「END」HELL BIGBANG ระเบิดรักซ่า(ส์) คนบ้าพันธุ์นรก

ตอนที่ 6 : Practice Round 4 [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,240
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 12 ครั้ง
    14 ก.พ. 58



 



 



 

 

Practice Round 4







 

 

กระนั้น...ฉันก็ยังกัดฟันพูดต่อแบบไม่เกรงกลัว

 

“ผู้ชายกากๆ แบบนี้ ต่อให้อีกร้อยปี...ฉันก็ไม่คิดจะแลอยู่ดี!

 

เสี้ยววินาทีนั้นเลย

 

พลั่ก!

 

คอปเปอร์กำลังเพ่งมองหน้าฉันนิ่ง เพราะไม่ทันระวังตัวฉันจึงกระแทกเข่าใส่สีข้างคนตัวสูงเต็มแรงจนเขาปล่อยข้อมือฉันเป็นอิสระ

 

และไม่ประวิงเวลาที่จะผลักร่างสูงของเขาให้พ้นทาง ก่อนจะลุกจากเตียงวิ่งออกจากห้องนี้แบบไม่คิดชีวิต โดยไม่ลืมดึงบราเซียขึ้นมาปกทรวงอกเหมือนเดิม

 

x!” ใบหูได้ยินเสียงสถบไล่หลังมา สองขาก็ยิ่งสปีดให้เร็วกว่าเดิม

 

เวรจริง! ทำไมฉันต้องมาวิ่งหนีเหมือนตัวอะไรก็ไม่รู้ด้วยวะ

 

 

วิ่งออกมาจากห้องนรกนั่นได้สักระยะฉันก็เหลียวหลังกลับไปมอง

 

ก่อนจะกัดริมฝีปากแน่นอย่างกดดันและไม่คิดจะหันกลับไปอีกเลย ทำไมน่ะเหรอ ก็เพราะหมอนั่นกำลังวิ่งตามฉันมาแบบติดๆ เลยไง

 

อยากจะบ้าตาย! เขาจะจองล้างจองผลาญฉันไปถึงเมื่อไหร่ ถามว่าต้องการอะไรก็ไม่ตอบ ถ้าไม่เสียเปรียบฉันไม่มีทางวิ่งหนีแบบนี้แน่

 

หมับ!

 

ร่างฉันถูกใครบางคนกระชากเข้าไปในห้องหนึ่งที่ถูกใกล้ๆ อย่างรวดเร็ว!

 

“อื้อ!” ฉันดิ้นตามสัญชาตญาณ มือไม้ก็ปัดป้ายไปมั่วๆ

 

ก่อนจะถูกเหวี่ยงไปตรงมุมหนึ่งของห้องในวินาทีต่อมา

 

“สะดีดสะดิ้งทำไมนักวะ” น้ำเสียงแสดงความหงุดหงิดถูกปล่อยออกมา

 

“ทำบ้าอะไร...นาย!” คำต่อว่ากลายเป็นเสียงครางด้วยความตกใจแทน เมื่อร่างสูงของเขาปรากฏชัดตรงหน้า

 

ก่อนเรียวคิ้วฉันจะขมวดเข้าหากันเป็นปม หรี่ตามองเขาอย่างสำรวจอีกครั้ง

 

“เออ ฉันเอง” เขายังใช้น้ำเสียงหงุดหงิดตอบกลับมาเหมือนเดิม ยกมือเสยผมตัวเองสองสามครั้งแล้วหันกลับมาสบสายตากับฉันอย่างตรงไปตรงมา

 

หมอนี่เป็นเพื่อนคอปเปอร์ ผู้ชายที่พุ่งเข้ามากอดฉันจากด้านหลังและเรียกฉันว่าไวท์ไง

 

“ตามฉันมาทำไม” เข้าเรียนวันแรกก็มีแต่เรื่องวุ่นวาย แค่คอปเปอร์คนเดียวฉันก็เต็มกลืมแล้วนะเว้ย

 

“แค่สงสัย...” เสียงทุ้มเงียบไปไปอึดใจหนึ่ง คนตัวสูงก้าวมาตรงหน้า

 

กวาดสายตาสำรวจฉันตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าเนิบๆ ฉันกำหมัด เม้มริมฝีปากเข้าหากันพลางขยับกายด้วยความอึดอัด โดนสายตาคมสแกนแบบนี้เป็นใครจะไม่เกร็งบ้างจริงไหม หน้าตาหล่อเหลาของเขาก็ทำให้ฉันคุ้นอยู่หรอกนะ

 

“อะไร” แต่นึกยังไงก็นึกไม่ออกว่าเคยรู้จักรึเปล่า และฉันยังคิดไม่ทันขาดตอนดี

 

“เราเคยเจอกันมาก่อนหรือเปล่าวะ” เขาก็ถามออกมา

 

ทำเอาฉันอยากจะหัวเราะให้รู้แล้วรู้รอด ทั้งที่นัยน์ตาคมสีดำกำลังฉายรอยบางอย่างออกมาแท้ๆ ประกายในดวงตาคู่นั้นบอกว่าเขารู้คำตอบดีอยู่แล้วไง

 

เขารู้ว่าฉันไม่ใช่ไวท์ แต่ฉันไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร!

 

“...” ฉันเงียบ

 

“ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ พ่อรู้เรื่องนี้รึเปล่า?” เท่านั้นแหละ

 

ฉันถึงกับชี้หน้าเขาแล้วเบิกตากว้างอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง สมองก็นึกใบหน้าเด็กผู้ชายขี้แยคนหนึ่งตอนเด็กไปด้วย นึกออกแล้วว่าหมอนี่เป็นใคร

 

ฉันนึกออกแล้ว...

 

ผู้ชายคนนี้!

