One Persistent Thought - KAISOO

ตอนที่ 10 : - 8 -

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 415
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 25 ครั้ง
    9 พ.ย. 61

B
E
R
L
I
N
 




8

มีเรื่องมากมาย

ที่ใช้เหตุผลในการหาคำตอบไม่ได้

 

 





คยองซูติดแมวมาก


สัตว์หน้าขน (จงอินเรียกมันอย่างนั้นในใจ) กำลังคลอเคลียแผ่นอกของคยองซูไปมาอย่างจงใจจะอ้อน สำหรับคนตัวเล็กแล้ว เขาคิดว่าเจ้าตัวน้อยในอ้อมแขนเป็นสิ่งมีชีวิตที่น่าสนใจมาก เพราะว่าจะถึงยุคเขาสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมพวกนี้ก็สูญพันธ์ไปเสียเกือบหมดแล้ว แทบไม่เหลืออะไรที่เป็นสิ่งมีชีวิตจริง ๆ ด้วยซ้ำ นี่จึงเป็นครั้งแรกที่เขาได้เห็น และได้สัมผัสใกล้ชิดสิ่งมีชีวิตประเภทนี้จริง ๆ


คยองซูรู้สึกผ่อนคลายและเพลิดเพลินยามได้ลูบไล้เจ้าตัวน้อย ยิ่งมันเอาตัวเองมาคลอเคลียเขากลับยิ่งทำให้รู้สึกว่ามันยอมรับเขา จนอยากจะเข้าไปฟัดให้ขนยุ่ง แต่บางครั้งก็สุดแสนจะเอาใจยาก ทำเหมือนว่าต้องการให้เขาเข้าไปเล่นด้วย แต่สุดท้ายกลับทำเสียงขู่ในลำคอเหมือนรำคาญเต็มทน


คยองซูใช้เวลาว่างของแต่ละวันช่วงนี้ไปกับการดูแล สนใจ เอาใจฮูซูออกหน้าออกตาเสียจนคนตัวสูงอดอิจฉาบ้างไม่ได้ เพราะจากที่เคยเอาตัวมาคลอเคลียอยู่ใกล้เขาไม่ห่าง กลายเป็นว่าว่างเมื่อไหร่ก็วิ่งไปหาเจ้าหน้าขนเมื่อนั้น แต่เขาก็ยินดีถ้าอะไร ๆ ที่คยองซูทำแล้วมันทำให้อีกฝ่ายมีชีวิตชีวา มีความสุขมากขึ้น


 คนตัวเล็กที่กำลังวุ่นวายกับการเอาตัวเจ้าตัวน้อยออกมาจากซอก ชั้นวางของเต็มไปด้วยฝุ่นและใยแมงมุม ทำให้ตอนนี้บนตัวของฮูซูเต็มไปด้วยใยสีเทาที่แสนกวนใจจนต้องร้องแสดงความไม่พอใจออกมา


พี่จงอิน ๆ ช่วยน้องอาบน้ำให้ฮูซูหน่อยได้ไหมครับ


คยองซูหันหน้ามาขอร้องเสียงอ่อยเมื่อเห็นเจ้าตัวน้อยในมือส่งเสียงเหมือนกำลังไม่สบายตัว หัวใจคนมองที่อ่อนยวบเหมือนขี้ผึ้งลนไฟก็ตอบรับทันที


งั้นน้องเอาฮูซูไปไว้ในห้องน้ำแล้วก็เปิดน้ำอุ่นใส่อ่างที เดี๋ยวพี่ไปเอาอุปกรณ์ข้างล่างก่อน


เสียงตึงตังเหมือนคนกำลังวิ่งเล่น ปนเสียงเอ็ดเจ้าตัวน้อยด้วยความเอ็นดูดังลั่นมาถึงอีกฝั่งของประตู ทำให้คนที่พึ่งกลับมาอดส่ายหัวน้อย ๆ ไม่ได้ ผลักประตูห้องน้ำไปเจอคนตัวเล็กกำลังทำสงครามกับฮูซูที่ดื้อดึงไม่ยอมเอาตัวลงน้ำเสียที และเมื่อคยองซูเห็นท่าทีเช่นนั้นก็ตัดใจปล่อยเจ้าหนูน้อยลงน้ำไม่ลง จนเจ้าแมวน้อยได้ทีสลัดหลุดจากอีกฝ่ายได้และกลายเป็นว่าภาพที่เห็นตอนนี้คือคยองซูวิ่งไล่จับกับเจ้าตัวน้อยอย่างสนุกสนานแทน


ทำอะไรน่ะ


พี่จงอินนน ฮูซูไม่อยากลงน้ำ


คนตัวเล็กมองตามเจ้าตัวน้อยที่วิ่งไปคลอเคลียขาออดอ้อนจงอินแทน พร้อมกันนั้นก็ขู่เล็ก ๆ ใส่คยองซู เหมือนพยายามจะบอกคนที่เข้ามาใหม่ว่าคนตัวเล็กใจร้าย ตั้งใจแกล้งมัน


ไม่มีโฟมแบบแห้งแล้วด้วย จงอินพูดพลางรื้อหาในกล่อง


แต่ฮูซูเขาดูไม่ชอบน้ำเลยอ่ะ หรือจะเอาผ้ามาเช็ดฝุ่นบนตัวมันไปก่อนดีคยองซูนึกถึงสายตาท่าทางตอนที่เขาจะจับมันลงน้ำก็ไม่อยากขัดใจเจ้าตัวเล็กเลย


