One Persistent Thought - KAISOO

ตอนที่ 2 : - 1 -

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 572
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 50 ครั้ง
    30 ม.ค. 62

 

 

1

 หากแต่ผู้อยู่รอดเท่านั้น

ที่รู้จักปรับตัว

 



 

เสียงจอกแจกจอแจรอบกายทำให้เจ้าของตากลมโตที่เพิ่งได้สติลืมตาขึ้นอย่างช้า ๆ ประสาทสัมผัสทั้งห้าเริ่มกลับมาใช้งานได้ทีละน้อย จมูกรั้นได้กลิ่นยาฆ่าเชื้อจาง ๆ ที่ลอยฟุ้งไปทั่วบรรยากาศ ดวงตากลมโตที่พร่ามัวในทีแรกเริ่มปรับโฟกัสภาพตรงหน้า ห้องสีขาวสะอาดตาพร้อมกลิ่นยาฆ่าเชื้อแบบนี้คงไม่พ้นเป็นโรงพยาบาลแน่


เสียงโหวกเหวกโวยวายดังขึ้นในประสาทสัมผัสที่เริ่มตื่นตัว เสียงที่แสดงถึงความดีใจของอีกฝ่ายดังขึ้นจนแทบจะเรียกได้ว่าน่ารำคาญเมื่อเห็นเขากระพริบตาเป็นสัญลักษณ์การมีชีวิตอยู่


หลังจากเขารู้สึกตัวก็เหมือนมีเงาดำของใครสักคนรีบรุดมายืนอยู่ข้าง ๆ ภาพเงาดำของใครสักคนที่ว่ากำลังมองหน้าเขาค่อย ๆ ชัดเจนขึ้นหลังจากสายตาเริ่มคุ้นชินกับแสง


เขาเป็นชายหนุ่มผิวสีแทนสวยสุขภาพดี แววตาอ่อนโยนฉายภาพสะท้อนคยองซูที่นอนอยู่บนเตียงเต็มไปด้วยความรู้สึกลึกซึ้ง รอยยิ้มฉีกกว้างเจิดจ้าจนเห็นฟันแทบจะครบทุกซี่ทำให้ดวงตาเขาโค้งเป็นเสี้ยวพระจันทร์ตามไปด้วย ในดวงตาทรงเสน่ห์มีหยดน้ำสีใสคลอเล็กน้อยที่แสดงถึงสัญลักษณ์แห่งความปิติยินดี เขาสวมเสื้อสเวตเตอร์ตัวหนาคอเต่าสีเหลืองมัสตาร์ด ทั้งหมดของความเป็นเขา ทำให้ภาพลักษณ์ที่ขับออกมาดูอบอุ่นเหมือนแสงอาทิตย์ในยามเช้าต่อผู้พบเห็น


คยองซูมองภาพงดงามตรงหน้าอย่างนิ่งเฉย จ้องตากับชายหนุ่มผิวแทนตรงหน้าที่มองเข้ามาในดวงตาของเขาอย่างไม่ละสายตาเช่นกัน แต่ก่อนที่จะได้เล่นเกมจ้องตากันให้ตาแห้งไปมากกว่านี้เขาตัดสินใจเอ่ยขัดจังหวะขึ้นมาด้วยเสียงแหบแห้งเหมือนคนขาดน้ำเป็นเวลานานว่า


คุณคือ?”


ดวงตาชายหนุ่มตรงหน้าเบิกกว้างแต่ชั่ววูบหนึ่ง พอต่อมาเหมือนคิดอะไรได้ก็หัวเราะน้อย ๆ แล้วค่อยตอบกลับด้วยเสียงนุ่มนวลว่า


ผมเกือบโดนคุณอำแล้วนะ คยองซู” เขายิ้มอบอุ่นเหมือนเดิมแล้วมองดวงตาสับสนว่างเปล่าของคนบนเตียงเพื่อจับสังเกตอาการสักพักค่อยพูดต่อ “ครั้งนี้คุณเล่นเนียน


อำ?” คนตรงหน้ารู้จักเขาได้ยังไง “คุณรู้จักผม?”


คนบนเตียงยังคงพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังและมีใบหน้าเรียบเฉยเช่นเดิม ดวงตาเฉยชาไม่ได้ฉายแววเหมือนคนล้อเล่นสักนิดถามกลับด้วยน้ำเสียงงุนงง จนชายหนุ่มสัมผัสได้ถึงสิ่งที่เปลี่ยนไปบางอย่างจากคนตรงหน้าที่ทำให้เขารู้สึกไม่เหมือนเดิม ริมฝีปากอิ่มรูปหัวใจที่เขาคิดว่ามันควรจะเปล่งเสียงหัวเราะของเจ้าของร่างออกมาให้เขา แล้วตอบกลับว่า ‘ครั้งนี้ไม่สำเร็จอีกแล้วหรอ’ ไม่ได้เกิดขึ้นต่ออย่างที่คาดการณ์ไว้แต่อย่างใดมันทำเขาใจแกว่งจนคิดอะไรไม่ออก


