「END」HELL BIGBANG ระเบิดรักซ่า(ส์) คนบ้าพันธุ์นรก

ตอนที่ 7 : Practice Round 5 [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,202
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 19 ครั้ง
    14 ก.พ. 58



 
 



 




 

 

Practice Round 5







 

  

“ฉันให้เลือกเอาไหม...” แต่เขากลับรักษาระดับอารมณ์เอาไว้ได้อย่างยอดเยี่ยม กระซิบเสียงดุดันกลับมาแทน

 

“...”

 

“ระหว่างปากแตกเพราะหมัด...กับปากฉัน เธอจะเลือกอะไร?”

 

ส้นตีนฉันน่าจะเหมาะกับปากมันมากกว่า ว่าไหม...

 

“ไอ้...!” คอปเปอร์ทำให้ฉันอับจนคำปรามาสเขาอย่างสิ้นเชิง

 

ไม่ว่าจะตอกกลับด้วยวิธีไหนก็ถูกหมอนี่ ฮุคกลับมาด้วยหมัดเดียวกัน

 

ทว่ากลับมีพลังมากกว่าเป็นร้อยเท่า และการที่เรามายืนโต้เถียงกันในสภาพนี้นานๆ ก็ไม่ใช่ผลดีอะไรเลยไง

 

โธ่เว้ย! วันเฮงซวยอะไรของฉันวะ

 

“สำหรับวันนี้...ปล่อยไปก่อนก็ได้”

 

ขณะที่สมองฉันคิดหาทางรอดแทบตาย จู่ๆ คนตัวสูงก็พูดเสียงเรียบ คลายแรงบีบรัดทำให้ฉันสะบัดตัวหลุดและผลักอกเขาให้ถอยห่างได้ในระดับหนึ่ง

 

ฉันจึงหรี่ตามองคนตรงหน้าอย่างจับผิด

 

มันต้องมีแผนชั่วช้าสารเลวอะไรแน่

 

“ยังไง...ก็ไม่รอด”





 

สามวันผ่านไป

 

 

เมื่อวานพวกเรากำลังรวมตัวกันอยู่ที่ห้องนอนของฉัน ทั้งวาเลนไทน์ ควีน มัลดีฟส์ รวมถึงไวท์ก็ด้วย

 

จำสามวันก่อนได้ไหม...หลังจากคุกคามฉันอย่างหยาบคาย จู่ๆ คอปเปอร์ก็ปล่อยฉันออกมา ทิ้งท้ายคำพูดเอาไว้ให้ฉันขบคิดอย่างหนักเลยทีเดียว คิดว่าหมอนั่นจะจ้องเล่นงานฉัน

 

แต่เปล่าเลย...สามวันมานี้ฉันไม่ได้เจอเขาอีก ทุกอย่างดูเงียบสงบคล้ายคลื่นสงบก่อนพายุลูกใหญ่จะมายังไงยังงั้น

 

แต่เรื่องนั้นเอาไว้ก่อน

 

ฉันเพิ่งรู้จากไวท์ว่า สามวันหลังจากการเปิดเทอมจะมีการจัดปาร์ตี้แนะนำผู้นำของแต่ละสังกัดแก่นักเรียนใหม่ คงประมาณจะสร้างสัมพันธไมตรีระหว่างนักเรียนด้วยกันนั่นแหละ

 

ทว่า ประเด็นมันอยู่ตรงนี้ต่างหาก...

 

ไวท์บอกว่ามันไม่ใช่งานเลี้ยงธรรมดา ทุกปีจะมีเกมให้แต่ละโซนเข้าแข่งขันซึ่งก็อาจจะไม่ผิดปกติอะไรมากนัก แต่ไวท์บอกว่าทุกการแข่งจะมีนักเรียนได้รับบาดเจ็บเกือบหลายร้อยคน และทุกอย่างถูกดำเนินการโดยผอ. ของที่นี่ทั้งนั้น

 

ตลกนะว่าไหม อยากจะดัดสันดานให้ดีขึ้นหรือทำให้เสื่อมลงก็ไม่รู้

 

และตอนนี้...ฉันก็อยู่ในเกมของงานเลี้ยงที่ว่านั้นเรียบร้อยแล้วด้วย

 

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ หลังโรงเรียนนี้มีป่ารกทึบซุกซ่อนไว้ด้วย ฉันย่ำเท้าไปตามพื้นดินแฉะๆ จากร่องรอยฝนตกอย่างระวังพลางเคลื่อนฝีเท้าให้เบาที่สุดเท่าที่จะทำได้ สงสัยกันอยู่ใช่ไหมว่าทำไมฉันถึงต้องเข้ามาในป่าหลังโรงเรียนในเวลาเที่ยงคืนแบบนี้

 

ฉันไม่ได้อยากเข้ามาหรอก แต่ต้อง ‘จำใจ’ เดินเข้ามานั่นก็เพราะ...

 

นี่คือเกมการแข่งขันของปาร์ตี้ในคืนนี้น่ะสิ!