ฮูซูก็ดื้ออย่างนี้แหละ เดี๋ยวพี่ทำเอง


จงอินไม่พูดพร่ำทำเพลงอะไรต่อคว้าเจ้าตัวน้อยลงอ่างทันที แล้วก็เป็นอย่างที่จงอินว่าไว้จริง ๆ ว่าฮูซูเป็นแมวที่ดื้อมากเวลาจะจับอาบน้ำ และเอาแต่ปัดป่ายอุ้งเท้าเล็กไปมาจนแขนสีแทนเกิดรอยเล็บเต็มไปหมด คยองซูจึงเข้าไปช่วยอีกฝ่ายถูสบู่เจ้าตัวน้อยเพื่อหวังให้เสร็จไว ๆ ทั้งเจ้าตัวเล็กจะได้ไม่งอแงเพิ่ม และคนตัวโตจะได้ไม่เป็นแผลไปมากกว่านี้


ผมขอลองล้างฮูซูเองได้ไหมคยองซูว่าพลางยื่นมือไปรับเจ้าตัวน้อยที่ไม่สิ้นฤทธิ์สักที พลางใช้มืออีกข้างโยนเป็ดลอยน้ำหลายตัวลงไปดึงดูดความสนใจฮูซูแทน จงอินเห็นเจ้าแมวตัวสีดำเทาหันเหความสนใจจนไม่ปัดป่ายเล็บแหลมคมนั้นต่อ จึงปล่อยให้คนตัวเล็กทำแต่โดยดี และผละออกไปเอาผ้าเช็ดตัวมาแทน


เจ้าตัวแสบ ไม่เล่น


เสียงร้องขอความช่วยเหลือทำให้คนข้างนอกรู้ได้เลยว่าคนตัวเล็กกำลังตกเป็นรองแมวแสนดื้อตัวนั้นเสียแล้ว


เปียกหมดแล้ว ต้องรีบล้างตัวเป่าขนนะ ไม่งั้นจะไม่สบาย


คยองซูบ่นพึมพำใส่เจ้าแมวตัวน้อยที่ทำหน้าเหลอหลากระโจนตัวเข้าหาคนตัวเล็กไม่หยุด เหมือนอยากชวนให้มาลงเล่นด้วยกัน


สภาพที่จงอินได้เห็นคือคยองซูที่เต็มไปด้วยฟองมากมาย จนเปียกเป็นหย่อม ๆ เลยอดขมวดคิ้วน้อย ๆ ไม่ได้ คนตัวสูงได้แต่คิดในใจว่าคนตัวเล็กเองต่างหากที่ซนเสียยิ่งกว่าแมว เพราะถ้าไม่ไปเล่นกับฮูซูจริง ๆ จะเลอะเหมือนคนพร้อมเล่นสงกรานต์ขนาดนั้นเลยหรอ


ทำไมตัวเลอะขนาดนั้น


จงอินเอ่ยเสียงเข้ม เนื่องจากเห็นคนตัวเล็กเปียกเสียจนกลัวอีกฝ่ายไม่สบายขึ้นมา แล้วไหนจะอากาศเย็น ๆ นี่อีก


เจ้าแสบไม่ยอมให้ความร่วมมือเลย


คยองซูพูดเสียงอ่อย ๆ เนื่องจากคนตัวเล็กเองก็เริ่มรู้สึกหนาว ๆ ขึ้นมาบ้างแล้วเช่นกัน แต่ก็อบอุ่นหัวใจขึ้นมามากกว่าอากาศที่กระทบผิว เมื่อเห็นท่าทีของอีกฝ่ายที่แสดงให้เห็นชัดเจนขนาดนั้นว่าเป็นห่วงกันมากเพียงใด


เราไปอาบน้ำไป เดี๋ยวที่เหลือพี่ทำเองจงอินพูดพลางเอาผ้าเช็ดตัวคลุมรอบตัวอีกฝ่ายจนเป็นก้อนกลม เดี๋ยวแบคฮยอนจะมาไม่ใช่หรอไง


ก็ได้ครับ


คยองซูมองเจ้าตัวแสบอย่างคาดโทษ และหันไปเริ่มถอดเสื้อผ้าออกจากร่างกายแทน โดยที่ไม่ทันได้สนใจเลยสักนิดว่ามีใครอีกคนอยู่ด้วย


จงอินที่หันกลับมาเมื่อทำทุกอย่างเสร็จก็อดตกใจกับภาพตรงหน้าไม่ได้ ความขาวเนียนนุ่มนิ่มที่ไม่ได้เห็นไม่ได้สัมผัสเสียนาน จู่ๆก็โผล่มาให้เห็นโดนไม่ทันตั้งตัวแบบนี้ พาลให้คนตัวสูงทำอะไรไม่ถูกขึ้นมาเสียได้


ซึ่งคยองซูไม่ได้มีทีท่าขัดเขินต่อสายตาของคนตัวสูงแต่อย่างใด เพราะเห็นว่ามีอะไรเหมือน ๆ กัน และหากอีกฝ่ายจะมองบ้างก็ไม่ได้เสียหาย หรือตัวเขาจะสึกหรออะไรเสียหน่อย ทั้งยังจะเตรียมตัวจะถอดกางเกงขาสั้นนั้นลงอีกหากจงอินไม่ได้เอ่ยขัดจังหวะขึ้นมาเสียก่อน


ดะ...เดี๋ยว ให้พี่ออกไปก่อนจงอินเอ่ยอย่างติดขัด พร้อมกับรีบก้มเก็บอุปกรณ์ทั้งหมดอย่างงก ๆ เงิ่น ๆ จนของหล่นระนาว

 


หลายครั้งที่เขาเป็นฝ่ายตั้งใจยั่วยวนคนตัวเล็ก

แต่ก็ไม่เคยคิดว่าจะถูกคนตัวเล็กยั่วโดยไม่ตั้งใจกลับคืนเหมือนกัน

 


คนตัวเล็กมองท่าทีอีกฝ่ายที่ลนลานอะไรไม่รู้แบบนั้น ก็อดยิ้มอย่างคนมีแผนไม่ได้ เลยตั้งใจก้มลงไปช่วยอีกฝ่ายเก็บของบ้างจะได้เสร็จไว ๆ หรืออาจจะช้าลงกว่าเดิมก็ไม่รู้ เมื่อขาขาวเนียนถูกเลิกลงไปถึงต้นขา อะไรต่อมิอะไรที่ชวนจินตนาการวับแวมอยู่ในกรอบสายตา ทำให้คนที่ห่างหายจากเรื่องชวนคิดลึกไปนานรีบกวาดของทั้งหมดโดยไม่สนใจว่าจะหล่นหรือไม่ แล้วออกไปคุมสตินอกห้องน้ำทันที จนคนตัวเล็กอดพึมพำกับตัวเองอย่างคนเสียความมั่นใจไม่ได้


ทำไมต้องรีบขนาดนั้น หุ่นเราไม่น่ามองขนาดนั้นเลยหรือไง?

