One Persistent Thought - KAISOO

ตอนที่ 4 : - 3 -

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 407
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 41 ครั้ง
    30 ม.ค. 62

B
E
R
L
I
N
 

 

 

 

3

บนโลกนี้มีแต่เรื่องน่าสนใจ

โดยเฉพาะเรื่องของคุณ

 

 


 

คยองซูเพิ่งได้สังเกตคนตัวสูงชัด ๆ หลังจากอีกฝ่ายปล่อยให้เป็นอิสระ วันนี้จงอินมาในชุดกางเกงสีขาวครีมกับเสื้อไหมพรมสีเหลืองมัสตาร์ด กระชับรูปร่างและไหล่กว้างให้ผึ่งผายชัดเจนพร้อมกับขับเน้นผิวสีแทนน่าดึงดูดได้อย่างดี มันทั้งเป็นประกาย สะกดสายตาให้ผู้มองรู้สึกอบอุ่นยิ่งกว่าแสงอาทิตย์ที่ส่องลงมายามเช้าในฤดูหนาวที่หนาวจัด


ช่างเป็นคนเซ้นส์ดีเสียจริง


คยองซูจ้องมองภาพตรงหน้าด้วยสายตาชื่นชม ไม่ใช่ว่าทุกคนจะเป็นที่ดึงดูดสายตาเช่นคนตรงหน้านี้ หน้าตาเสื้อผ้าก็ส่วนหนึ่ง แต่โครงสร้างชั้นดีแบบนี้นับว่าเป็นกำไรแก่สายตามากจนแทบไม่อยากละสายตา โครงไหล่กว้าง สัมผัสอบอุ่นจากแผงอกที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อยังติดตรึงอยู่ในความรู้สึก เป็นโครงสร้างที่ดีจนเขาอยากจะลองขออีกฝ่ายดูเนื้อหนังภายใต้เนื้อผ้านั้นกับตาสักครั้ง...


ต้องเป็นสัดส่วนกายวิภาคที่น่าหลงใหลแน่


หากสายตาคยองซูเป็นเครื่องสแกนป่านนี้คงสำรวจเครื่องในจงอินจนเกือบหมดแล้ว จงอินมองอีกฝ่ายที่เอาแต่จ้องร่างกายเขาไม่ละสายตาก็อดยิ้มกริ่มแล้ววางแผนในใจไม่ได้


แล้วคุณไปไหนมา เสียงคนตัวเล็กเอ่ยขึ้นมาทำให้จงอินหลุดจางภวังค์แล้วค่อยเอ่ยตอบคำถาม


ผมกลับไปเอาเสื้อไหมพรมของคุณมา อากาศข้างนอกเริ่มเย็นขึ้นแล้วเพราะงั้นใส่เสื้อหนา ๆ ไว้ยิ่งดี พร้อมกับขยับตัวไปเอาเสื้อไหมพรมสีขาวครีมตัวโคร่งกับเสื้อคอเต่าสีดำแขนยาวตัวหนาไว้ใส่ข้างในอีกชั้น รับรู้ได้ทันทีเลยว่าอีกฝ่ายเตรียมจัดชุดไว้ให้เขาเรียบร้อยหมดแล้ว


ขอบคุณครับพูดจบคยองซูก็หยิบเสื้อผ้าที่เตรียมไว้ไปเปลี่ยนอย่างไม่อิดออดเพื่อเตรียมตัวออกจากโรงพยาบาล


ไหล่แคบยิ่งชัดเจนมากขึ้นเมื่อใส่เสื้อไหมพรมตัวโคร่ง ทำให้ตัวคยองซูตัวเล็กมากเมื่อยืนอยู่ข้างอีกฝ่าย คนตัวเล็กใส่เสื้อไหมพรมสีขาวกับกางเกงขายาวสีเหลืองมัสตาร์ดเข้าคู่กับคนที่เดินเข้ามาหาหลังจากรับยาเสร็จ


ไม่ว่าใครที่ผ่านมาเห็นก็คงรู้ถึงความสัมพันธ์ของทั้งคู่ได้ทันทีโดยไม่ต้องบอก อาจมีแต่คนตัวเล็กที่เอาแต่เดินตามติดแผ่นหลังสูงโปร่งคนเดียวที่ไม่ได้สะกิดใจอะไรกับชุดเลยแม้แต่นิดเดียว


จงอินพาคยองซูมาถึงลานจอดรถ และเมื่อนั่งประจำที่เรียบร้อยก็ได้เวลาเดินทางกลับไปที่ ๆ เรียกว่าบ้าน ที่คยองซูต้องอาศัยอยู่นับจากนี้ไป


หลังจากออกเดินทางสักพัก จงอินที่ไม่เคยปล่อยให้ความเงียบครอบงำนานนักก็เลื่อนมือไปเปิดเพลงต่อจากที่ค้างไว้ พอมองกลับไปที่คนตัวเล็กข้าง ๆ หวังจะถามด้วยสายตาว่าถ้าเปิดเพลงจะรบกวนหรือไม่ ก็พบสายตาเป็นประกายระยิบระยับจ้องมองเครื่องเล่นเพลงตรงมือเขาอย่างปิดไม่มิดแทน


