{END} Crash Love กระแทกรัก |【ตีพิมพ์กับ Product Y】

ตอนที่ 3 : กระแทกรัก : Chapter 2 [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,233
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 388 ครั้ง
    26 ก.พ. 62

{ Y a o i / B o y' s L o v e }


ติดแฮชแท็ก #คุณเทพไอ้เจา

Chapter 2




ในความโชคร้ายยังมีโชคดีซ่อนอยู่...

แล้วผมก็เพิ่งได้สัมผัสความรู้สึกนั้นเมื่อวานนี้นี่เอง

ในวันที่กราฟชีวิตผมกำลังดิ่งลงเหวทุกเรื่อง... ทั้งตกงาน เงินก็ไม่มี แถมยังมาจับได้ว่าแฟนนอกใจ ซ้ำเธอยังทิ้งผมไปกับชู้รักในวันเดียวกัน ขนาดที่ซุกหัวนอนผมยังไม่มี 

หรือแม้แต่ชีวิต... 

ผมก็เกือบจะไม่ได้ใช้ต่อในวันพรุ่งนี้ นับเป็นวันที่เฮงซวยที่สุดตั้งแต่เกิดมาเลยเถอะ โคตรไม่เข้าใจว่าทำไมเรื่องแย่ ๆ ต้องมาเกิดพร้อมกันในวันเดียว

น้อยใจความห่วยแตกของชีวิตถึงขั้น คิดฆ่าตัวตาย

มันเป็นอารมณ์ชั่ววูบที่ทำให้ ไอ้เจาเกือบกลายเป็นผีเฝ้าถนน

แต่สวรรค์คงเกลียดเจ้าของชีวิตกาก ๆ อย่างผมมากจนไม่อยากให้ตายง่าย ๆ กระมัง รถลีมูซีนที่พุ่งเข้ามาคันนั้นถึงได้หยุดห่างจากตัวผมแค่ไม่ถึงหนึ่งฟุตอย่างทันท้วงที 

เล่นเอาคนอยากตายอย่างผมขบเคี้ยวฟันด้วยความเจ็บใจ

ทว่า ตอนนั้นเองที่ผมได้รู้ว่าในความโชคร้ายก็ยังมีความโชคดีซ่อนอยู่...

ความโชคดีที่มีชื่อว่า คุณเทพ

คุณเทพที่กลายเป็น เทวดาเดินดิน ของไอ้เจาคนนี้ไง

อ้อ อันที่จริงก็เพิ่งรู้นะว่าไอ้รถคันยาว ๆ ที่คุณเทพนั่งคันนั้นน่ะเขาเรียก รถลีมูซีนนึกว่าเป็นรถสองแถวติดแอร์ของคนรวยซะอีก 

ตอนแรกก็ว่าจะไม่เขินละนะ แต่พอลุงสุชาติอธิบายให้ฟังเท่านั้นแหละ... 

กูนี่เขินเลยครับ

แหม่ ก็ว่าอยู่ มันจะไปมีได้ยังไง รถสองแถวคนรวย

กูก็คิดไปได้หน๊ออออ ขี้ปึกคัก!

ก็นะ ไอ้เจามันเด็กบ้านนอกครับ ไม่รู้จักหรอกรถลีมูซงลีมูซีน เจ๋งสุดก็สองแถวแต่งซิ่งเปิดเพลงตื๊ดอะ

แล้วที่ผมบอกว่าคุณเทพเป็นเทวดาเดินดิน นี่ไม่ได้พูดเกินจริงเลย ถึงจะเพิ่งรู้จักคุณเทพเมื่อวานก็เหอะ แต่ไอ้เจาก็สัมผัสความดีงามของคุณเขาได้หลายอย่าง ให้ความรู้สึกเหมือนเทวดาเดินดินจริง ๆ 

คุณเทพโคตรรวยเลยรู้ปะ มีรถด่วน... หมายถึงไอ้รถลีมูซีนแหละ แต่เรียกย๊ากยาก เห็นหน้าตาเหมือนหนอนรถด่วน ผมเลยเรียกแบบนั้น เออ ก็นั่นแหละ คือคุณเทพมีรถด่วนอย่างหรู แถมยังมีรถที่มองดูก็รู้ว่าราคาแพงมากอีกตั้งหลายคัน จอดเรียงกับอยู่ในโรงจอดรถ

ขนาดบ้านยังหลังใหญ่โตเว่อวังจนไอ้เจาคนนี้เริ่มสับสนแล้วว่ามันเรียกว่าบ้านหรือวังกันแน่

อีกอย่างที่ได้สังเกตชัด ๆ ก็ตอนถูกพามานั่งจับเข่าคุยคือ... คุณเทพโคตรหล่อ!

เชี่ยยย คือหล่อแบบหล่อมากกกกกกกก

คิดเอาว่า ขนาดผมเป็นผู้ชายทั้งแท่งยังแอบปลื้มความดูดีตั้งแต่หัวจรดเท้าของคุณเขาเลยอะ อีพ่ออีแม่เอ๊ย! คือคักแท่น้อ คนอิหยังวะ! 

หล่อฉิบหายวายป่วง หล่อล่มเมืองที่แท้ 

หล่อจัดจนพระเอกละครบางคนยังต้องอาย

ผมสีดำสนิทนั่นถูกเซ็ตเป็นทรงเนี๊ยบโคตรดูดี ขนาดแว่นสายตากรอบเหลี่ยมทรงทันสมัยที่วางบนสันจมูกคมโด่งได้รูปก็ยังลดออร่าเปล่งประกายของคุณเทพไม่ได้ แถมยังให้ความรู้สึกดูเป็นผู้ใหญ่พึ่งพาได้ไปอีก 

หน้าตาคุณเทพก็ดีจัดจนอยากถามว่ากินอะไรถึงได้หล่อคักแท้หนอผู้บ่าวบ้านนี้ เป็นผู้ดีมีการศึกษา สูงส่งไปทุกท้วงท่าซะเหลือเกิน

ดูยังไงก็คงละชนชั้นกับไอ้เจามากอะ

แต่เชื่อปะ คุณเทพไม่ใช่ถือตัวเลยสักนิด!

ถึงจะเพิ่งรู้จักกัน แต่แค่คำพูดของคุณเทพหลายประโยคเมื่อวานมันก็ทำให้ผมรู้สึกว่าเขาเป็นคนดีไปแล้ว ถึงตอนแรกจะกลัวแทบตายว่าจะถูกหลอกพามาฆ่าปาดคอ แต่กลับกลายเป็นว่า นอกจากคุณเทพจะไม่เอาเรื่องที่ผมริอาจทำตัวเป็นมิจฉาชีพ คนหล่อ ใจดี สปอร์ต กทม. อย่างคุณเทพยังให้งานและที่พักกับคนแปลกหน้าอย่างผมด้วย

ที่สำคัญ... 

คุณเทพเป็นคนแรกที่บอก สุขสันต์วันเกิดในวันเกิดของผม

ก่อนหน้านี้ผมหวังว่าจะได้ยินประโยคนี้จากปากแฟนเป็นคนแรก 

พอจู่ ๆ คุณเทพพูดประโยคนี้ขึ้นมา เชื่อปะ จังหวะนั้นแม่งแบบ... ใจบางจนเกือบแหกปากร้องไห้อีกรอบ แต่ต้องฮึบไว้ แล้วส่งยิ้มที่คิดว่ากว้างที่สุดในชีวิตออกไป พึมพำพูดขอบคุณคนใจดีกับตัวเอง 

คุณเทพติดโทนนิ่งก็จริง แต่กลับให้ความรู้สึกโคตรอุ่นในใจ

ทั้งหล่อ ทั้งรวย นิสัยดี ใจยังหล่ออีก สมบูรณ์แบบไปหมดเลยครับคุณคนนี้

เห็นปะว่าคุณเทพดีต่อใจจนไอ้เจาไม่รู้จะอวยยังไงแล้ววววว

ฮือออ พูดแล้วน้ำตาจะไหล...