 

เรื่องมันเกิดตอนระหว่างที่กำลังแนะนำตัวผู้นำสังกัดทั้งสี่น่ะ

 

ผู้นำสังกัด Bad ซึ่งฉันเพิ่งเคยเจอหน้าครั้งแรก เขาเป็นผู้ชายเจ้าของใบหน้าหวาน รูปร่างสูงโปร่งดูดีทุกองศากับใบหน้าไร้พิษภัยนั่นทำให้ฉันต้องอึ้ง

 

เมื่อเขากระโดดขึ้นเวทีมาโอบตัวฉันอย่างหยาบคาย แถมยังพูดจาขวานผ่าซากขัดกับหน้าตาน่ารักนั่นสุดๆ รู้สึกหมอนั่นจะชื่อ เลิฟ

 

จากนั้นผู้นำสังกัด Wicked ก็ขึ้นมาบนเวทีอีกคน ฉันจะไม่ตกใจเลยถ้าเขาไม่ใช่ผู้ชายที่ช่วยฉันจากคนเมาในคลับคืนนั้น ผู้ชายท่าทางสุภาพใจดีคนนั้นชื่อ ดราก้อนและครั้งนี้เขาก็ขึ้นมาเพื่อขว้างเลิฟเอาไว้เหมือนกัน

 

เรื่องวุ่นวายเข้าไปอีก คอปเปอร์เดินขึ้นมาสำทับหวิดมีเรื่องกับทั้งสองสังกัด และเขาคือผู้นำของ Hell ที่ไวท์เคยบอกว่าเขาโค่นตำนานลงจนคนอื่นต่างไม่กังขาในฝีมือของหมอนั่น และพอทุกอย่างดูจะเกินควบคุม

 

พิธีกรหน้าตีอายุราวๆ ยี่สิบแปดที่ฉันเพิ่งมารู้ทีหลังว่าเขาคือผู้อำนวยการโรงเรียนนี้ก็จัดการแข่งขันนี้ขึ้นมา เขาให้ชื่อเกมนี้สั้นๆ ว่า ‘ล่า’ 

 

แค่ชื่อเกมเพียงวลีเดียวก็ทำให้ฉันหายใจไม่ทั่วท้องแล้ว

 

ประเด็นสำคัญอีกอย่างคือฉันถูกวางตัวเป็นหนึ่งในหมากของเกมคืนนี้น่ะสิ!

 

เวรฉิบ!

 

ไม่อยากเชื่อเลยว่าด้วยอายุและหน้าตาที่โคตรจะดูเด็กของเขา ไม่น่าจะเป็นผู้อำนวยการที่นี่ได้เลยด้วยซ้ำ แต่ก็นั่นแหละ ความจริงเขาก็คือคนที่อยู่เหนือผู้นำทั้งสี่สังกัดของโรงเรียนดัดสันดานแห่งนี้ และสิ่งที่กำลังทำให้ฉันว้าวุ่นใจก็คือ...

 

กติกาที่เขาได้กำหนดขึ้นมาไง

 

เขาบอกว่ามันคือการแข่งขันระหว่างสังกัดทั้งสี่โซน ซึ่งสามโซนภายใต้การนำทัพของผู้นำผู้ชายจะเป็นฝ่าย ‘ล่า’ ริสแบนด์อันเป็นสีประจำของสังกัดที่ผู้เข้าร่วมการแข่งขันจะมีคนล่ะหนึ่งอัน

 

โดยแต่ละอันมีแต้ม 10 คะแนน ส่วนของผู้นำสังกัดมีค่า 100 แต้ม เฮงซวยที่สุดคือของฉันนี่ไง...ดันมีค่าถึง 1000 แต้มเชียวนะเว้ย

 

เท่ากับว่า ทุกคนต้องพุ่งเป้ามาที่ฉันมากที่สุด ลำพังแค่เขาวางหมากให้ฉันเป็นผู้นำหญิงเพียงคนเดียวของเกม ให้เป็นฝ่าย ‘ซ่อน’ จากผู้ล่ามันก็เกินจะทนอยู่แล้วนะ

 

ผู้เข้าร่วมการแข่งขันต้องเก็บริสแบนด์ของสังกัดอื่นให้ได้มากที่สุด ยกเว้นอยู่หนึ่งกรณี...คือต่อให้มีหนึ่งสังกัดได้คะแนนเยอะที่สุดก็ตาม

 

แต่ถ้ามีอีกสังกัดที่สามารถแย่งริสแบนด์จากฉันไปได้ก็เท่ากับว่าเขาสามารถเอาชนะสังกัดที่เก็บคะแนนสูงสุดได้โดยไร้ข้อกังขา

 

และฝ่ายที่แพ้หนึ่งสังกัดจากที่ผู้ชนะเลือกก็ต้องตกอยู่ในสถานะ ทาสตลอดหนึ่งอาทิตย์

 

ใช่...มันเป็นกฎที่งี่เง่าที่สุดเท่าที่เคยเห็นมาเลย!

 

ที่นี่ฉันจะทำยังไงดีล่ะ...บ้าบอคอแตกที่สุด!

 

รีบๆ จบเกมเถอะเพิ่งเริ่มเกมมาได้ไม่ถึงสิบนาที

 

แต่ฉันกลับรู้สึกว่าชีวิตแขวนอยู่บนเส้นด้ายมาก ผอ. บอกว่าสามารถใช้ทุกอย่างที่นี่เป็นอาวุธได้ แต่ห้ามเล่นงานกันถึงตาย ฉันถอนหายใจพลางก้มลงหยิบท่อนไม้กำลังเหมาะมือขึ้นมาถือไว้เพื่อป้องกันตัว

 

รู้อะไรไหม...ฉันเป็นเพียงคนเดียวในกลุ่มที่ถูกส่งเข้ามาเล่นเกมนี้

 

เพื่อนๆ ฉันทั้งหมดไม่ได้สิทธิ์เข้าแข่งกัน เขาให้เหตุผลว่าเป็นเพราะฉันทำให้ผู้นำทั้งสามสังกัดหวิดวางมวยกันบนเวที โคตรงี่เง่าเลยว่ะ! แถมตอนนี้ทุกอย่างที่เกิดขึ้นที่นี่ยังถูกถ่ายทอดสดผ่านกล้องตัวจิ๋วไปที่หอประชุมอีกต่างหาก

 

รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังอยู่ในหนังเรื่อง Paranormal activity เลยว่ะ!