ก่อนที่ชายหนุ่มผิวแทนจะพูดอะไรต่อเจ้าของเสียงโหวกเหวกโวยวายที่คยองซูได้ยินตั้งแต่ได้สติเดินแทรกตัวเข้ามาเป็นจุดโฟกัสแทน แล้วก็เอามือโบกไปมาตรงหน้า พร้อมกับถามคำถามโง่ ๆ หลังจากชูนิ้วขึ้นสองนิ้ว


นี่กี่นิ้ว


“…” คยองซูมองนิ้วแล้วก็มองหน้าคนตรงหน้าสลับไปมา พร้อมถอนหายใจยาว ๆ เป็นคำตอบแทนคำพูดที่แสดงได้ว่าคำถามนี้มันช่างไร้สาระจริง ๆ


บรรยากาศแซวเล่นเหมือนจะเป็นกันเองในทีแรกแทบแตกสลายไปในทันที


เจ้าของเสียงโหวกเหวกโวยวาย เหมือนจะเข้าใจในความหมายของเขาแต่ก็ยังคงยิ้มกว้างให้เขาเหมือนเดิมอย่างไม่ยอมแพ้


อาการบาดเจ็บทำให้คยองจาของฉันรับมุกได้ห่วยมาก แต่คนใจกว้างอย่างบยอน แบคฮยอนให้อภัยได้” อีกฝ่ายพูดต่อไปเพื่อสร้างบรรยากาศให้ดีขึ้น แต่ในใจเริ่มหวิว ๆ เนื่องจากไม่เคยโดนอีกฝ่ายหักมุกมาก่อน


เลยเปลี่ยนเป้าหมายคู่สนทนาเป็นชายหนุ่มคนแรกแทนแล้วค่อยกระซิบอย่างจริงจังว่า


จงอิน เรียกหมอมั้ย?”


แล้วก็หันมามองหน้าเขาพร้อมกับพูดหยอกล้อเขาต่อไปว่า “คยองจาของฉันเปลี่ยนไป” เขาเว้นจังหวะเล็กน้อยแกล้งทำเสียงกระฟัดกระเฟียดพูดว่า “ใจร้ายและเย็นชากับฉันเกินไปแล้ว!”


สถานการณ์ตรงหน้าทำให้ชายหนุ่มเจ้าของชื่อจงอินที่รอยยิ้มบนใบหน้ายังคงแข็งค้างไม่หายพยักหน้าตอบรับแล้วบอกให้อีกฝ่ายออกไปเรียกคุณหมอที่เพิ่งเดินออกไปให้ที ซึ่งอันเป็นรับรู้กันทั้งสองฝ่ายว่าเขากำลังต้องการเวลาส่วนตัวกับคนบนเตียง


คุณจำผมไม่ได้จริง ๆ?” จงอินเอ่ยถามขึ้นมาอย่างสงสัยและน้ำเสียงแสดงถึงความผิดหวังอย่างปิดไม่มิด ที่คนตรงหน้าไม่มีปฏิกิริยาล้อเล่นเลยสักนิดตอนตอบกลับมา


ผมไม่รู้จักคุณ” คยองซูตอบกลับด้วยน้ำเสียงจริงจังเช่นเดิม แววตาที่ไม่มีความล้อเล่นช่วยยืนยันคำตอบได้ดี ยิ่งทำให้จงอินรู้สึกเคว้งคว้างอย่างบอกไม่ถูก เหมือนโดนคว้านหัวใจหรือแย่งของสำคัญไปอย่างไรอย่างนั้น


ภาวะสุญญากาศเข้าครอบงำไปทั่วบริเวณห้องสี่เหลี่ยมขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่นี้ แต่ก่อนบรรยากาศจะแผ่รังสีอึดอัดไปมากกว่าเดิม คุณหมอเจ้าของไข้ได้เดินเข้ามาพร้อมเจ้าของเสียงโหวกเหวกโวยวายนามแบคฮยอนเสียก่อน คุณหมอตรวจอาการคนบนเตียงสักพักแล้วค่อยวินิจฉัยอาการทั้งหมด


อาจเป็นเพราะคนไข้ตกใจกับเหตุการณ์ก่อนหน้าจนเกินไป ทำให้สมองส่วนประสาทบางส่วนได้รับการกระทบกระเทือนอย่างหนักจนเกิดอาการความจำเสื่อม เขาอาจจะจำเรื่องราวหลายอย่างไม่ได้ ขอให้ญาติดูแลอย่างใกล้ชิดด้วยนะครับ” คุณหมอมองไปที่จงอินแล้วค่อยพูดต่อไปอีก “แล้วอีกสามเดือนข้างหน้าต้องพาคนไข้มาตรวจอาการอีกรอบ ไว้เดี๋ยวนัดวันเวลาทีหลังแล้วกันครับ


แล้วมีโอกาสที่ความจำจะกลับมาเป็นปกติมั้ยครับ?” จงอินที่เสียงจะติดกังวลเอ่ยถามขึ้น


หากมีเจอเรื่องสะเทือนใจหรือสิ่งของที่กระตุ้นความทรงจำของเขาได้ก็น่าจะเป็นไปได้ แต่ก็มีเปอร์เซ็นต์ที่จะไม่กลับมาเหมือนกันครับ แต่ตอนนี้ควรหลีกเลี่ยงเรื่องที่ทำให้สมองทำงานหนักก่อน มันอาจไม่ดีต่อสุขภาพกายและจิตคนไข้