ถ้าคุณไม่ชอบเพลงนี้ก็เปลี่ยนได้ตามใจชอบเลยนะ จงอินคิดว่าคนข้าง ๆ อยากจะเลือกเพลงบ้างเลยเสนอออกไปแบบนั้น คนข้าง ๆ สะดุ้งนิดหน่อยแล้วเหมือนจะยกมือขึ้นมาแตะเครื่องเล่นเพลงอย่างงก ๆ เงิ่น ๆ


จงอินละสายตาไปมองถนนที่เต็มไปด้วยรถติดไฟแดงเบื้องหน้าต่อ ไม่ทันได้ติดใจอาการที่แทบจะเรียกว่าประหม่า ตื่นเต้น หรืออารมณ์มากมายออกมาจากดวงตากลมโตที่ใบหน้านิ่งเฉยแสดงออกมาเมื่อสักครู่ จนเสียงเพลงถูกหมุนดังลั่นจนเขาตกใจแก้วหูแทบแตกคนข้าง ๆ เขาก็สะดุ้งตัวโยนไปตามกันเนื่องจากไม่คิดว่าทำแบบนี้แล้วเสียงจะดัง มือเล็กเลยหมุนกลับไปอีกด้านอย่างรวดเร็วทำให้เสียงที่ชวนปวดร้าวแก้วหูเมื่อคู่ดับสนิทลง


ดีที่ตอนนี้จอดติดไฟแดงอยู่ ไม่งั้นคงได้ตกใจจนแหกโค้งตายคู่แน่ ๆ


ผมขอโทษครับ คนตัวเล็กข้าง ๆ เอ่ยขึ้นมาอย่างละล้าละหลัง น้ำเสียงเต็มด้วยความรู้สึกผิดเมื่อสำนึกได้ว่าเขาควรถามจงอินตั้งแต่แรกมากกว่าว่าของชิ้นนี้ใช้ยังไง คยองซูคิดว่าของสมัยก่อนไม่ค่อยมีอะไรซับซ้อนเนื่องจากยังไม่มีนวัตกรรมไรมากมายขนาดปี 3000 แต่เขาคงต้องคิดใหม่เพราะการที่มันไม่ได้มีอะไรมากมายสะดวกสบายเท่าปี 3000 นี่แหละที่ทำให้มันใช้งานยากขึ้น


ในตอนแรกเขาคิดว่ามันน่าจะใช้งานง่าย เพราะคนสมัยก่อนคงคิดกลไกอะไรซับซ้อนไม่ได้ แต่เปล่าเลย ความไม่ซับซ้อนนั่นแหละที่ทำให้มันยุ่งยาก ไม่เหมือนในที่ ๆ เขาจากมาเครื่องมือพวกนี้อาจมีการสร้างที่ซับซ้อน แต่สุดท้ายแล้วผู้ใช้งานจะได้รับความสะดวกสบายในการใช้งานแทน แต่ที่นี่กลับเป็นไปในทางกลับกัน ปุ่มนู่นนี่มากมาใช้สัญลักษณ์แสดงแทนอะไรที่เขาไม่เข้าใจ คยองซูเลยได้แต่สุ่มกดหมุน ๆ ไปมั่ว ๆ จนกลายเป็นอย่างที่เห็น


ไม่เป็นไร ๆ แค่เกือบหูดับ คนขับรถข้าง ๆ หน้าเหวอเล็กน้อยแล้วค่อยพูดแซวเพื่อคลายบรรยากาศที่ชวนซึมเศร้าซึ่งแผ่ออกมาจากคนตัวเล็ก เขาไม่อยากให้คนตัวเล็กต้องคิดมากกับเรื่องแค่นี้ อย่าบอกนะว่าคุณจำวิธีใช้ไม่ได้อีกแล้ว?”


อืมคนตัวเล็กพูดในลำคอพร้อมกับก้มหน้าคางชิดอกมองมือที่พันกันไปมาด้วยความกังวลเพราะตัวเองค่อนข้างเสียมารยาทที่ไม่รอบคอบจนเกือบจะไปทำลายข้าวของอีกฝ่าย แล้วในใจก็ขอบคุณที่โลกใบนี้มีโรคที่เรียกว่าความจำเสื่อมเสียเหลือเกิน


อันนี้เป็นเครื่องเล่นเสียง เอาไว้ใช้ฟังเพลง แล้วก็ปุ่มที่คุณหมุนไปเมื่อสักครู่เป็นตัวเพิ่มหรือลดเสียง...จงอินอธิบายทุกอย่างให้เขาฟังอย่างใจเย็นเนื่องจากมีเวลาอีกมากมายระหว่างรอเอาตัวเองให้พ้นจากแยกมหาประลัยรถติดแยกนี้


“…”


ปุ่มนี้ใช้สำหรับเปลี่ยนเพลง ส่วนอันนี้ไว้สำหรับหยุดกดเริ่มเพลงที่ค้างไว้...ริมฝีปากได้รูปเปล่งเสียงออกมาไม่หยุด พร้อมทั้งใช้นิ้วมือกดสาธิตให้คยองซูเรียนรู้ตามโดยไม่แสดงอาการรำคาญหรือเบื่อหน่ายคนที่กำลังตั้งใจฟังเลยแม้แต่น้อย


ขอบคุณที่สอนนะครับ


คุณค่อย ๆ เรียนรู้ไปก็ได้ ใช้บ่อย ๆ ก็จำได้เองจงอินยิ้มบาง ๆ ที่เต็มไปด้วยความเอ็นดูให้กับนักเรียนที่นั่งอยู่เบาะข้าง ๆ


