{END} Crash Love กระแทกรัก |【ตีพิมพ์กับ Product Y】

ตอนที่ 18 : กระแทกรัก : Chapter 14 [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,517
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 263 ครั้ง
    31 ต.ค. 62

{ Y a o i / B o y' s L o v e }


ติดแฮชแท็ก #คุณเทพไอ้เจา

Chapter 14




[THEPTARA PART]

ลุงชาติครับ

ครับ คุณชาย

เดี๋ยวช่วยเรียกป้าศรีกับกบมาหาผมที่โต๊ะอาหารหน่อยนะครับ ผมมีเรื่องจะคุยกับทุกคน

ได้ครับ

ผมก้าวลงจากรถ เพิ่งกลับมาถึงบ้านเมื่อครู่นี้ก็บอกให้ลุงสุชาติตามป้าศรีและกบมาพบ

ตามที่ได้ยิน ผมมีเรื่องอยากจะคุยกับทุกคน ที่จริงก็คิดเรื่องนี้มาสักพัก หลังจากตัดสินใจได้ว่าควรจะทำยังไงกับเจาดี เมื่อเจ้าเด็กแสบหลบหน้าหลบตาผมได้สี่วัน ผมก็ทำการปิดประตูตีแมว

ที่จริงก็ไม่ถึงขั้นนั้น ผมแค่หาจังหวะที่เจาเข้าไปในห้องกล้วยไม้แล้วก็ปิดทางหนีของเขาไว้ จากนั้นก็จับมานั่งปรับความเข้าใจกันอย่างตรงไปตรงมา

สถานการณ์ระหว่างผมกับเจาเต็มไปด้วยความประหม่า

แต่เราก็ผ่านมันมาได้ ผมหมายถึง... ผมค่อนข้างเคลียร์กับเหตุผลที่เจาหลบหน้าผมน่ะครับ สาเหตุก็ไม่ใช่ใคร มาจากผมทั้งนั้น ที่ผมไปจูบเขาเข้านั่นน่ะ ผมถามเขาว่ารังเกียจไหมที่ผมจูบ รู้สึกโกรธหรือเปล่า และเจาก็ตอบกลับมาอย่างน่ารัก ไม่ได้ตอบกลับเป็นคำตอบหรอกครับ ก็แค่ส่ายหัวไปมาและเอาแต่ก้มหน้าไม่สบตาผมเลย

ที่บอกว่าน่ารักก็เพราะท่าทางก้มหน้างุดของเขานั่นแหละ

ดูก็รู้ว่าเขิน เขินมากด้วย เพราะเมื่อเขาเงยหน้า ผมก็ได้เห็นใบหน้าซน ๆ ของเขาแดงเรื่ออย่างน่าเอ็นดู และผมเองก็รู้สึกร้อนบริเวณใบหูไม่ต่างกัน เจาย้อนถามผมกลับมาว่าทำไมผมถึงจูบเขา

แน่นอนอยู่แล้ว... เพราะผมอยากจูบไง

เขาถามต่อว่าทำไมผมถึงอยากจูบ แต่เพราะเขาก้มหน้าลงไปอีกครั้ง ผมจึงขอให้เด็กดื้อเงยหน้าขึ้น ผมอยากให้เขาได้มองผมในระหว่างที่ผมกำลังพูด อยากให้เขาเห็นว่าคำพูดทุกอย่างมันมาจากความรู้สึกของผมจริง ๆ และคราวนี้ดวงตาของเจาเต็มไปด้วยประกายอยากรู้อยากเห็นชัดเจนมาก ไม่เหลือคราบเด็กดื้อที่เอาแต่หลบหน้าหลบตาเลย

ถึงจะเขิน แต่เจาก็จ้องผมอย่างรอคำตอบ

แต่ดูเหมือนวันนั้นโชคจะไม่เข้าข้างผมซะทุกเรื่อง เพราะในตอนที่กำลังจะบอกความรู้สึกของตัวเองออกไป โทรศัพท์ของเจาก็ดังขึ้นขัดจังหวะ ครั้งแรกเขาตัดสาย แต่ครั้งที่สองผมพยักหน้าเป็นเชิงบอกให้เขารับ

หลังจากนั้นเจาก็หน้าซีดเหมือนได้ยินข่าวร้าย

ก่อนจะรู้ว่าแฟนเก่าของเขาถูกทำร้าย และกำลังอยู่ที่โรงพยาบาล

ผมไปส่งเจา เข้าไปเยี่ยมผู้หญิงคนนั้นด้วย เธอเป็นคนเดียวกับที่เจอในตลาดตอนนั้น เดาไว้ไม่ผิดว่าเป็นแฟนเก่าของเด็กดื้อแน่ ๆ เธอยังดูตกใจและหวาดกลัวจึงขอให้เจาอยู่เฝ้า คืนนั้นผมเลยกลับมาคนเดียว

ผมไม่ได้โกรธหรือรู้สึกไม่ดี เพราะรู้ว่ามันเป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้

และวันต่อมาผมก็งานเข้า ต้องรีบออกไปทำงานแต่เช้า กว่าจะกลับมาก็ดึกดื่นแทบทุกวัน ส่วนเจาก็ไปเยี่ยมแฟนเก่าของเขาหลังห้าโมงเย็นและอยู่ที่โรงพยาบาลประมาณสองถึงสามชั่วโมงแล้วค่อยกลับมา

