{END} Crash Love กระแทกรัก |【ตีพิมพ์กับ Product Y】

ตอนที่ 4 : กระแทกรัก : Chapter 3 [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,743
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 354 ครั้ง
    13 มี.ค. 62

{ Y a o i / B o y' s L o v e }


ติดแฮชแท็ก #คุณเทพไอ้เจา

Chapter 3




“คุณเทพนี่ใจดีเนอะป้า ตั้งแต่ผมมาอยู่นี่ยังไม่เคยเห็นคุณเทพด่าใครเลยอะ”

“คุณชายไม่ใช่คนหยาบคายเสียหน่อย จะไปด่าใครได้ยังไงล่ะเจา”

“ไม่ ๆ ผมหมายถึง คุณเทพไม่ค่อยดุจริงจังอะ อย่างตอนผมพังบ้านคุณเทพอาทิตย์ก่อน เขายังไม่เห็นด่าผมสักคำ ถึงจะแอบทำหน้าเหนื่อยบ้างก็เถอะ แต่เขาก็ยังใจดีหางานที่เหมาะกับผมให้จนได้ แทนที่จะไล่ออกไปเลย”

แต่ไม่ไล่ออกนั่นแหละดีแล้ว ไอ้เจายังต้องการเงินประทังชีวิตตตต

“คุณชายเป็นคนจิตใจดี เดี๋ยวเจาอยู่ที่นี่ไปก็จะรู้”

“มาอยู่ไม่เท่าไหร่ ผมว่าผมก็พอรู้แล้วล่ะป้าศรี คุณเทพอะสุดยอด”

“คุณชายน่ะถูกอบรมสั่งสอนมาอย่างดีตั้งแต่เด็ก ๆ บุคลิกดี สุภาพ อ่อนโยน ใจเย็น ใจกว้าง เป็นคนอบอุ่นมากด้วย คุณชายเป็นคนดีที่หนึ่งของป้าเลย ทั้งหล่อทั้งใจดี โลกนี้ไม่มีใครดีเท่าคุณชายของป้าอีกแล้ว”

“ใช่ ตั้งแต่ทำงานที่นี่มาก็คิดว่าคุณชายเป็นเจ้านายที่ดีมากจริง ๆ ลูกน้องที่โรงแรมก็รักคุณชายกันทุกคน ขยันทำงาน เวลาลูกน้องทำผิดก็ตักเตือนแล้วคอยแนะนำ ถึงเวลาทำงานคุณชายจะสุขุมกว่าตอนอยู่บ้านก็เถอะ”

อวยเจ้านายเก่งสุดก็ลูกน้องบ้านนี้แหละ แฟนคลับคุณเทพทั้งนั้น

“เสียอย่างเดียว คุณชายทำงานหนักเกินไป จนบางทีป้าก็เป็นห่วงสุขภาพ”

“คนซีเรียสเรื่องงานก็แบบนี้แหละป้า” ลุงสุชาติว่า “บางทีก็อยากให้มีใครสักคนมาดูแลคุณชายบ้าง”

“อ้าว แล้วคุณเทพไม่มีแฟนเหรอ ผมว่าอย่างคุณเทพนี่ต้องมีสาวติดตรึมชัวร์เลย” 

เพอร์เฟ็กต์ไปหมดขนาดนี้ ทั้งหน้าตา หน้าที่การงาน ฐานะการเงิน ฐานะทางสังคม คุณเทพต้องมีสาว ๆ เข้ามาหาไม่ขาดสายแน่

แต่ก็แปลกนะ ผมไม่ค่อยเห็นใครมาหาคุณเทพที่บ้านเลยแฮะ

“มีคนอยากเข้าหาคุณชายเยอะเชียวล่ะ แต่คุณชายน่ะทำแต่งาน ไม่ค่อยสนใจใครหรอก”

“จริงเหรอ” ผมเลิกคิ้วสูงอย่างแปลกใจ “ทำแต่งานจนไม่มีแฟนเลยเหรอลุง?”

“ถ้าแต่งกับงานได้ คุณชายก็คงทำไปแล้ว”

“โหหห อะไรจะขนาดนั้น คุณเทพบ้างานไปปะเนี่ย ยอมใจ เหงาตายชัก”

“คุณชายเป็นแบบนี้มาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้วล่ะ” ลุงสุชาติบอก “งานมาอันดับแรกเสมอ ยิ่งโรงแรมนี้เป็นโรงแรมที่คุณหญิงรัก คุณชายก็ยิ่งทุ่มเทให้มาก ทำงานหนักทุกวันเพื่อให้โรงแรมออกมาดีที่สุดเสมอนั่นแหละ”

ดูก็รู้ว่าคนเก่าคนแก่ของบ้านนี้รักและเทิดทูนคุณชายของพวกเขาแค่ไหน 

ผมไม่สงสัยเลยว่าทำไมป้าศรีกับลุงสุชาติถึงได้ดูรักคุณเทพขนาดนั้น เพราะตัวผมเองก็ได้สัมผัสความใจดีและความอบอุ่นของคุณเทพมาแล้ว

ผมทำงานที่บ้านคุณเทพมา วันนี้ก็เข้าอาทิตย์ที่สองแล้วครับ

แน่นอนว่าผมค้นพบงานที่ตัวเองถนัดและทำได้ดีแล้วเหมือนกัน

ซึ่ง... งานสวนแม่งก็ไม่ใช่ทางของไอ้เจาอะทุกคน

ตอนแรกที่คุณเทพให้ลองทำสวน เรื่องรดน้ำกล้วยไม้ผมค่อนข้างทำได้ดีทีเดียว แต่เสือกมาตกม้าตายตอนตัดแต่งต้นไม้อะไรสักอย่างที่เขาชอบปลูกเป็นพุ่มเหมือนแนวกำแพงเตี้ย ๆ อะ นั่นแหละ ต้องหมั่นตัดแต่งให้สวยไง และคุณเทพก็เล็งเห็นในเย็นวันหนึ่งว่า... 

ผมไม่เหมาะกับงานสวนอย่างจริงจัง 

ยิ่งทำก็ยิ่งเละเทะ ฉิบหายจริงไรจริง

ก็คือ กูแม่งตัดพุ่มไม้เขาแหว่งไปทั้งสวนเลยไอ้เหี้ย!

ร้องไห้หนักมากกกก... หมายถึงคุณเทพน่ะนะ

จังหวะตัดมันก็เพลิน ๆ ไม่รู้หรอกว่าแม่งไม่เท่ากัน จังหวะนั้นคือมองใกล้ ๆ มันก็เท่าอะ แต่พอตัดเสร็จแล้วหันกลับไปชื่นชมผลงานตัวเองเท่านั้นแหละ 

น้ำตาจะไหล จากสวนที่เคยสวยกูสามารถทำให้มันเฮงซวยขึ้นมาเฉ้ยยยย

สุดท้าย เรื่องราวก็จบลงที่ผมมีหน้าที่แค่... 

รดน้ำต้นไม้ อาบน้ำคุณเจคอป แล้วก็ล้างรถ

งานพวกนี้รับรองว่าเซียนจริง สมัยอยู่บ้านนอกเคยทำงานพาร์ทไทม์หาตังค์ไปเปย์เฟิร์นที่คาร์แคร์ในปั๊มน้ำมันมาก่อน ซึ่งคุณเทพก็แทบตบกะโหลกแล้วชี้หน้าด่ากูว่า 

แล้วทำไมมึงไม่บอกกูตั้งแต่แรก ไอ้เด็กเวร!!’

