「END」HELL BIGBANG ระเบิดรักซ่า(ส์) คนบ้าพันธุ์นรก

ตอนที่ 4 : Practice Round 2 [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8,073
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 16 ครั้ง
    14 ก.พ. 58





 




 

 

Practice Round 2









 

หนึ่งอาทิตย์ต่อมา

 

@Practice School

 

วันนี้เป็นวันเปิดภาคเรียนในสถานศึกษาแห่งใหม่ที่ถูกยัดเยียดโดยอธิการมหาวิทยาลัยเก่า ตาแก่หัวล้านพ่อของยัยจูดี้ทำกับฉันไว้แสบมาก คิดว่าตาแก่นั่นจะส่งฉันเข้ามหาลัยปกติเสียอีก ก็เห็นว่าคุณพ่อไม่ได้ว่าอะไร แถมเซ็นรับรู้ไปแล้วด้วย

 

แต่นี่มันอะไร ตรงหน้าฉันคือสถานที่ที่ฉันต้องอยู่อย่างนั้นเหรอ!

 

เพิ่งรู้เมื่อไม่ถึงสิบนาทีก่อนว่าสถานศึกษาแห่งใหม่ไม่ใช่มหาลัยธรรมดา แต่เป็น โรงเรียนดัดสันดานต่างหาก

 

ใช่! คุณได้ยินไม่ผิดหรอก ตอนนี้ฉันกำลังยืนอยู่หน้าโรงเรียนดัดสันดานที่มีชื่อว่า Practice School

 

ฉันถอนหายใจออกมาแรงๆ เพื่อระบายความหงุดหงิดใจ เงยหน้ามองป้ายโรงเรียนอยู่พักใหญ่ ก่อนจะก้าวเท้าบนส้นสูงสี่นิ้วเข้าไปในโรงเรียนอย่างไม่มีทางเลือก

 

ฉันไปไหนไม่ได้ พาสสปอร์ตถูกยึด ถูกหักเงินค่าขนมลงไปกว่าครึ่ง เพราะงั้นสิ่งที่ฉันทำได้คือต้องเข้าเรียนที่นี่ตามคำสั่งของพ่อบังเกิดเกล้า

 

โอเค...แค่ฉันผ่านเกณฑ์ของที่นี่ก็จะได้รับใบปริญญาจากมหาลัยเก่าที่นิวยอร์ก ถึงจะไม่รู้ว่าพวกเขา ซิงค์กันยังไงก็เถอะ

 

สรุปง่ายๆ ถ้าจบหลักสูตรที่นี่ก็เทียบเท่าหลักสูตรที่นิวยอร์กน่ะ

 

ทันทีที่ก้าวเท้าเข้ามาภายในรั้วโรงเรียน ฉันก็รับรู้ได้ถึงสายตาที่จับจ้องมานับร้อยๆ คู่อย่างให้ความสนใจ พวกเขาต่างอยู่ในชุดยูนิฟอร์มแบบเดียวกัน

 

หากก็มีสีที่แตกต่างกันออกไป เท่าที่สังเกตเห็นมีแค่สี่สีน่ะนะ

 

ส่วนตัวฉันก็อยู่ในชุดลำลองแบบยีนส์ทั้งกางเกง เสื้อแจ็กเก็ตที่สวมทับเสื้อกล้ามสีขาวพอดีตัว เพราะฉันยังไม่มียูนิฟอร์มแบบนักเรียนคนอื่นๆ จึงอาจจะดูผิดแปลกจนหลายคนมองล่ะมั้ง

 

“นี่เธอ!” เสียงผู้หญิงมีอายุคนหนึ่งดึงขึ้นข้างหลังทำให้ฉันหันกลับไปมองเธอด้วยความสงสัย คุณป้ามองสำรวจฉันตั้งแต่หัวจรดปลายเท้าลอดกรอบแว่นหนาเตอะและไอกระแอมออกมา “นักเรียนใหม่เหรอเรา?”

 

“ค่ะ”

 

“มีคู่มือมาด้วยหรือเปล่า” ฉันชูสมุดพกเล่มเล็กในมือให้คุณป้าดูเธอจึงพยักหน้าเป็นเชิงรับรู้ “อ่านกฎของโรงเรียนนี้แล้วหรือยังล่ะ?” ฉันส่ายหน้าเป็นคำตอบแทน

 

เธอขมวดคิ้วเหมือนไม่พอใจเท่าไหร่นัก ก่อนจะดึงซองเอกสารในมือฉันไปเปิดดู ฉันก้มมองสมุดพกในที เพราะไม่ได้เปิดอ่านมันสักตัวอักษรเดียว

 

ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองคุณป้าตรงหน้าเมื่อท่านพูดบางอย่างออกมา

 