 

“แล้วทำไมแกถึงอยู่ที่นี่!” สรรพนามเปลี่ยนไปทันทีที่รู้เขาบุคคลตรงหน้าคือน้องชายสายเลือดเดียวกันของฉันเอง จะมีสักกี่คนที่ลืมหน้าพี่น้องตัวเองได้ถ้าไม่ใช่ฉัน เพราะเราไม่ได้เจอกันเกือบสิบปีเห็นจะได้

 

อีกอย่าง...หมอนี่ก็โตเป็นหนุ่มขึ้นมาก เขาดูไม่เหมือนเด็กอ้วนผมทองที่วันๆ เอาแต่ร้องไห้เลยสักนิด

 

โตขึ้นมาหล่อเหลาเอาการเชียวล่ะ!

 

“ฉันน่ะจะยังไงก็ช่าง เธอต่างหาก...แบล็ค”

 

เขาชื่อ บราวน์เป็นน้องชายฝาแฝดของฉันเอง

 

ฉันยังไม่ได้บอกใช่ไหมว่าฉันมีพี่น้องสองคนรวมฉันด้วยก็เป็นสาม หมอนี่เป็นน้องชายฝาแฝดคนสุดท้อง ฉันเป็นแฝดคนกลาง

 

 ส่วนผู้หญิงที่ชื่อ ไวท์ที่เขาคิดว่าเป็นฉันน่ะก็คือแฝดคนโตของบ้านที่หน้าตาเหมือนฉันทุกประการ

 

ใช่ พวกเราคือ แฝดสาม

 

หากฉันกับไวท์ก็เป็นฝาแฝดที่หน้าตาเหมือนกันอย่างกับแกะ และถึงบราวน์จะเป็นแฝดคนที่สามแต่ก็หน้าตาไม่ค่อยเหมือนพวกเราเท่าไหร่ มีแค่ผมสีทองกับนัยน์ตาสีดำเท่านั้นที่พวกเราเหมือนกัน

 

แต่ตอนนี้ฉันก็ย้อมเป็นสีดำแล้วน่ะนะ

 

“ใช่เรื่องที่แกต้องสอดไง” ถึงจะเป็นพี่น้องฝาแฝดแต่เราก็เป็น ไม้เบื่อไม้เมากันมาตั้งแต่เด็ก มีเรื่องเป็นอันให้ต้องทะเลาะกันได้ตลอดเวลา “หมดธุระแล้วก็หลบไปสิ”

 

“ไม่สงสัยเหรอว่าทำไมฉันถึงเรียกเธอว่าไวท์?” บราวน์ไม่ฟังที่ฉันพูด หากเขายังทำสีหน้าเหมือนต้องการเล่นปัญหาเชาว์กับฉันไม่เลิก

 

ทว่าเสียงมือถือของฉันก็ดังขึ้นขัดเสียก่อน

 

Rrrr…

 

และยังไม่ทันได้กรอกเสียงลงไปด้วยซ้ำ

 

[ แบล็ค! แกไม่เป็นอะไรใช่ไหม! ] เรียวคิ้วฉันขมวดเข้าหากันสายตายังไม่ละออกจากหน้าน้องชายตัวแสบ นี่เป็นเสียงของควีนไม่ผิดแน่ แต่ที่ฉันสงสัยคือเธอรู้เบอร์ใหม่ของฉันได้ยังไงมากกว่า

 

[ ผู้ชายคนนั้นไม่ได้พาแกไปปล้ำกลางวันแสกๆ หรอกใช่ไหม! ]

 

แต่ก็นะ...ขนาดอีริคยังหาเบอร์ฉันมาได้ง่ายๆ เลยนี่

 

“...” แต่ก็เป็นอีกครั้งที่ฉันยังไม่ทันได้อ้าปาก ควีนก็แผดเสียงแสบแก้วหูขึ้นอีกครั้ง

 

[ แต่เมื่อกี้ที่ฉันเห็นน่ะ...แกใส่แว่นตั้งแต่เมื่อไหร่ แถมผมก็ยังเป็นสีทองเหมือนเดิมอีก? ] คำพูดขอเพื่อนสนิททำให้ฉันกัดริมฝีปากเมื่อรับรู้ได้ถึงเค้ารางบางอย่าง และยังได้ยินเสียงของควีนดังไม่หยุด [ ฉันว่าแปลก เหมือนไม่ใช่แต่ก็... ]

 

“แค่นี้ก่อนนะควีน” ไม่ปล่อยให้เพื่อนสาวทักท้วงอะไรฉันก็ชิงตัดสายทันที

 

ให้ตายสิ! ฉันคิดว่าตัวเองหาคำตอบของเรื่องนี้ได้แล้ว

 

ยัยเคธอะไรนั่นก็ทำเหมือนรู้จักฉัน แถมบราวน์ยังคิดว่าฉันเป็นไวท์อีกต่างหาก ไม่จริงน่า! อย่างไวท์น่ะเหรอจะมาอยู่ที่โรงเรียนดัดสันดานนี่ได้

 

จะเป็นไปได้ยังไงกัน ในเมื่อนิสัยของเราต่างกันสุดขั้วไปเลย

 

“ไวท์อยู่ที่นี่?” บราวน์จ้องหน้าฉันเหมือนอยากจะถามอะไร แต่ก็เลือกพยักหน้าเป็นคำตอบให้ฉันแทน

 

โอเค สิ่งที่ฉันคิดตอนนี้เริ่มประกอบกันแบบง่ายๆ คอปเปอร์จับตัวไวท์ไปเพราะคิดว่าเป็นฉันสินะ ไม่รู้ว่าโง่หรือบ้า แต่ก็น่าจะเห็นไม่ใช่เหรอว่าสีผมมันต่างกัน

 

บ้าจริง! หมอนั่นจะต้อง...

 

“พาฉันกลับไปที่ห้องเพื่อนแก เดี๋ยวนี้” ฝ่ามือทั้งสองข้างกำแน่นจนท่อนแขนเล็กสั่น ภาพที่เขาทำเรื่องหยาบคายกับฉันยังฉายชัดอยู่ในหัว ถ้าเกิดสารเลวคอปเปอร์เข้าใจผิดคิดว่าไวท์เป็นฉันล่ะก็...

