「END」HELL BIGBANG ระเบิดรักซ่า(ส์) คนบ้าพันธุ์นรก

ตอนที่ 3 : Practice Round 1 [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9,044
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 20 ครั้ง
    14 ก.พ. 58










Hell's shot

สาบานว่าถ้าเจอกันอีกครั้ง ฉันจะเอาเลือดหัวของมันออกให้ได้!

-Black-
 




 

 

Practice Round 1





 

 

Muzik Club

 

11.45 PM

 

[ เธออยู่ไหน? ]

 

“นายจำเป็นต้องรู้ด้วยรึไง”

 

[ ฉันถามดีๆ ]

 

“แล้วฉันตอบไม่ดีตรงไหน?”

 

ปึก!

 

ร่างสูงร่วมหนึ่งร้อยเจ็ดสิบเซนติเมตรในชุดเดรสเกาะอกสั้นสีน้ำเงินเข้มทิ้งตัวพิงผนังทางเดินคล้ายกำลังจะหมดแรง เพราะส้นสูงสี่นิ้วสีเงินของเธอทำท่าจะพลิกคว่ำทุกครั้งที่พยายามจะเดินไปข้างหน้า

 

กรอบหน้าเรียวรูปไข่ซึมชื้นด้วยหยาดเหงื่อบ่งบอกว่าเจ้าของร่างเล็กกำลังไม่สบายตัวเอาเสียเลย ริมฝีปากสวยได้รูปเคลือบลิปสติกสีแดงราคาแพงเม้มเข้าหากันราวกับกำลังอดกลั้นอะไรสักอย่าง

 

[ ไม่พอใจอะไรก็บอก ไม่ใช่หายหัวไปแบบนี้ ]

 

“หมดธุระยัง รำคาญ” กรอบตาสวยเฉี่ยวที่บรรจุนัยน์ตาสีดำค่อยๆ ปิดลงอย่างเหนื่อยอ่อน

 

เจ้าหล่อนยกมืออีกข้างขึ้นมาคลึงขมับหวังจะไล่อาการมึนเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่ดื่มออกไป หากมันกลับไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้น แพขนตายาวขยับเมื่อเจ้าตัวเปิดเปลือกตาอีกครั้งพร้อมกับถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย ดวงหน้าสวยเฉี่ยวในแบบสาวมั่นเรียบตึงบ่งบอกถึงอารมณ์ของเธอได้เป็นอย่างดี

 

องค์ประกอบเครื่องหน้าของเจ้าหล่อนจัดอยู่ในระดับดีไม่แพ้นางแบบบนปกนิตยสาร หรือจะดูดีกว่าบางคนด้วยซ้ำไป ไม่ว่าจะเป็นดวงตากลมโตสีดำสนิทกับขนตายาวงอนเป็นแพจนน่าอิจฉา

 

เรือนผมสีดำดัดลอนปล่อยยาวสลวยถึงกลางหลังอย่างมีน้ำหนัก เรียวคิ้วได้รูปที่วางพาดได้องศารับกับจมูกเล็ก รวมไปถึงริมฝีปากเอิบอิ่มน่าสัมผัส

 

[ อย่าวัดระดับความอดทนฉัน แบล็ค ]

 

“งั้นลองทนมากกว่านี้ให้ดูหน่อย จะได้รู้ว่าฉันต้องทนกับนายมามากแค่ไหน!” พูดจบก็ตัดสายทิ้งอย่างไม่ใส่ใจ

 

ก่อนอื่นต้องแนะนำตัวใช่ไหม โอเค...

 

ฉันชื่อ แบล็คส่วนผู้ชายปลายสายเมื่อกี้ชื่อ อีริคเราสองคนเป็นแฟนที่ไม่ค่อยเหมือนแฟนกันสักเท่าไหร่

 

จะว่าอย่างไรดีล่ะ...พวกเราตกลงคบกันโดยไม่มีการผูกมัดน่ะ

 

ถ้าเขาอยากจะมีผู้หญิงคนอื่นหรือควงใครฉันก็ไม่ว่าอะไร เช่นเดียวกันเขาเองก็ไม่มีสิทธิ์ในตัวฉันมากเกินความจำเป็น อะไรประมาณนี้ เข้าใจใช่ไหม?