“สังกัด Danger เห็นตึกสีแดงเลือดนกรึเปล่า...นั่นคือโซนของเธอ” ฉันทอดสายตามองตามเรียวแขนของคุณป้าที่กำลังชี้ให้ดูตึกสีแดงเลือดนกซึ่งตั้งตระหง่านอยู่ทางซ้ายมือ ก่อนจะพยักหน้าเบาๆ

 

“อย่าลืมเปิดอ่านสมุดพกด้วย เพราะคำอธิบายส่วนใหญ่อยู่ในนั้น”

 

สิ้นคำสั่ง เธอก็เดินไปทักทายนักเรียนที่เดินเข้ามาใหม่คนต่อไปเหมือนที่ทำกับฉัน ส่วนฉันก็ได้แต่ทอดสายตาสำรวจตึกสูงใหญ่ที่เด่นหราสี่ตึกอย่างฉงนใจ

 

ตึกทั้งสี่มีสีและบรรยายที่ต่างกันอย่างสิ้นเชิง

 

ด้วยความสงสัยใคร่รู้ฉันจึงเปิดสมุดในมือตามคำของคุณป้าคนเมื่อกี้ ในขณะที่พาร่างตัวเองเดินตรงไปยังตึกสีแดงเลือดนกนั่นด้วย

 

โรงเรียน Practice School เป็นสถานที่สำหรับควบคุมพฤติกรรมของบุคคลที่ถูกส่งตัวเข้ามาเรียนที่นี่ หรือเรียกให้ดูเบสิกก็คือ โรงเรียนดันสันดาน ดีๆ นี่เอง

 

ที่นี่มีการแบ่งระดับพฤติกรรมของนักเรียนแต่ละคนออกเป็น สังกัดทั้งหมดสี่สังกัด นั่นคือ...

 

สังกัด Hell สังกัด Wickrd สังกัด Bad และสังกัด Danger ซึ่งเป็นสังกัดของฉันนับจากวันนี้ มีสีประจำสังกัดคือสีแดงเลือดนก ซึ่งเป็นสีเดียวกับยูนิฟอร์มที่ฉันเห็น

 

ระดับพฤติกรรมแบ่งออกเป็นสี่ระดับเช่นกัน

 

ระดับที่หนึ่ง...เป็นระดับที่ต่ำที่สุด สามารถควบคุมได้และไม่เป็นอันตรายเกินไป ระดับที่สอง...เป็นระดับกลางที่ค่อนข้างอันตราย ระดับที่สาม...คือระดับที่มีพฤติกรรมแย่มากจนแทบควบคุมไม่ได้ ส่วนระดับที่สี่...เป็นระดับที่เกินควบคุม และคนในสังกัดนั้นจะค่อนข้างหัวรุนแรง

 

สังกัดของฉันอยู่ในระดับที่หนึ่ง

 

ต่อมา แต่ละสังกัดจะมี ผู้นำค่อยกำกับควบคุมความเรียบร้อยภายในสังกัดตัวเอง คล้ายกับการกระจายอำนาจจากผู้อำนวยการโรงเรียนลงมานั่นแหละ

 

การจะเปลี่ยนผู้นำของสังกัดจะต้องเกิดมาจากการ ดวลกันระหว่างผู้ท้าชิงกับผู้นำบริเวณล้านท้าดวลอย่างถูกต้องตามประเพณี

 

นอกจากนั้น ยังมีกฎอีกว่าในแต่ละสังกัดจะไม่มีสิทธิ์ก้าวก่ายซึ่งกันและกัน ผู้นำของสังกัดอื่นเองก็ไม่มีสิทธิ์เข้ามาวุ่นวายหรือทำร้ายคนในสังกัดอื่น เพราะสิทธิ์ขาดจะอยู่ที่ผู้นำของสังกัดนั้นๆ เพียงผู้เดียว

 

ปล. แต่สิทธิ์เหนือหัวยิ่งกว่าเด็ดขาดคือ ผู้อำนวยการโรงเรียน

 

“ไร้สาระ” ไม่เห็นว่ามันจะเข้าท่าตรงไหน

 

อะไรที่ทำให้คนภายนอกมั่นใจว่าที่นี่จะเปลี่ยนแปลงสันดานดิบของคนได้ ฉันคนหนึ่งล่ะที่ไม่เชื่อ ดูจากระบบของที่นี่ไม่ว่ายังไงมันก็ไม่เข้าท่าจริงๆ นั่นแหละ

 

“กล้านะ!” เสียงแหลมกระแทกกระทั้นแสดงถึงความไม่พอใจดังออกจากเรียวปากเอิบอิ่มของผู้หญิงตรงหน้า เจ้าของส่วนสูงร่วมหนึ่งร้อยหกสิบหก ดวงหน้าสวยเซ็กซี่ขยี้ใจผู้ชายฉายรอยกรุ่นโกรธออกมา “คิดว่าเปลี่ยนเสื้อผ้าหน้าผมแล้วฉันจะทำแกไม่ได้เหรอ!