 

เขาต้องทำเรื่องต่ำช้าอีกแน่นอน!

 

“มีเรื่องอะไร” บราวน์สีหน้าไม่เข้าใจ

 

ไม่ยอมขยับตัวไปไหนจนฉันต้องกระชากเสียงใส่อย่างร้อนรน

 

“พาฉันไปเร็วๆ!

 

ฉันวิ่งตามบราวน์เพื่อไปยังห้องของคอปเปอร์อีกครั้งทั้งที่เมื่อกี้วิ่งหนีมาแทบตาย ภาวนาในใจว่าอย่าให้เป็นอย่างที่ฉันคิดเอาไว้ก็พอ อย่างยัยนั่นไม่มีทางทนกับเรื่องต่ำทรามของคอปเปอร์ได้แน่

 

ขนาดฉันที่ว่าแรงยังเกือบเอาตัวไม่รอดเลยด้วยซ้ำ

 

ปึง!

 

ทันทีที่วิ่งมาหยุดตรงหน้าประตูห้องหนึ่ง ฉันก็เปิดประตูเข้าไปอย่างไม่ประวิงเวลา เป็นจังหวะเดียวกับ...

 

“ฉันชื่อไวท์!” เสียงของผู้หญิงคนหนึ่งดังขึ้นมาพอดี

 

ร่างกายฉันพลันร้อนวูบขึ้นในวินาทีนั้นเลย

 

เลนส์ตาสะท้อนภาพผู้ชายร่างสูงโปร่งสารเลวคนนั้นกำคอเสื้อนักเรียนของเธอ กดร่างเล็กลงกับผนังห้องก่อนจะกระชากคอเสื้อจนร่างเล็กลอยขึ้นเหนือพื้น

 

ใบหน้าสวยภายใต้กรอบแว่นเต็มไปด้วยน้ำตา เธอกัดริมฝีปากตัวจนบวมช้ำ แววตาหวาดกลัวมองมาที่ฉันผู้ซึ่งเข้ามาใหม่ก่อนจะเบิกโพรงกว้างราวกับตกใจ สีหน้าทรมานเพราะกำลังจะขาดออกซิเจนทำเอาฉันตัวสั่นไปทั้งร่าง

 

 นอกจากนี้ยังมีบุคคลไม่ได้รับเชิญอยู่ในห้องนี้อีกสองคน พวกเขาอยู่บนเตียงที่คอปเปอร์เคยจับฉันกดลงไม่กี่นาทีก่อน

 

หนึ่งในสองคนนั้นคือผู้หญิงชื่อ มัลดีฟส์

 

เธอนั่งอ่านหนังสือฆาตกรรมในมือแบบไม่สนใจใคร ฉันรู้ว่านั่นคือนิสัยที่กู่ไม่กลับของเธอ เวลาอ่านหนังสือยัยนั่นไม่เคยมองเห็นอะไรเลย

 

ใช่ ฉันรู้...เธอเป็นเพื่อนสนิทของฉันอีกคนไง

 

ส่วนผู้หญิงที่ถูกสารเลวคอปเปอร์ใช้กำลังจนหวาดกลัวอยู่นั่น...ไวท์

 

พี่สาวฝาแฝดของฉันเอง

 

ปึก!

 

กว่าจะรู้ตัวอีกที ขาฉันก็ก้าวเข้าไปหาคนทั้งคู่

 

ก่อนจะยกเท้าถีบสีข้างคอปเปอร์เต็มแรงจนเขาผละออกจากร่างของไวท์ ซึ่งถ้าไม่ใช่เพราะเขากำลังตกใจที่เห็นฉันมีสองคนก็คงไม่ง่ายแบบนี้ ฉันรับร่างไวท์ที่ร่วงลงมา

 

เรามองหน้ากันนิ่งโดยไม่มีใครพูดอะไร แต่หัวใจฉันกำลังวูบไหวอย่างรุนแรง ผู้หญิงคนนี้เหมือนฉันมากถ้าหากไม่มีแว่นตาอยู่บนใบหน้า

 

อ่า...ก็เราเป็นฝาแฝดกันนี่นา

 

“แฝด” เสียงเย็นของคอปเปอร์ดังแผ่วๆ ฉันไม่รู้ว่าเขากำลังทำสีหน้าแบบไหนอยู่ แต่ฉันรับรู้ได้ว่าเนื้อตัวของไวท์กำลังสั่นพร่า

 

เธอกำลังหวาดกลัวอย่างมาก คอขาวระหงส์มีรอยแดงเพราะถูกคอเสื้อบาด เห็นแบบนั้นฉันก็กัดริมฝีปากระงับความเดือดดาลเอาไว้

 

ผู้ชายอย่างคอปเปอร์จะมีคำไหนเหมาะเท่าคำว่า สารเลวได้อีก!

 

“นายเป็นบ้ารึไงวะ!” ฉันหยัดตัวขึ้เต็มความสูงทันที ความกรุ่นโกรธในใจพุ่งพล่านอย่างน่ากลัว ตรงเข้าไปผลักอกแกร่งของคนตัวสูงอย่างแรงจนเขาเซไปครึ่งก้าว

 

“จะหน้าตัวเมียไปถึงไหน ประสาทนักเหรอ โรคจิตนักไง”

 

ฉันโกรธ โมโหกับสิ่งที่เขาทำจนไม่รู้ว่าจะโมโหยังไงแล้ว

 

มันใช่แล้วเหรอ ทำกันถึงขนาดนี้ยังปกติดีอยู่ไหม...

