักไขว่แวะเวียนไปมาด้วยความรู้สึกเบื่อหน่ายจนอดถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ไม่ได้ และไม่คิดว่าความว่างที่เขาเคยใฝ่หาจะทำให้เขารู้สึกคิดถึงภาพตัวเองวุ่นวายกับงานขนาดนี้


ทำไมถอนหายใจแรงขนาดนั้นครับจงอินที่ยืนมองอีกฝ่ายเหม่อลอยมาพักใหญ่เอ่ยทักด้วยความใส่ใจอย่างที่เป็นเสมอมา เนื่องจากรู้สึกผิดที่พักหลังมานี้เขาไม่ค่อยมีเวลาให้อีกฝ่ายที่อยู่ในช่วงช่วงพักฟื้นมาเท่าที่ควรจะเป็น และกลัวว่าอีกฝ่ายจะขุ่นข้องหมองใจกัน เพราะต้องรับงานที่ขอเลื่อนและหยุดพักไปพักใหญ่ แม้ใจจริงไม่อยากห่างจากคนตัวเล็กตรงหน้าเลยสักนิดก็ตาม


 ผมเบื่อ คยองซูตอบออกมาตามตรงด้วยสายตาเป็นประกายเมื่ออีกฝ่ายปรากฏตัวขึ้น เพราะวันทั้งวันเขาแทบไม่ได้และไม่มีปฏิสัมพันธ์กับใคร นอกจากกองหนังสือหลากหลายแนวที่คยองซูคนนั้นสะสมเอาไว้บนชั้น


คยองซูรับรู้ได้เช่นกันถึงความใส่ใจของอีกฝ่ายยามเข้ามาถามนู่นนี่เมื่อมีเวลา ถึงแม้ว่าจงอินจะต้องกลับมารับงานมากขึ้นก็ไม่ได้ทำให้ความใส่ใจ การดูแลที่เคยมีมาให้เขาลดลงเลยแม้แต่น้อย ทั้งยังเข้าใจดีว่าคนตัวสูงต้องทำงานหนักมากขึ้นและพยายามจัดระเบียบเวลามาให้เขามากจนไม่อยากให้อีกฝ่ายต้องเหนื่อย เขาก็ไม่อยากให้อีกฝ่ายต้องมากังวลเรื่องของเขาตลอดเวลาเช่นกัน


ไม่อยากอ่านหนังสือต่อแล้วหรอครับ


อือ


ทำไมละครับที่จงอินถามขึ้นมาเป็นเพราะเมื่อเดือนก่อนแบคฮยอนมาหาคนตัวเล็กที่บ้าน พอหลังจากนั้นคยองซูก็รื้อหนังสือทั้งหมดบนชั้นมาอ่านเป็นเดือน ๆ โดยเฉพาะหนังสือนิยาย ทำให้พออีกฝ่ายมีท่าทีเปลี่ยนไปมันก็ทำให้สังเกตได้โดยง่าย


อ่านหมดแล้วคยองซูตอบเสียงเรียบ พลางนึกหากิจกรรมอื่นที่น่าสนใจอีกแต่ก็นึกถึงสิ่งที่ตัวเองทำที่นี่ได้ไม่ออกสักอย่าง


แต่งนิยายไหม จงอินช่วยเสนอกกิจกรรมยามว่างขึ้นมาให้เลือกอีก เพราะรู้ว่าอีกฝ่ายนึกอะไรไม่ออกแล้วจริง ๆ


ลืมวิธีแต่ง


วาดรูปไหม


ผมทำแบบนั้นเป็นด้วยหรอ ดวงตากลมโตของคนตัวเล็กเบิกโพลงจนแทบถลนกับข้อเสนอเมื่อครู่ เนื่องจากงานด้านวิจิตรศิลป์ของตัวเองค่อนข้างแย่ไปทางแย่มาก


งานอดิเรกคุณเลยแหละจงอินตอบกลับเรื่องราวของอีกฝ่ายได้ไหลลื่นราวกับเป็นเรื่องของตัวเอง


ผมความจำเสื่อมคนตัวเล็กควบคุมสีหน้าพร้อมอ้างเหตุผลเดิม ๆ ใส่จงอินอีกเพราะกลัวอีกฝ่ายจะสะกิดใจหรือสงสัยอะไรขึ้นมา


หรือจะออกไปเดินเล่น?


กลัวจำทางกลับไม่ได้


งั้นมาเป็นลูกมือผมไหม


ต้องทำอะไรบ้างคยองซูถามกลับอย่างสนใจเหมือนว่ากำลังรอคำถามนี้ตั้งแต่แรก ไม่ใช่ว่าเขาอยากเข้าไปอยู่ใกล้ ๆ อีกฝ่ายบ่อย ๆ มากมายขนาดนั้น คนตัวเล็กแค่ว่างมากและกิจกรรมนี้ตอบโจทย์คนไม่ค่อยอยากออกจากบ้านและเป็นสิ่งที่เขาทำได้พอดีต่างหาก...


