One Persistent Thought - KAISOO

ตอนที่ 6 : - 4 -

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 552
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 33 ครั้ง
    30 ม.ค. 62

B
E
R
L
I
N
 




4

เรื่องบางเรื่องควรใช้สมองให้น้อย

แล้วใช้ความรู้สึกให้มาก

 


 

 

เสียงฝนหลงฤดูสาดกระทบกระจกดังลั่น แข่งกับเสียงคำรามอย่างเกรี้ยวกราดรอบทิศทางจากท้องฟ้า ที่กำลังส่งสัญญาณทักทายกันเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะมอบหน้าที่ให้ฤดูใบไม้ร่วงต่อ ทำให้คนตื่นเช้ามาตลอดและตื่นตัวง่ายอย่างจงอินรู้สึกตัวขึ้นมาทันทีเมื่อถึงเวลา และพบกับความรู้สึกหนัก ๆ เหมือนมีอะไรบางอย่างทับร่างเขาอยู่


ภายในห้องนอนห้องเดิมที่อาศัยอยู่มาหลายปีเต็มไปด้วยความมืดมิด แม้นาฬิกาดิจิตอลจะบอกเวลาตีห้าห้าสิบห้าแล้วก็ตาม เนื่องจากเข้าใกล้ฤดูหนาวเต็มที และมีเมฆดำก้อนโตบดบังแสงสว่างแรกจากท้องฟ้าไม่ให้ส่งลงมาทักทายพื้นโลก


จงอินพยายามขยับตัวเล็กน้อยเพราะไม่อยากให้ อะไรบางอย่างบนร่างเขารู้สึกตัวตื่นก่อนเวลา ก่อนจะพบว่าหน้าไปชนกับอะไรเย็น ๆ ที่เฉียดไปมาบริเวณแก้มยามหันซ้ายขวา ด้วยความสงสัยชายหนุ่มจึงยกมือขึ้นมาจับสิ่งเย็น ๆ เมื่อสักครู่นั้นทันที โดยหวังว่ามันคงจะไม่เป็นสิ่งที่เขาคิด พบว่ามันนุ่ม ๆ ลื่น ๆ ขนาดยาวกว่าฝ่ามือของเขาเล็กน้อยและขณะที่เขาลูบ ๆ คลำ ๆ มันไม่หยุดอยู่นั้นก็ได้รับการประทับเข้าที่คางอย่างแนบแน่นจนหน้าเชิดขึ้นตามแรง


ฝ่าเท้าประทับเข้าเต็มคางอวยพรให้จงอินเป็นครั้งที่สองของเช้าวันนี้ โดยที่เจ้าของฝ่าเท้าเย็นเฉียบนั้นไม่รู้สึกตัวสักนิด พร้อมกับขยับตัวไปมาซุกตัวเข้าหาร่างกายสีแทนอุ่น ๆ กอดเอวสอบแน่นเหมือนจะออดอ้อนยามถูกก่อกวนขัดใจ


ท่าทางน่ารักที่ไม่ได้เห็นได้ในเวลาปกติทำให้จงอินอยากพลิกตัวไปฟัดไปกอดให้จม แต่ก็ทำได้เพียงแค่คิดเท่านั้น เมื่อตระหนักได้ว่าความจริงไม่เหมือนก่อนแล้ว หากยังทำตัวเหมือนเดิมก็คงโดนสายตาพิฆาต หรืออย่างมากคงโดนเกลียดไปเลย ซึ่งเป็นสิ่งที่จงอินไม่หวังให้เกิดขึ้นแม้เพียงนิดในจิตใจของคยองซู


แต่เจ้าของร่างกายนุ่มนิ่มที่เขาเฝ้าคะนึงถึงทุกคืนวันกลับไม่ให้ความร่วมมือเลยสักนิด โดยกำลังปั่นป่วนอารมณ์เขาอยู่โดยการขยับไปมา จับนู่น กอดนี่ ควานหามุมเหมาะเจาะให้กับตัวเองอย่างสะเปะสะปะบนร่างของเขานั้น มันทำให้บางสิ่งบางอย่างแสนซนและแสนอันตรายตื่นขึ้นมาทักทายกันในยามเช้าอย่างห้ามไม่ได้


จงอินพยายามหักห้ามใจให้กับความน่ารักน่าเอ็นดูนี้ เอื้อมมือไปสำรวจบนเตียงเล็กน้อย จับส่วนหนึ่งของผ้าห่มที่คนบนร่างลากลงมาด้วยไว้ได้พอดีจึงพยายามจัดแจงเอาคลุมร่างกายคนตัวเล็กให้เรียบร้อย จับปลายเท้าเย็นเฉียบสองข้างที่อยู่ระหว่างหัวของตนมาคลุมไว้ด้วยผ้าห่ม เพื่อให้ร่างกายเจ้าของร่างอบอุ่นขึ้นอย่างทุลักทุเลเพราะไม่อยากเป็นคนใจร้ายพาอีกฝ่ายออกจากห้วงนิทรา แล้วค่อยพลิกตัวเบา ๆ ให้อีกฝ่ายไหลลงมาจากร่างพร้อมกับเอาตัวเองไปรับไว้ให้อยู่ในอ้อมแขนแกร่ง พาร่างที่ถูกพันด้วยผ้าห่มกลับขึ้นไปนอนบนเตียงต่ออย่างแผ่วเบา


