{END} Crash Love กระแทกรัก |【ตีพิมพ์กับ Product Y】

ตอนที่ 5 : กระแทกรัก : Chapter 4 [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,493
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 336 ครั้ง
    22 มี.ค. 62

{ Y a o i / B o y' s L o v e }


ติดแฮชแท็ก #คุณเทพไอ้เจา

Chapter 4



[THEPTARA PART]

“วันนั้นใครก็ไม่รู้เนอะ เขาขิงเก่งจั๊ดดดด”

“...”

“ขิงว่าตัวใหญ่กว่าตั้งเยอะ ขิงว่าไม่ป่วยง่าย ๆ หร๊อกกกก ใครกันหนออออ” 

เจ้าของใบหน้าซุกซนโผล่เข้ามาในห้องนอนส่วนตัวของผม พร้อมส่งเสียงติดจะประชดประชันมาให้ตั้งแต่หน้าประตูอย่างไม่ประวิงเวลา

“ใจคอเธอจะประชดฉันเรื่องนี้ไม่เลิกเลยเหรอ เจา” ผมยิ้มเพลียปนขำ

“อื้อ จะกัดจนกว่าคุณเทพจะหายป่วยเลยอะ”

“ถ้ากัดเก่งกว่านี้ก็เจคอปแล้วนะรู้ไหม?”

“แง่งงงง!” พอถูกแซวก็หันมาแยกเขี้ยวใส่ ผมหัวเราะเสียงเบากับหน้าตาซุกซนปนดื้อรั้นนั่น “คุณเทพไม่ต้องมาหัวเราะเลย วันนั้นก็บอกแล้วว่าไม่ต้อง ๆ คุณเทพก็ดื้อ สุดท้ายเลยโดนหวัดกินจนป่วยแบบนี้เนี่ย”

“...” ผมได้แต่ยิ้มกับเสียงบ่นของอีกฝ่าย พลางมองตามการเคลื่อนไหวของเจาที่เดินมาหยุดอยู่ข้างเตียง บ่นไปเบะปากไปไม่หยุด 

เห็นแล้วชวนให้อยากเอื้อมมือไปบีบปากเล็กที่เอาแต่งึมงำทำหน้าง้ำงอนั่นเสียจริง

“พอป้าศรีรู้ว่าคุณเทพมาช่วยผมอาบน้ำคุณเจคอปนะ ผมโดนป้าดุใหญ่เลย” เจายื่นแก้วบรรจุเม็ดยาให้ผม ปากเล็กเบะจนเริ่มคว่ำลง “แล้วคุณเทพมาป่วยอีก ไอ้เจานี่โดนเทศชุดใหญ่ไฟกะพริบ!

“ไม่ใช่แค่เธอหรอกที่ถูกดุ” ผมเองก็ถูกป้าศรีดุเหมือนกัน

เรื่องที่ช่วยเจาอาบน้ำเจคอปนั่นแหละครับ ด้วยเห็นว่าไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร ไหน ๆ ตัวเปียกแล้ว ช่วยเจาอาบน้ำเจคอปให้เสร็จไวหน่อยก็ดี อีกอย่างก็ใช่ว่าผมไม่เคยอาบน้ำให้เจคอป ถ้าเสร็จเร็วเจ้าตัวแสบจะได้รีบจัดการอาบน้ำตัวเองให้เรียบร้อย 

ผมกลัวเด็กซนจะป่วยน่ะครับ 

เจาตัวเล็กกว่าผมตั้งเยอะ ผอมออกขนาดนั้น ใส่แค่เสื้อกล้ามกับบ็อกเซอร์มาอาบน้ำเจคอปทุกครั้ง ผมล่ะกลัวเจาจะเป็นปอดบวมเข้าสักวัน

แต่ใครจะรู้... ดันเป็นคนตัวใหญ่กว่าอย่างผมที่ป่วยเสียเอง

ขายหน้าอยู่หน่อย ๆ เหมือนกันนะครับแบบนี้ แล้วเจาก็ยังหยิบประเด็นนี้มาจิกกัดผมไม่เลิกด้วย

“โหยยย ฟังแล้วอยากจะแหมยาว ๆ เลยครับ” เจากรอกตามองบน ดูทำหน้าทำตาเข้าสิ เจาเคืองผมขนาดนั้นเลยเหรอเนี่ย “ดุผมกับคุณเทพ แค่เสียงที่ใช้ก็ไม่เหมือนกันละปะ กับคุณเทพนี่เสียงสองเสียงสามเลยเด้อออ”

“ฉันก็ไม่ได้ป่วยเพราะแค่ช่วยเธออาบน้ำเจคอปวันเดียวหรอกน่า”

นั่นไม่ใช่สาเหตุหลัก ปกติผมเป็นคนดูแลร่างกายตัวเองตลอด มั่นใจว่าร่างกายแข็งแรงพอสมควร แต่อาทิตย์ที่ผ่านมางานผมค่อนข้างยุ่ง ทำงานหามรุ่งหามค่ำหลายวัน อดนอนติดกันก็หลายคืน ไม่ได้ออกไปจ็อกกิ้งตอนเช้าหรือเข้าฟิตเนสตามปกติ พอนอนไม่พอสะสม บวกกับขาดการออกกำลังกายแถมยังเครียดเรื่องงาน ร่างกายก็เลยแย่เอา