ครับ ขอบคุณคุณหมอมากครับ


 

 

 

ฝ่ายคยองซูที่นอนไม่รู้อิโหน่อิเหน่ฟังคำวินิจฉัยของหมอเงียบ ๆ มาโดยตลอดด้วยใบหน้าเรียบเฉยไม่แสดงอารมณ์ที่เป็นเอกลักษณ์ของเขาในตอนนี้ในสายตาทุกคน แต่ความจริงภายในใจนั้นสับสนยุ่งเหยิงไปหมด เพราะเขาไม่ได้ความจำเสื่อม เขาจำได้ดีว่าเขาเป็นใคร เหตุการณ์ในห้องทดลองยังจำได้ทุกฉาก รวมทั้งความรู้สึกตอนเครื่องผลิตอากาศขัดข้องเขาก็ยังจำได้ดี!


เขาเพิ่งได้กวาดตามองภาพบรรยากาศตรงหน้าอย่างพินิจพิเคราะห์ ว่ามันไม่เหมือนกับบรรยากาศที่เขาอยู่มาตั้งแต่เกิดเลยสักนิด ห้องพักฟื้นส่วนตัวขนาดสีเหลี่ยมสีขาวที่ให้บรรยากาศสะอาด ๆ แบบโรงพยาบาล ข้าง ๆ เขามีเตียงเสริมสำหรับนอนเฝ้าไข้กับเก้าอี้วางไว้ข้างเตียงเขาอีกหนึ่งตัว ทีวีจอแบนสีดำที่ถูกปิดเอาไว้เพราะกลัวจะรบกวนการนอนหลับของคนไข้ ดอกไม้สดนานาพันธ์ที่หาไม่ได้แล้วในโลกของเขาประดับอยู่ในแจกันข้างเตียง ทั้งหมดดูเก่าคร่ำคร่าและแปลกประหลาดไปหมด เพราะทั้งหมดเขาเคยเห็นผ่านตาในหนังสือเก่า ๆ เท่านั้น


ภาพคยองซูมองซ้ายทีขวาทีกวาดตาไปรอบห้องทีตกเป็นเป้าสายตาของบุคคลที่เหลืออยู่ทั้งหมด เพราะคนบนเตียงแสดงอาการสนอกสนใจของรอบตัวเหมือนไม่เคยเห็นมาก่อน แม้ภายหลังคยองซูจะรู้ตัว แต่ก็ไม่ได้แสดงสีหน้าอะไรที่คิดว่าทำแบบนี้มันแปลก


จงอินเดินออกจากห้องตามหมอไปคุยเรื่องการของคนไข้ต่อ จัดการเรื่องค่ารักษาและเรื่องนัดตรวจของอีกสามเดือนให้หลัง ทำให้ในห้องเหลือเพียงแบคฮยอนกับคยองซูแค่สองคน แต่ความเงียบก็ไม่ได้ปกคลุมบริเวณนี้นานมากนักเนื่องจากเจ้าของเสียงโหวกเหวกโวยวายคนเดิมที่เอื้อนเอ่ยคำพูดเจื้อยแจ้วชวนคุยออกมาจากริมฝีปากบางก่อน


นี่จำใครไม่ได้เลยจริง ๆ หรือยังแกล้งปั่นหัวพวกฉันอยู่เนี่ย?” แบคฮยอนเอ่ยคำถามติดตลก แต่ในใจก็หวังให้เป็นแค่เรื่องตลกจริง ๆ เหมือนกัน แม้จากสถานการณ์แล้วไม่น่าเป็นอย่างที่หวังก็ตามที


ผมไม่รู้จักคุณ” คนบนเตียงยังคงใช้คำตอบเดิมที่เคยพูดไปไม่นานนี้ แต่คงไม่มีทางเกิดภาวะสุญญากาศแบบนั้นอีกเนื่องจากคนเจื้อยแจ้วตรงหน้าไม่ให้ความร่วมมือ


เชื่อแล้ว ๆ ปกติคยองซูของฉันต้องตบมุกหรือโวยวายได้เร้าใจกว่านี้” คนตรงหน้ายังคงพูดติดตลกเหมือนเหตุการณ์ตรงหน้าไม่ใช่ปัญหาใหญ่อะไร สอดคล้องกับภาพลักษณ์ของเขาที่แสดงออกมาให้เห็นตั้งแต่ทีแรก


แล้ว...” คนบนเตียงเหมือนมีอะไรจะถามต่อเพราะตระหนักได้ว่าตัวเองต้องเก็บข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์ปัจจุบันให้มากกว่านี้ “ปีนี้ปีอะไร


แบคฮยอนตกใจเล็กน้อย คิดไม่ถึงว่าจะความจำเสื่อมขนาดที่จำเรื่องธรรมดาทั่วไปไม่ได้เลย แต่ก็ตอบกลับทันทีหลังจากได้สติ


2018


ใครเป็นนายก


ประยุทธ์ จันทร์โอชา


เลือกตั้งยัง?”


ยัง...


