One Persistent Thought - KAISOO

ตอนที่ 1 : - intro -

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,240
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 51 ครั้ง
    30 ม.ค. 62

B
E
R
L
I
N



 

INTRO

โลกเราไปไกลเกินกว่าจะมาสนใจ

เรื่องความสัมพันธ์จุกจิกหยุมหยิม

 




 

ในปีค.ศ.3000 ที่โลกใบนี้มีวิวัฒนาการก้าวล้ำไปอย่างรวดเร็วต่างจากพัฒนาการของลิงที่ค่อย ๆ กลายเป็นมนุษย์อย่างเทียบไม่ติด เพียงแค่เก้าร้อยปีนับจากศตวรรษที่ 21 ที่ในตำราประวัติศาสตร์เก่า ๆ ได้จดบันทึกไว้ว่าเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของมนุษย์ชาติ    

 


แต่ตอนนี้สิถึงจะเรียกว่าวิวัฒนาการของจริง        

 


นับตั้งแต่ปีแห่งการเปลี่ยนแปลงเป็นต้นมา ผู้คนให้ความสนใจกับเทคโนโลยีนวัตกรรมด้านต่าง ๆ มากขึ้น เช่นการจัดการสภาพแวดล้อม การป้องกันรับมือกับภัยธรรมชาติ ทำให้ภัยพิบัติที่มนุษย์เคยรับมือไม่ได้ สามารถรับมือได้ถึงขั้นป้องกันต้นเหตุ

   

จะบอกว่ายุคนี้มนุษย์วิ่งนำธรรมชาติก็ไม่ผิดนัก


อย่างเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นไปเมื่อปีสองปีก่อนจนเป็นข่าวครึกโครมคือโครงการของศูนย์วิจัยลับที่ได้ส่งแผนการวิจัยการแก้ไขปัญหาวงแหวนแห่งไฟได้เรียบร้อยแล้ว ทำให้ไม่ต้องกังวลเรื่องปัญหารอยเลื่อนเคลื่อนตัวอีก จนไม่ต้องกังวลเรื่องแผ่นดินไหวหรือสึนามิอะไรพวกนั้นอีก แต่ทั้งหมดนี้เป็นเพียงการวิจัยธรรมดา ๆ ในยุคนี้แค่นั้น


การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญที่ส่งผลให้โครงการเหล่านี้ประสบความสำเร็จได้ง่ายดายเช่นนี้เป็นเพราะความสำเร็จในเรื่องการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์หรือเอไอ (AI) เมื่อห้าร้อยปีก่อน


มันช่วยมนุษย์ก้าวผ่านข้อจำกัดต่าง ๆ ได้อย่างดี


อย่างเช่น เราสามารถส่งพวกมันไปสำรวจในที่อันตรายที่มนุษย์ไปไม่ได้ หรือเอามาทดลองสารทดลองต่าง ๆ ที่สมัยก่อนมีนักสิทธิมนุษย์ชนมากมายออกมาประณามกับวิธีการพวกนี้ พอเอไอถือกำเนิดสำเร็จ การถามหาเรื่องศีลธรรมก็ค่อย ๆ หายไปเหมือนไม่มีใครเคยพูดเรื่องนี้สักคน


เนื่องจากไอเอที่เสร็จสมบูรณ์นั้นมีความสามารถ ร่างกาย กระทั่งความรู้สึกเสมือนมนุษย์คนหนึ่ง ทำให้เราสามารถทดลองอะไรที่แต่ก่อนเคยถูกปรามาสว่าไร้ศีลธรรมได้อย่างไม่รู้สึกผิดอีกต่อไป ในสายตามนุษย์มันอาจเป็นการก้าวผ่านคำว่าศีลธรรมที่ถูกครอบไว้เพื่อผลประโยชน์ที่หอมหวาน เพราะเขารู้ว่ายังไงเอไอก็ไม่ใช่มนุษย์ การทดลองทั้งหมดถึงพัฒนารวดเร็วอย่างก้าวกระโดดอย่างนี้


แต่อาจลืมไปว่าได้สร้างความรู้สึกไว้ให้เอไอ


หรือเป็นฝ่ายไหนกันแน่ที่ไร้แล้วซึ่งความรู้สึก 


 

 

 