ถือว่าจงอินซ้อมเลี้ยงเด็กล่วงหน้าแล้วกัน


หลังจากนั้นคยองซูก็ไม่ได้ทำอะไรหรือแตะต้องอะไรอีกนอกจากนั่งมองวิวข้างทางที่เปลี่ยนไปเรื่อย ๆ ยิ่งรถแล่นออกมาไกลมากเท่าไหร่ยิ่งห่างไกลจากตึกรางตระหง่านสูงละฟ้าออกมาเท่านั้น และทั้งหมดถูกแทนที่ด้วยต้นไม้มากมายเต็มไปตลอดสองข้างทางจนต้องมองเหลียวหลังเพื่อจดจำใบไม้สีเขียวเหลืองของฤดูใบไม้ร่วงที่ไม่เคยได้สัมผัสไว้ให้แม่น


รถเคลื่อนตัวไปข้างหน้าเรื่อย ๆ เงาภูเขาลูกน้อยใหญ่ที่เคยเป็นเพียงเงาดำ ๆ ชัดเจนขึ้นและดึงดูดความสนใจจากคนแปลกที่แปลกทางบนรถที่ตากำลังเป็นประกายได้อย่างดี


ถ้าหากเป็นฝัน เขาก็จะยกให้ภาพตรงหน้าเป็นฝันที่สวยงามอันดับหนึ่งตั้งแต่เขาเกิดมา


ยิ่งขับออกมาไกลเท่าไหร่ยิ่งเห็นต้นไม้ที่มีจำนวนหนาแน่นมากขึ้นจนสัมผัสได้ถึงไอเย็นยามแตะกระจก คยองซูเคยอ่านมาว่าต้นไม้สามารถผลิตออกซิเจนที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตมนุษย์ได้ และยิ่งอยู่ในบริเวณที่มีต้นไม้หนาแน่นยิ่งปล่อยออกซิเจนที่ให้ความรู้สึกแตกต่างจากเครื่องผลิตอากาศลอดเข้ามาในตัวรถจนรู้สึกได้อีกด้วย


คุณครับ... คยองซูหันมาพูดกับจงอินพร้อมส่งสายตาออดอ้อนออกมาโดยไม่รู้ตัวจนจงอินใจกระตุกเมื่อสบเข้ากับสายตาและน้ำเสียงเว้าวอนนั้นอีก ขอผมเปิดกระจกแปปนึงได้ไหมครับ


จงอินรีบถอนสายตาออกจากดวงตากลมโตชวนหลงใหลคู่นั้น กลัวจะไม่มีสติตอนขับรถต่อ แล้วค่อยส่งเสียงอืมในลำคอตอบรับเจ้าของสายตาออดอ้อนนั้น


ให้ตาย เจ้าตัวจะรู้บ้างไหมว่าสายตาที่ส่งมานั้นน่าเอ็นดูเพียงใด


แล้วใครจะใจกล้าตอบปฏิเสธได้ลงคอ


อีกฝ่ายเมื่อได้รับอนุญาตสมใจปรารถนาแล้วก็รีบลดกระจกลง เขาอยากรู้อยากสัมผัสมานานแล้วว่าออกซิเจนจากธรรมชาติจริง ๆ จะให้ความรู้สึกอย่างไร


คยองซูหลับตาพริ้มเพื่อรับสัมผัสจากธรรมชาติที่เขาไม่เคยได้รับ ไม่เคยได้รู้จักจริง ๆ อย่างเต็มที่ ไอเย็น ๆ ที่ถูกพัดพามาพร้อมกระแสลมกระทบผิวหน้าที่ให้ความรู้สึกสดชื่นอย่างบอกไม่ถูก วันนี้เขาเข้าใจแล้วว่าทำไมต้นไม้ถึงเป็นสิ่งมีชีวิตที่พิเศษและควรรักษาไว้เช่นนี้ และเสียดายที่ที่เขาจากมามันเหลือเพียงน้อยนิดเสียแล้ว


ในโลกของเขาเขารู้แค่ว่าเครื่องผลิตอากาศใช้กลไกการผลิตอากาศแบบเดียวกับการผลิตออกซิเจนของต้นไม้ แต่ไม่ให้ความรู้สึกอะไร ไม่มีไอเย็นเข้ามาปะทะหน้า ไม่มีกลิ่นสดชื่นจากธรรมชาติชวนผ่อนคลายแบบตอนนี้ ไม่เคยรู้สึกว่าอยากสูดลมหายใจให้เข้าเต็มปอดมากเท่านี้มาก่อน


คยองซูเริ่มรู้สึกประทับใจโลกใบใหม่ขึ้นทีละน้อย


จงอินเหลือบมองคนข้างกายที่กำลังเท้าคางพิงกระจกรถและหลับตารับสัมผัสจากภายนอกก็อดยกยิ้มอ่อนโยนไม่ได้ เมื่อสังเกตดูแล้วว่าคยองซูน่าจะชอบบรรยากาศที่เต็มไปด้วยออกซิเจนจากต้นไม้ในบ้านของเราแน่ ๆ

 


 

 