แต่เปล่าหรอก กูมโนครับ ไม่ต้องตกใจ คุณเทพไม่ใช่คนหยาบคาย โคตรสุภาพ แถมผู้ดี๊ผู้ดี ไม่มีทางพูดอะไรแบบนี้ออกมาแน่นอน 

นี่ผมยังคิดอยู่เลยว่าชีวิตนี้คุณเทพเคยหลุดคำหยาบออกมาบ้างหรือเปล่า 

คุณเทพไม่ได้ด่า แค่ถอนหายใจเหมือนระอาหน่อย ๆ แหละ เพราะกูทำสวนที่สนามหญ้าเขาฉิบหายจนต้องเรียกคนดูแลสวนตัวจริงมาจัดการ

อื้อหือออ ป้าศรีน่ะดุผมยกใหญ่ ลุงสุชาติก็ค่อยขยี้ประเด็นอย่างสม่ำเสมอ เดี๋ยวนี้ผมเริ่มสนิทใจกับพวกเขาแล้วไง บอกเลยว่านอกจากจะอวยเจ้านายเก่งก็ซ้ำเติมเก่งทุกคนอะลูกจ้างบ้านนี้

อ้อ ส่วน คุณเจคอป ที่ว่าคือหมาไฮโซตัวนั้นแหละ

ขนาดชื่อหมาคุณเทพยังดูดีมีชาติตระกูลกว่าชื่อกูอีกอะคิดดู เศร้า

คุณเจคอปเป็นหมาของคุณเทพ ไม่ดิ คุณเทพบอกว่าเป็นหมาที่คุณหญิงย่าเก็บมาเลี้ยง ตอนนี้อายุสี่ขวบ มันถูกคนใจร้ายเอาไปปล่อยวัดน่ะ เห็นว่าตอนเจอครั้งแรกผอมโซแล้วก็เป็นขี้เรื้อนด้วย

แต่ตอนนี้คืออุดมสมบูรณ์น่าฟัดมากกกกกกก!

คุณเจคอปเป็นพันธุ์ไซบีเรียนฮัสกี้(คุณเทพบอกมาอีกที) เพศผู้ โคตรหมาบ้าพลังเหมือนเมากัญชาตลอดเวลา แถมยังชอบเล่นน้ำสุด ๆ ตอนผมจับอาบน้ำนี่ดี๊ด๊ายิ่งกว่าคนพี้ยา แถมยังชอบแอบไปโดดน้ำในสระหลังบ้านเล่นด้วย

ตอนนี้ผมกับคุณเจคอปเป็นเพื่อนสนิทกันละจะบอกให้

เราชอบชวนกันอาบน้ำแล้วก็ไปโดดน้ำเล่นในสระจนโดนป้าศรีดุไปหลายรอบ แต่คุณเทพไม่ได้ว่าอะไร นอกจากทำหน้าเหมือนคนเป็นไมเกรน 

ผมโคตรชอบคุณเจคอปเลยอะ มันทำให้ผมนึกถึงเพื่อนเก่าขึ้นมา

ไม่ใช่คนนะ... ควายน่ะ ชื่อ บุญสม

ผมเลี้ยงมันมาตั้งแต่ผมยังเด็ก แม่มันคลอดบุญสมตอนผมแปดขวบ แม่ของมันเป็นควายของพ่อผมเอง เราเล่นด้วยกัน อาบน้ำด้วยกัน ไถนาด้วยกัน หมายถึงผมจับคันไถนะ ไม่ได้รักเพื่อนขนาดลงไปไถแทนควายแต่อย่างใด 

แม้พ่อจะพูดกรอกหูทุกวันว่าผมโง่ยิ่งกว่าควาย น่าจะเลิกเรียนแล้วออกมาไถนาแทนบุญสมก็ตามที

แต่ตอนนี้บุญสมไม่อยู่แล้ว ป่านนี้คงไปเกิดบนดาวควายน้อยตามแม่มันไปแล้วมั้ง

พ่อขายแม่ไอ้บุญสมไปตอนผมขึ้น ม.1 เพราะต้องเอาเงินมาส่งผมเรียน ตอนนั้นบุญสมซึมจนน่าเป็นห่วง มันร้องไห้อยู่หลายวันจนผมต้องนอนเฝ้ามันตลอด ผมรู้สึกผิดที่พ่อต้องขายแม่มันเพราะผม ก่อนที่ผมจะเสียใจมากที่สุดเมื่อวันที่พ่อต้องขายเพื่อนผมให้โรงฆ่าสัตว์มาถึง ปัญหาคือเงินอีกเช่นกัน ทั้งที่ผมบอกว่าผมไม่เรียนต่อ แต่พ่อก็ไม่ฟัง

สุดท้าย พ่อก็ขายมัน ผมโกรธพ่อจนเราทะเลาะกัน

ช่วงก่อนผมจะเรียนจบ ปวช. นั่นแหละ ผมก็ยิ่งยืนกรานว่ายังไงก็ไม่เรียนเหมือนเดิม ผมรู้ว่าเขาไม่มีเงินไง รู้ตัวด้วยว่าตัวเองเรียนไม่ไหวหรอก แค่ปวช. ก็แทบกราบตีนอาจารย์ขอจบมาอยู่แล้ว ยิ่งพ่อมาขายไอ้บุญสมเพื่อจะให้ผมเรียนก็เลยยิ่งทะเลาะกันใหญ่ 

นี่เป็นอีกสาเหตุที่ทำให้ผมตัดสินใจหนีมากรุงเทพฯ ผมอยากมีชีวิตที่ดีกว่านี้ ชีวิตที่หาเงินโดยไม่ต้องแลกกับการขายชีวิตของใคร 

ผมยังจำได้ว่าตอนที่รถโรงฆ่ามารับมัน ผมร้องไห้แทบขาดใจไม่ว่ายังไงก็ไม่ยอม

แต่สุดท้าย ผมเป็นแค่เด็กห่วย ๆ ที่ทำอะไรไม่ได้สักอย่าง

พ่อผมรับเงินเขามาแล้ว และพ่อไม่ยอมเอาเงินไถ่มันคืน เขาก็เลยเอาไอ้บุญสมไป

โฮ่ง!

สติพลันกลับเข้าร่าง ตอนได้ยินเสียงเรียกจากเพื่อนใหม่

“อ้าว คุณเจคอป” คุณเจคอปวิ่งคาบสายยางมาหาผมที่กำลังนั่งกินข้าวอยู่กับป้าศรีกับลุงสุชาติที่ครัวหลังบ้าน ท่าทางจะมาตามไปอาบน้ำ “รอพี่เจากินข้าวก่อนได้เปล่า เดี๋ยวค่อยไปอาบน้ำกันเนอะ”

โฮ่งงงง

“คุณเจคอปเขาว่าไงล่ะเจา?” ลุงสุชาติถามยิ้ม ๆ

“คุณเจคอปบอก โอเค เชิญแดกต่อเลยจ้ะพี่จ๋า งี้อะ” ผมก็ตามน้ำไป ไหลกว่านี้ก็น้ำตกละเด้อ

“คิก ๆ คุณเจคอปเป็นตัวผู้พูดจ๊ะจ๋าด้วยเหรอ เจา”

พี่กบ ผู้ช่วยแม่บ้านมือวางอันดับหนึ่งของป้าศรีถาม พร้อมกับถือจานข้าวสวยของตัวเองมานั่งข้างผม พี่กบกลับมาจากต่างจังหวัดหลังผมมาอยู่ที่นี่ได้สามวัน เธออายุมากกว่าผมไม่กี่ปีทำให้เราสนิทกันเร็ว แถมยังคุยกันถูกคอ 

คนที่บ้านนี้มีแต่คนนิสัยดีน่าคบทั้งนั้นเลยแหละ ตั้งแต่อยู่ที่นี่มาผมรู้สึกว่าตัวเองได้รับพลังด้านพวกเยอะมาก

ยิ่งจากคุณเทพนะ บวกเก่งกว่านี้ก็แชมป์คิดเลขระดับโลกแล้วววว

“ก็คุณเจคอปเป็นผู้ชายน่ารัก คิขุอาโนเนะ” ว่าแล้วก็หันไปหาเพื่อนใหม่ “เนอะคุณเจคอป เนอะ”

โฮ่ง!