เมื่อห้าร้อยปีก่อนเอไอถูกพัฒนาให้ตอบสนองต่อสิ่งต่าง ๆ ได้เสมือนมนุษย์จนสำเร็จ ในสมัยเรียนที่ต้องเรียนประวัติศาสตร์ยุคสมัยต่าง ๆ เป็นพัน ๆ ปี ได้อธิบายไว้อย่างไม่น่าสนใจว่าจุดเริ่มการประดิษฐ์สิ่งนี้เริ่มที่มีใครสักคนประกอบชิ้นส่วนต่าง ๆ แล้วเรียกมันว่าหุ่นกระป๋อง หรือเรียกอีกอย่างว่าหุ่นยนต์ ยุคแรกยังเห็นชัดว่ามันเป็นเพียงเศษเหล็กหรือโลหะคุณสมบัติดีที่ราคาสูงในสมัยนั้น สิ่งที่เรียกว่าหุ่นยนต์นั้นยังทำอะไรเองไม่ได้ ต้องใช้เสาอากาศเพื่อส่งสัญญาณให้มนุษย์เป็นผู้ควบคุมเพียงแค่นั้น


ต่อมาได้มีความพยายามที่จะทำให้เหมือนคนมากขึ้น แต่ก็ได้เพียงแค่โครงร่างเท่านั้นที่รูปทรงแบบมนุษย์ ทุกอย่างยังเป็นชิ้นเหล็ก ข้างในก็เต็มไปด้วยสายไฟฟ้าอยู่ดี แต่สิ่งที่พัฒนามากขึ้นคือ สามารถพูดทักทาย หรือจำใบหน้าของผู้ประดิษฐ์คนใกล้ชิดได้ตามที่ซอฟต์แวร์กำหนด แต่ก็ยังไม่มีความคิดเป็นของตัวเองอยู่ดี


อีกสักยี่สิบสามสิบปีต่อมาถึงจะเริ่มมีความคิดที่จะสร้างปัญญาประดิษฐ์ขึ้น ซึ่งตอนนั้นฮือฮาเป็นอย่างมาก และได้ถูกกล่าวไว้ว่าเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของมนุษย์ชาติทีเดียว ถึงแม้จนถึงตอนนี้จะไม่รู้ความหมายว่าทำไมถึงเริ่มประดิษฐ์มันก็ตามที แต่จุดเริ่มต้นของความเจริญทุกวันนี้ได้เกิดขึ้นแล้ว พวกเขาพยายามคิดค้นและพยายามอย่างหนักเพื่อให้ประสบความสำเร็จ 


กาลเวลาหมุนไปเรื่อย ๆ การพัฒนาต่อเนื่องไปอย่างไม่มีอะไรมาหยุดยั้ง แต่สิ่งที่ยังคงอยู่ก็คือสิ่งประดิษฐ์ที่เฟื่องฟูมากขึ้นจากการค้นคว้าอย่างหนักและต่อเนื่อง จนในที่สุดผลสำเร็จของเอไอเมื่อห้าร้อยปีก่อนได้เป็นผลประจักษ์ขึ้น


มนุษย์สามารถสร้างเอไอที่มีร่างกาย ความคิดได้ละเอียดอ่อนเฉกเช่นมนุษย์คนหนึ่งขึ้นมาได้ นับเป็นจุดเริ่มต้นที่แท้จริงของความสำเร็จอันยิ่งใหญ่และการพัฒนาหมุนต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง


จนในปัจจุบันเราแทบจะไม่สามารถแยกเอไอออกจากมนุษย์ปกติได้แล้วนอกจากจับเข้าเครื่องสแกนสมองหรือขอดูรหัสโค้ดบริเวณเนื้อหนังใต้ร่มผ้าบริเวณหัวใจ แต่ยังดีที่ปัจจุบันเอไอยังไม่สามารถสืบพันธ์หรือคลอดลูกเองได้ ถ้าเป็นอย่างนั้นมนุษย์คงถูกไอเอควบคุมและยึดครองแทนแล้ว


พวกมันฉลาดมาก ฉลาดเท่าที่ผู้ผลิตจะสามารถทำมันออกมาตามความต้องการลูกค้าทั้งหลายได้ ปัจจุบันสามารถร้องขอคุณสมบัติเฉพาะของเอไอที่ตนเองต้องการจะซื้อได้แล้ว ซึ่งทำให้การผลิตหรือซื้อขายไอเอรุ่งเรืองอย่างมาก และผู้คนจำนวนมากก็ใฝ่ฝันอยากเป็นผู้อยู่เหนือระบบนี้กันทั้งนั้น กระตุ้นให้ผู้คนมีความพยายามที่จะผลิตรังสรรค์สิ่งใหม่ ๆ อยู่เสมอ


ในตอนนี้ไม่รู้ว่าเราเป็นผู้ควบคุมความสร้างสรรค์ หรือการผลิตเป็นผู้ควบคุมกันแน่


 

 

 