 

“...” ทว่าเขากลับไม่ตอบอะไรกลับมา

 

ไม่คิดจะขอโทษสักคำเดียว ซ้ำในแววตาของเขามันช่างไร้ความรู้สึกเสียจนฉันเดือดดาลกว่าเดิม

 

เฮ้ย! นี่เขาเพิ่งทำร้ายผู้หญิงคนนี้เพราะเข้าใจผิดว่าเป็นฉันนะ อย่างน้อยควรจะแสดงความรับผิดชอบอะไรมากกว่านี้ไหม แค่ขอโทษเขาก็ยังไม่คิดจะเอ่ยออกมาเลย

 

หัวใจหมอนี่ทำจากอะไร หรือความจริงเขาไม่เคยมีกันแน่

 

เพี๊ยะ!!

 

“มันมากไปคอปเปอร์ รู้ตัวรึเปล่าว่าที่นายทำมันโคตรระยำเลย” เส้นเลือดใต้ผิวหนังของฝ่ามือข้างที่เหวี่ยงใส่เสี้ยวหน้าหล่อเหลาสั่นร้อน เจ็บแสบจนต้องกำหมัดระงับความสั่นไหวเอาไว้ จิกตามองคนตรงหน้าด้วยความรู้สึกเกลียดชังอย่างบอกไม่ถูก

 

“ไม่มีผู้ชายดีๆ ที่ไหนทำกับผู้หญิงแบบนี้หรอกนะ ถ้าไม่ชั่วจริงอะไรจริง”

 

“...” แรงกดดันจากสายตาคู่คมของเขาฉันรับรู้ได้เป็นอย่างดี แม้จะไม่ปริปากอะไรแต่ก็รู้ว่าหมอนี่กำลังโกรธ

 

อยากขำฉิบ! เขามีสิทธิ์โกรธฉันด้วยหรือไง

 

“สารเลวเอ้ย!” ฉันเงื้อฝ่ามือขึ้นสูงอีกครั้งอย่างเดือดดาล แค่ตบฉันว่ามันยังหน่อยไปด้วยซ้ำ

 

“ถ้าตบก็จำด้วย” ฝ่ามือฉันชะงักงันกลางอากาศ กัดริมฝีปากซ้ำๆ จนได้กลิ่นคาวเลือดชัดเจน เขาใช้เพียงน้ำเสียงกดต่ำกับสายตาน่ากลัวตวัดมองมา และพูดต่อ “ตบกี่ครั้ง...”

 

“...”

 

“จะเอาคืนให้เก่งไม่ออก”

 

“คิดว่ากลัว?” ไม่ปฏิเสธว่าฉันก็แอบกลัวท่าทางของเขาอยู่นิดๆ แต่อย่าหวังว่าฉันจะหงอให้ง่ายๆ เลย!

 

“พอได้แล้วมั้งไอ้คอป” นับเป็นครั้งแรกตั้งแต่ฉันมาถึงห้องนี้ บราวน์เอ่ยปากปรามเพื่อนตัวเองเสียงเรียบ ฉันได้ยืนถอนหายใจออกมาแรงๆ สองสามครั้ง

 

“บางที...ก็มากไป”

 

“อะไรที่ว่ามาก?” คอปเปอร์ถามกลับเสียงกดต่ำกว่าเดิม เขาพูดกับบราวน์ แต่ยังมองหน้าฉันอยู่เลย

 

“สำหรับวันนี้” คิ้วฉันขมวดเน้นกว่าเดิมกับคำพูดของน้องตัวเอง อยากจะหันกลับไปมองหน้าบราวน์ก็ติดที่สายตาฉันยังจ้องกับคอปเปอร์

 

ราวกับเรากำลังเล่นสงครามประสาทไม่มีผิด

 

“...” คนจ้องตาสู้ไม่ได้พูดอะไร  ฉันพยายามควานหาอะไรสักอย่างในดวงตาคู่คมนั่น และได้กลับมาแค่รอยขุ่นมัวเท่านั้น

 

แค่นั้นจริงๆ เหตุผลอื่นไม่มีอะไรสำทับการกระทำอันหยาบโลนของเขาได้เลย

 

เหตุผลของเขา...หาไม่เจอหรือไม่มีกันแน่

 

“เดือดร้อน?” คราวนี้เขาเงยหน้าขึ้นไปสบสายตาบราวน์ เลิกคิ้วเข้มขึ้นสูงเหมือนจะหาเรื่องไปด้วย

 

“เออ” ทั้งที่มีฉันอยู่ในหัวข้อสนทนา แต่ฉันกลับไม่เข้าใจเลยว่าพวกเขากำลังคุยกันเรื่องอะไรกันแน่ “มึงอาจไม่รู้...แต่สองคนนี้พี่กู”

 

สายตาที่มองกันน่ะ บอกว่าต้องมีอะไรมากกว่านี้

 

“พี่ ?” คอปเปอร์ขมวดคิ้วทวนคำสั้นๆ

 

“แฝดสาม” สุดท้ายฉันก็ทนยืนดูพวกเขาคุยกันไม่ไหว เดินเข้าไปหาไวท์พร้อมกับกระแทกเสียงด้วยความโมโห

 

“หมดธุระแล้วใช่มั้ย!” ทว่า คำตอบของสารเลวคอปเปอร์กลับทำให้ฉันต้องเม้มริมฝีปากเป็นเส้นตรงทันที

 

“ยัง”

 

หมับ!