 

ตึก ตึก ตึก

 

เสียงฝ่าเท้าน้ำหนักไม่ชัดเจนนักดังขึ้นดึงฉันออกจากภวังค์ความคิด

 

ฉันถอยหลังซ่อนตัวเองไว้หลังต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่งอย่างเงียบเชียบ หัวใจเต้นหนักขึ้นตามจังหวะการหายใจ จนต้องเม้มริมฝีปากอย่างกดดันเอาไว้ตลอดเวลา

 

เพ่งสายตามองผ่านความมืดรอบตัวอย่างระแวง ขนอ่อนตามร่างกายลุกซู่เมื่อสายลมหนาวยะเยือกพัดผ่านแผ่วเบาหอบ

 

ตึก ตึก ตึก!

 

เสียงฝีเท้านั้นค่อยๆ หนักแน่นชัดเจนจนฉันแน่ใจ เขากำลังมุ่งหน้าเข้ามาใกล้บริเวณที่ฉันซ่อนตัวอยู่ สายตาฉันมองเห็นร่างสูงผอมสูงนั่นเดินถือท่อนเหล็กในมือผ่านจุดที่ฉันยืนอยู่ไปโดยไม่สังเกตเห็น เขาหันซ้ายหันขวาเพื่อมองหาบางอย่างราวกับหนังโรคจิต เห็นแบบนั้นหัวใจฉันก็ยิ่งเต้นแรงขึ้นอีก

 

เมื่อชายแปลกหน้าผู้สวมริสแบนด์สีเทาเดินผ่านไปสองสามก้าว ฉันก็ค่อยๆ ก้าวขาออกมาจากที่ซ่อนตัวอย่างตัวเบาที่สุด เอ่ยขอโทษบุคคลตรงหน้าในใจ ก่อนจะได้ลงมือกับเขาโดยที่หมอนี่ไม่ทันรู้ตัวด้วยซ้ำ

 

นี่คือเกม...มันคือการแข่งขันที่ฉันก็แพ้ไม่ได้เหมือนกัน

 

เอาเป็นว่าขอโทษแล้วกันนะ...ฉันพูดในใจ

 

กึก!

 

ทว่าโชคชะตากลับไม่เข้าข้างฉันเอาเสียเลย!

 

ฉันเผลอก้าวเท้าไม่ระวังทำให้ไปเหยียบกิ่งไม้จนเกิดเสียง ทำให้ชายที่กำลังเดินหันหลังอยู่หันกลับมาอย่างรวดเร็ว แต่ฉันก็มีสติเร็วพอจะฟาดท่อนไม้ในมือใส่ต้นคอเขาเต็มแรงจนไม้ท่อนนั่นหักคามือ

 

ผลัวะ!!

 

กรอบตาฉันเบิกกว้างอย่างตระหนก รีบโยนไม้ลงพื้นแทบจะพร้อมกับร่างสูงของผู้ชายแปลกหน้าที่ล้มลงในวินาทีต่อมา สาบานว่าฉันไม่เคยรู้สึกตื่นเต้นอะไรเท่านี้มาก่อน ถึงขั้นยกมือปาดเหงื่อที่ผุดตามกรอบหน้าออกช้าๆ

 

หัวใจเต้นสั่นรุนแรงราวกับอะดรีนาลีนในร่างกายมันพุ่งพล่านไปหมด

 

หะ ให้ตาย! หมอนี่คงไม่ตายไปจริงๆ หรอกใช่ไหม ฉันฟาดเขาแรงมากเลย...

 

เฮ้ ตายรึเปล่า ฉันถามเสียงเบา

 

หากก็ไร้การตอบสนองกลับ จึงเอื้อมมือไปวัดลมหายใจเขาพลางถอยหายใจอย่างโล่งอกออกมา ก่อนจะดึงริสแบนด์ออกจากข้อมือของเขา

 

หากทว่าก็ต้องชะงักฝ่ามือไว้แค่นั้น

 

ฝีมือไม่เบา” เสียงทุ้มของใครบางคนดังขึ้นท่ามกลางความเงียบไง

 

ใครน่ะ!” เจ้าของเสียงก้าวเท้าออกจากมุมมืดเผยให้เห็นริสแบนด์สีดำสนิทที่ข้อมือของเขา...สังกัด Hell

 

สวัสดี ผมชื่อ โจ ขอริสแบนด์จากคุณผู้หญิงได้มั้ยครับเขาแนะนำตัวด้วยน้ำเสียงขี้เล่นพร้อมกับค่อยๆ ก้าวเข้ามาหาฉันทีละก้าวเนิบนาบ แต่อัดแน่นได้ด้วยความตึงเครียดและกดดันชัดเจน แค่ยื่นให้ดีๆ จะไม่มีการเจ็บตัวเลย

 

สายตาคมของเขากระหายแต่ชัยชนะจนฉันรู้สึกขนลุกขนพองไปทั้งตัวอย่างบอกไม่ถูก

 

ถ้านายมาเพื่ออยากชนะ...ฉันพูดเสียงเรียบพลางก้มหยิบท่อนเหล็กของผู้ชายที่หมดสติขึ้นมาถือเอาไว้ในมือ

 

ก่อนจะหยุดฝีเท้าลงเมื่อแผ่นหลังปะทะกับต้นไม้ จึงวาดวงแขนไปด้านหน้าเพื่อเปิดทาง ทำให้เขาถอยหลังออกห่างไปหลายก้าว ฉันคงให้ไม่ได้”

 

ส่งมาเถอะครับ ผมไม่อยากทำร้ายผู้หญิงเขาพยายามหว่านล้อมด้วยคำพูดสุภาพ หากทว่าไอ้คำพูดพวกนั้นช่างจอมปลอมสิ้นได้

 

ไม่!” น้ำเสียงหนักแน่นของฉันคงยืนยันคำพูดได้เป็นอย่างดี สีหน้าสุภาพของเขาถึงได้เปลี่ยนเป็นดุดันขึ้นมา

 

ตามใจ”

 