ภายในห้องแลปสี่เหลี่ยมที่แสงไฟไม่สามารถลอดผ่านได้ หรือเป็นเพราะเจ้าของห้องไม่ต้องการแสงสว่างห้องหนึ่งในห้องใต้ดินของศูนย์วิจัยลับ ชายหนุ่มตัวเล็กผมสีดำที่กำลังนั่งเท้าคางครุ่นคิดอยู่ในความมืด พร้อมกับมองหน้าต่างจอที่ฉายไปมาทั่วห้อง ตัวหนังสือแปลกประหลาด ภาษาหลายภาษา และสูตรคณิตที่ถูกคำนวนค้างไว้มากมายถูกฉายปะปนซ้อนทับซ้อนกันไปมาทั่วห้อง ชวนให้ผู้พบเห็นรู้สึกมึนงงและวุ่นวายกับภาพที่เห็น รวมทั้งคงรู้สึกแปลกประหลาดกับคนบ้าคลั่งงานวิจัยงานทดลองตัวเล็กในห้องมืดทึบคนนี้


สัญญาณหน้าต่างใหม่ฉายสายโทรเข้าจากวิเวียนว่าอาหารเย็นพร้อมแล้ว แต่ผู้ฟังที่เพียงพยักหน้าตอบรับทั้งที่ความจริงสติไม่ได้จดจ่ออยู่กับเรื่องนี้เลยสักนิด ชายหนุ่มตัวเล็กยังคงนั่งนิ่งครุ่นคิดอะไรอยู่อย่างนั้นจนสายโทรเข้าอีกสายเด้งขึ้นมาอีก แล้วค่อยกดยืนยันรับอย่างไม่สนใจว่าเป็นใคร


ครับ โด คยองซูพูด” น้ำเสียงนุ่ม ๆ เอ่ยปากขึ้นอย่างสุภาพ แต่สายตายังคงจับจ้องอยู่ที่สูตรคณิตศาสตร์และผลความเป็นไปได้ที่ชวนวุ่นวายตรงหน้าเหมือนเดิม


“…” ปลายสายนิ่งเงียบไปสักพักแล้วค่อย ๆ ถอนหายใจออกที่ตามหลักการแล้วเป็นการแสดงถึงความรู้สึกเอือมระอาเล็ก แล้วค่อยพูดต่อไปว่า


ผมรอคุณมาสามชั่วโมงนับตั้งแต่ให้วิเวียนต่อสายขึ้นไป” ปลายสายพรั่งพรูลมหายใจระบายความรู้สึกเล็กน้อย “ในเรื่องอาหารเย็นมื้อนี้


ผู้ฟังตัวเล็กยังคงมองภาพฉายตรงหน้าอยู่อย่างนั้นและเงียบไปนานจนปลายสายมีอาการที่เรียกว่าหงุดหงิดแต่ก็ต้องข่มกลั้นไว้ ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายพรั่งพรูลมหายใจมากจนสัมผัสมาถึงอีกฝั่งหรืออย่างไร คนตัวเล็กถึงได้สติแล้วกลับมาตอบกลับอีกครั้ง


ขอโทษครับ ผมมีการทดลองค้างไว้ ไว้ผมจะนัดคุณใหม่ครั้งหน้า” คนพูดยังคงไม่เข้าใจสถานการณ์สักนิดเลยตอบกลับไปอย่างนั้น แล้วก็ตัดสายไปอย่างดื้อ ๆ เมื่อในสมองประมวลผลถึงผลดีผลเสียและเลือกทางเลือกความเป็นไปได้ที่เขาต้องการในการทดลองนี้ได้ในที่สุด


โด คยองซู!” เสียงที่ถูกจัดว่าอยู่ในอาการอารมณ์ขุ่นมัวอย่างขีดสุดดังแทรกขึ้นมาก่อนที่สายจะตัดไป ทำคยองซูสงสัยว่าทำไมต้องเสียงดังขนาดนั้น ทั้ง ๆ ที่งานนี้เป็นงานที่ใคร ๆ ก็เข้าใจได้ว่ามันสำคัญมากแค่ไหน น่าจะเข้าใจได้นี่ว่าเป็นงานการที่ใคร ๆ ก็ทำทั้งนั้น แล้วคนในศูนย์วิจัยลับอย่างเขาทำงานแทบไม่เป็นเวลาอยู่แล้วด้วย แถมเขาเองก็บอกแล้วด้วยว่าจะนัดไปใหม่ แต่ความสนใจเรื่องเสียงดังไม่ดังของปลายสายก็ไม่ได้อยู่ในความคิดของนักทดลองตัวเล็กนานเท่ากับการทดลองตรงหน้าอยู่ดี