 

“หืม?” ฉันเลิกคิ้วมองผู้หญิงที่กำลังยืนเท้าเอวกระชากเสียงใส่อย่างตั้งคำถาม เธอในยูนิฟอร์มสีแดงเลือดนกบ่งบอกว่ามาจากสังกัดที่ฉันต้องอยู่

 

“อย่ามาตีหน้าซื่อ!” เจ้าหล่อนพุ่งเข้ามากระชากเรียวแขนฉันอย่างรุนแรง เล็บยาวคมจิกลงบนเสื้อยีนส์ของฉันแบบไม่มีออมแรงจนรู้สึกได้ถึงความเจ็บที่แทรกผ่านเข้ามา ฉันเม้มริมฝีปากมองเธออย่างไม่พอใจ

 

“ไงนะ?” สาบานได้เลยว่าฉันยังไม่ได้ทำอะไร ณ จุดนี้ก็ต้องบอกว่างงมากเหมือนกัน

 

“เทอมที่แล้วแกทำอะไรไว้ อย่ามาทำเป็นลืมนะยัยโง่!

 

รวดเร็วเกินจะตั้งตัวได้ทัน

 

เพี๊ยะ!

 

ไม่ทันได้ตั้งรับ ฝ่ามือเรียวเล็กของผู้หญิงตรงหน้าก็ฟาดลงบนผิวแก้มฉันจนใบหน้าหันไปด้านข้างทันที ถามว่าฉันรู้สึกยังไง...ก็เจ็บน่ะสิ เจ็บตัวแบบไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไร ไม่รู้ว่าหล่อนเป็นใคร โกรธอะไรถึงได้ลงไม้ลงมือกับฉันไม่มีปี่มีขลุ่ย

 

ให้ตายสิ! หน้าฉันต้องขึ้นรอยนิ้วของยัยบ้านี่ครบห้านิ้วแน่เลย

 

“อะไรของเธอ” ฉันดึงใบหน้ากลับมาจ้องเธออย่างเดือดดาล ดุนลิ้นสำรวจรอยปริแตกในโพรงปากอย่างหัวเสีย อยู่ดีไม่ว่าดี มาหาเรื่อง ท้าไฟท์กับฉันทำไมไม่ทราบ “ตบฉันเพื่อ?”

 

“ไม่ต้องปากดี อย่าคิดว่าย้อมผมเป็นสีดำแล้วฉันจะจำแกไม่ได้!” หล่อนกระชากเสียงกลับอย่างไม่ยอมลงองศาเดือดลงง่ายๆ

 

กรอบตาฉันเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความสงสัย จำได้ว่าไม่เคยเจอหน้าผู้หญิงคนนี้เลยสักครั้ง แต่ทำไมหล่อนถึงได้รู้ว่าฉันย้อมผม

 

ใช่ ผมสีดำไม่ใช่สีธรรมดาของฉันหรอก แต่ประเด็นมันไม่ได้อยู่ตรงนั้นแล้วไง

 

“ฉันไม่รู้นะว่าเธอพล่ามอะไรอยู่...” ริมฝีปากขยับพูดเสียงแข็ง ทิ้งของในมือลงพื้นอย่างไม่สบอารมณ์เท่าไหร่ เชื่อสิ! เป็นใครก็ต้องไม่พอใจอยู่แล้ว แต่ฉันมันใจร้อนไง นิสัยไม่ยอมคนน่ะแก้ไม่หายเลยด้วย “แต่การโดนตบฟรีๆ ไม่ใช่ทฤษฎีของฉัน”

 

สิ้นน้ำคำหนักแน่นของฉัน

 

เพี๊ยะ!!

 

“อะ โอ้ย!” ก็ตวัดหลังมือใส่เสี้ยวหน้าของเธอเต็มแรง

 

สำหรับผู้หญิงด้วยกัน แรงฉันมีมากจนทำให้ร่างเล็กนั่นล้มทั้งยืนเชียวล่ะ บังเอิญวันนี้ฉันใส่แหวนที่นิ้วเลยครูดกับผิวแก้มเนียนจนเกิดรอยเลือดซึมเป็นทางยาว

 

“เอาไงต่อดี?” ดวงตากลมโตสีดำจ้องฉันอย่างขุ่นเคือง ส่วนฉันก็แค่เหยียดสายตามองเธออย่างสมเพชแทน ฉันมีข้อเสียอยู่ข้อหนึ่งคือเป็นพวก กัดไม่ปล่อยน่ะนะ “ให้ฉันเอาเลือดปากเธอออกอีกดีมั้ย? J

 

“ทำไมยัยนั่นถึงกล้าหือกับผู้นำล่ะ?”