เซ็ตฉาก ล้างรูป ดูแลผมอันหลังจงอินเอ่ยเย้าคนตัวเล็กเล่น เพราะถ้าอีกฝ่ายยอมทำตามก็ถือเป็นกำไรของเขาเช่นกัน


อือ เอางั้นก็ได้


 

          แต่ที่จริง...มันเป็นความต้องการของคยองซูแต่แรกอยู่แล้ว

 

 




หลังตกลงกันวันนั้น พอมีเวลาว่างเมื่อไหร่ก็มักจะเห็นคนตัวเล็กติดสอยห้อยตามไปที่ต่าง ๆ อยู่ตลอดยามเซ็ตฉาก บางครั้งก็ไปถ่ายนอกสถานที่ คอยนัดคิวลูกค้า ถือขาตั้งกล้อง ป้อนข้าวป้อนน้ำ ช่วยหยิบนู่นจับนี่ และต่าง ๆ นานาที่จงอินไม่ยอมให้ทำเพราะกลัวอีกฝ่ายจะเหนื่อย แต่คยองซูก็ดื้อรั้นจะทำเนื่องจากอยากช่วยอะไรอีกฝ่ายบ้าง จนคนตัวสูงต้องปล่อยเลยตามเลย แม้จะต้องแย่งอีกฝ่ายทำหลายต่อหลายครั้งก็ตาม


อีกอย่าง คยองซูก็เห็นว่าเป็นเรื่องไม่สมควรนักที่เขาจะนั่งนอนอยู่เฉย ๆ ที่บ้านโดยที่ปล่อยอีกฝ่ายไปทำงานหาเงินเลี้ยงเขาอยู่ฝ่ายเดียวทั้งที่กินใช้อยู่ด้วยกัน ถึงคยองซูจะช่วยได้ไม่มาก แต่อย่างน้อยตอนนี้ก็ไม่ต้องไปจ้างคนอื่นมาช่วยให้เสียเงินเพิ่ม และเป็นการแก้ปัญหาเรื่องที่จงอินต้องมากังวลใจถึงความปลอดภัยหรือว่าจะดูแลเขาไม่พอไปในตัวอีกด้วย


ทางฝ่ายจงอินก็รับรู้ถึงจุดประสงค์ของอีกฝ่ายเช่นกันว่า ความคิดแสนน่าเอ็นดูของคนตัวเล็กกำลังอยากแบ่งเบาภาระจากเขาไปบ้าง ทั้งที่เขาอยากบอกเช่นกันว่าไม่จำเป็นต้องกังวลเลยสักนิด แต่ก็ยอมรับปากแต่โดยดีหวังให้คนน้องรู้สึกคลายกังวลและเพื่อความสบายใจของคนน้อง ทั้งที่จริงไม่อยากให้อีกฝ่ายต้องเหนื่อยก็ตาม แต่อีกใจหนึ่งก็คิดว่ามีคนน้องอยู่ใกล้ ๆ แบบนี้จะได้ดูแลง่ายขึ้นก็ดีเหมือนกัน


หิวหรือยังครับคยองซูเอ่ยถามขึ้นมาเมื่อละสายตาจากนาฬิกาข้อมือที่เข็มเวลาใกล้จะมาอยู่รวมตัวกันที่เลขสิบสองแล้ว


นิดหน่อยครับ


งั้นเดี๋ยวผมไปเตรียมข้าวกล่องรอคุณถ่ายเซ็ตนี้เสร็จนะครับคยองซูพูดจบก็หันตัวกลับไปเตรียมอย่างที่ว่าไว้เมื่อสักครู่ โดยที่มีรอยยิ้มและสายตาอบอุ่นของผู้ฟังคล้อยตามหลังไป



 

 

 

วันนี้ช่วยบ่ายไม่มีคิวแล้วนะครับคยองซูพูดระหว่างที่จงอินกินข้าวไปพลางเช็คไฟล์รูปไปพลางด้วยท่าทีขยันขันแข็ง


ครับจงอินพยักหน้ารับคำง่าย ๆ สักพักค่อยเอ่ยขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยทำลายความเงียบในช่วงสุญญากาศ ขอบคุณนะครับ


ขอบคุณ?คนตัวเล็กขมวดคิ้วด้วยความฉงน  


ที่อยู่ช่วยเป็นลูกมือผมและเป็นกำลังใจให้ผม


ผมเต็มใจคยองซูกล่าวอย่างหนักแน่นเพื่อย้ำให้รู้ว่าไม่ต้องเกรงใจเขาขนาดนั้น และเป็นเขาที่อยากช่วยงานอีกฝ่ายเอง


เหนื่อยหรือเปล่า


ไม่เลยครับ สนุกมากคยองซูส่งเสียงเจื้อยแจ้วตอบกลับด้วยสายตาเป็นประกาย พร้อมกับเล่าเรื่องระหว่างรออีกฝ่ายทำงานไม่หยุด โดยมีจงอินนั่งตั้งใจฟังอีกฝ่ายอย่างเงียบ ๆ