อ่า” คยองซูส่งเสียงรับรู้เสร็จก็ประมวลผลสักพักใหญ่ ๆ ด้วยสีหน้านิ่ง ๆ เหมือนว่ากำลังทำความเข้าใจเรื่องที่ยากแก่การเข้าใจอยู่ก่อนจะหันซ้ายหันขวามองไปรอบ ๆ ห้องแล้วพูดต่อ


วาไรตี้?”


“…”


ไม่ถ่ายด้วยหรอกนะ


“…”


ซ่อนกล้องไว้ตรงไหน ไม่ตลก” แล้วก็ทำท่าจะลุกขึ้นจากเตียงไปหาตามผ้าม่าน แต่ก็ไม่สำเร็จเพราะความเจ็บเหมือนได้รับบาดแผลฉกรรจ์แล่นขึ้นมาจนทั่วร่างจนรู้สึกชาไปหมดทั้งตัว คยองซูอดไม่ได้ที่จะสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อระบายความเจ็บ


เขาพบว่ามีบางอย่างประหลาดขึ้นมาจริง ๆ แล้ว ตั้งแต่สถานที่ คนตรงหน้า ที่ตอนแรกเขานึกว่าเป็นการจัดฉากถ่ายวาไรตี้หลอกคนว่าตัวเองย้อนยุคมาเหมือนในหนังเก่า ๆ สักเรื่อง แล้วก็จะโผล่มาเฉลยทีหลังว่าทั้งหมดเป็นแค่เรื่องล้อเล่นขำ ๆ แต่ความเจ็บจากร่างกายของเขาเองที่ทำให้รู้สึกว่าเขาอาจคิดผิด และทุกอย่างอาจไม่ใช่เรื่องล้อเล่น...


คยองซูจำได้ดีว่าเขาหมดสติไปเพราะสาเหตุใด แล้วก่อนเขาหมดสติเขามั่นใจว่าไม่มีของมีคมที่จะทำให้เขาได้รับบาดแผลฉกรรจ์จนต้องนอนนิ่งเหมือนผักต้มอย่างตอนนี้แน่ คนตรงหน้าทั้งหมดที่แสดงอาการแปลก ๆ นี่อีกที่ทำให้เขาเริ่มรู้สึกว่า


 

เขาอาจกำลังย้อนเวลามา...

 


คยองซูหันไปหยิบแจกันที่ประดับด้วยดอกไม้สีขาวบริสุทธิ์มาเพื่อยืนยันในสมมติฐานของตัวเอง เนื่องจากในโลกที่เขาอยู่ ในปี 3000 นั้นดอกไม้หรือสิ่งมีชีวิตที่ถูกจัดเป็นทรัพยากรธรรมชาตินั้นเป็นสิ่งที่หายากมาก หรือเทียบได้เพียงแค่ 13เท่านั้นที่ยังคงหลงเหลืออยู่บนโลก และพวกมันได้ถูกเก็บรักษาไว้อย่างดีที่สุดในส่วนลับที่สุด เพื่อไม่ให้ใครมาทำลายไปอีก


ซึ่งเป็นไปไม่ได้ว่าวาไรตี้สักรายการหนึ่งจะมีเงินหรือสามารถหาของดอกไม้ที่ยังรับรู้ได้ถึงความสดอย่างที่คนในยุคเขาไม่เคยได้สัมผัสมาไว้ ‘ประดับรายการ’ เล่น ๆ แบบนี้ได้ และเมื่อก้มลงดมกลิ่นยังคงส่งกลิ่นหอมจาง ๆ ผลจากข้อพิสูจน์ทั้งหมดยิ่งเป็นการยืนยันในขอสมมติฐานของเขาโดยปริยาย


แบคฮยอนมองกริยาทั้งหมดของคนบนเตียงด้วยสายตาไม่เข้าใจ แต่ก็ไม่รู้จะเอ่ยอะไรขึ้นมาเพื่อทำลายบรรยากาศตรงหน้านี้อีกแล้ว เพราะทุกอย่างดูแปลกไปหมด คนตรงหน้าที่ขมวดคิ้วครุ่นคิดเรื่องต่าง ๆ ไปมา แต่บรรยากาศที่แผ่ออกมารอบกายนั้นให้ความรู้สึกเย็นชา เข้าถึงยาก และเป็นคนเต็มไปด้วยเหตุผลและหลักการบางอย่างที่เขาบอกเองก็บอกไม่ถูก ไม่เหมือนคยองซูคนขี้เล่น ร่าเริง เข้าถึงง่ายคนเดิม เรียกง่าย ๆ ว่าแทบจะตรงข้ามกับคยองซูที่เขาเคยรู้จักทั้งหมด


 

หรืออาจภาวะความจำเสื่อมก็เลยตั้งกำแพงกับคนที่ตัวเองคิดว่าแปลกหน้า?