          คยองซูสะลึมสะลือซุกตัวเข้าหาความอบอุ่นที่ล้อมรอบร่างกายไว้โดยไม่อยากผละจาก ขมวดคิ้วพร้อมส่งเสียงอื้ออึงในลำคอแสดงความไม่พอใจเมื่อรู้สึกถึงการจากไปของไออุ่นนั้น ทำให้คนที่กำลังจะลุกออกไปทำใจร้ายไม่ลงถึงมอบสัมผัสอุ่นหนัก ๆ กดลงบนระหว่างคิ้วของคนบนเตียงทิ้งท้ายความอบอุ่นแผ่ซ่านไว้รอบกายคนตัวเล็ก จนทำให้คิ้วที่ขมวดอยู่นั้นคลายลง ปัดเป่าฝันร้ายไม่ให้ย่ำกรายครึ่งราตรีหลังจากนี้

 



 


          ด้วยความอ่อนเพลียจากการเดินทางและร่างกายช่วงพักฟื้นของคนป่วยพาให้คยองซูตื่นสายที่สุดในรอบสิบปีเลยก็ว่าได้ เมื่อลืมตาขึ้นเห็นนาฬิกาบอกเวลาเก้าโมงกว่าพร้อมกับเปิดโอกาสให้อาการเกียจคร้านที่แสนจะรู้สึกดีที่ได้อยู่ใต้ผ้าห่มอุ่น ๆ และเตียงนุ่มฟูเป็นความสุขกายสบายใจเข้ามาทักทาย


          คนบนเตียงเริ่มชินกับการที่ไม่ต้องตื่นเช้าวุ่นวายกับการทำงาน หรือนอนไม่เป็นเวลาเนื่องจากติดการทดลองในทุก ๆ วัน วนไปมาตลอดหลายปีที่ผ่านมาในอดีต คยองซูมั่นใจว่าหลายครั้งก็รู้สึกเหนื่อยกับทุกวัน แต่ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมตอนนั้นถึงไม่ได้คิดถึงวันหยุด การพักร้อน หรือการนอนโง่ ๆ บนเตียงโดยที่ไม่ต้องคิดถึงอะไรแบบนี้บ้างเลย


          แค่รู้ว่าทุกคนจำเป็นต้องทำงานอย่างหนักเพื่อให้ได้เงิน เพื่อให้มีชีวิตที่ดีในอนาคต เป็นค่านิยมที่ปลูกฝังอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันตั้งแต่ลืมตาดูโลกโดยที่เราไม่เคยตั้งคำถาม หรือสงสัยเลยสักนิดว่าที่เป็นอยู่นั้นเป็นสิ่งที่เราต้องการอย่างแท้จริงหรือไม่ และผู้คนรวมทั้งคยองซูก็เหนื่อยหน่ายที่จะคิด เมื่อพบว่าท้ายที่สุดแล้วต่อให้เราพบสิ่งที่เราอยากเป็นอย่างแท้จริงก็ตาม มันก็ยากนักที่จะเป็นอย่างที่ใจประสงค์ได้


เราก็เลยได้แต่วิ่งตามกลไกที่สังคมกำหนดอย่างชอบหรือไม่ชอบใจต่อไป โดยอาจไม่ทันได้รู้สึกเลยว่าเราคับคล้ายจะกลายเป็นเพียงเครื่องจักรที่ถูกตั้งโปรแกรมชิ้นหนึ่งในโรงงานอุตสาหกรรมตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้


          ไม่มีอารมณ์


          ไม่มีความรู้สึก


          ผู้คนต่างทำทุกอย่างที่สังคมต้องการหรือกำหนดให้ทำ ถูกครอบงำด้วยบางสิ่งบางอย่างที่เราเองก็ขัดขืนไม่ได้ พอรู้ตัวอีกทีความเป็นตัวเองก็ค่อย ๆ เลือนหายไปโดยที่เราไม่ทันได้สังเกตมัน จนอาจแปรเปลี่ยนเป็นอีกคนที่เราไม่รู้จัก


ถูกกลืนเข้าไปกับสังคมที่วุ่นวายโดยการเป็นคนวุ่นวายเหมือนกันเพื่อไม่ให้แปลกแยก ไม่แตกต่าง ทั้งที่คนทุกคนมีความแตกต่างในตัวเอง และมีสิทธิคิดที่อยากจะทำหรือไม่ทำอะไรตามสังคมกำหนด


เป็นเพียงส่วนหนึ่งของกลไก จนหลายครั้งก็อดสงสัยไม่ได้ว่าแท้จริงเรายังเป็นมนุษย์ที่ถูกนิยามเสมอว่ามีอารมณ์ความรู้สึกและมีความคิดเป็นของตัวเองอยู่หรือเปล่า หรือสิ่งที่ถูกนิยามมานั้นเป็นเพียงสิ่งที่ถูกสร้างมาเหมือนเอไอ เป็นเพียงสิ่งที่ถูกโปรแกรมบรรจุให้คิด วิเคราะห์ รู้สึกอย่างที่ต้นทางกำหนดมากันแน่


          น้อยครั้งจนแทบจะเป็นครั้งแรกที่คยองซูได้ขบคิดหรือทบทวนเรื่องราว ตั้งข้อสงสัยให้กับเรื่องทั้งหมดที่ผ่านมามากมายขนาดนี้ คยองซูพักจากคิดสิ่งฟุ้งซ่านยามได้กลิ่นกายของเจ้าของเตียงเดิมเจือปนอยู่ฟุ้งรอบตัว ยามซุกไซร้ใบหน้าจมลงบนหมอนนุ่มนิ่มใบโต หรือแม้กระทั่งยามกอดรัดผ้าห่มแทนหมอนข้าง