ไม่ใช่ไร ปวดตัวขึ้นมาอีกละ ระบมแม่งตั้งแต่ตื่นจนตอนนี้ แม่งเง้ยยยย!

“เจา มายกออกไปเร็ว อีกเดี๋ยวคุณชายก็จะลงมาแล้วล่ะ”

“เอ้อ ป้าศรี ๆ” ผมหยุดล้างผักพลางเช็ดมือกับชายเสื้อลวก ๆ เดินไปถือถาดอาหารเช้าคุณเทพไว้ในอ้อมแขน ตอนนี้ผมอยู่ในครัวกับ ป้าศรี หัวหน้าแม่บ้านของคุณเทพ “ปกติคุณเทพเขาตื่นกี่โมงเหรอป้า?”

นี่ผมมาช่วยป้าศรีในครัวตั้งแต่เช้ามืดละ แต่ไม่ได้ขยันไรหรอก 

เอาจริง คือกูปวดเนื้อปวดตัวจนนอนไม่ได้ต่างหาก ใกล้รุ่งก็ทนไม่ไหวลุกออกจากห้อง แอบมาเดินสำรวจดูนั่นดูนี่รอบบ้านคุณเทพนิดหน่อยด้วยความขี้เสือก 

พอเกือบหกโมงเช้าก็เห็นป้าแกเพิ่งกลับมาจากตลาดกับลุงชาติ ผมเลยเข้าไปช่วยหิ้วของแล้วซ้อมเป็นลูกมือป้าแกซะเลย

ระหว่างนั้นป้าศรีก็บอกรายละเอียดเรื่องงานที่ต้องทำ เรื่องกฎของบ้านที่ก็ไม่ได้เคร่งครัดเท่าไหร่ เรื่องเกี่ยวกับเจ้านายคนใหม่ของผมบ้าง ดูเหมือนลุงสุชาติจะบอกป้าแกไว้แล้วตอนที่ออกไปจ่ายตลาดด้วยกันว่าคุณเทพรับผมเป็นคนงานใหม่ ป้าแกก็เลยต้องอธิบายหลาย ๆ เรื่องให้ผมฟัง 

ป้ายังบอกอีกว่า นอกจากคนที่ลาออกไปป้าศรียังมีผู้ช่วยอีกคน เห็นว่าลากลับต่างจังหวัด สักสองสามวันก็คงกลับมา ป้าแกเลยให้ผมมาช่วยในครัวล้างผักล้างจานไรงี้ไปก่อน

งานง่าย ๆ คนอย่างไอ้เจาทำได้สบายอยู่แล้ว

“ปกติวันทำงานคุณชายจะตื่นออกไปวิ่งในหมู่บ้านตอนตีห้าครึ่ง กลับมาอาบน้ำแต่งตัว ลงมาทานมื้อเช้าประมาณเจ็ดโมงครึ่งก่อนออกไปทำงาน แต่ถ้าเป็นวันหยุดก็จะสายหน่อย คุณชายจะตื่นมาใส่บาตรไม่เกินเจ็ดโมงครึ่ง แล้วค่อยทานมื้อเช้าตอนสาย ๆ แต่วันนี้ไม่ได้ลงมาใส่บาตร เห็นว่าเพลียจากงานเมื่อวานน่ะ ชาติบอกว่าประชุมมาทั้งวัน”

“ขนาดวันหยุดยังตื่นเช้าอีกเหรอ เป็นผมนะป้า ถึงวันอาทิตย์เมื่อไหร่ซ้อมตายถึงบ่ายโน้นเลย”

“มัวแต่นอนถึงได้ตัวผอมแบบนี้ไงเรา ข้าวปลาได้กินบ้างหรือเปล่าน่ะ”

“ที่นอนยาวก็คือประหยัดตังค์ซื้อข้าวนี่ล่ะป้า เงินไม่ค่อยจะมีก็งี้ กินรวบมื้อเย็นทีเดียว”

“อาหารทุกมื้อสำคัญนะ ทำแบบนี้บ่อย ๆ สุขภาพจะไม่ดีเอาได้”

“เงินในกระเป๋าก็สำคัญนะป้าศรี ฮ่า ๆ” 

ปกติผมก็ไม่ค่อยกินข้าวเช้าอยู่แล้วเพราะตื่นสายจนเข้างานแทบไม่ทัน ถึงมันจะทำให้ต้องท้องร้องก่อนเวลาพักเที่ยงเป็นชั่วโมงบ่อย ๆ จนโรคกระเพาะถามหาก็เถอะ

แต่แปลกวะ คิดว่าคนรวยระดับคุณเทพมื้อเช้าน่าจะหรูเหมือนรถที่ขับซะอีก หรือไม่ก็ต้องมีแบบอาหารนานาชาติเรียงจนเต็มโต๊ะ แล้วคุณชายก็จิ้มเอาเลยว่าจะกินอะไร อันไหนไม่กินก็เททิ้งเหมือนในละครงี้

ทว่า ในความเป็นจริงกลับต่างจากที่ผมคิดเอาไว้ลิบลับ

มื้อเช้าของคุณเทพที่ผมกำลังถือถาดเนี่ย มัน...

“นี่มื้อเช้าคุณเทพเหรอป้า” ผมขมวดคิ้ว “น้ำเต้าหู้กับปาท่องโก๋อะนะ?”

ปาท่องโก๋ตัวละสองบาทกับน้ำเต้าหู้ถุงละแปดบาท... 

ได้เหรอวะ?

“ของโปรดคุณชายเชียวล่ะ เจ้าประจำที่ตลาด ทุกวันหยุดมื้อเช้าคุณชายจะรับเป็นปาท่องโก๋กับน้ำเต้าหู้เจ้าประจำนี่แหละ คุณชายไม่ดื่มกาแฟวันที่ไม่ได้ทำงาน ช่วงสายกับบ่ายจะรับชากับของว่าง”

ถามจริ๊งงงง มื้อเช้าคนรวยระดับนี้มันดูพื้น ๆ ไปปะ!

“นี่มันผิดกับที่ผมคิดไว้เยอะเลยอะป้า ผมนึกว่าอาหารแต่ละมื้อของคนรวย ๆ จะหรูเว่อวังกว่านี้ซะอีก อย่างพวกเนื้อแกะเนื้อช้างไรเงี๊ยะ!” 

เชี่ยยย อาหารเช้าคุณเทพยังถูกว่าค่าวินมอไซค์ที่ผมนั่งไปปากซอยอีกเถอะครับ

“ติดละครเหรอเรา ไม่มีใครทานเนื้อช้างเป็นอาหารหรอกนะ”

“เอ้า! ก็ไม่รู้ เห็นคนรวยชอบกินเนื้อแปลก ๆ”

“แต่ก็ไม่น่าจะแปลกถึงขั้นทานเนื้อช้างแน่” ป้าศรียิ้มขำ “ไป ๆ ยกออกไปได้แล้ว ระวังด้วย”

“อ่า ครับ ๆ” ผมถือถาดอาหารเช้าออกมาจากครัว ไม่ทันขาดคำ “โอ๊ะ!” 