ผมยังหาจังหวะคุยเรื่องที่ยังค้างคาไม่ได้ อยากรอให้เคลียร์ทุกอย่างลงตัวก่อน

และใช่... วันนี้แหละครับ ผมตั้งใจเอาไว้แล้ว

คุณชายเรียกพวกเรามา มีอะไรหรือเปล่าคะ?” เสียงของป้าศรีดังขึ้น ทำให้ผมหลุดจากภวังค์ หันไปมองทั้งสามคนที่กำลังยืนมองผมอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา แต่ว่าเจาไม่อยู่นะคะ ไปเยี่ยมเพื่อนยังไม่กลับเลยค่ะ

ครับ ผมอยากคุยกับทั้งสามคนก่อนผมบอก เชิญทุกคนนั่งที่เก้าอี้ก่อนครับ

เอ่อ ไม่เป็นไรครับคุณชาย ให้พวกเรายืนตรงนี้ดีกว่า

นั่งเถอะครับตอนนี้ผมนั่งอยู่ที่ฝั่งหนึ่งของโต๊ะอาหาร ผายมือให้ทั้งสามคนนั่งลงอีกฝั่งเพื่อจะได้หันหน้าคุยกันได้สะดวก อีกอย่าง... ผมอยากคุยกับทั้งสามคนในฐานะคนในครอบครัวครับ ไม่ใช่ในฐานะเจ้านายกับลูกน้อง

ผมได้รับสายตาอ่อนโยนจากคนที่ผมรักและเคารพเหมือนคนในครอบครัว ป้าศรี ลุงสุชาติ และกบมองหน้ากันแล้วยิ้มเหมือนจะร้องไห้ ก่อนจะเดินมานั่งที่เก้าอี้ของโต๊ะทานข้าวฝั่งตรงข้ามอย่างพร้อมเพรียง

คุณชายจะคุยอะไรหรือครับ?”

ทุกคนครับ... ในชีวิตผมเหลือคนสำคัญอยู่แค่ไม่กี่คนแล้ว และคนสำคัญของผมก็รวมทั้งสามคนด้วย ตั้งแต่คุณพ่อคุณแม่และคุณหญิงย่าเสียไป ผมก็ได้ทั้งสามคนคอยดูแลมาตลอด ผมเห็นป้าศรี ลุงสุชาติ และกบเป็นเหมือนคนในครอบครัว ดังนั้นตอนนี้ผมก็เลยอยากบอกเรื่องสำคัญให้ทั้งสามคนรู้ครับ

“...”

ตอนนี้ผมกำลังตกหลุมรักคนคนหนึ่งอยู่ครับ

จริงเหรอคะเนี่ย  ป้าศรีเบิกตาขึ้นเล็กน้อย แต่ก็ยิ้มดีใจ

ไม่คิดเลยครับว่าจะมีวันนี้ เป็นใครเหรอครับ?”

คุณหนูตระกูลไหนน้าที่ทำให้คุณชายของกบตกหลุมรักได้ ไม่ใช่เล่น ๆ เลยนะเนี่ย

เขาไม่ใช่คุณหนูตระกูลใหญ่ที่ไหนหรอกครับผมยิ้ม สูดหายใจเต็มปอด เขาเป็นคนธรรมดา ไม่ได้ฐานะร่ำรวยอะไร ไม่ได้ดีพร้อมรอบด้าน อาจดูเหมือนไม่คู่ควรในสายตาของคนอื่น แต่ผมก็ไม่เคยแคร์เรื่องพวกนั้น ที่ผมตกหลุมรักเขา ก็เพราะเขาเป็นคนที่ผมอยู่ด้วยแล้วรู้สึกสบายใจ ผ่อนคลาย และเป็นตัวของตัวเองได้มากที่สุด

“...” ทั้งสามคนเงียบเพื่อตั้งใจฟัง และมองผมด้วยสายตาอบอุ่นมาก ๆ

ชีวิตผมมีพร้อมทุกอย่างแล้วครับ ขาดแค่คนรัก ผมไม่เคยมองหาหรืออาจจะหา แต่ก็ยังไม่เคยเจอใครที่ทำให้รู้สึกว่าอยากจะใช้ชีวิตด้วย แต่กับเขา... เขาทำให้ผมอยากยกพื้นที่ข้างตัวตรงนี้ให้ อยากให้อยู่ด้วยกันไปตลอด

ผมกำลังตื่นเต้น รู้สึกถึงหัวใจที่กำลังเต้นแรงมาก ๆ ผมกำลังหวังว่าครอบครัวของผมจะไม่มีสายตาที่เปลี่ยนไปจากตอนนี้ ถ้าหากผมพูดออกมาว่าผมรักใคร อย่างที่บอก ผมมีคนสำคัญที่เป็นเหมือนครอบครัวเหลืออยู่แค่ไม่กี่คน ผมอยากให้พวกเขารับรู้ว่าผมรักใคร อยากให้ครอบครัวของผมยอมรับในความรู้สึกและการตัดสินใจของผมด้วย

“...”

ทุกคนครับผมยิ้มอีกครั้ง ผมรักเจาครับ

“...” ความเงียบยังคงเกิดขึ้นระหว่างทั้งสามคน หลังจากผมพูดประโยคนั้นออกไปด้วยรอยยิ้ม 

กบเป็นคนแรกที่ทำตาโต อ้าปากค้าง ในขณะที่ป้าศรีและลุงสุชาติก็มีสีหน้าตกใจและแปลกใจ แต่ไม่ได้แสดงอาการอะไรมาก

ความเงียบและปฏิกิริยาของทั้งสามคนทำให้ผมประหม่า แต่ก็ยังพูดต่อ...