 

ข้อตกลงนี้เป็นความยินยอมของเราทั้งสองฝ่าย

 

อยากรู้ไหมว่าเมื่อกี้เราทะเลาะกันเรื่องอะไร?

 

เอาเป็นว่าฉันจะสรุปให้ฟังคร่าวๆ แล้วกัน

 

ประมาณอาทิตย์ก่อน ฉันมีเรื่องกับผู้หญิงที่อีริคกำลังควงอยู่ช่วงนี้น่ะ แต่อย่าคิดว่าฉันตามไปจับผิดอะไรเขานะ เปล่าเลย หมอนั่นจะนอนกับใครฉันไม่เคยสน ไม่เคยว่าสักคำ

 

 ทว่า...เรื่องมันเกิดเพราะผู้หญิงที่เขานอนด้วย เธอชื่อ จูดี้เป็นลูกสาวอธิการมหาวิทยาลัยที่นิวยอร์ค ซึ่งฉันกำลังศึกษาอยู่ในปีสุดท้าย

 

จูดี้เข้ามาหาเรื่องฉันที่ Beach Club ความจริงเราเป็นไม้เบื่อไม้เมากันมานาน ฉันกับเธอเจอกันทีไรเป็นอันต้องมีปากเสียงกับทุกครั้งไป แล้วก็เหมือนทุกที...

 

เรามีปากเสียงกันตามประสาผู้หญิง จากนั้นเธอก็เอาเรื่องที่นอนกับอีริคมาพูดเยาะเย้ยถากถางจนน่ารำคาญ ตอนแรกฉันไม่ได้ใส่ใจอะไร แต่ยัยนั่นมันวอนไง

 

จนเกิดการลงไม้ลงมือกันที่คลับคืนนั้น...แน่นอนว่าระดับของเราต่างกัน หน้ายัยนั่นแหกแค่ไหนฉันก็จำไม่ได้

 

เรื่องเฮงซวยซ้ำซ้อนเกิดขึ้นในเช้าวันต่อมา...

 

ฉันถูกอธิการเรียกเข้าพบเรื่องการทำร้ายร่างกายจูดี้ พ่อของเธอเล็งฉันมานานแล้วล่ะ ถ้าไม่มีบารมีของอีริคช่วยเอาไว้ บางทีฉันอาจจะถูกไล่ออกตั้งแต่เทอมแรกก็เป็นได้ แต่สุดท้าย พ่อยัยจูดี้ทำเรื่องย้ายฉันเข้ามหาลัยที่เมืองไทยทันที

 

และใช่...ตอนนี้ฉันอยู่ประเทศไทย

 

ฉันกลับมาที่นี่สองวันก่อนโดยที่ไม่ได้บอกใครเลย ไม่ได้กลับบ้าน ไม่ได้ติดต่อคนในครอบครัวสักคน เช่าโรงแรมอยู่ไปจนถึงวันเปิดการศึกษาจากเงินเก็บที่มีอยู่

 

อย่าถามว่าฉันอยากเข้ามหาลัยที่นี่หรือเปล่า?

 

แน่นอนไม่ได้อยากกลับมาเรียนต่อที่นี่ ไม่อยากให้คนที่บ้านรู้ว่าฉันก่อเรื่องจนถูกส่งตัวกลับมา ไม่อยากมีปัญหากับคุณพ่ออีก ปกติเราก็ไม่ได้ติดต่อกันอยู่แล้ว

 

แต่มันก็เป็นไปไม่ได้ ในเมื่อเรื่องการเข้าเรียนต่อที่เมืองไทยต้องผ่านผู้ปกครอง พ่อฉันรู้เรื่องแล้ว...