กลิ่นผิวกายเจ้าของเตียงผิวสีแทน ผสมปนเปอยู่กับกลิ่นของผ้าที่ถูกตากแห้งโดยแสงแดดอันเป็นเอกลักษณ์ ปกคลุมร่างกายคนบนเตียงไปทุกซอกทุกมุมชวนเคลิ้มเข้าสู่นิทราต่อ หากไม่มีเสียงของเจ้าของกลิ่นชวนเคลิ้มนี้ดังขึ้นมาขัดเสียก่อน


จะซุกอีกนานมั้ยคุณ สายแล้ว


คุณต้องลุกขึ้นมากินข้าวเช้าก่อนไม่มีเสียงตอบรับใด ๆ จากคนที่นอนคุดคู้อยู่บนเตียง เจ้าของกลิ่นแสงแดดจึงพูดขึ้นมาอีกครั้งอย่างไม่มีท่าทีว่าจะอ่อนข้อให้เพราะเป็นห่วงกลัวอีกฝ่ายเป็นโรคกระเพาะเพิ่มขึ้นมาด้วยอีก แต่ก็ไม่ทำให้คยองซูพาร่างตัวเองให้ตั้งตรงกับพื้นโลกอย่างที่เจ้าของคำสั่งหวังให้เป็น


คนบนเตียงได้แต่รับคำด้วยน้ำเสียงงึมงำขอไปทีโดยไม่รู้เลยว่าจงอินได้พาร่างกายสมส่วนขึ้นมาบนเตียงพร้อมกระทำการบางอย่างเรียบร้อยแล้ว


อืออออ โอ้ย! เจ็บๆๆเสียงร้องของคนบนเตียงดังลั่นขึ้นมาทักทีเมื่อถูกอีกฝ่ายเอาฝ่ามือเย็น ๆ มาจับที่ต้นคอ เลื่อนขึ้นมาบีบแก้มย้วยนุ่มนิ่มอีกข้างที่ล่อตาล่อใจคนมองให้เข้าไปสัมผัสอย่าอดรนทนไม่ไหว


เหมือนระบบสั่งการของคนถูกกระทำจะไวกว่าสิ่งใดทั้งหมด เพราะคนตัวเล็กที่ร้องเสียงโอดโอยเด้งตัวขึ้นมาพร้อมกับง้างฝ่ามือฟาดลงบนตัวของเจ้าของฝ่ามือเย็นแสนกวนทันที


ตัวแค่นี้แต่มือหนักฉิบหาย แทบช้ำ


คุณทำอะไรของคุณเนี่ย!” หลังจากลุกขึ้นมาก็ยิงคำถามด้วยเสียงดังลั่นพร้อมกับอาการหัวฟัดหัวเหวี่ยงคนตรงหน้า


ก็คุณไม่ยอมลุก ต้องกินข้าวให้เป็นเวลานะครับจงอินอธิบายเหตุผลด้วยความเป็นห่วง พร้อมกับลูบกล้ามแขนปอย ๆ สูดลมหายใจเข้าลึก ๆ คลายความเจ็บ


แล้วมาจับคอดึงแก้มผมทำไม!” เมื่อคนเพิ่งตื่นได้รับเหตุผลที่ไม่เกี่ยวข้องกับการแตะเนื้อต้องตัวเขาอย่างที่ต้องการเลยสักนิดขึ้นเสียงถามต่อไปอีกด้วยใบหน้าใบหูขึ้นสีแดงระเรือตามแรงอารมณ์


มันไม่ดีต่อตัวคุณและใจผม จงอินพูดเสริมต่อในใจเพราะไม่กล้ากล่าวออกไปให้คนตรงหน้าอึดอัด


คุณคิม! ตอบคำถาม


เด็กดื้อต้องถูกทำโทษนี่ครับคนตัวสูงอมยิ้มแล้วเลือกเอ่ยต่ออย่างยียวนกวนประสาทคนฟังแทน ทั้งที่สายตาปกปิดความเป็นห่วงไว้ไม่มิด


ใครดื้อ! ท้องก็ท้องผม!”


หลังจากสบสายตายียวนของอีกฝ่ายที่เต็มไปด้วยความเป็นห่วง ทบทวนตัวเองจากคำถามของตัวเองเมื่อครู่ ทำให้คยองซูเริ่มได้สติและพยายามควบคุมอาการทั้งหมดที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนให้นิ่งสงบ สมกับเป็นคยองซูคนเดิมแล้วค่อยสูดลมหายใจลึก ๆ พูดด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบอย่างที่เคยทำเสมอมา


ขอบคุณที่มาปลุกครับ เดี๋ยวผมแต่งตัวเสร็จจะลงไปกิน


จงอินเห็นการเปลี่ยนแปลงของแพนกวิ้นตัวน้อยที่กำลังหัวฟัดหัวเหวี่ยง ฟาดปีกเล็ก ๆ ตรงหน้าในทีแรก เปลี่ยนมาอ่อนลงและสงบเยือกเย็นทีหลังด้วยความรู้สึกเอ็นดู เขาไม่ได้โกรธเลยสักนิด เพราะดีใจมากกว่าที่อีกฝ่ายมีอารมณ์แบบอื่นให้เขามากกว่าความสุขุมเยือกเย็นที่เป็นมาตลอด ทั้งยังรู้สึกว่าน่ารักน่ามองมากอีกด้วยยามกระเง้ากระงอนจนอดพูดตามที่ใจคิดไม่ได้