พอภูมิคุ้มกันเริ่มต่ำลง เป็นธรรมดาที่จะถูกเชื้อไวรัสเล่นงานง่ายกว่าปกติ

ไม่ได้ป่วยถึงขั้นนอนซม แต่เรี่ยวแรงก็หายไปกว่าครึ่ง หากผมก็ยังคิดว่าไหว ฝืนจะไปทำงานตามปกติ แต่ป้าศรีขอร้องให้ผมหยุดทำงานสักวันสองวัน เห็นสีหน้าเป็นห่วงของป้าศรีแล้วก็ต้องยอมหยุดพักอยู่บ้านตั้งแต่เมื่อวาน 

ตอนแรกมีไข้แล้วก็ปวดหัวมาก แต่พอได้ทานยาและนอนพักผ่อนทั้งวัน วันนี้ตื่นมาไข้ก็ลดลง เหลือแค่มึนหัวนิดหน่อย

เพราะมัวแต่เป็นห่วงคนอื่น แต่ดันป่วยเสียเอง เจาก็เลยหาเรื่องกัดผมไม่เลิก

“คุณเทพรู้ปะ เมื่อวานป้าศรีไม่ทำกับข้าวให้ผมกินด้วยอะ บอกว่าลงโทษผมที่มีส่วนทำให้คุณเทพป่วย” เจามองค้อน พลางส่งแก้วน้ำอุ่นมาให้ “ผมนี่ต้องต้มมาม่ากินเองอยู่คนเดียว ขนาดอ้อนแล้วป้าศรีก็ยังไม่ยอมใจอ่อนเลย”

เด็กแสบ... ตกลงเขาเคืองผมเพราะเรื่องของกินอย่างนั้นเหรอ?

“ดูเหมือนฉันจะทำให้เธออดทานของอร่อยงั้นสินะ”

“ใช่! คุณเทพต้องดูแลตัวเองดี ๆ ดิ อย่าทำงานจนป่วยแบบนี้” ผมคลี่ยิ้มบาง มองอีกคนทำหน้าบูดบึ้งไม่เลิก “แค่นี้คุณเทพก็รวยจะตายแล้ว ขี้เกียจบ้างขนหน้าแข้งคงไม่ร่วงเท่าไหร่หรอก ดูอย่างไอ้เจาครับ จนซะอยากขอโทษกระเป๋าตังค์เพราะไม่มีเงินใส่ยังไม่ทำงานหนักขนาดคุณเทพเลย ทำงานจนร่างกายป่วยมันไม่คุ้มนะคุณเทพ”

“ฉันแค่อยากให้งานที่ทำออกมาดี”

“บ้างานสิไม่ว่า โหมงานจนป่วยได้นี่ไม่ธรรมดาแล้วครับ บ้ามาก ๆ”

“แค่ช่วงนี้ยุ่ง ๆ เพราะมีโปรเจ็กต์ ไม่ได้หมายความว่าฉันบ้างานเสียหน่อย”

ตอนนี้กำลังมีโครงการจะขยายสาขาโรงแรมเพิ่มก็เลยมีเรื่องให้จัดการเยอะเป็นพิเศษ ผมค่อนข้างให้ความสำคัญกับทุกเรื่องที่เกี่ยวกับโรงแรมนี้ โรงแรมที่เป็นมรดกของคุณหญิงย่า ท่านรักโรงแรมนี้มาก คุณหญิงย่าสร้างโรงแรมนี้เองกับมือ เริ่มต้นด้วยศูนย์ ก่อนจะกลายเป็นโรงแรมระดับหกดาวชั้นแนวหน้าของประเทศจนถึงตอนนี้

ผมอยากสานต่อ อยากดูแลสิ่งที่คุณหญิงย่ารักให้ดีที่สุดก็เท่านั้น

แต่คงจริงจังกับสิ่งที่ทำเกินไป แถมเวลาปกติ ถ้าไม่มีอะไรเกี่ยวกับเรื่องงานผมก็ไม่ค่อยออกไปสังสรรค์กับใครเท่าไหร่ ชีวิตวนลูปอยู่แค่ไม่กี่ที่ 

ถ้าไม่ทำงาน ผมก็จะพักผ่อนอยู่บ้าน ทุกคนเลยมองว่าผมเป็นพวกบ้างานกันหมด

“จ้า ไม่บ้าเลย ป่วยเพราะงานเนี่ย ไม่บ้างานเลยจริงจริ๊งงงงงงงง”

“พอแล้ว ไม่ต้องประชดแล้ว ฉันปวดหัว” 

ปากเล็ก ๆ ทำไมประชดประชันเก่งเหลือเกินนะ 

ผมทั้งขำทั้งอ่อนใจไปหมด ตั้งแต่ป่วยก็ถูกเจาแขวะเรื่องนี้ตลอด จนเริ่มจะคิดว่าตัวเองบ้างานอย่างที่ถูกกล่าวหาจริง ๆ แล้ว

“ก็ถ้าไม่อยากให้ผมประชดไม่เลิก คุณเทพก็อย่าทำตัวให้เป็นห่วงดิ”

“หือ เธอเป็นห่วง?” 

