ผมง่วง... ผมมาทวงหมอนผมคืน zZ

ตอนที่ 4 : [3] เ ส พ ติ ด ห ม อ น (1) [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,306
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 197 ครั้ง
    6 ส.ค. 62

[YAOI] ผมง่วง... ผมมาทวงหมอนผมคืน zZ

Presented by noksinsn

[หมายเหตุ*: เรื่องนี้เน้นบรรยายเยอะหน่อยนะคะ]


 






แสงแดดที่ลอดผ่านม่านเข้ามาปลุกให้ผมตื่นจากนิทราแสนหวาน

นานมากแล้วที่ผมไม่รู้สึกว่าร่างกายไม่ได้รับการพักผ่อนอย่างเต็มที่แบบนี้ บ่อยครั้งผมมักตื่นขึ้นมาด้วยอาการเหมือนคนนอนไม่พอ ทว่าเมื่อคืนกลับหลับลึกจนไม่รู้สึกตัวเลย 

อาจเพราะอดนอนมาข้ามวันข้ามคืนเกือบเกินขีดจำกัด แถมยังสะสมความเหนื่อยล้ามาทั้งวันด้วยล่ะมั้ง 

แต่กว่าจะข่มตาหลับได้จริง ๆ ก็ปาเข้าไปเกือบตีสามแล้ว

มันไม่ง่ายเลยที่ผมต้องนอนนิ่งอยู่ในอ้อมกอดอุ่นร้อนของเขา รับรู้ถึงทุกลมหายใจเข้า-ออกที่เป่ารดต้นคอตลอดทั้งคืนแบบนั้น แต่ตัวการความปั่นป่วนกลับจมดิ่งสู่ฝันหวานก่อนผมที่พร่ำบอกว่าง่วงนักหนาเสียอีก

เขาหลับอย่างสบายใจเฉิบโดยมีผมนอนอยู่ในอ้อมแขนแบบนี้

ดูสิ จนป่านนี้ก็ยังไม่รู้สึกตัวตื่น...

หมั่นไส้จนอยากกัดอกเปลือยเปล่าตรงหน้าให้เจ้าของอ้อมกอดร้องโอดโอยจริง ๆ

ผมนอนลืมตามองเจ้าของท่อนแขนแข็งแรงที่สอดรองใต้คอและพาดทับบั้นเอวมาสักพักอย่างใช้ความคิด ไม่รู้เหมือนกันว่าท่าทางการนอนเปลี่ยนไปตั้งแต่เมื่อไหร่ ผมหันมานอนซุกหน้าเข้ากับอกเปลือยกำยำของเขาใต้ผ้าห่มผืนเดียวกันตั้งแต่ตอนไหน แล้วน้องเน่าที่ทำให้ผมตกหลุมพรางอีกฝ่ายหลุดหายไปจากอ้อมกอดได้ยังไง

ผม... ไม่รู้ตัวเลยสักนิด

รู้เพียงว่าเมื่อคืนผมหลับลึก ลึกมาก หลับสบายจนไม่อยากให้เช้านี้มาถึง

สบายเกินไปจนไม่อยากจะลุกจากเตียงเลย

นานหลายนาทีนับตั้งแต่ผมรู้สึกตัว ยังไม่กล้าแม้แต่จะขยับตัวเพราะกลัวอีกคนจะตื่น 

ผมไม่อยากให้เขาลืมตามาสบกันในเวลานี้ แค่เงยหน้าก็เห็นว่าใบหน้าเราใกล้กันชนิดแลกลมหายใจได้ ถ้าเกิดนัยน์ตาคมสีถ่านถูกเผยออกมาเมื่อไหร่ ลมหายใจผมคงสะดุดอย่างห้ามไม่ได้ โชคดีที่ลมหายใจของเขายังสม่ำเสมอ ไม่มีท่าทีว่าจะตื่นง่าย ๆ

นี่จึงเป็นโอกาสให้ผมได้สำรวจตรวจตราอีกฝ่าย

สีหน้ายามหลับของเขาดูผ่อนคลาย บ่งบอกถึงความสบายอกสบายใจ หลับได้น่าเอ็นดู ไร้ซึ่งพิษภัย ท่าทางเหมือนกำลังฝันดี สีหน้าถึงได้ดูมีความสุขจนคนมองอย่างผมไม่อยากจะปลุกทำลายฝันนั้น 

แตกต่างจากยามเขาตื่นเป็นไหน ๆ 

เมื่อไหร่ที่เปลือกตาเปิดเผยให้เห็นนัยน์ตาสีถ่าน แววตานิ่งเรียบที่กำลังจ้องมองมา ดุดันในบางครั้ง ขี้แกล้งในบางที เจ้าเล่ห์ในบางหน เขาสามารถทำให้คนถูกจ้องรู้สึกเหมือนตกอยู่ในการล่อลวงของเขาได้ตลอดเวลา

เขาน่ะเป็นตัวอันตราย...

ทั้งเสียงทุ้มแหบต่ำ สายตาอ่านยากคู่นั้น ริมฝีปากที่เคยกดลงบนหลังนิ้วเมื่อคืน ฝ่ามืออุ่นที่แตะลงบนเอวเปลือยเปล่า หรือแม้แต่ลมหายใจกรุ่นสม่ำเสมอที่รดรินหน้าผากในตอนนี้ ทั้งหมดนี่มันสามารถฆ่าคนได้ไม่ยาก

เขาเป็นเหมือนภัยธรรมชาติที่เราไม่มีวันหลีกหนีพ้น

เมื่อไหร่ที่เขาได้อาละวาดไล่ล่า เมื่อนั้นก็คงมีคนต้องศิโรราบ

อย่างน้อยตอนนี้ก็คงเป็นผม... ถูกล่อลวงจนมานอนติดแหง็กอยู่ในอ้อมแขนเขาแล้วนี่ไง

ว่าแต่ เขาจะกอดผมไปถึงเมื่อไหร่? กอดมาทั้งคืนยังไม่พอใจอีกเหรอ?

นี่ยังไม่ยอมตื่นเองอีก หมั่นไส้แล้วนะ

งั่ม!