 

“นั่นสิ...ทำไมยัยอ่อนคนนั่นถึงได้เปลี่ยนไปเหมือนคนละคนแบบนี้”

 

“ตบผู้นำด้วยนะแก โคตรร้าย!

 

เสียงซุบซิบของคนที่อยู่ในเหตุการณ์ทำให้ฉันเบ้ปากอย่างไม่ค่อยเข้าใจสิ่งที่พูดเท่าไหร่ ทว่ากลับสะดุดกับคำพูดหนึ่งเข้าอย่างจัง...เด็กคนนี้เป็นผู้นำสังกัด

 

และเครื่องยืนยันได้ว่าหล่อนคือบุคคลที่แตกต่างไปจากนักเรียนคนอื่นในยูนิฟอร์มเดียวกัน คือเข็มกลัดรูปมงกุฎสีทองตรงเนกไทสีเลือดนกของเธอ เป็นเพียงสิ่งเดียวที่แบ่งแยกระหว่างนักเรียนธรรมดากับผู้นำสินะ

 

แล้วสิ่งที่ฉันจะทำหลังจากนี้ถือว่าเป็นการเอาคืนที่หล่อนมาหาเรื่องฉันก่อนน่ะนะ...

 

“กะ แก...อึก!” เธอโกรธจนเส้นเสียงสั่นพร่า จิกตามองฉันอย่างอาฆาต

 

“เธอเหรอผู้นำ Danger” เรียวแขนของฉันเอื้อมไปกระชากเนกไทสีเลือดนกของหล่อนด้วยความแรงระดับหนึ่ง ทำให้คอเล็กที่ผูกเนกไทถูกกระชากจนใบหน้าสวยเงยขึ้น “ถ้าฉันจะขอเครื่องหมายผู้นำ เธอจะว่าไง?”

 

บอกแล้วไงว่าฉันไม่นิยมเจ็บตัวฟรี และการหาเรื่องฉันก่อนก็ไม่ใช่เรื่องที่ดีด้วย

 

“คนอย่างแก ไม่มีวันได้เป็น! เอามือสกปรกของแกออกไป” เธอพูดและทำท่าจะกระชากมือฉันออก

 

“อยากลองเหมือนกัน อย่างฉันน่ะจะเป็นได้มั้ย” พูดจบ ฉันก็กระชากเนกไทสีเลือดนกออกจากคอของเธอ น่าเสียดายที่มันหลุดติดมือฉันง่ายเกินไป ไม่อย่างนั้นคอยัยนี้ต้องได้เจ็บมากแน่ๆ “ก็...ไม่ยาก”

 

“เอาคืนมานะ!” เจ้าของเนกไทเบิกตากว้าง เงยหน้ามองสิ่งที่อยู่ในมือฉันแล้วเม้มริมฝีปากด้วยความกรุ่นโกรธ พยายามจะดึงเนกไทในมือฉันกลับไปอย่างหวงแหน แต่เรี่ยวแรงเธอสู้ฉันไม่ได้อยู่ดี “คนอย่างแก...”

 

“คนอย่างฉันมันทำไม” เธอหยัดตัวขึ้นจากพื้นซีเมนต์ร้อนๆ จิกตาขวางมองฉัน เนื้อตัวสั่นเทาไปหมด

 

“ผู้หญิงอย่างแกไม่มีทางเป็นได้อยู่แล้วน่ะสิ ยัยโง่”

 

“ก็ว่าไป” แต่ฉันก็ยกไหล่ใส่เธออย่างไม่ใส่ใจ

 

ยัดเนกไทใส่กระเป๋ากางเกงพลางกวาดสายตามองนักเรียนที่กำลังให้ความสนใจพวกเราเรียงคน มีหลายคนที่มองฉันเหมือนไม่เชื่อสายตาตัวเอง พากันซุบซิบนินทาระยะเผาขนจนน่าหงุดหงิด และก่อนที่คู่กรณีจะตรงเข้ามาเล่นงานฉัน

 

ใครบางคนก็ตะโกนเรียกชื่อฉันออกมาเสียงดัง

 

“แบล็ค!” ฉันหันหน้าไปในทิศทางของเสียงทันที เลนส์ตาสะท้อนร่างตัวเล็กของหญิงสาวเรือนผมสีทองไฮไลท์แดงกำลังเดินฝ่าวงล้อมเข้ามาอย่างมาดมั่น

 

เธอแต่งตัวสไตล์พังค์ร็อคที่ดูเท่มากๆ ดวงหน้าสวยสไตล์ยุโรปปรากฏรอยความไม่พอใจอย่างไม่ปิดบัง