ผมไม่รู้ว่าสิ่งที่ผมพูดไปจะทำให้ทุกคนรู้สึกผิดหวังในตัวผมไหม แต่ผมก็อยากบอกให้รู้

“...”

ผมไม่เคยคิดมาก่อนว่าวันหนึ่งตัวเองจะตกหลุมรักเด็กผู้ชายได้ ที่จริงก็ไม่เคยคิดเรื่องความรักด้วยซ้ำ แต่ก็แปลกนะครับที่ผมมาตกหลุมรักเด็กที่กระโดดมาตัดหน้ารถตัวเองเพื่อฆ่าตัวตายในวันนั้น

“...”

เขาไม่ได้สมบูรณ์แบบ แต่ก็เป็นคนแรกที่ทำให้ผมรู้สึกสบายใจทุกครั้งที่อยู่ใกล้ ผมมีความสุข ทั้งที่บางทีเขาก็ไม่ได้ทำอะไรเลย ทั้งดื้อ ทั้งซน แต่เพราะเขาเป็นตัวของตัวเอง เวลาที่ผมมองเขา ผมรู้สึกได้ถึงความสุขที่เกิดขึ้นในใจ ไม่มีเหตุผลมารองรับ ผมไม่มีเหตุผลว่าทำไมถึงรักเขา

“...”

ผมรักก็เพราะรู้สึกรัก ผมแค่รู้สึกรักเขาอย่างที่ผู้ชายคนหนึ่งจะรักใครสักคนได้

“...”

ทุกคนผิดหวังในตัวผมหรือเปล่าครับ?”

ทำไมคุณชายถึงคิดว่าจะทำให้พวกเราผิดหวังล่ะคะ?” ป้าศรีถามเสียงอ่อน ทั้งยังส่งรอยยิ้มอบอุ่นมาให้เช่นเดิม เป็นรอยยิ้มที่ผมได้รับมาทั้งชีวิต อาจจะตั้งแต่เกิดด้วยซ้ำ แววตาของป้าอ่อนโยนไม่ต่างจากแม่และคุณหญิงย่า ป้าไม่เคยผิดหวังในตัวคุณชายเลยนะคะ ไม่ว่าจะเมื่อไหร่ หรือแม้แต่เรื่องนี้เองก็เหมือนกัน

ใช่ค่ะกบเสริม ถึงจะกะทันหัน แต่กบก็ไม่รู้สึกว่ามีอะไรน่าผิดหวังเลย

ผมยอมรับว่าตกใจ แต่มั่นใจว่าไม่ผิดหวังแน่นอนครับ ลุงสุชาติยิ้มอย่างเข้าใจ

ความรักของคุณชายไม่ใช่เรื่องน่าผิดหวังนะคะ ความรักเป็นสิ่งที่ดี ป้าก็พอจะมองสายตาคุณชายที่มองเจาออก ตั้งแต่วันที่รีบร้อนเอายาออกไปให้เจาแล้วล่ะค่ะ เจาอาจจะเป็นเด็กดื้อบ้าง ซนบ้าง แต่เขาไม่ใช่เด็กไม่ดี เราทุกคนรู้ว่าเด็กคนนี้น่ารักในแบบของเขา และป้าก็ดีใจที่ได้เห็นสีหน้าผ่อนคลายเวลาที่คุณชายอยู่กับเจานะคะ

“...”

ในเรื่องของโลกภายนอก บางครั้งอาจจะไม่ง่ายสำหรับความรักในรูปแบบนี้สักเท่าไหร่ แต่ป้าเชื่อว่าคุณชายคนเก่งของป้าจะผ่านมันไปได้ เพราะฉะนั้น ไม่ต้องกังวลอะไรเลยนะคะ ป้าเป็นกำลังใจให้อยู่ตรงนี้

ใช่ค่ะ กบด้วย ๆ

ครับ เห็นคุณชายมีความสุข ผมก็ดีใจ

โฮ่ง!

ไม่รู้ว่าเจคอปมาตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่ก็ส่งเสียงเหมือนจะเสริมความอบอุ่นใจให้ด้วย

ขอบคุณครับ

ขอบคุณที่เป็นครอบครัวที่น่ารักของผมเสมอมา



 

หลังจากคุยกับทุกคนจบ ผมก็โทรหาเจา

ตอนแรกเจาบอกว่าจะกลับเอง แต่ผมจะไปรับเขาเพราะทนรอแทบไม่ไหว

ผมอยากคุยกับเขา อยากบอกเขาว่าผมคิดยังไง ผมตื่นเต้นจนรออยู่ที่บ้านเฉย ๆ ไม่ได้

ผมใช้เวลาขับรถมาที่โรงพยาบาลไม่นาน เพราะที่นี่อยู่ใกล้บ้านพอสมควร ไม่ถึงยี่สิบนาทีก็มาถึง ผมลงจากรถ เดินตรงไปยังสวนหย่อมข้างตึกพักฟื้นที่แฟนเก่าของเขารักษาตัวอยู่ ตอนคุยโทรศัพท์กัน เจาบอกว่าลงมาคุยกับเฟิร์นที่สวนหย่อม ผมเดินมาเรื่อย ๆ จนหูได้ยินเสียงพูดคุยกัน ยังได้ยินไม่ชัด แต่น้ำเสียงไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่