เนี่ยยย น่ารักเก่ง ถามไรตอบได้ อีกนิดก็อับดุลละนะบอกเลย

แหม่ ว่าแล้วก็อยากพาไปโชว์ตัวแถวงานวัด

“เพิ่งมีเจาคนแรกนี่แหละที่คุยกับคุณเจคอปรู้เรื่อง ปกติพยศยิ่งกว่าม้า” ป้าศรีว่า

“นั่นสิ จับอาบน้ำแต่ละที ต้องวิ่งไล่กันรอบบ้าน เล่นเอาแทบหมดแรงก่อนทุกที” ลุงสุชาติทำหน้าแบบเหนื่อยมาก “ทั้งที่ชอบเล่นน้ำนะ แต่ไม่รู้ทำไม เวลาอาบน้ำทีไรเป็นต้องวิ่งหนีตลอด ไม่เห็นใจกันเลย”

“เขาไม่ได้หนีหรอกลุง คุณเจคอปเขาอยากเล่นไล่จับก่อนอาบน้ำเฉย ๆ”

“ดูเข้าอกเข้าใจสัตว์ดีนะเราน่ะ ชอบสัตว์มากเหรอเจา?”

“เห็นงี้ผมก็คนรักสัตว์นะป้า มีความอ่อนโยนอยู่เด้อออ บางทียังคิดว่าเข้ากับสัตว์ได้ดีกว่าคนอีก สัตว์มันอยู่ด้วยแล้วสบายใจอะ เมื่อก่อนก็เลี้ยงอยู่ตัวนึง เพื่อนรักผมเลย สนิทมาก กินนอนด้วยกัน เสียดายที่ตอนนี้มันไม่อยู่แล้ว”

“เลี้ยงหมาด้วยนี่เอง ถึงว่า ดูเข้ากับคุณเจคอปได้ดี”

“หมาก็เลี้ยง แต่ไม่สนิทเท่าอีกตัวอะพี่กบ ชื่อบุญสม เป็นควาย”

“สงสัยสนิทกันมากแน่ ๆ”

“อื้อ เหมือนเพื่อนเลย แต่พ่อผมขายมันให้โรงฆ่าสัตว์ไปอะดิ พูดแล้วเซ็ง”

“อ้าว พี่ขอโทษนะ” พี่กบหน้าเสียไปนิด “แบบนั้นก็แย่เลย”

“ฮื่อ ไม่เป็นไรหรอก” ผมโบกมือปัด ๆ “ผมผ่านมันมาแล้ว”

ขี้ก็อปสุดก็ไอ้เจานี่แหละครับ

คำพูดนี้ ตอนคุณเทพพูดโคตรดูมีพลัง โคตรเท่ก็เลยยืมมาพูดบ้าง 

รู้แล้วว่าการนึกถึงสิ่งที่รักมันไม่ได้แย่ขนาดนั้น แม้ว่าตอนนี้สิ่งนั้นจะไม่อยู่อีกต่อไป เพราะแค่นึกถึงช่วงเวลาที่อยู่ด้วยกันมันก็ทำให้ผมยิ้มออกมาง่าย ๆ

เข้าใจแล้วว่าทำไมคุณเทพถึงทำหน้ามีความสุขตอนพูดถึงคุณหญิงย่า

“คนเก่งของพี่” พี่กบโอบไหล่ดึงผมไปซบบ่า

“กระซิก ๆ” ผมก็ตามน้ำซุกซบไหล่พี่กบซะเช็ด

การมาอยู่ที่นี่ทำให้ผมไม่ต้องฟุ้งซ่านเรื่องเฟิร์นมากนัก แต่ไม่พูดถึง ก็ใช่ว่าจะไม่เสียใจนะที่ถูกทิ้ง ผมก็ยังเสียใจอยู่หน่อย ๆ แต่ก็รู้ว่ามันคงจะยิ่งแย่ ถ้าผมยังเอาแต่ร้องไห้ฟูมฟายหรือวุ่นวายอยู่กับความคิดพวกนั้น 

ผมไม่อยากให้ตัวเองเป็นเหมือนวันนั้น ไม่อยากเสียใจจนไม่มีสติแล้วเผลอทำอะไรโง่ ๆ แบบนั้นอีก เพราะแค่นี้กูก็ดูงั่งมากพอละ

อย่างน้อย ก็อยากใช้ชีวิตใหม่ที่คุณเทพให้มาให้ดีกว่านี้

ผมอยากเป็นคนที่ดีขึ้นจากความเสียใจ ไม่อยากแย่ลงเพราะมันอีกแล้ว

“มาอยู่ตรงนี้กันนี่เอง” 

เสียงทุ้มลึกน่าฟังเป็นเอกลักษณ์ดังขึ้น เรียกความสนใจของทุกคน

“อ้าว คุณเทพ ทำไมกลับมาเร็วจัง ไหนว่ากลับค่ำ” ผมยกหัวออกจากไหล่พี่กบ หันไปมองคุณเทพที่ยืนอยู่ตรงกรอบประตูหลังของครัว 

คนตัวสูงมีสีหน้าอิดโรยย่อตัวลงไปลูบหัวคุณเจคอปที่วิ่งไปหาด้วยสายตาอ่อนโยน

วันนี้คุณเทพขับรถเองก็เลยให้ลุงสุชาติกลับบ้านมาก่อน เห็นว่าวันนี้จะกลับค่ำ ๆ เพราะมีนัดทานข้าว แต่เท่าที่ดู ตะวันก็ยังไม่ตกดินเลยนี่หว่า ไหงกลับมาบ้านแล้วอะ 

แต่เอาจริงคุณเทพก็กลับบ้านไม่เป็นเวลาอยู่ละ

บางวันกลับเร็ว บางวันก็กลับซะดึกเลย เห็นทำงานไม่หยุดจนเหนื่อยแทน

ใครว่ารวยแล้วสบายวะ เออ ยอมรับว่าผมก็เคยคิดงั้น แต่พอเห็นคุณเทพทำงานแล้วผมว่ามันไม่ง่ายเลยอะ ยิ่งรวยมากหรือมีตำแหน่งสูง ๆ ก็ยิ่งมีหน้าที่การงานให้รับผิดชอบมากขึ้น แถมยังเป็นหน้าที่สำคัญทั้งนั้นอีกต่างหาก

“ผิดแผนนิดหน่อย นัดทานข้าวเย็นก็เลยยกเลิกน่ะ”

“ตายจริง! แบบนี้คุณชายก็ยังไม่ได้ทานมื้อเย็นเลยสิคะ เดี๋ยวปวดท้องกันพอดี” เมื่อรู้ว่าเจ้านายอันเป็นที่รักยังไม่ได้กินข้าว ป้าศรีก็กระวีกระวาดใหญ่ “งั้นป้าจะไปทำอาหารให้แล้วกัน คุณเทพอยากทานอะไรคะ?”

“มีอะไรเหลือผมก็ทานอันนั้นได้ครับ” คนไม่ถือตัวว่าง่าย ๆ

“เห็นว่าจะไม่ทานข้าวเย็นที่บ้าน ป้าเลยไม่ได้ทำของคุณชายไว้เลยค่ะ เดี๋ยวป้าทำให้ใหม่นะคะ”

“แกงไตปลาที่อยู่ในครัวผมทานด้วยได้ไหมครับ หิวจนรอทำใหม่ไม่ไหวแล้ว”

“จะดีหรือคะ วันนี้ป้าทำรสค่อนข้างจัดเลยนะคะเพราะเจาเขาอยากทานเผ็ด เดี๋ยวจะปวดท้องเอา”

“ผมทานได้ครับ” คุณเทพว่าพร้อมก้าวขายาว ๆ มานั่งลงบนเก้าอี้ข้างฝั่งซ้ายมือผม ตอนนี้พี่กบย้ายไปนั่งฝั่งเดียวกับลุงชาติแล้วไง แถมยังนั่งตัวเกร็งจนกลัวพี่เขาจะเป็นตะคริวเหลือเกิน “ป้าศรี ผมขอข้าวสวยจานหนึ่งนะครับ”

เดี๋ยวนะ...

“คุณเทพจะนั่งกินที่นี่เลยเหรอ?” ผมถามอย่างแปลกใจ 

เจ้านายจะมาขอนั่งกินข้าวกับแม่บ้านอย่างนี้ก็ได้เหรอ แถมยังเป็นโต๊ะกินข้าวเล็ก ๆ ที่อยู่หลังครัวแบบส่วนกลางแจ้งอีกต่างหาก 

ไม่มีพัดลมด้วยนะเออ ร้อนนะบอกก่อน

“ทำไมล่ะ เธอจะไล่ฉันงั้นเหรอ เจา?”