เฮ้ย! ทำบ้าอะไรชายตรงหน้าวาดปลายเท้ามาหมายจะอัดเข้ากับร่างฉันแบบไม่มีท่าทีลังเล โชคดีที่ฉันคล่องตัวกว่าถึงได้หลบการโจมตีเมื่อครู่ได้อย่างหวุดหวิด

 

ย้ำนะว่าหวุดหวิด! ต่อไปจะเป็นยังไงก็ไม่รู้เหมือนกัน

 

ทำให้เธอส่งริสแบนด์มาแบบเจ็บตัวไงครับ

 

นายเป็นลูกผู้ชายรึเปล่าวะฉันตะคอกอย่างเหลืออด

 

มันใช่แล้วเหรอ โรงเรียนนี้น่ะ...ฉันว่าแม่งไม่ใช่แล้ว

 

แสดงความเป็นสุภาพบุรุษออกไปแล้ว เธอปฏิเสธความหวังดีเองไม่ใช่?โอเค โยนความผิดมาให้หน้าตาเฉยอีกต่างหาก เจริญไหมล่ะ...แล้วพอหมอนั่นเผลอ

 

ฉันก็วิ่งออกมาจากต้นไม้ใหญ่เปิดพื้นที่ให้กว้างสำหรับการหลีกหนี

 

ทว่า

 

ปึก!

 

“x!” ฉันก็ต้องสบถออกมา เมื่อถูกชายตรงหน้าเตะอัดเข้าสีข้างเต็มแรงจนล้มลงไปกองกับพื้นอย่างง่ายดาย

 

ดูสิ! แรงผู้หญิงกับผู้ชายมันต่างกันออกขนาดนี้เลยนะ เจ็บใจชะมัดที่ตัวเองต้องมาทำเรื่องไร้สาระแบบนี้น่ะ

 

แถมยังต้องมาเจ็บตัวอีกต่างหาก

 

เตือนดีๆ ไม่ฟัง...นะ อ๊าก!!

 

พลั่ก!

 

ขณะเขาเดินเข้ามาหาฉันที่นั่งอยู่บนพื้นดินอย่างย่ามใจ

 

ฉันจัดการหวดท่อนเหล็กในมือใส่ลำแขนเขาด้วยแรงทั้งหมดที่มี ส่งผลให้ผู้ชายตรงหน้ากรีดร้องออกมาอย่างเจ็บปวด หมอนั่นทรุดตัวลงตรงหน้ากุมลำแขนของตัวเองด้วยสีหน้าบูดเบี้ยว

 

ฉันกัดฟันหยัดตัวยืนขึ้นเต็มความสูง ฟาดท่อนเหล็กนั่นลงกับต้นคอเขาอย่างที่ทำกับผู้ชายคนก่อนสุดแรงไม่ปล่อยให้โอกาสตรงหน้าหลุดลอยไป

 

การล้มคนตัวใหญ่และแรงเยอะกว่า เราจะต้องเล่นงานที่ จุดตายเท่านั้น

 

ปึก!

 

อั่ก!” เปรี้ยงเดียวจอด แต่ยังหรอก ยังไม่พอ...

 

หมอนี่บังอาจเตะสีข้างฉันแทบหัก ก็เลยฟาดลงไปอีกที ก่อนจะเข้าไปดึงริสแบนด์ที่ข้อมือเขาออกมาพลางหอบหายใจหนักๆ อย่างเหนื่อยล้า

 

ฉันกำลังทำอะไรอยู่เนี่ยว่าแล้วก็เสยผมตัวเองแรงๆ ระบายความหงุดหงิดใจ ก่อนจะย่ำเท้าเดินอีกครั้ง

 

ภายใต้บรรยากาศหนาวยะเยือกทางกลางความมืดอันชวนน่าขนลุกอัดแน่นไปด้วยความกดดัน สะอิดสะเอียน

 

พาลให้หวนนึกถึงเหตุการณ์บางอย่างที่ฉันอยากจะลืมไป...

 

กลิ่นฉุนของคาวเลือด ความเจ็บปวดทางร่างกายรวดร้าวเกินกว่าจะนึกถึง จิตใจบอบช้ำย่อยยับจากมวลความกดดันมหาศาลเหล่านั้นด้วย ค่อยๆ ฉายกลับเข้ามาในสมองอีกครั้งจนต้องกัดฟันแน่น

 

เสียงกรีดร้อง หยาดน้ำตา เลือดสีข้นที่เจิ่งนองไปทั่วพื้นซีเมนต์เย็นชืด

 

กึก!

 

โอ้ยเจ็บจะตายอยู่แล้ว ตายแน่ฝ่าเท้าฉันสัมผัสบางอย่างผ่านรองเท้าผ้าใบสีเข้ม ทำให้ฉันหยุดชะงักฝีเท้าลง เสียงฟังคุ้นหูดังขึ้นทำให้รู้ว่าเมื่อครู่ฉันเดินเหยียบอกเขาอย่างไม่ได้ตั้งใจ เจ็บขนาดนี้ยังโดนเหยียบซ้ำอีก ใจร้าย...

 

คนที่ฉันเหยียบคือเลิฟ ผู้ชายหน้าสวยท่าทางเหมือนนักเลงที่ฉันบอกไง

 

“ทำไมเป็นแบบนั้นเสื้อยืดสีขาวสะอาดของเลิฟบัดนี้มันไม่เหลือพื้นทีให้เห็นสีขาวเลยด้วยซ้ำ เสื้อของเขาถูกย้อมไปด้วยสีแดงสดของเลือดทั้งหมด ฉันย่อตัวนั่งเพื่อดูอาการเขาทันที นาย...ไหวหรือเปล่า?”