รถยนต์ขนาดกะทัดรัดเคลื่อนตัวมาถึงบริเวณตัวบ้านซึ่งเป็นจุดหมายปลายทางของการนั่งรถยาวในช่วงหัวค่ำของวัน ภาพตรงหน้าเป็นบ้านขนาดกลางสองชั้น รอบตัวบ้านถูกล้อมรอบด้วยต้นไม้ดอกไม้นานาพันธุ์ทำให้มีลักษณะเป็นเอกเทศเล็กน้อย


ท้องฟ้าในฤดูใบไม้ร่วงที่มืดไวขึ้นจนต้องพึ่งเพียงแสงไฟจากท้องถนนทั้งที่เป็นแค่เวลาหัวค่ำ ทำให้คยองซูไม่สามารถมองเห็นบรรยากาศโดยรอบแถวนี้ชัดเจนเท่าไหร่นัก แต่หลังจากลงรถก็ได้รับความรู้สึกสดชื่นเย็น ๆ พร้อมกับกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของดอกไม้นานาพันธุ์ที่ตัวเขาเองก็จำแนกประเภทไม่ได้ฟุ้งทั่วอากาศโดยที่ไม่จำเป็นจะต้องมองเห็นได้เหมือนกัน


ระหว่างเดินทางจงอินเล่าว่าเขา(คยองซูคนนั้น)ประทับใจบรรยากาศเมืองนี้ตั้งแต่ตอนมาเที่ยวงาน Lavender Healing Festival แล้วคอยรบเร้าให้คนตัวสูงพามาบ่อย ๆ ตอนใกล้จะแต่งงานกันจงอินได้เปิดร้านที่นี่พอดีก็เลยถือโอกาสใช้ที่นี่เป็นเรือนหอ


คยองซูเดินเข้ามาภายในตัวบ้านก่อนเนื่องจากจงอินต้องไปจอดรถและขนของ ในทีแรกเขาตั้งใจจะช่วยแต่จงอินก็บอกปัดโดยบอกว่าเขาเพิ่งได้ออกจากโรงพยาบาลเลยไม่อยากให้ทำอะไรหนัก ๆ เมื่อเห็นดังนั้นคยองซูก็เลยไม่อยากขัดใจเจ้าบ้านอีก


คลำหาสวิตซ์ไฟเสร็จภาพแรกที่เห็นเป็นอย่างที่จงอินเล่าไว้ว่าเป็นห้องสำหรับร้านถ่ายภาพที่ระลึกเล็ก ๆ ของเจ้าตัว ขาตั้งกล้องตั้งเด่นหราอยู่กลางห้องบริเวณหน้าบ้านและระเบียงยื่นแยกข้างตัวบ้านเต็มไปด้วยต้นไม้ดอกไม้นานาพันธุ์ที่ทำให้บรรยากาศรอบบ้านร่มรื่น


เดินทะลุเข้าไปอีกนิดหน่อยนั้นมีห้องแยกเล็ก ๆ สีแดงมีกระดาษห้อยไปมาบนเส้นสาย เขาเดินเข้าไปดูกระดาษที่มีเงารูปร่างบางอย่างขึ้นจาง ๆ เหมือนมันยังไม่เสร็จสมบูรณ์นั้นอย่างสงสัย และไม่นานข้อสงสัยก็ถูกคลายลงเมื่อเสียงทุ้มของเจ้าข้องห้องเอ่ยขึ้นมาจากตรงประตู


ห้องล้างภาพน่ะ คุณสนใจหรอ


แค่เดินดูเรื่อย ๆ แล้วหลงเข้ามาคยองซูแก้ตัวเล็กน้อยกลัวจะกลายเป็นคนจุ้นจ้านวุ่นวาย เผื่อมีอะไรคุ้นตาบ้างด้วย


แล้วคุ้นตาอะไรบ้างไหม


ไม่...


หรือถ้าคุณอยากดูรูปตอนเด็กของตัวเองก็มีเยอะเลยแหละ


“’งั้นหรอ


จะดูไหม เดี๋ยวผมไปหยิบให้


อ่า ไว้เดี๋ยวค่อยดูแล้วกัน เหนื่อยแล้วคยองซูเปลี่ยนเรื่องเมื่ออีกฝ่ายเหมือนพยายามจะฟื้นฟูความทรงจำอีกครั้ง ที่เข้ามาดูห้องนี่เพราะเป็นห้องที่ดูแปลกตา แล้วกระบวนการก็ดูน่าสนใจดี เนื่องจากปัจจุบันไม่มีการทำอะไรแบบนี้แล้ว อย่างแรกเลยเพราะเราสามารถเก็บรูปหรือไฟล์ต่าง ๆ ไว้บนคอมพิวเตอร์ส่งออนไลน์ไปมาได้สะดวกมากขึ้น ทำให้อีกประการหนึ่งคือเราก็ไม่มีความจำเป็นที่จะนำออกมาให้เปลืองทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดอีกด้วย


คุณหิวแล้วหรือยังจงอินเห็นอีกฝ่ายไม่อยากพูดเรื่องอดีตที่เขาใช้มาชวนคุยทำลายบรรยากาศเลยเปลี่ยนเป็นเรื่องปากท้องแทนเนื่องจากเห็นว่าคนตัวเล็กไม่ได้กินอะไรมาตั้งแต่บ่ายแล้ว