 

แน่นอนว่าท่านโกรธมากจนนึกภาพไม่ออก เราคุยกันทางโทรศัพท์และท่านก็เห็นด้วยกับการย้ายมาเรียนที่นี่

 

“สวัสดีครับ” เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นอย่างมีมารยาท ดึงสติฉันให้กลับมาสู่ปัจจุบันอีกครั้ง ฉันหรี่ตามองร่างสูงของชายคนหนึ่งที่ยืนอยู่ตรงหน้าอย่างสำรวจ แต่ก็...ไม่ได้ใส่ใจมากนัก “ยืนคนเดียวไม่เหงาเหรอครับ?”

 

“...” ฉันไม่ได้ตอบอะไรกลับไป เม้มริมฝีปากเพื่อกลั้นอาการผะอืดผะอมเอาไว้

 

ตอนนี้ฉันอยู่ที่ Muzik Club น่ะ เห็นว่าอยู่ใกล้โรงแรมที่พัก วันนี้เลยมาดื่มแก้เซ็งนิดหน่อย อีกไม่กี่วันจะถึงวันเปิดภาคเรียนแล้ว แต่สงสัยดื่มเยอะไปถึงได้มึนหัวแปลกๆ แถมกลิ่นปากผู้ชายตรงหน้าก็ทำให้ฉันอยากจะอ้วกให้รู้แล้วรู้รอด

 

“ให้ผมยืนเป็นเพื่อนมั้ย” พูดจบก็ทาบเรียวแขนกับผนังข้างศีรษะฉันอย่างถือวิสาสะ โน้มใบหน้าลงมาใกล้พร้อมกับกลิ่นลมหายใจเหม็นๆ

 

ทำเอาลำคอฉันแข็งเกร็งเหมือนบางอย่างกำลังจะพวยพุ่งออกมาให้ได้

 

โอ้ย อยากจะอ้วกใส่หน้าหมอนี่ชะมัด!

 

“ออกไป” ริมฝีปากฉันขยับบอกอย่างลำบาก

 

ก่อนจะยกมือปิดริมฝีปากตัวเองไว้แทบไม่ทัน หากเขากลับไม่สนคำสั่งของฉัน ทำตัวไร้มารยาทด้วยการถือสิทธิ์เกี่ยวเอวฉันให้แนบชิดลำตัวในวินาทีต่อมา

 

อ้อมกอดบ้านเกิดเหรอ...น่าขยะแขยงสิ้นดี

 

ฉันก็เลย...

 

เพี๊ยะ!

 

“โอ้ย! เล่นตัวรึไงวะ” ตวัดฝ่ามือใส่หน้าไอ้ผู้ชายหน้าด้านเต็มแรง เพื่อบอกว่าไม่ชอบการกระทำเช่นนี้ของเขา ทำให้คนถูกตบสบถออกมาอย่างหยาบคาย กระชากปลายคางฉันด้วยฝ่ามืออีกข้างอย่างรุนแรง “ชอบตบจูบใช่มั้ย!

 

“บอกให้ออกไปไง!” เพราะมันกระชับท่อนแขนกอดรัดเอวของฉัน พ่นคำพูดกับลมหายใจเหม็นเน่าออกมาฉันจึงทนไม่ไหว รวบรวมแรงทั้งหมดผลักร่างสูงออกไป

 

ทว่ามันกลับไม่ขยับสักนิดเดียว แถมยังบีบปลายคางฉันให้สบตาแล้วโน้มใบหน้าลงมาคล้ายกับจะจูบอย่างที่พูดจริงๆ

 

“อย่ามาโดนตัวฉัน”

 

หากทว่า

 

หมับ!

 

“ผู้หญิงไม่เล่นด้วยก็อย่าดันทุรัง” เสียงทุ้มของผู้ชายก็ดังขัดการกระทำพร้อมกับร่างสูงตรงหน้าที่ถูกกระชากให้หันกลับไปอย่างรุนแรง ถึงฉันจะมึนแต่สติก็ยังมีครบถ้วน แค่หัวมันหนักแล้วก็คลื่นไส้เท่านั้นเอง

 

สมองฉันรับรู้ผ่านเลนส์ตาได้ดีว่าผู้ชายคนนั้นหน้าตาดีขนาดไหน เขามีเครื่องหน้าที่ลงตัวอย่างร้ายกาจ

 