คล้ายบางอย่างในอกถูกกระตุ้น การเคลื่อนไหวผิดแผกไปจากเดิมเล็กน้อย เจ้าของใบหน้าดื้อรั้นที่กำลังอมลมไว้จนแก้มพองทั้งสองข้าง ทำท่าขัดใจเสียเต็มประดา

“เอ้า ผมก็ต้องห่วงอยู่ละปะ” มีบางอย่างกำลังฟองฟู หากทว่า “เจ้านายทั้งคนอะ”

“...” แป๊ปเดียวก็ฟีบลงทันตาเห็น

“ถ้าคุณเทพเป็นไรไป ใครจะจ่ายเงินเดือนผมเล่า”

“นั่นสินะ” ผมระบายยิ้มอย่างอ่อนใจ

เจายังทำหน้าเคืองผมเหมือนเดิม แต่ไม่ได้จริงจังนัก พลันรู้สึกขำตัวเองขึ้นมา ท่าทางผมจะถูกไข้หวัดเล่นงานจนระบบความคิดความอ่านรวนไปหมดแล้วกระมัง 

เจามักทำให้ผมรู้สึกคันไม้คันมือตลอดไม่ว่าเขาจะพูดหรือทำอะไร

ดูเหมือนจะเป็นอาการที่เรียกว่า มันเขี้ยวน่ะครับ

แค่ใบหน้าก็ดูซุกซนพอแล้ว ยังมาทำเสียงดื้อ ๆ แถมมองผมด้วยแววตารั้น ๆ อีก เห็นแล้วผมรู้สึกมันเขี้ยวอย่างที่ไม่เคยรู้สึกกับใครมาก่อน 

ทุกอย่างในตัวเจาเป็นความแปลกใหม่ในแบบที่ผมไม่เคยเจอ

เจาเป็นคนเดียวในบ้านที่เรียกผมว่า คุณเทพ ขณะคนอื่นเรียกผมว่า คุณชาย

คำนั้นเป็นคำใช้เรียกที่สร้างระยะห่างมากมาย และเป็นระยะห่างที่เคยทำให้ผมอึดอัด ผมเคยบอกให้ป้าศรีกับลุงสุชาติเลิกเรียกผมแบบนั้น แต่พวกเขาไม่ยอม บอกว่าผมเป็นเจ้านาย และเขาเป็นลูกจ้าง เรียกแบบนี้ก็สมควรแล้ว ยืนยันกันแข็งขันขนาดนั้น 

ผมก็ได้แต่ทำใจยอมรับ แต่พอถูกเรียกแบบนี้มาตั้งแต่เด็ก 

กลายเป็นว่าคนรอบข้างก็มักจะเรียกผมว่าคุณชายตามกันไปเสียหมด แถมทุกคนก็ทำตัวสุภาพกับผมมากจนบางทีผมเองก็รู้สึกเกร็งเหมือนกัน

กระทั่งตอนนี้ ผมก็ยังไม่เคยชินกับระยะห่างพวกนั้น

แต่เจาเป็นคนแรกที่ทำให้ผมรู้สึกว่าระยะห่างมันสั้นลง เขาเป็นคนแรกนอกเหนือจากคนในครอบครัวหรือเพื่อนสนิทที่ไม่เรียกผมว่าคุณชาย เป็นคนแรกที่ไม่ได้ใช้คำพูดหรือทำตัวสุภาพกับผมมากจนเกินไปอย่างคนอื่น บางครั้งพูดห้วนไม่มีหางเสียง บางทีก็แสดงสีหน้าขัดใจเวลาเขารู้สึกไม่ชอบใจ

ทุกอย่างที่เจาแสดงออก ผมไม่เคยคิดว่าเป็นเรื่องไม่ดีเลย

มีบางครั้งที่ผมตามภาษาของเขาไม่ค่อยทันเหมือนกัน

อย่างคำว่า ขิงที่เจาใช้ ผมก็เพิ่งเข้าใจความหมายเมื่อวานนี้เอง

เจาไม่ได้เป็นคนสุภาพมาก แต่ผมก็มองว่าเขาไม่ใช่เด็กก้าวร้าวหรือหยาบคายจนเกินไป เพราะความเป็นตัวของตัวเองที่เจาแสดงออกเป็นธรรมชาติ ทำให้ผมรู้สึกว่าระยะห่างที่น่าอึดอัดพวกนั้นถูกทำลายลงอย่างง่ายดาย

เวลาอยู่กับเจาผมรู้สึกสบายใจอย่างบอกไม่ถูก

หมับ!

กึก...

พลัน ความคิดทั้งหมดหยุดชะงัก เมื่อสัมผัสหยาบกร้านจากฝ่ามือเล็กวางทาบลงบนหน้าผากผมแบบไม่ทันตั้งตัว 

เจาเอามืออีกข้างทาบหน้าผากตัวเองเพื่อวัดไข้ กลอกตาไปมาเหมือนกำลังประมวลผล

“...” ผมนั่งพิงหัวเตียงนิ่ง ความอุ่นจากฝ่ามือเล็กยังคงสร้างความรู้สึกแปลกในอกไม่หาย

“ไข้ลดเยอะแล้วคุณเทพ ตัวไม่ค่อยร้อนละ เดี๋ยวก็หาย ดีจัง”

นี่ก็เป็นอีกอย่างที่ไม่เคยมีใครทำกับผมมาก่อน

การถึงเนื้อถึงตัวโดยไม่ได้รับอนุญาตน่ะ...

คนอื่นมักขออนุญาตทุกครั้งที่จะโดนตัวผม เมื่อวานตอนเจาเช็ดตัวให้ แปลกกว่านี้อีกครับ เป็นสถานการณ์ที่ประหม่าสุด ๆ ก็ผมอายุขนาดนี้แล้วยังต้องมาให้คนอื่นเช็ดตัวให้ มันออกจะประหลาดไปหน่อย 

ผมไม่ค่อยคุ้นชินสักเท่าไหร่ พอบอกว่าจะทำเอง เจาก็โวยวายไม่ยอม บอกว่าป้าศรีสั่งให้เขาดูแลผมให้ดี ถ้าไม่ทำเดี๋ยวเขาก็ถูกดุอีก