กระทั่งเดินมาจนเห็นเจานั่งอยู่ที่ม้าหินอ่อน

แต่เรายังไม่เคยลืมเจาเลยนะ เจาไม่รักเราแล้วเหรอ เรารักกันมาตั้งหลายปีนะ เจาไม่เสียดายเวลาเหรอ

เฮ้ย เฟิร์น...ผมขมวดคิ้วเมื่อเจ้าของคำพูดค่อย ๆ ลุกขึ้นไปทิ้งตัวนั่งบนตักของเจา เจ้าของตักมีสีหน้าตกใจ แต่ก็ไม่ทันได้ทำอะไร ผู้หญิงที่กำลังน้ำตานองหน้าก็พูดต่อ...

กลับมาคบกับเฟิร์นนะเจา นะ

ก่อนจะประกบปากจูบกับเจาในวินาทีนั้น

พึ่บ...

ทันทีที่เห็นผมก็หมุนตัวกลับโดยอัตโนมัติ ก้อนเนื้อในอกเต้นหน่วงหนืดจนรู้สึกเจ็บ ไม่รู้ว่าตัวเองเดินออกมาจากตรงนั้นเร็วแค่ไหน แต่รู้ตัวอีกทีผมก็กำลังหยุดยืนหอบอยู่ข้างรถของตัวเองแล้ว หัวใจยังเต้นตุบ ๆ ในแบบที่คิดว่าทรมานชะมัด ภาพที่เจาจูบกับแฟนเก่ายังติดตา คำขอร้องให้กลับไปคบกันของแฟนเก่าเขาก็ยังดังก้องอยู่ในหัว

ผมไม่รู้ว่าหลังจากนั้นเจาตอบว่ายังไง ตกลงหรือเปล่า

ผมไม่รู้...

ผมส่งข้อความไปบอกเจาว่าจอดรถรออยู่ด้านหน้า ถ้าเขาเสร็จแล้วก็ให้เดินออกมา ระหว่างที่นั่งรอเจาอยู่ในรถ ในหัวผมว้าวุ่นไปหมด ยอมรับว่าผมรู้สึกกลัวขึ้นมาอีกครั้ง... การลงทุนมีความเสี่ยง และหากมองเห็นแต่ความเสี่ยงที่ผลมันจะออกมาได้ไม่คุ้มเสีย ผมก็มักจะหลีกเลี่ยงการลงทุนนั้นไม่ว่าทางใดก็ทางหนึ่ง

ก๊อก ๆ ๆ!

เสียงเคาะกระจกทำให้ผมหันไปมอง พอเห็นว่าเป็นเจาก็ปลดล็อกรถ เจ้าตัวเปิดประตูเข้ามานั่งในรถ ฉีกยิ้มให้ผมเล็กน้อย แต่ก็ดูออกว่ากำลังฝืนเต็มทน เจาดูอารมณ์ไม่ปกติ ผมเดาจากเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ แต่เขาก็ไม่ได้พูดอะไร ผมจึงขับรถออกจากหน้าโรงพยาบาล 

ระหว่างทางมีแต่ความเงียบ เจานั่งนิ่ง ตาเหม่อลอยเหมือนกำลังคิดอะไรอยู่

กลับมาคบกับเฟิร์นนะเจา นะ

เป็นเรื่องนี้หรือเปล่าที่เด็กดื้อของผมกำลังคิดจนหน้าเครียด

แฟนเก่ากลับมาขอคืนดี... 

แฟนคนที่ทำให้เขาตัดสินใจจะฆ่าตัวตาย ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าต้องรักแค่ไหน คนเรายิ่งรู้สึกรักมากก็ยิ่งผิดหวังมาก แต่ผมไม่แน่ใจเลยว่าเจาคิดยังไงในตอนนี้ ทั้งที่ปกติแววตาของเขาเปิดเผยทุกความรู้สึก

แต่ถ้าเป็นเรื่องนี้... ผมกลับมองไม่ออก ไม่กล้าเดาความคิดเขาด้วย

เรากลับมาถึงบ้านโดยที่ไม่ได้พูดอะไรกัน ทั้งที่ผมตั้งใจว่าวันนี้จะบอกความรู้สึกของตัวเองออกไป แต่เจาดูไม่พร้อมจะฟัง เขาเอาแต่เหม่อ และผมเองก็รู้สึกว่ายังไม่ควรพูดอะไรตอนนี้ 

ผมกลัวผลลัพธ์ของมันน่ะ

วันต่อมาเจาไม่มีท่าทางดีขึ้น แม้จะยิ้มให้ แต่ผมก็รู้สึกว่ามันฝืดฝืนเกินไป

เด็กดื้อกำลังเครียด ผมเองก็รู้สึกไม่ต่างกัน

ซ้ำยังไม่กล้าแม้แต่จะเอ่ยปากถาม...