คยองซูอาจไม่ได้สังเกตเลยสักนิดว่าตัวเองกำลังพูดระบายสิ่งต่าง ๆ กับคนตรงหน้านี้ออกมามากกว่าที่เคยเป็น แต่กว่าจะรู้ตัวว่าพูดพร่ำมากเกินไปก็ตอนตัวเองรู้สึกคอแห้งเสียแล้ว พร้อมกับหันมาสบสายตาอบอุ่นจนร้อนนั้นที่จ้องมองทุกการกระทำของเขาไม่ห่าง จนคนตัวเล็กอดไม่ได้ที่จะเกาหัวแก้เก้อเล็กน้อยกำลังจะเปลี่ยนเรื่องพูดเพื่อหวังไปหาน้ำเย็น ๆ ดับอากาศที่เหมือนจะร้อนขึ้นมาทันตาเสียหน่อย

 


แต่เหมือนอีกฝ่ายจะรู้ทันจนเอ่ยดักคอขึ้นมาเสียก่อน

 


ถ้าร้อนก็อย่ากินน้ำเย็นนะครับจงอินเอ่ยขึ้นมาพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่ประดับอยู่ริมฝีปากได้รูปนั่นเพราะสังเกตเห็นริ้วสีกุหลาบจาง ๆ ระเรื่อที่กำลังก่อตัวเดี๋ยวจะไม่สบายเอา


งั้นเดี๋ยวผมเอาอุปกรณ์ไปเก็บเลยนะครับ


ยังไม่ต้องก็ได้ครับ คุณไปกินข้าวก่อนจงอินเห็นอีกฝ่ายเปลี่ยนเรื่องด้วยน้ำเสียงเหมือนคนทำตัวไม่ถูกแบบนั้นก็ไม่ได้ทำอะไรเพิ่มเติมนอกจากยิ้มอ่อนโยนให้อีกฝ่าย และให้ความร่วมมือในการเปลี่ยนเรื่องโดยการพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงติดกังวลแทน กลัวว่าพนักงานพิเศษแสนขยันคนนี้จะเป็นลมจากสาเหตุอะไรไปเสียก่อน


อ่า...ครับคยองซูรับคำคนตัวสูงอย่างว่าง่ายเพราะตอนนี้หวังเพียงจะออกไปจากห้องนี้ก่อนก็พอ และอีกอย่างคือคิดว่าอีกฝ่ายอาจอยากใช้อุปกรณ์อะไรอยู่อีกเลยไม่ได้รบเร้าอะไรต่อ จึงเปลี่ยนเส้นทางจ้ำเท้าไปหาของกินแสนอร่อยในห้องครัวแทน


พักหลังจงอินทำงานหนักมากขึ้นทำให้หน้าที่ในการทำอาหารเปลี่ยนมาเป็นของคยองซูเป็นหลักแทนโดยการอาศัยการครูลักพักจำมาเป็นเวลานานจากคนตัวสูงแทน เพื่อที่จะให้อีกฝ่ายจะได้มีเวลานอนมากขึ้นหลังจากทำงานมาเหนื่อย ๆ และไม่ต้องตื่นขึ้นมาในยามเช้ากว่าปกติเพื่อทำอาหารเตรียมรอเขาอีก


ในตอนแรกคยองซูกังวลอย่างมากเพราะหลังจากลองชิมแล้วอร่อยไม่เท่าที่อีกฝ่ายทำแม้แต่น้อย แต่เมื่อเห็นคนตัวสูงกินอย่างเอร็ดอร่อยอย่างนั้นก็อดมีกำลังใจในการตื่นขึ้นมาทำอาหารในทุก ๆ เช้าและอีกหลาย ๆ มื้อไม่ได้


ที่จริงอาหารฝีมือคยองซูอร่อยมาก ไม่ใช่ว่าเขาอคติเพราะมีความรักต่ออีกฝ่ายเพียงเท่านั้น เพราะคยองซูเป็นคนมีฝีมือแต่แรกแล้วต่างหาก พอได้ฝึกฝนบ่อย ๆ แล้วก็ยิ่งทำให้พัฒนาไปได้ไว และยิ่งยามเห็นคนตัวเล็กตั้งใจทำอาหารขนาดนั้นก็อดไม่ได้จริง ๆ ที่จะกินอย่างเอร็ดอร่อยกว่าปกติเพื่อเป็นกำลังใจให้อีกฝ่ายมากยิ่งขึ้น


และตอนนี้กลายเป็นว่าทั้งสองฝ่ายตื่นพร้อมกันในทุก ๆ เช้า โดยที่ต่างฝ่ายต่างทำหน้าที่ของกันและกันไปอย่างเงียบ ๆ ในฤดูหนาวช่วงเดือนพฤศจิกาแต่กลับเต็มไปด้วยความอบอุ่น



 



 

ช่วงบ่ายคล้อยของวันระหว่างที่คนตัวสูงนั่งรีทัชรูปพลางมองคนตัวเล็กกว่าด้วยความเอ็นดูยามนั่งอ่านหนังสือนิยายบนโซฟาใกล้ ๆ กันด้วยสีหน้านิ่งเรียบ แต่บางครั้งก็แอบได้เห็นรอยยิ้มที่มุมปากอิ่มขยับเล็กน้อยพร้อมกับใบหน้าน่าเอ็นดูที่ขึ้นสีระเรื่อ ด้วยความรู้สึกเป็นสุขที่ก่อตัวในใจมากขึ้น แต่ไม่นานนักก็ถูกทำลายความเงียบสงบด้วยการปรากฎตัวของลูกค้าประจำที่ไม่ได้ถูกนัดไว้อย่างกระทันหัน