พอผลทั้งหมดเป็นที่น่าพอใจคยองซูก็เพิ่งสำนึกได้ว่าร่างกายกำลังต้องการพลังงานอย่างหนักจึงสั่งปรับไฟขึ้นเพื่อให้สายตาค่อย ๆ ชินกับความสว่างและเพื่ออำพรางความวุ่นวายของงานที่ฉายไปมาเต็มห้องด้วย


หลังจากตากลมโตชินกับแสงสว่างที่เพิ่มมากขึ้นแล้วค่อยเดินไปยังห้องอาหารที่วิเวียนรายงานมาเมื่อสามชั่วโมงก่อนหรือมากกว่านั้นว่าจัดการตั้งอาหารเรียบร้อยแล้ว


เขาหิวจะตายอยู่แล้ว


คยองซูเดินมาถึงห้องอาหารที่ปาร์ค ชานยอล ที่ควบตำแหน่งแฟนของตัวเองในเวลานี้เคยนั่งอยู่ และมองกวาดตาบนโต๊ะที่ควรจะเต็มไปด้วยอาหารมากมายพร้อมทานกลับเหลือเพียงซากของกระจัดกระจายเหมือนกับว่าพบภัยพิบัติที่สมัยก่อนเรียกว่าไต้ฝุ่นอย่างไรอย่างนั้น


คยองซูมองโต๊ะที่แทบจะเป็นงานจัดแสดงโชว์ซากอาหารหรืองานศิลปะถ้วยชาม(แตก)เป็นรูปทรงต่าง ๆ เขาเคยอ่านในหนังสือนิยายเก่า ๆ สักเล่มว่ามันเป็นเหตุการณ์หนึ่งเมื่อตัวละครใดไม่พอใจมาก ๆ และต้องการจะระบายอารมณ์ขุ่นมัวออกไปก็จะทำลายข้าวของอย่างที่เห็นตรงหน้านี่แหละ


วิเวียน ทำไมไม่ทำความสะอาด” หลังจากมอง ๆ ซากที่เหลืออยู่บนโต๊ะแล้วคยองซูจึงเรียกวิเวียนอย่างไม่ต้องคิด เพราะว่าวิเวียนเป็นเอไอที่เขาจ้างมาเพื่อเป็นทั้งแม่บ้าน คนดูแลเรื่องส่วนตัวต่าง ๆ รวมทั้งเป็นคนจัดหาลูกมือสำหรับทดลองงานของเขาอีกด้วย นับว่าเป็นมือขวาที่อยู่กันมานานพอสมควร ซึ่งไม่น่าพลาดกับอะไรไม่เรียบร้อยที่เขาไม่ชอบแบบนี้


คุณชานยอลเขาบอกว่าจะรอให้คุณมาเห็นก่อนค่ะ” วิเวียนเดินเข้ามาพร้อมเครื่องมือทำความสะอาด แต่ก่อนที่จะได้ทำความสะอาด เสียงใสอีกเสียงก็ตะโกนตามหลังมาก่อน


พี่คยองซูรู้มั้ยเมื่อกี้นี้อะ หลังจากคุณชานยอลตะโกนเรียกชื่อพี่เสร็จก็ยันโต๊ะโครม สภาพก็เลยเป็นอย่างที่เห็น” จีวอนปรายตาไปมองสภาพโต๊ะตรงหน้าแล้วพูดเจื้อยแจ้วต่อว่า “แล้วหุนหันออกไปไม่สนใจอะไรทั้งนั้นเลย จะบอกว่าอัดคลิปไว้ด้วย” จีวอนพูดจบก็ฉายภาพฉากตอนที่ชานยอลอาละวาดให้คนที่ยืนอยู่ตรงนั้นดูทั้งหมด พร้อมกับหัวเราะคิกคักกับท่าทางที่จีวอนคิดว่าตลกนักหนาแล้วหันมาซักถามคยองซูผู้เป็นมนุษย์คนเดียวตรงนี้อย่างไม่เข้าใจ


ทำไมพี่ชานยอลต้องโมโหด้วยละคะ


ทำไมต้องขมวดคิ้วเป็นปมขนาดนั้นด้วยคะ


หน้าตาแดงก่ำไปหมดเลย ตอนนั้นแอร์เสียหรอเนี่ย


จีวอนเป็นเอไอรุ่นใหม่ล่าสุดที่เพิ่งออกมาไม่นานมานี้ เขาได้จีวอนมาจากการสมนาคุณของศูนย์วิจัยลับเหมือนทุกที จีวอนเป็นเอไอที่สดใสและร่าเริงเป็นอย่างมาก มากจนเกือบจะเรียกว่าวุ่นวาย ซึ่งต่างจากวิเวียนที่ค่อนข้างระเบียบจัด แต่ใคร ๆ ที่มาหาเขาก็ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าอยู่กับจีวอนแล้วสนุกดี ขี้ซักถาม ขี้สงสัยเป็นเจ้าหนูจำไมที่น่าเอ็นดู