ไม่ว่าจะเป็นริมฝีปากบางเฉียบสีส้มอ่อนน่าสัมผัสกำลังระบายยิ้มาให้ฉันอย่างละมุนละไม จมูกโด่งได้รูป กรอบตาเรียวรีกับนัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มตามแบบคนเอเชีย เรียวคิ้วหน้าพาดเฉียงรับกับดวงหน้าหล่อเหลาได้อย่างดี เรือนผมซอยสั้นตามแฟชั่นสีดำสนิทก็ขับให้ผิวของเขาขาวจัดกว่าเดิม

 

ฉันกล้าพูดได้เต็มปากเลยว่าผู้ชายคนนี้ดูดีแบบละมุนได้อันตรายสุดๆ!

 

“อย่ามาเสือกเรื่องของผัวเมีย” ฉันขมวดคิ้วมองไอ้คนหน้าด้านตรงหน้าอย่างไม่พอใจ ไม่คิดว่าจะเจอผู้ชายที่มโนเก่งอะไรขนาดนี้ ถามว่าฉันรู้จักมันไหม...ก็ไม่

 

เพิ่งเคยเห็นหน้าก็ไม่กี่นาทีที่ผ่านมานี่เอง

 

“จำไม่ได้ว่าเคยมีผัวเป็นตัวเหี้ย” ใครจะยอมให้ไอ้บ้านี่มันยัดเยียดตำแหน่งนั้นให้ หน้าด้านจริงอะไรจริงนะ

 

“หุบปาก!” คำพูดฉันคงไปสะกิดต่อมโมโหของมันกระมัง ถึงได้หันกลับมาเงื้อมือขึ้นสูงหมายจะตบหน้าฉันให้ได้

 

แต่ก็ไม่มีทางได้แตะเฉียดปลายเส้นผมของฉันอยู่ดี อยากรู้ไหมว่าทำไม...

 

พลั่ก!

 

ผู้ชายคนนั้นไง...เขาจัดการเหวี่ยงผู้ชายไร้มารยาทตรงหน้าฉันไปอัดผนังอีกด้านด้วยความรุนแรง ก่อนจะเดินเข้ามายืนบังตัวฉันเอาไว้ด้านหลังของเขา ฉันเม้มริมฝีปากเงยหน้ามองแผ่นหลังกว้างด้วยความรู้สึกแปลก...นิดหน่อย

 

“ไสหัวไป ก่อนที่ผมจะโมโหดีกว่านะครับ” ไม่รู้ว่าเขากำลังทำสีหน้าแบบไหนอยู่ ฟังจากน้ำเสียงดุดันแล้วฉันเองก็แทบไม่อยากเดาเลย ต้องเอาเรื่องมากแน่ๆ

 

“กู...ฝะ ฝากไว้ก่อนเถอะมึง!” ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ แค่คำพูดประโยคเดียวสามารถทำให้ผู้ชายคนนั้นเดินหนีออกไปได้อย่างรวดเร็ว ทั้งที่ฉันพยายามไล่เขาไปแต่กลับไม่ได้ผลสักนิด

 

โชคดีจริงๆ ที่ได้เขามาช่วยเอาไว้ได้ทัน

 

“เป็นอะไรมั้ยครับ?” วินาทีที่เขาหันกลับมาถาม

 

ฉันเผลอกลั้นหายใจไปกับความหล่อของเขาอย่างลืมตัว เราอยู่ห่างกันไม่ถึงก้าวทำให้เห็นได้ชัดว่าหน้าตาของเขามีองค์ประกอบที่ยอดเยี่ยมจริงๆ

 

นอกจากจะหน้าตาเบียดดาราได้สบายๆ เขายังจัดได้ว่าเป็นผู้ชายที่ยึดถือความเรียบร้อยสุภาพเป็นหลักอีกด้วย

 

จากการแต่งตัวที่ดูดีทุกกระเบียดนิ้ว ทำให้เดาได้ไม่ยากเลยว่าเขาเป็นคนค่อนข้างใส่ใจภาพลักษณ์ตัวเองมาก แม้เป็นการแต่งตัวเรียบๆ แต่ก็ดูดีไม่มีที่ติ

 