ลูกค้าคนสวยขาประจำที่คยองซูเห็นหน้าอยู่บ่อยครั้งเอ่ยทักทายจงอินอย่างสนิทสนม พร้อมกับเดินเข้ามาคล้องแขนคนตัวสูงต่อหน้าต่อตาชวนให้หัวคิ้วคนตัวเล็กกระตุกเล็กน้อยไม่ได้ แต่จงอินก็ยังคงเป็นจงอินที่วางตัวดีและให้เกียรติคยองซูเสมอมาโดยขยับเล็กน้อยให้หลุดจากการเกาะกุมของอีกฝ่าย พร้อมส่งสายตาขอโทษมาทางเขา


จงอินกลัวอีกฝ่ายจะโกรธจนเดินหนีหายไปหลังบ้านทันทีหลังจากเหตุการณ์เมื่อครู่นั้นจนใจอยู่ไม่สุข แต่ความจริงกลับไม่ใช่เช่นนั้นเสียทีเดียว เนื่องจากคยองซูเห็นว่าอีกฝ่ายมีสถานะเป็นลูกค้าจึงลุกขึ้นเพื่อจะเข้ามาเตรียมเสิร์ฟน้ำและขนมให้ตามหน้าที่อยู่แล้ว

 


ไม่ใช่เพราะคนตัวเล็กพอใจกับปฏิกิริยาที่แสนจะใส่ใจเมื่อครู่อย่างเดียวเสียเมื่อไหร่!

 


พี่จงอินคะ


“…”


วันนี้พี่จงอินถ่ายรูปให้เยอึนหน่อยนะคะ


อ่า ครับ


เยอึนอยากได้รูปไว้ติดสมัครงานน่ะค่ะ


เสียงหวานใสราวกับน้ำเชื่อมของอีกฝ่ายยามเรียกขานบอกความต้องการตนเองแก่จงอินดังขึ้นมาจนถึงภายในห้องครัว คนตัวเล็กที่กำลังถือของว่างเข้ามาอดขนลุกเกรียวแทนคนตัวสูงยามต้องอยู่ใกล้และได้ยินน้ำเสียงนั้นไม่ได้ คยองซูรู้ดีว่าจงอินไม่ได้ชอบท่าทีของอีกฝ่ายมากเท่าไหร่นักจากท่าทีที่เคยแสดงออกมา ครั้งนี้ก็เป็นอีกครั้งที่ในใจคนตัวเล็กบอกว่าเขาได้ช่วยเหลือจงอินอีกแล้ว


ของว่างครับคุณเยอึน


ขอบคุณค่ะ เยอึนพูดพลางหันมายิ้มหวานให้ผู้พูดเล็กน้อยก่อนจะกลับไปสนใจรบเร้าจงอินต่อ


ผมว่าคุณเยอึนทานของว่างรอผมเซ็ตฉากสักครู่นะครับจงอินที่กำลังหาทางผลักออกจากอีกฝ่ายเหมือนได้รับข้ออ้างซึ่งเปรียบเสมือนเชือกช่วยชีวิตขึ้นมาทันที ในการผละออกจากคนที่กำลังเกาะแกะเขาอย่างที่ไม่เคยเป็นตอนนี้


ก็ได้ค่ะ จะรอนะคะหญิงสาวยิ้มหวานให้อีกฝ่ายก่อนย้ายความสนใจมาที่ของว่างตรงหน้า พลางเอ่ยชวนคนตัวเล็กที่กำลังยกหนังสือขึ้นมาอ่านต่ออย่างอารมณ์ดี คุณคยองซูกินด้วยกันไหมคะ


ไม่ดีกว่าครับคยองซูตอบปฏิเสธอย่างสุภาพ แต่สุดท้ายก็ไม่อาจทนการรบเร้าของอีกฝ่ายที่อยากได้คนกินเป็นเพื่อนด้วยไม่ได้


จะเป็นอะไรไหมคะถ้าจะถามเรื่องส่วนตัวหน่อยเยอึนชวนคุยด้วยหน้าตาใสซื่อ


เอ่อ...ถ้าตอบได้ก็จะตอบแล้วกันครับ


คุณกับพี่จงอินแต่งงานกันมานานเท่าไหร่แล้วหรอคะ


ราว ๆ สองปีครับ


งั้นหรอคะหญิงสาวยังคงถามด้วยแววตาใสซื่อนั้นต่อไปอีกว่า แล้วทำไมพวกคุณดูห่างเหินกันจังเลยคะ


“…”


ทั้งที่น่าจะเป็นช่วงข้าวใหม่ปลามันแท้ ๆ


“…”


ทั้งยังใช้คำพูดสุภาพกันอีก


“…”