น่ารักมากครับ


ผมไม่น่ารัก


คยองซูสวนขึ้นมาอย่างอดไม่ได้ แล้วรีบเดินจนแทบจะเป็นวิ่งเข้าห้องน้ำไปโดยไม่รู้ตัวหลังจากต่อปากต่อคำกับชายหนุ่มผู้หวังดีที่เข้ามาปลุก


คยองซูนั่งอยู่ในห้องน้ำอธิบายเหตุผลท่าทางของตัวเองทั้งหมดด้วยเหตุผลที่ว่าเป็นภาวะอารมณ์ไม่คงที่หลังจากถูกปลุกก่อนเวลาตื่น จึงค่อย ๆ สบายใจขึ้นมาเล็กน้อย ทำให้คนตัวเล็กอดรู้สึกผิดไม่ได้ที่ขึ้นเสียงไปขนาดนั้นเพียงเพราะอารมณ์ที่ไม่คงที่และควบคุมไม่ได้ของตน ทั้งที่อีกฝ่ายทำทั้งหมดนั้นเป็นเพราะหวังดีกับเขาแท้ ๆ


ยิ่งนึกถึงอาการน่าสงสัยของตัวเองตอนเห็นลืมตามาเห็นอีกฝ่ายอยู่ใกล้เพียงคืบแค่นั้น ความรู้สึกร้อนผ่าวลามขึ้นบนใบหน้าอย่างควบคุมไม่อยู่ จนหายใจอึดอัดติดขัด ยิ่งตอนผู้ชายคนนั้นถือวิสาสะในการสัมผัสร่างกายเขาอีก มันเหมือนกับว่าเขาเป็นจานกระเบื้องร้อน ๆ ในไมโครเวฟอย่างไรอย่างนั้น คนตัวเล็กทนไม่ไหวจนกำปั้นน้อย ๆ ระบายความรู้สึกผ่านการทุบกำแพงห้องน้ำไปสักทีสองที


พอยิ่งเปรียบเทียบสถานการณ์คล้าย ๆ กันในตอนที่อยู่กับชานยอล ทั้งที่เคยทำมากกว่านี้แล้วแท้ ๆ ก็ยังไม่เคยเป็นแบบนี้เลยสักนิด และคยองซูไม่ใช่คนที่จะปล่อยให้ความสงสัยก่อตัวในใจนานนัก สำหรับนักวิทยาศาสตร์อย่างเขา เมื่อมีคำถาม และตั้งข้อสันนิษฐานได้แล้ว ต้องลงมือพิสูจน์ทันที!


 

เป็นเพราะความแตกต่างระหว่างสองโลก?


หรือเป็นเพราะจงอินคนเดียว?

 


 


 

คุณ


คุณคิม


อยู่มั้ยครับ


ภายในชั้นหนึ่งที่เงียบเชียบ เป็นสัญชาตญาณบอกว่าไม่มีสิ่งมีชีวิตอยู่ภายในบ้าน แต่ก็อดไม่ได้ที่จะเดินหาอีกฝ่ายตามห้องต่าง ๆ พร้อมกับร้องเรียกเพื่อเน้นย้ำให้แน่ใจอีกทีก่อนว่าอีกฝ่ายไม่อยู่จริง ๆ ค่อยเดินมาที่โต๊ะอาหารที่มียาที่คยองซูต้องกิน กับข้าวง่าย ๆ พร้อมสำหรับหนึ่งคนกินวางอยู่ก่อนแล้ว


 

ผมออกไปซื้อของซุปเปอร์สักครู่

 


โพสอิทสีเหลืองนีออนถูกแปะอยู่ในพื้นที่สะดุดตาบนโต๊ะกว้าง หากแต่ไม่ทันใจคนที่เรียกร้องหาคนตัวสูงไปโดยไม่รู้ตัวก่อนหน้าแล้วเท่าไหร่นัก คยองซูมองโพสอิทด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ผุดขึ้นมาในใจที่ตัวเองก็ไม่สามารถเข้าใจได้ว่ามันคืออะไร แต่เขาสามารถอธิบายได้ว่า มันเหมือนตัวเองเป็นคนที่ถูกพี่ชายตัวสูงสักคนเลือกให้ขึ้นไปนั่งบนบ่าโดยที่คนอื่นไม่ถูกเลือก หรือเหมือนตอนที่เขาได้รู้ว่าเขาถูกรับเลือกเข้าทำงานที่องค์กรวิจัยลับด้วยคะแนนสูงเป็นอันดับหนึ่ง 


 

เหมือนกับว่าได้รับความสำคัญ

 


แต่กลับเรื่องนี้มันน่าฉงนใจตรงที่ว่าไม่ใช่เรื่องยิ่งใหญ่อะไร แค่โพสอิทสีเหลืองนีออนโง่ ๆ ใบเดียวกลับทำให้เขารู้สึกได้มากขนาดนี้ เหมือนเป็นสิ่งที่จงอินพยายามจะบอกเขาว่าจงอินจะไม่ทำอย่างวันนั้น ที่ปล่อยเขาให้รู้สึกเคว้งคว้างแบบตอนอยู่โรงพยาบาลคนเดียวอย่างไม่รู้จุดหมายอีก


วันนั้นเขาแค่กลัวจะต้องจ่ายเงินเองแค่นั้นต่างหาก!