ยังไม่ทันสิ้นสุดคำถามดีเสียงท้องร้องของคยองซูที่ทำงานไวกว่าส่วนอื่นก็ตอบคำถามทุกสิ่งอย่างขึ้นมาแทน จงอินที่ได้คำตอบทันทีจึงบอกคยองซูให้ไปรอที่โต๊ะกินข้าวก่อน เดี๋ยวอีกฝ่ายจะไปทำอาหารให้


ฝ่ายคยองซูเดินออกมานั่งตรงโต๊ะกินข้าวด้านหลังอย่างรู้งานเพื่อประหยัดพลังงานที่เหลืออยู่น้อยนิดทั้งหมดทันที

พออีกฝ่ายทักเขาก็รู้สึกหิวมากจนแทบจะกลืนวัวได้ทั้งตัวแล้วจริง ๆ 


ปกติคุณทำอาหารบ่อยหรอคยองซูเอ่ยแทรกเสียงจากเตาที่ดังอยู่เพียงอย่างเดียวนานสองนานขึ้นมาเมื่อนั่งมองแผ่นหลังกว้างที่กำลังขยับนู่นจับนี่อย่างชำนาญจนพอใจ


ครับ เพราะคุณชอบทำก็เลยมาบังคับให้ผมเข้าครัวด้วยตลอดจงอินพูดเหมือนว่าเป็นการบังคับ แต่น้ำเสียงที่เปล่งออกมานั้นเต็มไปด้วยความสุขและความทรงจำผมก็เลยได้เรียนรู้อะไรเยอะเลย


อ๋อคยองซูพยักหน้ารับรู้และมั่นใจกับมื้ออาหารในวันนี้มากขึ้นว่าคงจะไม่ทำให้เขาท้องเสีย


หรือคุณอยากมาทำด้วยกันจงอินหันหน้ามายิ้มเย้าแหย่เล็กน้อยจนคยองซูต้องส่ายหัวรัวไปมาจนผมสีน้ำตาลฟุ้งกระจายตามแรงสั่นสะเทือนแล้วเอ่ยคำพูดติดปากตั้งแต่รู้สึกตัวบนโลกใบใหม่


ผมทำไม่เป็นหรอก ก็ผม...


แต่ยังไม่ทันพูดจบประโยคคนที่กำลังจะหันหลังกลับไปทำอาหารต่อก็พูดแทรกขึ้นมาให้คนมีชนักติดหลังนั่งแทบไม่ติดแทนว่า


ความจำเสื่อม ผมจำได้ครับ


“…”

 


 

 

 

มื้อเย็นผ่านไปอย่างเรียบง่ายโดยไร้เสียงพูดคุย อาจเพราะความเหนื่อยจากการเดินทางที่ทำให้จงอินไม่ชวนคุยมากอย่างที่เคย คยองซูเองก็ไม่ใช่คนพูดเก่งอะไรมากนักและไม่ควรเริ่มบทสนทนาที่กลัวจะกลายเป็นการมัดข้อกล่าวหาให้ตัวเอง ก็เลยได้แต่นั่งนิ่งเพ่งมองอีกเจ้าของแผ่นหลังกว้างที่กำลังล้างจานเพราะไม่รู้จะไปทำอะไรต่อ เขาพบเรื่องน่าสนใจอีกอย่างว่าที่นี่ไม่มีเครื่องล้างจานอัตโนมัติก็เลยได้โอกาสนั่งศึกษาจากอากัปกิริยาอีกฝ่ายเผื่อจะได้ลองทำดูสักครั้ง


ได้เวลากินยาแล้วนะครับจงอินหันมาพูดหลังจากเกร็งจนทนความรู้สึกโดนจ้องจนแทบจะถึงขั้นเพ่งเล็งไม่ไหว


จ้องขนาดนี้มากลืนเขาเข้าปากเลยเถอะ


คยองซูหยิบยาขึ้นมากินอย่างไม่อิดออดแล้วก็เดินเข้าไปซ้อนหลังอีกฝ่ายเพื่อวางแก้วน้ำ ทั้งยังได้ลอบมองอีกฝ่ายล้างแก้วใกล้ ๆ โดยที่ไม่รับรู้เลยว่าทำให้เจ้าของแผ่นหลังกว้างข้างหน้าคยองซูหัวใจเต้นแรงจนแทบกระเด็นออกมากองตรงหน้ากับความใกล้ชิดที่มาโดยไม่ทันได้ตั้งตัว


มาจริง ๆ ซะด้วย!


เพราะตั้งแต่คนน้องฟื้นขึ้นมาจงอินก็พยายามรักษาระยะห่างให้พอเหมาะเพื่อที่จะไม่ให้อีกฝ่ายอึดอัดกับสัมผัสต่าง ๆจนเกินไป แต่พอมาเจอสถานการณ์แบบนี้ก็ชวนให้ความรู้สึกต่าง ๆ นานาปะทุออกมาไม่ได้ เมื่อกดทับอารมณ์ความรู้สึกได้สักพักก็ค่อยเอ่ยต่อ


 เสร็จแล้วก็ขึ้นไปอาบน้ำข้างบนก่อน เดินขึ้นบันไดไปห้องน้ำอยู่ในห้องทางขวาเว้นคำพูดไปสักพักจงอินค่อยพูดต่ออย่าไปห้องเก็บของทางซ้ายล่ะคุณฝุ่นมันเยอะ