 

เจ็บ ฉัน ฉัน...เลิฟพูดตะกุกตะกักด้วยสีหน้าซีดเผือก ฉันกลัวเลือดอ่า”

 

น่าแปลกชะมัด

 

ทั้งที่เนื้อตัวเขาอาบไปด้วยเลือด แต่ใบหน้าของเลิฟกลับยังขาวนวลเนียนเหมือนก้นเด็ก ตามผิวเนื้อที่โผล่พ้นอาภรณ์ก็ไม่ได้มีรอยฟกช้ำสักแห่งเดียวด้วย

 

ทำไมผิวเขายังดูผุดผ่องเนียนใสเป็นยองใยแทบทั้งตัวแบบนี้!

 

ไม่ชอบมาพากล...ประโยคนี้แวบเข้ามาในหัวฉัน

 

“ฉันขอตัวดีกะ...กว่า!

 

ใจร้ายจังนะครับคนสวย Jลางสังหรณ์ฉันไม่ผิดจริงๆ ว่ามันไม่ชอบมาพากลเอาเสียเลย ก่อนจะต้องผงะไปด้านหลัง เลิฟพลิกตัวขึ้นมาคร่อมร่างฉันอย่างรวดเร็ว

 

ก่อนจะตรึงให้นอนราบกับพื้นดินในวินาทีต่อมา “คุยกันก่อนสิครับ

 

โดนหลอกจนได้สิแบล็ค ทำไมไม่เอะใจให้เร็วกว่านี้หน่อยนะ บ้าจริง!

 

ปล่อยฉัน!” ฉันดีดขาสุดแรงพลางสะบัดตัวเพื่อให้หลุดจากพันธนาการ ขยับมากก็เจ็บสีข้างอีก ปล่อยสิวะไอ้บ้า!

 

เลิฟบีบข้อมือฉันแรงมากขึ้นพร้อมกับตรึงเอาไว้เหนือหัว ดูภายนอกเขาก็ไม่ได้ตัวใหญ่ แต่ทำไมแรงถึงได้เยอะนักน่ะ!

 

ปล่อยก็โง่สิครับ เขาเพิกเฉย ซ้ำยังเหยียดยิ้มใส่ฉันอีกต่างหาก

 

คิดจะทำอะไร!

 

นั่นสินัยน์ตาแพรวพราวไปด้วยประกายบางอย่างไม่น่าไว้ใจ ผู้ชายคนนี้ไม่มีตรงไหนน่าไว้ใจเลย ฉันคิดผิดมหันต์ที่หลงเป็นห่วงหมอนี่แม้เพียงเสี้ยววินาทีเดียว ชีวิตก็อาจจะพังพินาศเพราะน้ำมือเขาได้ เราจะทำอะไรกันดี ?”

 

อย่ากวนส้นตีน!

 

ปากดีนะครับ สงสัยต้องตบด้วยปากสักทีสองที!” ชั่วช้า สามานย์ เขาน่ะร้ายกาจเกินเดรัจฉานเสียอีก!

 

ชาติชั่ว!

 

ก็พอรู้ตัวเลิฟไหวไหล่อย่างไม่ใส่ใจ ใบหน้าสวยยังคงประดับไปด้วยรอยยิ้มโรคจิตเอาไว้ คำด่าของเธอยังไม่ได้ครึ่งกับสิ่งที่ผมเป็นเลยนะครับ จิ๊บจ้อยมาก คิกๆ

 

อย่าคิดทำอะไรบ้าๆยิ่งฉันดิ้นแรงมากเท่าไหร่ เลิฟก็ยิ่งโถมกายเข้ามากดทับร่างทั้งร่างของฉันเอาไว้เท่านั้น

 

ทำไงดี คิดสิคิด...

 

ทำสิ่งที่ผู้ชายกับผู้หญิงพึงกระทำสันหลังฉันเสียววาบขึ้นมาทันทีเมื่อเขาพูดด้วยน้ำเสียงเหี้ยมเกรียมพร้อมรอยยิ้มเลือดเย็นอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน

 

นะ น่ากลัว...วลีนี้ผุดเข้ามาในหัวฉันทันทีหลังจากเห็นสีหน้าของเลิฟ

 

เขาดูแตกต่างจากปกติอย่างมาก ทั้งแววตา สีหน้า น้ำเสียง ทุกอย่างมันเลือดเย็นภายใต้ใบหน้าสวยเหมือนผู้หญิงนั่น และเขากำลังทำให้ฉันตัวสั่นเทิ้มไปหมด

 

ถ้านายคิดอะไรต่ำๆ ฉันฆ่านายแน่ทำปากดีกลบอาการสั่นของร่างกายไปงั้น ยอมรับเลยว่าฉันเกรงกลัวผู้ชายหน้าสวยคนนี้ไม่น้อย

 

ขัดขืนเขาก็ไม่ได้ ต่อสู้อะไรก็ไม่ได้สักอย่าง แต่ก็ยังทำเจ๋งไปอีก

 

จะไปได้กี่น้ำวะแบล็ค

 

เธอคงไม่รู้...เขาลากปลายนิ้วไปตามสีข้างฉันเชื่องช้าราวกับต้องการปั่นประสาทกันไม่มีผิด ก่อนริมฝีปากติดคล้ำคงมาจากการสูบบุหรี่นั่นจะขยับเอื้อนเอ่ยอีกครั้ง ฉันชอบลองของ ‘เด็ดๆ’ อย่างเธอเป็นพิเศษ

 

อึก” ฉันลอบกลืนน้ำลายลงคอ จ้องมองเขาด้วยความหวั่นเกรง

 

แล้วก็มีคติอยู่อย่างหนึ่ง... เขาก้มลงกดริมฝีปากเม้มกับลำคอฉันแรงๆ จนแสบร้อนก่อนจะเงยหน้าขึ้นในวินาทีต่อมา ดิ้นต่อยท้อง ร้องต่อยปากนะครับ J

 

สารเลวจริงอะไรจริงเลย!