 

 



 

เสียงอันเป็นเอกลักษณ์เรียกชื่อคนตัวเล็กดังลั่นมาตั้งแต่ยังไม่เข้ารั้วบ้าน ทำให้คยองซูที่รออยู่ก่อนแล้ว รีบเดินออกไปรับแบคฮยอนที่ถือของฝากพะรุงพะรังทันทีเข้ามาทันที และถูกอีกฝ่ายสวมกอดเข้าอย่างจังด้วยความคิดถึง


ผอมลงหรือเปล่าเนี่ย จงอินเลี้ยงไม่ดีละสิแบคฮยอนเอ่ยหยอกคนตัวเล็กอย่างน่าเอ็นดู เพราะอันที่จริงคนตัวเล็กดูมีน้ำมีนวลขึ้นด้วยซ้ำ แต่ที่พูดไปเพราะอยากหาเรื่องคนทำหน้านิ่งข้างหลังเล่นมากกว่า และเผื่อได้คนตัวเล็กกลับไปเล่นที่บ้านบ้าง


พี่จงอินดูแลผมดีมาก


หูย เดี๋ยวนี้เรียกพ่งเรียกพี่ แล้วไหนจะปกป้องกันขนาดนี้อีกแบคฮยอนเอ่ยท้วง เขาเอาอะไรมาหลอกล่อเราละ


พี่จงอินไม่ได้ทำไรเลยนะครับ ผมอยากทำเอง


คยองซูตอบตามความจริง แต่เห็นทีว่าคู่สนทนาอีกคนจะมองเป็นการปกป้องแก้ตัวให้อีกฝ่ายอย่างเสียไม่ได้ และยิ่งเมื่อได้ยินเสียงหัวเราะในลำคอพร้อมใบหน้ายิ้มกริ่มอย่างผู้ชนะของคนตัวสูง ยิ่งชวนให้แบคฮยอนหมั่นไส้มากขึ้นไปอีก แต่นั่นก็ทำให้แบคฮยอนสบายใจได้ระดับหนึ่ง ที่ความสัมพันธ์ของคนทั้งคู่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด


ปกป้องเก่ง!” แบคฮยอนเอ่ยอย่างอิจฉา พร้อมกับก้มลงกระซิบเตือนคนตัวเล็กไม่เบาเท่าไหร่นัก เดี๋ยวจะโดนมันกินเอาไม่รู้ตัว!”


บยอนแบคฮยอน!” จงอินเรียกชื่ออีกฝ่ายเสียงแข็งอย่างคนร้อนตัว พลางนึกไปถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมาว่ามันน่ากินเสียจนปฏิเสธไม่ได้เหมือนกัน


ว่าไงครับพี่จงอิน~” แบคฮยอนล้อเลียนอีกฝ่ายไม่หยุด


คยองซูมองการโต้ตอบของทั้งคู่แล้วก็อดส่ายหัวน้อย ๆ ไม่ได้ แบคฮยอนเป็นคนกวนประสาท จงอินเคยบอกคนตัวเล็กอย่างนั้น แต่ก็จงอินก็ไม่เคยทำอะไรได้ ต่อปากต่อคำไปก็ไม่เคยชนะ นอกจากจะยอมแพ้แล้วเอาเวลาไปทำอย่างอื่นดีกว่า คยองซูเลยพยายามหันเหความสนใจของทั้งคู่มาที่ตัวเขาเพื่อเปลี่ยนเรื่องสนทนา เนื่องจากคนตัวเล็กมีบางเรื่องที่อยากคุยกับแบคฮยอนตามลำพัง


แบคฮยอนผมเจอฮูซูแล้วนะ อยากไปเล่นกับมันมั้ยคยองซูขยิบตาให้อีกฝ่าย


หืม อยากเล่น แบคฮยอนเข้าใจความนัยของอีกฝ่ายทันที แล้วยัดของฝากที่ถือมาใส่มือจงอิน ฝากพี่จงอินเก็บหน่อยน้า~ แล้วก็ตั้งใจทำงานละ วันนี้พี่แบคจะดูแลน้องคยองให้เอง


เดี๋ยวผมพาแบคฮยอนไปเล่นกับฮูซูนะครับ พี่จงอินอยากได้อะไรไหมคยองซูถามเผื่อว่าคนตัวสูงอยากให้เขาช่วยทำอะไรอีกหรือเปล่า เขาจะได้ทำให้เสร็จก่อน


ไม่มีแล้ว เดี๋ยวพี่ออกไปทำงานข้างนอกกลับเย็น ๆ นะจงอินบอกให้คนตัวเล็กไม่ต้องกังวล และที่จริงคนตัวสูงตั้งใจให้แบคฮยอนมาหาวันนี้อยู่แล้ว เนื่องจากเขาเลื่อนนัดงานถ่ายรูปนอกสถานที่หลายงานมาไว้ช่วงบ่ายจนถึงค่ำ ๆ และไม่อยากให้อีกฝ่ายรู้ว่าเขาเลื่อนงานมากมายมาอัดไว้ในวันเดียวด้วย


รีบกลับนะครับ เดี๋ยวเย็นนี้ผมทำอาหารรอหลังจากคยองซูพูดจบอีกฝ่ายก็พยักหน้าตอบรับ และส่งรอยยิ้มอบอุ่นชวนยิ้มตามกลับมาอย่างทุกที

 



 

 

ร่ำลากันนานจนเราเกือบหลับ แบคฮยอนเอ่ยแซวทันทีที่คนตัวเล็กเข้ามาในห้อง แล้วก็เปลี่ยนเรื่องไปอย่างรวดเร็วตามประสาคนขยันพูด คงไม่ได้ลากเราขึ้นมาเพราะอยากให้เล่นกับฮูซูแค่นี้ใช่ไหม


อืม


“?”