อยากอยู่ใกล้ ๆ เหมือนทุกทีแต่ก็กลัวอีกฝ่ายตั้งป้อมรังเกียจ


เมื่อจงอินพูดอย่างนั้นเขาก็ได้เป้าหมายต่อไปสักทีเลยผละออกจากแผ่นหลังกว้างที่ตัวเองไม่รู้เลยว่าเมื่อครู่ได้เป็นฝ่ายเผลอลดระยะห่างระหว่างกันไปโดยไม่รู้ตัว


เดินเข้ามาถึงห้องที่จงอินพูดถึง เป็นห้องขนาดกลางมีห้องน้ำในตัวพื้นที่เกินกว่าครึ่งถูกกินที่ด้วยเตียงคิงไซซ์ที่เขาเคยเห็นผ่านรูปถ่ายวันนั้น แต่กลับไม่พบเจ้าแมวในรูปบนเตียงเสียแล้ว เมื่อสำรวจห้องไปมาสักพักค่อยไปเตรียมตัวอาบน้ำ


จงอินเลือกชุดนอนสีขาวขาสามส่วนที่เต็มไปด้วยนกแพนกวินเริงร่าในอิริยาบถต่าง ๆ เต็มชุดไปหมดเตรียมไว้ให้เขา เมื่อเห็นลายก็อดขำน้อย ๆ ไม่ได้ เดาว่าเจ้าของชุดจริง ๆ คงชอบจนแทบจะคลั่งไคล้อะไรแบบนี้มากพอตัวเนื่องจากตอนเปิดตู้ดูแล้วก็มีชุดแบบนี้เสียส่วนใหญ่


เดินสำรวจนู่นนี่ภายในห้องรอเจ้าของห้องพักใหญ่หลังจากอาบน้ำเสร็จ จนได้ยินเสียงย่ำเท้าเดินขึ้นบันไดขึ้นมาของผู้ร่วมอาศัยอีกคนหนึ่ง คยองซูวิ่งไปนั่งตัวตรงบนเตียงอย่างเรียบร้อยรอเจ้าของห้องเข้ามา


ทำไมคุณยังไม่นอนเสียงทุ้มเอ่ยทักขึ้นมาจากตรงหน้าประตูทันที พร้อมกับพาร่างกายกำยำสมส่วนที่เต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อทั่วร่างกายและกรอบหน้าได้รูปเข้ามาในห้องควานหาผ้าขนหนูมาซับเหงื่อหลังออกกำลังกายเสร็จและเตรียมเข้าไปชำระร่างกายต่อ


คยองซูนั่งเหม่อมองภาพอีกฝ่ายขยับตัวไปมาด้วยสายตาเป็นประกาย มองสิ่งที่อยู่ใต้เสื้อกล้ามสีขาวชื้นเหงื่อที่แนบลู่กับร่างกายสีแทนสวย กล้ามเนื้อแขนสมบูรณ์น่ามองที่โผล่พ้นจากเสื้อสีขาวตัวร้ายที่พยายามปิดบังส่วนอื่นอย่างแข็งขัน แต่ก็ทำหน้าที่ได้ไม่เต็มประสิทธิภาพเท่าไหร่นัก เพราะสิ่งที่เสื้อขาวตัวบางทำได้ดียิ่งกว่ากลายเป็นการขับเน้นให้เห็นช็อกโกแลตบาร์สีสวยเป็นลอนเด่นชัด ชวนสะกดสายตาผู้คนให้เพ่งเล็งมากกว่าเดิม จนคนบนเตียงจ้องมองอย่างไม่ละสายตาเพื่อหวังที่จะเห็นร่างกายได้รูปภายที่ซ่อนอยู่ในนั้นมากขึ้นไปอีก 


ร่างกายที่ชวนให้เลือดลมวิ่งพล่านอย่างไม่ทราบสาเหตุ


ฝ่ายที่เป็นเป้าสายตาหันกลับมายักคิ้วสบตากับตากลมโตที่สอดส่ายสายตาสำรวจร่างกายของเขาจนแทบจะกลืนกินนั้นอย่างหยอกเย้า


เพราะเขาอุส่ายอมหนาวเนื้อเพื่อให้อีกฝ่ายสนใจขนาดนี้เชียวหนา...


พอเห็นผลแห่งการตั้งใจลงทุนอย่างนี้ก็นับว่าคุ้มค่าเลยทีเดียว


จะให้ผมนอนตรงไหนเมื่อคยองซูสบสายตาหยอกเย้าเหมือนรู้ทันจากอีกฝ่ายก็เอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจังเปลี่ยนเรื่องขึ้นมาทันทีที่ได้สติจากร่างกายที่ชวนหลงมัวเมาตรงหน้า จำใจต้องละสายตาเสมองไปทางอื่นแทนเหมือนคนถูกจับผิดทั้งที่ตัวเองคิดว่าไม่ได้ทำอะไรผิด


เพียงแต่เสียดายที่อยากดูต่ออีกสักนิด ถ้าอีกฝ่ายถอดขึ้นมาจะได้เป็นกำไรสายตา


ตั้งแต่เกิดมาเขาก็ไม่เคยเจอสัดสวนร่างกายดั่งรูปปั้นเทพเจ้ากรีกอย่างนี้มาก่อนเช่นกัน อดให้ความสนใจเป็นพิเศษไม่ได้ ก็เลยให้เหตุผลกับอาการตัวเองทั้งหมดว่าคงเป็นเพียงนิสัยของบรรดาคนเรียนวิทยาศาสตร์กายภาพ