ป้าศรีหันมองทันทีที่ผมส่งเสียงออกไป เมื่อกี้เสือกสะดุดพื้นต่างระดับตรงกรอบประตูห้องครัว ถาดเกือบบินแล้วไอ้เชี่ยยย 

“แหะ โทษครับป้า รีบไปหน่อย”

“จะไหวไหมเนี่ยเรา”

“ไหวครับ ไหว” ผมยิ้มยิงฟันให้ป้าศรี ก่อนจะหันมาตั้งใจเดินใหม่ 

คราวนี้ค่อย ๆ ก้าวทีละก้าวจนแทบนับว่าเดินบนกระเบื้องไปกี่แผ่น เงยหน้ามาอีกทีก็เป็นผู้ชายตัวสูงนั่งอ่านหนังสือพิมพ์ตรงหัวโต๊ะกินข้าวแล้ว

ขนาดเห็นแค่หลังยังโคตรดูดี โคตรเท่เลย

ถ้าคนอย่างคุณเทพตกใจจะเป็นยังไงวะ?

คิดดังนั้น มุมปากก็ยกยิ้มอย่างคนมีแผนการในใจ 

คุณเทพยังนั่งอ่านหนังสือพิมพ์โดยที่ไม่เห็นว่าผมยืนอยู่ตรงนี้ ผมหันไปมองรอบตัวแล้วไม่มีใคร ป้าศรียังอยู่ในครัว ลุงสุชาติก็ยังไม่เข้ามา แบบนี้ทางสะดวก 

ผมยิ้มกริ่มพลางย่องเข้าไปหาคุณเทพอย่างไม่เร่งรีบ หยุดยืนด้านหลังคนตัวสูง แล้วชะโงกหน้าผ่านไหล่กว้างของอีกฝ่ายไป

พลันส่งเสียงเรียกหวังให้คุณเทพตกใจเล่นตามแผน

“แฮ่ คุณเทพ!

ขวับ!

กึก...

“...” คุณเทพหันมาตามเสียง แต่น่าเสียดายที่ผลไม่เป็นอย่างที่คาดหวังเท่าไหร่ 

คุณเทพแค่หันมาแล้วชะงัก ใช่ แค่ชะงักนิ่ง ไม่มีท่าทีตกใจผงะสักนิด ขนาดหันมาเจอหน้าผมที่อยู่ห่างแต่ไม่ถึงสิบเซ็นฯก็ยังไม่ตกใจเลยอะ

“ง่ะ ไม่ตกใจหน่อยเหรอคุณเทพ งี้ก็ไม่หนุกอะดิ” 

ผมหน้ามุ่ยอย่างขัดใจ พลางถอนหน้ากลับ ยืดตัวตรงตามเดิม แล้วเดินอ้อมหลังคนตัวโตกว่ามาด้านซ้าย พลางยกจานปาท่องโก๋กับแก้วน้ำเต้าหู้วางตรงหน้าเจ้านายหมาด ๆ

“เล่นอะไรของเธอ” 

ตอนแรกไม่ทันได้มองให้ชัด แต่พอเงยหน้าสบตากับคนที่มองอยู่ก่อนก็ได้แต่ยิ้มแหยออกมา คุณเทพทำหน้านิ่งเหมือนเสียง หัวคิ้วขมวดนิด ๆ ชนิดที่ถ้าไม่สังเกตดี ๆ ก็อาจจะไม่เห็น

ฉะ ฉิบหายแหล่ววววว

คุณเทพโกรธที่โดนผมแกล้งปะวะ หน้านิ่งมากอะตอนนี้

“คุณเทพอย่าทำหน้าดุแบบนั้นดิครับ ผมแค่อยากรู้ว่าเวลาคุณเทพตกใจจะเป็นยังไงเท่านั้นเอง”

“คราวหลังอย่าเล่นแบบนี้อีกนะ เจา”

“ขะ ขอโทษครับ” หงอเลยกู “คุณเทพอย่าโกรธผมเลยนะ นะครับ”

“ฉันไม่ได้โกรธ...” ไม่โกรธแล้วถอนหายใจทำไม หน้านิ่งมากด้วย ไอ้เจาใจเสียนะ “น้ำเต้าหู้ยังร้อนอยู่ ถ้าฉันหันไปชนจนหกใส่เธอจะทำยังไง เดี๋ยวได้โดนลวกกันทั้งเธอทั้งฉันกันพอดีหรอก”

“อุ่ย ลืมคิด” ดีนะน้ำเต้าหู้ไม่หกรดคุณเทพ ไม่งั้นไอ้เจามีหวังหัวขาดแหงม

“ฉันแค่เตือนให้ระวัง ไม่ได้โกรธ อย่าซนนัก”

“แหะ ไม่เล่นแล้วครับ ๆ”

“มีอะไรกันหรือครับคุณชาย ผมได้ยินเสียงดังแว่วออกไปด้านนอก”

อ๋อ ก็ไม่มีไรมากกกกก เสียงผมแกล้งคุณชายของลุงเองแหละ

“ไม่มีอะไรครับ เด็กใหม่ซนนิดหน่อย” 

แกล้งเล่นครั้งเดียวก็ว่าผมซนเลยเนอะคนเรา

“หืม เจาซนอะไรอีกหรือคะ คุณชาย” แหมมมม ทีงี้มากันครบเลยน้า “เมื่อเช้าก็ซนจนจานแตกไปครึ่งโหล เมื่อกี้ก็เดินสะดุดตรงประตูจนคุณชายของป้าเกือบจะไม่ได้ทานมื้อเช้าแล้วนะ”

ป้าศรี ป้าจะพูดถึงเรื่องนี้ทำม้ายยยยย ลืมมันไปสิ ผมยังแกล้งลืมเลยเนี่ย!

“ดูท่าจะวีรกรรมเยอะไปหน่อยนะเจา สำหรับการเริ่มงานวันแรก” ลุงสุชาติก็ขยี้เก่งงงง

แล้วดูดิ คุณเทพงี้หันมามองผมหน้านิ่งอีกแล้ว ฮือออ พนมมือแรง

“วันแรกก็ทำจานแตกไปครึ่งโหลเชียวเหรอ?” คุณเทพเลิกคิ้ว “เห็นทีคงจะได้ซื้อจานใหม่กันทุกวันแน่”

“โธ่ มันเป็นอุบัติเหตุคร้าบบ มือผมแค่ลื่นไปหน่อยเท่านั้นเอง แล้วที่สะดุดก็แค่ลืมว่ามันมีพื้นต่างระดับนิดนึงอ่า...” ผมบอกเสียงอ่อย หูตกหางลู่เลยทีเดียว “แบบว่า ๆ ผมไม่ค่อยถนัดล้างจานเท่าไหร่ ตะ แต่คุณเทพอย่าไล่ผมออกเลยนะ ให้ผมทำอย่างอื่นแทนก็ได้ หรือหักเงินเดือนดีไหม แต่... แต่ว่าหักนิดนึงได้ไหมง่ะ”

เรื่องราวก็คือ เมื่อเช้าผมเห็นว่าป้าศรีไม่ว่างไง เตรียมนู่นนั่นนี่อยู่ ผมเห็นมีจานค้างในอ่างล้างจานก็เลยเสนอหน้าล้างให้ ล้างเสร็จก็จะยกไปเช็ดเก็บแหละ 

แต่บังเอิญว่าตอนยกขึ้นมันลื่นหลุดมือ ก็เลยหล่นแตกทั้งตั้งเลย

“...” คุณเทพพูดอะไรหน่อยซี่ อย่าเอาแต่จ้องแล้วถอนหายใจ ผมกลัวนะ

หมับ...