เจ้าเด็กแสบตีหน้ายุ่งสั่งให้ผมห้ามดื้อกับเขาด้วยน้ำเสียงจริงจังเชียวล่ะ

ผมเริ่มสับสนนิดหน่อยว่าใครเป็นเจ้านายใครเป็นลูกน้องกันแน่

แต่การได้เจาดูแลตอนป่วย... ก็ไม่ได้แย่เท่าไหร่

เจาทำหน้าที่ออกมาได้ดีกว่าที่คิดด้วยซ้ำ เขาไม่มีอาการประหม่าให้เห็นเลยตลอดเวลาที่เช็ดตัวให้ผม อาจเพราะเราทั้งคู่เป็นผู้ชายเหมือนกันจึงไม่มีอะไรน่าอาย 

อีกอย่าง เขาบอกว่าเคยดูแลแฟนเก่าตอนป่วยมาก่อนด้วย

เห็นจะมีแต่ผมที่ประดักประเดิดไม่คุ้นชินอยู่ฝ่ายเดียว

“เธอจัดอาหารกับยาให้ครบทุกเวลา ถ้าไข้ยังอยู่ก็แกร่งเกินไปแล้ว”

“ป้าศรีต่างหากเป็นคนจัด รายนั้นนะ พอคุณเทพป่วยก็ห่วงจะตาย เอาแต่บอกให้ผมดูแลคุณเทพดี ๆ”

“ถึงอย่างนั้นก็ต้องขอบใจเธอเหมือนกันที่ดูแลฉันอย่างดี” ผมบอก “ขอบใจนะ เจา”

“ด้วยความยินดีครับเจ้านาย!” เด็กแสบฉีกยิ้มกว้าง “งั้นเดี๋ยวผมมาเช็ดตัวให้คุณเทพอีกรอบนะ”

“ไม่ต้องเช็ดให้แล้วล่ะ ตอนนี้ไม่มีไข้ เดี๋ยวฉันว่าจะอาบน้ำ...”

“ไม่ได้ครับ!” เจาโพล่งขัดทั้งที่ผมยังไม่ทันพูดจบประโยคดี ขมวดคิ้วทำหน้ายุ่งใหญ่ “คุณเทพยังไม่หายป่วยดีเลย ขืนอาบน้ำก็ไข้กลับกันพอดี เดี๋ยวผมเช็ดตัวให้คุณเทพอีกรอบนั่นแหละดีแล้ว”

“...”

“เกิดไข้กลับขึ้นมาอีกรอบนะ คราวนี้ผมคงโดนป้าศรีเอาถาดฟาดหัวแน่”

“โอเค ไม่อาบก็ได้ เดี๋ยวฉันเช็ดตัวเอง”

“เช็ดเองก็ไม่ได้ครับ!

“เห็นฉันเป็นเด็กสามขวบหรือไง ฉันดูแลตัวเองได้น่า”

“ผมรู้ว่าคุณเทพดูแลตัวเองได้ครับ”

“...”

“แต่ให้ผมดูแลอะดีแล้ว”

กึก...

“...” ผมชะงักปลายนิ้ว สบตากับเด็กดื้อที่กำลังมองมาด้วยแววตาจริงจังในคำพูด

ถ้าเจาเอาประโยคนี้ไปพูดกับสาว ๆ รับรองได้เลยว่าจะต้องมีคนหลงความซื่อตรงของเขาแน่ ทั้งคำพูด น้ำเสียงบ่งบอกชัดเจนถึงความเป็นห่วงจากใจที่ส่งผ่านมาให้ เจาแสดงออกได้อย่างเป็นธรรมชาติจริง ๆ

“ไม่รู้แหละ คุณเทพห้ามดื้อ เดี๋ยวไอ้เจาคนนี้จัดการเอง ตกลงนะ” 

พูดเองเสร็จสรรพ หมัดมือชกกันอย่างนี้แล้วผมจะว่าอะไรได้ ถ้าตอบไม่ตกลงได้ผมก็คงทำไปแล้ว แล้วก็นะ... ตัวแสบอย่างเขามาว่าผมดื้อได้ด้วยเหรอเนี่ย

เขาน่ะจอมดื้อเลย

“ตามใจเธอก็แล้วกัน” ดื้อจนผมสู้ไม่ไหว ต้องยอมรับการดูแลอย่างจำนน

เด็กดื้อเก่งเลยคลี่ยิ้มออกมาอย่างพอใจ ก่อนจะหยิบถาดไปถือแล้วหมุนตัวเดินไปยังประตูห้องนอน ผมมองตามแผ่นหลังเล็ก 

กระทั่งเห็นเขาหยุดยืนอยู่ตรงกรอบประตู แล้วหันกลับมองผมทั้งที่ยังยิ้มอยู่

“เอ้อ คุณเทพ...”

“...?”

“ที่บอกว่าเป็นห่วงอะ” เจายิ้มตาหยี “นั่นผมเป็นห่วงจริง ๆ นะรู้เปล่า”

ให้ตายสิ...

ผมรู้สึกเหมือนมุมปากกำลังยกสูงขึ้นจนกลายเป็นเส้นโค้งไปแล้วครับตอนนี้

[END THEPTARA PART]




เทวดาของไอ้เจาป่วยจนได้สิน่า

คุณเทพรึก็อุตส่าห์ขิงไว้ว่าตัวเองตัวโต ไม่ป่วยง่าย ๆ หรอก โชว์ความใจดีช่วยผมอาบน้ำคุณเจคอปวันนั้นซะค่ำมืด แล้วเป็นไง สุดท้ายคุณเทพก็โดนหวัดแดกจ้า 

ส่วนไอ้เจาอะเหรอ เห็นแห้ง ๆ แบบนี้แต่แข็งแรงถึกทนมากเด้อขอบอก

คุณเทพต้องแอบหน้าม้านแล้วอะจังหวะที่รู้ว่าตัวเองป่วย

ถึงสาเหตุหลักอาจจะไม่ได้มาจากที่ช่วยผมอาบน้ำหมาน้านนนน แต่ป้าศรีก็ยังเล่นงานไอ้เจาซะแทบร้อง พอรู้ว่าผมให้คุณเทพมาช่วยอาบน้ำหมาก็ดุไปชุดใหญ่ละ ถึงจะเห็นว่าระดับคุณเทพก็ไม่รอดเหมือนกันก็เถอะ

แต่ว่านะ...