 

ก่อนที่แบคฮยอนจะได้คิดอะไรไปมากกว่านี้คนตรงหน้าที่ถอนหายใจเหมือนปลงตกและเข้าใจทุกอย่างแล้วก็พูดขึ้นมาก่อน


ผมคือใคร


นายอยากรู้มากแค่ไหนละ


ทั้งหมด” คนบนเตียงตอบอย่างกระชับรวบรัดคำ


ไว้ไปถามจงอินเอาแล้วกัน” แบคฮยอนตอบกลับแล้วก็เล่นหูเล่นตาให้คนหน้านิ่งบนเตียง หลังจากปลายตามองไปเห็นคนที่หายไปกับคุณหมอพักใหญ่เปิดประตูเข้ามา


“…”


งั้นขอส่งต่อคนไข้ให้กับญาติ ‘เจ้าของ’ ไข้เลยแล้วกันนะ” แบคฮยอนเดินมาตบบ่าจงอินแล้วกล่าวลาเพื่อไปทำงานต่อ และยกเวลาส่วนตัวคืนให้คนทั้งคู่


หลังจากแบคฮยอนจากไปความเงียบก็ปกคลุมเข้าระหว่างคนอีกครั้ง ไม่รู้เพราะอาการวางตัวไม่ถูกของคนที่เพิ่งเข้ามาใหม่ หรือเพราะบรรยากาศที่แผ่นออกมาจากตัวเจ้าของเตียง ที่ทำให้ต่างฝ่ายต่างไม่คุ้นชินซึ่งกันและกัน


คนที่เพิ่งเข้ามาใหม่เลยเดินเข้ามาจัดของบนเตียงนอนเสริมเพราะไม่รู้จะแก้สถานการณ์ที่ทำให้เก้ ๆ กัง ๆ นี้ยังไง แต่อย่างน้อยก็มีอะไรทำมากกว่ายืนจ้องหน้ากันเฉย ๆ


ส่วนคนบนเตียงที่นั่งก้มหน้านิ่ง กุมมือตัวเองไว้อย่างรู้สึกประหม่า ไม่รู้ว่าจะเริ่มคุยยังไงกับคนที่อยู่ในสถานะญาติเจ้าของไข้ดี ซึ่งก็คือญาติของตัวเขาตอนนี้ แล้วปกติเขาไม่ค่อยมีปฏิสัมพันธ์กับใครมากเป็นพิเศษอยู่แล้วด้วย ยิ่งทำให้รู้สึกลำบากมากขึ้นไปอีก


แก้วน้ำที่บรรจุน้ำสะอาดสีใสถูกยื่นมาตรงบริเวณปากเขาอย่างเงียบ ๆ เขาช้อนตากลมโตใสแจ๋วขึ้นมามองชายหนุ่มผิวแทนที่สายตายังคงทอประกายอบอุ่นตรงหน้า


ดื่มสิ คอแห้งไม่ใช่หรอ” ชายหนุ่มตรงหน้ายังคงถือแก้วน้ำค้างไว้ตรงหน้าอย่างนั้น เขายกน้ำขึ้นดื่มคำโตอย่างเร็วเมื่อถูกเตือนถึงอาการคอแห้งเป็นผงเมื่อตอนแรก


ช้า ๆ หน่อย เดี๋ยวสำลัก” ยังไม่ทันขาดคำชายหนุ่มตรงหน้าเขาก็สำลักน้ำจนพุ่งออกมาจากจมูกทันทีเนื่องจากกินน้ำเร็วและอึกใหญ่เกินไป จนอีกฝ่ายต้องรีบไปหยิบทิชชูมาเช็ดหน้าเช็ดตาให้เขาพร้อมกับลูบหลังเขาเบา ๆ ระหว่างที่เขาไอค่อกแค่ก


แสบคอ


บอกแล้วว่าไม่ให้รีบ” คนตรงหน้าพูดเอ็ดเขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเอ็นดูอีกแล้ว เหมือนอีกฝ่ายเคยชินกับการทำแบบนี้มาเป็นเวลานาน เขารู้สึกอึดอัดเล็กน้อยกับสายตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกที่ส่งมา จนต้องเบี่ยงตัวเลี่ยงสัมผัสจากมือที่กำลังลูบหลังเขาอยู่


จะให้คนแปลกหน้ามาแตะเนื้อต้องตัวทั้งที่เพิ่งเคยเจอกันวันแรกมันเป็นเรื่องชวนลำบากใจจริง ๆ


จงอินชะงักไปเล็กน้อยกับการตอบสนองต่อสัมผัสของเขาจากอีกฝ่าย สายตาอบอุ่นทอแววเศร้าสร้อยจาง ๆ แต่ก็หายไปอย่างรวดเร็วแล้วก็ชักมือกลับอย่างมีมารยาท เลยเกิดบรรยากาศอึดอัดระหว่างคนสองคนอย่างที่ไม่มีใครอยากให้เป็น

 


เขาบอกกับตัวเองว่าทุกอย่างมันคงต้องใช้เวลา


เขาเตรียมใจไว้แล้วกับการที่ต้องฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างเราทั้งหมดใหม่

           


 

 

หลังจากคยองซูหายแสบคอสักพักเลยถามคำถามที่ถามแบคฮยอนค้างไว้ต่อ เพราะจากรูปการณ์แล้วสถานะของเขากับคนตรงหน้าน่าจะมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งซ้อนเร้นบางอย่างต่อกัน