คยองซูยิ้มแกน ๆ ให้กับคลิปวีดีโอที่ฉายอยู่ตรงหน้า หลังจากสั่งให้จีวอนปิดและหันไปสั่งวิเวียนทำความสะอาดต่อและเอาอาหารขึ้นมาให้เขาหลังทำความสะอาดเสร็จที่ห้องนั่งเล่นด้วย


เมื่อเห็นว่าคยองซูไม่ตอบคำถามถึงขั้นเมินคำถามของตัวเองจีวอนเลยวอแวตามติด จนถึงขั้นที่คยองซูเรียกว่ากวนประสาทมาจนถึงห้องนั่งเล่น


พี่คยองซู สรุปทำไมพี่ชานยอลต้องโกรธขนาดนั้นด้วย


ไม่รู้เหมือนกัน” เขาตอบกลับไปอย่างนั้นเพราะเขาไม่รู้จริง ๆ


พี่ไปทำอะไรให้เขาโกรธหรือเปล่า


ก็ไม่นะ ก็แค่คุยเรื่องอาหารเย็นวันนี้


คุยอะไรบ้างๆ” เจ้าหนูจำไมก็ยังถามไม่หยุด คยองซูถือว่าเป็นการตอบคำถามคลายสมองก็เลยเล่าเรื่องที่คุยกันให้ฟังให้หมด จะได้ไม่ต้องถามอะไรมากอีก


พี่ตั้งใจทำงานแบบนี้ก็ดีแล้วไม่ใช่หรอ จะได้มีเงินเยอะ ๆ มีครอบครัวที่ดีพร้อมได้ไง ตอนแต่งไปจะได้ไม่ลำบากทั้งคู่ด้วยหนิ!” คยองซูได้ยินแบบนั้นก็พยักหน้าเห็นด้วยแล้วก็ไม่สนใจอะไรอีกเนื่องจากอาหารมื้อเย็นที่ปาไปเกือบจะห้าทุ่มของเขามาถึงแล้ว


จีวอนไม่เข้าใจความรู้สึกของมนุษย์เลย ใคร ๆ ก็บอกว่ามนุษย์มีความรู้สึกและความคิดที่ซับซ้อนมากมายที่มาพร้อมกับความสัมพันธ์ที่น่ายุ่งเหยิง พอถามพี่คยองซูก็ไม่เคยจะได้คำตอบที่แน่ชัดเหมือนกัน ไม่รู้ว่าเธอหรือพี่คยองซูกันแน่ที่เป็นเอไอ


หรือเพราะเธอต้องเรียนเรื่องการเป็นมนุษย์ให้มากขึ้นกว่านี้กันแน่นะ

 

 


 

เนื่องจากพรุ่งนี้มีการทดลองสำคัญ ทำให้คืนนี้คยองซูต้องพักผ่อนให้เพียงพอก่อน แต่เนื่องจากนอนไม่หลับพลิกตัวไปมาบนเตียงหลายตลบ เลยคิดถึงเรื่องการทดลองในวันพรุ่งนี้มาจนถึงเรื่องของชานยอลก็ชวนให้ไม่เข้าใจและสงสัยขึ้นมาดื้อ ๆ


ชานยอลทำเหมือนว่าที่เขาทำอยู่ทุกวันนี้ไม่ถูกต้องอยู่ตลอดเวลา


คยองซูสัมผัสได้เสมอว่าอะไรที่เรียกว่าอารมณ์เกรี้ยวกราดหรือความไม่พอใจพวกนั้น แต่เขาเลือกที่จะเมินเฉยมันเสมอมา เขาคิดว่าเราไม่ควรเอาอารมณ์มาปะปนกับการทำงาน หรือกับคนรอบข้างอะไรทั้งนั้น จนบางทีเขาก็เกือบคิดไปว่าหรือเขาไม่มีความรู้สึกเลยกันแน่


แต่ตามหลักแล้วถ้าเป็นมนุษย์จะต้องมีอารมณ์ความรู้สึกเหมือนในนิยายโบราณประโลมโลกพวกนั้นเขียนขึ้นมาสิ ส่วนใหญ่การถ่ายทอดตัวหนังสือลงบนงานเขียนต้องเป็นเรื่องที่ผู้เขียนมีความรู้สึกร่วมหรือบ่งบอกตัวตนอะไรสักอย่างได้ไม่ใช่หรอ


ไม่เข้าใจเลยสักนิดว่าทำไมต้องโกรธ


ทั้ง ๆ ที่มันสมเหตุสมผลทั้งนั้น


คยองซูไม่ใช่คนที่จะปล่อยให้ความสงสัยค้างคาอยู่ในใจนาน เพราะการไม่คุยไม่อธิบายเหตุผลยิ่งจะทำให้ความสัมพันธ์แย่ลงเรื่อย ๆ จากเรื่องเล็กน้อยก็กลายเป็นเรื่องใหญ่ได้  คิดได้ดังนั้นมือบางจึงเลื่อนไปเปิดระบบส่งข้อความพุ่งไปที่ประเด็นที่สงสัยและคาใจหาชานยอลในทันที


คยองซู : วันนี้เป็นอะไรน่ะ?