ป้าศรีดุเสียงนุ่มแบบนั้นคุณเทพจะกลัวป้าไหมถาม!

โอ้โห ลองโดนดุแบบที่ไอ้เจาโดนบ้างเด้ คุณเทพก็คุณเทพเหอะ ต้องมีหงอบ้างแหละวะ แล้วพอคุณเทพป่วย ป้าศรีผู้รักเจ้านายก็จัดไอ้เจาอีกชุดใหญ่ไฟกะพริบ 

พูดแล้วจะร้อง คุณเทพดื้อทำงานไม่ยอมนอนจนป่วยเองนะป้า!

ไอ้เจาผิดอัลไลลล ทำไมต้องงดทำกับข้าวให้ไอ้เจากินแบบเน้!!

ป้าศรีไม่ยอมทำกับข้าวให้ผมตั้งแต่เมื่อวาน บอกว่าจะทำโทษจนกว่าคุณเทพจะหายป่วย

ฮือออ ป้าศรีใจร้ายยยยยยยยยย

ผมนี่นอนท้องร้องทั้งคืนเพราะมาม่าแม่งรสชาติไม่ถึง ตั้งแต่มาอยู่บ้านคุณเทพก็คือกินดีอยู่ดีมากไง ลิ้นสูงขึ้นจ้า มาม่านี่แดกแล้วท้องก็ยังร้อง อิ่มเหมือนไม่อิ่ม กับข้าวฝีมือป้าศรีคือสุดจริง อร่อยจัดจนไอ้เจาติดรสมือป้าไปละ ทีนี้พอไม่ได้กินของอร่อยท้องผมก็ร้องโครกครากประท้วงแทบนอนไม่ได้ ป้าศรีก็ใจแข็งเกิ๊น อ้อนแล้วก็ยังไม่ยอม

เนี่ย ผมต้องดูแลคุณเทพให้หายป่วยไว ๆ ไม่งั้นเดี๋ยวคนรักเจ้านายเก่งจะไม่ยอมทำกับข้าวให้กินอีก

บอกเลยว่าเคืองคุณเทพที่ทำให้ไอ้เจาอดกินของอร่อย

แต่เอาจริงก็ไม่ได้จริงจังขนาดนั้นอะ

ใจจริงก็ห่วงคุณเทพด้วยแหละ ไม่รู้คุณเขาจะโหมงานไรเบอร์นั้น ไม่ห่วงตัวเองบ้างเลย อาทิตย์ก่อนผมเห็นไฟห้องคุณเทพเปิดไว้จนเกือบเช้าแทบทุกคืน 

ที่รู้ว่าเปิดเกือบเช้าเพราะเดี๋ยวนี้ผมตื่นเช้ามากไง กะว่าจะออกไปวิ่งกับคุณเทพแหละ แต่คุณเทพก็ดันมาทำงานจนไม่ได้ออกมาวิ่งเลย ใครจะคิดว่าคุณเทพจะทำงานจนป่วยซะได้

ดูดิ แล้วมาบอกตัวเองไม่ได้บ้างาน อมวัดมาพูดก็ไม่เชื่อออออ

“ไข้ก็ยังไม่หายดี คุณเทพลงมาตากแดดตากลมทำไมเนี่ย”

ตอนเดินออกมาจากสวนกล้วยไม้ในร่ม พลันเห็นร่างสูงสง่าของเจ้านายกำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่ที่โต๊ะนั่งเล่นบริเวณสนามหญ้าก็เลยรีบเดินมาหา ขมวดคิ้วมองคุณเทพนิดหน่อย 

ถึงจะมีเงาร่มจากต้นไม้ใหญ่บังแดด แต่อากาศตอนกลางวันในกรุงเทพแม่งโคตรโหดสัดรัสเซีย ออกมาตากแดดตากลมเดี๋ยวก็ได้ไข้กลับของจริงหรอกทีนี้

“อยู่แต่ในห้องฉันก็เบื่อเหมือนกันนะ”

“คุณเทพป่วยก็ต้องพักผ่อนเยอะ ๆ ดิ”

“นอนเยอะจนปวดหัวไปหมดแล้ว ตอนนี้ไม่มีไข้ ตัวก็ไม่ร้อน ดีขึ้นกว่าเมื่อเช้าเยอะ แค่ออกมานั่งรับลมนิดหน่อยคงไม่ทำให้ไข้กลับง่ายขนาดนั้นหรอกน่า” 

ว่าแต่ผมซน คุณเทพก็ดื้อเก่งเหมือนกันแหละ

ฮึ่ย เจ้านายขี้ดื้อ!