“โอ้ย! คุณ”

ร่างกายขยับไปก่อนความคิด รู้สึกอีกทีก็ตอนเจ้าของอ้อมกอดสะดุ้งเฮือก ร้องลั่นเพราะถูกผมงับเนื้อหน้าอกเข้าให้เต็มเขี้ยว ตอนแรกผมไม่อยากปลุกเขาก็จริง แต่พอนอนมองเขาหลับไปนาน ๆ แล้วผมรู้สึกหมั่นไส้นี่นา

เมื่อวานเขาแกล้งผมไว้ตั้งเยอะ จะมานอนหลับอุตุแถมกอดผมไว้ไม่ยอมปล่อยแบบนี้ได้ยังไง

“อรุณสวัสดิ์”

ได้เวลาตื่นจากฝันหวานแล้วครับคุณ

“กัดผมทำไมครับ เจ็บนะ” 

คนถูกปลุกด้วยความรุนแรงขมวดคิ้วเข้ม ก้มหน้าซบหน้าผากเขากับหน้าผากผม พลันจับจ้องคนทำร้ายร่างกายตัวเองในระยะแลกลมหายใจ ปลายจมูกโด่งคลอเคลียอยู่กับปลายจมูกผมนี่เอง

เฮ้ ผมไม่ได้ปลุกเขาเพื่อทำให้ระยะห่างใบหน้าเราลดลงขนาดนี้นะ ไม่ได้ปลุกเพื่อให้เขากระชับกอดแน่นขึ้นจนผมแทบจะบี้แบนจมอกติดกับรอยกัดที่ฝากเอาไว้เมื่อกี้ด้วย 

หายใจไม่ออก เขาเป็นงูเหลือมหรือไงกัน!

แล้วเสียงตอนตื่นที่แหบพร่าเซ็กซี่ขนาดนั้น ไม่ควรจะมากระซิบใกล้กันขนาดนี้ไหม

“พูดห่าง ๆ ก็ได้ครับ” ผมเอนศีรษะออกห่าง พลางยกมือดันหน้าท้องแกร่งของเขาไปด้วย อยากจะยกมือดันหน้าหล่อ ๆ แม้ยามตื่นในสภาพผมชี้ฟูให้ออกห่าง แต่ก็ติดว่าทั้งร่างถูกรวบกอดไว้เต็มรูปแบบ

ยิ่งห้ามก็เหมือนยิ่งยุ...

“กลัวคุณไม่ได้ยิน” เขาจะทำทุกอย่างสวนทางคำสั่งผมหมดเลยหรือไง

จอมแหกกฎ หัวขบถจริง ๆ

“ผมหูดี”

“ครับ” เสียงขานรับเนิบนาบแหบต่ำดังขึ้นข้างหู พลันตัวผมก็เกร็งเครียดขึ้นมา รู้สึกได้ถึงลมหายใจกรุ่นที่เป่ารดอยู่ข้างใบหู ริมฝีปากที่แตะเฉียดลงมาอย่างจงใจ “ใบหูน่ารัก ๆ ของคุณนี่น่ะ...”

ก่อนจะทำให้ตัวผมกระตุกด้วยความตกใจในวินาทีต่อมา

ฮะ เฮือก!

“อื้อ! คุณ!

“ก็น่าขบน่ากัดดี”

ฉับพลัน ใบหน้าผมร้อนจัดคล้ายจะมีควันลอยออกมาให้ได้

ความเจ็บปนเสี้ยวจี๊ดที่แล่นปราดเข้ามาในท้องน้อยทำให้ผมกัดริมฝีปากตัวเองอย่างตระหนกเพราะไม่ทันตั้งรับการจู่โจม เขาจงใจเอาคืนที่ผมกัดอกเขาด้วยการขบใบหูผมแรง ๆ 

ไม่ได้เจ็บจนน้ำตาแทบเล็ด แต่มันเสียววาบจนมือกระตุก ปล่อยสันหมัดทุบตุบลงบนหน้าท้องหนั่นเต็มแรงอย่างเหลืออดกับความปากไวของเขา

“ถอยไปนะ ออกไปห่าง ๆ เลย นิสัยไม่ดี!

ผมทั้งทุบ ทั้งผลัก ทั้งดัน แต่เขาก็ไม่ขยับ มันน่างุ่นง่านมาก ผมไม่รู้ว่าเขากำลังทำสีหน้าแบบไหน เพราะตอนนี้ผมไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าไปขึงตาใส่ ด้วยรู้ว่าความร้อนจัดที่หน้ามันต้องส่งผลให้แก้มผมเปลี่ยนสีไปแล้วแน่ ๆ

แถมคนนิสัยไม่ดีขี้แกล้งก็ยังกระซิบเสียงแผ่วเบาข้างหูไม่หยุด

“หน้าแดง”

“...”

“หูแดง”

“...”

“คอก็แดง”

“...”

“คุณน่ะ... แสนจะน่ารัก”

ผมไม่ได้ยินหรอก ไม่ได้ยินอะไรทั้งนั้น รวบรวมสติ ตีหน้าขึงขัง พลันแหงนขึ้นมองก็เห็นแววตาขบขันระคนเอ็นดูที่ทอดมองมา แกล้งผมแล้วทำสีหน้าถูกอกถูกใจ สาแก่ใจที่ได้แกล้งผมรับอรุณนักหรือไงนะ

นิสัยไม่ดี

เขาน่ะ... แสนจะไม่น่ารัก

อยากจะฟาดนัก!

“ถ้าตื่นแล้วก็ปล่อยครับ ปล่อยเดี๋ยวนี้เลย!

ดูเหมือนผมจะคิดผิดที่ใช้วิธีปลุกเขาแบบนั้น เหมือนคนโง่ที่สามารถทำให้ตัวเองลำบากได้ยิ่งกว่าเดิม ถูกแกล้งจนตัวแดงเป็นกุ้ง ผมนี่ใช้ไม่ได้เลย ทำอะไรก็เข้าตัวไปหมด สู้เขาก็ไม่ได้ ผลักก็แล้ว ดันก็แล้ว ดิ้นก็แล้ว แต่แรงเขาเยอะชะมัด 

ไม่รู้ว่าจะรัดผมให้ขาดอากาศตายคาอกเลยไหม นี่ดิ้นจนเหนื่อยและหยุดดิ้นไปเองแล้วนะ

ยิ่งผมต่อต้าน เขาก็ยิ่งรัดผมแน่นขึ้น

และแนบแน่นยิ่งขึ้นในทุกสัดส่วน...