“ใครจะกล้าล่ะครับ” แหม่ ก็พูดไปเรื่อย “ถามเพราะแปลกใจหรอก ก็คุณเทพเป็นเจ้านายนี่นา”

“แต่ฉันก็คนธรรมดานะ กินข้าวกับคนในบ้านบ้างจะเป็นอะไร”

“แน่ะ ขี้เหงาเหรอเราอะ” ผมแกล้งแหย่ พลางกระแซะไหล่คนตัวโตในชุดทำงานเนี้ยบนิ้งไปที

“เจา! พูดแบบนั้นกับคุณชายได้ยังไง คุณชายไม่ใช่เพื่อนเล่นนะ เดี๋ยวเถอะ ๆ แล้วก็พูดจาไม่ค่อยมีหางเสียงเลย” เล่นเอาป้าศรี ลุงสุชาติ แล้วก็พี่กบหันขวับมามองตาโต 

ก่อนป้าศรีจะเดินมาตีแขนเบา ๆ บอกว่าทำตัวไม่น่ารัก

เอ้า! ลืมตัวไปนิดดดด

อย่าหาว่าไอ้เจาปีนเกลียวหรือเล่นหัวเจ้านายเลย เรื่องหางเสียงนี่จะบอกว่าเป็นสันดานก็ได้ ยอมรับว่าปกติก็เป็นเด็กหยาบคายในระดับหนึ่งเลยล่ะครับ พูดจาไม่ค่อยมีหางเสียงมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว

“ขอโทษครับ แหะ ๆ”

“หึ ไม่เป็นไรครับป้าศรี ผมไม่ได้ซีเรียสขนาดนั้น” คุณเทพดันขำซะงั้น “ก็จริงอย่างที่เจาว่า กินข้าวคนเดียวทุกวันก็เหงาเหมือนกัน ไม่อย่างนั้นสมัยก่อนผมคงไม่วิ่งมาทานข้าวกับป้าศรีบ่อย ๆ เวลาคุณหญิงย่าไปทำงานหรอกครับ”

“ถ้างั้นเดี๋ยวป้าตักแกงไตปลาให้อีกถ้วย แล้วก็จะทำไข่เจียวเพิ่มให้นะคะ ป้าทานอิ่มพอดี” 

แน่สิ ป้าศรีกินข้าวนิดเดียวเอง อิ่มก่อนพวกผมตั้งนาน แต่มัวนั่งคุยกันอยู่ เหลือแต่พวกเขาสามคนนี่แหละที่ยังไม่ถึงครึ่งกระเพาะ

แต่ว่า...

“เอ่อ กบก็อิ่มแล้วค่ะ งั้นเดี๋ยวกบไปทำงานต่อก่อนนะคะคุณชาย” 

เอ้า อิ่มอะไรพี่กบ นี่ยังไม่ถึงครึ่งที่พี่กินด้วยซ้ำ กระเพาะพี่มันหลุมดำไม่ใช่เรอะ วันนี้จะมาอิ่มแบบนี้ได้ยังไง แต่ไม่ทันได้อ้าปากทัก พี่แกก็วิ่งจู๊ดเข้าบ้านไปแล้ว

“ผมก็อิ่มพอดีครับคุณชาย เดี๋ยวขอตัวไปเช็กรถสำหรับพรุ่งนี้ก่อนดีกว่า ทานให้อร่อยนะครับ” ก่อนจะตามด้วยลุงสุชาติ 

คนนี้บอกนิ่ง ๆ ไม่เด๋อด๋าเกร็งจนลูกตาสองข้างแทบไหลมารวมกันเหมือนพี่กบ

“ท่าทางจะไม่มีใครอยากทานข้าวกับฉันนะ”

เอาว่ะ พบคนน้อยใจหนึ่งอัตราแล้วอะตอนนี้

“คุณเทพก็ต้องเข้าใจนะว่าพี่กบกับลุงชาติคงไม่ชิน ผมว่าเขาก็เกรง ๆ คุณเทพอยู่อะ ยังไงก็เป็นเจ้านายด้วย แล้วจู่ ๆ คนเป็นเจ้านายจะมานั่งกินข้าวด้วยเลยตั้งตัวไม่ทันมั้ง” 

ผมบอก พลางยกมือถูต้นแขนแกร่งเพื่อปลอบใจ ไม่อยากให้คุณเทพคิดว่าทุกคนไม่อยากกินข้าวด้วย ผมว่าสองคนนั้นก็แค่ไม่ชินที่เจ้านายมานั่งด้วยอะ

“แล้วเธอล่ะ ไม่เกร็งบ้างเหรอ?”

“ก็ผมยังไม่อิ่มเลยนี่ เรื่องเกร็งมันสู้ความหิวไม่ได้หรอก กองทัพต้องเดินด้วยท้องเด้อออ”

“หึ ๆ” คุณเทพยิ้มขำเลย 

ทำไมอะ ก็เรื่องปากท้องมันสำคัญ กับข้าวฝีมือป้าศรีก็อร่อยมากด้วย

“ไงก็นั่งกินกับผมเนอะคุณเทพ เนอะ รับรองว่าอร่อยเหมือนกัน ไม่เหงาด้วยจ้า”

“ขอบใจ” ยิ้มหล่ออีกละ เดี๋ยวหวั่นไหวทำไงเนี่ย “แต่ไม่ต้องถูแขนฉันแล้วก็ได้ เดี๋ยวเลขจะขึ้นซะก่อน”

“แฮ่ ขอโทษก๊าบบบ”

สุดท้าย ตรงนี้ก็เหลือแค่ผมกับคุณเทพนั่งกินข้าวกันสองคน ป้าศรีตักแกงไตปลาถ้วยใหม่ให้ พร้อมไข่เจียวฟู ๆ กับข้าวสวยหนึ่งถ้วยมาให้คุณเทพ แล้วก็ขอตัวไปทำงานต่อ 

ส่วนผมก็ย้ายตัวเองมานั่งฝั่งตรงข้ามเพื่อจะได้เห็นหน้าคุณเทพเวลาคุยกัน ส่วนคุณเจคอปก็นอนเฝ้าอยู่ไม่ไกล คิดว่าคงอยากเล่นน้ำใจแทบขาดแล้วแน่ ๆ

“อืม รสจัดจริงด้วยสิ”

“ก็ผมบอกให้ป้าศรีทำแบบจัดจ้านเลยนี่นา คุณเทพกินเผ็ดได้ปะเนี่ย ปากแดงแจ๋เลย”

“ก็ได้ปกติ แบบนี้เกินปกติไปหน่อย” พูดแล้วก็หันไปตักไข่เจียวมากินแก้เผ็ด แต่คุณเทพก็ยังตักแกงไตปลากินสลับกับไข่เจียวแบบไม่เร่งรีบ 

ท่าทางจะเผ็ดเกินลิ้นคุณเขาแน่ ๆ เพราะไม่นานแก้มเริ่มแดง แถมเหงื่อก็เริ่มซึมตามไรผมละ

“ถ้าไม่ไหวก็ไม่ต้องฝืนนะคุณเทพ กินแต่ไข่เจียวก็ได้ เดี๋ยวปวดท้องไม่รู้ด้วย”

“อาหารฝีมือป้าศรีอร่อย”

“ช่ายยย ตั้งแต่ผมมาอยู่ที่นี่แล้วได้กินอาหารป้าศรีทุกมื้อนะ ผมกินข้าวเพิ่มเป็นสองจานพูนแน่ะ นี่ถ้าอยู่ต่ออีกหน่อย ผมว่าผมคงอ้วนจนกลายเป็นหมูเข้าสักวัน” ผมตักข้าวเข้าปากคำใหญ่ แซ่บถึงใจ รสชาติก็สุดจริง

“อย่างเธอเหรอจะอ้วน” เอ้า ดูถูกเหรอ “กินเข้าไปเถอะ จะได้โตไว ๆ”

“ผมคงโตกว่านี้ไม่ได้ละปะ คุณเทพก็” ผมมองค้อน

“ก็นั่นน่ะสิ ตัวแค่นี้จะเอาอะไรมาอ้วน เราน่ะ ผอมเกินไปด้วยซ้ำ”

“ง่ำ! อาหย่อย” กินให้คุณเทพดู!