แค่นั้นจริง ๆ


 

 

เสียงรถแล่นเข้ามาใกล้ตัวบ้านส่งสัญญาณให้คนที่กำลังฝึกล้างจานมาเกือบชั่วโมงลนลานมากขึ้น จนต้องรีบล้างรีบเช็ดเอาไปวางเก็บเข้าที่อย่างภาคภูมิใจ แล้วค่อยเดินออกไปหน้าประตูเผื่อได้ช่วยเหลืออีกฝ่ายที่กำลังหิ้วของพะรุงพะรังเข้ามาอย่างยากลำบาก


ผมช่วย


จงอินส่งถุงขนมกับชุดผักใบเขียวแสนเบาให้อีกฝ่ายถืออย่างไม่อิดออด คนที่เพิ่งกลับมาจากข้างนอกหัวใจพองฟู อบอุ่นใจจนไม่รู้สึกถึงอากาศหนาวภายนอกเมื่อครู่เลยแม้แต่น้อยเมื่อได้เห็นใบหน้าน่ารักของคนน้องที่ออกมารอรับเขาอย่างนี้


คยองซูมองมือหนาที่หอบหิ้วของมากมายจนกล้ามแขนอีกฝ่ายเต็มไปด้วยเส้นเลือดเพราะความเกร็ง แต่ก็ยังยกของเบา ๆ ให้เขาถืออีก


เอามาอีก หนักไม่ใช่หรอครับ


         ไม่เป็นไรครับ คุณไปเปิดประตูก่อนดีกว่า


          ปฏิเสธไปก็เท่านั้น เมื่อคนตัวเล็กที่ถือเกณฑ์ความเท่าเทียมคว้าของจากมือจงอินไปถือเองเลยสองถุงอย่างง่ายดายเพราะกล้ามเนื้อล้าเล็กน้อยเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว คยองซูเลยได้โอกาสจ้ำอ้าวเดินไปเปิดประตูอย่างรวดเร็วโดยไม่ให้คนข้างหลังไม่ทันได้ทักท้วงอะไร


          จงอินจัดของเข้าตู้เย็นโดยที่คยองซูนั่งทำตาแป๋วลากสายตาตามการขยับตัวของเขาอย่างไม่เกรงใจเลยแม้แต่น้อย แต่ก่อนที่จงอินจะได้พูดอะไรขึ้นมาคลายบรรยากาศ คนตัวเล็กก็เป็นฝ่ายลุกขึ้นมาช่วยหยิบจับของเข้าตู้เสียก่อน


          ไม่อยากอยู่เฉย ๆคยองซูบอกเหตุผลการกระทำทั้งหมด คนตัวสูงที่หยิบจับของเข้าชั้นลอยเมื่อได้ฟังก็พยักหน้าเข้าใจโดยดี


          คยองซูที่ป้วนเปี้ยนไปมารอบกายชวนให้จงอินรู้สึกว่าบรรยากาศระหว่างทั้งสองคนเริ่มดีขึ้นทีละเล็กน้อย เหมือนกับว่าเราทั้งคู่ได้ลดช่องว่างลงเรื่อย ๆ  


ส่วนสำหรับความคิดของคยองซูในขณะเดียวกันคือ อยากตอบแทนอะไรอีกฝ่ายบ้าง เพราะตั้งแต่ลืมตาตื่นขึ้นมาจงอินเป็นคนเดียวที่อยู่ข้างเขา ดูแลเขา ใส่ใจเขา ให้ที่พึ่งพิง แต่งเติมสีให้แก่เขาบนโลกใบใหม่ที่แสนเคว้งคว้างแบบนี้


          มันเหมือนกับว่าได้มีความรู้สึก...ในสิ่งที่ไม่เคยรู้สึก


และเหมือนกับว่าตัวเขาถูกแต่งเติมด้วยสีสัน...ที่เรียกว่าจงอิน


คุณล้างจานหรอ?


อืม


ถ้าคุณอยากลองอีกเดี๋ยวผมสอนให้จงอินพูดอย่างอ่อนโยนพลางยกถ้วยจานที่พักรอแห้งเอาไว้มาลงซิงค์เพื่อจะสอนคนตัวเล็กที่ตาเป็นประกายเมื่อเขาพูดขึ้น


ไม่รู้ว่ามันเรียกว่าอะไร แต่ผมรู้สึกอยากช่วยเหลือคุณ


จู่ ๆ คยองซูก็พูดและแสดงความรู้สึกของตัวเองออกมาอย่างหน้าตาย คงไม่เคยสังเกตเลยจริง ๆ ว่าตัวเองได้เปลี่ยนแปลงไปแล้วมากเพียงใด


จงอินยิ้ม ๆ ไม่ปฏิเสธความหวังดีจากคนตัวเล็กข้างกายที่ย้ายตัวมายืนข้างกันหลังจากเขาเอียงตัวให้อีกฝ่ายเข้ามา เปิดน้ำให้ไหลผ่านจานชามที่เตรียมไว้ แล้วค่อยหยิบขึ้นมาใบหนึ่งสาธิตวิธีทำให้อีกฝ่ายดูชัด ๆ ถึงจะปล่อยให้อีกฝ่ายเป็นคนลงมือทำบ้าง


หลังจากถูด้วยฟองแล้วต้องล้างให้จานไม่ลื่นถึงจะเอามาพักได้นะครับ


คนตัวสูงข้างกายที่เอาแต่มองดวงหน้าน่ารักกำลังมุ่งมั่นกับการจับจานไม่ให้ลื่นหลุดมือที่เต็มไปด้วยฟองมากมายเนื่องจากเจ้าตัวบีบมาอย่างไม่บันยะบันยัง อาจดูเก้ ๆ กัง ๆ นิดหน่อยสำหรับครั้งแรก แต่ก็ไม่เลวเลย