 

“พวกแก...เฮ้ย!” ฉันมัวแต่ตกใจกับการมาของเธอ ไม่ทันตั้งตัวยัยนั่นก็พุ่งเข้ามาสวมกอดฉันอย่างแรง

 

ก่อนจะตามด้วยเสียงหวานอีกคน

 

“ให้เลนไทน์กอดบ้างสิคะ” หญิงสาวสูงสมส่วนเรือนผมสีดำขลับตัดกับสีผิวขาวอมชมพูของเธอ ดวงตาสีดำกลมโตมองผู้หญิงที่กอดฉันอยู่อย่างน้อยใจ

 

ริมฝีปากบางอิ่มสีอ่อนเม้มเข้าหากัน ก่อนจะย่นจมูกเรียวโด่งได้รูปเหมือนเด็กน้อยที่กำลังโดนขัดใจไม่มีผิด ภายนอกเธออาจจะดูเป็นแบบนั้นน่ะนะ

 

ยัยนี่ชื่อ วาเลนไทน์ส่วนผู้หญิงที่กอดฉันไม่ปล่อยอยู่เนี่ยชื่อ ควีน

 

จะว่ายังไงดี...สองคนนี้เป็นเพื่อนสนิทกลุ่มเดียวกับฉันที่นิวยอร์กไง แต่เพราะฉันถูกส่งตัวกลับมาที่นี่เลยไม่ได้บอกใคร ฉันก็เลยสงสัยว่าทำไมพวกเธอถึงมาอยู่ที่นี่ได้

 

ถ้าให้ฉันเดา...เพื่อนตัวดีต้องตามฉันมาแน่ๆ

 

หมับ!

 

“ฉันบอกให้เอาของๆ ฉันคืนมาไง” ทว่า ร่างของฉันก็ถูกกระชากไหล่จากด้านหลังจนหลุดออกจากอ้อมกอดของควีน

 

ยัยผู้นำคนเก่าเงื้อฝ่ามือขึ้นหมายจะตบหน้าฉัน

 

หากทว่า

 

“พอได้แล้ว” เสียงประกาศิตน่าขนลุกจากใครสักคนก็ดังขึ้น

 

นักเรียนคนอื่นต่างก็พากันฮือฮาอย่างตกใจ

 

ทำให้ฉันหันไปมองรอบตัวเพื่อหาต้นตอของเสียงนั้น และเมื่อร่างสูงโปร่งของผู้ชายคนหนึ่งปรากฏในสายตาของฉัน เลือดร้อนในกายก็พลันตีรวนอย่างน่ากลัว

 

ไอ้สารเลวนั่น!

 

“ไอ้บัดซบ” ฉันครางเสียงลอดไรฟันอย่างเดือดดาล กำหมัดข้างลำตัวแน่น มองสบสายตากับผู้ชายที่กำลังเดินเข้ามาหยุดตรงหน้าอย่างเกลียดชัง

 

ไม่รู้ว่ามีใครจำได้ไหม เมื่ออาทิตย์ก่อนที่ฉันไปเที่ยวคลับแล้วถูกผู้ชายที่ไหนไม่รู้ขโมยจูบไปหน้าด้านๆ เลยไง

 

ใช่ มันกำลังยืนอยู่ตรงหน้าฉันนี่เอง!

 

“ไปทำแผลซะเคธ” เขาหันไปสั่งผู้หญิงคนนั้นที่น่าจะชื่อ เคธเสียงเรียบ ก่อนที่เขาจะตวัดสายตาคมกริบดุจใบมีดนั่นกลับมามองฉัน

 

ยอมรับก็ได้ว่าสายตาเยือกเย็นและลุคภายนอกของเขาลึกลับน่าพรั่นพรึง

 

หากมันก็ยังไม่เทียบเท่ากับความกรุ่นโกรธที่ฉันมีสักเสี้ยวเดียว!

 

“พี่...” เคธทำท่าจะเข้ามาหาฉันอีกครั้ง แต่ก็ถูกผู้ชายตรงหน้าตวัดสายตามองเป็นเชิงสั่ง

 

เธอจึงกระทืบเท้าเดินกระแทกไหล่ผ่านร่างฉันออกไปจากบริเวณนี้อย่างขัดใจ

 

พี่เหรอ...

 

“...” ทุกอย่างทุกอยู่ในความเงียบ

 

ท่ามกลางผู้คนที่ยืนล้อมดูพวกเรา ฉันกับเขาก็ยืนจ้องหน้ากันนิ่ง สวนทางกับใจของฉันที่ไม่ได้นิ่งตามไปด้วย

 

ไม่ผิดแน่...ถึงตอนนั้นฉันจะมึนเมาแต่ยังมีสติพอจะจำหน้าตาคนที่บังคับจูบตัวเองได้แม่นยำ

 

หมอนี่คือผู้ชายสารเลวในคืนนั้นจริงๆ!