“คุณเทพพพ” 

ฉับพลัน ผมรีบคุกเข่าเกาะหน้าขาเจ้านายอย่างสอพลอ เงยหน้ามองคุณเทพแล้วกะพริบตาปริบ ๆ ให้ดูน่ารักน่าสงสารที่สุดเท่าที่หน้าโง่ ๆ ของไอ้เจาคนนี้จะทำได้ 

คุณเทพหลุบมองมือที่เกาะขา ก่อนจะเลื่อนสายตามองผมนิ่ง 

“คุณเทพอย่าไล่ผมออกเลยน้า ให้ผมไปทำความสะอาดบ้านแทนก็ได้ แต่อย่าไล่ออกเลยนะครับ นะ ๆ”

ได้โปรดไว้ชีวิตคนไม่มีจะแดกด้วยเถอะครับ

“ตายแล้ว เจา! ทำไมไปเกาะขาคุณชายแบบนั้น” ป้าศรีดุ “ไม่ได้นะ ออกมาเดี๋ยวนี้เลย”

เรื่องไรจะออกให้โง่เล่า ป้าศรีไม่รู้จักลูกอ้อนเหรอ นี่เป็นวิธีเอาตัวรอดอย่างหนึ่งนะ

หมับ!

“ไม่เอาอะ!” ไม่ออก แถมเปลี่ยนเป็นกอดขาแน่นแล้วด้วยคราวนี้ เอาเด้ “คุณเทพอย่าเงียบดิ ไอ้เจาใจไม่ดี หลวมตัวรับทำงานแล้ว ถึงไล่ก็ไม่ไปนะบอกก่อน หน้าด้านมาก เพราะงั้นคุณเทพอย่าไล่ผมออกเลยนะ ฮือออ ให้ไอ้เจาทำงานต่อเถอะ ทำจานแตกแค่นิดหน่อยเอ๊งงงง คราวหน้าไม่ทำแตกแล้ว จริง ๆ นะ สัญญาเลยสัญญา”

“รู้ไหม เจา...”

“ครับ?” ผมเอียงคอเงยหน้ามองคุณเทพที่กำลังก้มหน้ามองผมอยู่

“บางที เธออาจจะโดนไล่ออกเพราะไม่ยอมปล่อยขาฉันก็ได้”

รวดเร็วแทบจะในวินาทีนั้น

พึ่บ!

“อะโหยยย ใครจับคุณเทพ ไม่มีเลยครับ ไม่มี๊!” ผมรับปล่อยขาคุณเทพแล้วลุกมายืนข้างลุงสุชาติ พร้อมยกมือเสมอไหล่ทั้งสองข้างแล้วส่ายหน้าพรืดทันที “ผมเป็นเด็กดีจะตาย คุณเทพไม่ไล่ออกหรอก เนอะ ๆ”

“...” คุณเทพส่ายหน้า พลางถอนหายใจเบา ๆ 

แต่ไอ้เจาเห็นนะว่ามุมปากกระตุกเหมือนจะยิ้มอะ แน่ะ ๆ จะยิ้มแบบนี้แสดงว่าไม่ได้จะไล่ออกจริง ๆ ใช่เปล่า 

แหม หยอกเก่งงงง ผมนี่ใจเสียเลย 

“ยิ้มอะไรอีกล่ะ”

“เปล่าครับ” ผมยิ้มตาหยี “แค่มีความสุข เพราะเจ้านายผมใจดีมว๊ากกกก”

“รู้ได้ยังไงว่าใจดี ฉันยังไม่ได้บอกเลยนะว่าจะไม่ไล่เธอออก”

“ผมรู้หรอกกกก” 

แหม ทำเป็นเข้ม ทั้งที่กลั้นยิ้มอยู่ ไอ้เจารู้แกวแล้วว่าทำนิ่งขู่ไปงั้นแหละ

“ไม่ต้องมาทำเสียงทะเล้นเลยเราน่ะ” สีหน้าผ่อนคลายของคุณเทพเป็นเครื่องยืนยันว่าไม่ผิดจากที่ผมพูดสักนิด ถึงจะหน้านิ่งไปบ้าง แต่คุณเทพน่ะใจดีมากจริง ๆ “ป้าศรีกับลุงชาติมีอะไรทำก็ไปทำกันเถอะครับ”

“งั้นเดี๋ยวป้าอบขนมสูตรใหม่ให้ทานคู่กับชาตอนบ่ายนะคะ คุณชาย”

“ครับ ป้าศรี” ผมกำลังจะเดินตามป้าศรีไปในครัว แต่คุณเทพก็เรียกไว้ก่อน “เจา เธอไม่ต้องตามไป”

“อ้าว คุณเทพมีอะไรจะใช้ผมเหรอ?”

“ฉันแค่คิดว่างานครัวอาจจะไม่เหมาะกับเธอเท่าไหร่”

“คุณทะ...!

“ฟังให้จบก่อน” กำลังจะแหกปากก็เจอคุณเทพเบรกซะหัวทิ่ม แหม่ เล่นเกริ่นแบบนั้นก็นึกว่าเปลี่ยนใจจะไล่ผมออกของจริงดิ “เธอไปทำความสะอาดบ้านแทนช่วยงานในครัวดีกว่า ฉันยังไม่อยากซื้อจานใหม่ทุกอาทิตย์”

จ้า ขยี้กว่านี้ก็คือขาวกว่าผ้าที่ซักละน้าคุณเทพพพพ

 


[THEPTARA PART]

“เจา”

“โอ๊ะ เฮ้ย! เชี่ยยยยยยย”

เพล้ง! โครม!!

หมับ...

“จริง ๆ เลย” ผมระบายลมหายใจ รอให้ก้อนเนื้อในอกกลับมาเต้นปกติครู่หนึ่ง ก่อนจะปล่อยคนตัวผอมออกจากอ้อมแขน ลากสายตาสำรวจคร่าว ๆ ไม่พบร่องรอยบาดแผล จึงลากสายตาสบอีกฝ่าย “ทำไมเธอถึงซนแบบนี้นะ”

“ผมไม่ได้ซนซะหน่อย” เจามุ่ยหน้า “คุณเทพพูดเหมือนผมเป็นเด็กอะ นี่ผมกำลังทำงานอยู่ต่างหาก”

“อย่างน้อยเธอก็เด็กกว่าฉันเกือบสิบปีนั่นแหละ”

เด็กหน้ามอมแมมคนเมื่อวานหายไปแล้ว หลังจากอาบน้ำอาบท่าก็หลงเหลือแต่เด็กผู้ชายหน้าตาดีที่ดูจะแสบไม่ใช่ย่อยคนหนึ่ง ตอนนี้เขากำลังย่นจมูกใส่ผมเพราะถูกครหาเมื่อครู่ 

เขามีใบหน้าติดกวน ดูดื้อรั้นไม่น้อย หากดวงตากลับใสซื่อ ค่อนข้างเปิดเผย ไม่ซับซ้อน ทุกความรู้สึกของเขาจึงถูกแสดงออกผ่านนัยน์ตาคู่สวยจนหมด

“จริงเหรอ!” ตาโตเชียว ตกใจอะไรขนาดนั้น “ผมนึกว่าคุณเทพแก่กว่าผมไม่กี่ปีเองนะเนี่ย หน้าเด๊กเด็ก”