“ครับ ปล่อยแน่”

ร่างกายเปลือยท่อนบนของเขากับชุดนอนผ้าซาตินของผม มันไม่ได้ช่วยปิดกั้นอะไรเท่าไหร่ 

ในยามที่เขากดแนบ รั้งกอดให้ร่างกายเบียดชิดเข้าหา สัมผัสต่าง ๆ ผ่านเรือนร่างก็ยิ่งชัดเจน กรอบผมตาเบิกกว้าง ใบหน้าร้อนวูบวาบ ไรขนอ่อนตามร่างกายพลันลุกชัน เมื่ออีกคนโน้มใบหน้าลง กระซิบเสียงพร่าชิดริมหูอย่างหยอกเย้า

“ถูกปลุกให้ ตื่นก็ต้อง ปลดปล่อยแหละเนอะ”

“ดะ เดี๋ยวสิ... นี่!

ผมไม่ได้หมายถึงแบบนี้สักหน่อย!

พรึบ!

ทุกอย่างเกิดขึ้นรวดเร็วจนตั้งตัวไม่ทัน...

ผมเบิกตากว้างอย่างตกใจเมื่อถูกผลักให้นอนหงาย พลันกัดริมฝีปากตัวเองแน่น ก่อนอีกคนจะพลิกตัวมาคร่อมร่างแทบจะในเวลาเดียวกัน 

เขายันฝ่ามือกับเตียงข้างศีรษะ ท่อนแขนเต็มไปด้วยมัดกล้ามเหยียดตรง สร้างกรงขังที่ทำจากร่างกายของเขาขึ้นมา ใช้มันกักกันผมไว้ใต้ร่างอย่างถือสิทธิ์

ใบหน้าและสายตาของเราอยู่ในระนาบเดียวกัน...

นั่นทำให้ผมมองเห็นทุกองค์ประกอบบนโครงหน้าคมคายของเขาได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะนัยน์ตาสีถ่านคู่คมที่กำลังจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของผมนิ่ง เป็นอีกครั้งที่ลมหายใจกรุ่นของผมสะดุดห้วงเพราะสายตาของเขา และผมก็ไม่สามารถจ้องตาเขาในระยะนี้ได้นานเกินสองนาที เลือกที่จะเบือนสายตาไปอีกทางแทน

ก่อนอีกฝ่ายจะทำให้ผมดึงสายตากลับมาทีเดิมในวินาทีต่อมา

เฮือก

“ไม่กัดครับ”

“...” ผมสะดุ้งเมื่อเสียงกระซิบแหบต่ำดังมาพร้อมกับสัมผัสแผ่วเบาทว่าอุ่นจัดบนกลีบปากที่ปิดแน่น 

เขาละมือข้างหนึ่งมาประคองแก้ม วางปลายนิ้วโป้งไว้บนริมฝีปาก ก่อนจะใช้มันลูบผิวเนื้ออ่อนที่ถูกผมขบกัดไว้เบา ๆ

ผมจ้องเขา มองดูสายตาคมที่เลื่อนลงไปจ้องปากผมแทนการสบตา

ตอนนี้ทุกอย่างดูควบคุมยากไปหมด ไม่ใช่แค่ลมหายใจที่เริ่มติดขัดมาตั้งแต่เมื่อกี้ หากก้อนเนื้อในอกข้างซ้ายเองก็กระตุกทุกครั้งที่ปลายนิ้วอุ่นลากไล้ไปมาบนเรียวปาก เชื่องช้า บางเบา ทว่ากลับทรงพลัง 

ผมรู้สึกเหมือนในท้องมีผีเสื้อนับพันบินวนอยู่ 

เขาทำแบบนั้นซ้ำ ๆ ราวกับกำลังหว่านล้อมให้ผมโอนอ่อนคลายแรงขบกัดริมฝีปากตัวเองออก

กระทั่งเผลอไผล คลายแรงขบเม้ม จนเขาแทรกปลายนิ้วผ่านรอยแยกเข้ามาได้สำเร็จ

“ปากคุณช้ำ” 

เขาทำตาดุ จ้องปากผมนิ่ง ทั้งยังกดปลายนิ้วเข้ามาเรื่อย ๆ จนคั่นกลางระหว่างฟัน ออกแรงดันให้ปากผมเผยออ้าเล็กน้อย ผมคว้าข้อมือข้างนั้นของเขาไว้ ออกแรงรั้งไม่ให้เขากดปลายนิ้วมากไปกว่านี้

แต่ท่อนแขนแข็งแกร่งที่มีเส้นเลือดปูดขึ้นชัดก็ดื้อดึงเกินใคร

เขาทำให้ผมไม่สามารถกัดริมฝีปากตัวเองด้วยปลายนิ้วอุ่น ๆ นี่

แบบนี้มันไม่ดีเลย

“อึก...” ผมสะอึก น้ำลายเอ่อล้นเต็มโพรงปาก อีกไม่นานต้องไหลออกจากมุมปากแน่ ผมถลึงตาใส่เขา จากที่รั้งแขนแกร่งแต่ไม่เป็นผลก็เลยเปลี่ยนมาตีแขนเขารัว ๆ จนเขาถอนหายใจ แต่ก็ไม่ยอมเอานิ้วออกไป

ผมก็เลยกัดนิ้วเขาเต็มแรงด้วยความหมั่นไส้ระคนหงุดหงิด

กึด!

“เจ็บ” หวังว่าอีกคนจะรีบชักมือออก

ทว่า...