ผมคือใคร


หมายถึงประวัติส่วนตัวคุณน่ะหรอ


อืม


แล้วคุณจำอะไรเกี่ยวกับตัวเองได้บ้าง


คนบนเตียงเงียบไปสักพักเพราะในสมองกำลังประมวลผลทั้งหมดไม่ให้เผยไต๋อะไรออกไปโดยไม่จำเป็น และจะต้องล้วงข้อมูลเกี่ยวกับโลกใบนี้จากทั้งหมดเพื่อประเมินสถานการณ์ก่อน เลยตัดสินใจตอบไปแบบกลาง ๆ และตัดสินใจเนียนเล่นบทความจำเสื่อมตามน้ำต่อเลยดีกว่า


นอกจากที่พวกคุณเรียกผมว่าคยองซู ซึ่งผมก็รู้สึกคุ้นเคยกับชื่อนี้แล้วผมก็จำอะไรอย่างอื่นไม่ได้อีก


อีกฝ่ายส่งเสียงในลำคอเป็นอันรับรู้ว่าเข้าใจแล้วค่อยเล่าประวัติของเขาตามที่ขออย่างไม่ติดสงสัยอะไรเพิ่มเติม


อย่างที่คุณรู้นั่นแหละคุณชื่อโด คยองซู เกิดวันที่ 25 มกราคม 1993 ปีนี้อายุ 25 ปี ราศีธนู ปัจจุบันทำอาชีพเป็นนักเขียน แถมผลงานของคุณก็ดังมากอีกด้วยไว้กลับไปถึงบ้านผมจะเอาให้ดู...


 

นักเขียนงานที่ต้องมโนเก่งอย่างนั้นน่ะหรอ?


ถ้าให้เขากลับไปทำคงไม่ไหวแน่ ๆ


 

เรื่องราวมากมายออกมาจากริมฝีปากได้รูปคู่นั้นไม่หยุด แต่ก็เป็นประวัติส่วนตัวคร่าว ๆ เท่านั้น ว่าตอนนี้พ่อกับแม่ของเขาไม่มีชีวิตอยู่แล้วบ้าง เรื่องเล่าเกี่ยวกับตัวเขาในตอนเด็ก เขาจบมาจากที่ไหน งานแรกที่เข้าไปทำงานเป็นงานอะไร แล้วก็บ่นถึงการตัดสินใจของเขา(คนนั้น)ที่เลือกไปทำงานออฟฟิศที่ตัวเองพูดเสมอว่าเกลียดแสนเกลียด จำกัดจินตนาการที่กำลังโลดแล่นของตัวเองเหลือเกิน แต่กลับไปทำเสียอย่างนั้น คนตรงหน้าเล่าเรื่องทั้งหมดด้วยอารมณ์หลากหลาย และมากจนสัมผัสได้ถึงความผูกพันกับโดคยองซูคนนั้นเหลือเกิน


เขาคิดว่าอีกฝ่ายกับเจ้าของร่างคงเป็นพี่ชายที่รักน้องมากอะไรแบบนี้จากคำแทนตัวว่า ‘พี่’ ที่หลุดมาระหว่างเล่าเรื่อง


และจากที่เล่าเรื่องของโดคยองซูเจ้าของร่างที่ชื่อเหมือนกันกับเขาอย่างกับแกละทั้งหมดอย่างรู้ดี และเหมือนรู้จักมาทั้งชีวิต เรื่องเล่าจากอีกฝ่ายดำเนินมาเรื่อย ๆ ไล่ไทม์ไลน์มาจนถึงช่วงปัจจุบันที่ทำให้คนหน้านิ่งอย่างเขาต้องเสียอาการ ด้วยการตกใจจนปากอ้าตาค้างกับเหตุการณ์เมื่อสองปีก่อนที่ว่า


เมื่อสองปีก่อนเราตัดสินใจแต่งงานกัน


คะ...คุณกับผม...” คยองซูพูดแต่ละคำอย่างยากลำบากเนื่องจากยังไม่ได้สติจากข้อมูลที่เพิ่งรับมาเท่าไหร่นัก แต่อีกฝ่ายที่มองจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเขาพร้อมยิ้มน้อย ๆ ให้ด้วยสายตาอ่อนโยนเช่นเคย ก็ต่อประโยคที่คนตัวเล็กพูดค้างไว้ให้จบ


เป็นสามีภรรยากันครับ


 

 

 

--- 100% ---

 

 

 

 

 

 

25/07/18

แว้บมาลง 50% แรกแล้วว

หวังว่าจะชอบกันนะคะ

ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านนะคะ ดีใจมากๆเลย TT TT

 

03/08/18

สารภาพเลยว่าเข้ามาเปลี่ยนชื่อตอนต่างๆกับจั่วหัวบทเฉยๆ 

ตอนแรกเราวางแผนให้ตอนนึงประมาณห้าถึงหกพันคำค่ะ แต่แต่งไปๆมาๆก็รู้สึกว่ามันเยอะเกินไปแล้ววว

เหมือนเราวางแผนเล่นประเด็นในแต่ละตอนมากเกินไปเลยกลัวมันจะล้นหรือยัดเยียดเนื้อหาเกินไปหรือเปล่า

เราเลยคิดใหม่ว่าตอนละประมาณสามถึงสี่พันคำก็พอแล้วตัดตอนนี้ที่สามพันกว่าคำแล้วก็เลยตัดเลยแล้วเอาอีกห้าสิบที่คิดจะใส่ตอนนี้ไปใส่ไว้ตอนหน้าเป็นหนึ่งตอนใหม่แทน /ไหว้ย่ออีกที

ปล ตอนหน้าเรายังอยู่ในห้องสี่เหลี่ยมเดิม แต่จะได้รู้จักพวกเขาไปมากขึ้น(นิดนึง) 55555

ปล2 ไม่รู้ว่ามุกเลือกตั้---- แค่กๆ ในที่นี้จะทำให้ตอนโดนแบนมั้ย 555555 แต่บอกแล้วว่านี่มันคือโลกใหม่!!! ห้ามแบนตอนหนู!