ผมตักข้าวคำใหญ่เข้าปากแล้วเคี้ยวหนุบหนับด้วยความเอร็ดอร่อย ให้มันรู้กันไปเลยว่าอีกหน่อยผมจะอ้วนหรือโตกว่าเดิม คุณเทพยิ้มขำแล้วก็ส่ายหน้า 

เรานั่งกินกันไปเรื่อย ๆ จนผมอิ่มก่อนเลยเป็นฝ่ายนั่งดูคุณเทพกินแทน

“เป็นยังไงบ้าง”

“ครับ?” อะไรเป็นยังไงเหรอ เกริ่นมาแบบไม่มีต้นเรื่องก็งงสิครับท่าน

“หมายถึง อยู่ที่นี่มาอาทิตย์กว่าแล้ว เธอเป็นยังไงบ้าง โอเคหรือเปล่า?”

“ถามว่ามีอะไรไม่โอเคบ้างดีกว่า” ผมหยุดคำพูด ยกน้ำดื่มรวดเดียวหมด “คำตอบคือ... ไม่มีเลย อยู่ที่นี่ดีทุกอย่างแล้วครับ ดีมาก ๆ จนผมยังคิดว่าตัวเองโชคดีมากจริง ๆ ที่ได้มาเจอคุณเทพ ชีวิตพลิกจากหลังเท้าเป็นหน้ามือเลย”

“งั้นเหรอ แค่เธอโอเคก็ดีแล้วล่ะ”

“อื้อ ผมโคตรโอเคเลย จริง ๆ นะ!

“อย่างนั้น ตอนนี้เธอก็ไม่ได้คิดเรื่องนั้นแล้วใช่ไหม?”

“ครับ?” ผมเอียงคอมองคุณเทพอย่างไม่เข้าใจ “ผมต้องคิดเรื่องอะไรเหรอคุณเทพ”

ปกติก็ไม่ค่อยคิดไรอยู่ละ สมองน้อยก็งี้

คุณเทพมีท่าทีอึกอักเล็กน้อย พลันว่า...

“เรื่อง... ฆ่าตัวตาย” 

อ๋อ นึกว่าเรื่องอะไร

“ไม่ครับ ไม่คิดแล้ว ตอนนั้นมันแค่อารมณ์ชั่ววูบเพราะเจอเรื่องแย่ ๆ พร้อมกันในวันเดียว ผมเลยตั้งรับไม่ทัน สติก็เลยขาดไปนิสส!” คุณเทพยิ้มแล้วพยักหน้า “แต่เอาจริง ผมก็แอบดีใจที่ตัดสินใจแบบนั้นเหมือนกัน...”

“หมายความว่ายังไง” อื้อหือ ขมวดคิ้วเลยทีนี้ คุณเทพหน้านิ่งเสียงขรึมไปเลย

เดี๋ยวววว อย่าเพิ่งกริ้ว ฟังผมให้จบก๊อนนน

“ก็คือผมหมายถึง ถ้าผมไม่คิดสั้นวันนั้นก็คงไม่โชคดีเจอกับคุณเทพไง”

“...” คนตรงหน้านิ่งไป สีหน้าอ่อนลงกว่าเดิม

“คุณเทพ...”

“หืม?”

กึก...

“ขอบคุณนะครับ”

“...” คุณเทพชะงัก ตอนผมหยิบทิชชูยื่นไปซับเหงื่อตามไรผมและกรอบหน้าให้คนเป็นเจ้านาย 

คุณเทพจ้องหน้าผม ไม่ได้ขยับตัวหลบ แต่ก็ไม่ได้มีท่าทีอะไรมากกว่านั้น แค่จ้องผมที่กำลังตั้งใจเช็ดเหงื่อให้เขาอยู่

ส่วนผมก็ฉีกยิ้มจนเต็มแก้มให้คุณเทพ พลันว่า...

“ขอบคุณที่คุณเทพมอบชีวิตใหม่ให้กับคนแปลกหน้าอย่างผม ขอบคุณจริง ๆ ครับ”

“ไม่เป็นไร ฉันยินดี” คุณเทพยกยิ้มมุมปากเล็กน้อยพลางเอื้อมมือมาตรงหน้า จังหวะเดียวกับที่ผมเพิ่งถอนมือออกจากใบหน้าเขาพอดี ก่อนจะหยิบบางอย่างออกจากมุมปากผมในนาทีต่อมา “กินเป็นเด็กเลย”

ตึกตัก...

อื้อหืออออ เสียงละมุนไม่ว่า หน้าจะละมุนหน่อยก็ได้

แต่คุณเทพจะมาทำตัวอบอุ่นจัด ด้วยการหยิบข้าวออกให้ไอ้เจาแบบนี้ไม่ได้!

“...” แม่ง คือบางกว่าใจไอ้เจาตอนนี้ก็กระดาษแล้วนะคุณเทพ

“หืม ร้อนมากเหรอเจา หน้าแดงเชียว”

ยอมแล้ววว ไว้ชีวิตไอ้เจาด้วยเถอะครับ ฮือออออ



หลายวันต่อมา

“รออยู่ตรงนี้ เป็นเด็กดีนะคุณเจคอป เดี๋ยวพี่เจาไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน เค้?”

โฮ่งงงง

“น่าร้ากกกก” 

คุณเจคอปเห่ารับคำอย่างว่าง่าย ผมเดินกลับไปที่ห้อง เปลี่ยนชุดเป็นเสื้อกล้ามกับบ็อกเซอร์ที่ยานจนไข่แทบโผล่ แต่ก็หาได้แคร์ไม่ หยิบของใช้ส่วนตัวใส่ขันเตรียมออกไปอาบน้ำให้คุณเจคอปตามปกติ

รู้ปะ ทุกครั้งที่ผมล้างรถหรืออาบน้ำให้คุณเจคอป บอกเลย...

กูนี่เปียกตั้งแต่หัวยันไข่ เปียกแฉะอับชื้นจริงไรจริง

การอาบน้ำหมาหรือล้างรถยังไงก็ต้องเปียกซ่กตั้งแต่หัวจรดตีน ผมจึงคิดว่าคนเราไม่ควรจะเปียกซ้ำซ้อนอะ พออาบน้ำให้คุณเจคอปเสร็จ ผมก็เลยอาบน้ำตรงนั้นพร้อมคุณเจคอปซะทีเดียวให้มันจบ ๆ ไป อิ ๆ

นี่โดนป้าศรีเอ็ดไปหลายรอบ เพราะเครื่องแบบประจำตำแหน่งที่ใส่ทำงาน อย่างเสื้อกล้ามกับบ็อกเซอร์ตัวบางเนี่ย พอเปียกน้ำทีก็ทำเอาป้าศรีที่เดินออกมาเห็นแทบหัวใจวายร่ำไปเลยถูกดุตลอด ขนาดคุณเทพยังอึ้งตอนเห็นผมใส่แค่เสื้อกล้ามกับบ็อกเซอร์สีแดงแปร๊ดล้างรถอยู่หน้าบ้านครั้งแรกอะคิดดู

แหม ก็ไม่รู้จะตกใจไรกันคนบ้านนี้นี่นะ

ชุดที่ผมใส่ออกจะเข้ากับงานล้างรถแล้วก็อาบน้ำหมาจะตาย! 

ครั้นจะให้ใส่เสื้อเชิ้ตกับกางเกงขายาวแบบลุงสุชาติมาล้างรถ แล้วต้องคอยพับแขนเสื้อพับขากางเกง โก่งตูดหลบรัศมีน้ำไปมาก็ใช่เรื่องปะ จะลำบากเพื่อ?!