ขอโทษนะคะถ้าอาจละลาบละล้วงเกินไป


ไม่เป็นไรหรอกครับคยองซูตอบกลับเสียงแผ่วเล็กน้อย


คุณเยอึน ฉากพร้อมแล้วครับจงอินที่ยืนฟังบทสนทนาชวนอึดอัดเมื่อครู่นั้นรีบเอ่ยขึ้นมาทันทีทั้งที่ยังเตรียมการไม่เรียบร้อยเท่าไหร่นัก เพราะเห็นคยองซูนั่งนิ่งค้างมองอีกฝ่ายตั้งคำถามแล้วคำถามเล่าอย่างไม่มีคำตอบจะให้ เพราะจะโทษคุณเยอึนก็ไม่ได้ที่ไม่รู้ว่าคยองซูความจำเสื่อม


ค่า


ถ้ารู้สึกแล้วไม่เริ่มทำอะไรชัดเจนให้เขารู้สักอย่าง ฉันจะเริ่มทำก่อนแล้วนะคะ!” หญิงสาวพูดทิ้งท้ายให้อีกฝ่ายพร้อมกับเดินไปเข้าฉากทันที ปล่อยให้คนตัวเล็กนั่งประมวลผลคำพูดเมื่อครู่ด้วยความเหม่อลอย


 

หมายความว่าอะไร?

แล้วรู้สึกอะไร?

 


คยองซูนั่งคิดถึงความหมายประโยคเมื่อครู่ด้วยความสับสนงุนงง ไม่อาจทราบได้เลยว่าคำตอบจะมาถึงโดยไม่ทันตั้งตัว เมื่อเห็นหญิงสาวเจ้าของคำพูดเมื่อครู่เขย่งขึ้นไปทำอะไรไม่รู้ข้างหูคนตัวสูงที่โน้มลงมาอย่างนั้น


 

จนร่างกายส่วนปากที่ทำงานเร็วกว่าสมองจะประมวลผลเสร็จโพลงขึ้นมาทันที

 


พี่จงอิน! กินขนมมั้ยครับ!” เมื่อสติค่อย ๆ รับรู้ถึงคำพูดที่ไม่ถูกไตร่ตรองและไม่เกี่ยวกับสถานการณ์เมื่อครู่ชัดเจนขึ้นมา เมื่อดวงตากลมโตสบเข้ากับสายตาคนทั้งคู่ที่พุ่งเป้าสายตามาทางเขาทันทีโดยที่จงอินมีสีหน้าแข็งค้างด้วยความตกใจคำเรียกขานเมื่อครู่จนแทบไม่ได้สติ กับหญิงสาวอีกคนที่ยิ้มกว้างจนตาหยีเมื่อมองสถานการณ์ระหว่างคนทั้งคู่


ระ...เราว่ายังไงนะครับเมื่อกี้? จงอินเอ่ยติด ๆ ขัด ๆ ถามซ้ำกลับไปทันทีเมื่อเรียกลมหายใจที่ขาดช่วงเมื่อครู่ขึ้นมาได้ ทั้งที่ก้อนเนื้อในอกข้างซ้ายเต้นรัวแรงอย่างหนัก


ก็...ก็ไม่มีอะไรครับคนตัวเล็กก้มหน้างุดด้วยความเขินอายซ่อนพวงแก้มสีระเรื่อ และรู้สึกอยากตัดลิ้นตัวเองขึ้นมาทันใด


แต่เมื่อกี้พี่ได้ยินเราเรียกพี่ว่าพี่จงอินจงอินรุกคืบเข้ามาใกล้คนตัวเล็กที่ก้มหน้างุดอยู่อย่างนั้นโดยที่ไม่อายหญิงสาวที่กำลังจะกลายเป็นอากาศธาตุเลยแม้แต่น้อย


ระยะห่างระหว่างคนสองคนเหลือเพียงคืบเท่านั้น แทบจะไม่มีอะไรขวางกั้นอีกแล้วตอนนี้ ทำให้จงอินรุกคืบเค้นคำตอบเมื่อครู่อย่างคนเจ้าเล่ห์


อ๋อ อือ ก็เรียกพี่จงอินจริง ๆคยองซูช้อนสายตาขึ้นมามองคนที่อยู่ห่างไม่ถึงคืบตรงหน้า พร้อมเอ่ยยอมรับอย่างดีเ พราะดีใจที่อีกฝ่ายเปลี่ยนเรื่องไม่สนใจเรื่องแสนอายที่เขาพูดเกี่ยวกับขนมขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยอย่างนั้น ก็เราสนิทกันแล้วไม่ใช่หรอไง


 

คยองซูแอคแทค

 


จงอินก้มมองและถ่ายทอดสายตาที่เต็มไปด้วยความรักใคร่ให้แก่คนตัวเล็กตรงหน้าอย่างไม่คิดจะปิดบัง ยามอีกฝ่ายช้อนสายตาขึ้นมาตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่นตอนเรียกขานว่าพี่จงอินแบบนั้นยิ่งทำให้ก้อนเนื้อในอกข้างซ้ายเต้นระรัวเพื่อตอกย้ำให้รับรู้ชัดเจนเลยว่าเจ้าของหัวใจดวงนี้เป็นใคร