ไม่รู้จะเริ่มยังไงดี


จงอินมันทำอะไรไม่ดีหรือเปล่าแบคฮยอนหย่อนคำถาม


ไม่เลย พี่จงอินดีกับเรามากจริง ๆ นะคยองซูเอ่ยแก้ตัวแทนคนตัวสูงเป็นพัลวัน


แหม เดี๋ยวนี้แตะต้องไม่ได้เลยนะ


เปล่าสักหน่อย เราก็พูดไปตามความจริงใบหน้าเล็กขึ้นสีระเรื่อเมื่ออีกฝ่ายพูดหยอกขึ้นมาอย่างนั้น


แล้วที่เราลองให้ไปอ่านนิยายดูละ เป็นไง


ก็สนุกดี


ฮ่า ๆ คยองซูของเราบอกว่ามันสนุกด้วยแหละ ทั้งทีที่แรกปฏิเสธแทบตายแถมยังบอกว่าไร้สาระอีกต่างหาก


หมายถึงว่ามันมีสาระดีไงเล่า!” คยองซูหัวฟัดหัวเหวี่ยงเล็กน้อยกับความกวนประสาทของคนตรงหน้า ที่พูดคำนึงก็กวนคำนึง เราจะไม่เล่าแล้วนะ!”


ไม่กวนแล้วครับ ไม่โมโหน้าแบคฮยอนส่งสายตาวิบวับเหมือนลูกหมาขี้อ้อนมาง้อ


อือ แต่สัญญาก่อนนะว่าจะไม่บอกพี่จงอิน เราจะบอกเขาเองคยองซูทำหน้าเขร่งขรึมเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง พยายามกดดันให้อีกฝ่ายรับปากสัญญามาก่อน


ก็ได้


แบคฮยอนรับคำเมื่อเห็นว่าบรรยากาศรอบตัวเริ่มกดดันแปลก ๆ แล้วคยองซูก็ทำหน้าเครียดเสียจนเกร็งตามไปด้วย


คือเราลองสังเกตตัวเองมานานแล้ว ถ้าเป็นอย่างที่เขาว่า ๆ กัน...คยองซูสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ รวบรวมความกล้าที่จะพูดออกมา ทั้งรู้สึกเหมือนจะร้องไห้เต็มที เราอาจจะเป็นโรคหัวใจวาย


ห้ะ!?”


เราไม่กล้าบอกพี่จงอิน เราไม่อยากพี่เขาต้องมากังวลกับเรื่องของเราอีกคนตัวเล็กพูดด้วยน้ำเสียงติดขึ้นจมูกเล็กน้อย และนึกไปถึงตอนเขาลืมตาตื่นมาในโรงพยาบาลตอนนั้น เห็นสีหน้าที่เต็มไปด้วยความกังวลใจของอีกฝ่าย ถึงแม้จะพยายามปิดตอนอยู่ต่อหน้าเขาก็ตาม คยองซูไม่อยากให้จงอินเป็นแบบวันนั้นอีกแล้ว


เพราะคยองซูเป็นห่วงพี่จงอิน เป็นห่วงมาก ๆ


บอกจงอินดีกว่าไหม คยองซูสำคัญกับจงอินมากนะแบคฮยอนตกใจเสียจนพูดเสียงสั่น


เพราะเรารู้สึกแบบนั้นไง เราเลยยังไม่อยากบอก


ไม่อยากให้มีอะไรมากวนใจคนตัวสูงที่มักยิ้มให้เขา หยอกเย้าให้เขายิ้มอยู่เสมอ ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่เหมือนกัน ที่คยองซูไม่อยากให้รอยยิ้มหายไปจากบนใบหน้านั้นเลย


เรื่องใหญ่เลยนะแบคฮยอนหน้าเปลี่ยนสี ใจหายวาบลงไปถึงตาตุ่ม สายตาอ่อนลงด้วยความรู้สึกสงสารอีกฝ่าย ที่ต้องมาเจอเรื่องอะไรมากมายแบบนี้ แม้จะติดสงสัยว่าคยองซูไปรู้มาได้ไงว่าเป็นโรคนี้ เพราะอีกฝ่ายก็ไม่ได้ออกไปพบหมอพบใครมากมายก็ตาม พอจะเอ่ยถามคยองซูก็ขอร้องเรื่องอื่นขึ้นมาเสียก่อน


อือ ตอนนี้เราอยากให้แบคฮยอนพาเราไปหาหมอหน่อยได้ไหมคยองซูเอ่ยหงอย ๆ เราอยากรู้ว่าเราจะมีชีวิตอยู่ได้อีกนานไหม เขาบอกว่ามันรักษาไม่หาย


...