“ประจบไปก็ไม่ทำให้รอดหรอก” ผมว่าเสียงนิ่ง “เมื่อกี้มันอันตรายนะ ปีนขึ้นไปทำไม”

หลังจากทานมื้อเช้าเสร็จ ผมก็ออกไปรดน้ำกล้วยไม้เพื่อย่อยอาหาร กลับเข้ามาบนบ้านอีกทีก็เห็นเจากำลังปีนเก้าอี้ขึ้นไปเช็ดตู้กระจกที่ค่อนข้างสูงเกือบอีกเท่าตัวของเขา ผมเห็นว่าเจากำลังจะเหยียบพลาดก็เลยเรียกเขาเอาไว้ 

แต่ดูเหมือนเจาจะตกใจ หันกลับมาพร้อมกับเหยียบวืดไปแล้ว โชคดีที่เขาทรงตัวได้ดีจึงไม่ล้ม แต่ก็ปัดเอาแจกันหล่นลงมาด้วย ผมจึงรีบไปดึงเจาหลบเศษแจกันแบบที่ร่างกายขยับไปตามสัญชาตญาณ เท้าเขาก็เตะเอาที่โกยผงเสียกระจายอีก

“ก็... ก็ผมเช็ดกระจกอยู่อ่า คุณเทพแหละ มาเงียบ ๆ แบบนี้ผมก็ตกใจหมดดิ”

โยนความผิดมาให้กันเฉยเลยสินะ

“เธอไม่ควรจะปีนขึ้นไปตั้งแต่แรกต่างหาก” เจาย่นจมูกใส่ “แล้วนี่ทำไมถึงไม่ใช้เครื่องดูดฝุ่น?”

“อ๋อออ” เด็กซนลากเสียงยาว แล้วยิ้มเขิน “ผมใช้ไม่เป็นอะ กลัวพัง ใช้ไม้กวาดสะดวกกว่า”

“เธอนี่นะ” ผมส่ายหน้า ไม่ได้รู้สึกหงุดหงิดอะไร

จะว่าเจาเป็นเด็กซุ่มซ่าม ก็ไม่เชิง ถึงเมื่อเช้าเข้าไปช่วยป้าศรีในครัวจะทำจานแตกไปแล้วครึ่งโหลก็เถอะ พอให้มาทำงานบ้านก็เกือบพาตัวเองเจ็บตัว แถมดูเหมือนจะเละกว่าเดิมเสียอีก เล่นเอาผมถึงกับถอนหายใจออกมาเป็นครั้งที่เท่าไหร่ก็ไม่ได้นับ 

ไม่ได้รู้สึกโกรธ แค่คิดว่าเด็กคนนี้ซนจนอยากจะจับมาตีเบา ๆ สักทีให้หายทโมน

เจอกันวันเดียว ซนถึงขั้นกล้ามาแกล้งผมแล้วครับ ทั้งที่เมื่อวานยังกลัวผมฆ่าอยู่แท้ ๆ

เมื่อเช้าน่ะ เด็กดื้อลอบมาข้างหลัง เรียกผมเสียงดังใกล้ ๆ หู ผมตกใจหันไปมองตามสัญชาตญาณ พอหันไปพบว่าหน้าเขาอยู่ห่างไม่กี่คืบก็ตกใจสิ ไม่คิดว่าจะใกล้ขนาดที่ลมหายในของเราจะกระทบกัน โชคดีที่ผมยังมีสติก็เลยดูไม่ค่อยเหมือนคนตกใจจนเหวอเท่าไหร่ จะบอกว่าเก็บสีหน้าเก่งก็คงใช่ พานให้คนแกล้งมีสีหน้าผิดหวังให้เห็น

ใช่ แกล้งคนอื่นแล้วยังแอบทำหน้าเซ็งใส่ด้วย

ดื้อจริง ๆ

ที่จริง ผมรู้สึกแปลกนิดหน่อยกับการกระทำของเจานะ เล่นเอาผมถึงกับนิ่งไปเพราะทำอะไรไม่ถูกชั่วขณะ เขาดูไม่คิดอะไรมากเวลาถึงเนื้อถึงตัวหรือเล่นอะไรแบบนี้เท่าไหร่ แต่คนที่ทั้งชีวิตแทบจะไม่มีใครเล่นแบบถึงเนื้อถึงตัวด้วยอย่างผมก็อดรู้สึกประหลาดอย่างเสียไม่ได้ 

นี่ถ้าผิดจังหวะหรือองศาเพี้ยนกว่านี้ ปากผมคงชนกับปากเขาไปแล้ว

ดูสิ เซี้ยวขนาดนี้ผมจะไม่อยากตีสักทีได้ยังไง

แต่ก็ยังดีที่เจามีสีหน้าดีขึ้นกว่าเมื่อวาน ยิ่งตอนที่ผมถามเขาว่ายิ้มทำไม แล้วเขาตอบว่ามีความสุขน่ะ ทำให้ผมยิ่งรู้สึกว่าเด็กคนนี้เหมาะกับรอยยิ้มมากกว่าน้ำตาเป็นไหน ๆ 

เขาไม่ควรต้องเจอเรื่องแย่อะไรอีกแล้ว

ผมเองก็เช่นกัน...

เห็นทีคงต้องเปลี่ยนงานให้เจาใหม่ ไม่อย่างนั้นบ้านผมอาจจะแย่ก็ได้

“ผมขอโทษครับ” พอถูกตำหนิก็หน้าหงอยเหมือนเมื่อเช้าไม่มีผิด “คุณเทพอย่าหักเงินเดือนผมน้า”

แล้วก็กลัวเรื่องหักเงินเดือนยิ่งกว่าอะไร 

“ถ้าโดนหักจริง สิ้นเดือนนี้เธอคงติดลบแน่ ๆ”

“ง่ะ!

“ตกลงว่าเธอทำงานบ้านเป็นจริง ๆ หรือเปล่า”

“ทำได้ครับ” หน้าตามุ่งมั่น แต่ผมว่ายิ่งทำก็เหมือนยิ่งยุ่งเข้าไปใหญ่ “คุณเทพทำหน้าไม่เชื่อผมอะ”

“ใช่” ผมตอบอย่างไม่ปิดบัง “เพราะทำได้กับทำเป็นมันต่างกันนะ”

“ง่า... แล้วคุณเทพจะไล่ผมออกเหรอ ไม่เอานะ ผมไม่มีที่ไปนะครับ”

“ทำไมถึงคิดแต่ว่าฉันจะไล่ออก หืม?”

“ก็ผมห่วย” เจายิ้มเจื่อน “ทำไรก็ไม่ดีสักอย่าง แฟน ไม่ดิ แฟนเก่าผมก็บอกว่าผมแม่งโคตรห่วย ไม่งั้นเธอคงไม่ทิ้งผมไปกับผู้ชายคนนั้นหรอก จริง ๆ ก็พอรู้ตัวแหละว่าชีวิตมันย่ำอยู่กับที่ ไม่มีอะไรดีสักอย่าง แบบ...”

“เจา ไม่ทำหน้าแบบนั้น” ไปกันใหญ่แล้ว “เธอไม่ควรดูถูกตัวเองอย่างนั้นนะ”

“ก็มันเรื่องจริงนี่นา”

“ไม่จริงหรอก เธอไม่ได้ห่วยเสียหน่อย”

“ทั้งที่ผมทำบ้านคุณเทพเละขนาดนี้อะเรอะ?” เบะปากแล้วด้วยทีนี้ “ทำไรก็ไม่ดี โคตรห่วย”

“เจา ฟังนะ ที่เธอทำมันได้ไม่ดี ไม่ได้แปลว่าเธอต้องห่วย แต่เพราะมันไม่ใช่สิ่งที่เธอถนัดต่างหาก” ผมอธิบายให้เขาเข้าใจ อยากให้เจาลองปรับวิธีการคิดใหม่ “เคยได้ยินประโยคนี้หรือเปล่า Nobody is perfect.”