“มะ ไม่เป็นไร” โอเค เจอระยะใกล้ก็ต้องมีเสียงสั่นกันบ้าง

 

“งั้นผมขอตัวไปทำงานก่อนนะครับ J” เขาโค้งให้ฉันอย่างสุภาพ

 

ก่อนจะเดินไปโดยไม่ลืมหันมาส่งยิ้มให้ฉันอย่างน่ารัก ไม่ปฏิเสธว่ารอยยิ้มนั้นทำให้ฉันรู้สึกใจเต้นหน่อยๆ ด้วยล่ะ

 

“อึก!” ก่อนจะต้องรีบวิ่งไปที่ห้องน้ำในวินาทีต่อมา

 

ทว่าพอมาถึงกลับไม่มีอะไรออกมาจากกระเพาะฉันเลย สงสัยจะดื่มเยอะแล้วก็พักผ่อนน้อยมั้ง เมื่อคืนแทบไม่ได้นอนเลยด้วย...กลับโรงแรมดีกว่า

 

ฉันเดินออกจากห้องน้ำพร้อมกับคลึงขมับตัวเองไปพลาง หากทว่า พอเดินออกมาจากห้องน้ำสายตาก็ปะทะเข้ากับผู้ชายรูปร่างสูงโปร่งคนหนึ่งที่กำลังยืนพิงผนังอยู่ตรงข้ามทางออก ฉันจะไม่สนใจเขาเลยถ้าไม่ใช่เพราะ...

 

กึก

 

เขาเดินมาดักหน้าของฉันเอาไว้น่ะสิ ฉันเลิกคิ้วสูงเป็นเชิงถามว่ามีอะไร แต่เขากลับเอาแต่ยืนเงียบแล้วจ้องหน้าฉันด้วยสายตาอ่านยาก

 

นัยน์ตาสีดำมืดของชายตรงหน้าดูไร้อารมณ์ ไร้ความรู้สึกยังไงก็ไม่รู้ จะบอกว่าเป็นผู้ชายที่ดูเย็นชาก็คงไม่ผิด เยือกเย็นจนดูเลือดเย็นด้วย

 

ทว่าเขาก็ดูดีมากจนอดมองสำรวจไม่ได้

 

สิ่งแรกที่สะดุดตาคือ...เรือนผมบลอนด์ทองสว่างโดดเด่น ไม่รู้ว่าเป็นสีธรรมชาติหรือทำสีมากันแน่ แต่มันก็ทำให้ใบหน้าของเขาดูสว่างมาก

 

ต่อมาเป็นรอยสักตัวเลขโรมันที่ลาดไหล่ด้านซ้ายและลูกดราก้อนบอลที่บริเวณไหล่ซึ่งโผล่พ้นเสื้อกล้ามสีดำตัวบาง ข้อแขนด้านในทั้งสองข้างเองก็มีรอยสักภาษาอังกฤษอยู่ด้วย ดูแล้วผู้ชายคนนี้คงชื่นชอบกับการสักเป็นชีวิตจิตใจ

 

ปกติฉันไม่ชอบคนที่สักเยอะๆ หรอก มันดูน่ากลัวแล้วก็สกปรก

 

หากทว่า ผู้ชายคนนี้กลับให้ความรู้สึกที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิง รอยสักอาร์ตๆ พวกนั้นทำให้เขาดูดิบเถื่อน น่าค้นหา และดูเท่ยังไงบอกไม่ถูก หรือบางทีฉันคงดื่มมากไปจนสมองคิดอะไรเพี้ยนกระมัง

 

ยิ่งถูกสายตาคมกริบคู่นั้นจ้องมองมา...ใบหน้าก็อดร้อนผ่าวไม่ได้

 

ว่ากันด้วยเรื่ององค์ประกอบของใบหน้า จัดกว่ายอดเยี่ยมไม่ต่างจากผู้ชายที่ช่วยฉันไว้สักเท่าไหร่ ติดที่ดวงหน้าคมคายของเขามันไร้ความรู้สึกจนไม่น่าเข้าใกล้ ดูไม่เป็นมิตรเอาเสียเลย เขามีส่วนสูงร่วมหนึ่งร้อยแปดสิบห้าเซนติเมตรจากการกะระยะด้วยสายตาของฉัน