“อื้อ!” เขากลับกดปลายนิ้วเข้ามาลึกขึ้นจนผมเกือบสำลัก

“อย่ากัดปากครับ” ก่อนจะโน้มหน้าลงมากระซิบพูดชิดริมฝีปากเสียงเรียบจนผมเผลอกลั้นหายใจ ซ้ำยังส่งสายตาดุมองมาเหมือนกำลังคาดโทษเอาไว้ “ถ้าผมเห็น... ผมจะเป็นคนกัดปากคุณให้ช้ำเอง”



 

แพลนเที่ยววันที่สองในเกาหลีใต้

วันนี้ผมจะไป ฮานึล ปาร์คสวนดอกหญ้าที่หลายกระทู้แนะนำมาว่าต้องไปถ่ายรูปให้ได้

หลังจากกลับมาห้องตัวเองก็อาบน้ำแต่งตัว ก่อนจะออกจากห้องพร้อมเป้หนึ่งใบและสะพายกล้องหนึ่งตัว ผมเดินผ่านห้องข้าง ๆ ชนิดที่ไม่หันไปมองแม้แต่ประตู ด้วยเหตุการณ์เมื่อช่วงสายยังคงฉายภาพชัดอยู่ในหัว

ทั้งสายตาดุ ๆ และน้ำเสียงแหบต่ำที่กระซิบชิดริมฝีปากนั่น

อะไรไม่ร้ายเท่า ตอนเขาถอนปลายนิ้วออกและยืดตัวขึ้น ผมที่ยังนอนหอบปรับจังหวะการหายใจตัวเองไม่ได้ก็ต้องเบิกตากว้าง พลันแก้มร้อนจนแทบไหม้ เมื่อเห็นว่าเขาส่งปลายนิ้วข้างนั้นเข้าปากตัวเองอย่างหน้าไม่อาย

เท่านั้นแหละ!

ผมก็เด้งตัวขึ้นไปผลักคนตัวสูงจนหงายหลัง กลิ้งลงจากเตียงได้ก็วิ่งปรู๊ดกลับห้องตัวเองแทบไม่ทัน!

ให้ตาย เขามันน่าไม่อายจริง ๆ

“หยุด ๆ” คิดมาถึงต้องนี้ก็ได้แต่สั่นหน้าไล่ภาพไม่น่าจำติดตาออกจากหัว อากาศเย็น ๆ ไม่ได้ช่วยให้แก้มผมหายร้อนเลยสักนิด ตอนนี้รู้สึกเหมือนใครเอาถ่านไฟมาแนบแก้มผมไว้ยังไงยังงั้น

กว่าจะตั้งสติได้ก็ตอนที่รถไฟมาจอดเทียบ

ตอนนี้ผมอยู่ที่ซับเวย์กำลังรอรถไฟเพื่อจะเดินทางไปฮานึลปาร์คน่ะครับ ผมต้องขึ้นซับเวย์ไปลงที่สถานี World Cup Stadium Station แล้วเดินทางต่อไปยังสวนดอกหญ้ายอดฮิต

ครืด...

พอประตูรถไฟเปิดออก ผมก็ก้าวเข้าไปด้านใน เดินเลือกที่นั่งตามสบายเพราะไม่ค่อยมีคนมากเท่าไหร่ อารมณ์เหมือนขึ้นรถไฟฟ้าที่ไทยในช่วงเช้ามาก ๆ แต่ถ้าเริ่มต้นเวลาเร่งรีบเมื่อไหร่ก็คงได้เบียดเสียดกันแน่นจนน่าเวียนหัว

เมื่อผมนั่งลงก็ได้ยินเสียงประตูรถไฟใต้ดินปิดตามมา ผมไม่ได้สนใจใคร หยิบหูฟังขึ้นมาเสียบแล้วเปิดเพลงฟังแบบแรนดอม ก่อนจะเปิดแอพฯ Subway เพราะผมปักหมุดการเดินทางเอาไว้ แอพฯนี้จะบอกระยะเวลาการเดินทาง และตอนนี้เดินทางถึงสถานีไหนแล้ว 

ผมว่ามันดีมากสำหรับนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวเองอย่างผม

กึก...

ผมชะงักตอนเงยหน้าขึ้นมาเห็นใครบางคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม

เจ้าของร่างสูงใหญ่สวมเสื้อเชิ้ตสีขาวไว้ด้านใน สวมทับด้วยเสื้อโค้ทตัวยาวสีน้ำตาล ขายาวยกขึ้นนั่งไขว่ห้างพลางประสานมือไว้บนหัวเข่าอย่างมีมาด ผิวขาวของเขาเหมือนกำลังส่องสว่าง ผมเห็นสาวเกาหลีที่นั่งห่างจากเขาสองที่กำลังหันมองอีกฝ่ายอย่างสนใจ ทว่าเขากลับมองตรงมา สายตานิ่งเรียบดูเข้าถึงยากสำหรับคนภายนอก

ให้ตาย การเงยหน้าขึ้นมาแล้วได้สบตาเข้ากับคนที่เพิ่งแยกกันชั่วโมงก่อนทั้งที่ภาพต่าง ๆ ยังติดอยู่ในหัว บอกเลยว่าผมตั้งรับความรู้สึกที่ประเดประดังเข้ามาไม่ทัน แล้วผมก็ไม่สามารถจะสบตากับเขาที่ยังมองมาได้นานกว่านี้

แน่นอน เป็นผมเองที่เบือนหน้าหนีแววตาอ่านยากของเขา

เป็นผมทุกครั้งที่ต้านทานไม่ไหว...

แย่ชะมัดเลย

ไรขนอ่อนผมลุกชัน รู้สึกหายใจไม่ทั่วท้องจนต้องขยับปกเสื้อให้เข้าที่เข้าทางมากกว่าเดิม 

บางจุดใต้เสื้อผ้า จู่ ๆก็ร้อนผ่าวขึ้นมาเหมือนถูกใครเอาไฟมาจี้ มันเป็นจุดเดียวกับที่ผมมองเห็นตอนยืนเปลือยกายหลังอาบน้ำเสร็จหน้ากระจก พลันกรอบตาก็เบิกกว้างกับสิ่งที่ปรากฏเข้ามา 

ทั้งตกใจ หงุดหงิด งุ่นง่าน แล้วก็อายจนแทบจะเป็นบ้า

เขาน่ะ...