“ฮือ ฟังแล้วน้ำตาจะไหลเลยครับ”

“เข้าใจแล้วใช่ไหม?”

“เปล่า ฟังไม่ออกง่ะ”

“...”

“เงียบเลย แปลหน่อยครับคุณเทพ แหะ” ผมทั้งยิ้มทั้งถอนใจออกมา

“ที่จะบอก คือโลกนี้ไม่มีใครสมบูรณ์แบบร้อยเปอร์เซ็นหรอกนะ เจา คนเราทุกคนต้องมีทั้งเรื่องที่ทำได้ดีและไม่ดี ไม่ว่าใครก็ต้องมีเรื่องที่ไม่ถนัดกันทั้งนั้น ซึ่งเรื่องที่ไม่ถนัดก็ไม่ใช่ตัวชี้วัดว่าคน ๆ นั้นห่วยเสียหน่อย”

“...”

“อย่างน้อยเราก็ต้องมีเรื่องที่ถนัดกันคนละเรื่องนั่นแหละ ต่อให้งานที่เธอทำมาวันนี้จะยังออกมาไม่ดีก็ไม่เป็นไร นั่นไม่ได้แปลว่าเธอห่วย งานอื่นในบ้านนี้ก็ยังมีอีกหลายอย่าง ต้องมีสักงานที่เธอทำออกมาได้ดี ฉันเชื่ออย่างนั้น”

“อ่า... คุณเทพนี่ ใจดีจังนะครับ” เจาเงยหน้ามองผมแล้วยิ้มปลื้ม

“ไม่ต้องมาประจบเลย” ผมกอดอกมองคนตรงหน้า “ไป เดี๋ยวลองทำสวนดูว่ารอดไหม”

“คร้าบบบบ” เจายิ้มเฉ่ง ขานรับอย่างขันแข็ง ก่อนเขาจะทำหน้าเหมือนคิดอะไรได้แล้วก็หุบยิ้มฉับ ชี้นิ้วพลางหรี่ตามอง ก่อนจะย้ำถามประโยคที่ทำเอาผมเผลอยิ้มขำ “ว่าแต่ คุณเทพจะไม่หักเงินค่าแจกันผมแน่นะ?”

“อยากโดนหักไหมล่ะ” เจาสั่นหน้าแรงแทนคำตอบ “ถ้าไม่อยากก็ไปทำงาน เดี๋ยวจะพาไปดูสวนนั่งเล่น”

“แล้ว ๆ เศษแจกันพวกนี้ล่ะครับ ผมต้องเก็บก่อนใช่ปะ”

“ไม่ต้อง เดี๋ยวเหยียบได้แผลขึ้นมาจะยุ่ง ใกล้เวลาแม่บ้านหมุนเวียนเข้ามาทำความสะอาดแล้ว ส่วนเราน่ะไปสวนเลย” 

ปกติผมจ้างแม่บ้านหมุนเวียนแบบเช้ามา-เย็นกลับไว้ช่วยป้าศรีอีกแรง คนสวนก็จะเข้ามาสัปดาห์ละครั้ง ดังนั้น แม่บ้านที่อยู่ประจำที่นี่ก็จะมีแต่ป้าศรีกับผู้ช่วย ลุงสุชาติ แล้วก็เจคอป เพราะไม่อยากให้บ้านวุ่นวายนัก

งานผมค่อนข้างยุ่งตลอด วัน ๆ ก็ทำแต่งาน ไม่ค่อยได้ไปเที่ยวที่ไหน วันหยุดก็ชอบอยู่บ้าน นั่งดื่มชา อ่านหนังสืออยู่ที่ห้องสวนนั่งเล่น 

ผมชอบความสงบ ไม่ชอบให้คนในบ้านดูเยอะจนวุ่นวาย งานทำให้ผมต้องมีคอนเน็กชั่นอยู่เสมอ เจอผู้คนมากมายจนบางครั้งก็น่าเบื่อ 

บ้านคือแหล่งพักผ่อนที่ยอดเยี่ยมหลังจากทำงานเหนื่อยมาทั้งสัปดาห์

ที่นี่เป็นเซฟโซนของผม เป็นที่ที่ผมเป็นตัวของตัวเองมากที่สุดแล้ว

“โห นี่คุณเทพชอบกล้วยไม้เหรอ กล้วยไม้อย่างเยอะ งาม ๆ ทั้งนั้น”

เจาถามอย่างสนใจเมื่อผมพาเขาลงมาที่ห้องกล้วยไม้ ตรงนี้ถูกจัดเป็นมุมนั่งเล่นแบบสวนในบ้าน เป็นห้องที่ต่อเติมอยู่ข้างตัวบ้านอีกที หลังคาเป็นกระจกใสเพื่อให้แสงส่องสว่างแต่ช่วยกันฝนได้ดี ห้องนี้มีแต่กล้วยไม้วางเรียงกันบนชั้น บ้างก็แขวนห้องลงมาจากด้านบน มีชุดโต๊ะสำหรับเอาไว้นั่งพักผ่อนทานของว่างหนึ่งชุด

นี่เป็นมุมโปรดของผมเลยล่ะครับ

“คุณหญิงย่าชอบกล้วยไม้น่ะ ฉันก็เลยชอบตามท่าน”

ห้องนี้คุณย่าก็เป็นคนสั่งให้ต่อเติมขึ้นมา อยู่ฝั่งกำแพงด้านที่ตรงกับสนามหญ้าหน้าบ้าน ปูทางเดินหินเชื่อมกับน้ำพุกลางสนามอีกที ถัดจากสนามหญ้าตรงกลางก็เป็นทางจากประตูรั้วสู่ตัวบ้าน ส่วนอีกฝั่งเป็นโรงจอดรถยาวไป

“อ้าว แล้วท่านไปไหนครับ ทำไมคุณเทพอยู่บ้านหลังใหญ่คนเดียวอะ จะว่าไป ตั้งแต่มาผมก็ยังไม่เห็นใครเลยนะ แต่ในรูปใหญ่กลางบ้านเห็นมีพ่อแม่คุณเทพด้วย” ผมเลื่อนสายตาตามแผ่นหลังอีกคนที่เดินสำรวจไม่หยุด

“พวกท่านเสียแล้วล่ะ”

“อ่า... ขะ ขอโทษครับ ผมไม่ได้ตั้งใจ” เจาหน้าเสีย “เอ่อ เสียใจด้วยนะครับ”

“ไม่เป็นไร ไม่ใช่เรื่องต้องห้ามหรอก” ผมบอก “ฉันผ่านมาแล้ว”

“ถ้างั้น คุณหญิงย่าของคุณเทพก็คงจะชอบกล้วยไม้มาก ๆ เลยเนอะ มีเยอะเลย”

“ใช่ ท่านบอกว่าที่ชอบ เพราะเป็นดอกไม้ที่คุณปู่ของฉันให้ตอนเริ่มจีบกันน่ะ”