 

รูปร่างค่อนข้างผอมกว่าผู้ชายด้วยกันแต่ก็ไม่ได้ดูเก้งก้างอะไร

 

คิ้วหนาทั้งสองข้างพาดเฉียงเข้ากับสีหน้าเป็นอย่างดี แพขนตาหน้ายาวล้อมรอบกรอบตาเรียวรีเหมือนเหยี่ยว ต่อมาเป็นจมูกโด่งเป็นสันรับกับเรียวปากบางเฉียบเรียบตึงติดจะคล้ำตามประสาคนสูบบุหรี่

 

องค์ประกอบเหล่านั้นผลักดันให้ผู้ชายคนนี้ดูทรงเสน่ห์และมีแรงดึงดูดบางอย่าง

 

ไม่ใช่แค่นั้น เขายังใส่ใจเครื่องประดับเอามากเหมือนกัน บนนิ้วเรียวยาวทั้งสิบมีพวกแหวนโลหะรูปทรงแปลกๆ ประดับครบสิบนิ้ว รอบคอมีสร้อยเงินเส้นใหญ่ใส่เป็นการซับพอร์ตความดิบได้เป็นอย่างดี

 

สงสัยก็แต่...ทำไมเขาถึงได้มายืนจ้องหน้าฉันอย่างเอาเป็นเอาตายโดยไม่พูดอะไรสักคำแบบนี้

 

“มีปัญหาอะ...อื้อ!” ปล่อยให้เขายืนจ้องเกือบสองนาทีจึงถามออกไป

 

ทว่าเขากลับทำสิ่งที่ฉันไม่คาดคิดด้วยการพุ่งเข้ากระชากเอวฉันอย่างรุนแรง พร้อมกับบดขยี้ริมฝีปากลงมาทับริมฝีปากฉันอย่างรวดเร็ว

 

กึก!

 

ทุกอย่างเกิดขึ้นรวดเร็วจนไม่ทันได้ตั้งตัว

 

ฟันของเขากระทบผิวเนื้ออ่อนในโพรงปากฉันจนเกิดแผล กลิ่นคาวกับรสเค็มปร่าของเลือดไม่ได้ทำให้หมอนี่ถอนจูบออกไป กลับยิ่งบดขยี้เรียวปากฉันจนแสบร้อน

 

ทำบ้าอะไรของมันวะ!

 

นานเหมือนชั่วกัปชั่วกัลป์ ริมฝีปากของฉันถูกชายแปลกหน้าทำร้ายอย่างเผ็ดร้อน สอดแทรกเรียวลิ้นเข้ามาไล่ต้อนฉันอย่างดุดัน ยามเมื่อเขาปรับองศาใบหน้ายิ่งทำให้จูบมันลึกซึ้งมากขึ้น กระตุกห้วงลมหายใจของฉันซ้ำแล้วซ้ำเล่า

 

ปึก!

 

“อื้อ!” ฉันทุบลาดไหล่แกร่งเพื่อประท้วง เริ่มหายใจติดขัดเพราะตามเขาไม่ทัน สะบัดหน้าซ้ายทีขวาทีให้พ้นจากการจู่โจม แต่ก็ถูกฝ่ามือหนาจับล็อกปลายคางเอาไว้ ข้อนิ้วที่เต็มไปด้วยแหวนโลหะกดแนบไปกับผิวจนรู้สึกเจ็บแสบ

 

บ้าจริง นะ นี่มันเรื่องอะไรวะ...ฉันควรจะทำยังไงดี!

 

และในวินาทีที่ฉันเกือบจะขาดอากาศหายใจตายตรงนี้

 

พลั่ก!