 

“ไง” เขาก้าวเข้ามาใกล้ฉัน เว้นระยะห่างระหว่างเราเหลือเพียงหนึ่งก้าว เอ่ยทักทายด้วยสุ้มเสียงแหบต่ำอย่างทรงเสน่ห์ ดวงตาคมกวาดมองรูปหน้าฉัน ก่อนจะหยุดไว้ที่ริมฝีปากอย่างจงใจปั่นประสาทกัน “บอกแล้วใช่ไหม ว่าเราต้องได้เจอกัน”

 

“ใช่ นายบอก...” ฉันพยักหน้ารับเนิบๆ เหมือนไม่รู้สึกอะไร ทั้งที่ในใจกำลังร้อนเป็นไฟแทบไหม้ ริมฝีปากเหยียดตรง ก้าวเท้าเข้าไปจนปลายเท้าชิดกัน เงยหน้ามองดวงหน้าคมคายหล่อเหลาของเขาในระยะประชิด ก่อนจะ “และฉันก็บอกตัวเองไว้เหมือนกัน ถ้าเจอ...จะเอาเลือดนายออกให้ได้!

 

ไวเท่าความคิด!

 

เพี๊ยะ!!

 

ฉันตวัดฝ่ามือตบใบหน้าเขาจนสะบัดหันตามแรง แน่นอนว่าฉันใส่แรงทั้งหมดไปพร้อมกับความคุกรุ่นในอก แรงมากพอจะทำให้แก้มนั่นขึ้นรอยนิ้วครบทั้งห้า ทำให้มุมปากของไอ้สารเลวนี่ปริแตกได้เลือดเลยด้วย แต่ยังไม่พอหรอก

 

มันยังไม่สาแก่ใจของฉันสักนิด

 

หมับ!

 

“มันจะไม่มีครั้งที่สาม” เขากลับคว้าข้อมือฉันไว้ราวกับรู้ทันความคิด

 

สายตาอ่านยากที่มองมาเดาไม่ออกเลยว่าเขากำลังรู้สึกหรือคิดอะไรอยู่ หากแรงบีบบริเวณข้อมือก็ทำให้รู้ว่ากำลังกรุ่นโกรธไม่ต่างกัน

 

โกรธเหรอ รู้สึกโมโหเหมือนกันนี่...แล้วมาทำแบบนั้นกับฉัน คิดว่าฉันควรโมโหเหมือนกันไหม?

 

“นี่มันเรื่องอะไร ปล่อยเพื่อนฉันก่อนได้มั้ย” ควีนพยายามเข้ามแยกพวกเราออกจากกัน

 

ฉันพยายามแกะฝ่ามือหนาเย็นจัดของหมอนี่ออก จิกเล็บลงผิวเนื้อจนเลือดซิบแต่เขาก็ไม่ยอมปล่อยข้อมือฉัน

 

ซ้ำยังบีบมันแรงขึ้นคล้ายกับจะหักให้แหลกคามือยังไงยังงั้น

 

มีสิทธิ์อะไรมาทำแบบนี้กับคนที่เพิ่งเจอหน้ากันไม่ถึงสามครั้ง เขามีสิทธิ์ทำกับคนที่ไม่รู้จักแบบนี้เหรอ

 

ตลกไปหน่อยแล้ว การบังเอิญเจอหมอนี่ที่โรงเรียนนี้น่ะ เป็นเรื่องตลกร้ายที่สุดเลย

 

“ปล่อย...” ฉันกระซิบเสียงกร้าว พ่นลมหายใจร้อนจัดออกมาแรงๆ เพื่อปรับอารมณ์ตัวเองให้คงที่กว่านี้ เวลาโกรธจนฟิวส์ขาดเป็นยังไงฉันรู้ตัวเองดี น้อยคนที่จะสามารถทำให้ฉันเดือดดาลได้ถึงขนาดนี้ แต่กับผู้ชายที่เพิ่งเจอกันสองครั้ง เขาทำให้ฉันแทบลืมวิธีควบคุมอารมณ์ตัวเองไปเลย “บอกให้ปล่อยไง!