อีกอย่าง เสื้อกล้ามกับบ็อกเซอร์มันก็ซักแล้วแห้งไวด้วยประเด็น

เอาเป็นว่า... ไอ้เจาสะดวกแบบนี้อะครับ

มีก็แต่พี่กบนี่แหละที่บอกผมว่า ทำดีแล้ว จงทำต่อไปด้วยสีหน้าโคตรไม่น่าไว้ใจ เข้าใจได้อะนะว่าหุ่นไอ้เจามันเย้ายวนใจพี่แกมาก 

ขนาดป้าศรียังหัวใจจะวาย มีหรือที่พี่กบจะไม่หลงใหลความเซ็กซี่ขยี้ตับขยี้ไตของไอ้เจาคนนี้!

แหม ผมคิดว่าผมก็หล่อในระดับหนึ่งเหมือนกันเด้อออ

เอาว่า ถึงจะไม่หล่อตี๋ผู้ดีแบบคุณเทพ แต่ถ้าระดับรากหญ้า เบ้าหน้าจัดจ้านของไอ้เจาก็ไม่ใช่ขี้ ๆ อะ ไม่อยากจะคุย แต่ก็ขอคุยหน่อย... 

สมัยเรียนผมอย่างฮอต ถึงขั้นมีหญิงตบกันแย่งผมด้วยนะ 

หูย ตอนแรกโคตรภูมิใจ คือจังหวะนั้นกูดูหล่อมากเว้ยมีสาวตบแย่ง ผมนี่เดินยืดเข้าห้องปกครองจนเพื่อนแซวกันเกรียวกราวว่าไอ้เจามันหล่อจริ๊งงง!

แต่คนหล่อเสือกโดนครูลงโทษหนักว่าผู้หญิงที่ตบกัน โทษฐานเป็นต้นเหตุให้เกิดการวิวาท

แสรดดด เกิดมาหล่อระดับตำบลก็เหมือนคนมีกรรม

“จะไปอาบน้ำให้คุณเจคอปเหรอเจา?”

“แหม พี่กบจ๋า ใส่เสื้อกล้ามกับบ็อกเซอร์งี้ ผมคงไปจ่ายตลาดมั้งพี่”

“กวนนะจ๊ะ เดี๋ยวพี่ลากเข้าห้องเลยหนิ!” ทำเล่นไป ช่วงนี้ของขาดนะ อย่ามาอ่อย

“ไม่ต้องลากจ้า บอกดี ๆ ไอ้เจาก็เดินตามไปแล้วววว”

“นี่ก็อ่อยเก่ง” พี่กบยิ้มขำ “เออ ไปเถอะ ๆ เดี๋ยวพี่แอบอู้งานป้าศรีไปส่องน้องเจาตอนอาบน้ำ”

“มาเลยเด้ออ เดี๋ยวโชว์ถูสบู่แล้วเด้งเป้าให้ดูเป็นขวัญตาด้วย”

“โอ๊ย เจาไม่เขิน แต่คนแซวอย่างพี่เริ่มจะอายเองแล้วนะ ไอ้นี่”

“รุ่นนี้ไม่มียางอายละ” ผมยักคิ้วสองที “แต่เตือนนะว่าอย่ามาเล่นกันไฟ ช่วงนี้ของยิ่งขาดอยู่”

“จ้ะ เอาที่สบายใจเนอะเจาเนอะ คุยด้วยแล้วปวดหัวเหลือเกิน ไป ๆ ทำงาน”

“อิ ๆ ไปละคร้าบบบ”

เอาจริงปะ ที่ผมกล้าอาบน้ำตรงนั้นเลยก็ไม่ใช่ไร หน้าหนาเป็นทุนเดิม อีกเรื่องก็คือ ความขี้เกียจชนะยางอายครับ เรื่องเสื้อผ้าสำหรับผมไม่ใช่ปัญหา แก้ผ้าล้างรถแข่งกับพริตตี้ยังได้ แหม ล้างรถใครเขาใส่เสื้อผ้ารุงรังกัน วู้!

ป้าศรี ลุงสุชาติ แล้วก็คุณเทพอะไม่เข้าใจไอ้เจาเลอออ

แล้วก็นะ รถบ้านนี้ก็มีให้ล้างทุกวัน พอดีเจ้านายผมรวยมากอะเนอะ มีรถหลายคัน อีกนิดก็น่าจะเปิดเต็นท์รถมือสองได้สบายละ 

พอมีรถเยอะ ลุงชาติก็สลับเอาไปใช้ในตามวันตามโอกาสไม่เหมือนกันอีกไง บางวันคุณเทพก็ขับรถส่วนตัวไปเอง วนล้างรถวันละคันไปเรื่อย ๆ ตอนล้างครั้งแรกนี่เกร็งจนเหยี่ยวเหนียว รถแต่ละคันราคาก็ไม่ธรรมดา

ทำสีถลอกขึ้นมาคงได้ทำงานใช้หนี้ไปทั้งชีวิต

หน้าที่หลักของผมก็มีแค่ล้างรถ อาบน้ำหมา รดน้ำต้นไม้ คือทำอะไรก็ได้ที่มันจะไม่ฉิบหายด้วยมือกู 

โชคดีที่มีสกิลล้างรถติดตัวมาจากคาร์แคร์ ลูกค้าน่ะชมผมกันใหญ่ว่าล้างรถเก่ง เพราะงั้นเรื่องพวกนี้ผมก็เลยถนัดเป็นพิเศษ

คุณเทพจะต้องได้นั่งรถที่ผมขัดเงาวับไปทำงานทุกวัน

เชื่อมือไอ้เจาได้เลย!

บางวันก็ต้องเสิร์ฟกาแฟหรือชารอบดึกให้คุณเทพด้วย ถึงได้รู้ไงว่ามันจริงอย่างที่น้าชาติว่า... คุณเทพงานโคตรเยอะ แบบอะไรมันจะเยอะจนไม่มีเวลาขนาดนี้วะ 

ขนาดผมทำงานโรงงานรากหญ้าก็ยังเข้า - ออกเป็นเวลา ห้าโมงก็เลิกงานแล้ว บางทีมีโอทีก็เลิกแค่สี่ทุ่ม แต่นั่นได้เงินค่าล่วงเวลาด้วยไง 

แต่นี่คุณเทพเป็นเจ้าของโรงแรมอะ เข้าใจอารมณ์ปะ ถึงทำงานดึกดื่นก็ไม่มีค่าล่วงเวลาเหมือนพนักงานอยู่ดี พอเห็นคุณเทพทำงานหนักแบบนั้นผมก็อดสงสารไม่ได้

บางทีเข้าไปเห็นคุณเทพเอนหลังพักสายตา ผมก็รีบเข้าไปนวดประจบใหญ่

เมื่อก่อนตอนยายยังอยู่ ผมเคยนวดให้ยายบ่อย ๆ คุณเทพก็เกร็งนิดหน่อยตอนผมนวดให้ครั้งแรก แต่พอผมบอกให้ผ่อนคลายแล้วดื้อจะนวดให้ต่อ เขาก็นอนนิ่งให้ผมจัดการบนเตียงเลย แถมยังบอกว่าผมนวดแล้วสบายดีอีกต่างหาก

เนี่ย คนดีนะ ไอ้เจาอะ อยากตอบแทนคนที่มีบุญคุณบ้างไรบ้าง

“อีกแล้วนะ เดี๋ยวได้เป็นหวัดเข้าสักวันจนได้” 

เดินแยกจากพี่กบที่เรือนหลังเล็กออกมาหน้าโรงรถทางฝั่งขวาของบ้าน ผมก็เจอคุณเทพเพิ่งกลับมาจากที่ทำงาน พอเห็นผมเดินโทงเทงสภาพกึ่งชีเปลือยก็ทักทายกันทันที 

“ทำไมถึงชอบใส่ชุดนี้อาบน้ำให้เจคอปนัก ล้างรถก็ด้วย ไม่หนาวเหรอ บางก็บาง เปียกทีก็เห็นไปถึงไหนแล้ว”

“หูยย ผู้ชายเขาไม่อายเรื่องแค่นี้หรอกคุณเทพ”

“...”