 

“อะ อึก!” ไอ้สารเลวที่ขโมยจูบไปอย่างหน้าด้านๆ ผลักร่างฉันออกราวกับรังเกียจยังไงยังงั้น ส่งผลให้แผ่นหลังกระแทกกับผนังทางเดินจนเจ็บหนึบ ฉันสะอึกก้อนน้ำลายหนืดๆ ลงคอ รู้สึกว่าร่างกายร้อนขึ้นจากความกรุ่นโกรธ ริมฝีปากสั่นพร่าเจ็บแสบจากจูบนั่น “แก...” เส้นเสียงก็ยังสั่นไปด้วย

 

เวรเอ้ย คิดว่าฉันงงไหมถาม!

 

Welcome back (ยินดีต้อนรับกลับ)” เสียงทุ้มแหบต่ำเอ่ยประโยคที่ฉันรู้ความหมาย แต่ไม่เข้าใจว่าทำไมมันถึงพูดเหมือนรู้ว่าฉันกลับมา

 

แต่เรื่องนั้นก็ไม่ใช่หัวข้อใหญ่ไปกว่าการฉวยโอกาสของเขาเมื่อกี้

 

ไวเท่าความคิด!

 

เพี๊ยะ!!

 

WTF! (เหี้ยไรวะ)” ฉันสถบคำหยาบออกมาอย่างเดือดดาลพร้อมตวัดหลังมือใส่เสี้ยวหน้าหล่อคมคายเต็มแรงจนเขาหน้าหัน

 

คนถูกตบหันใบหน้ากลับมามองฉันด้วยสีหน้าเรียบนิ่งไม่ต่างจากเดิม ไม่แสดงอาการเจ็บอะไร เขายังคงเยือกเย็นทั้งที่ฉันโมโหจนแทบบ้าตายกับการกระทำไม่มีเหตุผลและหยาบคายของเขา

 

เมาหรือไงถึงได้มาลวนลามฉันหน้าตาเฉย เฮ้ย...มันไม่ตลกเลยนะ

 

คนตัวสูงใช้สายตาคมสำรวจฉันเงียบๆ ดุนลิ้นในกระพุ้งแก้มตัวเองคล้ายกำลังสำรวจความเสียหายไปด้วย

 

ฉันเม้มริมฝีปากระงับความกรุ่นโกรธเอาไว้ กำหมัดข้างลำตัวแน่นจนท่อนแขนสั่นเกร็ง ถึงจะอยู่ประเทศเสรีมานาน เห็นเรื่องพวกนี้บ่อยจนชาชินก็เถอะ แต่การถูกกระทำแบบนี้ฉันไม่เคยโอเค

 

มันไม่โอเคเลย!

 

“หึ” เขาแค่นหัวเราะในลำคอ ก่อนจะเอามือล้วงกระเป๋ากางเกงยีนส์สีดำของตัวเอง แล้วเดินจากไปพร้อมกับโบกมือสองสามที โดยที่ฉันได้แต่ยืนงงเป็นไก่ตาแตกอยู่ที่เดิม “See ya! (แล้วเจอกัน)”

 

อย่าถามว่าโกรธไหม ตอนนี้โกรธจนทำอะไรไม่ถูกแล้วด้วย ได้แต่ยืนตัวสั่นมองตามแผ่นหลังกว้างที่ค่อยๆ หดเล็กลงไป

 

กระทั่งทนไม่ไหวระบายความกรุ่นโกรธด้วยการถอดรองเท้าส้นสูงปาไล่หลังหมอนั่นอย่างเดือดดาล ฝ่ามือทั้งสองข้างกำแน่นจนคมเล็บจิกเข้ากับผิวเนื้อด้านในฝ่ามือ มันทั้งเจ็บ ทั้งปวด แต่ฉันก็ยังไม่ยอมคลายมือออก

 

เพิ่งจะเข้าใจว่าโกรธจนตัวสั่นเป็นอย่างไรก็วันนี้นี่เอง

 

แล้วเจอกันอย่างนั้นเหรอ...

 

สาบานว่าถ้าเจอกันอีกครั้ง ฉันจะเอาเลือดหัวของมันออกให้ได้เลย!

 

 






คุณว่าพวกเราในที่นี้มีใครเป็นคนดีไหม ? หึ





เม้นท์ + โหวตเป็นกำลังใจด้วยนะ จุ๊บ!