“ทำไมคุณเทพรั้นเก่ง” ผมหน้ามุ่ย ขยับเข้าไปใกล้ ยกมือทาบหน้าผากคุณเทพเหมือนที่ทำเมื่อเช้าเพื่อวัดไข้ กลอกตาไปมาเล็กน้อยเพื่อประมวลผล 

โอเค ตัวไม่ร้อนแล้ว หน้าตาหล่อ ๆ ก็เริ่มมีเลือดฝาดกว่าเมื่อวานเยอะ

อืม พรุ่งนี้ก็น่าจะหายดีแล้วมั้ง

“เชื่อเถอะ ไม่เท่าเธอหรอก”

ผมทำปากยื่น ไม่ต้องมายิ้มหล่อใส่เลย ยิ้มงี้แล้วไอ้เจาจะไปเคืองลงได้ยังไงเล่า! 

ฮือออ คนอะไรวะ หล่อฉิบหาย ยิ้มทีคนมองใจบางไปหมดแล้วจ้า ขนาดผมเป็นผู้ชายแท้ ๆ ยังโคตรชอบยิ้มของคุณเทพเลยไง

คนอีหยังวะ มาหล่อกะเดี้ยกะด้อแท้น้อ (คนไรว้า หล่อฉิบหายเลยเนี่ย!)

“ไม่รู้แหละ คุณเทพอย่าป่วยอีกแล้วกัน”

“กลัวอดกินข้าวฝีมือป้าศรีขนาดนั้นเลยเหรอ?”

หืมมม ยังไงเอ่ย เดี๋ยวนี้คุณเทพของไอ้เจาแซะเก่งจังเลยน้า

“อันนั้นก็ไม่ปฏิเสธอะ” ผมดีดนิ้วดังเปาะ “แต่ผมก็ไม่ชอบให้คุณเทพป่วยด้วย นี่ก็ไม่ได้เห็นแก่กินอย่างเดียวปะ ถึงกับข้าวป้าศรีจะอร่อยมากก็เถอะ แต่บอกว่าห่วงก็คือห่วงจริง ๆ ไอ้เจาไม่ได้ขี้ฮกเบเบ๋นะคุณเทพ”

“รู้แล้ว” คุณเทพพยักหน้าแล้วยิ้มอ่อน “ขอบคุณนะที่เป็นห่วง”

เจอคุณเทพยิ้มหล่อใส่ถึงกับทำอะไรไม่ถูก ยกมือเกาแก้มแล้วยิ้มแก้เก้อ

“อ่า... ครับ” 

แผ่นดินอาจจะไหว แต่ไอ้เจาไม่ไหวละตอนนี้

เจ้านายใครวะ หล่อละมุนต่อใจดีจริง ๆ เลยโว้ยยยยย

 



ก๊อก ๆ ๆ

“คุณเทพ ป้าศรีให้ผมเอาชามาให้”

“เข้ามาได้เลย”

แกรก...

ผมเปิดประตูห้องทำงานทันทีที่ได้รับอนุญาต เข้ามาก็เห็นคุณเทพนั่งอยู่ที่เก้าอี้ประจำตำแหน่งหลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ มีแฟ้มเอกสารเป็นตั้งวางอยู่ มือขวาก็กำลังจรดปากกาเซ็นลงไปแผ่นแล้วแผ่นเล่า 

ผมเผลอหยุดชะงัก ยืนมองภาพคุณเทพตอนทำงาน สายตาคมใต้กรอบแว่นดูจริงจังตอนไล่อ่านข้อความบนเอกสารต่าง ๆ ก่อนจะเซ็นลงไป

สมาธิคุณเทพโคตรดีเลยว่ะ

ตั้งแต่ผมเดินเข้ามา คุณเทพยังไม่เงยหน้าขึ้นมามองเลยเถอะ

พอเห็นสภาพของเจ้านายของตัวเองก็อดถอนหายใจอย่างเสียไม่ได้ 

แหมะ! นี่เหรอที่บอกว่าตัวเองไม่ใช่คนบ้างาน อมวัดมาพูดไอ้เจาก็ไม่เชื่อ! เพิ่งหายไข้สนิทได้ไม่กี่วันก็กลับมาทำงานเป็นบ้าเป็นหลังอีกละเนี่ย

ไม่แปลกหรอกที่ป้าศรีจะห่วงเรื่องสุขภาพของคุณเทพนัก

ก็ดูสิ คุณเทพคนขยันกำลังทำงานงก ๆ ไม่ยอมหลับยอมนอน

“งานยังไม่เสร็จเหรอคุณเทพ” ผมถามตอนเดินมาหยุดอยู่หน้าโต๊ะ ยกแก้วชาร้อนวางไว้บนโต๊ะแล้วยืนกอดถาดไว้แนบอก พลางเหลือบมองนาฬิกาดิจิตอลตั้งโต๊ะ “นี่จะห้าทุ่มแล้วนะ เดี๋ยวป่วยอีกหรอก”

“อืม มีเอกสารต้องรีบเซ็นนิดหน่อยน่ะ”

“...” โทนเสียงทุ้มน่าฟังตอบกลับ โดยเจ้าของเสียงก็ยังไม่ละสายตาจากงานตรงหน้า ผมยังยืนกอดถาดมองคุณเทพอยู่ที่เดิม 

บอกตามตรงว่าเวลาคุณเทพทำงานนี่ดูมีเสน่ห์บอกไม่ถูก 

เหมือนเป็นเสน่ห์ของผู้ใหญ่เลยว่ะ

คุณเทพดูดีแม้ยามนั่งเซ็นเอกสาร ไอ้เจาก็เลยเผลอยืนมองนานไปนิด

เฮือก...