“แล้วชุดนี้มันสะดวกดีอะ แห้งไวด้วย ชุดผมยิ่งมีน้อยอยู่” ผมราดน้ำใส่ตัวคุณเจคอป ละเลงแชมพูบนขนฟูจนขึ้นฟองฟอด “สมัยอยู่บ้านนอกนะ หน้าหนาวผมยังแก้ผ้าโดดคลองกับเพื่อนบ่อยไป หวัดไม่ได้กินผมหร้อกกกก”

“เก่งใหญ่”

“แน่นอนนน ดูด้วยนี่ใคร” ผมคุยโว “ไอ้เจาแห่งบึงโขงหลงอะครับ รู้จักป่าวววว”

“ท่าทางเธอคงจะซนน่าดู”

“เปล่าซนซะหน่อย ทำไมคุณเทพชอบว่าผมซนเนี่ย” ผมพองแก้ม

“เพราะเธอซนยังไงล่ะ” คุณเทพส่ายหัวสำทับ

“ก็ว่าไป” ผมไหวไหล่ไม่ใส่ใจ ก็ไม่ได้ซนอะ ไม่รับหรอก

“อย่างน้อยก็ควรเลิกมาอาบน้ำพร้อมเจคอปนะ ขนของมาครบเชียว” เขาเหล่มองขันที่มีเครื่องอาบน้ำพวกสบู่นกแก้ว ยาสระผม แปรงสีฟันที่วางอยู่ของผม “ทำไมไม่เข้าไปอาบน้ำในห้องน้ำดี ๆ ฉันบอกตั้งหลายรอบแล้ว ดื้อ”

ใช่ คุณเทพบอก แต่ไม่ได้ห้ามนี่หว่า

ได้แต่คิดและพูดในใจ ก๊ากกกก

“นี่ผมช่วยคุณเทพประหยัดน้ำนะเนี่ย ลดโลกร้อนจะตาย”

“แน่ใจเหรอว่าพูดความจริง?”

“แหะ จริง ๆ ก็ขี้เกียจนั่นแหละ” ผมยิ้มแหย “แต่คนเราจะต้องเปียกอะไรกันหลายรอบเล่า เปียกทีเดียวให้จบ ๆ ไปดิ เมื่อก่อนผมก็แก้ผ้าอาบน้ำในคลองบ่อย ๆ ลมพัดเย็นดีนะ คุณเทพเคยอาบแบบนี้ปะเหอะ ลองแล้วจะติดใจ”

“ฉันเคยแช่น้ำพุร้อนกลางแจ้งที่ญี่ปุ่น คิดว่าคงเหมือนกัน”

เดี๋ยวนะครับท่าน...

“คือคุณเทพจะเอาน้ำพุร้อนที่ญี่ปุ่นมาเปรียบกับคลองแถวบ้านผมไม่ได้ปะ ถึงจะแก้ผ้าแช่น้ำเหมือนกันก็ใช่จะคือกันเด้อออ” 

คุณเทพยิ้มเหมือนคนเป็นไมเกรนอีกละ ผมยักไหล่ ก่อนจะเดินไปเปิดน้ำเตรียมล้างตัวให้เพื่อนซี้คนใหม่ แล้วเดินกลับมาหาเจ้าหมาไฮโซ 

“คุณเจคอปมาล้างตัวเร็ว เดี๋ยวเป็นหวัดนะ... เฮ้ยยยยยย!

ซ่า!

“...”

“...” อื้อหือ มิดจี่หลี่! (อื้อหือ เงียบสนิท!)

โหหหห เงียบกว่านี้ก็ป่าช้าวัดดอนแล้วปะเอาจริง

ผมยืนทำตาโต อ้าปากพะงาบเหมือนปลาเกยน้ำตื้น พลันกลืนน้ำลายดัง เอื๊อกตอนคุณเทพถอดแว่นแล้วยกมือลูบใบหน้าหล่อ ๆ สองสามครั้ง ก่อนจะสวมแว่นแล้วใช้มือข้างเดิมเสยผมขึ้นด้วยท่วงท่าสุดเท่ แต่หน้านิ่งมาก

ขนาดผมเสียทรงก็ไม่ทำให้ออร่าดูดีของคุณเขาลดลงได้เลยอะ

โหย เจ้านายใครวะทำไมหล่อไปหมดทุกมุมขนาดนี้ ใจบางหลายเด้ออออ

แต่... นี่ไม่ใช่เวลาที่มึงจะมาอวยเจ้านายไหมล่ะไอ้เชี่ยเจา!

งามไส้ คุณเจคอปเองก็จะมาหางานให้พี่เจาแบบไม่ทันตั้งตัวงี้ไม่ได้นะ จู่ ๆ เสือกคาบสายยางวิ่งเป็นหมาเมายา พอผมเปิดก๊อกปุ๊บ น้ำก็พุ่งใส่คุณเทพที่ยืนอยู่ปั๊บ 

รับไปเต็มเม็ดเต็มหน่วย ฟันธงเลยว่าแม้แต่กางเกงในก็ไม่มีเหลือ

โฮ่ง!

ซ่า...

คุณเจคอปยังคงร่าเริงไม่หยุด คาบสายยางวิ่งสะบัดไปทั่วไปทีปแท้น้อออ ตอนนี้ก็เลยเปียกซ่กกว่าเดิมทั้งผมทั้งคุณเทพ ไอ้ผมน่ะไม่เท่าไหร่ ชอบเล่นน้ำมาแต่ไหนแต่ไร 

แต่คุณเทพดิ หน้านิ่งจนไอ้เจาใจสั่นไปหมดละเนี่ย!

พอตั้งสติได้ ผมก็รีบวิ่งแท่ด ๆ ไปปิดน้ำอย่างไว

“แฮ่... โห เปียกเหมือนกันเลยเนอะคุณเทพเนอะ”

“...” คุณเทพยังยืนนิ่งอยู่กับที่ ไม่รู้เลยว่าอยู่ในอารมณ์ไหน แต่พอเห็นสภาพเปียกตั้งแต่หัวจรดเท้าของคุณเทพแล้วผมก็ต้องกลั้นขำ 

คือถึงคุณเทพจะดูดีมากก็จริง แต่เมื่อกี้ผมทันเห็นคุณเทพหน้าเหวอตอนโดนน้ำพุ่งใส่ด้วยแหละ

“หน้าเหวอเลยน้าเมื่อกี้ ตกใจอะดิ ผมว่าคุณเจคอปคงอยากเล่นน้ำกับคุณเทพแน่ ๆ” แกล้งแซวหวังสร้างบรรยากาศ แต่ไหงโดนสายตาชิ้ง ๆ มองกลับมาหว่า “ฮือออ คุณเจคอป มาขอโทษคุณเทพเลย เร็ววววว”

โฮ่ง!

รีบมาก่อนที่พี่เจาจะโดนเชือดเถ๊อะ!

ผมวิ่งไปลากคุณเจคอปกลับมาตรงหน้าคุณเทพ ยืนคร่อมตัวไว้จับขาหน้าทั้งสองข้างของคุณเจคอปขึ้นจนต้องยืนด้วยขาหลัง ก่อนผมจะเอาขาหน้าคุณเจคอปประกบกันเหมือนพนมมือแล้วก็พาโค้งหัวทิ่มพื้นทั้งคนทั้งหมา

“ขอโทษคร้าบบบบ”

โฮ่งงงงง

“หึ ซนจริง ๆ” ได้ยินเสียงหัวเราะทุ้มในลำคอก็เงยหน้ามอง เห็นคุณเทพกำลังใช้กำปั้นป้องปากขำอยู่ 

ผมยิ้มเผล่ ก่อนจะปล่อยขาหน้าคุณเจคอปแล้วออกมายืนดี ๆ คุณเทพยิ้มเหมือนอ่อนใจ ย่อตัวนั่งลูบหัวลูบหางคุณเจคอปด้วยท่าทางมันเขี้ยว 

ผมก็ยืนยิ้มแฉ่งมองเจ้านายและหมาของเขามุ้งมิ้งกัน 

“ซนเหมือนใครกันนะ”

จ้า ซนเหมือนใคร ก็คือเงยหน้ามองไอ้เจาให้รู้กันไปเลยอะเนอะ!