วันนี้เป็นอีกครั้งที่ผมโทรหาขุนพล แน่นอนว่าเพื่อนสนิทก็รีบมาหาผมที่โรงแรมทันที เจ้านี่ยังคงใส่ใจเรื่องของผมกับเจาอย่างใกล้ชิด เมื่อมาถึง ผมก็เล่าเหตุการณ์เมื่อคืนให้ฟังทันทีเพราะทนอึดอัดไม่ไหว

แม่งขัดใจ ทำไมแกไม่ยืนดูให้รู้ว่าหลังจากนั้นมันเป็นยังไง จะเดินหนีออกมาเพื่อ?!

เขาจูบกันนะผมขมวดคิ้ว จะให้ทนยืนดูได้ไง เห็นแค่แวบเดียวยังปวดใจขนาดนี้

โอ๊ย จะมาหน้าบางอะไรตอนนั้นวะ ใช่เรื่องไหมเนี่ย!

ไม่ได้หน้าบาง แต่ไม่อยากเห็น

เออ! ก็เลยไม่รู้เรื่องเลยว่าน้องเจาตอบไปว่าไง แกนะแก ทำตัวเป็นพระรองจนน่าเตะ แล้วก็เสือกไม่ถามน้องให้รู้แล้วรู้รอดไป อยากรู้ก็ต้องถามอะ เก็ตปะเพื่อน! ประโยคนี้แกเป็นคนพูดกับฉันเองนะสมัยเรียน

ก็นั่นตอนเรียน

ตอนไหนก็เหมือนกันโว้ยยยยยขุนพลหัวเสีย ยิ่งเรื่องสำคัญ ยิ่งต้องถาม!

“...”

แกจะมาคิดเองเออเองให้มันได้อะไรวะ

“...” ผมถอนหายใจอย่างคิดไม่ตก ไม่ใช่ไม่อยากถาม

กลัวไม่เข้าเรื่องเพื่อนสนิทว่าออกมาราวกับล่วงรู้ความคิด เรื่องอื่นล่ะเก่งฉิบหาย แต่พอเป็นเรื่องน้องเจาก็กากขึ้นมาเลย กลัวไปหมด ระแวงไปหมด คิดมากไปหมด เสียอาการไปหมด พังหมดเลยนะครับ ไอ้คุณชาย

ยิ่งมีเอฟเฟ็กต์มาก นั่นก็เพราะรู้สึกมากไม่ใช่เหรอ

ผมอาจจะทำได้ดีในหลาย ๆ เรื่อง แต่พอเป็นเรื่องของเจา... ผมกลับไม่มั่นใจเอาซะเลย

ยังไงก็ต้องคุยขุนพลบอกเสียงหนักแน่น แกต้องคุยกับเจาให้รู้เรื่อง บอกความรู้สึกไปเลย

แล้วถ้าเจากลับไปคบกับแฟนเก่าล่ะ จะทำยังไงผมถามเสียงเบา บางทีอาจจะยังรัก...

ทำใจน้ำเสียงจริงจังของขุนพลทำให้ผมสะอึก เจ็บจี๊ดในอกเหมือนมีเข็มทิ่มลงมา ถ้าน้องไม่มีใจ ต่อให้แกรักแค่ไหน มันก็ไร้ประโยชน์ แล้วก็เหมือนกัน... ถ้าอยากรู้ผลลัพธ์ แต่เสือกไม่ยอมทำโจทย์ ชาตินี้ก็คงรู้ผลหรอก

“...”

มันก็เหมือนข้อสอบไฟนอลแหละ แกต้องทำทุกอย่างที่ทำได้ทั้งหมดในห้องสอบ หลังจากนั้นก็รอฟังผลว่ามันจะออกมาเป็นยังไง เอหรือเอฟ... ไม่ว่าอย่างไหน หลังจากรู้ผลก็ต้องทำใจ ถ้าเป็นเอฟก็น่าเสียดาย แต่แกก็ไม่ได้มีน้องเจาเป็นข้อสอบเดียวในชีวิตนะเพื่อน ถ้าเอฟก็แค่รอเวลาลงเรียนใหม่ และแกก็จะได้เจอข้อสอบแบบใหม่

แต่ฉันไม่ได้อยากทำข้อสอบใหม่

“...”

ฉันอยากทำแค่ข้อสอบที่เป็นเขาคนเดียว

ก็นั่นไง ทำซะสิ จะกลัวอะไร ทุ่มสุดตัวกับการสอบครั้งนี้เลยเพื่อน เอาให้มั่นใจว่าผลสอบของแกมันจะออกมายอดเยี่ยมเหมือนอย่างที่เคยเป็นกับทุก ๆ เรื่องขุนพลยกยิ้มมุมปากเท่ ๆ มาให้ ฉันเชื่อว่าแกทำได้ มันจะออกมาดี

ขอบใจที่คอยให้คำปรึกษา แล้วก็คอยให้กำลังใจฉัน

ไม่เป็นไร ฉันรู้ว่าคนเก่งทุกเรื่องยกเว้นเรื่องหัวใจอย่างแกมันไก่อ่อน อิ ๆ

เกือบดีแล้วเชียว

เชิญกลับไปทำงานได้แล้วครับ คุณขุนพล

[END THEPTARA PART]

 




หมดคำถามเรื่องงานไปแล้ว ต่อไปขอถามเรื่องหัวใจของคุณชายหน่อยได้ไหมคะ?”