“มีอะไรหรือเปล่าเจา?” พอคนถูกมองเงยหน้าขึ้นมามองกลับเลยเผลอสะดุ้ง

“อ่า...” ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะสะดุ้งทำไม ได้แต่อ้ำอึ้งคิดคำพูดไม่ออกไปชั่วขณะ 

ผมสบตากับสายตาคมคู่สวยแฝงด้วยความอบอุ่นนิ่ง หากไม่นานก็ต้องเป็นฝ่ายหลบตา ช่วงนี้รู้สึกจ้องตาคุณเทพนาน ๆ ไม่ค่อยได้ ไม่รู้ทำไม

เฮ้อ กูนี่ก็ทำท่าเหมือนเด็กทำผิดแล้วถูกจับได้งั้นแหละ ก็แค่แอบมองเองปะวะ!

“ว่าไง? จ้องหน้าฉันทำไมน่ะ”

“เอ่อ คือ... เดี๋ยวผมอยู่เป็นเพื่อนคุณเทพนะ จะได้รอเก็บถ้วยชาไปล้างด้วยอะ”

“ไม่ต้องหรอก ดึกแล้ว เธอไปนอนเถอะ เดี๋ยวฉันเอาถ้วยไปเก็บเอง ไม่เป็นไร”

“ไม่เอาอะ ผมอยู่เป็นเพื่อน” ผมยืนกราน “จะนั่งรอคุณเทพทำงานเงียบ ๆ เสร็จแล้วผมจะนวดให้ คุณเทพเมื่อยใช่ไหมล่ะ ผมรู้หรอก นั่งทำงานบนเก้าอี้นาน ๆ แบบนั้น ผมนวดให้ก่อนนอนจะได้หลับสบายไง”

ขนาดป้าศรียังชงชาคาโมมายล์มาให้คุณเทพเลย ป้าศรีบอกว่าชานี้จะช่วยให้คุณเทพหลับสบายแล้วก็ผ่อนคลายความเครียด 

ผมเองก็เป็นห่วงคุณเทพเหมือนกันนะ เพิ่งหายป่วยด้วย นั่งทำงานงี้เมื่อยแย่เลยอยากนวดให้

คุณเทพดีกับไอ้เจาตั้งเยอะ แค่นี้ไอ้เจายินดีทำให้อยู่แล้ว!

“ดื้อนะ” คุณเทพพึมพำไรสักอย่างที่ผมไม่ได้ยิน

“คุณเทพว่าไงนะ?” ผมเลิกคิ้วเป็นเชิงถาม

“เปล่าหรอก” คุณเทพส่ายหน้า “อยากอยู่ก็ตามใจเธอ ไปนั่งรอที่โซฟาตรงนั้นแล้วกัน”

“ครับผม!

เมื่อตกลงกันได้ผมก็เดินไปวางถาดบนโต๊ะเตี้ย แล้วปีนขึ้นไปนั่งขัดสมาธิบนโซฟาหนังตรงมุมหนึ่งของห้อง 

หูยยยย เป็นบุญตูดของไอ้เจาอีกแล้วว่ะ ได้นั่งได้สัมผัสของแพงของดีแบบนี้ เอาจริงก็ตั้งแต่ตอนได้นั่งรถด่วนของคุณเทพละ นี่ถ้าไม่ได้มาเจอคุณเทพก็ไม่รู้ว่าตายแล้วเกิดอีกกี่ชาติกูถึงจะมีโอกาสสัมผัสของแพง ๆ แบบนี้นะเนี่ย

งืมมม นั่งแล้วโคตรสบายจนบรรยายไม่ถูก

เข้าใจเลยว่าทำไมของแพงมันถึงดี แม่งดีสมราคาจริงอะไรจริง ความรู้สึกดีกว่าตอนนั่งโซฟารับแขกหน้าห้องเถ้าแก่ตั้งเยอะ 

อันนั้นแม่งแข็งฉิบหาย นั่งรอทีเหน็บแทบแดกตูดอยู่แล้วเถอะ

แต่สบายเกินไปอะตอนนี้ นั่งไม่เท่าไหร่ก็เริ่มง่วงนิดหน่อยแล้วแฮะ

ด้วยความที่มันทั้งนุ่มทั้งสบาย จากตอนแรกนั่งขัดสมาธิมองคุณเทพทำงานเพลิน ๆ ก็เริ่มเลื้อยลงไปนอนแบบเนียน ๆ อ้าปากหาววอด ๆ เหลือบตามองก็ยังเห็นคุณเทพหน้านิ่วคิ้วขมวดอ่านเอกสารไม่เลิก

ไม่รู้ว่าคุณเทพเซ็นอะไรเยอะแยะ รีบขนาดต้องเซ็นให้หมดวันนี้เลยเหรอวะ

เฮ้อ เป็นเจ้าคนนายคนก็ลำบากเหมือนกันนะเนี่ย

ผ่านไปพักใหญ่ หนังตาก็เริ่มหนักขึ้นเรื่อย ๆ หันไปมองนาฬิกาแขวนผนังก็เห็นว่าเลยห้าทุ่มครึ่งมานิดหน่อยแล้ว มิน่าถึงง่วงจนตาจะปิด ตั้งแต่มาอยู่ที่นี่ผมก็นอนไวตื่นเช้ากว่าเมื่อก่อนมาก คือไม่อยากดูขี้เกียจ ทั้งที่ปกติกูก็เป็นคนขี้เกียจนั่นแหละ แต่อยากทำงานให้คุ้มกับที่คุณเทพจ้างไงเลยงัดตัวเองตื่นแต่เช้าไปช่วยป้าศรีทุกวัน

ไปจ่ายตลาดกับป้าศรีบ้าง พี่กบบ้าง บางวันก็ไปซื้อของตามรายการที่ป้าศรีจดให้บ้าง แล้วก็มาช่วยงานในครัวป้าศรีกับพี่กบตอนทำอาหารเช้า แต่ไม่ได้ทำไรหรอก แป๊ป ๆ ก็โดนไล่ออกไปรดน้ำกล้วยไม้

ผมนอนตะแคงมองคุณเทพก้มหน้าก้มตาทำงานอยู่อย่างนั้น

ไม่ทันรู้ตัว ภาพตรงหน้าก็ค่อย ๆ เลือนรางลงทีละนิด ทีละนิด...