 

 

enjoy reading!

graphitesky

 

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 50 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

96 ความคิดเห็น

  1. #91 Ks.Lay (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2562 / 21:24
    25 มกรา.. มีความน่ารัก
    #91
    0
  2. #83 Airr Rzsl (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2561 / 01:06
    นายกชื่ออะไรนะคะ ฮืออออ ลั่นเลยงะ.. ตอนนี้ก็น่าสนใจว่าทำไมมาอยู่ร่างในอดีต ซึ่งอาจจะไม่ใช่มั้ย? เริ่มอยากรู้ที่มาที่ไปขึ้นเรื่อยๆ ละตอนนี้จงอินก็เป็นมนุษย์ปกติไม่ใช่เอไอใช่มั้ยนะ
    #83
    0
  3. #74 p.nannapak (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2561 / 21:19

    อ้าว เซอร์ไพรส์ไปอีก คยองซูย้อนอดีตกลับมาศตวรรษที่ 21 แล้วแบบนี้คนปัจจุบันที่อยู่กับจงอินล่ะ ไปโลกอนาคตหรือเปล่า นี่คือการสลับวิญญาณอะไรกันแบบนั้นหรือว่ามันคือการย้อนกลับมาอดีตชาติของตัวเองที่คยองซูเคยเป็นภรรยาจงอินมาก่อน แบบคล้ายๆกรณีแม่หญิงการะเกดไรงี้ อีกกรณีก็คือคยองซูคนในอดีตเนี่ยตายแล้ววิญญาณของคนในอนาคตเลยกลับมาสิงร่างแทนด้วยเหตุผลอะไรบางอย่าง แต่ฟิคจั่วหัวว่าเป็นไซไฟเพราะงั้นเหตุผลมันน่าจะเป็นแนวๆไทม์แมชชีนของโลกอนาคตน่ะแหละ วันเกิดเหตุที่คยองซูบอกว่าเครื่องทำอากาศอะไรนั่นอยู่ๆก็เสียบางทีอาจจะมีพวกที่คิดกบฏกับรัฐบาลในโลกอนาคตที่คิดอยากจะอนุรักษ์ความเป็นมนุษยชาติแบบเดิมๆไว้งี้ป่ะเลยเอาเครื่องย้อนเวลามาใช้กับศูนย์วิจัยลับเพราะมีแต่คนหัวกะทิที่นี่ หรืออีกทฤษฎีก็คือเป็นตัวจงอินในอนาคตที่เอาเครื่องย้อนเวลามาใช้กับคยองซูเพราะอยากย้อนกลับไปแก้ไขอะไรในบางอย่างในอดีต แต่ถ้าเป็นกรณีนี้มันก็นานหลายร้อยปีเลยนะทำไมจงอินถึงรู้เรื่องในอดีตได้ว่าเคยเป็นคนรักกับคยองซู หรือเพราะสร้างไทม์แมชชีนเลยได้ย้อนกลับไปเจออดีตของตัวเอง เลยอยากทำให้อนาคตเปลี่ยนไปคือยังมีคยองซูเป็นคนรักข้างกาย ไม่ใช่แบบอนาคตที่ชานยอลเป็นแฟนคยองซูงี้ หรืออีกกรณี(ทฤษฎีเยอะมาก 555555)คือจงอินเคยเป็นแฟนคยองซูแล้วมีเหตุการณ์ที่ทำให้ความจำเสื่อมแล้วดันกลายเป็นว่าต้องมาเป็นแฟนกับชานยอลและโดนกรอกข้อมูลว่าคบกันตั้งแต่เด็กๆ ทั้งที่ความจริงอาจจะไม่เป็นแบบนั้น คือเพราะมันเป็นโลกอนาคตไงเลยไม่รู้ว่าอะไรจริงบ้างเพราะขนาดเอไอยังสร้างได้สมบูรณ์ขนาดนั้น มันก็เป็นไปได้เช่นกันที่การฝังข้อมูลเท็จให้กับคนความจำเสื่อมมีความจำในแบบที่เราต้องการก็สามารถทำได้ คือแบบเป็นการเดาทางที่หลากหลายมากค่ะ ไม่ได้เจอฟิคที่เดายากๆแบบนี้มานานมากแล้ว สนุกกับการได้เม้นได้คาดเดาไปต่างๆนานามากค่ะ เพราะนี่เท่าที่เม้นไปมันก็มีความเป็นไปได้เยอะแยะเต็มไปหมด แต่ทั้งหมดเราสันนิฐานจากข้อมูลในตอนอินโทรกับตอนแรกแค่นั้น ยังไม่ได้อะไรเพิ่มเติม คิดว่าถ้าอ่านไปเรื่อยๆน่าจะมองเห็นความเป็นไปได้ในแบบอื่นๆอีก ไม่อยากจะเชื่อว่าเลยว่าทฤษฎีความเป็นไปได้จะสามารถเอามาใช้กับการอ่านฟิคได้มากขนาดนี้ 55555555555555555555555555555555555 แต่ว่าดีใจมากค่ะ สนุกกับการได้มีส่วนร่วมมากๆ สงสารจงอินเหมือนกันนะที่ต้องมาเริ่มต้นกับคนที่รักซึ่งดูเหมือนจะรักมากและน่าจะผูกพันกันมาหลายปีก่อนจะกลายเป็นความรักจนถึงขั้นแต่งงานกันแบบนี้ แต่ก็สู้ๆนะคะคุณพระเอก เพราะถ้าเคยจีบน้องติดครั้งนี้ก็เหมือนกลับไปจีบน้องใหม่อีกรอบ แต่สิ่งที่จงอินไม่รู้คือคยองซูคนนี้มาจากอนาคตที่ไม่ได้มีความผูกพันทางใจกับจงอินในส่วนลึกเหมือนกับคยองซูคนที่เป็นภรรยาจงอินจริงๆ มันจะยากก็ตรงนี้แหละ ส่วนคยองซูก็คงได้เรียนรู้โลกเก่าๆที่เคยรู้จักแค่จากหนังสือแต่ที่อยากชื่นชมน้องคือปรับตัวได้ดีอ่ะ ไม่มีการโวยวาย แถมยังตีเนียนเป็นคนความจำเสื่อมอีก ต้องขอบคุณนิสัยส่วนตัวที่เป็นคนโนสนโนแคซะแล้วมั๊งเนี่ย 55555555 โอย เม้นยาวมาก สู้ๆนะคะไรเตอร์ เราจะไม่หวังเซอร์ไพรส์อะไรจากคุณเพราะไม่อยากกดดันคุณ เพราะเท่าที่กำลังอ่านนี่ก็เดาทางไม่ออกแล้ว ขนาดว่าเราเป็นพวกเดาฟิคค่อนข้างแม่นนะคะจากการอ่านแนวเดิมๆมาหลายเรื่อง แต่เพราะเรื่องนี้ไม่เหมือนเรื่องอื่นๆและเราดีใจมากที่คุณยอมผลิดเรื่องนี้ให้เราได้มีโอกาสอ่านค่ะ เพราะเราชอบไซไฟ โลกอนาคต แฟนตาซี มากๆจริงๆ