“แหมมม มองขนาดนี้ก็ว่าผมตรง ๆ เลยปะคุณเทพ” ผมย่นจมูกใส่คนเป็นเจ้านาย

“...” คุณเทพอมยิ้ม ไม่ปฏิเสธ 

แต่คือเงียบแล้วยิ้มนี่จี๊ดกว่าโดนชี้หน้าด่าอีกว่ะ ไม่รู้ทำไม พอคุณเทพอมยิ้มแล้วรู้สึกว่าหน้าหล่อ ๆ กับแววตาใต้กรอบแว่นนั่นดูน่าหมั่นไส้ขึ้นมาชอบกล ปกติเห็นแต่ความละมุนไง

เดี๋ยวนี้เริ่มกวนเก่งแล้วน้า เจ้านายใครเอ่ย

“คุณเทพลุกออกไปเลย ผมจะล้างตัวให้คุณเจคอปแล้ว!

“หงุดหงิดอะไรของเธอ หน้างอเชียว”

“หมั่นไส้เจ้านายอะ”

“หืม?” เมื่อกี้พึมพำกับตัวเองเฉย ๆ คุณเทพเลยไม่ได้ยิน

“คุณเทพไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเถอะครับ เปียกหมด เดี๋ยวหวัดกิน”

“เธอเปียกทุกวันไม่เห็นเป็นอะไร ตัวฉันใหญ่กว่าตั้งเยอะจะเป็นได้ยังไง” คุณเทพพูดโดยมีรอยยิ้มเล็ก ๆ ติดมุมปาก ก่อนจะลุกขึ้นยืนพลางปลดกระดุมคอเสื้อสองเม็ด ตามด้วยกระดุมแขนเสื้อเชิ้ตแล้วพับขึ้นลวก ๆ ให้ความรู้สึกแตกต่างจากคุณเทพตอนปกติไงไม่รู้ “ไหน ๆ ก็เปียกแล้ว เดี๋ยวฉันช่วยอาบน้ำเจคอป เธอไปเปิดน้ำสิ”

“ฮะ?!” ได้ยินแบบนั้น ผมก็เหวอแดกขึ้นมาเลย “พูดเป็นเล่น คุณเทพจะมาช่วยผมได้ไง”

“แล้วทำไมจะไม่ได้ ก็แค่อาบน้ำเจคอป”

“เอ้า! ก็ต้องไม่ได้ดิคุณเทพพพพ” รู้ครับว่าเป็นคนใจดี รู้ว่าไม่ถือตัว แต่ถึงขั้นมาช่วยลูกน้องอาบน้ำหมานี่ก็จะชิลล์เกิ๊นนนน นี่มันหน้าที่ผม “ขืนให้คุณเทพมาช่วย มีหวังป้าศรีด่าผมเช็ด”

“เดี๋ยวฉันบอกป้าศรีเองน่า เร็วเข้า เดี๋ยวก็มืดก่อนพอดี”

ก็ถ้าคุณเทพจะยืนยันขนาดนี้...

“คร้าบบบบบบบ” 

จัดไปสิครับโผ้มมมมม


TBC.

เรื่องนี้ใครจะหลงใครก่อนนาาาาาาาาาาาา

เจ้านายหลงลูกน้อง หรือ ลูกน้องหลงเจ้านาย อิ ๆ


ปล. นกเคยบอกว่าเรื่องนี้จะอัปวันเว้นวัน แต่ได้คุยกับทาง สนพ. มาค่ะ คุณเทพจะออกเล่มประมาณเดือน มิ.ย. 62 นี้ หรืออาจจะเร็วนิดหน่อยยังกำหนดวันแน่นอนไม่ได้ เดี๋ยวนกจะแจ้งอีกทีนะคะ ประเด็นคือ ถ้าอัปวันเว้นวันอาจจะจบก่อนหนังสือออกง่ะ แหะ ๆ ก็เลยอาจจะมีช่วงดึงอัปช้าเพื่อให้บาลานซ์กับช่วงหนังสือออกด้วยนะคะทุกคน

แฮ่ ฝากด้วยนะคะ แต่ยังไงก็ลงเรื่องให้จบแน่นอน แต่ไม่ลงตอนพิเศษในหนังสือน้าาาา

"หึ เด็กดื้อเอ้ย"

Contact me:     Twitter: @noknsn     Facebook: noksinsn



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 354 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

316 ความคิดเห็น

  1. #301 SallyP (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2563 / 01:29

    โอ๊ยยย -เจา อ๊ากกกกกกก
    #301
    0
  2. #283 View_Aranya (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2562 / 06:20
    เจาตลกมาก5555
    #283
    0
  3. #253 pcy921 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2562 / 00:42
    คุณชายนี่ใช่คนไหมคะหรือเทพ ใจดีมากกกก ละมุนเบอ8
    #253
    0
  4. #246 อดีตรีดเงา (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2562 / 01:20

    แงงงง คุณชายจะมายิ้มละมุนแบบนี้ใส่กันไม่ได้นะ!! ใจจะละลายยยยย

    #246
    0
  5. #237 fanin177 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2562 / 20:11
    ฮือ คนในมีมล่างคือใคร หล่อมากกเลยแก บอกชื่อหน่อยย
    #237
    1
    • #237-1 (จากตอนที่ 4)
      27 พฤศจิกายน 2562 / 20:12
      ชื่อ หยางหยาง เป็นนักแสดงจีนค่าาา
      #237-1
  6. #168 Xialyu (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 กันยายน 2562 / 18:40
    คุณชายยยยยยยยย
    #168
    0
  7. #96 KuKoi Kim (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2562 / 07:46
    คุณเทพใจดีเกิ๊นนนนน อยากมีคุณเทพเป็นของตัวเองอ่าาา
    #96
    0
  8. #81 Nun7036 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2562 / 16:38
    แงงงงงง้ คุณเทพจะละมุนเกินไปแร้วววววววว ใจอิฉันนั้นบางมาก บางยิ่งกว่ากระดาษ จะขาดแล้วต้าา
    #81
    0
  9. #39 secret secret (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 มีนาคม 2562 / 02:00
    เราชอบ gif คุณเทพว่ะ เห็นนางยิ้มแร้วยิ้มตามตลอดเรย น่ารักกกด ละมุนสุดอ่ะ
    #39
    0
  10. #23 Black-color (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 13 มีนาคม 2562 / 10:50
    อ่านเรื่องนี้นานๆมีหวังกรามค้างอ่ะเอาจริง
    พอเศร้าน้ำตามาเป็นทาง
    #23
    0
  11. วันที่ 11 มีนาคม 2562 / 07:42

    ละมุนน

    #18
    0
  12. #17 Poyid (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 มีนาคม 2562 / 01:40

    อ่านไปยิ้มไป

    #17
    0
  13. วันที่ 7 มีนาคม 2562 / 07:43

    หนูไม่ร้อน หนูเขินนนนนนนนนนนนนน

    #16
    0
  14. #15 701k (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 3 มีนาคม 2562 / 17:10
    ไปสุดมากไม่ไหวปล้วยอมใจ5555555
    #15
    0
  15. วันที่ 2 มีนาคม 2562 / 15:37

    อยากได้เล่มเร็วๆจุง

    #14
    0
  16. #13 วิหคเพลิง (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 มีนาคม 2562 / 21:27

    ไม่เข้าใจ นี่มันนิยายฟิลกู๊ด แต่อิชั้นแม่งร้องไห้ทุกตอนเลยจ้าT_T (มีความเข้าใจในเนื้อเรื่องเกินไปแม่ม)

    #13
    1
    • #13-1 (จากตอนที่ 4)
      1 มีนาคม 2562 / 21:37
      งื้ออออออ กอดนะคะตัวเองงงง \(ToT) /
      #13-1
  17. วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2562 / 07:50

    คนหรือเทวดาเนี่ย

    #12
    0