การนอนหลับลึกเกินไปมันน่ากลัวกว่าที่คิด

พลัน ความรู้สึกสับสนวุ่นวายที่ตีรวนภายในทำให้ผมเผลอเม้มปากเข้าหากันอย่างลืมตัว ก่อนจะสะดุ้งนิด ๆ รู้สึกเสียววาบแถวบริเวณเรียวปากอย่างไร้สาเหตุจนต้องรีบคลายริมฝีปากออกจากกันอย่างรวดเร็ว

ถ้าผมเห็น... ผมจะเป็นคนกัดปากคุณให้ช้ำเอง

เมื่อกี้ แค่แป๊บเดียวเอง

เขา... คงไม่เห็นหรอก ใช่ไหม?

อยากจะภาวนาให้เป็นอย่างนั้น...

แต่เขาจะเห็นหรือไม่เห็นผมก็ไม่กล้าฟันธง ด้วยเอาแต่ก้มหน้าคางแทบชิดคอมาตั้งแต่เมื่อกี้ หลบสายตา พยายามซ่อนทุกอย่างจากคนที่นั่งฝั่งตรงข้าม แต่ถึงไม่เงยหน้าผมก็ยังรับรู้ได้ถึงสายตาเรียบนิ่งที่มองตรงมาได้อยู่ดี

ราวกับมีสายตาของครูฝ่ายปกครองกำลังจ้องเราอย่างจับผิดยังไงยังงั้น เป็นสายตาที่ทำให้ใจผมไม่ยอมสงบเลย

พอใจไม่นิ่ง ผมก็อยากกัดริมฝีปากตัวเองขึ้นมาอีกแล้ว

อาการกัดริมฝีปากของผมมักเกิดในตอนที่จิตใจรู้สึกไม่สงบ ตึงเครียด ประหม่า สับสนหรือกำลังกดดันจากอะไรสักอย่าง ผมทำบ่อยจนติดเป็นนิสัย กลายเป็นความเคยชินที่มักเผลอทำออกมาโดยไม่รู้ตัว

ถ้าเทียบกับการเสพติดการนอนกอดหมอนเน่ากับการกัดปากก็คงพอ ๆ กัน

รู้ไหม ตั้งแต่เจอเขาเมื่อวาน ผมเผลอกัดปากตัวเองไปหลายครั้ง มันยากนะครับที่ต้องบังคับไม่ให้ตัวเองเผลอทำในสิ่งที่เคยชินมาตลอด ไม่รู้ว่าทำไมต้องขู่ผมแบบนั้นด้วย จะแกล้งผมอีกหรือไง แล้วทำไมผมต้องกลัวเขาด้วยเนี่ย!

ถ้าเขาไม่อยากให้ผมกัดปากนัก เขาก็ควรจะเลิกจ้องผมแบบนั้นซะที

รู้ว่าผมต้องออกอาการก็ยังเอาแต่จ้องไม่เลิก

นิสัยไม่ดี

ผมต่อว่าเขาในใจระหว่างนั่งก้มหน้ามองหน้าจอมือถือตัวเอง จนเห็นว่าอีกหนึ่งสถานีก็จะถึงสถานีปลายทางที่ผมปักหมุดเอาไว้ เวลาไล่เลี่ยกันก็ได้ยินเสียงประกาศชื่อสถานี World Cup Stadium หางตาเห็นว่าผู้โดยสารบางคนลุกขึ้นยืนและเดินไปรอตรงหน้าประตู ผมเองก็ลุกขึ้นตามเพื่อจะเตรียมตัวลงสถานีถัดไปเช่นกัน

กึก...

กลิ่นน้ำหอมที่ลอยเข้ามาในจมูกทำให้ผมชะงัก เผลอกลั้นหายใจอย่างลืมตัว หันมองข้างกายก็เห็นว่าคนที่เคยนั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามลุกขึ้นเดินมาหยุดยืนอยู่ข้างกัน เป็นการบอกให้รู้ว่าเขาเองก็จะลงที่สถานีนี้เหมือนผม

บางที... ปลายทางที่เขาจะไปก็อาจจะเป็นสวนดอกหญ้ายอดฮิตนั่น

พอคิดอย่างนั้น ผมก็เผลอเม้มปากเข้าหากันอย่างเสียไม่ได้ ทว่าพอรู้ตัวก็รีบคลายออกทันที โชคดีที่คนตัวสูงข้าง ๆ ไม่ได้ก้มมามองผม ศีรษะของเขาตั้งตรง ทอดสายตาไปข้างหน้าแบบนั้นคงไม่ทันเห็นหรอกว่าเมื่อกี้ผมทำอะไร

หากทว่า

พอผมเงยหน้ามองตรงบ้าง เป็นอันต้องชะงักอีกหน สายตาแบบเดิมสะท้อนอยู่บนกระจกของประตูรถไฟ กระจกใสที่มีเงาสะท้อนจากแสงไฟเห็นเป็นรูปเป็นร่างของผมและเขาที่ยืนข้างกันอย่างชัดเจน

“อึก...” จู่ ๆ ลำคอก็แห้งผากจนต้องกลืนน้ำลายลงคอ ตอนที่เงยหน้าขึ้นมาสบเข้ากับนัยน์ตาสีถ่านผ่านเงาสะท้อนนั้น รู้สึกร้อน ๆ หนาว ๆ กับสายตาอ่านยากที่กำลังจ้องผมผ่านเงาบนกระจกอย่างบอกไม่ถูก

แย่กว่านั้น ผมดันอ่านปากอีกคนที่ขยับพูดแบบไม่มีเสียงออก

สอง

ครืด...

ก่อนประตูจะเปิดออกเมื่อรถไฟมาถึงสถานีจนเงาของเราบนกระจกหายไป

เพียงเท่านั้น ความร้อนตัวระคนเลิ่กลั่กก็ทำให้ผมรีบจ้ำอ้าวออกจากตัวขบวนแทบจะทันที สับเท้าตรงไปหาทางออกจากสถานีโดยไม่แม้แต่จะหันกลับไปมองด้านหลัง ขนอ่อนยังลุกเกรียว รู้สึกเสียววูบแถวริมฝีปากยังไงไม่รู้

เขาอันตราย ผมยังยืนยันอย่างนั้น...