 

“...” หากเขากลับเพิกเฉยต่อคำสั่งของฉันราวกับว่ามันไม่มีค่าพอจะฟัง

 

ลงแรงบีบข้อมือหนักขึ้นจนนิ่วหน้าด้วยความเจ็บแปลบ ฉันกัดริมฝีปากแน่นอย่างเหลืออด ไม่รู้ว่าไปทำเวรทำกรรมอะไรไว้ถึงได้มาเจอผู้ชายบ้าๆ คนนี้

 

“พอได้แล้ว! นายออกไปให้ห่างเพื่อนฉันดีกว่า” และเป็นควีนที่ทนไม่ไหว เข้ามาแยกฉันออกจากผู้ชายคนนี้ทำให้เขายอมปล่อยข้อมือฉันออก

 

รู้สึกได้เลยว่าตัวฉันกำลังสั่นไหวอย่างหนัก ริมฝีปากเองก็สั่น ทุกอย่างสั่นคลอนเพราะอารมณ์เดือดดาลทั้งนั้น

 

“แบล็ค ใจเย็นๆ” เพื่อนสนิทหันกลับมาพูดกับฉันเพื่อบอกให้สงบสติอารมณ์

 

โอเค ฉันก็พยายามทำมันอยู่เหมือนกัน แต่ทำไมถึงยังไม่หยุดสั่นสักที...

 

หยุดสั่นสิ หยุด...ฉันได้แต่สั่งตัวเองในใจ

 

เม้มริมฝีปากจนห้อเลือดเพื่อรวบรวมสติตัวเองกลับมา หากทว่า ช่างเป็นอะไรที่ยากลำบากเหลือเกิน ดวงตาของฉันร้อนไปหมด ร้อนเหมือนกำลังจะมอดไหม้ ไม่ได้ร้อนเพราะกำลังจะร้องไห้ แต่มันร้อนเพราะฉันกำลังรู้สึกโกรธต่างหาก

 

และมันไม่ใช่เรื่องดีอะไรเลย

 

“ไสหัวไป” ความโกรธทำให้เส้นเสียงฉันสั่น รู้สึกเกลียดขี้หน้าผู้ชายคนนี้อย่างถึงที่สุด ไม่อยากจะมองหรือเสวนาด้วยอีกแล้ว “ไปให้พ้นหน้าฉัน!

 

ขืนเรายืนมองหน้ากันนานกว่านี้ฉันต้องสติแตกแน่ การควบคุมอารมณ์ตัวเองตอนที่โกรธจัดเป็นอะไรที่ยากลำบากสำหรับฉันมากเลยเถอะ

 

“อย่ามาสั่ง” ไม่รู้ว่าทำไมถึงได้หน้ามึนมากนัก เขาไม่ยอมนำพาตามคำสั่งของฉัน ซ้ำยังก้าวเข้ามาใกล้ด้วยท่าทางนิ่งๆ

 

หากฉันก็สัมผัสได้ถึงความมาดร้ายจากสายตาไร้อารมณ์นั่น การขโมยจูบฉันไม่ได้เกิดความพิศวาทหรืออะไรแบบนั้น ฉันคิดว่าตัวเองเดาไม่ผิด

 

หมอนี่...แค่ต้องการหาเรื่องฉัน โดยที่ฉันเองก็ไม่รู้ว่าทำไมหรือเพราะอะไร

 

“ต้องการอะไร” ฉันยิงคำถามออกไปแบบตรงไปตรงมา

 

ดูจากรูปการ คนเราจะไม่ทำอะไรแบบนี้โดยไม่มีเหตุผลหรอกจริงไหม การที่เขาเดินเข้ามาหาฉันอีกเป็นครั้งที่สองแบบนี้มันแสดงให้เห็นว่าเขาจงใจจะหาเรื่องฉันไม่ผิดแน่

 

จะหาเรื่องฉันเพื่อ?

 

“...” แต่ไม่ทันที่เขาจะได้ตอบกลับมา

 

“ไอ้เวรคอปเปอร์!” เสียงตะโกนของผู้ชายคนหนึ่งก็ดังขึ้นเรียกร้องความสนใจจากทุกคน รวมฉันด้วย ร่างสูงโปร่งในชุดฟอร์มสีดำเดินเข้ามาโดยที่ทุกคนพร้อมใจกันหลบให้เขาโดยดี “ทำห่าไรอยู่ไม่ทราบ”

 

“ก็เห็น” คนถูกถามตอบกลับสั้นๆ อย่างไร้อารมณ์

 

เขาชื่อ คอปเปอร์อย่างนั้นสินะ

 

จากนั้นคนมาใหม่ตวัดสายตาไล่มองวาเลนไทน์ ควีน และหยุดอยู่ที่ฉันเป็นคนสุดท้าย

 

ก่อนกรอบตาเรียวรีของเขาจะเบิกโพรงขึ้นคล้ายตกใจอะไรสักอย่าง

 

“เธอ!

 

 








เม้นท์ + โหวต เป็นกำลังใจกันด้วยโน๊ะ จุ๊บ!