 

“ปล่อยฉัน ปล่อย...อั่ก!” เลิฟทำให้ฉันรู้ว่าการ ‘ลองของ’ ให้ผลร้ายแค่ไหน เขาซัดหมัดเข้าที่หน้าท้องฉันด้วยความแรงอย่างไม่ลังเลเพราะฉันดิ้นสุดแรงเกิด เรี่ยวแรงฉันหายไปในพริบตาเดียว อะ ไอ้ชั่ว!” โคตรจุกเลยให้ตายสิ

 

ทว่า...

 

“กำลังทำอะไรน่ะครับคุณเลิฟ!

 

“ใครวะ!” เลิฟชะงักการกระทำเมื่อเสียงหนึ่งดึงขึ้นจากที่ไหนสักแห่งในป่าแห่งนี้ รู้สึกเหมือนมันจะดังมาจากลำโพงที่ถูกติดตั้งไว้ทั่วป่า

 

ฉันจำได้ดี เสียงที่ดังลอดผ่านเครื่องขยายเสียงนั่นคือเสียงของผอ.หน้าเด็กนั่น

 

“คุณเลิฟทำผิดกฎ คิดว่ารู้ตัวและต้องถูกปรับแพ้ฟาวล์ครับ”

 

“แพ้ก็แพ้ คิดว่ากลัวไง...ถ้าได้ลองกับคนสวยนี่สักครั้งก็ยอม” เขาคำรามเสียงหนัก ทำท่าคุกคามฉันอย่างจาบจ้วง

 

แต่ก็ต้องหยุดทุกอย่างเอาไว้อีกครั้งเมื่อเสียงระฆังช่วยชีวิตดังขึ้นอีกรอบ

 

“ไม่หยุดก็ได้ครับ ได้...เด็กๆ ลากตัวคุณเลิฟออกมาเดี๋ยวนี้!” จบคำพูดนั้น

 

ไม่ถึงห้าวินาทีก็มีกลุ่มชายฉกรรจ์ชุดดำโผล่ออกมาจากไหนไม่รู้พุ่งมาหาเลิฟทันที แต่เห็นหน้าหวานแบบนี้ฝีมือเขาไม่ใช่เคี้ยวง่ายๆ เลย

 

“อยากเสือกนักใช่มั้ยมึง!” คนอารมณ์เดือดดาลจัดการคว่ำคู่ต่อสู้ได้อย่างสูสี แต่เพราะจำนวนคนที่มากกว่าก็ทำให้เลิฟถูกล็อกตัวได้ในที่สุด และยังไม่หยุดอาละวาดสักวินาทีเดียวจนถูกลากออกไป “ปล่อยกูนะ ไม่...ไม่ออกโว้ย!

 

“บ้าเอ้ย!” ฉันสบถออกมาพลางหยัดตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง

 

แต่พอยืดตัวตรงก็ต้องรีบงอตัวลงอย่างรวดเร็วเมื่อความจุกเสียดเจ็บปลาบแปลบบริเวณท้องยังไม่ทุเลาลง

 

ถ้าผอ.หน้าตี๋ไม่เข้ามาช่วยเอาไว้ มีหวัง...

 

ฉันถอนหายใจระบายความกดดันในอก ก้มหยิบดาบไม้มาถือเอาไว้พลางมองไปรอบๆ และไม่ขยับฝ่าเท้าไปไหนเกินความจำเป็นอีก

 

เอาเป็นว่าถ้าโชคเข้าข้างฉันก็แค่หาที่ซ่อนตัวเหมาะๆ จนกว่าจะรุ่งสางอาจจะดีกว่า ร่างกายฉันตอนนี้ไม่มีน้ำหน้าสู้ใครได้หรอก

 

แต่พระเจ้าก็ไม่เคยเข้าข้างฉันเลย

 

กึก

 

ฝ่าเท้าของฉันชะงักลงเมื่อเบื้องหน้าปรากฏบุคคลไม่ได้รับเชิญ ดูเหมือนคราวนี้ฉันอาจจะโดนเล่นงานหนักกว่าคราวก่อนหน้าก็เป็นได้

 

ร่างสูงโปร่งติดผอมไปนิดแต่ก็ไม่ได้เก้งก้างอะไรกำลังยืนเอามือข้างหนึ่งล้วงกระเป๋ากางเกงยีนส์สีเข้มด้วยท่าทางสบายๆ โดยที่เนื้อตัวเขาไม่มีแผลอะไรเลย ฝ่ามืออีกข้างก็มีริสแบนด์ทั้งสามสีจำนวนมากรวมอยู่ด้วย!

 

เก่งจนน่าหมั่นไส้ว่ะ!

 

“ไม่อยากเชื่อว่ายังรอดมาได้ ไม่เบาจริงๆ” เหมือนจะชมแต่ก็เหมือนจะเหน็บแนมไปพร้อมกัน

 

“คอปเปอร์!” ฉันกัดริมฝีปากฝืนตัวไม่ให้แสดงออกมากำลังเจ็บหลังอย่างมาก ตอนถูกเลิฟกดลงด้วยความแรงทำให้หลังฉันกระแทกกับพื้นน่ะ

 

มันเจ็บมากเลยตอนนี้ ทั้งหน้าท้องทั้งแผ่นหลัง

 

“ไม่ต้องเสียงดัง เดี๋ยวสะเทือนไปถึงหลังเอา” เขาพูดพลางขยับเท้าเข้ามาใกล้ฉันทีละก้าวอย่างเชื่อช้า มันเหมือนเขากำลังปั่นประสาทฉันเลยไง “เจ็บอยู่ไม่ใช่?”

 

“อย่ามาสู่รู้!