แม้จะถ้อยคำที่เอ่ยแบบไร้เสียง ทว่ากลับทำให้ผมรู้สึกราวกับว่าเขากำลังยืนกระซิบอยู่ข้างหู เส้นเสียงทุ้มลึก แหบต่ำ แตกพร่า ลมหายใจกรุ่นร้อนที่เป่าลดริน และริมฝีปากอุ่นที่กดลงมาแถวใบหูหลังเอ่ยคำย้ำเตือนเหล่านั้น

พลัน ลมหายของผมเริ่มสะดุด

ภาพทุกภาพ เสียงทุกเสียง สัมผัสทุกสัมผัส ยังคงชัดเจนอยู่ในนี้... 

ในหัวผมนี่เอง

ผมสะบัดศีรษะไล่ความคิดที่ชวนให้จิตใจหาความสงบไม่เจอ มือก็หยิบบัตร T-Money แตะกับเครื่องตรงทางออกของสถานี ก่อนจะเดินขึ้นบันไดไปบนดินพลางเปิดดูกระทู้แนะนำสวนดอกหญ้าและการเดินทางไปด้วย

ในกระทู้บอกว่าให้เดินไปตามป้ายบอกทางไปสวน Haneul Park ผมก็ทำตามอย่างว่าง่าย เดินลัดเลาะไปตามทางเท้าริมถนนใหญ่ ไม่ได้หันกลับไปมองด้านหลัง คิดว่าไม่จำเป็นต้องทำอย่างนั้น ไม่ต้องหันไปมองก็รู้ดีอยู่แล้ว

เขาตามมา...

บางทีผมควรจะเสิร์ชหาเบอร์ตำรวจเกาหลีติดเครื่องไว้บ้างดีไหมนะ?

ผมถอนหายใจ ระหว่างเดินเท้าไปตามที่กระทู้บอกทางไปฮานึลปาร์ค ผมก็ยกกล้องที่ห้อยกับคอขึ้นมาถ่ายรูปถนนใหญ่ที่สองข้างทางมีต้นไม้ค่อนข้างเยอะ ดูร่มรื่นสบายตาดี อากาศวันนี้ไม่สามารถทำร้ายผมได้ เพราะผมสวมเสื้อมาถึงสามชั้น ในสุดเป็นเสื้อยืด ชั้นที่สองคือเสื้อฮู้ดตัวหนา นอกสุดก็สวมทับด้วยแจ็กเก็ตอีกอีกที

เมื่อบรรยากาศเป็นแบบนี้ การเดินไปเรื่อย ๆ จึงไม่ดูน่าเบื่อ ผมรู้สึกเหมือนจะเดินได้ไกลขึ้นแม้ภูมิประเทศของเกาหลีจะเป็นเนินเป็นเขาเสียสวนใหญ่ก็ตาม แต่เพราะอากาศเย็นก็เลยรู้สึกเอนจอยกับการเดิน

ผมยกกล้องชิดกับใบหน้าอีกครั้งพลางหมุนตัวเพื่อจะถ่ายภาพอีกด้าน

ปลายนิ้วที่วางอยู่บนชัตเตอร์ชะงัก ภาพที่ปรากฏในช่องมองภาพทำให้ผมเกร็งมือที่ประคองกล้องเล็กน้อย ร่างสูงร่วมหนึ่งร้อยแปดสิบหกเซนติเมตรกำลังเดินล้วงกระเป๋ามาตามทางที่ผมเพิ่งเดินผ่านมาก่อนหน้านี้

ก็ไม่ได้ผิดจากที่คิดเอาไว้ แต่พอเห็นเขาผ่านเลนส์กล้อง ความรู้สึกมันก็ต่างออกไปอีกแบบ แววตาเรียบนิ่งมองตรงมาจนทะลุผ่านเลนส์กล้อง ใบหน้าของเขาปรากฏชัดอยู่ในช่องมองภาพที่แนบดวงตาผมอยู่

ราวกับเขากำลังจ้องตาผมผ่านเลนส์กล้อง

แชะ!

ปลายนิ้วเกร็งจนเผลอลั่นชัตเตอร์ไปหนึ่งครั้ง

กลายเป็นว่า กล้องที่ตั้งใจเอาไว้ถ่ายเก็บบรรยากาศของประเทศเกาหลีระหว่างท่องเที่ยว กลับมีภาพเขาเพิ่มเข้ามารวมอยู่ด้วยโดยไม่ได้ตั้งใจ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าตอนผมมองเห็นเขาผ่านเลนส์กล้อง องค์ประกอบทุกอย่างมันดูดีจนรู้สึกว่าน่าเก็บภาพนั้นเอาไว้ ภาพจะออกมาดีแค่ไหน ถ้าคนถูกถ่ายมองกล้องให้เหมือนมองคนที่อยู่หลังกล้อง

พิสูจน์แล้วว่าภาพนั้นมันดีมากในความรู้สึก

จากตอนแรกที่มีคนตัวสูงอยู่ในเฟรมทั้งตัว ทว่า เพียงไม่กี่วินาทีต่อมา สิ่งที่ฉายอยู่ในช่องมองภาพก็มีแค่ช่วงอกที่กระดุมเสื้อเชิ้ตสีขาวด้านในแหวกออกเพราะไม่ได้ติดสองสามเม็ด ผมเห็นรอยฟันบนผิวของเขาโผล่มาร่ำไร

รู้ได้ทันทีว่ารอยนั้นเป็นรอยที่ผมฝากไว้เมื่อเช้านั่นเอง

ผมลอบกลืนน้ำลายลงคอ รู้สึกว่าจุดหนึ่งแถวไหปลาร้าใต้เสื้อทั้งสามชั้นของผมก็เริ่มร้อนขึ้นมานิดหน่อย จุดที่ไม่ควรมีตำหนิ แต่กลับมีใครบางคนแอบสร้างมันเอาไว้ ถ้ารู้ตัวก่อนหน้านี้ บางทีผมคงไม่กัดแต่ให้ผิวเขาเป็นรอยฟัน แต่จะกัดให้จมเขี้ยวได้เลือดเลย

ผมลดกล้องลงจากระดับสายตา ก่อนจะเงยหน้ามองอีกฝ่ายที่ยืนตรงหน้าและกำลังก้มมองผมอยู่ก่อนแล้ว