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 16 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3,482 ความคิดเห็น

เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น
  1. #3425 oopip kornrawee (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2557 / 16:18
    ขอเปลี่ยนพระเอกค่ะ เลวไปนะ แบล๊คเจ็บจนาดนั้นแล้วยังไม่คิดชั่ว นี่มันสารเลวจริงๆอะ สงสารแบล๊ค ทำไมต้องโดนขนาดนี้ ขอบคุณดราก้อนจริงๆ หวังว่านางจะไม่เลวทีหลังนะดราก้อน
    #3,425
    0
  2. #3286 T--dZ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2557 / 03:12
    ว้ายยยย เอาแล่วสิ

    เรื่อลชักจะวุ่น

    อะไรยังไง 

    มีฝาแฝดหรอนี่ หุหุ
    #3,286
    0
  3. #2699 Netnapa Pluemjit (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 17 กันยายน 2557 / 00:20
    ซับซ้อนจัง
    #2,699
    0
  4. #2420 mmDaebuke Mikku (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2557 / 23:52
    งงงงงงละไหมล่ะคนใหนกันน้า
    #2,420
    0
  5. #2300 MeMorieSLovEYoU (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2557 / 16:04
    โอ๊ยยยยงงงงงงงงงงงงงงงงงง
    #2,300
    0
  6. #2213 MELODY21 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2557 / 20:22
    เจิมมมมมทมมมค่า
    #2,213
    0
  7. #2180 Ussana Khunsaman (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2557 / 19:59
    เจิมค่ะ
    #2,180
    0
  8. #2071 Netnapa Pluemjit (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2557 / 00:44
    แบลคหายไปน่ะ
    #2,071
    0
  9. #1576 fon na ka (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 18 เมษายน 2557 / 07:20
    รอนะค่ะมาอัพต่อไวๆ
    #1,576
    0
  10. #1491 TaiTai (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 มีนาคม 2557 / 12:29
    แบล็คชั้นสึกหรอหมดแล้ววววว คอปอ่าอย่ารุนแรงนักสิ สงสารแบล็คอ้ะ
    #1,491
    0
  11. #1306 เอ็กโซเอพิ้งค์ ❤️ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2557 / 01:07
    แบล๊ค ไวท์ ฝาแฝดกันสิ่นะ 555555555
    #1,306
    0
  12. #1232 ICCube (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2557 / 12:51
    นางเอกหายไปไหนอ่ะ
    #1,232
    0
  13. #1084 annita (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 15 มกราคม 2557 / 08:10
    สนุกมากค่ะ
    #1,084
    0
  14. #1082 Peddiize (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 มกราคม 2557 / 23:38
    โอ้ววววววววววววว แฝดดดดดดดดดดดดดด
    #1,082
    0
  15. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  16. #1055 phan (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 9 มกราคม 2557 / 13:17
    พระเอกโหด.....
    #1,055
    0
  17. #1016 คุงญิ๋ง ซื่อบื้อ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2556 / 14:22
    ฮ่าๆๆๆ คอปหน้าแตกเลย !!!!!
    ไรท์คะ สนุกมากๆๆเลย
    ก่อนรีไรท์สนุกเวอร์ยังไง รีไรท์ใหม่ก็สนุกสุดๆๆๆ ยิ่งกว่าก่อนรีอีกอ่ะ > #มาอัพต่อนะคะไรท์ ><
    #1,016
    0
  18. #1013 Singly (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2556 / 23:08
    รอออออออออ อัพเรวนร๊าาาาาา' ค้างนานแย้วอ่าาาาาา'T^T ไม่รู้ทัมไรยุ่ แต่ก้อ สู้ๆ น่ะค่ะ^^
    #1,013
    0
  19. #1012 Singly (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2556 / 23:31
    รอ รอ รอ อัพ อัพ อัพ
    #1,012
    0
  20. #1009 ByChu (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2556 / 22:13
    ค้างง่า มาอัพไวๆนะคะ

    กะหนุกเลย อิอิ

    แบล็ค ไวท์ ยังไงเนี่ย ฝาแฝดหรอ รึป่าว
    #1,009
    0
  21. #1003 ๐NaTsU๐ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2556 / 23:30
    รอๆๆๆๆๆๆๆ
    #1,003
    0
  22. #1002 Pattarporn Siripech (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2556 / 21:38
    รีบมาเคลียเลยน้า งง งะ
    #1,002
    0
  23. #1001 Mimiewonlyse (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2556 / 20:33
    อ่าาาา แบล็คไปหนายยยยย -0-
    #1,001
    0
  24. #1000 ๐NaTsU๐ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2556 / 16:41
    อยากอ่านต่อละค่า รอๆๆๆ
    #1,000
    0
  25. #999 TaiTai (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2556 / 15:21
    แล้วแบล็คหายไปไหนง่ะ
    #999
    0