อ๋อ คุณนอนบนเตียงได้เลยจงอินเห็นอีกฝ่ายเปลี่ยนเรื่องพร้อมกับหลบสายตาก็อดยิ้มมุมปากอย่างพอใจไม่ได้ แต่ก็ไม่คิดจะเดินหน้าใส่อีกฝ่ายต่อ เนื่องจากเข้าใจความหมายในน้ำเสียงจริงจังอีกเรื่องที่ยกขึ้นมาทันทีว่าคนตัวเล็กคงรู้สึกไม่ชินจนถึงขั้นอึดอัดที่จะนอนร่วมห้องคนอื่น


แล้วคุณล่ะคยองซูถามเพราะจากที่สำรวจพื้นที่ทั้งหมดแล้วห้องนี้เป็นห้องเดียวจริง ๆ ที่ใช้นอนได้อย่างสะดวกสบาย และเขาก็เกรงใจไม่อยากให้อีกฝ่ายลงไปนอนที่โซฟาหนาว ๆ หน้าร้านจนป่วยไข้ตายเพราะคำว่าสุภาพบุรุษที่กินไม่ได้นั่นเช่นกัน


เดี๋ยวผมปูที่นอนข้าง ๆ เตียงนี่แหละเพราะห้องนี้เป็นห้องเดียวที่สามารถใช้นอนได้และจากท่าทางเกรงใจที่อีกฝ่ายแสดงออกมาทำให้เขาลองหยั่งเชิงเอ่ยออกไปอย่างนั้น แต่ทันทีที่เอ่ยออกไปอย่างนั้นก็กลัวขึ้นมาว่าจะทำให้อีกฝ่ายอึดอัดลำบากใจหรือเปล่า แต่ดีที่สุดท้ายความเห็นเราเป็นไปในทางเดียวกันพอดี


 งั้นคุณไปอาบน้ำเถอะ เดี๋ยวผมปูที่นอนให้คยองซูเสนอตัวทำให้เนื่องจากรู้สึกผิดที่ทำให้อีกฝ่ายต้องเสียที่นอนสบาย ๆ ให้แก่เขา แต่เขาก็เข้าใจเจตนาของอีกฝ่ายที่ไม่อยากทำให้เขาอึดอัดเลยอยากทำอะไรตอบแทนอีกฝ่ายเช่นกัน


คยองซูรู้ว่าตัวเองค่อนข้างเกร็งที่จะต้องอยู่ร่วมห้องกับอีกฝ่ายแบบนี้ตั้งแต่แรกแล้ว เขาพยายามทำความเข้าใจมาโดยตลอดเพื่อไม่อยากให้การอยู่ร่วมกันของเราลำบากไปมากกว่านี้ ทั้งที่เขาเป็นเพียงผู้อาศัยเท่านั้น และยิ่งเจ้าของห้องให้เกียรติและเข้าใจยิ่งทำให้เขารู้สึกดีและผ่อนคลายกับอีกฝ่ายมากขึ้นไปอีกเท่าตัว


เขาก็เลยตั้งใจปูฟูกจากผ้าห่มหลาย ๆ ชั้นตอบแทนน้ำใจที่อีกฝ่ายมอบให้ หวังว่าพื้นคงจะไม่เย็นมากนักและหวังว่าอีกฝ่ายจะหลับสบายบนฟูกนิ่มนี้ นี่เป็นสิ่งที่เขาให้อีกฝ่ายได้เต็มที่อย่างที่สุดแล้วจริง ๆ


คนตัวเล็กจะรู้ไหมว่าตัวเองได้เริ่มเปิดพื้นที่ความไว้วางใจดวงน้อย ๆ ให้กับอีกฝ่ายโดยไม่ตะขิดตะขวงใจทีละเล็กทีละน้อยโดยไม่รู้ตัวเสียแล้ว

 


 

 

--- 100% ---

 

 

 

 

15/08/18

มาแล้นๆๆๆๆๆๆๆๆ

มาพร้อมกับชีวิตที่เปิดเทอมแล้ว (ตั้งแต่วันที่หก ฮื่อๆๆๆๆๆ) และมาพร้อมวิจัยกับงานทุกวิชาที่ลงทะเบียน อยากร้องไห้ แต่ตอนเขียนเรื่องนี้ก็สนุกแล้วก็มีความสุขมาก (ชอบเอาเวลาทำงานมาเขียนแล้วก็หัวหมุนเลยค่ะ55555) ยิ่งเห็นโมเม้นยิ่งอยากเขียนเข้าไปใหญ่ กิ้สสสสสสสส!