ให้ตาย เขาจะจ้องผมเก่งเกินไปแล้วนะ

“คุณตามผมมาทำไมครับ” ทนไม่ไหวก็เลยถามออกไป

“รู้ได้ยังไงว่าผมตามคุณ?” เขาย้อนถาม เลิกคิ้วทั้งที่ยังก้มหน้ามองผมอยู่ ด้วยความสูงของเราต่างกัน พอเขาเลิกคิ้วแล้วเอียงคอมองแบบนี้ ผมรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังถูกหาเรื่องยังไงก็ไม่รู้

“ก็เห็นกันอยู่” ผมย่นคิ้ว สิ่งที่เห็นตั้งแต่บนรถไฟจนตอนนี้ ดูเหมือนผมจะคิดเป็นอย่างอื่นไม่ได้นะครับ แต่คนถูกผมไล่ต้อนก็ไม่ได้แสดงอาการแตกตื่นหรือยี่หระที่ถูกจับได้

ไม่สิ... เขาก็ไม่ได้ยอมรับหรอกว่าทำอย่างที่ผมกล่าวหา

“ถ้าคุณจะไปสวนฮานึล ทางข้างหน้าของเราก็คงเป็นทางเดียวกัน”

“...” ผมเม้มปากขัดใจ ที่เขาพูดมาก็ไม่ผิด อีกอย่างนอกจากผมกับเขา ตามทางที่จะไปสวนดอกหญ้าก็ยังมีกลุ่มนักท่องเที่ยวเดินอยู่เหมือนกัน แบบดูก็รู้ว่าพวกเขาก็น่าจะไปที่นั่นไม่ผิดแน่ โดยเฉพาะคนไทย

แต่ทำไมเขาต้องมาที่นี่วันเดียวกับผมด้วยนะ

“สาม”

“อะไรครับ” ขมวดคิ้วมองคนที่จู่ ๆ ก็เอ่ยออกมาวลีเดียวไม่ได้ใจความ ผมทำหน้างงใส่เขาครู่หนึ่ง ก่อนจะเห็นมุมปากอีกคนยกขึ้นตอนที่เขาหลุบตามองริมฝีปากผม “คะ คุณ!

เท่านั้น ผมก็เผลอถอยห่างเขาก้าวหนึ่ง

“...” อีกคนยังกดยิ้มมุมปาก สองมือล้วงกระเป๋า และสายตาทิ้งไว้ที่ปากผมไม่ยอมละไปไหน พอเขาทำแบบนั้นผมก็ยิ่งลนลาน เลิ่กลั่ก ทั้งที่เขาก็ไม่ได้ขยับเข้ามาใกล้หรือทำท่าทีคุกคามอะไรไปมากกว่ายืนมองอยู่ที่เดิม

“ผะ ผมไม่ได้กัดนะ”

“...”

“ไม่ได้กัด แค่เม้ม เอ่อ... เม้มนิดเดียว”

ผมน่ะ... แสนจะร้อนตัวแล้วตอนนี้

“ปากคุณแดง”

“อากาศเย็น ปากผมเลยแตกครับ” ผมบอกอ้อมแอ้ม

“เหรอ...” เขาเลิกคิ้วขึ้นอีก ทั้งครางรับในลำคอเหมือนขอไปที ไม่ได้ใส่ใจกับสิ่งที่ผมบอกไป หรืออีกนัยก็คือ... เขาไม่เชื่อคำพูดผม ซ้ำยังไม่ยอมเลิกจ้องปากจนผมรู้สึกอยากจะกัดปากตัวเองซ่อนจากสายตาเขาเสียจริง

“คุณ! หยุดเลยนะ” คนตัวสูงก้าวเข้ามา ผมจึงต้องถอยเพื่อรักษาระยะ

“ผมยังไม่ได้ทำอะไร” การกระทำกับคำพูดคุณมันสวนทางกันอยู่!

“หยุดเดินเข้ามา!” ไล่ต้อนผมสนุกนักหรือไง เชื่อฟังคำพูดผมสักหน่อยจะได้ไหมผู้ชายคนนี้

“ถอยอีกก้าวจะดีเหรอ”

“คุณก็หยุดเดินต้อนผมสิ!

“...” เจ้าของร่างสูงภายในเสื้อโค้ทสีน้ำตาลตัวยาวเกือบถึงเข่าสบตาผมด้วยสายตาอ่านยาก เขาหยุดยืนนิ่งหลังจากนั้น เอามือออกจากกระเป๋ากางเกงทั้งสองข้าง รอยยิ้มมุมปากขี้แกล้งก่อนหน้าก็ค่อย ๆ เลือนหาย

“...”

“งั้นทำไมคุณไม่เลิกหนี”

“...” ผมเบือนหน้าหนีสายตาของเขา รู้สึกว่าความรู้สึกข้างในถูกปั่นป่วนอีกครั้ง

“สองทาง”

“...” ก่อนจะต้องหันกลับมาสบตากับคนตัวสูงอีกครั้ง ขมวดคิ้วมองเขาอย่างไม่เข้าใจในประโยคสั้นกระชับไม่ได้ใจความเมื่อครู่ อีกฝ่ายยังจ้องผมเหมือนเดิม จ้องกันเหมือนไม่คิดจะให้ผมคลาดสายตาไปไหน

“เดินกลับมาหรือให้ผมเดินไปหา... เลือก”



[TBC.]
พระเอกเป็นคนเก่งค่ะ จ้องเก่ง ขู่เก่ง ตามเก่ง
เก่งทุกอย่างที่เสี่ยงคุก 555555555555555
โรคจิตบ่หนิเจ้าหนิ อย่าเด้อ ทำน้อนนี่กูแจ้งเด้อมึงเด้อ!
แต่มันนับสามไว้ละเด้อ คืนนี้รอดบ่รอด 55555555

ฮืออ หวังว่านักอ่านจะอยู่ไปด้วยกันจนจบนะคะ ด้วยโทนเรื่องมันเป็นแบบนี้ ถ้าใครชอบก็อยู่ด้วยกันนะ
บอกตามตรงว่าก็ค่อนข้างกังวล แต่ก็ขอบคุณมากที่มาเม้นต์ส่งฟีดแบ็ก แชร์ความคิดกัน อันนี้เป็นแรงใจสำคัญมาก ๆ ค่ะ
ส่วนเรื่องราวระหว่างสองคนนี้จะเป็นอย่างไรนั้นนนนน มาติดตามกันต่อไปฮะ