 

“ห่าอะไรอีกวะ!” ความอดทนคนเรามันมีขีดจำกัดนะ

 

วันนี้ฉันรู้สึกว่าเส้นประสาทขาดผึ่งไปสายสิบเส้นเพราะผู้ชายคนนี้ เขาเข้ามากระชากต้นแขนฉันไปบีบด้วยความแรงจนต้องนิ่วหน้า ทำให้ฉันหันกลับไปเผชิญหน้ากับเขาอีกครั้ง

 

“ไอ้คอป”

 

“อย่ายุ่งไอ้บราวน์ เรื่องนี้มึงไม่เกี่ยว...น่าจะรู้” คอปเปอร์กระทำการอุกอาจอีกครั้ง เมื่อเขาพลิกร่างกดแผ่นหลังฉันลงกับแผ่นอกแกร่ง ใช้ฝ่ามือเย็นปิดปากฉันไว้แน่น อีกข้างก็กอดรัดเอวจนเจ็บปลาบแปลบตรงช่วงเอวไปหมด

 

“อื้อ!” ฉันดิ้นขัดขืนสุดแรง ทำทุกอย่างเท่าที่โอกาสมี หากมันก็ไม่เคยได้ผลกับพันธนาการแกร่ง

 

ซ้ำร้าย...บราวน์ก็ทำเพียงถอยหายใจเฮือกใหญ่ออกมาคล้ายกับว่าทำอะไรไม่ได้ ก่อนจะลากไวท์ออกจากห้องนี้ไปแบบไม่มองหน้าฉันเลย

 

มันเป็นน้องฉันไม่ใช่เหรอ! ทำไมไม่ช่วยฉันล่ะ!

 

รวดเร็วจนไม่ทันได้ตั้งตัว!

 

ปัง!

 

ร่างฉันก็ถูกคนตัวสูงกระชากเข้ามาในห้องน้ำส่วนตัว โดยที่ฝ่ามือฉันยังตะเกียดตะกายไปด้านหน้า

 

“คิดจะทำบ้าอะไรอีก” คำถามโคตรเบสิกเลยว่าไหม แต่ก็นั่นแหละ ไม่เคยได้คำตอบอะไรชัดเจนเลยสักครั้ง เขาปิดประตูห้องน้ำ “ถอยไป”

 

ผลักร่างฉันมาด้านในโดยที่ตัวเองยืนพิงบานประตูเอาไว้ด้วยสีหน้าเรียบเฉย

 

ไม่อยากอยู่ในนี้...กับเขา

 

“กลัว?” ราวกับคอปเปอร์สามารถล่วงรู้ว่าฉันคิดอะไรอยู่ เขาก้าวเท้าเข้ามาเนิบนาบคล้ายต้องการปั่นประสาท ฉันจึงถอยหลังไปอัตโนมัติ

 

กระทั่งสะโพกกระแทกกับเค้าน์เตอร์อ่างล่างหน้าขนาดกลาง บ่งบอกว่าหมดทางหนีแล้ว

 

“ไหนบอกว่าไม่ชอบ” ฉันกลั้นหายใจพูดกับเขา

 

หมอนี่ก้าวเท้าเข้ามาเพียงก้าวเดียวก็สามารถประชิดตัวฉันได้ เขาเท้ามือทั้งสองข้างลงกับเค้าน์เตอร์ข้างลำตัวฉัน สภาพของฉันจึงไม่ต่างจากติดอยู่ในกรงขังร่างกายมนุษย์เท่าไหร่

 

“...” เขาไม่ตอบ กลับยื่นใบหน้าคมคายเข้ามาใกล้กันอย่างกวนโทสะ ลมหายใจเย็นชืดเป่ารดปลายจมูก ฉันจึงเบือนหน้าไปด้านข้างอย่างช่วยไม่ได้

 

เกลียดจนไม่อยากมองหน้า...เคยเป็นกันไหม?

 

“ถอยไป” ทั้งที่ไม่ได้หันกลับมามองก็รู้ว่าคอปเปอร์จงใจโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกเขาสัมผัสกับผิวแก้มฉัน ยังไม่พอ ร่างกายแกร่งยังเบียดเข้ามาจนแผ่นอกเราเบียดกัน “โธ่เว้ย...” ฉันสบถเพราะเขาเพิกเฉย

 

พลางเอนตัวไปด้านหลังเพื่อหลบหนีลมหายใจของเขา

 

และคอปเปอร์ก็ยังรุกฉันไม่เลิก ทำให้ฉันเอนหลังมากไปจนเกือบเสียหลัก

 

ด้วยสัญชาตญาณ...เรียวแขนทั้งสองข้างก็เลยคว้ารอบคอแกร่งของคนตรงหน้าเอาไว้ กลับกลายเป็นฉันเองที่โผเข้าไปกอดเขาหน้าตาเฉย ใบหน้าฉันฝังอยู่แถวซอกคอแกร่ง เช่นเดียวกับใบหน้าคมคายที่บัดนี้กำลังฝังกับซอกคอฉันอยู่

 

ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วก่อนที่ฉันจะได้ผลักเขาออกด้วยซ้ำ

 

กึก!

 

“จะ เจ็บ” คมเขี้ยวของคอปเปอร์ก็ฝังลงกับคอฉันประหนึ่งเขี้ยวแวมไพร์ มันแรงจนฉันต้องกางเล็บจิกลงบนต้นคอเขาเพื่อระบายความเจ็บ

 

ใช่ เจ็บมากจนน้ำตาซึมเลย ฉันคิดว่าตรงที่โดนกัดต้องมีเลือดออกมาแน่ๆ

 

ปึก!

 

“บอกว่าเจ็บ!” ริมฝีปากเย็นยังไม่ยอมผละออก เขากดเม้ม ดูดเลียเลือดจนฉันทนไม่ไหว ทุบต้นคอเขาเต็มแรง

 

แย่...แย่มาก

 

ความรู้สึกตอนนี้แม่งโคตรแย่เลย ในเวลาเพียงวันเดียวเขาสร้างรอยแผลทั้งร่างกายและจิตใจให้ฉันได้ลึกฉกรรจ์เสียจริง มีคำถามมากมายลอยเข้ามาในหัวเต็มไปหมด เขาเพื่ออะไร โกรธแค้นฉันเรื่องอะไร ทำทั้งหมดนี้ไปทำไม

 

ฉันไม่รู้ว่าทำไมหรือเพราะอะไร

 

ตึก

 