ช่วยเราหน่อยนะ


“…”


พี่แบคฮยอนครับ ช่วยผมหน่อยนะ นอกจากพี่ผมก็ไม่รู้จักใครแล้ว


เดี๋ยวถ้าจงอินมันก็รู้ มันโกรธเราตายแน่


เราจะบอกพี่จงอินเอง


งั้นก็ได้แบคฮยอนตอบตกลงในที่สุด และถามสิ่งที่ตัวเองติดใจเมื่อครู่ขึ้นมา แล้วไปรู้ได้ไงว่าเป็น


เราอ่านจากเล่มนี้


คยองซูหันกลับไปหยิบหนังสือเล่มสีขาวบนชั้นหนังสือนิยายมาให้อีกฝ่าย แบคฮยอนอ่านหน้าปกจบก็เงยหน้าขึ้นมามองอีกฝ่ายอย่างช้า ๆ กำหนังสือแน่นเสียจนอยากจะเอาสันหนังสือเขกหัวอีกฝ่ายสักที และถามด้วยน้ำเสียงนิ่ง ๆ พร้อมกับพยายามควบคุมอารมณ์ที่อยากจะตีอีกฝ่ายก็ตีไม่ลงให้อยู่


อ่านจบแล้วหรอ


เราอ่านไปครึ่งเล่ม พอรู้เรื่องอาการเราก็ไม่อยากอ่านต่อแล้วคยองซูพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือน้อย ๆ ไม่หายเมื่อนึกถึงอาการที่ว่า แววตาใสซื่อฉาบเคลือบด้วยน้ำใสบาง ๆ มองมาด้วยความสงสัย แต่ก็หม่นแสงเพราะความกังวลอยู่ในที


งั้นเดี๋ยวครึ่งบ่ายที่เหลือนี้อ่านให้จบนะ แล้วเอาไปบอกจงอินแบบที่บอกเราแทน


ไม่เอา เราบอกแล้วไงว่าเราไม่อยากให้พี่จงอินกังวล


เชื่อเรา ไม่มีไรหรอก ถ้าสุดท้ายยังอยากให้เราพาไปหาหมออยู่ก็โทรมาบอกเราได้เลยนะ


คยองซูกังวลเล็กน้อย แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ไปมากกว่าพยักหน้าตอบรับแต่โดยดี ทำให้อีกฝ่ายเอามือมายีหัวเขาอย่างหมั่นไส้ ระบายความอิจฉาจงอินใส่กลุ่มผมนุ่มนิ่มให้ยุ่งเหยิงแทน

 

 



สรุปแล้วคุณไม่ได้กำลังจะหัวใจวาย

คุณแค่ตกหลุมรัก...


เพราะหัวใจของคนเราโดยปกติทั่วไปเต้นอยู่ที่หกสิบถึงหนึ่งร้อยครั้งต่อนาที พอเจอหน้าคนที่เราชอบ อัตราการเต้นของหัวใจของเราจะพุ่งทะยานไปเกินร้อย เรามักทำตัวงุ่มง่ามไปเสียหมดเวลาเขาอยู่ตรงหน้า ยิ่งทำตัวไม่ถูกเมื่อเขาเดินเข้ามาใกล้และยิ้มให้เรา ความร้อนในร่างกายเริ่มเคลื่อนที่จากหัวใจขึ้นมาบนใบหน้า ทำให้รู้สึกร้อน หน้าแดง ใจสั่นไปหมด


นั่นแหละ

คุณไม่ได้กำลังจะหัวใจวาย

แต่คุณแค่กำลังเริ่มตกหลุมรักใครสักคนอย่างจัง

 

 



 

บรรยากาศภายในบ้านแปลกไปเสียจนจงอินรู้สึกได้ คนตัวเล็กกำลังจัดอาหารขึ้นโต๊ะโดยพยายามแสดงท่าทีให้ปกติที่สุดเท่าที่จะทำได้ พร้อมกับก้มหน้าหลบสายตาเมื่อคนตัวสูงเดินประชิดเข้ามาใกล้และเฉียดตัวเองไปช่วยหยิบจานขึ้นมาตั้งโต๊ะ หลังตรงตัวเกร็งอย่างห้ามไม่ได้เมื่ออีกฝ่ายเดินเข้ามา แต่เมื่ออีกฝ่ายห่างออกไปก็ค่อย ๆ ถอนหายใจด้วยความโล่งอกออกมาเบา ๆ อย่างคนต้องการต่ออากาศในการเผชิญหน้าอีกสักหน่อย


มื้อค่ำเป็นไปอย่างเงียบเชียบ ยามสบตากันอีกฝ่ายก็ก้มหน้าไม่ก็หลบสายตาไปทางอื่นทันที จนคนตัวสูงอดคิดไม่ได้ว่าเขาทำอะไรผิดไปหรือเปล่า หรือคำพูดเมื่อตอนกลางวันของแบคฮยอนจะทำให้คนตัวเล็กรู้สึกติดใจสงสัยอะไรขึ้นมาจริง ๆ เพราะถ้าอีกฝ่ายไม่พร้อมเขาก็ไม่กล้าทำอะไรอยู่แล้ว


ความคิดมากมายไหลหลากเข้ามาในหัวตลอดมื้ออาหารและสิ้นสุดลง พร้อม ๆ บรรยากาศแปลก ๆ นี้เมื่อคนตัวสูงเอ่ยทำลายความเงียบนอกเหนือเสียงเก็บจานขึ้นมา


มีอะไรหรือเปล่าเสียงทุ้มของจงอินเอ่ยขึ้นมาเบา ๆ แต่ก็ทำให้คนตัวเล็กที่กำลังจมอยู่ในโลกของตัวเองสะดุ้งตกใจอยู่ดี พร้อมกันนั้นก็พยายามที่จะคุมเสียงไม่ให้ตะกุกตะกักเอ่ยตอบกลับคนตัวสูง


มะ...ไม่มีอะไรครับ


พี่ไม่อยากให้เราเก็บอะไรไว้คนเดียวนะ ถ้าเป็นอะไร สงสัยอะไรให้ถามให้บอก


 “…”


ไม่อยากให้เราไปคิดคนเดียว สงสัยคนเดียว สรุปเองคนเดียวโดยที่ไม่ถามพี่ก่อน พี่ขอเราแค่นั้น


จงอินบอกอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ แต่เต็มไปด้วยความรู้สึกจริงจัง พยายามเปิดทางให้คนตัวเล็กพูด แล้วปล่อยให้อีกฝ่ายจมกับความคิดตัวเอง


ครับ


ความเงียบงันระหว่างคนทั้งคู่ยังมีอยู่เช่นเดิม นอกจากกระทบกันของช้อนส้อมและเสียงหายใจ ก็ไม่มีบทสนทนาใดเล็ดลอดออกมาอีก หากคนที่คิดตกพอดีเอ่ยถามขึ้นมาทำลายความเงียบให้สิ้นสุดลง


พี่จงอินว่า...แบบไหนถึงเรียกว่าความรักหรอครับ


ไม่รู้หรอกครับว่าต้องเป็นแบบไหนจงอินตอบกลับอย่างจริงใจ เพราะหากลองคิดดูแล้ว มันก็ไม่สามารถหาคำตอบได้จริง ๆ นั่นแหละ


“…”


และถึงแม้มันจะมีคำตอบ คำตอบของแต่ละคนก็คงต่างกันออกไปอยู่ดี


“…”


บางคนบอกว่ารักคืออีกส่วนหนึ่งของเราที่ตามหา บ้างก็ว่ารักนั้นคือการที่ใครสักคนทำให้เราแข็งแกร่งและรู้สึกกล้าหาญ หรืออาจเป็นความรู้สึกบ้าคลั่งและสุดเหวี่ยง…”


“…”


แต่ถ้าสำหรับพี่ก็คือเรา...คยองซู


“…”


ในทุก ๆ วันที่ได้เห็นน้องมีชีวิตอยู่ อยู่อย่างมีความสุข ยิ้มในทุก ๆ เช้าเมื่อได้สัมผัสอากาศที่น้องชอบ กินอิ่มในทุก ๆ มื้อ นอนหลับสบายใต้ผ้าห่มอุ่น ๆ หรือหากโชคดีหน่อยพี่ก็อยากเป็นความสุขให้น้อง นี่ละมั้ง ความรักในแบบของพี่


“…”


“และพี่คิดว่าความรักมันไม่มีเหตุผลและไม่ต้องไปหาเหตุผลที่ตายตัวหรอก เพียงแค่เรารู้สึกดีกับมันก็พอแล้ว


แล้วแบบไหนถึงจะรู้ว่ารู้สึกหรอครับ


คยองซูเงยหน้าสบตาคนตรงข้ามด้วยแววตาที่สับสน พร้อมกับรู้สึกอุ่นวาบไปทั่วหัวใจเมื่อได้ยินเสียงนุ่มทุ้มที่เคยฟังอยู่ทุกวันสารภาพความในใจ แต่ไม่รู้ทำไมวันนี้กลับรู้สึกว่ามันไพเราะมากกว่าทุกวันที่เคยได้ยินมา ก้อนเนื้อในอกข้างซ้ายก็เต้นรัวแรงเสียจนกลัวจะหลุดออกมาจากอก กลายเป็นคำตอบแทนคำพูดบางอย่างที่อยู่ในใจว่ายินดีมากแค่ไหนที่ได้มีชีวิตอยู่ตอนนี้ ตรงนี้ กับคนตรงหน้านี้


เพียงแค่เขาอยากจะยืนยัน...


คยองซูว่าที่เป็นตอนนี้ดีหรือเปล่า


ดีครับ


พอใจหรือเปล่า


พอใจมาก


สบายใจหรือเปล่า


สบายใจมาก ๆ


มีความสุขหรือเปล่า


มากอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนเลยครับ


แค่นั้นก็พอแล้ว


ว่ามันดีจริง ๆ


คยองซูนึกถึงความรู้สึกแรกที่รู้ตัวว่ากำลังตกหลุมรัก แน่นอนเลยว่าเป็นความรู้สึกที่แสนวิเศษ คนตัวเล็กยิ้มกว้างอยู่คนเดียวเมื่อนึกถึงคนที่อยู่ร่วมชายคาบ้านเดียวเขาคนนั้น หัวใจเต้นระรัวมากขึ้นเมื่อนึกถึงทุกอย่างที่ได้รับ และสบายใจเมื่อคำถามมากมายที่เคยสงสัยมานานได้ถูกคลายไปจนหมด


ความคิดเมื่อครู่มันอาจดูง่าย และแน่นอนว่าคยองซูเข้าใจทุกอย่างดี แต่ในขณะเดียวกันก็มีคำถามหนึ่งสวนทางขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้ว่า


 

แท้จริงแล้วความรักมันเกิดขึ้นจริงหรอ?


 

ตลอดชีวิตที่ผ่านมาเขาเรียนรู้ และเชื่อเพียงแค่ว่าความรักเป็นเพียงปฏิกิริยาทางเคมีบางอย่างที่ส่งผลต่อสมอง ฮอร์โมนของมนุษย์เท่านั้น ด้วยเหตุผลและหลักการมากมายที่แสนน่าเชื่อถือ และเมื่อเรามีความรักสมองก็จะสั่งการให้ร่างกายหลั่งสารมากมายให้คนเราหัวใจเต้นรัว หรืออาจหน้าแดง มีความสุขต่อสิ่งนั้น


คยองซูสงสัยจนถึงขั้นกลัว กลัวว่าความรู้สึกตอนนี้จะเป็นเพียงการบรรจุหรือมีใครสักคนถ่ายโอนทั้งหมดมาให้เราคิดรู้สึกตามนั้น ดั่งที่เคยทำ ๆ กันมาในโลกนั้นของเขา


ในโลกนั้น...พวกเราสามารถถ่ายโอนความทรงจำ ประสบการณ์ของมนุษย์ที่ตายแล้วลงไปในพวกเอไอที่มีเนื้อหนัง กระทั่งเซลล์ต่าง ๆ เหมือนมนุษย์ เพื่อสานต่อกิจกรรมที่ยังไม่เสร็จบ้าง และเพื่อพัฒนาต่อยอดองค์ความรู้เดิม โดยที่จะได้ไม่กลับไปผิดพลาดในจุดเดิมซ้ำอีก