แงงง ขอบคุณสำหรับคอมเม้นต์ของทุกคนมากนะคะ สาระอาจหาไม่ได้ที่นี่ แต่ความมึนหาได้จากตรงนี้!
ชอบมากที่นักอ่านมาเม้นต์วิเคราะห์อะไรตั่งต่างเกี่ยวกับนิยายเรื่องนี้ ทำให้มีไฟในการเขียนยังไงไม่รู้ 55555
เอาว่า ถ้าใครชอบและสามารถรับได้ในความเนิบนาบ งงงวย ขวยเขิน จั๊กจี้ ของสองคนนี้ได้ก็อยู่กับเราน้าาา
ส่วนจะมีใครเดาถูกบ้างหรือยังไง รอรอดูกันต่อไปนะคับบบบ ฝากเอ็นดูน้อนง่วงและตาพระเอกมันด้วยจย้าาาา



เรื่องนี้ใช้แท็ก #ทวงหมอนคืน น้าาา



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 197 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

169 ความคิดเห็น

  1. #154 mildHottest2PM (@mildHottest2PM) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 มกราคม 2563 / 21:25
    ชอบมาก ชอบๆบรรยากาศแบบนี้
    #154
    0
  2. วันที่ 18 พฤศจิกายน 2562 / 16:01

    คู่นี้มีซัมติง!!!!!!!!
    #135
    0
  3. #127 Thisirakbleach (@Thisirakbleach) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2562 / 14:59
    กว่าจะหมดวันคงจะนับนับได้อีกหลายครั้งแน่เลยค่ะ????
    #127
    0
  4. #122 samming_46190 (@samming_46190) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2562 / 21:59
    โง้ยเขิน น่ารักมากกกค่ะ
    #122
    0
  5. #96 Chanee (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2562 / 07:57

    น่ารักอะ เขาต้องเป็นแฟนกันแล้วนายเองงอนแน่เลย

    #96
    0
  6. #93 LJLY940291 (@LJLY940291) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 23 กันยายน 2562 / 21:09

    เนื้อเรื่องน่ารักมากๆเลยค่ะ คิดว่าอาจจะเป็นคนรักเก่า น่าจะจบกันไม่ค่อยดี ที่แน่ๆน่าจะรู้จักกันอยู่แล้ว สู้ๆนะคะ เป็นกำลังใจให้ค่าาา
    #93
    0
  7. #45 Mikaze_Ai (@Gaerd) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2562 / 20:42
    ขู่เก่งงงง เค้าเคยรู้จักกันมาก่อนรึป่าว
    #45
    0
  8. วันที่ 7 สิงหาคม 2562 / 10:04

    เขาเคยมีอดีตร่วมกัมมาก่อนแน่นวลลลลลลลล

    #44
    0
  9. #43 ssnam (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2562 / 06:41

    โง้ยย ทำไมเกรี้ยวกราดดด น้องลูกกกกสู้ๆนะ555555

    #43
    0
  10. #42 DMace9 (@DMace9) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2562 / 03:11
    อย่าตามเส่ ไม่ตามน้องก็ไม่เดินหนี 555 งุ้ยย วอแวเก่งจริง แจ้งเลยๆ
    #42
    0
  11. #41 MaNoww ippy (@manowwyippyka) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2562 / 00:35
    ติดตามมมจ้มม
    น้องงวิ่งกลับมาก็ได้ ถึงวิ่งหนีไป เขาก็วิ่งตามไปติดติดดดดด
    #41
    0
  12. #40 fighting writeee♡ (@sedna0327) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2562 / 23:19
    ติดตามนะคั้บบบ
    #40
    0
  13. #39 vtyds (@vtyds) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2562 / 12:13

    ไรท์สู้ๆ

    รอตอนต่อไปนะ
    #39
    0
  14. วันที่ 4 สิงหาคม 2562 / 09:04

    ตามติดเป็นสัมพเวสีเลย 556

    #38
    0
  15. #37 Moon 🌙 (@misskanchana783) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2562 / 06:43

    จะอยู่กับไรท์จนจบบเรื่องง~~~~https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/yy-big-06.png

    #37
    0
  16. #36 MaNoww ippy (@manowwyippyka) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2562 / 00:07
    น้อนนนนนนนนนนน ร้ายกาจเกินไปแบ้วววววว
    #36
    0
  17. วันที่ 1 สิงหาคม 2562 / 09:34

    ก็เนี่ยยอมเขาไปหมดเลย มันยังไงๆ อยู่นร้าาาา

    #35
    0
  18. #34 k-kh (@k-kh) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2562 / 06:54
    ม่ายยยยยย น้องต้องรอด อิพี่ห้ามทำอะไรน้อง ถ้าทำฉันจะโทรแจ้งคุณตำหนวดดดดด ว่าแต่...มาจนถึงขั้นนอนกอดกันแล้ว รู้ชื่อกันยังจ๊ะ 555+
    #34
    0
  19. #33 Mikaze_Ai (@Gaerd) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2562 / 06:12
    ไม่น้าาาาาาน้อนนนนหนีไปเร๊ววววว
    #33
    0
  20. #32 Moon 🌙 (@misskanchana783) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2562 / 05:58

    ลูกฉ้านนนต้องงงลอดด~~

    #32
    0
  21. #31 DMace9 (@DMace9) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2562 / 03:21
    โอ้โหหห น้อนมานี้!! พี่จะแจ้งให้หนูเอง คุณตำหนวดดดด
    #31
    0
  22. #30 seaotterlover (@chocotabo) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2562 / 03:01

    OMG!! น้องงงงง ไม่ๆๆ น้องหนีไปลูก


    #30
    0
  23. #29 fighting writeee♡ (@sedna0327) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2562 / 00:28
    กี้ดดดน้อนนนนนหนีไปปป๊
    #29
    0
  24. #28 Praewapr (@Praewapr) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2562 / 00:20

    เราจะแจ้ง!! คุณตำรวจคะ! เขาจะทำมิดีมิร้ายลูกเราค่ะ!! คุณตำรวจจจ!!!

    #28
    0