ผมคลี่ยิ้มบางเมื่อนึกถึงผู้หญิงที่เคารพรักที่สุด 

ครอบครัวผมมีกันสี่คน คุณหญิงย่า คุณพ่อคุณแม่ แล้วก็ผม คุณพ่อกับคุณแม่ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตตั้งแต่ช่วงผมเรียนมัธยมต้น ส่วนคุณหญิงย่าเพิ่งเสียไปเมื่อสองปีก่อน

คุณหญิงย่าเป็นคนเลี้ยงผมตั้งแต่เล็ก ผมจึงค่อนข้างติดท่านมาก

ท่านชอบมานั่งอยู่ในสวนกล้วยไม้ในห้องนั่งเล่นกึ่งกลางแจ้งนี้บ่อย ๆ ท่านชอบดื่มชา อ่านหนังสือ ดูกล้วยไม้ บางวันก็ลงมือตัดแต่งเอง ผมชอบตามท่านมานั่งเล่นตลอด มุมนี้เป็นมุมที่ทำให้จิตใจสงบ เป็นมุมที่อยู่แล้วสบายใจ 

นานวันเข้าเลยกลายเป็นว่า ผมซึมซับบรรยากาศรอบตัวจากคุณหญิงย่าจนมีความชอบคล้ายท่านไปโดยปริยาย

เพื่อนสนิทก็ชอบบอกว่าผมมีไลฟ์สไตล์เหมือนคนแก่

“เวลาคุณเทพพูดถึงท่านแล้วดูมีความสุขจัง คุณเทพคงรักคุณหญิงย่ามากเลยเนอะ”

“อืม รักมาก ท่านเป็นคนเลี้ยงฉันมาน่ะ”

“ดีจังครับ ท่านคงใจดีมากแน่ ๆ”

“ก็มีทั้งช่วงเวลาที่เข้มงวดและใจดีนั่นแหละ” ผมบอก “แล้วครอบครัวของเธอล่ะ?”

“อ๋อ บ้านผมอยู่ต่างจังหวัดครับ พ่อแม่ผมอยู่ที่นั่น”

“เธอไม่อยากกลับบ้านบ้างเหรอ?”

“ถึงกลับไป พ่อแม่ก็คงไม่อยากเห็นหน้าผมมั้งครับ ฮ่า ๆ” เจาพูดกลั้วหัวเราะ แต่ผมกลับไม่รู้สึกว่ามีอะไรตลกเลย “เขาตัดหางปล่อยวัดตั้งแต่วันที่ผมรั้นจะมากรุงเทพฯกับแฟนละ กลับไปหามีหวังโดนแพ่นกบาลแยกมากกว่า”

“แล้ว...”

โฮ่ง! โฮ่ง!!

พลัน หัวข้อสนทนาต้องหยุดลงเมื่อมีเสียงเห่าดังขึ้นด้านนอก

เจ้าของเสียงนั้นกำลังยกขาหน้าอวบ ๆ ทั้งสองข้างตะกุยประตูไม้ที่ครึ่งบนเป็นกระจกใสเพื่อแสดงตัวตน เรียกความสนใจทั้งผมและเจาให้หันไปมอง 

คนหลังดูจะตกใจนิดหน่อยที่เห็นสุนัขตัวใหญ่กำลังตะกุยขาอย่างเอาเป็นเอาตาย ก่อนจะยิ้มกว้างดวงตาเป็นประกายวิบวับเหมือนถูกอกถูกใจ พลางรีบเดินไปทำท่าจะเปิดประตูจนผมต้องร้องปราม

“เจา เดี๋ยวก่อน”

“งุยยย นุ้งงง น่าร๊ากกกกก” เจาเกาะกระจก หยอกกับเจ้าตัวอ้วนที่ยังไม่หยุดตะกุยด้านนอกเหมือนเด็กเล็ก สีหน้าเขาดูอยากจะเข้าไปเล่นกับเจคอปเต็มแก่ “หมาใครอะคุณเทพ หมาคุณเทพเหรอ ตัวใหญ่มากกกก”

“ใช่ แต่ที่จริงคุณหญิงย่าเป็นคนเลี้ยง ท่านเก็บเจคอปมาจากวัดน่ะ มีคนใจร้ายเอาไปปล่อยเพราะมันป่วย ท่านสงสารก็เลยเก็บมาเลี้ยง ตอนนั้นเป็นทั้งขี้เรื้อนแล้วก็มีโรคเยอะแยะไปหมดเลย รักษากันอยู่เป็นปีทีเดียว”

“ไม่น่าเชื่อ ดูไม่ออกเลยว่าอดีตเคยพัง อ้วนท้วนสมบูรณ์มากกก อยากฟัดอ่า”

“เล่นด้วยได้ แต่อย่าเปิดประตูให้เจคอปเข้ามาในนี้เด็ดขาด ไม่งั้นกล้วยไม้พังแน่”

“หูยยย คุณเจคอป ชื่ออย่างเท่!

โฮ่ง! โฮ่ง!!

“ฮ่า ๆ น่าฟัดชะมัด เคยเห็นแต่ในทีวี ผมยังไม่เคยจับหมาแบบนี้ตัวเป็น ๆ เลย คันไม้คันมือ”

“ท่าทางเธอจะชอบสุนัขนะ” ผมยิ้มอ่อน มองคนตัวเล็กหยอกล้อกับสุนัขตัวโตด้านนอก

“ผมอยากเลี้ยงหมาไฮโซมานานละ แต่ไม่มีตังค์ซื้อ อยู่บ้านนอกก็มีไอ้ด่างอยู่ตัว แต่พอมาอยู่นี่ก็ไม่ได้เลี้ยงอะไรเลย กลัวไม่รอด แค่เงินจะกินยังไม่ค่อยมี ขืนเลี้ยงหมาอีกคงตาย ได้แต่เล่นกับหมาหน้าเซเว่นแก้เหงาอะ”

“งั้นคงได้เล่นกันจนเบื่อ รายนี้น่ะชอบเล่นยิ่งกว่าอะไร” ผมบอก ก่อนจะดึงเจาออก ค่อย ๆ เปิดประตูพร้อมกับดันเจ้าเจคอปที่พยายามจะมุดเข้ามาในห้องกล้วยไม้ไปด้วย “เจคอป ไม่เข้าครับ เดี๋ยวกล้วยไม้พังนะ”

โฮ่ง!

ผมรับสองขาหน้าที่เจ้าเจคอปกระโดดใส่เอาไว้จนแขนและเสื้อเลอะ ตัวเปียกแบบนี้สงสัยจะแอบไปเล่นน้ำในสระมาอีกแน่ ๆ 

เจคอปเป็นสุนัขพันธุ์ไซบีเรียนฮัสกี้ ค่อนข้างขี้ร้อน ชอบแอบไปเล่นน้ำในสระว่ายน้ำตลอด เจคอปอเลิร์ตแล้วก็บ้าพลังพอสมควร เคยให้ครูมาฝึกเหมือนกัน แต่ก็ยังแอบดื้อแอบซนอยู่ ยิ่งเวลาอยากเล่นยิ่งดื้อเข้าไปอีก

“คุณเจคอปปป ไปตกน้ำที่ไหนมาเนี่ย เปียกซ่กเชียว หน้าตลกอะ แถวอ้วนจริงไม่ใช่ขนฟูด้วย ฮ่า ๆ”

โฮ่ง โฮ่ง!