เสียงพิธีกรสาวสวยดังออกมาจากทีวีจอแบนขนาดแปดสิบนิ้วในห้องนั่งเล่นของบ้านคุณเทพ

ผมเป็นคนเปิดทิ้งไว้เอง วันนี้เป็นวันศุกร์ ผมเพิ่งเรียนเสร็จไปตั้งแต่ชั่วโมงก่อน วันนี้ครูเลิกเร็ว เพราะผมไม่มีสมาธิจนเรียนไม่รู้เรื่อง ถูกดุไปหลายรอบ สุดท้ายครูก็เลยบอกว่าพอแค่นี้ แล้วก็ให้ผมเคลียร์ตัวเองให้เรียบร้อย

ผมยังนั่งอยู่ที่เดิมเหมือนตอนเรียน ไม่คิดจะขยับไปไหน คว้ารีโมตมาเปิดทีวีเพื่อให้เสียงอะไรก็ได้ทำให้ผมรู้สึกสงบลงกว่านี้ ก่อนจะมาสะดุดกับรายการหนึ่งที่ไปสัมภาษณ์คุณเทพถึงโรงแรมนี่แหละ

ดูเหมือนจะเป็นรายการที่ถ่ายไว้อาทิตย์หรือสองอาทิตย์ก่อน แล้วค่อยออกอากาศ ผมนั่งดูคุณเทพให้สัมภาษณ์ในรายการด้วยความรู้สึกว่า คุณเทพเป็นคนที่อยู่สูงมากจริง ๆ ธุรกิจโรงแรมอยู่ในระดับชั้นนำ มีหลายสาขาทั่วประเทศ และกำลังจะขยายสาขาเพิ่ม แถมยังติดหนึ่งในสามของหนุ่มฮอตในวงการธุรกิจที่สาว ๆ อยากได้มาเป็นแฟนด้วย

คุณเทพเป็นคนสุภาพ อ่อนโยน ใจดี และอบอุ่น

ในทีวีอาจจะดูแตกต่างจากเวลาปกตินิดหน่อย คุณเทพไม่ค่อยยิ้ม ติดจะทำหน้านิ่งสุขุมน่าเชื่อถือด้วยซ้ำ แต่ก็ยังเป็นคนที่มองแล้วน่าเข้าใกล้อยู่ดี พอพิธีกรบอกว่าจะถามเรื่องหัวใจ คุณเทพก็พยักหน้าเป็นเชิงอนุญาต

ดิฉันเห็นคุณชายเทพธาราในวงการธุรกิจมานาน แต่ยังไม่เคยเห็นข่าวเกี่ยวกับเรื่องคนรู้ใจเลย ไม่ทราบว่าตอนนี้โสดหรือว่ามีใครข้างกายแล้วคะ?”

โสดครับ

เอาล่ะค่ะ สาว ๆ ที่ได้ยินคำตอบคงจะต้องดีใจกันมากแน่ ๆ พิธีกรสาวสวยเอ่ยอย่างลื่นไหล ก่อนจะยกนิ้วชี้ขึ้น แล้วหันไปถามคุณเทพต่อ แต่เดี๋ยวก่อนค่ะ แม้จะบอกว่าโสดก็ยังวางใจไม่ได้ เพราะงั้นดิฉันขอถามอีกคำถามนะคะ ตอนนี้หัวใจของหนุ่มนักธุรกิจสุดฮอตอย่างคุณชายเทพธารายังว่างให้สาว ๆ จับจองอยู่ไหมเอ่ย?”

คำถามนี้ทำให้ผมเม้มปากแน่น รู้สึกลุ้นในคำตอบยิ่งกว่าพิธีกรซะอีก

“...” คุณเทพไม่ได้ตอบในทันที เขาทำแค่ยกยิ้มมุมปากอย่างมีเลศนัย

ตายแล้ว เงียบแล้วยิ้มแบบนี้หมายความว่ายังไงกันคะเนี่ย

ผมมีคนที่ชอบแล้วครับ

มีคนที่ชอบ ใคร...

ว้ายยยย อุ๊ย! ขออภัยคุณผู้ชมด้วยค่ะ ดิฉันตื่นเต้นมาก ๆ ทำไมคุณชายเทพธาราถึงปิดเงียบได้ขนาดนี้คะเนี่ย ไม่มีหลุดเลย ไม่ทราบว่าสาวผู้โชคดีคนนั้นเป็นใครน้า พอจะบอกได้ไหมเอ่ย ที่บอกว่าโสดคือยังไม่ได้คบกันหรือคะ?”

มันไม่ปกติ มันผิดเพศ มันวิปริต!’

วินาทีนั้น ผมเหมือนคนหูดับไปแล้ว

ผมไม่ได้ยินว่าคุณเทพตอบพิธีกรว่าอะไร เพราะเสียงของเฟิร์นดังแทรกเข้ามาในโสตประสาท มันตะโกนก้องอยู่ในหัวของผม แต่มันยังไม่จบแค่นั้นหรอก ไม่ได้มีแต่ประโยคนี้ที่เฟิร์นมันทิ้งไว้ให้ เพราะหลังจากผมพูดประโยคสุดท้ายแล้วหันหลังเดินออกมา เฟิร์นก็ยังพูดต่อโดยที่ผมได้ยินมันชัดทุกคำ เพราะร่างกายดันชะงักเพื่อหยุดฟัง

มึงคิดว่าความรักของมึงมันจะง่ายเหรอไอ้เจา?’