“...” หัวใจฉันกระตุบวูบกับแรงดูดเม้มบริเวณนั้น มันทั้งเจ็บแสบและชาหนึบในเวลาเดียวกัน

 

“ออกไปจากตัวฉัน ไอ้สารเลว” อย่าคิดว่าฉันไม่ดิ้น แน่นอนว่าทำแล้ว เล็บก็ยังจิกข่วนต้นคอหมอนี่ไปด้วย ทำทุกอย่างเท่าที่ทำได้ แต่มันไม่หลุดไง

 

ทั้งที่เขาไม่ได้กอดรัดร่างฉันเอาไว้ ทำแค่กักกันไว้ในวงแขนที่ทาบลงมา ทว่าร่างกายเขาก็แข็งแกร่งเกินกว่าที่เรี่ยวแรงของฉันจะผลักไสออกไปได้

 

ทำอะไรที่ดีกว่านี้ได้ไหมแบล็ค อย่าทำเหมือนโง่...ฉันบอกตัวเองซ้ำไปซ้ำมา

 

“ฉันบอกให้จำ” ริมฝีปากเย็นเลื่อนมากระซิบชิดใบหู ทำเอาขนอ่อนตามร่างกายฉันลุกชันอย่างไม่อาจหักห้ามได้ พยายามดันต้นคอเขาออกโดยที่ยังหันหน้าไปอีกด้าน “...ว่าตบไปกี่ครั้ง”

 

เขากระซิบเสียงต่ำลงกว่าเดิมนิดหน่อย

 

“ไม่จำ ออกไปสักทีสิวะ!” ฉันกำลังลนลาน ผลักไสแผ่นอกกว้างให้ออกห่าง แต่มันก็ไม่ขยับเลยให้ตาย

 

“ฉันจะเอาคืน...ทำไมไม่จำ” ร่างฉันผวาสั่นอย่างไม่ทราบสาเหตุ คอปเปอร์ถือสิทธิ์ใช้ท่อนแขนข้างหนึ่งกดเอวฉันแนบชิดลำตัวช่วงล่างของเขา “ต้องให้ย้ำตลอด”

 

“อึก...” อีกข้างสอดเข้ามาในเรือนผมสีดำของฉัน

 

ขยุ้มมันไว้ในกำมือพร้อมออกแรงดึงเพื่อให้ศีรษะฉันเอนขึ้นไปอยู่ในระนาบเดียวกับใบหน้าคมคายอย่างเอาแต่ใจ และแววตาเรียบเฉยก็ทำให้หัวใจฉันเต้นแรงอย่างตระหนก

 

ในวินาทีนั้นเลย!

 

“ไม่ ไอ้...อื้อ!” เรียวปากเย็นบดขยี้ความหยาบคายลงมาอย่างเอาแต่ใจ

 

ครั้งนี้มันช่างหยาบโลนกว่าครั้งไหน มีแต่ความรุนแรง เต็มไปด้วยความขุ่นมัว คอปเปอร์สอดลิ้นเข้ามาในโพรงปากฉัน ไล่ต้อนปลายลิ้นของฉันด้วยความป่าเถื่อน

 

เขาทำให้หัวใจฉันแทบหยุดเต้นในวินาทีนี้เลยก็ว่าได้

 

มันมากเกินความจำเป็น ฉันรับไม่ไหวหรอกนะ แค่วันเดียวถูกทำแบบนี้ไปกี่ครั้งแล้วก็ไม่รู้ สมองเหมือนประมวลผลอะไรไม่ได้เลย ฝ่ามือพยายามผลักไส ดันต้นคอเขาออกไป

 

แต่ยิ่งดันก็เหมือนจะยิ่งลึกซึ้งมาขึ้นยังไงยังงั้น

 

คอปเปอร์กดย้ำปลายนิ้วลงกับเอวฉันอย่างแรง มันเจ็บจนต้องนิ่วหน้าออกมา ก่อนเขาจะไล่ข้อนิ้วแข็งๆ ไปตามแนวกระดูกสันหลังอย่างบีบคั้น

 

สติของฉันก็เหมือนจะเลือนรางลงทุกที

 

เนิ่นนาน...กับสัมผัสอันหยาบโลนของเขา กำลังจะทำให้ฉันขาดอากาศตายไปต่อหน้าคนชั่วคนนี้

 

“แฮ่กๆ” และเหมือนเขาจะรู้ว่าฉันกำลังจะตาย ถึงได้ผละริมฝีปากออกไป แต่ก็ไม่ได้ถอนใบหน้าออกไปสักนิดเดียว

 

ฉันหอบหายใจจนแทบสำลักอากาศ รสจูบรุนแรงนั่นเหมือนเชือกที่พันรัดรอบคอฉันไม่มีผิด มันอันตรายเกินไปจริงๆ

 

หัวใจฉันกระหน่ำรัวคล้ายจะหลุดจากอกให้ได้ยังไงยังงั้น

 

“หอบแล้ว?” คำพูดของเขาทำให้ฉันกัดริมฝีปากบวมช้ำแน่น จิกตามองเขาอย่างกรุ่นโกรธ “ยังไม่ถึงหนึ่งในสิบเลยนะ” แต่ก็เหมือนเดิมเลย

 

ไม่เคยทำอะไรได้ นอกจากก่นด่ามันในใจ อยากจะด่าออกไปก็เหนื่อยเกินกว่าจะพูดไง

 

แย่ว่ะ สู้ก็ไม่ได้ เอาตัวรอดก็ยังไม่ได้อีก

 

โคตรน่าสมเพชเลยแบล็ค...

 

“เลว” ปรามาสได้วลีเดียวก็เต็มกลืนสำหรับฉันแล้ว อย่าคิดเลยว่าฉันจะดิ้นหลุดไปจากเขาได้ในนาทีนี้

 

“ครับ” ตอบรับแบบนี้มึงต้องการอะไรจากกูคะไอ้ผู้ชายนิสัยไม่ดี L

 

ปึก!