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 20 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3,482 ความคิดเห็น

เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น
  1. #3430 # wipawaneeaum (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2557 / 17:40
    สนุกโคดดดดดดดดดดโอ้ยยยชอบบบบบบ!
    อ่านแล้วตื่นเต้นขนลุกบลาๆๆ
    ชอบนางเอกเงี้ยอะ
    หลงรักเลยยยยย
    #3,430
    0
  2. #3424 oopip kornrawee (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2557 / 15:32
    สงสารไวท์ 55555555 แบบว่าสงสารอะจริงๆ แล้วแบลคำไปไหนซะละเนี่ย
    #3,424
    0
  3. #3285 T--dZ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2557 / 02:43
    โหวววว นางเอกปล่อยของๆๆๆ



    อิผุ้ชายคนนี้จงใจป่าวน้าาา ลุ้นๆๆตอนต่อไป
    #3,285
    0
  4. #2960 Twinkle Little Sun (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2557 / 21:28
    คอปมาเเก้แค้นให้จูดี้รึป่าวน้ออออ เอ้ะหรือคิดไปเอง55555 สนุกมากค่ะ ชอบๆๆ
    #2,960
    0
  5. #2939 Netnapa Pluemjit (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2557 / 14:18
    กด 1 รัววววว
    #2,939
    0
  6. #2853 yui-oi (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 กันยายน 2557 / 00:00
    เจิมมมมมมมมม
    #2,853
    0
  7. #2497 Netnapa Pluemjit (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2557 / 00:58
    เริ่มเสกเด็กแล้ววว
    #2,497
    0
  8. #2419 mmDaebuke Mikku (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2557 / 23:42
    ดีทุกคนเลย^^
    #2,419
    0
  9. #2070 Netnapa Pluemjit (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2557 / 00:10
    นางเอกแรงส์
    #2,070
    0
  10. #1484 มัท (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 28 มีนาคม 2557 / 05:40
    ยิ่งอ่านยิ่งมันส์ๆๆๆจร้าาา

    ชอบสุดๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆอ่าาาา

    #1,484
    0
  11. #1379 Supakorn Fai (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 มีนาคม 2557 / 09:13
    รอค่าาาา
    #1,379
    0
  12. #1377 bellbenyani (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 มีนาคม 2557 / 23:27
    เค้าคือใคร?
    #1,377
    0
  13. #1305 เอ็กโซเอพิ้งค์ ❤️ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2557 / 00:53
    แซ่บบเวอร์  ><
    #1,305
    0
  14. #1273 fon na ka (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2557 / 15:56
    เจิมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม
    #1,273
    0
  15. #1231 ICCube (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2557 / 12:26
    มันส์ๆทั้งนั้น
    #1,231
    0
  16. #1081 Peddiize (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 14 มกราคม 2557 / 23:21
    อร้ายยยยยย ตื่นเต้นนนนนนนนนนนนนนนนน
    #1,081
    0
  17. #1078 annita (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 14 มกราคม 2557 / 11:31
    บอกได้คำเดียวเลยว่า "สนุก" สนุกมากอ่ะ พระเอกกเเรงส์นางเอก้อเเรงส์ อ่านเเล้วมันครตเลย ชอบๆๆ
    #1,078
    0
  18. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  19. #1044 Jukjikpig (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 มกราคม 2557 / 19:05
    สนุกกกก
    #1,044
    0
  20. #1008 ByChu (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2556 / 21:28
    ว้าวๆๆๆ. น่าติดตามมากๆ
    #1,008
    0
  21. #956 wanny6637 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2556 / 14:08
    รอๆๆๆๆๆอัพพพพพพนะคะ
    #956
    0
  22. #949 ๐NaTsU๐ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2556 / 22:47
    อยากอ่านต่อละค่าาาา
    #949
    0
  23. #948 ๐NaTsU๐ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2556 / 00:31
    รออยู่นะ ชอบ><
    #948
    0
  24. #947 ๐NaTsU๐ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2556 / 10:24
    อยากอ่านต่อละจ้าา
    #947
    0
  25. #946 prary (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2556 / 10:00
    ต่อเถอะน้าาาาาาาาาาาาาาาาา
    #946
    0