มันอาจไม่ใช่คำพูดที่ดูมีผลต่อใจมากเท่ากับคำว่าชอบหรือ รักแต่ทั้งหมดที่คนน้องแสดงออกมามันทำให้เขารับรู้ได้ว่าคนตัวเล็กเปิดใจรับเขามากขึ้นเรื่อย ๆ แล้ว และยิ่งอีกฝ่ายยอมรับว่าตัวเองกับเขาสนิทกันออกมาตรง ๆ อย่างนั้นยิ่งทำให้หัวใจของเขาพองฟูเหมือนลูกโป่งที่ถูกอัดก๊าซจำนวนมาก


ก๊าซที่ชื่อว่าคยองซู

และมันมีแต่จะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ


คนตัวสูงอดไม่ได้ที่จะคว้าคนตรงหน้าเข้ามากอดแน่นเพราะห้ามใจไม่ไหวเสียแล้ว จนกลัวว่าคนตัวเล็กตรงหน้าจะหายใจไม่ออกหรือไม่ จึงค่อย ๆ ผ่อนคลายแรงลงเล็กน้อย และยิ่งท่าทีที่ไม่มีอาการขัดขืนสัมผัสของคนน้องยิ่งทำให้หัวใจของจงอินลิงโลดอย่างห้ามไม่อยู่ ประกอบกับรอยยิ้มที่ฉายชัดบนใบหน้าคนตัวสูงบ่งบอกถึงความยินดี


แน่นอนว่าเราสนิทกันอยู่แล้วสิจงอินเอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความดีใจ


กลิ่นแสงแดดอันเป็นเอกลักษณ์ประจำตัวของคนตัวสูงโอบล้อมคยองซูไว้จนสัมผัสได้ชัดเจน นึกถึงใบหน้าของอีกฝ่ายที่มองมาด้วยสายตาแบบนั้นยิ่งทำให้คนตัวเล็กซุกหน้าเข้ากับแผ่นอกกว้างของคนตัวสูงมากขึ้น เพื่อซ่อนริ้วแดงบริเวณแก้มใสที่เกิดขึ้นเพราะความร้อนฉ่านั้น


หัวทุยของคนตัวเล็กแนบลงบริเวณกลางอกข้างซ้ายของอีกฝ่ายพอดีจนได้ยินเสียงก้อนเนื้อใต้แผ่นอกนั้นดังหนักแน่น มั่นคง ทั้งยังรัวเร็ว ซึ่งนั่นมันทำให้คยองซูได้รู้ว่าเสียงหัวใจของอีกฝ่ายนั้น


 

สอดประสานเป็นจังหวะเดียวกับเสียงหัวใจของเขาตอนนี้

 

 



 

คุณคยองซูน่ารักจังเลยนะคะเยอึนชวนคุยระหว่างที่คนตัวเล็กเดินออกมาส่งแทนจงอิน


เอ่อ...ไม่ ไม่ครับ ไม่น่ารัก คุณเยอึนต่างหากที่น่ารัก


ขอโทษนะคะถ้าทำให้เข้าใจผิดเยอึนเอ่ยเสียงแผ่ว ๆ เพราะความอยากแกล้งอยากหยอกคนน่ารักหน้านิ่งอย่างอดไม่ได้ให้รู้ตัวหลังสักทีหลังสังเกตมานาน แต่ก็ต้องเอ่ยขอโทษเนื่องจากกลัวว่าจะทำให้อีกฝ่ายเข้าใจผิดอย่างมากและอาจเป็นการละลาบละล้วงเรื่องส่วนตัวของอีกฝ่ายจนเกินไปจริง ๆ แต่ดีที่คนตรงหน้าไม่มีทีท่าติดใจอะไร


แต่คุณหวงคุณจงอินได้น่ารักมากเลยจริง ๆ ค่ะ


หวง?


ก็แบบที่คุณเป็นเมื่อครู่ไงคะเยอึนตั้งใจอธิบายให้อีกฝ่ายฟังเพราะท่าทีน่าเอ็นดูที่เหมือนไม่เข้าใจความหมายนั่นมากเท่าไหร่นัก คุณไม่อยากให้เขาอยู่ใกล้ใครแบบที่เขาเคยทำกับคุณ ไม่อยากให้ใครมาสนิท เกาะแกะคนที่ทำให้คุณใจเต้นแรง หรือเรียกด้วยคำพูดที่ดูพิเศษกว่าคนอื่น ๆ อะไรทำนองนั้นละมั้งคะ


คุณรู้?


หืม?


รู้ว่าผมใจเต้นแรงมาก ๆ ตอนเขามาอยู่ใกล้ ๆ น่ะครับ


อ๋ออออเยอึนลากเสียงยาวพร้อมกับพยายามกลั้นไม่ให้เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความเอ็นดูนั้นหลุดรอดออกมา เพราะคนตรงหน้าเธอน่ารักมากเสียจริง


แล้วนั่นเขาเรียกว่าหวงหรอครับ


ค่ะ


ลองไปถามคุณจงอินดูดีกว่านะคะ เขาน่าจะให้คำตอบได้มากกว่าฉันเยอึนวาดยิ้มที่เต็มไปด้วยเลศนัย พร้อมกับกล่าวต่อไปอีกว่า หรือถ้ารู้สึกแบบนี้อีกครั้งให้บอกไปตรง ๆ เลยก็ได้นะคะ ฉันว่าเขาต้องหน้าแดงแน่ ๆ


 

พี่จงอิน หน้าแดงงั้นหรอ?