 

“น่าจะพอได้แล้วมั้ย” เราสบตากันในระยะใกล้มาก

 

แต่ฉันกลับอ่านสายตาของเขาไม่ออกเลยสักครั้ง ใบหน้าเรียบเฉยไม่แสดงความรู้สึกอะไรแบบนั้น เพราะเขาเก็บความรู้สึกเก่ง หรือไม่เคยรู้สึกอะไรกันแน่

 

โมโหนะเว้ย แม่งทำให้ฉันจนตรอกและเสียท่าแบบสุดๆ

 

“ไม่พอ” เขาตอบกลับอย่างเห็นแก่ตัว

 

“แค้นเรื่องที่ฉันตบยัยเคธ หรือเรื่องที่ฉันหักหน้ายัยนั่นด้วยการขึ้นเป็นผู้นำแทนล่ะ...” ฉันหยุดคำพูดไว้วินาทีหนึ่ง ขึงตาโกรธจัดใส่คนตัวสูงเจ้าของอ้อมกอดอันน่ารังเกียจอย่างไม่ปิดยัง “...หรือทั้งสองอย่าง?”

 

พอจะเดาออกอยู่หรอกว่าเคธน่าจะเป็นน้องสาวหมอนี่ หน้าตาคล้ายกันด้วย

 

เขาคง...โกรธแค้นฉันเรื่องนี้กระมัง

 

“หึ!” หากทว่า เสียงหัวเราะในลำคอราวกับสมเพชนั่นทำให้ฉันแปลกใจ ดวงตาคู่คมวาวโรจน์ขึ้นด้วยไฟกรุ่นบางอย่าง

 

ฉันรู้รับได้ถึงความเย็นเยียบจากสายตาคมคู่นั่นได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

 

หรือมีอะไรมากกว่านี้...ฉันได้แต่ถามตัวเองในใจ จ้องสบสายตาหวังว่าจะค้นหาคำตอบเจอ

 

แต่ก็ไม่เคยพบ...

 

“อยากพูดอะไรก็พูดมาตรงๆ” ฉันก็แค่คนธรรมดา ไม่สามารถล่วงรู้ความคิดของเขาได้หรอกนะ ตรัสรู้เองก็ไม่ได้เหมือนกันถ้าเขาไม่ยอมพูดมันออกมาเสียที

 

“ไม่รู้จริงหรือแกล้งโง่?”

 

“แล้วนายโง่หรือโง่จริงๆ ถึงดูไม่ออกว่าฉันรู้หรือไม่รู้น่ะ!

 

“ปากดี”

 

“อะ โอ้ย! ไอ้ซาดิสม์” พูดจบก็ต้องเบ้ปากด้วยความเจ็บปวด

 

คอปเปอร์เปลี่ยนจากการกอดรัดร่างฉันเป็นบีบต้นแขนทั้งสองข้างอย่างแรงแทน มันเจ็บเหมือนกระดูกจะหักคามือเขาให้ได้ และฉันก็ไม่รู้จะทำยังไงนอกจากยกมือดันอกเขา

 

“ไม่อยากเจ็บตัวก็หัดกลัวซะบ้าง” เขาบอกด้วยน้ำเสียงเดิมๆ

 

“ทำไมฉันต้องกลัวผู้ชายหน้าตัวเมียยะ...ไอ้บ้าเอ้ย!” ยิ่งฉันแข็งข้อกับเขามากเท่าไหร่ คนบ้าอำนาจยิ่งลงโทษฉันด้วยการสร้างบาดแผลตามร่างกายฉันมากยิ่งขึ้น

 

แขนฉันจะหักอยู่แล้วนะเว้ย

 

“...”

 

“...” พอเขาเงียบ ฉันก็เลยเงียบ

 

 เรายืนจ้องหน้ากันในความเงียบเหมือนกำลังเล่นสงครามประสาท เขาโกรธแต่ไม่ยอมพูดอะไรออกมา และระบายความกรุ่นนั้นลงกับต้นแขนของฉันราวกับไม่กลัวว่ามันจะแหลกคามือสักนิด

 

คิดว่าฉันจะทนความเจ็บจากแรงผู้ชายอย่างเขาได้ไหม?

 

คิดว่าไง?

 

“ปล่อยสักที!” ทนไม่ได้ ฉันทนแรงของหมอนี่ไม่ได้หรอกว่ะ แรงเขามีมากเกินไปแทบฆ่าฉันได้ด้วยมือเปล่าเชียวนะ “นายพี้ยามากจนประสาทหลอนเหรอ กำลังคลุ้มคลั่งอยู่ใช่มั้ยถึงทำร้ายฉันไม่หยุด”

 

ประสาทจะกินแทนอยู่แล้วเนี่ย

 

“สันดานเธอมันแย่ไง โคตรตอแหลเลย” ตอแหลเนี่ย พอถูกผู้ชายพูดใส่แบบนี้เจ็บยิ่งกว่าผู้หญิงด้วยกันด่าอีก “อย่ากร่าง อย่าอวดเก่งให้มากก็ดี”

 

คอปเปอร์ทำให้ฉันสั่นไปทั่งร่างด้วยความคุกรุ่น

 

“ข่มผู้หญิงนี่คิดว่าแจ๋ว?” คิดว่ากลัวมากไหมล่ะ...

 

“...”

 

“คิดว่าแนวนักไง?” กลัวน่ะก็มี แต่ยังไม่ พีคขนาดต้องหัวหดหรอกว่ะ ฉันยังทำเจ๋งได้อยู่ เลิกคิ้วสูงอย่างท้าทายกลับไป

 

สายตาเห็นคิ้วหนาของคนตัวสูงกระตุกสองสามที อารมณ์ไม่ได้คงที่อย่างหน้าตาแล้วกระมัง

 

เอาสิ ระเบิดออกมาให้หมดเลยก็ได้ ถ้าโกรธแค้นนักล่ะก็!