ไม่เลวเลย...ความรู้สึกที่เหมือนเราเข้าใกล้กันอีกขั้นหนึ่งแล้วอย่างนี้


เจ้าของมือที่กำลังขัดถูกจานอย่างขยันขันแข็งพยักหน้าเป็นคำตอบให้ พร้อมกับเข้าใจความหมายโดยนัยของประโยคเมื่อสักครู่เลยว่า


เขาล้างไม่สะอาด


คยองซูรับรู้ได้ทันทีโดยที่อีกฝ่ายไม่ต้องเอ่ยออกมาด้วยซ้ำ จากกิริยาทางท่าของจงอินตั้งแต่เริ่มถามเรื่องความสนใจของเขาก่อน การใช้จานที่ถูกพักไว้ในการสอนเขา ทั้งยังเลือกใช้จังหวะตอนตัวเองล้างถ้วยชามทั้งหมดเสร็จแล้วเอาไปกองไว้รวมกับจานที่เขาเพิ่งล้างไปเมื่อสักครู่เพื่อไม่ให้เป็นที่สังเกต โดยพยายามไม่ทำให้เขาสงสัยว่าตัวเองก่อปัญหา หรือความยากลำบากให้อีกฝ่ายอีก


แต่แทนที่เขาจะรู้สึกแย่เพราะล้างจานง่าย ๆ ก็ไม่สำเร็จ กลับกลายเป็นว่าการแสดงออกของจงอินทำให้คยองซูครุ่นคิดถึงเหตุผลเบื้องหลังของมันมากกว่าแทน จากการกระทำที่แสดงให้เห็นว่าให้เกียรติความคิดความรู้สึกของเขา พอคิดอย่างนั้นก้อนเนื้อในอกข้างซ้ายก็อดไม่ได้ที่จะเต้นผิดจังหวะตอบรับความรู้สึกที่เกิดขึ้นมาใหม่ พร้อมกับอากาศรอบ ๆ ตัวที่ร้อนขึ้นอย่างน่าประหลาดทั้งที่จะเข้าใกล้ฤดูหนาวแท้ ๆ


ถึงหัวใจจะเต้นแรงกว่าปกติไปมากหน่อย


แต่มันก็เป็นความรู้สึกที่ดีอย่างบอกไม่ถูกเลยจริง ๆ


คุณ ช่วยถอยไปหน่อยได้ไหม


ครับ?จงอินเก็บสีหน้าเหลอหลาเหมือนคนถูกจับได้ว่าแอบมองพร้อมกับควบคุมเสียงให้เป็นปกติกลัวอีกฝ่ายจะอึดอัดเพราะตัวเองเผลอตัวเผลอใจมองดวงหน้าน่ารักยามตั้งใจทำอะไรมากไปหน่อย


ผมร้อน


หลังจากได้ยินคำพูดถัดมาจงอินก็ได้ตกใจจริง ๆ พร้อมมองคนตรงหน้าที่ช้อนตาขึ้นมามองเขาด้วยใบหน้าที่ติดสีระเรื่อ จนคนมองแอบคิดเข้าข้างตัวเองไม่ได้ว่าอีกฝ่ายกำลังหวั่นไหวเพราะเขา


เมื่อเห็นคนตรงหน้าส่งแววตาดุ ๆ ขึ้นมาให้ จงอินค่อยรู้สึกตัวแล้วเขยิบถอยออกไปด้านข้างเล็กน้อยตามใจคนสั่ง ปล่อยมือนุ่มให้ทำงานต่อไปตามที่ต้องการแล้วค่อยเว้นระยะมาเป็นฝ่ายแอบมองคนตัวเล็กจากทางด้านหลังแทน พร้อมกับสมองที่กำลังโลดแล้นทบทวนบางสิ่งที่ตัวเองกำลังจะทำ


ตุบ!


อ๊ะ คุณ มาทำอะไรน่ะ


แต่ไม่ทันทบทวนให้ดีอย่างที่เคยเป็น หัวใจก็สั่งให้ร่างกายสูงสง่าประชิดเข้าแผ่นหลังแคบที่กำลังลูบจานกระเบื้องสีขาวผ่านน้ำอยู่โดยไม่ทันให้อีกฝ่ายได้ตั้งตัว ทำให้คนตัวเล็กที่ถูกประชิดตัวเมื่อครู่ตกใจจนเผลอปล่อยจานกระเบื้องเจ้ากรรมหลุดมือตกลงซิงค์ทันที


แค่เช็คดูเฉย ๆ ว่าล้างสะอาดแล้วหรือยัง


จงอินให้เหตุผลพลางไปจับจานที่ตกลงบนซิงค์มาล้าง แกล้งตีเนียนโอบประชิดอีกฝ่ายจากทางด้านหลังอย่างคนเจ้าแผนการ โดยที่คนน้องไม่ทันได้สังเกตเลยด้วยซ้ำว่าถูกคนตัวสูงกว่าลดระยะระหว่างกันไปตั้งแต่เมื่อไหร่