อยากเห็นสักครั้งเหมือนกัน

 

 

 



หลังจากส่งคุณเยอึนเสร็จ คยองซูกลับเข้ามาช่วยอีกฝ่ายที่กำลังฮัมเพลงในลำคออย่างอารมณ์ดีขณะเตรียมอาหารเย็น จนอดไม่ได้ที่จะเอ่ยทักขึ้นมา


คุณดูอารมณ์ดีจังนะครับ


ก็เพราะเรานั่นแหละจงอินตอบกลับพร้อมเอ่ยเตือนอีกฝ่ายอีกครั้งด้วยน้ำเสียงหยอกเย้าในทีว่า ไหนทำไมยังเรียกคุณอยู่อีกครับ? ไม่ใช่เราสนิทกันแล้วหรอไง


จริงด้วยครับ พี่จงอิน คยองซูคิดขึ้นมาได้ทันทีแล้วก็เปลี่ยนมาย้ำถึงคำเรียกขานใหม่ให้ชัดเจนขึ้นอย่างใสซื่อโดยไม่ทันได้สนใจคำหยอดของคนตัวสูงเมื่อครู่อีกแล้ว


 

ชัดไปถึงหัวใจเลยแหละ

 


แต่จะว่าไปเรียกแบบนี้เราก็เสียเปรียบหรือเปล่าจงอินเอ่ยขึ้นมาเรียบ ๆ โดยที่ในหัวแฝงแผนการบางอย่างเอาไว้ เพราะถ้าพูดเรื่องความได้เปรียบเสียเปรียบทีไรคนตัวเล็กที่มีตาชั่งความยุติธรรมในใจต้องทำตามแน่


ก็ไม่นี่ครับ


ก็พี่ให้เราเรียกอยู่ฝ่ายเดียวเลยไงจงอินที่กำลังเตรียมอาหารลงจานพูดต่อไปเรื่อย ๆ ให้คนที่กำลังนั่งรอมื้อเย็นแสนอร่อยบนโต๊ะ พร้อมกับหันกลับมายิ้มละมุนยามสบสายตากับดวงตากลมโตที่เต็มไปด้วยความสงสัยเมื่อนำอาหารมาเสิร์ฟถึงที่


?


เพราะงั้นพี่เรียกเราว่าน้องบ้างดีไหมครับ? แล้วเราก็แทนตัวเองว่าน้องได้เหมือนกันจงอินยิ้มกริ่มเมื่อเห็นคนตรงหน้าเริ่มครุ่นคิดถึงความได้เปรียบเสียเปรียบที่เขาอ้างไปอย่างหน้าด้าน ๆ เพื่อโน้มน้าวเมื่อครู่


คยองซูคิดถึงเหตุผลที่จงอินใช้ก็เข้าใจเจตนาอีกฝ่ายทันทีว่าไม่ต้องการให้เขารู้สึกเสียเปรียบกับคำเรียกขานที่ต้องทำอยู่ฝ่ายเดียว และประทับใจที่อีกฝ่ายคอยคิดถึงความคิดและความรู้สึกของเขาหลายต่อหลายครั้ง ถึงแม้ว่าครั้งนี้เขายังไม่ได้คิดว่าตัวเองจะเสียเปรียบหรือไม่ก่อนก็ตามที


โดยที่ไม่รู้เลยว่าครั้งนี้เป็นแผนร้ายของคนเจ้าเล่ห์ตรงหน้า และแน่นอนว่าต่อให้รู้ก็ตามคยองซูก็ยังคงอยากเรียกอีกฝ่ายว่า พี่จงอินและอยากได้ยินอีกฝ่ายเรียกว่า น้องด้วยความสนิทสนมอยู่ดี


รวมทั้งถ้าเทียบอายุกันจริง ๆ แล้วก็ถือว่ายกผลประโยชน์ให้จงอินมากหน่อยด้วยซ้ำ ด้วยความที่จงอินเกิดก่อนเขาตั้งหลายร้อยปี นับว่าถ้าให้เรียกพี่ก็ถือเป็นกำไรเสียด้วยซ้ำ และต่อให้อีกฝ่ายเสนอมาว่าอยากให้เรียกว่าท่านบรรพบุรุษเขาก็จะยอมเรียกให้เช่นกัน!