ชานยอล : เปล่า ไม่ได้เป็นอะไร


คยองซู : อ๋อ นึกว่าคุณโกรธ

 


         ไม่มีการต่อบทสนทนาพักใหญ่จนฝ่ายชานยอลเริ่มเปิดประเด็นอีกครั้ง

 


         ชานยอล : ไม่คิดจะถามหน่อยหรอว่าทำไปทำไม


         คยองซู : ทำไปทำไม


ชานยอล : โมโหเรื่องงานนิดหน่อย ตอนนี้เหมือนผมถามเองตอบเอง


ชานยอล : คุณนี่มันไม่เคยรับรู้อะไรเลยจริง ๆ


คยองซู : แล้วทำไมต้องมาระบายที่ห้องอาหารของผม


 

คยองซูเป็นฝ่ายเปลี่ยนเรื่องอย่างไม่สนใจอะไรต่อ ชานยอลก็ได้แต่กดอารมณ์ขุ่นมัวทั้งหมดแล้วปล่อยตามน้ำไปอย่างทุกที เพราะคยองซูเป็นคนแบบนี้มาตั้งแต่แรกแล้ว ไม่ค่อยรับรู้หรือสนใจอะไรทั้งนั้น โดยเฉพาะเรื่องการปฏิสัมพันธ์ระหว่างบุคคลที่ถูกโด คยองซูจัดเข้าหมวด ‘เรื่องยุ่งยาก’ ในชีวิต


 

ชานยอล : เห็นว่านายเหลือกินเหลือใช้เยอะไปมั้ง


คยองซู : เสียดายอาหาร


ชานยอล : อืม ไม่ทำอีกแล้ว


คยองซู : ถ้ามีคราวหน้าจะส่งบิลค่าเสียหายไปเก็บที่บ้านคุณเลยคอยดู


ชานยอล : ทำอีกร้อยรอบก็มีปัญญาจ่ายน่า


คยองซู : ขี้อวด


พอสุดเรื่องจะคุยก็ทำให้ทั้งสองฝ่ายไปต่อไม่เป็นดื้อ ๆ ก่อนที่คยองซูจะเลิกสนใจแชทตรงหน้าชานยอลก็ส่งข้อความมาอีก


ชานยอล : นอนไม่หลับ?


คยองซู : อืม คอลได้มั้ย?


หลังจากที่ชานยอลบอกว่าไม่ได้เป็นอะไรเขาก็วางใจขึ้นมาได้ เพราะเขาโตมากับชานยอล ถูกจับคู่มากับชานยอลตั้งแต่เด็ก ๆ ก็ไม่อยากให้อีกฝ่ายมีอารมณ์ขุ่นมัวหรือเกิดปัญหาอะไรจุกจิกหยุมหยิมระหว่างกัน


คุยกันไปมาสักพักเสียงนุ่มทุ้มชวนหลงใหลของชานยอลที่คอยขับกล่อมเขาค่อย ๆ เบาลงเรื่อย ๆ เชิญชวนให้นางฟ้าแห่งโลกความฝันเข้ามาเคาะประตูเรียกเขาไปหาได้อย่างง่ายดาย


 

 

 

คยองซูตื่นขึ้นมาตั้งแต่หกโมงเช้าเพื่อสั่งการเตรียมการทดลองในวันนี้ เนื่องจากวันนี้จะมีเด็กใหม่ฝึกหัดเข้ามาเป็นลูกมือของเขาอีกด้วย จึงต้องเตรียมการทุกอย่างเป็นพิเศษเพื่อให้คนรุ่นใหม่ได้รับความรู้ต่าง ๆ ไปอย่างเต็มที่


เมื่อวิเวียนต่อสายมาบอกว่าพวกเด็กฝึกหัดใหม่ประมาณสี่ถึงห้าคนมารอพร้อมอยู่ที่ห้องฆ่าเชื้อเรียบร้อยแล้วกำลังจะพาไปที่ห้องทดลอง เขาจึงค่อยย้ายร่างกายของตัวเองไปบ้าง