เจคอปหันไปสนใจตามเสียงเรียก ผมปล่อยขาหน้าเจ้าตัวอ้วนให้ยืนบนพื้น ก่อนจะเห็นเจามานั่งย่อง ๆ อยู่ข้างผม ยื่นมือมาลูบขนเปียกชื้นของเจคอปอย่างเอ็นดู ทำหน้าเหมือนมันเขี้ยวด้วย 

ส่วนเจคอปก็เข้าไปดมนิดหน่อย ปล่อยให้เจาลูบหัวลูบหางอย่างอารมณ์ดี เจคอปไม่ดุ เข้ากับคนง่าย แต่แรงเยอะ เห่าเก่ง บ่นเก่งมาก

“เจคอปชอบแอบไปเล่นน้ำที่สระหลังบ้านประจำ สงสัยจะต้องจับอาบน้ำแล้ววันนี้”

“คุณเทพ ๆ ผมอาบให้ได้ไหมอะ?” เจาแหงนหน้ามองผมทั้งที่ยังนั่งกอดคอเจคอปอยู่

“...” ไม่ได้ตอบกลับในทันที แค่มองเจาสลับกับเจคอปนิดหน่อย 

แต่เหมือนสีหน้านิ่งของผมจะทำให้คนตัวเล็กตีความไปในทางไม่ค่อยดีเท่าไหร่ เจาย่นจมูก ขมวดคิ้วมองผมด้วยหน้าตาเหมือนจะงอนหรืออะไรสักอย่าง

“ทำหน้างี้ ไม่เชื่อมือผมเหรอคุณเทพ?”

“เปล่า” ก็ไม่เชิง แค่กำลังคิด เจคอปเป็นสุนัขพันธุ์ที่มีเอเนอร์จี้สูง ซนมาก ลุงสุชาติยังเหนื่อยอยู่บ่อย ๆ เจคอปค่อนข้างซนแล้วก็อยู่ไม่นิ่ง ตัวเล็กแบบเจาไม่รู้จะเอาอยู่ไหม “จะอาบได้เหรอ เจคอปตัวใหญ่นะ”

“โหยยย ตัวใหญ่กว่านี้ผมก็เคยอาบมาแล้วคร้าบ คุณเทพ เชื่อมือสิ!

“หืม สุนัขที่เลี้ยงตัวใหญ่มากเหรอ?”

“หึ ไม่ใช่หมาหรอกที่ใหญ่” เจาส่ายหน้าดิก “หมายถึงควายต่างหาก เมื่อก่อนอาบน้ำให้ควายบ่อย คุณเจคอปตัวแค่นี้ไม่เท่าครึ่งของไอ้บุญสมหรอก แค่นี้ผมเอาอยู่ เดี๋ยวผมอาบให้คุณเจคอปเองครับ นะคุณเทพ น้า ๆ” สงสัยจะกลัวไม่ได้อาบน้ำให้เจคอปมาก เจาถึงได้ทำเสียงอ้อน แถมยังแหงนหน้ามองผมแล้วกะพริบตาปริบ ๆ ใส่

เห็นแล้วก็ปฏิเสธไม่ลง 

“อืม เอาสิ”

“เย้!” ผมยิ้มอ่อนตามรอยยิ้มกว้างของอีกฝ่าย

“ถ้าทำได้ดี ฉันจะยกหน้าที่นี้ให้เธอเลยก็แล้วกัน โอเคไหม?”

“ครับ คุณเทพไว้ใจไอ้เจาได้เลย!


TBC.

ถ้าอ่านแล้วชอบก็ฝากเม้นต์ส่งฟีดแบ็กให้นกบ้างน้าาา จุ๊บบบบบ



Contact me:     Twitter: @noknsn     Facebook: noksinsn


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 388 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

316 ความคิดเห็น

  1. #290 pueng2u (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 มกราคม 2563 / 20:33
    อาบเจคอปนะไม่ได้อาบตัวเองนะเจา555
    #290
    0
  2. #289 พระจันทร์ตะวันออก (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2562 / 15:10
    อาบน้ำควายยังทำได้เลยนน
    #289
    0
  3. #285 «PhuengAugust» (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2562 / 18:30
    อะ อย่างน้อยก็อาบน้ำหมาได้ละ
    #285
    0
  4. #282 View_Aranya (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2562 / 05:33

    ชอบจังนิยายที่มีสัตว์เลี้ยงด้วย
    #282
    0
  5. #249 pcy921 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2562 / 21:42
    ได้ทำงานที่ถนัดสักที555
    #249
    0
  6. #245 อดีตรีดเงา (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2562 / 00:14

    จะได้เรื่องหรือเป็นเรื่องแน่ฮะเจา?

    #245
    0
  7. #236 fanin177 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2562 / 19:58
    ชอบนะ เนื้อเรื่องคลายเครียดดี เจาน่ารัก ใครไม่ชอบก็ช่างมันนะไรท์~~~
    #236
    0
  8. #235 SanjiMakiko (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2562 / 00:59
    ไว้ใจเจาทีไรบันใยทุกที555
    #235
    0
  9. #232 Amm'vip (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2562 / 19:10
    อืมมม ยังไงดีล่ะ เจาดูเป็นคนไม่มีมารยาทเลยอะค่ะ ทำไมดีไซน์ตัวละครออกมาเป็นแบบนี้น้อออ คือเนื้อเรื่องน่าสนใจนะ แต่เราต้องทนอ่านมากเลยในตอนแรก จบ ปวช.นะ ไม่ใช่ ป.6 อุปนิสัยมันไม่น่าใช่แบบนี้ แล้วไหนจะเคยทำงานมาแล้ว 3 ปี เวลาอ่านมันเลยขัดๆไปกันหมด เฮ้อออ อยากอ่านต่อนะ แต่คงต้องปล่อยใจให้ว่างก่อนค่อยมาอ่านใหม่
    #232
    1
    • #232-1 PrxkPCY(จากตอนที่ 3)
      7 ธันวาคม 2562 / 19:53
      ลองอ่านแบบคลายเครียดดูสิครับ มันก็ตลกๆกับตัวละครนี้นะครับ
      #232-1
  10. #167 Xialyu (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 14 กันยายน 2562 / 18:12
    บ้านพี่เขาจะพังไหมลูก
    #167
    0
  11. #80 Nun7036 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2562 / 16:18
    เอ็นดูอ้ะ อั่ยเด้กซนนนนน แงงงง้ มาอยู่บ้านเค้าได้วันเดียวก็ทำเรื่องไว้เยอะแยะเลยนะ นว้องงงงงงง
    #80
    0
  12. #22 Black-color (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 มีนาคม 2562 / 10:30
    เหมือนมีความซนคูณสอง
    #22
    0
  13. วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2562 / 08:47

    เจาจอมซน อย่าซนจนได้เรื่องล่ะ

    #11
    0
  14. #10 Prince The Killer (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2562 / 16:27
    เรารู้สึกว่าเหมือนน้องหมาริอยากอาบน้ำให้หมาอ่ะ

    มันต้องป่วนและเละแหงเลย

    คุณเทพไปอยู่คุมเจาเถอะ 555
    #10
    0
  15. #9 Poyid (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2562 / 15:24

    ทำไมมันละมุนจังนะคุณเทพ

    #9
    0
  16. วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2562 / 08:51

    ซนใหญ่แล้วนะเจา

    #8
    0
  17. วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2562 / 08:39

    เล่นเป็นเด็กไปได้นะเจา นั่นเจ้านายนะไม่ใช่เพื่อนเล่น

    #7
    0
  18. #6 spy_5555+ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2562 / 23:39
    เจิมมมม
    #6
    0
  19. วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2562 / 19:24

    รอนร้าาาาา

    #5
    0