 

“จะส่งให้ดีๆ หรือต้องให้ออกแรง?” ริมฝีปากบางนั่นพูดอย่างไม่อ้อมค้อมอีก

 

“เก่งนักก็เข้ามาเอาเองสิ” บางทีก็ไม่ชอบนิสัยท้าทายของตัวเองเท่าไหร่ จองหองไม่เข้าเรื่อง ทำเป็นเก่งทั้งที่ไม่ได้ไหวอะไรเลย

 

แต่ถ้าให้ฉันยอมก้มหัวให้ผู้ชายสารเลวอย่างเขา...ก็ขอสู้ตายดีกว่า

 

“ไอ้เรื่องปากดีนี่แก้ไม่หายสักทีนะ” คอปเปอร์ยังคงย่ำเท้าเข้ามาทีละก้าวอย่างไม่เร่งรีบ ขณะที่ฉันเม้มริมฝีปากเป็นเส้นตรงแน่นพลางก้าวถอยหลังไปอย่างลืมตัว “หรือต้องให้ฟื้นความจำ”

 

“หุบปาก!

 

“ขอเตือนเป็นครั้งสุดท้าย ส่งริสแบนด์มา”

 

“น่ารำคาญ!” ฉันกระชับดาบไม้ในมือแน่นก่อนจะตัดสินใจพุ่งเข้าไปหาคอปเปอร์ทั้งที่เจ็บหลังอย่างรุนแรง วาดปลายดาบไปด้านหน้าหมายจะให้มันกระแทกศีรษะคนตัวสูง ทว่าเขากลับเอี้ยวตัวหลบได้ ก่อนชกซ้ำเข้าไปหน้าท้องฉันเต็มแรง “อะ อึก!

 

ปึก!

 

“เตือนแล้ว” ร่างของฉันเซไปปะทะกับต้นไม้ใหญ่ด้านหลังอย่างหมดแรง

 

แผ่นหลังเจ็บจนชาหนึบ หน้าท้องก็จุกจนปวดตุบๆ อยู่ข้างใน ยอมรับอย่างน่าไม่อายเลยว่าหมดสภาพแล้วจริงๆ

 

หมอนี่เล่นงานฉันตายแน่

 

เขายังคงเล่นสงครามประสาทด้วยการสาวเท้าเข้ามาเรื่อยๆ อย่างเนิบนาบ ฉันกำลังฝ่ามือเข้าหากันแน่นก่อนจะตวัดดาบไปด้านหน้าอีกครั้งเมื่อคอปเปอร์เดินเข้ามาใกล้ระยะการโจมตี แต่เขากลับกระชากทิ้งอย่างเหนือกว่า

 

“ส่งมา” ย้ำความต้องการอีกครั้ง

 

“...” ฉันยืนนิ่งเพราะไม่รู้ว่าตัวเองต้องทำยังไงดี สมองมันมึนงงไปหมดเลย สติก็เหมือนจะขาดๆ หายๆ

 

คอปเปอร์เดินเข้ามาอีกเพียงก้าวเดียวก็ประชิดตัวฉันได้อย่างรวดเร็ว เขาใช้นัยน์ตาคมกริบดุจใบมีดสังหารกราดมองกันอย่างสมเพช ก่อนจะพูดอย่างหาเรื่อง

 

“ซาดิสม์? ชอบลองของ?”

 

“ชอบบ้านพ่...” ฉันกัดริมฝีปากตัวเองแน่นจนมันห้อเลือด

 

แต่ก็เท่านั้น ความกรุ่นโกรธของฉันไม่ได้สะเทือนไปถึงจิตสำนึกของเขาหรอก

 

จังหวะที่คอปเปอร์โน้มใบหน้าเข้ามาใกล้ ฉันก็ใช้มือทั้งสองข้างจิกเรือนผมสีทองของเขาเอาไว้แน่นพลางพยุงตัวเองให้มั่นด้วยการกระชากหนังหัวเขาไว้ รวบรวมแรงเฮือกสุดท้ายกระแทกเข่าใส่หน้าท้องแข็งคนตรงหน้าเต็มแรง

 

พลั่ก!

 

เปิดโอกาสให้ตัวเองวิ่งหนีปีศาจร้ายอย่างคอปเปอร์ในวินาทีนั้น

 

ครั้งที่สองแล้วนะที่ฉันต้องวิ่งหนีผู้ชายคนนั้น บ้าบอฉิบ! ยิ่งฉันขยับร่างกายมากเท่าไหร่ความเจ็บยิ่งเล่นงานฉันมากเท่านั้น สิ่งกีดขวางก็มีมากเกินไปด้วย

 

“แฮ่กๆ อะ อึก!” ฝ่าเท้าฉันหยุดลงด้วยความเหนื่อยอ่อน

 

สองมือเท้ากับหัวเข่าค้ำร่างเอาไว้ หัวใจเต้นระรัวรุนแรงปวดแน่นคับอก หอบหายใจเอาอากาศเข้าปอดอย่างเร่งรีบแทบสำลัก ทั้งที่คิดว่าหนีพ้น แต่ว่า...

 

ตึก ตึก ตึก!

 

เสียงฝีเท้าหนักกำลังดังเข้ามาใกล้ฉันจึงเงยหน้ามองไปยังต้นเสียง พบว่าร่างสูงโปร่งของคอปเปอร์กำลังวิ่งตามมาแบบไม่มีท่าทีลดละ

 

เชื่อเลย...หมอนี่เป็นพวกกัดไม่ปล่อยจริงด้วยสินะ

 

“จะตามทำไม” ออกวิ่งอีกครั้งอย่างร้อนรน ริมฝีปากก็สถบออกมาจนไม่ได้ศัพท์

 

เหนื่อยแล้วนะเว้ย!

 

“หยุด!” คนตัวสูงเร่งเท้าตามมาติดๆ ทำให้ฉันกัดฟันวิ่งหนีโดยหันไปมองคนข้างหลังเป็นระยะ หยาดเหงื่อผุดพรายท่วมตัว ใบหูยังได้ยินเสียงเขาตะโกนมา “อย่าวิ่ง!