เอางั้นก็ได้ครับ พี่จงอิน

 


เป็นเพราะจงอินไม่เคยคิดว่าวันหนึ่งคำเรียกขานเล็ก ๆ น้อย ๆ คำหนึ่งจะทำให้หัวใจเขารู้สึกดีได้ขนาดนี้

ดีเสียจนหัวใจที่แสนละโมบก็อดไม่ได้ที่อยากจะฟังมากขึ้น มากขึ้นไปอีก






-100%-

#ourtimeKS









16/10/18

ก็คือมารัวๆ เนื่องจากหยุดรับปริญญา5555555 แล้วก็เพราะอยากเขียนมากๆค้างจากตอนที่ต้องปั่นวิจัย ;____; และต้องกลับไปอีกแล้วค่ะฮื่อ เราค่อนข้างจะเป็นคนอืดอาดไปบ้าง แต่ก็ขอบคุณทุกคนที่เอ็นดูเรื่องนี้มากๆเลยนะคะ /xoxo

อีกอย่างคือเขินโมเม้นบนสเตจที่ผ่านมาด้วยค่ะ กุมใจมากๆ สายตงสายตาคุณจงอินแบบบบ ;-; ฮรึก

แล้วก็ขอบคุณทุกคอมเม้นและการเข้าชมมากๆเลยนะคะ เราอ่านทุกอันเลยจริงๆ! ชูสามนิ้วด้วยยยย เพราะมันสุดแสนจะฮีลใจจริงๆ ส่วนช่องทางคุยกันไปที่ #ourtimeKS ได้เร้ยยยต่ะ





enjoy reading!

graphitesky

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 25 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

96 ความคิดเห็น

  1. #94 Ks.Lay (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2562 / 23:43
    ลวงน้องวันละนิด
    #94
    0
  2. #52 maomakkkk (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2561 / 23:43

    คนองซูนี่น้า น่ารักจริงๆ????

    #52
    0
  3. #51 kksssp (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2561 / 23:42
    ถ้าเป็นเยอึนนี่ระเหิดไปแล้ว อ๊อยยยยแสดงตวามรักกันขนาดนี้แล้วเยอึนยเงมีตัวตนอยู่ไหมนี่ 55555555 สารภาพว่าตอนแรกไม่ชอบเยอึนแต่พอรู้ว่าอยากแกล้งคยองซูเล่นๆก็อยากจะกราบแบบเบญจางคประดิษฐ์สามครั้งงามๆ มีแนะนำให่ไปพูดแบบนั้นกับจงอินด้วยทำดีมากค่ะ 555555555 นี่ขนาดเยอึนได้พูดคุยกับคยองแค่แปปเดียวยังเอ็นดูขนาดนี้แล้วจงอินจะเอ็นดูจะหลงขนาดไหนแค่คิดก็แบ่บ ฟหาดวงอฃกวหง อยากให้คยองรับรักพี่จงอินเร็วๆจัง ฮื่ออออ พี่จงอินเก่งมากนะเนี่ยที่อดทนไม่ทำอะไรน้องได้นานขนาดนี้สุดยอดมาก ขอให้ความอดทนนี้ส่งผลให้คยองซูรักพี่เร็วๆขึ้นอีกนะคะ (กราบไรท์ ปิ๊งๆๆๆๆ 555555555)
    #51
    0
  4. #50 momylove78 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2561 / 23:24

    น่ารักจริงๆ คยองเริ่มรักพี่จงอินโดยไม่รู้ตัวแล้วซินะ

    #50
    0
  5. #49 Mysweet_Dyo (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2561 / 05:24

    แง้ ความน่ารักน้องคยองซูแอทแท็กมากๆๆ พี่จงอินไหวมั้ยคะ ในที่สุดน้องก็เรียกพี่ว่าพี่แถมยังมีอาการหวงออกนอกหน้าขนาดนั้นอีก ฮือ อ่านตอนนี้แล้วปลื้มใจแทนจงอินมาก มันเหมือนกับว่าความรักความดูแลเอาใจใส่ที่จงอินมีให้คยองซูตลอดมา ทำให้ตอนนี้พี่กำลังค่อยๆได้รับความรักนั้นกลับคืนจากน้องเพิ่มขึ้นทุกวัน เอ็นดูตั้งแต่ที่คยองซูเริ่มอยากช่วยแบ่งเบาภาระอยากช่วยงานจะได้อยู่ใกล้ๆจงอินแล้ว น่ารักมากๆเลย TT


    เอาจริงคือทั้งที่แต่งงานกันมาสองปีแล้วแต่แค่น้องเรียกพี่ จงอินก็ทั้งใจเต้นและมีความสุขมากขนาดนี้ พี่ต้องรักน้องมากมายแค่ไหนอ่ะ ฮือ รอคอยวันที่เค้าสองคนใจตรงกันเลย ;_; แต่ก่อนอื่นพี่จงอินต้องอธิบายให้น้องคยองซูเข้าใจก่อนนะคะว่าหึงคืออะไร 55555 >< ฟิคน่ารักมากเลยค่ะไรท์ เราเป็นกำลังใจให้น้า

    #49
    0
  6. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  7. #46 NestleDoh (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2561 / 00:35

    งุ้ยยย น่ารักมากเลยยย คยองซูดูอ่อนโยนและมีชีวิตชีวามากกว่าตอนเป็นนักวิจัยเสียอีก ชอบตอนคยองซูถามเยอึนว่ารู้ด้วยเหรอว่าตนใจเต้นแรงตอนจงอินเข้ามาใกล้ๆ 555555 /เอ็นดู ❤️

    #46
    0