ในโลกนั้น...ไม่สนใจแล้วด้วยซ้ำว่าความเป็นมนุษย์ที่แท้จริงนั้นยังมีอยู่ไหม หรืออะไรที่แยกมนุษย์ออกจากเครื่องจักร มันผสมปนเปกันเสียสนพาให้ใครต่อใครด้านชาในสิ่งที่เรียกว่าความรู้สึก และมากด้วยเหตุผลทางวิทยาศาสตร์ ที่ตอนนี้เขารู้สึกว่ามันไม่ใช่ทางเดียวในการตอบคำถามทั้งหมดอีกแล้ว


แต่นั่นแหละที่ทำให้คยองซูรู้สึกหวาดกลัว มันเหมือนว่าเขาต้องออกไปเจอโลกใหม่ที่ไม่คุ้นเคย และราวกับว่าที่เขาเคยคิดเคยเชื่อทั้งหมดว่ามันจริง กลับไม่ได้เป็นอย่างนั้นอีกต่อไป


มันทั้งรู้สึกดีแล้วก็รู้สึกหวาดกลัวไปพร้อม ๆ กัน ที่จงอินเข้ามาเขย่าความคิดความเชื่อเดิมของเขาจนเคว้ง แต่ก็ยินดีกับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับตัวเอง มันทำให้คยองซูนึกถึงเรื่องราวมากมายที่ผ่านมา ตั้งแต่มาอยู่ที่นี่เขารู้สึกมีชีวิตกว่าที่เคยเป็น ได้ทำอะไรมากกว่าที่เคยทำ ทั้งหมดส่วนหนึ่งก็มาจากคนตรงหน้านี้


รอยยิ้มอบอุ่นที่ชอบส่งมาให้ คำพูดหยอกเย้าที่แสนน่าอาย การกระทำที่ยั่วยวนและเชิญชวนอย่างตั้งใจ อ้อมกอดแสนอบอุ่นที่ชอบแอบเข้ามากอดยามค่ำคืน และอีกภาพจำมากมายทั้งหมดตรงหน้านี้ ที่เขากังวลว่ามันอาจเป็นสิ่งปลอมแปลง หรืออาจถูกสร้างขึ้นมา และยิ่งกลัวเมื่อคิดว่าต้องเสียมันไป


ไม่ต้องคิดหรือไปหาคำตอบอะไรมาก แค่ปล่อยไปตามที่ตัวเรารู้สึก


จงอินพูดพลางเดินอ้อมมาสวมกอดอีกฝ่ายเอาไว้แน่น ลูบหลังอีกฝ่ายเบา ๆ ส่งต่อความรู้สึก โดยหวังจะปลอบประโลมและเป็นที่พักพิงให้คนตัวเล็กได้บ้าง ในยามที่คนตัวเล็กเหมือนกำลังโคลงเคลงอยู่กับอะไรบางอย่างที่เขาไม่อาจรู้ได้ และก้มลงจุมพิศเบา ๆ บนหน้าผากมนของอีกฝ่ายอย่างถือวิสาสะ และไม่คิดเกรงกลัวอะไรอีกแล้ว


“…”


มีเรื่องมากมายบนโลกที่ตอนนี้ก็ยังหาคำตอบไม่ได้เหมือนกัน


“…”


ถ้ายังหาคำตอบไม่ได้ ก็อยู่กับมันไปเรื่อย ๆ แล้วสักวันคำตอบอาจมาโดยที่เราไม่ต้องค้นหาเลยก็ได้


“…”


มีความสุขกับปัจจุบันก่อน อย่าเพิ่งไปคิดถึงอนาคตให้กวนใจ


ให้ทุกวันนี้มันดีก็พอสินะ...


คยองซูพึมพำเบา ๆ พร้อมกับยกแขนเล็กโอบรอบตัวอีกฝ่ายแน่น แสดงการกระทำให้รู้ว่าคนตัวเล็กยอมรับและตัดสินใจบางอย่างได้แล้ว และฝังหน้าซุกแผ่นอกคนตัวสูงไปมา กระชับอ้อมแขนให้แน่นขึ้น รับรู้การมีอยู่ของอีกฝ่าย ผ่านความรู้สึกที่ส่งถึงกันผ่านอ้อมกอดและไออุ่นที่โอบล้อมรอบตัวตอนนี้


อืมจงอินลูบผมนุ่มนิ่มอย่างอ่อนโยน


เพราะงั้นผมเลยอยากจะบอก...


...


ว่าตอนนี้ผมตกหลุมรักพี่จงอินแล้วนะ





---100%---

#ourtimeKS





 

 

9/11/18

มาแล้นนนนนนนน ฮือออ วันนี้เขินโมเม้นทำหัวใจในมิวแบงค์มากอะ ;-; จาตรัยยยยยย น่ารักมากๆๆๆๆๆๆๆเลย

ต้องขอโทษด้วยนะคะที่หายไปนานเลย ;-; เราเพิ่งส่งทบทวนวรรณกรรมหัวข้อวิจัยใหม่ของเราไปค่ะ ฮื่อ แล้วก็ต้องส่งเปเปอร์บทแรกสิ้นเดือนแล้วด้วยก็เลยวุ่นวายกับการอ่านหนังสือแล้วก็พบที่ปรึกษาบ่อยมากๆ ;-; /ไหว้ย่อจริงๆ

พอกลับมาแต่งก็รู้สึกงงนิดหน่อยว่าเขาทำอะไรกันไปบ้างแล้วนะ 55555 คือเราวางฉากในหัวอะไรงี้เยอะเกิน บางอันแต่งแล้วบ้าง บางอันก็ยัง555555 เพราะช่วงที่หายไปคิดถึงเรื่องฉากต่างๆบ่อยมากเลยค่ะ อยากแต่งมากๆ แล้วก็ยิ้มคนเดียวบ้าง ฮื่ออออ เขินนิดหน่อยเวลาไปสบตาใครเข้า

แล้วก็ไม่รู้ว่าภาษาเราแปลกๆไปหรือเปล่า แบบมึนๆงงๆมั้ย ;-; กลุ้มใจกับการใช้คำตัวเองมากๆ ถ้าแปลกยังไงติชมได้เลยนะคะ ขอบคุณมากๆเลยค่ะ

ไม่รู้สำหรับตอนนี้จะให้ความรู้สึกแบบไหนกันบ้าง แต่ตอนต่อไปบอกเลยว่าเขาพัฒนามากๆๆๆๆ และพี่จงอินจะไม่สงบเสงี่ยมอีกต่อปัย(?)