กระทั่ง ความมืดแทรกซึมเข้ามายึดครองโสตประสาท สุดท้ายก็เผลอหลับไปโดยไม่รู้ตัว

“อ้าว หลับซะแล้ว ไหนบอกจะอยู่เป็นเพื่อน จริง ๆ เลย”

“...”

“เจา ตื่นเถอะ กลับไปนอนที่ห้องดีกว่านะ”

พึ่บ!

“อื้อออ” ผมขยับตัวอย่างรำคาญ ปัดบางอย่างที่สะกิดตรงต้นแขนออก แล้วพลิกตัวเข้ามุมอีกด้าน เมื่อได้มุมสบาย โสตประสาทก็ปิดตัวลง 

มีบางอย่างกวนผมอยู่ในความมืดอีกสามสี่ครั้ง คล้ายมันจะทำลายความสบายในการนอนของผม แต่ผมไม่ยอมหรอก ง่วงจะตายห่าอยู่แล้ว 

อย่ามากวนนะโว้ย คนจะนอน!

ถ้าลองได้นอนแล้ว... ต่อให้เอาช้างมาฉุด ไอ้เจาก็ไม่ตื่น!

“เฮ้อ ทำไมถึงหลับลึกขนาดนี้เนี่ย”

“...”

“แล้วนอนตรงนี้จะไปสบายตัวได้ยังไง”

“...”

“เจา จะไม่ตื่นจริง ๆ ใช่ไหม?”

ผมกำลังฝันแหละ

ฝันว่าตัวเองลอยตัวอยู่บนอากาศ ล่องลอยไปที่ไหนสักแห่ง คล้ายกำลังเคลื่อนตัวเข้าไปแสงอาทิตย์ที่ให้ความรู้สึกสบายและอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูก 

ก่อนตัวผมที่ล่องลอยจะตกลงบนปุยเมฆนุ่มนิ่ม นุ่มมากจนประสาทสัมผัสยิ่งจมดิ่งลงไปกับความสบายนั้น รู้สึกดีมากจนต้องบดเบียดตัวเข้าไปรับความอบอุ่นของแสงอาทิตย์

อา... สบายจัง

คืนนี้คงเป็นคืนที่ไอ้เจาฝันดีที่สุดในชีวิต


TBC.

*กัดผ้าเช็ดหน้า*

เจาไม่ไหว เราก็ไม่ไหวเหมือนกันค่ะะะะ!

ตอนที่แล้วคุณเทพโดนน็อก ตอนนี้ไอ้เจาโดนน็อกบ้าง แลกกันคนละหมัดโน๊ะ

"หึ เด็กดื้อเอ้ย"

Contact me:     Twitter: @noknsn     Facebook: noksinsn



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 336 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

316 ความคิดเห็น

  1. #307 Paoly YG (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 27 มีนาคม 2563 / 22:59
    เขีนมากแม่
    #307
    0
  2. #296 Natthap1719 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 12 มกราคม 2563 / 09:37
    โอ่ยเขินมาก-//-55555
    #296
    0
  3. #284 View_Aranya (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2562 / 05:50

    ......
    #284
    0
  4. #257 pcy921 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2562 / 08:01
    คุณเทพอุ้มไปนอนด้วย
    #257
    0
  5. #169 Xialyu (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 14 กันยายน 2562 / 18:52
    อยากจะแหมมมมทั้งคนน้องและคนพี่555
    #169
    0
  6. #97 KuKoi Kim (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2562 / 22:06
    น้องเจาาาา หนูไม่ได้ไปนอนอ่อยเขาใช่ม๊ายยยยค๊าาาา
    #97
    0
  7. #82 Nun7036 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2562 / 16:51
    เขินอ้ะ เขินอะไรไม่รู้ แงงงงง ผลัดกันดื้องี้หรอคะ คุณเทพกะอบอุ่นยิ่งกว่าเตาผิง อบอุ่นจนนี่จะละลายแทนจั่นเจาแร้วววววว
    #82
    0
  8. #42 secret secret (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 28 มีนาคม 2562 / 11:25
    เข้าใจฟิวที่กำลังหลับแร้วตัวลอย55555
    #42
    0
  9. วันที่ 20 มีนาคม 2562 / 11:23

    แหมมม เนียนเลยนะเจา

    #28
    0
  10. #27 Black-color (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 20 มีนาคม 2562 / 09:27
    ดื้อกันเก่ง
    #27
    0
  11. #26 Alano เจ้าชายรูปงาม (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 20 มีนาคม 2562 / 01:01
    ชอบมากค่ะรอน้า
    #26
    0
  12. วันที่ 16 มีนาคม 2562 / 13:31

    หลงรักเด็กดื้อออ

    #25
    0
  13. #24 Fallen Neko (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 16 มีนาคม 2562 / 00:12
    น้องดื้อแล้วน่ารักมากเด้ออ ไม่ไหวแล้ว ละมุนไปหมด
    #24
    0
  14. วันที่ 13 มีนาคม 2562 / 09:36

    รอคร่าาาา

    #20
    0
  15. #19 Fallen Neko (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 13 มีนาคม 2562 / 02:15
    เจิมมรอ น้องน่ารักมาก อยากอ่านแล้ววว
    #19
    0