แล้วใช้ได้หรือยังครับ


ใบนี้ลื่นอยู่นิดหน่อย


เดี๋ยวผมล้างใหม่


ช่วยกันล้างก็ได้


ให้ผมทำดีกว่า อยู่ว่าง ๆ ด้วย


ก็ได้ครับ


จงอินตอบรับคำพลางขยับลงมาใกล้ชิดกว่าที่เคยเป็น แถมยังแกล้งคนที่ถูแก้วใบเดิมมาสักพักใหญ่ด้วยการขยับเข้าไปหยิบจานไกลมือ ทำให้แผ่นหลังแคบของคนข้างหน้าแนบชิดกับแผ่นอกแข็งแรงที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้ออย่างเลี่ยงไม่ได้


ทั้งที่สามารถให้คนตัวเล็กขยับพื้นที่ข้าง ๆ ให้อีกฝ่ายยืนด้วยได้ แต่คนเจ้าแผนการก็ไม่มีทางเอ่ยปากขึ้นมาอย่างนั้นแน่นอน เพราะถ้าหากทำแบบนั้นก็คงจะไม่ได้เห็นแก้มนุ่มนิ่มที่กำลังขึ้นสีกุหลาบ หรือไม่ได้เห็นใบหูเล็กที่แดงดั่งลูกตำลึงสุกเสียจนน่าเอ็นดูใกล้ ๆ อย่างนี้


ช่วยถอยออกไปหน่อยได้ไหมคุณคยองซูเอ่ยขึ้นมาอย่างอดรนทนไม่ไหว เขารู้สึกร้อนมาก ๆ จนตัวแทบจะระเบิด ยิ่งเมื่อครู่ร่างกายของเราสัมผัสกันและผละจากอย่างอ้อยอิ่ง แต่สัมผัสของมันร้อนจนติดตรึงอยู่ไม่หาย ยิ่งทำให้ร่างกายเขาแข็งทื่อจนทำอะไรไม่ถูกไปชั่วขณะ


มันไม่ใช่ความรู้สึกรังเกียจหรืออะไรเมื่ออีกฝ่ายเข้าใกล้ มันแค่รู้สึกเหมือนว่าร่างกายเขาถูกใครก็ไม่รู้ควบคุมอยู่จนไม่รู้ว่าจะต้องทำตัวอย่างไร เอามือไปวางไว้ตรงไหน หรือเมื่อสักครู่ทำอะไรอยู่ก็ชะงักไป เหมือนสูญเสียความควบคุม จนอดสงสัยไม่ได้ว่าอาหารที่จงอินให้กินมีส่วนผสมอะไรแปลก ๆ หรือเปล่า หรือบางทีเขาอาจตื่นสายจนอาหารเสียเลยทำให้เขามีอาการประหลาดอย่างนี้


ผมทำให้คุณอึดอัดหรือเปล่าครับ


ไม่ ๆ ไม่เลยครับคยองซูรีบพูดขึ้นมาทันทีเพราะไม่อยากให้อีกฝ่ายเข้าใจผิดกับอาการของเขา แล้วอธิบายเหตุผลให้อีกฝ่ายเข้าใจต่อไปว่า ผมแค่รู้สึกร้อนมาก ๆ


อ่า เข้าใจแล้วครับจงอินระบายยิ้มอย่างห้ามไม่ได้อยู่ข้างหลังเมื่อได้เห็นผลลัพธ์ที่น่าพอใจเกิดความคาดหมาย ก่อนจะอ้อยอิ่งปล่อยให้คนตัวเล็กเป็นอิสระ เพราะกลัวอีกฝ่ายจะร้อนจนระเบิดตัวเองไปเสียก่อน


 




 

---100%---

#ourtimeKS








22/09/18

มาแล้นๆๆๆๆ 555555 ตอนนี้ก็เรียบๆเรื่อยๆตามสไตล์ คือจริงๆแล้วน้องเขามีพัฒนาการนะคะ มันค่อนข้างเรียบมากๆ หวังจะไม่เบื่อนะคะ ;____; ไม่รู้ว่า step by step ของเราจะอืดอาดแค่ไหน 5555555 อยากให้มันค่อยเป็นค่อนไปเกินไปหรือเปล่าก็ไม่รู้ ฮืออ

เรากลัวตัวเองเขียนงงตลอดเวลา ฮือ ถ้าอ่านไม่เข้าใจตรงไหนบอกได้เลยนะคะ ;___; แบบบางครั้งเรารู้สึกเหมือนการเรียงคำใช้คำเราแปลกๆจริงๆ เลยกังวลมากๆ 

จะบอกว่าเราแต่งตอนนี้นานมากๆ คือแต่งตอนนี้ละก็ไปแต่งอันซีนอะ คนใจบาปปป55555 วอกแวกมากๆเลยค่ะ ;___; แล้วพอได้มาแต่งตอนนี้งานก็รุมเร้ามาก หัวข้อวิจัยเราค่อนข้างยับ แล้วอาทิตย์หน้าเราสอบแล้วด้วยค่ะ สอบสี่วันติด แต่เราก็ใช้เวลาวันนี้ในการคลอดนิยายตอนนี้ออกมาค่ะ! อะไรสำคัญรู้เลย555555555



ขอบคุณสำหรับทุกคอมเมนต์จริงๆ ฮืออออออ จำได้ว่ามีเม้นนึงมาตอนที่เราโดนจวกวิจัยด้วย555555 ฮีลใจเราได้เลยค่ะ ขอบคุณมากๆจริงๆ เราเข้ามาอ่านเม้นต่างๆซ้ำหลายรอบมากๆจริงๆนะ แต่ไม่รู้ว่าปกติเขาตอบยังไงกันก็เลยได้แต่บอกในทอล์คนี้ ;___; 