    #74
    0
  4. #45 DTM456_ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2561 / 00:02
    จงอินอบอุ่นมาก;____;
    #45
    0
  5. #36 kksssp (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2561 / 08:36
    จงอินละมุนมากกกกก ขอโดเนทหนึ่งคนค่ะ 5555555 แต่คยองซูจะไม่กลับไปโลกอนาคตใช่ไหม ( ;-;)///ขอให้ไม่โดนแบนนะคะ 55555555
    #36
    0
  6. #30 Mysweet_Dyo (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2561 / 05:02
    แง้ จงอินทำไมดี ทำไมดูอบอุ่นละมุนละไม แค่คิดตอนเรียกแทนตัวเองว่าพี่เวลาคุยกับคยองซูก็เขินขึ้นมาเฉย สงสารจงอินที่คนรักจำอะไรไม่ได้เลยแบบนี้ ;_; คยองซูคือย้อนเวลากลับมาอยู่ในร่างนี้ได้ยังไง แล้วเจ้าของร่างจริงๆล่ะ ฮือ สงสัยหลายอย่างมากเลยยยย
    #30
    0
  7. #27 BLACKLABEL-9407 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2561 / 19:05
    มันจะดราม่าไหม ฮืออออ
    #27
    0
  8. #24 tngjjjjjjj (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 กันยายน 2561 / 23:27
    ฮื่อ คือแบบตอนบอกว่าเราแต่งงานกันแล้ว คือแบบ ฮื่อออ รอเลยค่า สนุกแน่ ลุ้นๆ
    #24
    0
  9. #14 Bee (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 กันยายน 2561 / 08:22

    สงสารจงอินเลยอ่ะ เขาดูเป็นคนอบอุ่นมากเลย ฮือออ หรือเพราะคยองเย็นชาเกินไปนะ555 ปกติ อยุอีกที่ก้เป็นคนไม่สนใจอะไรอยุแล้ว ขนาดชานยอลโมโหขนาดนั้นยังไม่คิดอะไรเล้ยย สู้ๆนะจงอินTT

    #14
    0
  10. #9 Palita_ling_13 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2561 / 23:12
    จงอินอ่อนโยนเว่อ แงงงงงงง;-;
    #9
    0
  11. #2 underwater369 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2561 / 01:01

    ชอบนะคะ...รอตอนต่อไปค่ะ ถ้าออกจาก รพ. แล้วจะยังไงต่อ...ปล. มุกเลือกตั้งนี่จี๊ดเลยค่ะ 555

    #2
    0