 

สำหรับตอนนี้ไม่รู้ว่าจะงงกับcharacterคยองซูกันมั้ยนะ ;___; เราตั้งใจให้เขาเป็นคนทื่อๆง่ายๆในการแสดงออกน่ะค่ะ อย่างแบบที่น้องเข้าไปประชิดตัวพี่เขาเพราะน้องเขาสนใจใคร่รู้จริงๆ55555 เป็นคนค่อนข้างตรงด้วย แบบแสดงออกโดยที่ตัวเองก็ไม่ได้หาเหตุผลให้กับความรู้สึกอะไรแบบนี้เท่าไหร่ แค่เขารู้สึกว่าอยากทำเขาก็จะทำเลยอะไรทำนองนั้นน่ะค่ะ

แล้วก็อยากให้คยองซูมีภาพลักษณ์ที่ต่างจากตอนอยู่โลกอนาคตด้วย เลยอาจรู้สึกว่าน้องงงงงงงงงงงงงไม่แข็งทื่อเท่าเดิม55555 คือเราอยากให้เห็นว่าน้องยังเป็นมนุษย์อยู่จริงๆ แค่โลกใบนั้นมันหล่อหลอมให้น้องต้องแข็งทื่อไร้อารมณ์ขนาดนั้น เพราะน้องไม่รู้ แต่จะเรียนรู้เกี่ยวกับความรู้สึกความสัมพันธ์ต่างๆที่กำลังจะเกิดขึ้นไปเรื่อยๆ

ไม่รู้ว่าเรื่องมันช้ามากเลยหรือเปล่า แต่คิดว่ากำลังจะเร่งแล้วค่ะ5555555 แบบเรารู้สึกว่าการเริ่มรู้จักใครสักคนมันไม่ง่ายเลยเลยไม่กล้าเร่งมากเท่าไหร่ มันมีเรื่องอีกมากที่ต้องเข้าใจกันและกันแบบค่อยเป็นค่อยไปก็เลยพะวงนิดหน่อยค่ะ ;____;



ถ้ามีข้อสงสัยอะไรตรงไหนถามได้เลยนะคะ

แล้วก็ขอบคุณทุกคนจริงๆนะคะที่สนใจเข้ามาอ่าน ;____;


 

 

enjoy reading!

graphitesky

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 41 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

96 ความคิดเห็น

  1. #38 kksssp (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2561 / 22:17
    คยองลูกกก น่ารักมากเลย เปิดใจให้จงอินนิดๆแล้ว เป็นคนตรงๆมาก มองซิกแพคอย่างเปิดเผย 5555555 จงอินก็อ่อยน้องเก่ง สู้ๆนะคะไรท์ ไฟว์ติ้ง!!!
    #38
    0
  2. #32 Mysweet_Dyo (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2561 / 05:35
    แง น่ารักมากเลยยยยย นี่ว่าคยองซูกำลังแสดงความน่ารักน่าเอ็นดูออกมาโดยไม่รู้ตัวอ่ะ ที่ร้ายก็คือคุณสามีนี่แหล่ะะะ เห็นสุภาพนุ่มนวลอย่างนั้นก็แอบมีแผนล่อลวงคุณภรรยาเหมือนกันน้า แต่ขำคยองซูอ่ะเผลอเป็นมองหุ่นจงอินตลอด แล้วก็เขินพี่เค้าซะเอง 5555 ไรท์เขียนบรรยายได้ละเอียดดีจังเลยค่ะ เป็นฟิคที่เราต้องค่อยๆอ่านไปแบบไม่ข้ามซักตัวอักษรแต่ก็ไม่น่าเบื่อยืดเยื้อจนเกินไป เป็นกำลังใจให้นะคะ :))
    #32
    0
  3. #26 tngjjjjjjj (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 กันยายน 2561 / 02:05
    พี่จงอินคือรว้ายนะ ทำมาเปงอ่อย น้องก็เก็บอาการหน่อยสิ เขินแทนน้อง อยากเห็นบ้างอะไรบ้างแบบน้อง ฮือ กำลังดีเลยค่ะไรท์เตอร์ค่อยๆทำความรู้จักกันไป เรื่อยๆไม่เร่งจนเกินไป สู้ๆนะคะ
    #26
    0
  4. #18 smallsryy (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 กันยายน 2561 / 08:53
    พี่จงอินอ่อยเนียนนะคะ อ่านแล้วเขินมาก กรุบกริบสุด ฮืออออ อยากมองซิกแพคบ้าง55555555555
    #18
    0
  5. #16 Bee (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 19 กันยายน 2561 / 11:39

    เราว่าเนื้อเรื่องก้ไม่ได้เร่งมากไปนะคะ ค่อยเป็นค่อยไปก้ดีแล้วค่ะ ตอนนี้น้องก้ค่อยๆได้เรียนรู้จากสิ่งที่ไม่เคยเห็นไม่เคยสัมผัส อย่างตอนเห็นร่างกายจงอินมีการหาเหตุผลให้ตัวเองด้วยว่าเพราะอะไร555 น้องเริ่มสงสัยในความรู้สึกของตัวเองบ้างแล้ว ซึ่งมันแตกต่างกับคยองคนก่อน ที่ไม่สงสัยหรือรู้สึกอะไรกับความรู้สึกของคนรอบข้างเลย แม้แต่กับชานยอล แถมน้องยังรู้สึกอะไรกับร่างกายของจงอินอีก งื้ออ เขินเลยค่ะ555 สู้ต่อไปค่ะจงอิน ที่ทำอยุมันดีแล้วว อิอิ

    #16
    0
  6. #11 Palita_ling_13 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2561 / 20:27
    น้องน่ารักกกกกก แงงงงงงงงง

    รอน้าาา
    #11
    0
  7. #7 momylove78 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2561 / 19:36

    น้องเปิดใจเร็วๆนะ

    #7
    0
  8. #6 zkdlin (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2561 / 08:52
    ตัยแน้ว น้องจ้องแบบนี้ไม่ได้ลูก!
    #6
    0