จริงๆแค่เข้ามาดูหรือให้กำลังใจหรือเม้นเราก็ดีใจมากแล้วจริงๆ ดีใจตลอดดด ฮือ ขอบคุณที่มาเป็นความสุขง่ายๆให้เรานะคะ

 แล้วก็ขอบคุณที่เห็นว่าพี่จงอินของเราอบอุ่นมากๆ ฮือออ อิมเมจในหัวเราก็คือตอนเขาแสดง spring has come เลย โคตรรรรรรรอบอุ่นนนนนนนนนนนนนนนนนนน แบบจะตายเลยจริงๆ ขอบคุณที่สัมผัสถึงตัวอักษรจากเราได้นะคะ กังวลมากเลยว่าจะสื่อไปไม่ถึง ;___;

ส่วนน้องคือมีการเปลี่ยนแปลงทุกอย่างอยู่ตลอด เราบอกไม่ได้เลยว่าน้องจะเป็นไปยังไงแบบไหนบ้าง แต่เราค่อนข้างใส่บางอย่างในตัวน้องไปเยอะมากจริงๆ มันเริ่มจากที่เราดูหนังก็เลยสงสัยกับความรู้สึกพวกนี้ ทั้งเรื่องต้นไม้ เรื่องความจริงไม่จริง รู้สึกไม่รู้สึก หรือชีวิตของเราตอนนี้ว่าแท้จริงเราอยากทำอะไรกันแน่ หรือที่เราทำทุกวันนี้เป็นเพราะเราชอบทำจริงหรือเปล่า ฮือ หลายอย่างมาที่ถ่ายทอดออกมาผ่านทัศนคติ หรือคำถามของน้อง มันเป็นคำถามที่เราคิดหลายต่อหลายครั้งก็เลยเอามาบ่นดู555555 หวังว่าจะไม่รำคาญหรือรู้สึกออกทะเลมากไปนะคะ แงงงงงง



enjoy reading!

graphitesky



 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 33 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

96 ความคิดเห็น

  1. #93 Ks.Lay (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2562 / 22:39
    กัมจงงงง.. ไม่ธรรมดานะเรา
    #93
    0
  2. #88 yonasadr (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2562 / 12:46
    สนุกมากเลย ปกติเรากลัวดราม่ามากๆ ทนรับมันไม่ไหว แต่การบรรยายของไรต์ทำให้เราอยากอ่านต่อ อยากเรียนรู้ความรักของจงอินและคยองซู งือออ พิมพ์อยู่ยังร้องไห้เลย กลัวดราม่าจริงๆ ขอจบแฮปปี้หน่อยน้าา ใจเราบางมาก
    #88
    0
  3. #40 kksssp (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2561 / 09:15
    คยอง เขาไม่ได้เรียกว่าร้อนนะลูก เขาเรียกว่าเขินจนมันร้อนไปหมด 55555555 พี่จงอินสุขใจเลยอะดิ แหมๆๆๆๆๆๆๆ เห็นน้องหน้าแดงแล้วมันอิ่มเอมใจ จงอินก็ชอบแกล้งเนียนเจ้าแผนการมากๆเขินแทนคยองเลย กี้ด แล้วถ้าใกล้ชิดกว่านี้น้องจะไม่ร้อนจนระเบิดไปเลยเหรอ แค่คิดก็รู้สึกจะตายกี้ดดดด 5555555
    #40
    0
  4. #34 Mysweet_Dyo (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2561 / 06:12
    จะเป็นลมมมมมม เขินแทนน้องคยองซูเหลือเกินค่ะ ฮรึก พี่จงอินน่ารักอบอุ่นดีต่อใจมากๆๆ แต่บทจะรุกก็รุกน้องแบบไม่ทันตั้งตัวเลย ฮือ คยองซูก็น่ารักน่าเอ็นดูขึ้นทุกตอนเลยค่ะ แบบน้องมีใจอยากช่วยจงอิน รู้สึกขอบคุณที่พี่คอยดูแลเอาใจใส่งี้ แล้วที่บอกว่าร้อนมากๆตอนพี่จงอินมาประชิดตัวเนี่ยแถวบ้านพี่เค้าเรียกว่าเขินนะคะรู้ก >< ไม่อยากจะคิดภาพตอนที่เค้ารักกันมันต้องดีมากแน่ๆเลย ฮือ เรารอติดตามนะคะไรท์ เป็นกำลังใจให้ค่าาาา
    #34
    0
  5. #28 BLACKLABEL-9407 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2561 / 19:25
    คือชอบบบ อ่าา
    #28
    0
  6. #22 Palita_ling_13 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 22 กันยายน 2561 / 22:45
    น่ารักมากกก อบอุ่นเว่อๆ
    #22
    0
  7. #21 Jaisay (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 22 กันยายน 2561 / 22:08

    งือออออ เอ็นดูที่น้องรู้สึกร้อน เดี๋ยวอยู่กับพี่เขาเรื่อยๆต้องร้อนกว่านี้แน่ๆเลยยยยยยย

    ปล.ชอบคำว่ากลิ่นแสงแดดมากๆๆๆ ต้องเป็นกลิ่นที่อบอุ่นมากแน่ๆเลยยยย

    #21
    0
  8. #20 momylove78 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 22 กันยายน 2561 / 21:43

    ใจอ่อนเร็วๆนะคยอง

    #20
    0
  9. #19 underwater369 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 22 กันยายน 2561 / 18:51

    เขินด้วยยยย...จงอินผู้ชายอบอุ่น ขี้แกล้ง

    #19
    0