‘…’

เจ้านายมึงเขาเป็นใคร แล้วมึงเป็นใคร แค่ฐานะทางสังคมก็ไม่มีทางเป็นไปได้แล้ว เจ้านายมึงเขามีหน้ามีตาในสังคมแค่ไหน มึงคิดว่าเขาจะเอาไอ้ขี้ครอก[1]อย่างมึงเหรอ มึงมีเหี้ยอะไรดี โง่ก็โง่ ห่วยแตกฉิบหาย แถมยังกระจอก คิดเหรอว่ามึงจะได้รักกับเขา หรือถ้าเขาเอามึงจริง แม่งก็โคตรโง่ เพราะคนอย่างมึงมีแต่จะฉุดให้เขาตกต่ำ เจ้านายมึงจะโดนคนอื่นดูถูกว่ามึงมีเหี้ยอะไรถึงต้องเอามาเป็นแฟน หึ! มึงมันก็แค่หมาวัด ไม่คู่ควรกับคนที่เขาลอยอยู่บนฟ้าหรอกไอ้เจา!’

ผมยังยืนยันว่าผมเกลียดความเครียด

และเกลียดมากที่พาตัวเองออกจากความคิดแย่ ๆ ไม่ได้

คำพูดของอีเฟิร์นทุกคำฝังอยู่ในหัวผม ยิ่งมาเห็นคุณเทพในทีวีแบบนี้ ผมก็ยิ่งกลัว... พอเป็นเรื่องเกี่ยวกับคุณเทพ ผมก็ไม่อยากคิดน้อยกว่าที่เคยเป็น เมื่อก่อนผมคิดน้อยมากในการรักใครสักคน และมันก็พังไม่เป็นท่า

ครั้งนี้ถึงต้องคิดให้มาก เพราะกลัวว่าจะทำมันพังอีก

ผมไม่อยากทำให้คุณเทพพังไปด้วย คุณเทพเป็นคนมีหน้ามีตาในสังคม เป็นคนที่อยู่สูงมาก ๆ ถ้าเขาจะมีคนรัก ก็ต้องเป็นคนที่คู่ควรและเหมาะสมมากพอจะยืนอยู่ข้าง ๆ โดยไม่มีใครครหาได้

ผมรู้ว่าตัวเองไม่ควรอาจเอื้อมไปดึงเขาลงมาจากที่สูง แต่...

ความรักของผมจะทำให้คุณเทพตกต่ำงั้นเหรอ?

ความรักของผมจะทำให้คุณเทพต้องลำบากใช่ไหม?

ความรักของผมจะทำให้คุณเทพต้องโดนคนอื่นดูถูกงั้นสินะ?

แล้วตัวผม... เป็นอย่างที่อีเฟิร์นพูดจริงเหรอวะ?

ผมไม่อยากให้คำพูดดูถูกเหยียดหยามพวกนั้นมาทำลายตัวผม แต่ผมก็ไม่อยากเป็นคนทำลายความสมบูรณ์แบบของคุณเทพด้วยคำว่ารักเหมือนกัน 

แล้วถ้าผมเกิดอยากเป็นคนที่ดีพอจะคู่ควรกับคุณเทพ...

อย่างผมน่ะ พอจะทำมันได้ไหมนะ?

ผมไม่รู้... ถ้าเป็นเรื่องคุณเทพ ผมก็ขาดความมั่นใจทั้งนั้น

แม่ง ทำไมถึงทรมานขนาดนี้ เหมือนจะหายใจไม่ออก อึดอัด

เจา! ร้องไห้ทำไม เป็นอะไร!” น้ำเสียงตกใจของใครสักคนดังขึ้น ก่อนเจ้าของเสียงนั้นจะวิ่งเข้ามาทรุดตัวอยู่ตรงหน้าผม ไม่ใช่ใคร เป็นคนที่อยู่ในความคิดนี่เอง 

แย่เลย ทำไมต้องมาเห็นผมตอนร้องไห้อีกแล้วก็ไม่รู้

ฮึก ฮืออออและพอเห็นหน้าคุณเทพ ผมก็ยิ่งร้องไห้จนตัวโยน

เจาเป็นอะไร บอกฉันสิ เธอเจ็บตรงไหน หรือว่าปวดท้องโรคกระเพาะ ทำไมร้องไห้แบบนี้เจาคุณเทพร้อนรนอยู่ตรงหน้า แต่ผมกลับเอาแต่ร้องไห้และส่ายหน้า

ฮืออออออออ

หมับ!

เจา ไม่เอาสิ ไม่เป็นแบบนี้ เธอเป็นอะไร ฉันจะบ้าตายแล้วนะ

ตัวผมถูกรวบเข้าไปกอดเอาไว้ คุณเทพตัวใหญ่กว่าผม แค่กอดก็แทบฝังผมให้จมลงไปในอก ยิ่งคุณเทพกอดผมแน่นมากเท่าไหร่ ผมก็ยิ่งร้องไห้หนักขึ้นเท่านั้น 

ผมสะอื้นแล้วสำลักก้อนสะอึก ไอออกมาหลายครั้งจนคุณเทพต้องลูบหลังให้ ผมไม่อยากร้อง แต่ผมหยุดไม่ได้ แล้วที่ผมร้องก็เพราะข้างในมันอึดอัดมาก ๆ มันอึดอัดไปหมดเลย

อึดอัดจนผมแทบหายใจไม่ออก เหมือนอกจะระเบิด

อึก ฮือออ ผมก็แค่... รัก อึก! แค่รัก

เจา ใจเย็น ๆ ค่อย ๆ พูด หยุดร้องไห้ก่อนเด็กดี โอเคไหม?”