 

“นายก็อย่าตามมาสิ” มาบอกให้หยุดแล้วตัวเองก็วิ่งเอาๆ ใครมันจะไปหยุด ฉันไม่ได้โง่นะถึงจะได้หยุดรอให้เขามาเล่นงานได้ หน้าตาไร้ความรู้สึกแบบนั้นมองแล้วเหมือนเขากำลังตามมาฆ่าฉันเลยไง


       “บอกว่ายะ...กรี๊ด
!!

 

 

 

 





"เตรียมรับความเจ็บปวดได้เลย หึ"


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 19 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3,482 ความคิดเห็น

เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น
  1. #3387 Sirigon So Kongto (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2557 / 12:08
    คอปอ่ะ ทำไมนางโหดจัง
    #3,387
    0
  2. #3288 T--dZ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2557 / 04:27
    สวรรค์เบี่ยง เวอร์ชั้นโคตรรรรรรรรซาดิส 555 

    คาใจอะ ตกลงนางแค้นอารายว้าา 

    จูบเอาจูบเอา คนอ่านเขินเป็นนะ >///<
    #3,288
    0
  3. #3054 ชื่อนัทตี้นะเออ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2557 / 20:15
    จะเลวอีกนานมั้ยยยยยยย~~~เปลี่ยนพระเอกเหอะTOT
    #3,054
    0
  4. #3053 ชื่อนัทตี้นะเออ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2557 / 18:49
    ใจร้ายอ่าาาาT^T ตากลายเปนสีเลือดแร้วทำมัยฆ่าอิคอปเปอร์ไม่ได้งะ ไม่ยอมๆๆงอแงๆๆ
    #3,053
    0
  5. #3033 ⭐N@N⭐ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2557 / 13:44
    รุนแรงกับนางเอกจุงเบย สงสารนาง
    #3,033
    0
  6. #2364 Netnapa Pluemjit (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2557 / 20:02
    คิดถึงคอปแล้ว
    #2,364
    0
  7. #2312 MeMorieSLovEYoU (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2557 / 21:14
    ทำไมต้องทำร้ายแบคแบบนี้!!!
    #2,312
    0
  8. #2277 Netnapa Pluemjit (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2557 / 19:50
    อร๊ายยยย
    #2,277
    0
  9. #2073 Netnapa Pluemjit (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2557 / 02:05
    มันใจร้ายมากกกกก
    #2,073
    0
  10. #1618 อ้าย'อิ๊ฟฟิ้วว (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 24 เมษายน 2557 / 22:08
    รู้สึกเจ็บปวด TT
    #1,618
    0
  11. #1583 soulmuk (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 20 เมษายน 2557 / 21:32
    อ่านไปแล้วกลั้นหายใจไปอ่ะ สงสารแบลค์อยากให้นางแก้แต้นคืนบ้างไรบ้าง
    #1,583
    0
  12. #1556 GGINTONIC. (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 11 เมษายน 2557 / 16:41
    แบล็คไปทำไรเนี่ย ผิดคนเปล่า
    #1,556
    0
  13. #1486 มัท (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 28 มีนาคม 2557 / 07:59
    นายมีปมอะไรของนายเนี่ยยยยยยย

    อยากรุ้แล้วๆๆๆๆง่ะ
    #1,486
    0
  14. #1471 Benettaaiiria (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 27 มีนาคม 2557 / 16:38
    แค้นกันมาแต่ปางไหนนะ สงสารแบล็ค ;A;
    #1,471
    0
  15. #1378 bellbenyani (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 11 มีนาคม 2557 / 00:38
    สงสารแบล็คอ่ะ
    โหดร้ายยยเกินไปแล้วนะคอปเปอร์
    #1,378
    0
  16. #1309 เอ็กโซเอพิ้งค์ ❤️ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2557 / 02:24
    สงสารแบล๊คคคคคคคคคค
    #1,309
    0
  17. #1298 Sawnoii knomwhan (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2557 / 05:40
    สงสารหนูเเบล็กอิเฮียคอปเลวม๊ากกกก
    #1,298
    0
  18. #1230 Peddiize (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2557 / 01:40
    ขอให้คอปเป้อโดนแบลคเอาคืนนน
    #1,230
    0
  19. #1229 ByChu (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2557 / 22:14
    มันเรื่องอะไรกันเนี่ย แค้นไรนักหนาวะ แค้นไรก็บอกมาดิคอปเปอร์
    #1,229
    0
  20. #1228 annita (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2557 / 20:14
    คอปเปอร์นายเลวมากอ่ะ เลวชนิดที่หาคำจำกัดความไม่เจอเลย นี่นะหรอพระเอก เเบบนี้สงสานางเองมากอ่ะ สงสารเเบล็ค เเบล็คทำอัลไลให้นายหรอคอปเปอร์ นายถึงได้ร้ายส่เเบล็คอย่างนี้ ปล.ฮือๆ ไรเตอร์เค้าสงสารเเบล็คอ่ะ
    #1,228
    0
  21. #1227 me@inspirit (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2557 / 19:31
    สงสารเเบล๊คเบาๆ
    #1,227
    0
  22. #1225 เปรี้ยวหวาน (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2557 / 03:10
    เบื้องหลังมันคืออัลไลลลลล...
    #1,225
    0
  23. #1223 bwoo (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2557 / 22:43
    แบล็ค นี่แกเป้นนางเอกป่ะ ถึกมาก 5555555   พระเอหเลวเกินนนนนนนนนน  จะรอออออออค่าาาาาาาา มาพพพพพพพพ บ่ออยยยยยยยยยยหน่อยยยยยยยยยยย คร่าาาาาาาาาา
    #1,223
    0
  24. #1222 Pattarporn Siripech (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2557 / 20:50
    เลือดเย็นมากอะ คอป
    #1,222
    0
  25. #1220 oslovein (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2557 / 20:39
    สงสารแบร็คจังเลย^.^
    #1,220
    0