ในห้องทดลองที่เขาใช้วันนี้เป็นเหมือนแลปทดลองสารต่าง ๆ คยองซูทักทายคนทั้งหมดก่อนที่จะเริ่มอธิบายพวกทฤษฎี ผลการวิจัยการทดลองที่เขาคาดคะเนความเป็นไปได้คร่าว ๆ แล้วลองถามความเห็นเด็กใหม่ทั้งหมดด้วยถึงค่อยเริ่มทดลอง


แต่ก่อนที่จะได้ทดลองจู่ ๆ เครื่องผลิตอากาศในห้องก็หยุดนิ่งจนทุกคนหายใจไม่ออก รวมทั้งคยองซูด้วย บรรยากาศที่หายใจเข้าก็ไม่ได้หายใจออกไปก็กลัวจะเสียเปล่า ความอึดอัดคับข้องของระบบทางเดินหายใจเด่นชัดขึ้นจนความรู้สึกปวดร้าวแพร่กระจายไปทั่วช่องอก เหมือนมีคนเอาเขาออกไปทิ้งไว้นอกอวกาศโดยไม่ให้เอาถังออกซิเจนไปด้วย


สายตาที่เริ่มพร่าเลือนเหมือนเห็นแสงสีขาวอยู่รำไรแต่กลับชวนหลงใหลให้อยากนอนหลับสักตื่น ซึ่งสวนทางกับความเจ็บปวดทั่วระบบทั้งร่างเนื่องจากการขัดข้องของระบบทางเดินหายใจ แต่ก่อนที่คยองซูจะได้ส่งสัญญาณให้ใครช่วยหรือติดต่อวิเวียน แต่ก็ไม่ทันลมหายใจเฮือกสุดท้ายที่เหลืออยู่ถูกใช้จนหมดก่อนจะพรากให้สติที่มีทั้งหมดดับวูบไป


 

 



-- 100 % --

 

 


 

สวัสดีอีกครั้งนะคะ 

มาลงอินโทรตอนแรกแล้วค่ะ~

 

ไม่รู้ว่าเราอธิบายงงมากมั้ย คือในตอนนี้เป็นมุมมองจากคนในปี 3000 หมดเลยนะคะ ว่าเขามองคนในปีเราๆนี่ยังไง (จากจินตนาการเราเอง5555) ด้วยความอินจาก blade runner 2049 นี่แหละ

ตอนนี้ยังไม่มีอะไรมาก แค่เราจะปูพื้นว่าตัวเอกของเราจะเป็นใครมาจากไหน คาแรคเตอร์บางส่วนนิดหน่อย แล้วทำอะไรบ้างแค่นั้นค่ะ 

ตอนหน้าเราจะพาย้อนเวลาไปเจอพระเอกของเรากันค่ะ ย้อนกลับมาในคริสต์ศตวรรษที่ 21 กันนี่แหละค่ะ ไม่ต้องไปไกลมาก เดี๋ยวไทม์แมชชีนพัง เพราะเรารวนเอง ฮื่อ

จำไม่ได้แล้วว่าจะทิ้งท้ายอะไรอีก แต่ถ้าสงสัยอะไรตรงไหนเดี๋ยวเรามาขยายความตอบให้นะคะ

 

ปล. การอธิบายอะไรสักอย่างออกมาเป็นงานเขียนนี่ยากเหมือนกันนะ แต่จะพยายามปรับปรุงให้ดีขึ้น!


03/08/18

เข้ามาเปลี่ยนฟ้อนต์เฉยๆค่า ถ้าแจ้งเตือนรบกวนขอโทษด้วยนะคะ

 

enjoy reading!

graphitesky

 


 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 51 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