ฮึก ผมก็แค่รัก... แค่รักคุณเทพเท่านั้น ฮือ... เอง





[1] ขี้ครอก หมายถึง คำดูถูกเหยียดหยามว่าเป็นผู้มีฐานะต่ำต้อยกว่าครอกหรือทาส (ใช้เป็นคำด่า)




TBC

เอาแล้ววววววววววววววววววว

ฉากบอกรักงง ๆ พร้อมน้ำหูน้ำตา โธ่ ไอ้เจาแห่งบึงโขงหลงของแม่

โดนนังเฟิร์นปั่นซะละเอียดเลยรู๊กกก ไปฆ่ามันนนนนนนน


เดี๋ยวก็ถึงตอนจบแล้วนะทุกคน นิยายเรื่องนี้ไม่หวือหวาหรือซับซ้อนอะไรเลย

ออกจะนิย๊ายนิยาย (น้ำเน่าบ้างอะนะ) แต่ตอนเขียนเรามีความสุขมากเลยแหละ

ยังไงก็อยู่ด้วยกันจนจบน้าาา เราอัปให้จนจบค่ะ แต่ไม่ได้ลงพวกตอนพิเศษเนอะ


หมายเหตุ*

ใครต้องการสั่งซื้อหนังสือคุณเทพ สั่งซื้อที่เว็บนี้ได้เลยนะคะ >> http://producty.lnwshop.com/p/25

หรือถ้าใครเป็นสายอีบุ๊ค ก็มาที่ Meb ได้เลยจ้า >> คลิกเพื่อซื้ออีบุ๊ค


"หึ เด็กดื้อเอ้ย"

Contact me:     Twitter: @noknsn     Facebook: noksinsn



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 263 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

316 ความคิดเห็น

  1. #302 flimnw (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2563 / 23:29
    ฮืออออ เจาลู๊กก
    #302
    0
  2. #300 nayaunza (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 28 มกราคม 2563 / 17:41
    ตั้งตี้ดักทึ้งนังเฟิร์นค่ะ ตัวเองเลวแล้วอย่าดึงคนอื่นไปเxยแบบตัวเองดิวะ
    #300
    0
  3. #277 pcy921 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2562 / 22:11
    เฟิร์นร้ายมากค่ะ แย่แย่
    #277
    0
  4. #269 fonlbol (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2562 / 04:44

    คือคนแบบเฟริ์นนี่มันเกินเียวยาจริงๆๆ

    #269
    0
  5. #263 อดีตรีดเงา (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2562 / 00:33

    พลิก! พลิกเลยคุณเทพ จะมาบอกความรู้สึกตัวเอง แต่โดนเจาบอกตัดหน้า? 55555

    อ่อ อีนังเฟิร์น! เพราะสันดานหม าๆแบบนี้ไง ถึงโดนกระทืบ!

    #263
    0
  6. #242 jibbubu (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2562 / 09:06
    ถึงตอนนี้ที่รู้สึกสะใจที่ยัยแฟนเก่าโดนซ้อม รู้สึกว่าแค่นั้นมันยังน้อยไปด้วยซ้ำ
    #242
    0
  7. #212 Angfha (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2562 / 11:45
    ขอให้ได้ยินทีเถอะนะ
    #212
    0
  8. วันที่ 1 พฤศจิกายน 2562 / 08:43

    คุณเทพจะได้ยินประโยคนี้เขาเจามั้ยเนี่ย มัวแต่ห้องเด็กขี้แยอยู่

    #211
    0
  9. #209 Xialyu (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2562 / 14:20
    ได้ยินไหม ได้ยินไหมมมมมมมมม
    #209
    0
  10. #208 Peony.n (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2562 / 12:22
    ได้ยินรึยังคุณเทพ คิดไปเองเก่งจริงๆ ยิ้มได้แล้วเนาะ
    #208
    0
  11. #207 sunflower779 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2562 / 11:47
    ได้คำตอบแล้วนะคุณเทพ
    #207
    0
  12. #206 Angfha (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2562 / 01:15
    ทำไมไม่อยู่ดูให้จบค่ะคุณเทพพพพพ
    #206
    0
  13. #205 monstertt (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2562 / 16:41
    ขอบาดตบนังแฟนเก่าได้มั้ยคะ หมั่นไส้นางมากกก คุณเทพพ่อยอดขมองอิ่มของอิชั้นอย่าคิดมากนะคะ น้องเจาคะอย่ากลับไปนะคะเดี๋ยวแม่จะตีหนู!!!
    #205
    0
  14. #204 Peony.n (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2562 / 13:16
    เอ้าาาา
    #204
    0
  15. วันที่ 25 ตุลาคม 2562 / 08:19

    ใจเย็นก่อนนะคุณเทพ

    #203
    0
  16. #202 Xialyu (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2562 / 07:23
    คุณเทพใจเย็นๆ
    #202
    0
  17. #201 Nun7036 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2562 / 01:32
    ฮ้อยยย คุณเทพ ฟังเด็กเจาอธิบายก่อนนะ แงงงงง
    #201
    0
  18. #200 ผักน้อย (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2562 / 23:19

    ทำไมไม่ฟังให้จบห๊ะคุณเทพพพพ!!!

    #200
    0