ขอบคุณทุกคอมเม้นทุกการเข้าชมหรือกดให้กำลังใจทุกๆอย่างเลยนะคะ ดีใจมากๆเลยจริงๆค่ะ




enjoy reading!

graphitesky





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 25 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

96 ความคิดเห็น

  1. #95 Ks.Lay (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2562 / 08:25
    น้องซื่อตรงมาก555
    #95
    0
  2. #71 คุณโดดีโอ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2561 / 20:06
    ฮืออออ อบอุ่นมากๆจริงๆนะชอบที่จงอินใจเย็นในการสอนน้องมากๆๆบ้างครั้งก็เด็ดขาดเพราะไม่อยากให้มีเรื่องอะไรมาทำให้น้องไม่สบายใจ แล้วน้องอะมีความคิดตีกันในหัวตลอดเวลาแต่ก็เข้าใจเลยเพราะโลกน้องตอนนั้นมนุษย์ยังกับหุ่นยนต์ พอตอนนี้น้องมีความรู้สึกที่มันมากกว่าที่น้องเคยมีมันเลยรู้สึกไม่ปลอดภัย ทั้งกลัวว่ามันจะไม่ใช่ความรู้สึกแท้จริงของตัวเองอีก แต่พี่จงอินก็สอนดีนะให้มีความสุขในวันนี้ไปก่อนก็พอ ฮืออออ รักมากกกก ชอบฉากน้องกับแมวคือซนพอกันละจงอินมีแอบหวงนะขนาดกับแมวน่ะ55555
    #71
    0
  3. #65 Mysweet_Dyo (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2561 / 02:41
    อุแงงงงงง น้องรักพี่แล้ววววววว รักแบบที่เป็นความรักจริงๆแบบที่น้องรู้ตัวและยอมรับด้วย ฮือ ดีใจแทนจงอินที่สุดในโลก เพราะพี่รักน้องมากๆๆ จากที่เคยเป็นเหมือนแค่คนแปลกหน้าระหว่างกัน แต่ในวันนี้พี่ได้รับความรักนั้นตอบแทนกลับมาจากน้องแล้วนะ TT คยองซูน่ารักมากเลยตอนที่คุยกับพี่แบคว่าตัวเองเป็นโรคหัวใจวาย แงงงงง น้อนนนนนนน หนูแค่ใจเต้นแรงเพราะกำลังตกหลุมรักพี่จงอินค่า 5555555

    เราชอบตอนที่จงอินอธิบายว่าความรักของตัวเองคืออะไรให้คยองซูฟังมากกกกกก มันทั้งจริงใจทั้งน่ารักและอบอุ่นที่สุด สัมผัสได้ถึงความรักและความปรารถนาดีที่พี่มีต่อน้องมากจริงๆ ฮือ เราซาบซึ้งใจอ่า ต่อไปความสัมพันธ์ก็คงค่อยๆพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้นลึกซึ้งขึ้นกว่านี้เนอะ สงสารพี่จงอินจะแย่เห็นน้องตัวขาวๆนุ่มๆแต่ทำอะไรไม่ได้เลย ฮือ 555555 >< ชอบภาษาของไรท์จังเลยค่ะ บรรยายดีมากๆ อ่านแล้วทั้งเขินทั้งรู้สึกอบอุ่นใจเลย TT
    #65
    0
  4. #64 tngjjjjjjj (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2561 / 02:04
    น้องงงงงงงงง ไม่ไหวแล้ว ฮือ เขินมากไม่เข้าใจตัวเอง เขินไปหมด เขาตกหลุมรักกันแล้ววววในที่สุด เหมือนปลดล็อกทุกสิ่ง จุดพลุ ฮื่อ เราว่าภาษาไรท์โอเคมากเลยนะคะ ไม่แปลกเลย แล้วก็ชอบการบรรยายตรงช่วงพาร์ทความรู้สึกมากด้วย เราว่าไรท์อธิบายให้มันเห็นภาพเข้าใจง่ายดี เอาเป็นว่าเราชอบฟิคเรื่องนี้มากๆ ชอบความค่อยๆเป็นค่อยไปของมันมาก แล้วก็มู้ดแอนด์โทนของเรื่องนี้ด้วยค่า สู้ๆ เป็นกำลังใจให้น้าาาคะ
    #64
    0
  5. #63 kksssp (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2561 / 14:04
    น้องงงง น้องมากๆ ดีนะแบคบอกให้อ่านหนังสือให้จบก่อน 55555555 ตกหลุมรักกันแล้วจะมีฉากหวานๆมาให้แล้วสินะ (ตอนนี้คือหวานมากๆอยู่แล้ว) แล้วใจชุ้นจะรับไหวไหม
    #63
    0
  6. #62 momylove78 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2561 / 00:00

    รักแล้วคยองรุ้ตัวแล้ว อบอุ่นเว่อ รักกันนานๆนะอย่ามีอุปสรคนะ

    #62
    0
  7. #61 BLACKLABEL-9407 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2561 / 21:34
    ฮืออ เขินมากกก
    #61
    0