96 ความคิดเห็น

  1. #82 Airr Rzsl (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2561 / 00:50
    น่าติดตามมากก จะรออ่านนะคะ สู้ๆค่า
    #82
    0
  2. #72 p.nannapak (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2561 / 20:08
    เราเจอจากแท็กในทวิต ตอนแรกคิดว่าเป็นฟิครักโรแมนติกธรรมดาๆ แต่ว่าพอเห็นคำว่าไซไฟนี่พุ่งเข้าอ่านเลยค่ะแม้จะชะงักกับคำว่าดราม่าเพราะเราเป็นโรคไม่ถูกกับดราม่าเท่าไหร่ แต่นั่นแหละเพราะเป็นไซไฟเราถึงอ่าน 555555 มันหาอ่านยากมากค่ะสำหรับฟิคแนวนี้ของคู่นี้ ก็ต้องขอบคุณก่อนเลยที่ยอมสละเวลาในการทำงานหรือเรียนเพื่อมาแต่งอะไรดีๆให้เราอ่านกัน ส่วนเนื้อเรื่องน่าสนใจมากค่ะแต่ประเด็นคือการบรรยายยังให้ความรู้สึกสับสนงงๆอยู่ อาจจะเพราะการเลือกใช้คำหรือไม่ก็การเว้นวรรคบางท่อนที่ติดกันทั้งที่ถ้าเว้นห่างก็จะได้ใจความที่เข้าใจง่ายขึ้น แต่ไม่เยอะเท่าไหร่นะคะ เราเองอ่านแล้วเข้าใจเพราะชอบหนังแนวนี้อยู่แล้วแม้จะยังไม่เคยดู blad runner 2049 แต่ถ้าแนวๆอวกาศ โลกอนาคตเราก็ดูมาไม่น้อยเหมือนกันเลยเข้าใจถึงการบรรยายของคุณได้ แต่ก็ยังยอมรับว่ามันยังมีความงงๆวนไปวนมานิดหน่อยค่ะ ไม่เยอะๆ ในส่วนของคาแรคเตอร์เราเกือบจะคิดไปแล้วว่าคยองซูอาจจะเป็นเอไอที่เหมือนมนุษย์มากที่สุดในโลก และไม่มีโค้ดประจำตัวบนหน้าอกซ้ายไรงี้รึเปล่า ถึงได้ไม่ค่อยมีความรู้สึกต่อคนอื่นหรืออะไรหลายอย่าง หรือไม่ก็เป็นมนุษย์ที่แท้จริงแล้วไม่ได้มีความรู้สึกรักและแคร์ชานยอลจริงๆดังที่คนเป็นแฟนกันควรมี เลยทำให้ละเลยต่อความรู้สึกของอีกฝ่าย ถ้าแบบนี้ก็พอตอบคำถามได้ว่าทำไมคยองซูถึงเป็นคนไร้อารมณ์และดูโนสนโนแคต่อใครๆจนเหมือนจะเป็นเอไอเข้าไปทุกที จีวอนยังดูมีความเป็นมนุษย์มากกว่าอีก...555555 เอาเป็นว่ารอติดตามไปเรื่อยๆดีกว่า ยังไงก็ขอบคุณที่ยอมสละเวลามาเขียนจริงๆค่ะ เพราะแนวนี้มันโคตรยาก ขนาดเราอ่านยังต้องทำความเข้าใจเลยแล้วการจะแต่งให้คนอ่านเข้าใจในสิ่งที่คุณอยากจะสื่อมันก็ยิ่งยากเข้าไปอีก สู้ๆนะคะ
    #72
    0
  3. #59 mami yayi (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2561 / 23:49
    เรื่องราวน่าสนใจมากเลยค่ะ
    #59
    0
  4. #44 DTM456_ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2561 / 23:51
    ว้าวววว ภาษาดีอ่ะ ชอบๆ
    #44
    0
  5. #35 kksssp (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2561 / 06:42
    ไม่เคยเจอพล็อตแบบนี้เลย จะติดตามค่ะ ^-^ ไรท์บรรยายดีมากๆๆ//แต่คยองซู่ต้องไม่เป็นอะไรรุนแรงนะ
    #35
    0
  6. #29 Mysweet_Dyo (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2561 / 04:52
    เป็นพล็อตที่แปลกแต่น่าสนใจมากเลยค่ะ ติดตามน้า เป็นกำลังใจให้ค่ะ
    #29
    0
  7. #23 tngjjjjjjj (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 23 กันยายน 2561 / 23:16
    น่าสนใจมากค่ะ ชอบแนวนี้อยู่แล้วด้วย555 ไรท์บรรยายออกมาได้ดีเลยค่า เข้าใจง่าย ติดตามค่า เป็นกำลังใจให้ไรท์นะคะ สู้ๆ
    #23
    0
  8. #13 Bee (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 19 กันยายน 2561 / 01:43

    เนื้อเรื่องน่าสนใจมากค่ะ การใช้ภาษาในการบรรยาย การอธิบาย อ่านแล้วเข้าใจง่ายดีค่ะ จะติดตามนะคะ สู้ๆค่า

    #13
    0
  9. #8 nook_ny (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2561 / 23:05
    เจ๋งอ่ะ
    #8
    0
  10. #4 zkdlin (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2561 / 08:27
    กยิ้ดดดดดดด คืออยากอ่านแนวนี้มากๆเพราะอินจากบีคัมฮิวแมน รออ่านนะคะ
    #4
    0
  11. #1 Feilpnity (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2561 / 00:42
    สู้ๆนะคะ
    #1
    1
    • #1-1 graphitesky(จากตอนที่ 1)
      22 กรกฎาคม 2561 / 19:43
      ขอบคุณมากๆนะคะ♥ จะพยายามเต็มที่เลยค่ะ
      #1-1