 

“ฉันให้เลือกเอาไหม...” แต่เขากลับรักษาระดับอารมณ์เอาไว้ได้อย่างยอดเยี่ยม กระซิบเสียงดุดันกลับมาแทน

 

“...”

 

“ระหว่างปากแตกเพราะหมัด...กับปากฉัน เธอจะเลือกอะไร?”

 

 

 

 





"เพราะผู้ชายดีๆ มันมีแต่ในนิยาย (เรื่องอื่น)"

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 12 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3,482 ความคิดเห็น

เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น
  1. #3477 tawoqq123 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 กันยายน 2558 / 21:25
    โหพระเอกโหดไปปะ
    #3,477
    0
  2. #3466 parewna (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 16 มกราคม 2558 / 11:18
    ดราก้อนนน หล่อเลยยย -3- 5555
    #3,466
    0
  3. #3438 # wipawaneeaum (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2557 / 20:30
    ผมนี่หลงรักดราก้อนเลย ><
    #3,438
    0
  4. #3426 oopip kornrawee (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2557 / 16:36
    ทำร้ายมากกว่านี้ก็ได้ค่ะ แต่ขอให้สาสมจริงๆนะ ทั้งกับการที่แบล๊คเคยทำไว้ แล้วก็กับที่คอปทำอยู่ตอนนี้ ถ้าไม่อย่างนั่นก็ขอให้คอปได้รับผลของการกระทำด้วย สงสารแบล๊คจริงจุง คงไม่เกี่ยวกับที่ลูกสาวผอ.โดนศัลใช่ไหมนะ
    #3,426
    0
  5. #3287 T--dZ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2557 / 04:05
    สาบานว่าอ่านนิยายรัก ไม่ใช่ดูhunger game TT 



    ช็อคแพ้พนึง



    นางเอกนอกจากเปลืองตัวแล้ว ยังต้องดึด!ถึก! 



    อ่านไปก้งงๆ ตอนแรกนึกว่าอิคอปจะเป็นพระเอก แต่คือนางเลวไปมั๊ยย  คะแนนพี่ดราเลยพุ่งปริ้ดดดเลย อิอิ
    #3,287
    0
  6. #3052 ชื่อนัทตี้นะเออ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2557 / 18:23
    ตอนนี้เจ๊ขอ*0*ยกหัวใจให้กะดรากอนเรยฮ้าาาา*~*
    #3,052
    0
  7. #2963 Twinkle Little Sun (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2557 / 23:44
    ตั้งแต่เริ่มเกมมาคือแบล็คนางได้คลอเคลียผู้ชายตัลหลอดเวมันคืออัลไล???ทั้งอิจฉาทั้งรักนาง
    #2,963
    0
  8. #2531 เมรี/maylee (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2557 / 22:35
    ให้ดรากอนเป็นพระเอกเถอะ
    #2,531
    0
  9. #2516 Finlizz (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2557 / 21:29
    คอปเปอร์เลวมากกก
    #2,516
    0
  10. #2309 MeMorieSLovEYoU (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2557 / 19:06
    จะชั่วไปแล้วนะ!?!
    #2,309
    0
  11. #2072 Netnapa Pluemjit (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2557 / 01:43
    พระเอกเหรอคะ
    #2,072
    0
  12. #2021 NiNew_P&A (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2557 / 20:17
    เจิมๆๆๆๆๆ
    #2,021
    0
  13. #1995 ~*NaN_WonTeuk*~ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2557 / 11:04
    ผู้ชายในเรื่องนี้ แม่งเลวกันทุกคนเลยสินะๆ ดราก้อนจะมีแผนอะไรซ่อนไว้รึป่าว
    #1,995
    0
  14. #1932 kae gae (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2557 / 11:03
    คอปโหดสาด
    #1,932
    0
  15. #1555 GGINTONIC. (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 เมษายน 2557 / 16:35
    อีดราก้อนมันต้องแอ๊บเป็นคนดีแน่เลย 55555555555555555
    #1,555
    0
  16. #1496 IJLJ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 28 มีนาคม 2557 / 16:09
    อ่านตอนนี้แล้วรุสึกรักดราก้อน นางคงไม่ได้แกล้งทำดีกับแบล็คใช่มั้ย?
    #1,496
    0
  17. #1429 nut (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 17 มีนาคม 2557 / 21:37
    รักดราก้อนจังเลย
    #1,429
    0
  18. #1308 เอ็กโซเอพิ้งค์ ❤️ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2557 / 01:40
    ดราก้อน ><
    ชอบดราก้อนนนนนนนน 
    #1,308
    0
  19. #1234 ICCube (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2557 / 13:47
    ชอบคราก้อนอ่ะ
    #1,234
    0
  20. #1203 หมูตัน (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2557 / 20:13
    เจริมมมมมมมมมมมมมมม
    #1,203
    0
  21. #1166 mydiffy (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 31 มกราคม 2557 / 22:21
    มาอัพไวๆนะ รออ่านอยู่
    #1,166
    0
  22. #1164 Pattarporn Siripech (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 30 มกราคม 2557 / 17:52
    รีบพาแบล็คไปเอาคืนคอปเปอร์เร็วๆนะคะ
    #1,164
    0
  23. #1163 ATOMMii'z V.i.P (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 30 มกราคม 2557 / 14:08
    มาอัพต่อไวๆน๊า คอปเปอร์น่าตี จริงๆ ทำนางเอกได้ลงคอ
    #1,163
    0
  24. #1155 PY'MY PLOY (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 26 มกราคม 2557 / 11:29
    ให้3คำ เเก เลว มากกกกกกกก
    #1,155
    0
  25. #1154 sof (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 26 มกราคม 2557 / 05:40
    อัพต่อไวไวนะสนุกมากเลวได้ใจชอบมากมายอ่ามาต่อเร็วน๊รอยุ
    #1,154
    0